Masukรัชศกอี๋หลงปีที่สิบสาม
เขื่อนซานสือแตก น้ำท่วมเมืองต้าเฉิงจนจมใต้บาดาล ผู้คนล้มตาย สูญหาย พืชพรรณขาดแคลนทำให้ประชาชนอดอยาก
นอกจากนั้นยังเริ่มเกิดโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วม ทางการสั่งอพยพ สั่งตรวจสอบ แยกผู้คนที่ติดโรคระบาด จากนั้นจึงปิดเมืองต้าเฉิงห้ามผู้ใดเข้าออก
ทางเดินที่มีผู้คนมากมายกำลังอพยพ เซี่ยซีจูงม้าเทียมเกวียนซึ่งมีหลังคาโค้งไว้หลบแดดหลบฝน มองผู้คนมากมายที่เดินเท้า นางดึงม้าให้หยุดเมื่อท่านยายเสียนส่งเสียงเรียก
เมื่อสิบวันก่อนเซี่ยซีตกลงไปในแม่น้ำขณะทำภารกิจ พริบตาเดียวก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่ทั้งชื่อและแซ่เดียวกัน ที่สำคัญสตรีนางนี้ยังแต่งงานแล้ว ตอนนี้สามีของอีกฝ่ายรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กำลังเข้าร่วมการสอบขุนนาง
เบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้มีเพียงเซี่ยฉิงและสามีเท่านั้นที่รู้ความจริง ข้อตกลงการแต่งงานคือ...เขาแต่งกับนางเพื่อให้นางรักษาสินเดิมของมารดา จากนั้นพานางออกมาจากตระกูลเซี่ย
ต่อมาหลังบิดาของหญิงสาวสิ้นใจเขาออกเดินทางไปเข้าสอบ นางรั้งอยู่ดูแลท่านยายและน้องสาวของอีกฝ่าย
ตระกูลเซี่ยกำลังจะล่มสลาย การค้าขาดทุนเหล่าญาติแตกแยกไม่สามัคคี นายท่านเซี่ยมีบุตรสาวคนเดียวก็คือเซี่ยฉิง เพื่อให้หญิงสาวแยกบ้านออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะถูกผลาญไปจนสิ้น นายท่านเซี่ยจึงขอร้องคนที่ตนเคยช่วยชีวิต ให้หญิงสาวได้แต่งออกจากจวนตระกูลเซี่ย
ทว่าเขาคงนึกไม่ถึงว่าเซี่ยฉิงกับ...เสียนอวิ๋นจะกล้าทำสัญญาแต่งงานขึ้น!
หญิงสาวรู้สึกนับถือเซี่ยฉิงผู้นี้อยู่บ้าง ในยามอับจนหนทางถึงขั้นยอมแต่งงาน จากนั้นเพียงรอวันอย่าขาดกับบุรุษแปลกหน้า เพื่อให้ได้ทรัพย์สมบัติของมารดามาเสวยสุขคนเดียว แม้แต่วันที่บิดาสิ้นใจก็ยังไม่กลับไปดูใจ
จะว่าไปในความทรงจำที่หญิงสาวได้รับรู้ นับว่าเซี่ยฉิงคนนี้เป็นสตรีชั่วช้าใจดำยิ่ง ขนาดมีสัญญาที่จะดูแลท่านยายกับเสียนจิงน้องสาวของสามี ทว่านางกลับทำแบบขอไปที ให้ทั้งสองอดมื้อกินมื้อ แม้มีข้าวกิน มีที่นอน ไม่ลำบากเช่นเมื่อก่อน แต่ก็ไม่นับว่าสุขสบายนัก
เห็นสายตาหวาดระแวงสงสัยของเสียนจิง มองความใจดีของท่านยายเสียนที่เสมอต้นเสมอปลาย แม้ว่าหญิงสาวจะเคยปฏิบัติไม่ดีด้วย เซี่ยฉิงได้แต่ถอนหายใจเสียงเบา
