LOGINยามเช้าวันนี้เสิ่นอวี้หลันไม่ได้ออกมาส่งเขาเช่นทุกวัน เขามองหานางด้วยความเคยชินกระทั่งมีบ่าวคนหนึ่งมารายงาน
“ท่านโหว ฮูหยินล้มป่วยขอรับ ฮูหยินอันให้ข้าน้อยมาตามท่านไปดูอาการขอรับ”
สีหน้ายามแรกที่ได้ยินข่าวดูเหมือนจะตกใจอยู่บ้าง ทว่าเวลาต่อมาก็สีหน้าก็ราบเรียบเย็นชาเช่นเดิม
“ป่วยหรือ ไยป่วยได้”
“เมื่อคืนไม่รู้ด้วยเหตุใดจู่ ๆ ฮูหยินก็นอนหลับอยู่ที่หิมะกองหนึ่ง ยังถูกทับถมด้วยหิมะที่ตกลงมาจนมองไม่เห็นกว่าจะหาตัวฮูหยินเจอร่างกายก็เย็นเฉียบแล้วขอรับ”
มู่หยางมองกองหิมะ หัวใจกระตุกโดยไม่เข้าใจตัวเอง ทว่าสีหน้าของเขากลับเฉยชาทั้งเอ่ยว่า
“นางป่วยไยต้องมาบอกข้า ไปตามท่านหมอมาดูอาการเสียสิ”
“ตามแล้วขอรับ”
“ตามแล้วก็หมดเรื่อง เจ้าไปเถิด”
“คือว่า ท่านหมอมาแล้วแต่ฮูหยินกลับเพ้อหาท่านไม่หยุดขอรับ ท่านหมอบอกว่าหากต้องการให้ฮูหยินฟื้นก็ขอให้ท่านช่วยไปดูฮูหยินเสียหน่อย ท่านหมอบอกว่ากำลังใจจากสามีสำคัญที่สุดจะช่วยให้คนป่วยฟื้นขึ้นได้โดยเร็ว”
เขาหยุดชั่วครู่ คิดในใจว่า นางไม่เคยเป็นภรรยาของข้า ทว่าคำที่เอ่ยออกไปก็คือ
“นางเพ้อเรียกหาข้าหรือ”
“ขอรับตั้งแต่เมื่อคืน เพ้อหาท่านไม่หยุดเอาแต่เรียกชื่อท่านขอรับ เมื่อคืนนี้ไม่มีผู้ใดกล้าไปเรียกท่านขอรับจึงรอกระทั่งฟ้าสางเสียก่อน”
เขาถอนหายใจยาว
“อืม ให้ท่านหมอดูแลให้ใกล้ชิดเถิด ข้าไปก็ไม่อาจช่วยสิ่งใดได้ ข้ายังมีงานต้องทำ”
ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากจวนฮูหยินใหญ่อันผู้เป็นมารดาได้เร่งมาขวางทางเขาไว้
“ท่านโหวไยจึงได้ใจดำกับนางเช่นนี้อย่างไรนางก็เป็นภรรยาเอกของเจ้าที่ฝ่าบาทพระราชทาน ไปดูนางเสียหน่อยเถิด นางเอาแต่เพ้อหาเจ้าทั้งคืน กระทั่งยามนี้ก็เรียกหาเพียงแต่เจ้า”
เขากำมือแน่น
“ท่านแม่หากลูกไปดูแลนางยามนี้เกรงว่าหากนางฟื้นจะยิ่งตัดใจลำบาก ท่านแม่ลูกได้รับปากกับหลี่ซินชาตินี้จะมีเพียงหลี่ซินในดวงใจ เรื่องที่เสิ่นอวี้หลันเข้ามาสอดแทรกเป็นเรื่องสุดวิสัย ลูกไม่ได้รักนางจะให้ความหวังนางได้อย่างไรขอรับ”
“ลูกแม่เจ้าไยใจดำกับสตรีนางหนึ่งซึ่งรักเจ้าเพียงคนเดียวเช่นนี้ได้ลงคอ”
