Share

บทที่ 1.4

last update Last Updated: 2026-03-11 08:44:32

ท่านยายเสียนมองตามสายตาของหญิงสาว “มีอะไรหรือ”

นางสบตากับท่านยายเสียน “หากม้าตื่นแล้วพวกท่านยังอยู่บนนั้นจะอันตรายเกินไป”

ท่านยายเสียนดูแล้วแม้ชราแต่นางไม่ได้โง่ เมื่อมองไปรอบๆ ถนนที่ถูกป่าสนโอบล้อมนี้กลับเงียบงันเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง “จิงจิงพวกเราลงเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยเถิด”

เซี่ยฉิงจูงม้าแหวกคนเดินเท้าออกมาข้างทาง ทุกคนไม่ได้สงสัยเพราะหากอยากพักก็จะมีคนแยกออกมาริมถนน

เพิ่งผูกม้ากับต้นไม้เสียงบางอย่างก็แหวกอากาศเข้ามา โชคดีที่ท่านยายกับเสียนจิงลงจากรถม้าแล้ว เพราะเจ้าม้าตื่นตกใจยกสองข้าหน้าขึ้นส่งเสียงร้องดังลั่น

เสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นจากเบื้องหน้า หญิงสาวคว้าห่อผ้าของตน ของท่านยาย จากนั้นพาทั้งสองหลบจากม้าเทียมเกวียนนั่งลงที่ใต้พุ่มไม้หนา มองกลุ่มโจรที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่มือปราบ

เสียงฝีเท้าสับสน ผู้คนวิ่งวุ่นแตกตื่น บ้างล้ม บ้างเหยียบกันเอง บ้างถูกธนูของโจรที่ยิงมาแบบสุ่มๆ หญิงสาวกดศีรษะของเสียนจิงลง ท่านยายเองก็กอดเด็กสาวแน่น “พี่สะใภ้ พวกเรา...ไม่หนีหรือ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองชาวบ้านที่วิ่งเข้าไปในป่า

“รอก่อน” หญิงสาวมองความวุ่นวายตรงหน้า “ไปตอนนี้ไม่ได้ท่านยายอาจถูกชนล้ม ในป่าไม่รู้ว่ามีโจรดักซุ่มหรือไม่ อยู่ตรงนี้หลบให้ดีมีเจ้าหน้าที่อยู่”

วุ่นวายขนาดนี้หากเป็นนางคงแอบหลบไปตั้งแต่เห็นสิ่งผิดปกติแล้ว ทว่าตอนนี้นางมีคนสองคนให้ดูแล อีกทั้งยังเป็นเด็กกับคนแก่ เซี่ยฉิงสบถกับตัวเองเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็นับไม่ถ้วน นางจะไม่อยู่ที่นี่ก็ได้ หลบเร้นเมื่อไหร่ก็เป็นอิสระเมื่อนั้น ทว่า...ที่นี่คือที่ไหน จะอยู่ต่ออย่างไร เป้าหมายเล่า

คนที่เคยมีเป้าหมายในการใช้ชีวิตชัดเจนด้วยการเป็นนักฆ่า อยู่ๆ ลืมตาก็กลายเป็นหญิงสาวแปลกหน้าที่ไม่รู้จัก แม้นางจะเป็นถึงหนึ่งในสิบนักฆ่าที่ร้ายกาจที่สุด แต่นางก็ยังต้องการเวลาและการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่

ความรับผิดชอบต่อสองชีวิตข้างกาย จึงเป็นเป้าหมายใหม่ที่อยู่ๆ นางก็แบกรับแบบงงๆ

เซี่ยฉิงมองไปรอบๆ คว้าท่อนไม้มาได้ท่อนหนึ่ง หญิงสาวสองคนถูกกลุ่มโจรลากออกไป นางดันเสียนจิงเข้าไปในอ้อมกอดท่านยายเสียน “อยู่ตรงนี้ หมอบให้ต่ำ อย่าขยับ อย่าไปไหน”

