Share

บทที่ 1.2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-11 08:43:59

เซี่ยฉิงสอดแขนเกี่ยวหลังคอเด็กคนนั้นจากด้านหลัง พยุงให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นเหนือผิวน้ำ กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวทำให้ไม่อาจว่ายขึ้นฝั่ง ท่อนไม้ขนาดใหญ่ลอยตรงเขามา

“กลั้นหายใจ!!” เซี่ยฉิงตะโกนจากนั้นกดเด็กสาวลงใต้น้ำจากนั้นทั้งสองก็ผุดขึ้นอีกฟาก ไม่ได้โดนไม้ท่อนนั้นฟาดเข้า

“พี่สะใภ้ ท่านยายเล่า?! ท่านยาย! ท่านยาย!”

หญิงสาวไม่ได้ตอบ ไม่ได้คิดสักนิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับตน กระทั่ง... “จิงจิง! ฉิงเอ๋อร์!”

ท่อนไม้ท่อนหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามา ท่านยายคนหนึ่งเกาะมันเอาไว้ “ท่านยาย!! ท่านยายข้าอยู่นี่!! พี่สะใภ้ช่วยท่านยายด้วย!”

เซี่ยฉิงขมวดคิ้วทว่าก็พยายามเล็งไม้ท่อนนั้น “เกาะเอาไว้!” หญิงสาวตะโกนจากนั้นโยนเด็กสาวเข้าไปหาท่านยาย มืออีกข้างคว้าท่อนไม้แน่น

ทั้งสาม...เกาะท่อนไม้และไหลไปตามกระแสน้ำซึ่งพัดพาไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด ผู้คนกรีดร้อง เสียงร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว เสียงก่นด่า เสียงร้องเรียกหากันและกันเซ็งแซ่

ขณะที่คิดว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ไม้อีกท่อนกลับพุ่งเข้ามากระแทกไม้ที่ทั้งสามเกาะอยู่ เซี่ยฉิงมือหนึ่งคว้าท่านยาย อีกมือคว้าเด็กสาว จากนั้นก็ดำลงไปในน้ำอีกครั้ง พยายามตะกายออกมาให้ห่าง กระทั่งกระแสน้ำหมุนวนนำพาร่างให้กระจัดกระจาย

หญิงสาวโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำและพบว่าตัวเองอยู่ห่างจากฝั่งไม่ไกล... เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง เสียงของท่านยายที่ตะโกนเรียกเด็กสาว

ในหัวของหญิงสาวมีเสียงดังก้อง ‘...อาฉิง!!! ช่วยด้วย!!’

ครั้งหนึ่งเพื่อนสนิทก็เคยจมน้ำเช่นนี้ ตอนนั้นเพราะห่วงว่าภารกิจจะไม่ลุล่วง หญิงสาวจึงไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที ต่อมากลับมาก็พบว่าเพื่อนจมน้ำไปแล้ว...

แม้สนิทกันแต่ไม่เคยรู้ว่าเพื่อนรักว่ายน้ำไม่เป็น จนถึงวันนี้เสียงของเพื่อนรักก็ยังคงชัดเจน ความรู้สึกผิดเองก็เช่นกัน

ใครว่านักฆ่าไร้หัวใจ ไม่ใช่เลย...

เซี่ยฉิงหมุนตัวว่ายน้ำกลับเข้าไป ดึงท่านยายและเด็กสาว พาทั้งสองว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง จากนั้น...ความเหน็ดเหนื่อยก็ทำให้สติแทบหม่นมัว ลมหายใจหอบหนัก กับเสียงกรีดร้องร่ำไห้ด้วยความสิ้นหวังของผู้คน มองดูท้องฟ้าที่เป็นสีคราม หญิงสาวได้แต่ตั้งคำถามมากมาย

โลกมนุษย์ที่ไม่เคยเห็นท้องฟ้าสีคราม มวลน้ำมหาศาลที่อยู่ๆ ก็โผล่มา ทั้งที่แม่น้ำที่หญิงสาวตกลงไปนั้นไม่เคยมีกระแสน้ำเชี่ยว

ท่อนไม้ที่ลอยมากับน้ำ ทั้งที่โลกมนุษย์ไม่เคยมีต้นไม้งอกงามมามากกว่าร้อยปีแล้ว!!!

“ฉิงเอ๋อร์...เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”

“พี่สะใภ้”

นานมากกว่าที่หญิงสาวจะตระหนักว่าคนทั้งสองพูดอยู่กับตน เมื่อลุกขึ้นก็ขมวดคิ้วมองชุดที่สวม “นี่มัน...” ยิ่งเห็นชุดที่ท่านยายกับเด็กสาวสวมตอนนี้ ความงุนงงก็ยิ่งถาโถม “บ้าเอ้ย!!”