“นางเป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง ชอบเอาชนะที่นางตามตื๊อลูกเช่นนี้เพราะนิสัยนี้ของนาง หากนางสมหวังเกรงว่าจะยิ่งทำให้นางหยิ่งทระนงในชีวิตนี้อยากได้สิ่งใดล้วนทำทุกวิธีที่จะได้มา ต่อไปนางจะยิ่งร้ายกาจไม่อาจห้ามปรามได้นะขอรับ”
มารดาของเขากลับเอ่ยว่า
“ลูกแม่ ไม่ว่าสตรีใดก็ล้วนหวงแหนสามี ไม่ว่าสตรีใดก็ล้วนต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้สามียอมรับและรักใคร่ การที่นางทำเช่นนี้มิใช่การเอาแต่ใจและมิใช่เพื่อเอาชนะ แต่เพราะว่านางรักลูกนางจึงยอมเปลี่ยนตัวเองเพื่อลูกเพียงนี้ มู่หยางหนอมู่หยางสักวันหนึ่งหากเจ้าเสียนางไปก็อย่ามาคร่ำครวญร่ำไห้กับแม่ก็แล้วกัน แม่ไม่เคยมีลูกใจจืดใจดำเพียงนี้”
“ท่านแม่ ข้า...ไม่อาจรับนางได้ขอรับ”
“เพราะอะไรเล่า”
“ท่านแม่ท่านเสิ่นอวี้หลันกับข้าไม่เหมาะกันเลยแม้แต่น้อย อุปนิสัยของนางกับข้าไม่อาจเข้ากันได้ขอรับ”
“แล้วเจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าหลี่ซินจะอยู่เคียงข้างเจ้าได้”
“ท่านแม่ขอรับ”
“พอเถิด แม่ไม่อยากถกเถียงกับเจ้าแล้ว เรื่องเสิ่นอวี้หลันแม่จะไม่สอดมือเข้ามายุ่งอีกต่อไป”
ฮูหยินอันเดินจากไปแล้วทั้งยังเดินไปยังทิศทางของเรือนเสิ่นอวี้หลัน คงไปดูแลลูกสะใภ้คนโปรด
ความจริงมู่หยางก็ประหลาดใจไม่น้อย ที่ท่านแม่ของเขาชอบเสิ่นอวี้หลันเพียงนี้ทั้ง ๆ ที่ท่านแม่ก็เคยพบกับหลี่ซินแต่ท่านแม่กลับไม่แสดงออกว่าชื่นชอบหลี่ซินที่สุภาพและอ่อนหวานเท่าใด ยังค่อนข้างจะเฉยชาเสียด้วยซ้ำ
ทว่าในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าตนเองไม่ยินยอมรับเสิ่นอวี้หลันเป็นภรรยาเด็ดขาด เขาก็ไม่อาจทำให้นางมีความหวังได้
ตอนนี้เป็นโอกาสที่เขาจะทำให้นางตัดใจได้แล้ว หวังว่าเสิ่นอวี้หลันเมื่อฟื้นขึ้นมาจะยอมลงนามในหนังสือหย่าให้เขาแต่โดยดี
สองขาของเขาก้าวออกจากจวน บ่าวนำม้ามาให้เขาตรวจดูความเรียบร้อย
เขาหันมามองในจวนอีกครั้งก่อนจะเหยียบโกรนขึ้นม้าแล้วห้อตะบึงออกไปทิ้งคนที่ป่วยปางตายเอาไว้เบื้องหลังโดยไม่ไยดี
กว่าเสิ่นอวี้หลันจะฟื้นจากอาการไข้ก็ใช้เวลานับเดือน และคนที่คอยดูแลนางไม่ห่างก็คือแม่สามีของนางนั่นเอง
ในขณะที่คนที่นางอยากจะพบเจอเขาที่สุดเขากลับไม่เคยโผล่หน้ามาให้นางเห็นแม้แต่ครั้งเดียว