จากนั้นร่างปราดเปรียวก็พุ่งเข้าไป ใช้ท่อนไม้ฟาดแขนของโจรผู้นั้น ช่วยหญิงสาวสองคนกลับมาได้ ทว่าเสียงกรีดร้องด้านหลัง ทำให้เผลอสบถอีกรอบ อยู่ๆ ม้าก็วิ่งผ่านหน้า คว้าคอเสื้อของเสียนจิงขึ้นพาดหลังม้า

เสียงหัวเราะหยาบโลนทำให้หญิงสาวโกรธจัด ทว่าท่านยายเสียนที่ตกใจล้มหงาย “จิงจิง! หลานยาย! ช่วยด้วย! ช่วยหลานสาวของข้าด้วย! ใต้เท้ามือปราบ!! ใต้เท้า!”

โจรที่ขี่ม้าอีกคนหัวเราะเงื้อไม้ขึ้นฟาดลงไปที่ท่านยายเสียน เซี่ยฉิงขว้างไม้ในมือออกไปสกัด หญิงสาวกระโดดขึ้นถีบโจรผู้นั้นล้มลง ทว่า...ร่างกายนี้ที่ไม่อำนวยนักก็ล้มคว่ำเช่นกัน ผิวนุ่มแดงเป็นรอย เจ็บจนเกือบลุกไม่ขึ้น

นางสบถคำหยาบออกมากี่ครั้งแล้ววันนี้...

หญิงสาวมองทิศทางที่โจรผู้นั้นพาเสียนจิงไป เจ้าหน้าที่มือปราบหลายคนถูกสังหาร ความวุ่นวายเริ่มลดลงเพราะผู้คนแตกตื่นหลบหนีจากขบวนเดินทาง ท่านยายเสียนร่ำไห้จนหมดสติ

ไม่นานขบวนเดินทางก็หลงเหลือคนไม่ถึงครึ่ง...

“เรียนนายอำเภอ ดูเหมือนโจรกลุ่มนี้มีจุดประสงค์ที่ตัวคน พวกมันลักพาตัวสตรีและคนที่ดูมีฐานะเท่านั้น ทรัพย์สินส่วนหนึ่งถูกขโมยแต่ไม่มาก ที่หายไปคือคนขอรับ”

นายอำเภอมองขึ้นไปบนเขา “ได้ยินมาว่าบนเขามีโจรกลุ่มหนึ่งซุ่มลักพาตัวคนไปเพื่อเรียกค่าไถ่ ส่วนสตรีก็พาไปเพื่อบังคับให้แต่งงานและมีบุตร หลังจากนั้นจึงจะถูกขายเข้าหอนางโลม...”

เสียงร่ำไห้ดังขึ้นด้วยความสิ้นหวัง เด็กสาวในขบวนเดินทางล้วนถูกลักพาตัวไป อยู่ๆ หญิงสาวก็นึกถึงดวงตาอ้อนวอนด้วยความหวาดกลัวของเสียนจิง ท่านยายเสียนรู้สึกตัวก็ร่ำไห้ด้วยหัวใจที่แตกสลาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.8

    เยียนหลันเฟิง... อายุสิบสองสอบผ่านองครักษ์อวี่หยางส่วนพระองค์ ฮ่องเต้พระราชทานป้ายทองขั้นสี่ เป็นองครักษ์ที่ฝีมือเก่งกาจที่สุดอายุสิบสี่เข้าร่วมการสอบเคอจวี่ ได้เป็นเจี้ยหยวน[1]ที่อายุน้อยที่สุดของแคว้น อายุสิบห้าได้เป็นฮุ่ยหยวน[2]ไม่มีใครรู้ว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มอายุน้อยและอนาคตไกล เหตุใดจึงเปลี่ยนจากฝ่ายบู๊เป็นฝ่ายบุ๋น กระทั่งในวันที่เขาสอบได้ที่หนึ่งและได้เป็นจ้วงหยวนในวัยเพียงยี่สิบ ฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำแหน่งปราชญ์หลวงแห่งแผ่นดิน มีรับสั่งให้สร้างสำนักศึกษาหลวงหย่งจง ทั้งยังให้เยียนหลันเฟิงเป็นผู้ดูแล คัดเลือก รวมไปถึงพิจารณาการรับอาจารย์เข้าสอน และบัณฑิตที่เข้าเรียนผู้คนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเยียนหลันเฟิง ทว่าตระกูลเสิ่นรู้ดีที่สุด!!ปีนั้น...อวี้กั๋วกงสิ้นใจ เดิมทีเยียนหลันเฟิงสมควรสืบทอดบรรดาศักดิ์แทนบิดา ทว่าอยู่ๆ เขากลับหายหน้าหายตาไปไม่ปรากฏตัว ฮองเฮาเกรงว่าในตระกูลเยียนจะวุ่นวายจนไม่อาจควบคุม รับสั่งให้เยียนหนานเฟิ่ง ทายาทคนที่สองของอวี้กั๋วกงขึ้นรับตำแหน่งอวี้กั๋วกงทันทีหลังจากเยียนหนานเฟิ่งรับสืบทอดตำแหน่งแล้ว จึงมีผู้ที่พบเห็นเยียนหลันเฟิง อีกทั้งยังพบว่าเขาย้ายออ

