Share

บทที่ 6

Author: สายลมไร้กาลเวลา
“หากจวิ้นอ๋องต้องการหาคนรับใช้ พรุ่งนี้ข้าน้อยสามารถติดประกาศรับสมัครได้พ่ะย่ะค่ะ”

กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่สบตากัน ก่อนจะเอ่ยเสนอขึ้นมา

จวนใหญ่โตเช่นนี้ มีเพียงพวกเขาสองคนย่อมดูแลได้ไม่ทั่วถึง

จวนจวิ้นอ๋องที่กว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ จะไม่มีสาวใช้และบ่าวชายได้อย่างไร

ฉู่หนิงส่ายหน้า “ข้าต้องการผู้คุ้มกัน การเดินทางไปแนวหน้าครั้งนี้ อันตรายยิ่งนัก หากข้าไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้ แล้วจะเอาชนะกองทัพศัตรูได้อย่างไร?”

กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่พลันนิ่งเงียบไป

จวิ้นอ๋องอุทิศตนเพื่อบ้านเมือง เสี่ยงอันตรายด้วยตนเอง หากไม่มีคนคอยคุ้มกันข้างกาย ย่อมตายอย่างไม่ต้องสงสัย!

แม้ศึกครั้งนี้โอกาสชนะจะมีไม่มาก แต่จวิ้นอ๋องในฐานะองค์ชายกลับยินดีเดินทางไปแนวหน้าเพื่อบ้านเมือง รู้ทั้งรู้ว่าทำไม่ได้แต่ก็ยังจะทำ รู้ทั้งรู้ว่าศึกครั้งนี้ไปแล้วอาจไม่ได้กลับมา แต่ก็ยังมุ่งหน้าสู่สนามรบอย่างไม่ลังเล!

ในเมื่อสายเลือดราชวงศ์ยังทำได้ถึงเพียงนี้ แล้วพวกเขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?

สีหน้าของกวนอวิ๋นพลันจริงจังขึ้น ประสานมือแล้วกล่าวเสียงทุ้ม “จวิ้นอ๋องเข้าใจในหลักการอันยิ่งใหญ่ กวนผู้นี้ยินดีติดตามท่านอ๋องเพื่อรับใช้บ้านเมือง!”

“หากท่านอ๋องไม่รังเกียจ กวนผู้นี้ยินดีจะเรียกสหายร่วมรบในอดีตมาเพื่อรับใช้ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”

การรับใช้ฉู่หนิง ก็คือการรับใช้บ้านเมือง

ศึกในครั้งนั้น ต้าฉู่พ่ายแพ้ มีเพียงไม่กี่ร้อยคนที่กลับมาได้ แต่กลับถูกผู้คนก่นด่า ในที่สุดคนส่วนใหญ่ก็ปลีกตัวไป มีเพียงเขาและจ้าวอวี่ที่ถูกเรียกตัวเข้าเป็นทหารรักษาพระองค์เพราะมีวรยุทธ์โดดเด่น

แต่ความอัปยศจากศึกครั้งนั้น ยังคงเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจปล่อยวางได้มาโดยตลอด

พวกเขาอยากจะกลับไปที่แนวหน้าอีกครั้ง เพื่อล้างความอัปยศ แม้จะต้องหลั่งเลือดในสนามรบ ห่อศพด้วยหนังม้าก็ตาม!

ในขณะนั้น จ้าวอวี่ก็คุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านอ๋องไม่ทรงห่วงใยในความปลอดภัยของตนเอง ข้าน้อยซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง และยินดีติดตามท่านไปยังแนวหน้าเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ!”

องค์ชายยังไม่กลัวตาย แล้วเขาจะกลัวอะไรอีก?

อย่างมากก็แค่ตาย!

ในฐานะทหาร การพลีชีพในสนามรบคือเกียรติยศสูงสุด!

ฉู่หนิงยื่นมือออกไปพยุงทั้งสองคนขึ้น “ทั้งสองคนมิต้องทำเช่นนี้ พวกเจ้าไปแจ้งข่าวให้คนอื่น ๆ มาที่นี่ในเช้าวันพรุ่งนี้ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเขาก็คือผู้คุ้มกันของข้า!”