เสิ่นอวี้หลันเจ็บหัวใจทว่าการป่วยครานี้ได้เห็นน้ำใจที่แท้จริงของเขาแล้วจึงทำให้ความรู้สึกของเสิ่นอวี้หลันที่มีต่อมู่หยางเริ่มเปลี่ยนไป
กระทั่งถึงวันที่ทำให้นางเจ็บปวดแสนสาหัส นั่นก็คือวันที่มู่หยางรับหลี่ซินเข้ามาเป็นภรรยารองและเชิดชูหลี่ซินอย่างออกหน้าออกตา
การรับภรรยารองมิได้มีการไหว้ฟ้าดินอย่างถูกต้องเหมือนภรรยาเอก แต่มู่หยางกลับจัดพิธีใหญ่โตให้หลี่ซินและพวกเขาก็ร่วมหอกันมาถึงสามวันสามคืนแล้วโดยที่สาวใช้บอกว่ามู่หยางแทบจะไม่ออกมาจากห้องหอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ข้าอยากไปดูพวกเขา”
เสิ่นอวี้หลันบอกกับถิงถิงให้ช่วยประคองนาง เดิมถิงถิงไม่ต้องการให้คุณหนูเจ็บปวด ทว่าก็รู้จักนิสัยของคุณหนูเป็นอย่างดีว่าถ้าคุณหนูจะดูก็ต้องดูให้ได้
“คุณหนูไม่เป็นไรแน่หรือเจ้าคะ ที่จะเห็นพวกเขาพลอดรักกัน”
“เป็นสิ”
“เป็นแล้วไยอยากไปอีกเล่าเจ้าคะ”
“ข้าก็แค่อยากรู้ว่าข้ายังสามารถเจ็บปวดมากกว่านี้หรือไม่ เดิมทีข้ายอมรับเองว่าให้ท่านโหวรับหลี่ซินมาเป็นภรรยารอง ยามนั้นเรื่องยังไม่เกิดยังคิดว่าตนเองรับไหว ทว่ายามนี้แปลกหรือไม่ที่ข้ากลับอยากหยิบดาบแล้วลุยเข้าไปบั่นคอคนทั้งสองให้หายแค้น”
“แล้วท่านยังอยากจะไปดูจริง ๆ หรือเจ้าคะ”
“อืม ข้ายังอยากไปดูจริง ๆ ไปดูให้เห็นกับตา”
ถิงถิงหยิบเสื้อคลุมกันลมมาสวมให้เสิ่นอวี้หลัน ตั้งแต่วันนั้นที่นางนอนอยู่ท่ามกลางหิมะโดยที่บ่าวรับใช้หาไม่พบก็ทำให้เสิ่นอวี้หลันร่างกายอ่อนแอลงไปมาก
เสิ่นอวี้หลันจับมือถิงถิงมาจนถึงเรือนหอของหลี่ซิน พบว่าหลี่ซินกับมู่หยางกำลังยืนกอดตระกองกันชื่นชมหิมะตกอย่างมีความสุขกันอยู่หน้าเรือน
เสิ่นอวี้หลันถึงกับเข่าทรุดจนถิงถิงต้องประคองเอาไว้
“คุณหนูกลับเรือนเถิดเจ้าค่ะ อย่าดูอีกเลย”
เสิ่นอวี้หลันเอ่ยเบา ๆ
“ข้าแต่งงานกับเขามาเกือบจะครึ่งปี เขาไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องตัวข้า อีกทั้งในวันแรกที่เข้าหอเขากลับเสนอให้ข้าลงนามในหนังสือหย่า เขาบอกไม่เคยรักข้า ข้าไม่เคยเชื่อ เขาบอกว่าความพยายามของข้าจะไม่เป็นผล ข้าก็ไม่เคยเชื่อ ทว่าบัดนี้ถิงถิงข้าเห็นแล้ว ข้าเชื่อแล้ว แต่ไยข้าจึงยังรักเขา ยังเจ็บปวดเพียงนี้เล่า”
“โถคุณหนู คุณหนูของบ่าว คุณหนูเจ้าขาหากเจ็บปวดเพียงนี้ก็อย่าทนเลยเจ้าค่ะ”