ท่านยายกับเด็กสาวสะดุ้งเพราะเสียงสบถ เซี่ยฉิงไม่ได้สนใจกลับลุกขึ้นยืน ก้มลงมองตัวเอง มองมือที่นุ่มนิ่มไร้รอยด้าน จับใบหน้าที่นวลเนียน ผิวขาวนุ่ม เรือนกายผอมบางอรชร กับ...ร่างกายที่ไม่ใช่ของตนแน่นอน!!!

ขณะที่กำลังครุ่นคิดความทรงจำของใครบางคนก็แล่นปราดเข้ามาในหัว

...เซี่ยฉิง คุณหนูจวนคหบดีตระกูลเซี่ย

สตรีที่เพิ่งแต่งงานโดยมีสัญญาแลกเปลี่ยนเพื่อผลประโยชน์ของนางกับ...สามี!!!

เมื่อหันไปมองคนทั้งสองที่เพิ่งถูกช่วยชีวิต เซี่ยฉิงรู้สึกได้ถึงของเหลวที่ไหลออกมาจากจมูก ความทรงจำของเจ้าของร่าง ภาพใบหน้าของคนมากมาย น้ำเสียงและเรื่องราวที่หลั่งไหลเข้ามาในห้วงความคิด

หลังจากนั้น...ทุกอย่างก็มืดดับ พร้อมๆ กันนั้นหญิงสาวก็พลันนึกถึงนิยายที่เคยอ่าน การเกิดใหม่ในร่างของคนที่ไม่รู้จัก

การยืมร่างคืนวิญญาณ ข้ามภพชาติย้อนอดีต “อา...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.8

    เยียนหลันเฟิง... อายุสิบสองสอบผ่านองครักษ์อวี่หยางส่วนพระองค์ ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองขั้นสี่ เป็นองครักษ์ที่ฝีมือเก่งกาจที่สุดอายุสิบสี่เข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ได้เป็นเจี้ยหยวน[1]ที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น อายุสิบห้าได้เป็นฮุ่ยหยวน[2]ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มอายุน้อยและอนาคตไกล เหตุใดจึงเปลี่ยนจากฝ่ายบู๊เป็นฝ่ายบุ๋น กระทั่งในวันที่เขาสอบได้ที่หนึ่งและได้เป็นจ้วงหยวนในวัยเพียงยี่สิบ ฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำแหน่งปราชญ์หลวงแห่งแผ่นดิน มีรับสั่งให้สร้างสำนักศึกษาหลวงหย่งจง ทั้งยังให้เยียนหลันเฟิงเป็นผู้ดูแล คัดเลือก รวมไปถึงพิจารณาการรับอาจารย์เข้าสอน และบัณฑิตที่เข้าเรียนผู้คนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเยียนหลันเฟิง ทว่าตระกูลเสิ่นรู้ดีที่สุด!!ปีนั้น...อวี้กั๋วกงสิ้นใจ เดิมทีเยียนหลันเฟิงสมควรสืบทอดบรรดาศักดิ์แทนบิดา ทว่าอยู่ๆ เขากลับหายหน้าหายตาไปไม่ปรากฏตัว ฮองเฮาเกรงว่าในตระกูลเยียนจะวุ่นวายจนไม่อาจควบคุม รับสั่งให้เยียนหนานเฟิ่ง ทายาทคนที่สองของอวี้กั๋วกงขึ้นรับตำแหน่งอวี้กั๋วกงทันทีหลังจากเยียนหนานเฟิ่งรับสืบทอดตำแหน่งแล้ว จึงมีผู้ที่พบเห็นเยียนหลันเฟิง อีกทั้งยังพบว่าเขาย้ายออ