กวนอวิ๋นถึงกับตะลึง “ท่านอ๋องไม่จำเป็นต้องพบพวกเขาก่อนแล้วค่อยตัดสินใจหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ไม่จำเป็น!”

ฉู่หนิงโบกมือแล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ข้าเชื่อใจพวกเจ้า ก็ย่อมเชื่อใจสหายของพวกเจ้าเช่นกัน”

กล่าวจบ ฉู่หนิงก็หันหลังกลับเข้าห้องไปพักผ่อน

กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่ทั้งสองคนซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง

เพียงเพราะเชื่อใจพวกเขา ฉู่หนิงจึงรับสหายของพวกเขาทั้งสองคนมา เพียงแค่ความไว้วางใจนี้ พวกเขาก็ยอมรับฉู่หนิงเป็นนายแล้ว

“ท่านอ๋องช่างเป็นคนตรงไปตรงมานัก!”

“พวกเราจะทำให้ท่านอ๋องผิดหวังไม่ได้ รีบไปแจ้งข่าวให้คนอื่น ๆ เถอะ!”

ทั้งสองคนไม่ใช่คนพูดมาก หลังจากปรึกษากันแล้ว ก็รีบออกไปแจ้งข่าวแก่สหายคนอื่น ๆ ในคืนนั้นทันที

หนึ่งชั่วยามต่อมา ภายในพระราชวัง

ฮ่องเต้กำลังทอดพระเนตรป้ายชื่อสีเขียว พลางครุ่นคิดว่าคืนนี้จะให้สนมคนใดถวายการรับใช้ดี

ขณะนี้ องครักษ์เงาก็เข้ามารายงานอย่างเงียบ ๆ “ฝ่าบาท กวนอวิ๋นและจ้าวอวี่ทั้งสองคนกำลังรวบรวมพรรคพวกเก่าของพวกเขาพ่ะย่ะค่ะ!”

ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้น ในดวงพระเนตรที่มองลงมายังใต้หล้านั้นฉายแววเฉียบคมที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

“รวบรวมพรรคพวกเก่าหรือ? พวกเขาสองคนคิดจะทำอะไร?”

อารมณ์ที่จะเลือกสนมถวายการรับใช้หายไปในทันที วางป้ายชื่อกลับไปที่ถาด

องครักษ์เงาก้มหน้าตอบเสียงเบา “จ้าวอวี่ส่งข่าวมาว่า เผิงไหลจวิ้นอ๋องต้องการจัดตั้งกองกำลังคุ้มกัน เพื่อรับมือกับวิกฤตที่แนวหน้าพ่ะย่ะค่ะ”

กองกำลังคุ้มกันหรือ?

เจ้าฉู่หนิงนี่ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่า การไปแนวหน้าครั้งนี้มีโอกาสตายมากกว่ารอดมากนัก ต่อให้มีกองกำลังคุ้มกัน ก็เป็นเพียงการเพิ่มวิญญาณอีกไม่กี่สิบดวงเท่านั้น

จัดตั้งกองกำลังคุ้มกัน สู้ทูลขอปฏิเสธไม่ไปแนวหน้าเสียยังจะดีกว่า

เมื่อนึกถึงใบหน้าของฉู่หนิงที่คล้ายคลึงกับตนเองอยู่หลายส่วน ฮ่องเต้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย

เดิมทีก็ไม่มีบุญคุณในการเลี้ยงดูฉู่หนิงอยู่แล้ว ตอนนี้ยังจะให้ฉู่หนิงไปตายอีก!

“เฮ้อ ช่างเถอะ ก็แค่กองกำลังคุ้มกันเองนี่ ปล่อยเขาไปเถอะ”

ฮ่องเต้โบกพระหัตถ์ “เขาจะรวบรวมได้เท่าไรก็เท่านั้น”

อย่างไรเสียก็จะไปตายที่แนวหน้าอยู่แล้ว คงไม่มีใครยอมเป็นผู้คุ้มกันให้ฉู่หนิงหรอก

ทว่า องครักษ์เงาได้ยินดังนั้นกลับมีท่าทางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

ฮ่องเต้ขมวดคิ้ว “มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ !”