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.7

    “ไกลขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ขอรับ”หญิงสาวยิ้มที่มุมปากจากนั้นจูงม้าเดินต่อไปเงียบๆเมื่อกลับมาถึงถนนสายหลัก การนำทางเปลี่ยนเป็นคนที่รู้ทางมากกว่า หญิงสาวหันไปมองบุรุษสองคนที่ดูสุขุมที่สุด นายกับคนติดตาม...“แม่นางเซี่ย”“พี่สะใภ้ของข้าแต่งงานแล้ว” เสียนจิงกล่าวเสียงเบา “พวกท่านต้องเรียกนางว่าเสียนฮูหยินจึงจะถูก”เซี่ยฉิงเลิกคิ้วก้มลงมองเสียนจิง ทว่านางก็ไม่ได้พูดอะไร แม้ยังมีท่าทีไม่ยอมรับ หรือไม่เต็มใจที่จะยอมรับ ทว่าการที่นางตามไปช่วยเสียนจิงกลับมา ก็ทำให้เด็กสาวสับสนและพยายามยอมรับตัวนาง ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีอคติต่อกันมาโดยตลอดอันที่จริงก็เข้าใจได้ เพราะเซี่ยฉิงเองก็ไม่เคยดีต่อใครเลย นอกจากตัวเองก็ดูเหมือนหญิงสาวไม่เคยรักและไว้ใจผู้ใดเช่นกัน“เสียนฮูหยิน ข้าน้อยแซ่หยวน เป็นผู้คุ้มกันของคุณชาย”“ข้าแซ่ลู่ ท่านเรียกข้าว่าคุณชายลู่ก็ได้” บุรุษหนุ่มที่มีใบหน้างดงามแย้มยิ้ม “ข้ายังไม่ได้ขอบคุณท่านอย่างเป็นทางการ หากไม่ได้ท่านเกรงว่าคงตามคนที่ถูกจับไปไม่ได้ง่ายๆ ได้ยินว่าท่านมีความสามารถในการแกะรอย ขอบคุณเสียนฮูหยินจริงๆ”นางมองออกว่ากำลังถูกหยั่งเชิง “ข้าทำเพื่อช่วยน้องสาวของข้า ไม่ต้องขอบค