วันนี้ชาวบ้านกำลังเดินทางอพยพ นายอำเภอกำลังรวบรวมผู้คนเพื่อออกเดินทาง ในขบวนจะมีเจ้าหน้าที่มือปราบคอยคุ้มกัน เพื่อให้การเดินทางเป็นระเบียบเรียบร้อย หลีกเลี่ยงการปล้นฆ่าแย่งชิง เนื่องจากอุทกภัยครั้งนี้ร้ายแรงยิ่ง
ซานเหอย่วนของเซี่ยฉิงอยู่สูงขึ้นไปบนเขา บ้านหลังไม่ได้ใหญ่มากทว่าเทียบกับชาวบ้านในหมู่บ้าน ก็นับว่ามีฐานะกว่าคนอื่นๆ
ทรัพย์สิน...เซี่ยฉิงเป็นคนฉลาด เงินที่มีแลกเป็นทองฝังเอาไว้ตามจุดต่างๆ ตั๋วเงินมีบ้างบางส่วน เครื่องประดับถูกรื้อค้น ที่ซ่อนไว้ยังอยู่ สิ่งสำคัญเช่นโฉนดมีบันทึกพอคัดลอกใหม่ได้ ทว่าก็ยังไม่แน่นอนเพราะเขื่อนแตกแล้ว นับจากนี้น้ำจะลดหรือไม่ จะลดไม่ลด ก็ยังต้องคอยดูกันอีกหลายเดือน
ที่สำคัญคือจะมีการซ่อมเขื่อน หรือทางการจะให้ย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ด้วยบัดนี้ศึกสงครามก็นับว่าทำให้แคว้นต้าเหยาสูญเสียทรัพยากรไปมากมาย
“ฉิงเอ๋อร์เจ้ามาดื่มน้ำหน่อยเถิด” ท่านยายเสียนส่งเสียงเรียก หญิงสาวมองไปรอบๆ สายตาระแวดระวังตอนรับน้ำมา
เห็นเสียนจิงยังคงมองนางราวกับไม่ไว้ใจ นางรับน้ำมาจากนั้นดื่มพร้อมกับส่งเสียงกระซิบบอก “ท่านยาย ลงมาก่อนเถิด”
ทั้งสองเลิกคิ้วมองนางด้วยความสงสัย “ท่านยายชราแล้วเดินลำบาก” เสียนจิงไม่เห็นด้วยแต่พูดจบก็รีบหดคอ ราวกับกลัวว่าจะถูกดุด่า
เซี่ยฉิงเข้าใจได้เพราะอีกฝ่ายมักถูกด่าทอตบตีบ่อยครั้ง แม้เซี่ยฉิงไม่ได้ลงมือเอง แต่คนที่ตบตีก็เป็นสาวใช้ของอีกฝ่ายซึ่งตอนนี้หายไปกับสายน้ำ ถึงอย่างนั้น...เสียนจิงก็ยังกลัวถูกตีอยู่ดี
“เด็กดี เชื่อฟังข้า พาท่านยายลงมาก่อน” นางกล่าวเสียงเบาสายตามองไปรอบๆ
เยียนหลันเฟิง... อายุสิบสองสอบผ่านองครักษ์อวี่หยางส่วนพระองค์ ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองขั้นสี่ เป็นองครักษ์ที่ฝีมือเก่งกาจที่สุดอายุสิบสี่เข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ได้เป็นเจี้ยหยวน[1]ที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น อายุสิบห้าได้เป็นฮุ่ยหยวน[2]ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มอายุน้อยและอนาคตไกล เหตุใดจึงเปลี่ยนจากฝ่ายบู๊เป็นฝ่ายบุ๋น กระทั่งในวันที่เขาสอบได้ที่หนึ่งและได้เป็นจ้วงหยวนในวัยเพียงยี่สิบ ฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำแหน่งปราชญ์หลวงแห่งแผ่นดิน มีรับสั่งให้สร้างสำนักศึกษาหลวงหย่งจง ทั้งยังให้เยียนหลันเฟิงเป็นผู้ดูแล คัดเลือก รวมไปถึงพิจารณาการรับอาจารย์เข้าสอน และบัณฑิตที่เข้าเรียนผู้คนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเยียนหลันเฟิง ทว่าตระกูลเสิ่นรู้ดีที่สุด!!