องครักษ์เงาเตือนอย่างระมัดระวัง “ฝ่าบาท คราวนี้เผิงไหลจวิ้นอ๋องล่วงเกินองค์ชายทุกคน เกรงว่าจะมีคนไม่พอใจพ่ะย่ะค่ะ!”

สีพระพักตร์ของฮ่องเต้พลันมืดมน “หากแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังจะขัดขวาง จะคู่ควรเป็นองค์ชายของเราได้อย่างไร? เราอยากจะเห็นนักว่าใครมันจะกล้าขัดขวาง!

เรื่องนี้เจ้าจงจับตาดูอย่างใกล้ชิด มีเรื่องอะไรให้มารายงานโดยตรง”

“พ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงารับคำแล้วหันหลังเดินจากไป

ในขณะนั้น หัวหน้าขันทีจ้าวหมิงที่อยู่ด้านข้างก็ก้าวเข้ามาเตือนเบา ๆ “ฝ่าบาท ถึงเวลาที่พระองค์ต้องทรงเลือกป้ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้เหลือบมองป้ายสีเขียวบนถาด แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ในหัวกลับนึกถึงชาเขียวที่ฉู่หนิงมอบให้ตนเอง

โอรสของเรากำลังจะไปตายที่แนวหน้า แต่เรากลับจะมาหาความสำราญในวังหลังหรือ?

“เอาของพวกนี้ออกไปให้หมด ก่อนที่ฉู่หนิงจะออกเดินทาง ห้ามนำเข้ามาอีกเด็ดขาด!”

ฝ่าบาททรงเปลี่ยนไปแล้วหรือ?

จ้าวหมิงถึงกับตกตะลึง แต่ไม่กล้าพูดอะไรมาก ทำได้เพียงยกถาดออกไป

ตลอดทั้งคืนไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น วันรุ่งขึ้น นอกจวนเผิงไหลจวิ้นอ๋องก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้น ปลุกฉู่หนิงที่กำลังหลับสนิทให้ตื่นขึ้นมา

หลังจากสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเดินออกมาที่ลานบ้าน ก็เห็นคนประมาณสามสิบกว่าคนกำลังพูดคุยกันอยู่ บนใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งหลังไม่ได้เจอกันมานาน

คนกลุ่มนี้ทั้งหมดล้วนมีรูปร่างสูงใหญ่กำยำ ดูแข็งแรงน่าเกรงขาม บนร่างกายยังแผ่กลิ่นอายสังหารออกมาจาง ๆ !

พวกเขาเหมือนกับกวนอวิ๋นและจ้าวอวี่ เป็นทหารที่กลับมาจากแนวหน้าในอดีต!

เป็นทหารผ่านศึกของต้าฉู่!

กวนอวิ๋นเห็นฉู่หนิง ก็รีบเดินเข้ามากล่าวเสียงทุ้ม “ถวายบังคมจวิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”

ทุกคนหยุดพูดคุยกันทันที หันมาประสานมือคารวะฉู่หนิง “ถวายบังคมเผิงไหลจวิ้นอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!”

ฉู่หนิงพยักหน้า กวาดตามองทุกคนหนึ่งรอบ แล้วจู่ ๆ ก็ประสานมือคารวะทุกคนกลับ

องค์ชายคารวะตอบ ทุกคนถึงกับตกตะลึง

แม้ว่าฉู่หนิงกำลังจะไปเป็นตัวตายตัวแทนที่แนวหน้า แต่อย่างไรเสียก็เป็นถึงองค์ชาย ทั้งยังเป็นจวิ้นอ๋องอีกด้วย

บุคคลเช่นนี้มาคารวะพวกเขา ถือเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่

“จวิ้นอ๋อง อย่าได้ลดเกียรติเพื่อพวกเราเลยพ่ะย่ะค่ะ!” จ้าวอวี่รีบคารวะตอบ

ทุกคนก็คารวะตอบพร้อมกับจ้าวอวี่

ฉู่หนิงยื่นมือพยุงจ้าวอวี่ขึ้น กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ทุกท่านล้วนเคยเสี่ยงชีวิตเพื่อแคว้นฉู่ของข้า การคารวะครั้งนี้คือความเคารพนับถือที่ข้ามีต่อทุกท่าน!”