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.6

    เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองนาง มือทั้งสองข้างถูกมัด น้ำตาไหลนองเต็มใบหน้าเปียกชุ่มมอมแมม “บาดเจ็บหรือไม่”เสียนจิงโผเข้ากอดนาง “พี่สะใภ้ ฮือ...ข้ากลัว”เซี่ยฉิงถึงกับล้มหงายลงไปนั่งบนพื้น สองมือลูบปลอบโยนเด็กสาว “ไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้เจ้าปลอดภัย กลับไปหาท่านยายกันเถิด นางเป็นห่วงแย่แล้ว”ตอนปลอบสายตาก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ถูกลักพาตัวมาด้วย นางขมวดคิ้ว... กลุ่มโจรคงนึกว่าเขาเป็นสตรี บุรุษอะไรมองเผินๆ งดงามราวอิสตรีไม่ผิด!!!ผมยาวสยายยุ่งเหยิง เรือนกายสูงใหญ่ทว่าผอมราวกับคนป่วย ใบหน้าขาวซีด คิ้วเข้มเรียวยาวจรดหางตา ริมฝีปากบางรูปกระจับ จมูกโด่งคมสัน หากบอกว่าเขาเป็นสตรีปลอมตัวเป็นบุรุษก็ต้องมีคนเชื่อ ทว่านางมองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาเป็นบุรุษ ชายมีฝีมือที่บอกว่านายถูกจับมา แท้ที่จริงก็คือคนคุ้มกันของชายหนุ่มผู้นี้เพราะต้องแข่งกับเวลาจึงไม่มีเวลาพัก ช่วยคนได้ก็ต้องรีบเผ่น ทั้งหมดเดินลงเขาพยายามเงียบเสียงและเร่งฝีเท้าตลอดการหลบหนีหญิงสาวรับรู้ถึงสายตาของคนสองคน นายกับผู้ติดตามซึ่งอาจจะมีฐานะไม่ธรรมดา เซี่ยฉิงไม่สนใจสายตาสงสัยนั้น เพราะพวกเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า เสียงกระซิบของคนทั้งสองแน่นอนนาง

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.5

    เซี่ยฉิง...ลุกขึ้นยืนจากนั้นมองไปยังโจรที่ถูกสังหารซึ่งนอนอยู่ไม่ไกล นางลงมือถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย เจ้าหน้าที่มือปราบมองนางด้วยสายตาตกตะลึง“เจ้าจะทำอะไร”“ข้าจะไปพาจิงจิงกลับมา”ทุกคนเลิกคิ้วมองนางราวกับนางเพิ่งกล่าวถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ “รอยเท้าม้ายังใหม่แกะรอยได้ไม่ยาก ใช้ม้าย่อมหมายถึงมีทางเข้า อยู่บนเขาพาคนไปด้วยย่อมช้า หากตามไปตอนนี้คงทัน หากรอช้าอยู่ที่นี่รอจนพวกมันพาคนถึงรังโจรก็ยากแล้ว” พูดจบก็มองเห็นมีดสั้น นางเก็บอาวุธของโจรแล้วมองไปรอบๆ “ขอยืมรถม้าเปลี่ยนชุดได้หรือไม่” นางหันไปถามนายอำเภอ“แม่นาง...เจ้าเป็นสตรี ถ้าอย่างไร...”“ใต้เท้าข้าจะไปกับนาง เมื่อครู่ข้าเห็นนางสู้กับโจรสองคน ฟาดทีเดียว....” เขาชี้ไปยังโจรที่ถูกหญิงสาวโจมตี ล้วนเป็นจุดตายทั้งสิ้น แถมโจรสองคนนั้นนอนแน่นิ่งจนถึงตอนนี้ “เราขอเพียงอาวุธและม้า นายของข้าถูกจับไปเช่นกัน”เซี่ยฉิงเปลี่ยนชุดและเงี่ยหูฟังด้านนอก“เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะให้คนของข้าไปด้วยสองคน แต่จะเสี่ยงเกินไปไม่ได้ ที่นี่ยังมีคนแก่และเด็กกับสตรี ข้าช่วยทุกคนไม่ได้”“ข้าเข้าใจขอรับ พวกท่านเดินทางได้เลยไม่ต้องรอ ข้ารู้เส้นทาง ช่วยคนแล้วจะตามไปทันแ