หลังจากที่มู่หยางหายดี ก็ถึงเวลาที่เขาต้องพาภรรยากลับจิ้งโหยว เสิ่นอวี้หลันจึงกลับจวนไปกล่าวลาบิดามารดาหลังได้รับคำอวยพรนางจึงจากลามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม การเดินทางไปจิ้งโหยวครานี้ล้วนดียิ่งนักเพราะสามีนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกันกับนางไม่ห่างจากกายของนางเลยแม้แต่น้อยเมื่อไปถึงจิ้งโหยว จางเฟิ่นก็มารายงานว่าหลี่ซินกินยาพิษฆ่าตัวตายไปได้หลายวันแล้ว หลังจากที่นางได้ข่าวว่าพี่ชายของนางได้ตายไปในตอนเกิดเหตุการณ์แย่งชิงตัวประกันในครานั้นเสิ่นอวี้หลันคิดถึงความฝันของตนเอง ในฝันยามนั้นหลี่ซินใช้มีดแทงท่านโหวเพราะบอกว่าพี่ชายของนางตายด้วยเงื้อมมือของท่านโหวตอนนี้ความฝันของนางก็เป็นจริงเรื่องหนึ่งคือพี่ชายของนางถูกท่านโหวสังหารและตายไปแล้วจริง ๆเพราะกลับไปเมืองหลวงนาน เมื่อกลับมาท่านโหวจึงมีงานค่อนข้างมาก ยามนี้เขาไปที่ชายแดนเพื่อสะสางปัญหาโจรร้ายเสิ่นอวี้หลันอยู่กับแม่สามีและถิงถิงอย่างมีความสุข มู่หยางไม่ได้โกหกนางเรื่องที่เขาเปลี่ยนจวนสกุลมู่ที่จิ้งโหยวให้กลายเป็นสวนดอกไห่ถังไปแล้วดอกไห่ถังนานาชนิดจึงถูกปลูกเอาไว้ที่นี่ ทั้งเขายังปลูกดอกไม้ต้นไม้ที่ทนความหนาวหลายชนิดไว้จนเต็มจวนตื่นเช้าม
นายกองคนนั้นที่ห้ามเสิ่นอวี้หลันไม่ให้ไปพบมู่หยางโหวจึงอาสานำทางด้วยตนเองหวังทำความดีลบล้างความผิด เขาจึงรีบวิ่งตามเสิ่นอวี้หลันและนำทางสตรีนางนั้นอย่างนอบน้อมฝ่าบาทเองไม่ได้มาที่ค่ายทหารนอกวังหลวงนานแล้ว ค่ายแห่งนี้เป็นกองกำลังที่ตั้งเอาไว้คอยปกป้องวังหลวงเป็นด่านสุดท้ายเพื่อไม่ให้ศัตรูรุกรานเข้ามาพระองค์ทรงเดินดูรอบ ๆ ค่าย ยังให้เหล่านายกองเข้าเฝ้าใกล้ชิดร่วมดื่มสุราด้วยกันโดยไม่ถือพระองค์แม้แต่น้อยเพียงแต่สีหน้าของฝ่าบาทอ่อนเพลียยิ่งนัก เมื่อคืนทรงงานหนักทั้งคืนหลานสาวตัวดีก็คอยนั่งเฝ้าเช้ามาวันนี้พระองค์ไม่ได้ออกว่าราชการ เสิ่นอวี้หลันกลับกล้าหาญลากพระองค์มาที่นี่เพื่อพบคนเห็นแก่ความชอบของมู่หยางโหวที่ครานี้จับตัวการใหญ่สายลับซึ่งเป็นหัวหน้าและมีตำแหน่งเป็นถึงองค์ชายแห่งแคว้นเหลียนได้สำเร็จ พระองค์จึงทรงอยากมาเยี่ยมเขาด้วยตนเองประตูห้องพักของมู่หยางถูกเปิดออก ก่อนที่เขาจะได้รับคำสั่งให้ไปกินที่ดินศักดินาที่จิ้งโหยวเขาเคยคุมค่ายแห่งนี้มาก่อนถึงอำนาจจะเปลี่ยนมือแล้วทว่าทุกคนในค่ายทหารก็เคารพเขาประดุจเขาคือผู้ปกครองค่ายเช่นเดิมนางถลาเข้าไปภายในนายกองผู้นั้นก็สั่งให้ทหารที่คอย