“วิกฤตที่แนวหน้าครั้งนี้ ทุกท่านสามารถยืนหยัดขึ้นมาในยามนี้ได้ การคารวะครั้งนี้ ทุกท่านคู่ควรที่จะรับไว้!”

“ข้าฉู่หนิงแม้จะไม่มีความสามารถอะไรมากนัก แต่ก็ยินดีที่จะรับใช้บ้านเมือง ต่อไปนี้หากข้าฉู่หนิงมีข้าวกิน ก็จะไม่มีวันทำให้ทุกท่านต้องลำบากแน่นอน!”

เหล่าทหารผ่านศึกต่างน้ำตาคลอเบ้าในทันที

ศึกในครั้งนั้น แม้พวกเขาจะรอดชีวิตมาได้ แต่ทุกครั้งที่นึกถึงสหายที่ตายในสนามรบก็จะรู้สึกผิดอย่างยิ่ง

ประกอบกับความไม่เข้าใจของประชาชน ทำให้พวกเขาถูกเยาะเย้ยถากถางมาตลอดหลายปี

แต่วันนี้ องค์ชายฉู่หนิงได้มาทวงคืนชื่อเสียงให้พวกเขา!

พวกเขาสามารถกลับสู่สนามรบได้!

ครั้งนี้ พวกเขาจะต้องทวงคืนเกียรติยศที่เป็นของตนเองกลับมาให้ได้

แม้จะต้องพลีชีพในสนามรบก็ไม่เสียดาย

“พวกเรายินดีติดตามจวิ้นอ๋องไปจนตัวตาย!”

แม้จะรู้ว่าฉู่หนิงไม่มีอำนาจ ไม่สามารถนำเกียรติยศและความมั่งคั่งมาให้พวกเขาได้ และรู้ว่าการไปแนวหน้าครั้งนี้จะมีโอกาสตายมากกว่ารอดมากนัก

แต่พวกเขา ไม่มีใครเสียใจแม้แต่คนเดียว!

เพราะ พวกเขาคือทหารผ่านศึก คือทหารผ่านศึกของแคว้นฉู่

การไปครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อปกป้องฉู่หนิง แต่ยังเพื่อทวงคืนชื่อเสียงของตนเองด้วย

ฉู่หนิงมองทุกคนที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น บนใบหน้าก็เผยความพึงพอใจออกมา

แม้จะมีเพียงสามสิบกว่าคน แต่ก็ค่อย ๆ สะสมเพิ่มขึ้นได้นี่นา

“ในเมื่อเป็นผู้คุ้มกันแล้ว ข้าก็จะไม่ทำให้ทุกท่านต้องลำบาก เสด็จพี่มอบร้านตีเหล็กสองแห่งให้ข้าพอดี ทุกท่านตามข้าไปตีอาวุธที่ถนัดมือสักสองสามชิ้นเถอะ!”

ฉู่หนิงโบกมือครั้งใหญ่ นำทุกคนมุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็ก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 786

    ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวเทียนหลิงจึงได้สติ ดวงตาฉายแววเหี้ยมโหด พลันลุกพรวดขึ้นตวาดเสียงเกรี้ยว“คนของพวกเราช่างไร้น้ำยาสิ้นดี ข้าทิ้งทหารเจ็ดร้อยนายไว้คุ้มกันของหมั้นหมายมิใช่หรือ?”ครั้งนี้คณะทูตมีหนึ่งพันคน จ้าวเทียนหลิงนำทหารม้าสามร้อยนายเร่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงก่อน ส่วนที่เหลือเจ็ดร้อยนายคุ้มกันของหมั้นหมาย จึงเดินทางล่าช้ากว่าไม่คิดว่าในเวลาสำคัญก่อนพิธีสมรสเชื่อมไมตรีเช่นนี้ กลับเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นองค์ชายรองเองก็เผยสีหน้าฉงน “ดูจากเส้นทาง ย่อมเข้าสู่เขตเมืองหลวงแล้ว ผู้ใดกันบังอาจถึงเพียงนี้ กล้าปล้นของหมั้นหมายที่นี่?”เกิ่งเฉิงคังเผยสีหน้าจนปัญญา “คนของเรารายงานว่า ฝ่ายนั้นซุ่มโจมตีในป่าผืนหนึ่ง บุกมาอย่างเกรี้ยวกราด กำลังรบแข็งแกร่งยิ่ง คนของเราถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว จำต้องรวบรวมกำลังคุ้มกันของหมั้นหมาย”“ทว่าฝ่ายนั้นดูเหมือนเตรียมการมาล่วงหน้า ในป่ามีทั้งก้อนหินและท่อนไม้ยักษ์มากมาย โจมตีจนคนของเราเสียหายหนัก สุดท้ายมีเพียงสี่ร้อยกว่าคนหนีรอดกลับมาได้”“ของหมั้น... ของหมั้นถูกพวกมันชิงไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”จ้าวเทียนหลิงฟังจบก็เดือดดาลทันที “ฝ่ายนั้นมีกี่คน ชูธงสัญลักษ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 785

    นับแต่เหตุจ้าวเทียนหลิงควบม้าเหยียบย่ำถนน ชาวเมืองหลวงก็มิได้เหลือเยื่อใยความนับถือต่อองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวผู้นี้อีกแม้รู้ว่าอีกฝ่ายมาสมรสเชื่อมไมตรี ทว่าชาวบ้านกลับรู้สึกต่อต้านเรื่องนี้ยิ่งนักประการแรก กองทัพแนวหน้าปิงโจวได้ยึดครองเมืองแคว้นจ้าวถึงสิบเมือง แคว้นฉู่กำลังได้เปรียบ เหตุใดจึงยังต้องพึ่งการสมรสเชื่อมไมตรีเพื่อรักษาไมตรีของสองแคว้นด้วย?ประการที่สอง จ้าวเทียนหลิงอาศัยอำนาจรังแกคน ไม่อาจครองใจราษฎร ไม่มีใครอยากให้เฝิงมู่หลานถูกส่งไปแต่งด้วยแต่ถึงกระนั้น ราษฎรก็ไม่อาจกำหนดทิศทางของเรื่องนี้ได้ ทำได้เพียงมองดูเหตุการณ์ดำเนินไปสองวันถัดมา ในเมืองหลวงเงียบสงัดเป็นพิเศษพิธีรับตัวเจ้าสาวในอีกสามวันถูกจัดอย่างลับ ๆ ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้จะรีบเร่งถึงเพียงนี้ฝ่ายจ้าวเทียนหลิง ครั้นได้รับคำมั่นสัญญาจากฮ่องเต้ต้าฉู่ ตลอดสองวันนี้ก็สงบเสงี่ยมขึ้นมาก ปักหลักอยู่ในเรือนรับรองของโรงเลี้ยงม้ามิได้ออกไปไหนมีเพียงองค์ชายรองที่แวะเวียนไปเยี่ยมที่เรือนรับรองเป็นครั้งคราว พร้อมสั่งกองทหารรักษาพระองค์ให้คุ้มกันสถานที่แห่งนั้นเป็นพิเศษไม่มีผู้ใดรู้จักนิสัย