ปีนั้น...อวี้กั๋วกงสิ้นใจ เดิมทีเยียนหลันเฟิงสมควรสืบทอดบรรดาศักดิ์แทนบิดา ทว่าอยู่ๆ เขากลับหายหน้าหายตาไปไม่ปรากฏตัว ฮองเฮาเกรงว่าในตระกูลเยียนจะวุ่นวายจนไม่อาจควบคุม รับสั่งให้เยียนหนานเฟิ่ง ทายาทคนที่สองของอวี้กั๋วกงขึ้นรับตำแหน่งอวี้กั๋วกงทันทีหลังจากเยียนหนานเฟิ่งรับสืบทอดตำแหน่งแล้ว จึงมีผู้ที่พบเห็นเยียนหลันเฟิง อีกทั้งยังพบว่าเขาย้ายออ
“ไกลขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ขอรับ”หญิงสาวยิ้มที่มุมปากจากนั้นจูงม้าเดินต่อไปเงียบๆเมื่อกลับมาถึงถนนสายหลัก การนำทางเปลี่ยนเป็นคนที่รู้ทางมากกว่า หญิงสาวหันไปมองบุรุษสองคนที่ดูสุขุมที่สุด นายกับคนติดตาม...“แม่นางเซี่ย”“พี่สะใภ้ของข้าแต่งงานแล้ว” เสียนจิงกล่าวเสียงเบา “พวกท่านต้องเรียกนางว่าเสียนฮูหยินจึงจะถูก”เซี่ยฉิงเลิกคิ้วก้มลงมองเสียนจิง ทว่านางก็ไม่ได้พูดอะไร แม้ยังมีท่าทีไม่ยอมรับ หรือไม่เต็มใจที่จะยอมรับ ทว่าการที่นางตามไปช่วยเสียนจิงกลับมา ก็ทำให้เด็กสาวสับสนและพยายามยอมรับตัวนาง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีอคติต่อกันมาโดยตลอดอันที่จริงก็เข้าใจได้ เพราะเซี่ยฉิงเองก็ไม่เคยดีต่อใครเลย นอกจากตัวเองก็ดูเหมือนหญิงสาวไม่เคยรักและไว้ใจผู้ใดเช่นกัน“เสียนฮูหยิน ข้าน้อยแซ่หยวน เป็นผู้คุ้มกันของคุณชาย”“ข้าแซ่ลู่ ท่านเรียกข้าว่าคุณชายลู่ก็ได้” บุรุษหนุ่มที่มีใบหน้างดงามแย้มยิ้ม “ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านอย่างเป็นทางการ หากไม่ได้ท่านเกรงว่าคงตามคนที่ถูกจับไปไม่ได้ง่ายๆ ได้ยินว่าท่านมีความสามารถในการแกะรอย ขอบคุณเสียนฮูหยินจริงๆ”นางมองออกว่ากำลังถูกหยั่งเชิง “ข้าทำเพื่อช่วยน้องสาวของข้า ไม่ต้องขอบค
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองนาง มือทั้งสองข้างถูกมัด น้ำตาไหลนองเต็มใบหน้าเปียกชุ่มมอมแมม “บาดเจ็บหรือไม่”เสียนจิงโผเข้ากอดนาง “พี่สะใภ้ ฮือ...ข้ากลัว”เซี่ยฉิงถึงกับล้มหงายลงไปนั่งบนพื้น สองมือลูบปลอบโยนเด็กสาว “ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัย กลับไปหาท่านยายกันเถิด นางเป็นห่วงแย่แล้ว”ตอนปลอบสายตาก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกลักพาตัวมาด้วย นางขมวดคิ้ว... กลุ่มโจรคงนึกว่าเขาเป็นสตรี บุรุษอะไรมองเผินๆ งดงามราวอิสตรีไม่ผิด!!!