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.7

    “ไกลขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ขอรับ”หญิงสาวยิ้มที่มุมปากจากนั้นจูงม้าเดินต่อไปเงียบๆเมื่อกลับมาถึงถนนสายหลัก การนำทางเปลี่ยนเป็นคนที่รู้ทางมากกว่า หญิงสาวหันไปมองบุรุษสองคนที่ดูสุขุมที่สุด นายกับคนติดตาม...“แม่นางเซี่ย”“พี่สะใภ้ของข้าแต่งงานแล้ว” เสียนจิงกล่าวเสียงเบา “พวกท่านต้องเรียกนางว่าเสียนฮูหยินจึงจะถูก”เซี่ยฉิงเลิกคิ้วก้มลงมองเสียนจิง ทว่านางก็ไม่ได้พูดอะไร แม้ยังมีท่าทีไม่ยอมรับ หรือไม่เต็มใจที่จะยอมรับ ทว่าการที่นางตามไปช่วยเสียนจิงกลับมา ก็ทำให้เด็กสาวสับสนและพยายามยอมรับตัวนาง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีอคติต่อกันมาโดยตลอดอันที่จริงก็เข้าใจได้ เพราะเซี่ยฉิงเองก็ไม่เคยดีต่อใครเลย นอกจากตัวเองก็ดูเหมือนหญิงสาวไม่เคยรักและไว้ใจผู้ใดเช่นกัน“เสียนฮูหยิน ข้าน้อยแซ่หยวน เป็นผู้คุ้มกันของคุณชาย”“ข้าแซ่ลู่ ท่านเรียกข้าว่าคุณชายลู่ก็ได้” บุรุษหนุ่มที่มีใบหน้างดงามแย้มยิ้ม “ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านอย่างเป็นทางการ หากไม่ได้ท่านเกรงว่าคงตามคนที่ถูกจับไปไม่ได้ง่ายๆ ได้ยินว่าท่านมีความสามารถในการแกะรอย ขอบคุณเสียนฮูหยินจริงๆ”นางมองออกว่ากำลังถูกหยั่งเชิง “ข้าทำเพื่อช่วยน้องสาวของข้า ไม่ต้องขอบค

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.6

    เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองนาง มือทั้งสองข้างถูกมัด น้ำตาไหลนองเต็มใบหน้าเปียกชุ่มมอมแมม “บาดเจ็บหรือไม่”เสียนจิงโผเข้ากอดนาง “พี่สะใภ้ ฮือ...ข้ากลัว”เซี่ยฉิงถึงกับล้มหงายลงไปนั่งบนพื้น สองมือลูบปลอบโยนเด็กสาว “ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัย กลับไปหาท่านยายกันเถิด นางเป็นห่วงแย่แล้ว”ตอนปลอบสายตาก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกลักพาตัวมาด้วย นางขมวดคิ้ว... กลุ่มโจรคงนึกว่าเขาเป็นสตรี บุรุษอะไรมองเผินๆ งดงามราวอิสตรีไม่ผิด!!!ผมยาวสยายยุ่งเหยิง เรือนกายสูงใหญ่ทว่าผอมราวกับคนป่วย ใบหน้าขาวซีด คิ้วเข้มเรียวยาวจรดหางตา ริมฝีปากบางรูปกระจับ จมูกโด่งคมสัน หากบอกว่าเขาเป็นสตรีปลอมตัวเป็นบุรุษก็ต้องมีคนเชื่อ ทว่านางมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นบุรุษ ชายมีฝีมือที่บอกว่านายถูกจับมา แท้ที่จริงก็คือคนคุ้มกันของชายหนุ่มผู้นี้เพราะต้องแข่งกับเวลาจึงไม่มีเวลาพัก ช่วยคนได้ก็ต้องรีบเผ่น ทั้งหมดเดินลงเขาพยายามเงียบเสียงและเร่งฝีเท้าตลอดการหลบหนีหญิงสาวรับรู้ถึงสายตาของคนสองคน นายกับผู้ติดตามซึ่งอาจจะมีฐานะไม่ธรรมดา เซี่ยฉิงไม่สนใจสายตาสงสัยนั้น เพราะพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า เสียงกระซิบของคนทั้งสองแน่นอนนาง

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.5

    เซี่ยฉิง...ลุกขึ้นยืนจากนั้นมองไปยังโจรที่ถูกสังหารซึ่งนอนอยู่ไม่ไกล นางลงมือถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย เจ้าหน้าที่มือปราบมองนางด้วยสายตาตกตะลึง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าจะไปพาจิงจิงกลับมา”ทุกคนเลิกคิ้วมองนางราวกับนางเพิ่งกล่าวถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “รอยเท้าม้ายังใหม่แกะรอยได้ไม่ยาก ใช้ม้าย่อมหมายถึงมีทางเข้า อยู่บนเขาพาคนไปด้วยย่อมช้า หากตามไปตอนนี้คงทัน หากรอช้าอยู่ที่นี่รอจนพวกมันพาคนถึงรังโจรก็ยากแล้ว” พูดจบก็มองเห็นมีดสั้น นางเก็บอาวุธของโจรแล้วมองไปรอบๆ “ขอยืมรถม้าเปลี่ยนชุดได้หรือไม่” นางหันไปถามนายอำเภอ“แม่นาง...เจ้าเป็นสตรี ถ้าอย่างไร...”“ใต้เท้าข้าจะไปกับนาง เมื่อครู่ข้าเห็นนางสู้กับโจรสองคน ฟาดทีเดียว....” เขาชี้ไปยังโจรที่ถูกหญิงสาวโจมตี ล้วนเป็นจุดตายทั้งสิ้น แถมโจรสองคนนั้นนอนแน่นิ่งจนถึงตอนนี้ “เราขอเพียงอาวุธและม้า นายของข้าถูกจับไปเช่นกัน”เซี่ยฉิงเปลี่ยนชุดและเงี่ยหูฟังด้านนอก“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะให้คนของข้าไปด้วยสองคน แต่จะเสี่ยงเกินไปไม่ได้ ที่นี่ยังมีคนแก่และเด็กกับสตรี ข้าช่วยทุกคนไม่ได้”“ข้าเข้าใจขอรับ พวกท่านเดินทางได้เลยไม่ต้องรอ ข้ารู้เส้นทาง ช่วยคนแล้วจะตามไปทันแ