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 784

    มีป้ายทองแต่กลับไม่ใช้ จงใจรอให้ฉู่หนิงฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าว องค์ชายรองมีเจตนาแอบแฝงแต่ทว่า คราวนี้เจ้าเด็กฉู่หนิงก็ทำเกินไปจริง ๆ ถึงกับฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ หากไม่ลงโทษบ้างก็ไม่อาจอธิบายได้เพียงแต่การสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้ ไม่อาจถูกกระทบเพราะเมืองแนวหน้าถูกยึด หรือเพราะทหารม้าแคว้นจ้าวถูกสังหารไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะปิดบังฉู่หนิงได้หรือไม่ หากเขารู้ว่าการสมรสเชื่อมไมตรีคืบหน้าเร็วถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าจะเข้ามาขัดขวางพอคิดถึงตรงนี้ ฮ่องเต้หรี่ดวงเนตร แล้วตะโกนเรียก “องครักษ์เงา!”“ฝ่าบาท!” องครักษ์เงาที่ปรากฏกายราวกับภูตผี โผล่มาในตำหนักอย่างฉับพลันฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “สามวันนี้ เจ้าไปจับตาดูฉู่หนิงด้วยตนเอง ทุกการเคลื่อนไหวของเขา เราต้องรู้ทั้งหมด!”“อีกอย่าง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้หมิงเยว่จวิ้นจู่ และห้ามผู้ใดบอกนางเรื่องการสมรสเชื่อมไมตรีในอีกสามวัน!”“กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!” องครักษ์เงาขานรับ แล้วรีบไปจัดการทันทีขอเพียงฉู่หนิงไม่รับรู้เรื่องในอีกสามวันให้หลัง และเฝิงมู่หลานไม่พบผู้ใด เรื่องนี้ย่อมสำเร็จแน่นอนฮ่องเต้แย้มพระสรวลเล็กน้อย พึงพอใจในแผนการของตนอ

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 783

    ภายในตำหนักอิงอู่ เงียบสงัดไร้สุ้มเสียงฮ่องเต้ทอดพระเนตรแผ่นหลังของฉู่หนิงที่จากไป ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเห็นได้ชัดว่า บทลงโทษของฉู่หนิงเมื่อครู่ มิอาจทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจได้ยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย ทำให้การจัดการเรื่องนี้ยิ่งลำบากขึ้นไปอีกประกอบกับการที่ฉู่หนิงแสดงท่าทีคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าผู้อื่น ทำให้เรื่องราวยิ่งซับซ้อนบางทีในสายตาของจ้าวเทียนหลิง เป็นเพราะฉู่หนิงไม่ต้องการให้สองแคว้นได้สมรสเชื่อมไมตรี จึงจงใจสังหารทหารม้าแคว้นจ้าวจนสิ้น!หากเรื่องนี้ไม่อาจให้คำตอบที่ทำให้จ้าวเทียนหลิงพอใจ การสมรสเชื่อมไมตรีก็คงยากจะสำเร็จแต่หากในยามนี้จะลงโทษฉู่หนิงเพิ่มเติม ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมยังไม่ต้องกล่าวถึงว่าการกระทำของฉู่หนิงวันนี้ช่วยประกาศศักดาแคว้นฉู่อย่างมาก เพียงแค่นิสัยของฉู่หนิงนั้น เขาก็ไม่มีทางยอมอ่อนข้ออยู่แล้วยิ่งไปกว่านั้น ฉู่หนิงยังครอบครองเกลือบริสุทธิ์ หากบีบคั้นเขาจนถึงที่สุด ใครเล่าจะรับประกันได้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ตัดการส่งเกลืออีกครั้ง?อีกทั้งเมื่อครู่ก็ได้ลงโทษฉู่หนิงไปแล้ว หากลงโทษซ้ำ ก็จะดูไม่เหมาะสมท