ผมยาวสยายยุ่งเหยิง เรือนกายสูงใหญ่ทว่าผอมราวกับคนป่วย ใบหน้าขาวซีด คิ้วเข้มเรียวยาวจรดหางตา ริมฝีปากบางรูปกระจับ จมูกโด่งคมสัน หากบอกว่าเขาเป็นสตรีปลอมตัวเป็นบุรุษก็ต้องมีคนเชื่อ ทว่านางมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นบุรุษ ชายมีฝีมือที่บอกว่านายถูกจับมา แท้ที่จริงก็คือคนคุ้มกันของชายหนุ่มผู้นี้เพราะต้องแข่งกับเวลาจึงไม่มีเวลาพัก ช่วยคนได้ก็ต้องรีบเผ่น ทั้งหมดเดินลงเขาพยายามเงียบเสียงและเร่งฝีเท้าตลอดการหลบหนีหญิงสาวรับรู้ถึงสายตาของคนสองคน นายกับผู้ติดตามซึ่งอาจจะมีฐานะไม่ธรรมดา เซี่ยฉิงไม่สนใจสายตาสงสัยนั้น เพราะพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า เสียงกระซิบของคนทั้งสองแน่นอนนาง
เซี่ยฉิง...ลุกขึ้นยืนจากนั้นมองไปยังโจรที่ถูกสังหารซึ่งนอนอยู่ไม่ไกล นางลงมือถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย เจ้าหน้าที่มือปราบมองนางด้วยสายตาตกตะลึง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าจะไปพาจิงจิงกลับมา”ทุกคนเลิกคิ้วมองนางราวกับนางเพิ่งกล่าวถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “รอยเท้าม้ายังใหม่แกะรอยได้ไม่ยาก ใช้ม้าย่อมหมายถึงมีทางเข้า อยู่บนเขาพาคนไปด้วยย่อมช้า หากตามไปตอนนี้คงทัน หากรอช้าอยู่ที่นี่รอจนพวกมันพาคนถึงรังโจรก็ยากแล้ว” พูดจบก็มองเห็นมีดสั้น นางเก็บอาวุธของโจรแล้วมองไปรอบๆ “ขอยืมรถม้าเปลี่ยนชุดได้หรือไม่” นางหันไปถามนายอำเภอ“แม่นาง...เจ้าเป็นสตรี ถ้าอย่างไร...”“ใต้เท้าข้าจะไปกับนาง เมื่อครู่ข้าเห็นนางสู้กับโจรสองคน ฟาดทีเดียว....” เขาชี้ไปยังโจรที่ถูกหญิงสาวโจมตี ล้วนเป็นจุดตายทั้งสิ้น แถมโจรสองคนนั้นนอนแน่นิ่งจนถึงตอนนี้ “เราขอเพียงอาวุธและม้า นายของข้าถูกจับไปเช่นกัน”เซี่ยฉิงเปลี่ยนชุดและเงี่ยหูฟังด้านนอก“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะให้คนของข้าไปด้วยสองคน แต่จะเสี่ยงเกินไปไม่ได้ ที่นี่ยังมีคนแก่และเด็กกับสตรี ข้าช่วยทุกคนไม่ได้”“ข้าเข้าใจขอรับ พวกท่านเดินทางได้เลยไม่ต้องรอ ข้ารู้เส้นทาง ช่วยคนแล้วจะตามไปทันแ