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.4

    ท่านยายเสียนมองตามสายตาของหญิงสาว “มีอะไรหรือ”นางสบตากับท่านยายเสียน “หากม้าตื่นแล้วพวกท่านยังอยู่บนนั้นจะอันตรายเกินไป”ท่านยายเสียนดูแล้วแม้ชราแต่นางไม่ได้โง่ เมื่อมองไปรอบๆ ถนนที่ถูกป่าสนโอบล้อมนี้กลับเงียบงันเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง “จิงจิงพวกเราลงเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยเถิด”เซี่ยฉิงจูงม้าแหวกคนเดินเท้าออกมาข้างทาง ทุกคนไม่ได้สงสัยเพราะหากอยากพักก็จะมีคนแยกออกมาริมถนนเพิ่งผูกม้ากับต้นไม้เสียงบางอย่างก็แหวกอากาศเข้ามา โชคดีที่ท่านยายกับเสียนจิงลงจากรถม้าแล้ว เพราะเจ้าม้าตื่นตกใจยกสองข้าหน้าขึ้นส่งเสียงร้องดังลั่นเสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นจากเบื้องหน้า หญิงสาวคว้าห่อผ้าของตน ของท่านยาย จากนั้นพาทั้งสองหลบจากม้าเทียมเกวียนนั่งลงที่ใต้พุ่มไม้หนา มองกลุ่มโจรที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่มือปราบเสียงฝีเท้าสับสน ผู้คนวิ่งวุ่นแตกตื่น บ้างล้ม บ้างเหยียบกันเอง บ้างถูกธนูของโจรที่ยิงมาแบบสุ่มๆ หญิงสาวกดศีรษะของเสียนจิงลง ท่านยายเองก็กอดเด็กสาวแน่น “พี่สะใภ้ พวกเรา...ไม่หนีหรือ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองชาวบ้านที่วิ่งเข้าไปในป่า“รอก่อน” หญิงสาวมองความวุ่นวายตรงหน้า “ไปตอนนี้ไม่ได้ท่านยายอาจถูกช

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.3

    รัชศกอี๋หลงปีที่สิบสามเขื่อนซานสือแตก น้ำท่วมเมืองต้าเฉิงจนจมใต้บาดาล ผู้คนล้มตาย สูญหาย พืชพรรณขาดแคลนทำให้ประชาชนอดอยากนอกจากนั้นยังเริ่มเกิดโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วม ทางการสั่งอพยพ สั่งตรวจสอบ แยกผู้คนที่ติดโรคระบาด จากนั้นจึงปิดเมืองต้าเฉิงห้ามผู้ใดเข้าออกทางเดินที่มีผู้คนมากมายกำลังอพยพ เซี่ยซีจูงม้าเทียมเกวียนซึ่งมีหลังคาโค้งไว้หลบแดดหลบฝน มองผู้คนมากมายที่เดินเท้า นางดึงม้าให้หยุดเมื่อท่านยายเสียนส่งเสียงเรียกเมื่อสิบวันก่อนเซี่ยซีตกลงไปในแม่น้ำขณะทำภารกิจ พริบตาเดียวก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่ทั้งชื่อและแซ่เดียวกัน ที่สำคัญสตรีนางนี้ยังแต่งงานแล้ว ตอนนี้สามีของอีกฝ่ายรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กำลังเข้าร่วมการสอบขุนนางเบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้มีเพียงเซี่ยฉิงและสามีเท่านั้นที่รู้ความจริง ข้อตกลงการแต่งงานคือ...เขาแต่งกับนางเพื่อให้นางรักษาสินเดิมของมารดา จากนั้นพานางออกมาจากตระกูลเซี่ยต่อมาหลังบิดาของหญิงสาวสิ้นใจเขาออกเดินทางไปเข้าสอบ นางรั้งอยู่ดูแลท่านยายและน้องสาวของอีกฝ่ายตระกูลเซี่ยกำลังจะล่มสลาย การค้าขาดทุนเหล่าญาติแตกแยกไม่สามัคคี นายท่านเซี่ยมีบุตรสาวคน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status