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 782

    องค์ชายรองกล่าวพลางหันไปมองฉู่หนิง “น้องสิบแปด เจ้าว่าใช่หรือไม่?”นี่คือการบีบให้ฉู่หนิงแสดงท่าที!ขอเพียงฉู่หนิงยอมรับต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้นจ้าวว่าจะไม่ขัดขวางการสมรสเชื่อมไมตรี ต่อไปงานสมรสก็จะดำเนินไปอย่างราบรื่นฉู่หนิงคิดจะทำลายการสมรสเชื่อมไมตรีครั้งนี้หรือ?ไม่มีทาง!ฉู่หนิงมององค์ชายรองที่เสแสร้งแกล้งทำ แววตาฉายแววเยาะเย้ย “พี่รอง ท่านรู้ดีว่าข้าคัดค้านการสมรสครั้งนี้มาโดยตลอด”“แต่เหตุการณ์ในวันนี้ น้องมิได้มีเจตนาแอบแฝงอื่นใด เพียงต้องการสั่งสอนองค์รัชทายาทแคว้นจ้าว ให้เขาไม่กล้าวางอำนาจเช่นนี้ในเมืองหลวงแคว้นฉู่ของเรา”“เพราะอย่างไรเสีย บนถนนก็มีราษฎรมาก เรื่องอันตรายอย่างการควบตะบึงอาชากลางถนน ย่อมไม่ควรกระทำ”สิ้นประโยค องค์ชายรองก็ลอบยินดีในใจฉู่หนิงเอ๋ยฉู่หนิง เจ้าก็มีวันนี้ สุดท้ายก็หลงกลติดกับของข้าจนได้!ข้าต้องการให้เจ้าประกาศต่อหน้าผู้คนว่าไม่ต้องการให้การสมรสเชื่อมไมตรีสำเร็จ เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ถึงขีดสุด!คอยดูเถิด เสด็จพ่อจะต้องลงโทษเจ้าอย่างหนักแน่!ฆ่าทหารม้าแคว้นจ้าวมากมายกลางถนน บัดนี้ยังกล้าคัดค้านการสมรสเชื่อมไมตรีต่อหน้าองค์รัชทายาทแคว้

  • ศึกยอดมังกรครองบัลลังก์ แผ่นดินนี้ข้าไม่เอา   บทที่ 781

    ตำหนักอิงอู่ถ้อยคำไม่กี่ประโยคขององค์ชายรอง ก็เหมือนจับฉู่หนิงย่างบนกองไฟครั้นฮ่องเต้ได้ยินว่าเรื่องนี้กระทบต่อการสมรสเชื่อมไมตรี สีพระพักตร์ก็มืดขรึมลงทันที“ฉู่หนิง เจ้าบังอาจถึงเพียงนี้ ฆ่าคนกลางถนน ไม่เคยคิดถึงผลลัพธ์บ้างเลยหรือ?”ฉู่หนิงสีหน้าขึงขัง เอ่ยด้วยท่าทีชอบธรรม “เสด็จพ่อ ตอนที่รองเสนาบดีกรมพิธีการมาแจ้งเรื่องนี้แก่ลูก ลูกมิได้คิดอะไรมาก เพียงแค่ไม่ต้องการให้ราษฎรในเมืองถูกคนแคว้นจ้าวเหยียบย่ำ จึงนำกำลังทหารรุดไป”“ไม่คิดเลยว่าจ้าวเทียนหลิงจะมีเจตนาร้าย กลับเสนอประลองกับทหารม้าใต้บัญชาของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไปเพื่อปกป้องชาวเมือง หยุดยั้งทหารม้าไม่ให้ควบอาชาอาละวาดกลางถนน หรือเพื่อตอบสนองคำร้องของท่านทูต ลูกก็สมควรต้องรับคำประลองนั้น!”“ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนเริ่มประลอง เราทั้งสองฝ่ายตกลงกันแล้ว ไม่ว่าฝ่ายใดแพ้ชนะ ก็ห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”คำอธิบายที่แนบเนียนไร้ช่องโหว่ ทำให้ฮ่องเต้ชะงักงันไปหากฟังเช่นนี้ ฉู่หนิงมิได้มีความผิด กลับกลายเป็นมีความชอบ?องค์ชายรองที่ยืนอยู่ด้านข้างฟังไม่ไหว แค่นหัวเราะเย็น “วาจาน้องสิบแปดคมคายดังเดิม แต่ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นฝ่ายได้เปรีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status