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.4

    ท่านยายเสียนมองตามสายตาของหญิงสาว “มีอะไรหรือ”นางสบตากับท่านยายเสียน “หากม้าตื่นแล้วพวกท่านยังอยู่บนนั้นจะอันตรายเกินไป”ท่านยายเสียนดูแล้วแม้ชราแต่นางไม่ได้โง่ เมื่อมองไปรอบๆ ถนนที่ถูกป่าสนโอบล้อมนี้กลับเงียบงันเกินไปไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง “จิงจิงพวกเราลงเดินยืดเส้นยืดสายหน่อยเถิด”เซี่ยฉิงจูงม้าแหวกคนเดินเท้าออกมาข้างทาง ทุกคนไม่ได้สงสัยเพราะหากอยากพักก็จะมีคนแยกออกมาริมถนนเพิ่งผูกม้ากับต้นไม้เสียงบางอย่างก็แหวกอากาศเข้ามา โชคดีที่ท่านยายกับเสียนจิงลงจากรถม้าแล้ว เพราะเจ้าม้าตื่นตกใจยกสองข้าหน้าขึ้นส่งเสียงร้องดังลั่นเสียงกรีดร้องของผู้คนดังขึ้นจากเบื้องหน้า หญิงสาวคว้าห่อผ้าของตน ของท่านยาย จากนั้นพาทั้งสองหลบจากม้าเทียมเกวียนนั่งลงที่ใต้พุ่มไม้หนา มองกลุ่มโจรที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่มือปราบเสียงฝีเท้าสับสน ผู้คนวิ่งวุ่นแตกตื่น บ้างล้ม บ้างเหยียบกันเอง บ้างถูกธนูของโจรที่ยิงมาแบบสุ่มๆ หญิงสาวกดศีรษะของเสียนจิงลง ท่านยายเองก็กอดเด็กสาวแน่น “พี่สะใภ้ พวกเรา...ไม่หนีหรือ” เด็กสาวถามพร้อมกับมองชาวบ้านที่วิ่งเข้าไปในป่า“รอก่อน” หญิงสาวมองความวุ่นวายตรงหน้า “ไปตอนนี้ไม่ได้ท่านยายอาจถูกช

  • สตรีที่รอหนังสือหย่าเช่นข้า ไม่จำเป็นต้องงอนง้อบุรุษ!!   บทที่ 1.3

    รัชศกอี๋หลงปีที่สิบสามเขื่อนซานสือแตก น้ำท่วมเมืองต้าเฉิงจนจมใต้บาดาล ผู้คนล้มตาย สูญหาย พืชพรรณขาดแคลนทำให้ประชาชนอดอยากนอกจากนั้นยังเริ่มเกิดโรคระบาดในพื้นที่น้ำท่วม ทางการสั่งอพยพ สั่งตรวจสอบ แยกผู้คนที่ติดโรคระบาด จากนั้นจึงปิดเมืองต้าเฉิงห้ามผู้ใดเข้าออกทางเดินที่มีผู้คนมากมายกำลังอพยพ เซี่ยซีจูงม้าเทียมเกวียนซึ่งมีหลังคาโค้งไว้หลบแดดหลบฝน มองผู้คนมากมายที่เดินเท้า นางดึงม้าให้หยุดเมื่อท่านยายเสียนส่งเสียงเรียกเมื่อสิบวันก่อนเซี่ยซีตกลงไปในแม่น้ำขณะทำภารกิจ พริบตาเดียวก็พบว่าตัวเองเข้ามาอยู่ในร่างของสตรีที่ทั้งชื่อและแซ่เดียวกัน ที่สำคัญสตรีนางนี้ยังแต่งงานแล้ว ตอนนี้สามีของอีกฝ่ายรั้งอยู่ที่เมืองหลวง กำลังเข้าร่วมการสอบขุนนางเบื้องหลังการแต่งงานครั้งนี้มีเพียงเซี่ยฉิงและสามีเท่านั้นที่รู้ความจริง ข้อตกลงการแต่งงานคือ...เขาแต่งกับนางเพื่อให้นางรักษาสินเดิมของมารดา จากนั้นพานางออกมาจากตระกูลเซี่ยต่อมาหลังบิดาของหญิงสาวสิ้นใจเขาออกเดินทางไปเข้าสอบ นางรั้งอยู่ดูแลท่านยายและน้องสาวของอีกฝ่ายตระกูลเซี่ยกำลังจะล่มสลาย การค้าขาดทุนเหล่าญาติแตกแยกไม่สามัคคี นายท่านเซี่ยมีบุตรสาวคน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status