ท่านยายเสียนมองตามสายตาของหญิงสาว “มีอะไรหรือ”นางสบตากับท่านยายเสียน “หากม้าตื่นแล้วพวกท่านยังอยู่บนนั้นจะอันตรายเกินไป”ท่านยายเสียนดูแล้วแม้ชราแต่นางไม่ได้โง่ เมื่อมองไปรอบๆ ถนนที่ถูกป่าสนโอบล้อมนี้กลับเงียบงันเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง “จิงจิงพวกเราลงเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยเถิด”เซี่ยฉิงจูงม้าแหวกคนเดินเท้าออกมาข้างทาง ทุกคนไม่ได้สงสัยเพราะหากอยากพักก็จะมีคนแยกออกมาริมถนนเพิ่งผูกม้ากับต้นไม้เสียงบางอย่างก็แหวกอากาศเข้ามา โชคดีที่ท่านยายกับเสียนจิงลงจากรถม้าแล้ว เพราะเจ้าม้าตื่นตกใจยกสองข้าหน้าขึ้นส่งเสียงร้องดังลั่นเสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นจากเบื้องหน้า หญิงสาวคว้าห่อผ้าของตน ของท่านยาย จากนั้นพาทั้งสองหลบจากม้าเทียมเกวียนนั่งลงที่ใต้พุ่มไม้หนา มองกลุ่มโจรที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่มือปราบเสียงฝีเท้าสับสน ผู้คนวิ่งวุ่นแตกตื่น บ้างล้ม บ้างเหยียบกันเอง บ้างถูกธนูของโจรที่ยิงมาแบบสุ่มๆ หญิงสาวกดศีรษะของเสียนจิงลง ท่านยายเองก็กอดเด็กสาวแน่น “พี่สะใภ้ พวกเรา...ไม่หนีหรือ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองชาวบ้านที่วิ่งเข้าไปในป่า“รอก่อน” หญิงสาวมองความวุ่นวายตรงหน้า “ไปตอนนี้ไม่ได้ท่านยายอาจถูกช
รัชศกอี๋หลงปีที่สิบสามเขื่อนซานสือแตก น้ำท่วมเมืองต้าเฉิงจนจมใต้บาดาล ผู้คนล้มตาย สูญหาย พืชพรรณขาดแคลนทำให้ประชาชนอดอยากนอกจากนั้นยังเริ่มเกิดโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วม ทางการสั่งอพยพ สั่งตรวจสอบ แยกผู้คนที่ติดโรคระบาด จากนั้นจึงปิดเมืองต้าเฉิงห้ามผู้ใดเข้าออกทางเดินที่มีผู้คนมากมายกำลังอพยพ เซี่ยซีจูงม้าเทียมเกวียนซึ่งมีหลังคาโค้งไว้หลบแดดหลบฝน มองผู้คนมากมายที่เดินเท้า นางดึงม้าให้หยุดเมื่อท่านยายเสียนส่งเสียงเรียกเมื่อสิบวันก่อนเซี่ยซีตกลงไปในแม่น้ำขณะทำภารกิจ พริบตาเดียวก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่ทั้งชื่อและแซ่เดียวกัน ที่สำคัญสตรีนางนี้ยังแต่งงานแล้ว ตอนนี้สามีของอีกฝ่ายรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กำลังเข้าร่วมการสอบขุนนางเบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้มีเพียงเซี่ยฉิงและสามีเท่านั้นที่รู้ความจริง ข้อตกลงการแต่งงานคือ...เขาแต่งกับนางเพื่อให้นางรักษาสินเดิมของมารดา จากนั้นพานางออกมาจากตระกูลเซี่ยต่อมาหลังบิดาของหญิงสาวสิ้นใจเขาออกเดินทางไปเข้าสอบ นางรั้งอยู่ดูแลท่านยายและน้องสาวของอีกฝ่ายตระกูลเซี่ยกำลังจะล่มสลาย การค้าขาดทุนเหล่าญาติแตกแยกไม่สามัคคี นายท่านเซี่ยมีบุตรสาวคน