เกือบสิบวันต่อมามู่หยางโหวก็ยังไม่กลับจวน เขาส่งข่าวให้นางเพียงแต่ว่าสบายดีทว่าเสิ่นอวี้หลันก็ยังร้อนรนยิ่งนัก และในที่สุดนางก็รู้แล้วว่ามู่หยางอยู่ที่ใด ที่แท้เป็นซู่หยวนที่หลุดปากเอ่ยออกไปยามมาเยี่ยมนางมู่หยางได้รับบาดเจ็บสาหัสที่แผ่นหลัง ไม่อยากให้นางกังวลจึงแอบรักษาตัวในค่ายทหารนอกเมืองหลวง หวังให้แผลทุเลาก่อนค่อยจะกลับมาหานางเสิ่นอวี้หลันเดือดดาลนักที่ทุกคนปกปิดข่าวเรื่องเขาได้รับบาดเจ็บไม่ให้นางรู้หลายวันมานี้นางได้แต่นอนกระสับกระส่ายเพราะเป็นห่วงเขาจนเกือบจะกรีดร้องออกมาคล้ายคนบ้าและแล้ววันนี้หลังรู้ว่าสามีของนางอยู่ที่ใดนางจึงไม่ทนแล้ว“ถิงถิงข้าจะไปค่ายทหารนอกเมือง”ถิงถิงสั่งให้คนขับรถม้าของจวนพาเสิ่นอวี้หลันออกไป ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธคำขอของเสิ่นอวี้หลันได้พวกเขาจึงพานางออกจากจวนพร้อมด้วยหน่วยอารักขานับร้อยที่ล้อมหน้าล้อมหลังขบวนของนางยิ่งใหญ่กว่าขบวนเสด็จของท่านอ๋องผู้หนึ่งเสียอีกเสิ่นอวี้หลันไปถึงค่ายทหารที่มู่หยางโหวพักรักษาตัวในเวลาเย็นย่ำทว่านางไม่อาจเข้าไปได้เพราะค่ายทหารแห่งนี้ไม่อนุญาตให้สตรีคนใดเข้าไป“แม้แต่ฮองเฮาก็ไม่อาจเข้าไปได้หากไม่มีคำสั่งจากฝ่าบาทขอ
ช่วงสายของวันสตรีร่างเล็กก็ไม่ยอมตื่น เขาปลุกนางเพราะห่วงกลัวนางจะหิว ช่วยปรนนิบัติให้นางล้างหน้าบ้วนปากด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงเสิ่นอวี้หลันถูกสามีกอดประคองป้อนข้าวป้อนน้ำราวกับเด็กทารก เขาป้อนเสร็จก็จุมพิตนางหนึ่งครั้ง ป้อนน้ำเสร็จก็จูบนางอีกหลายที กินเสร็จแล้วนางก็นอน แทบไม่ขยับร่างกายด้วยความรู้สึกปวดเอวเจ็บสะโพกเมื่อคืนท่านโหวเห็นว่านางยินยอม เขาเองก็ติดใจยิ่งนักจึงได้ทำกับนางอีกหลายหนตอนทำครั้งแรกเจ็บยิ่ง ตอนหลังชักจะรู้สึกดีและสนุกคาดไม่ถึงว่าผลลัพธ์ในวันนี้จะทำให้นางรู้สึกปวดร้าวเหมือนจะมีไข้นางยังแสบช่วงระหว่างขา นั่นเพราะความใหญ่โตของเขาที่นางฝืนรับเข้ามาจึงทำให้คล้ายจะมีอาการป่วยท่านหมอซู่หยวนถูกเรียกเข้าจวน ทว่าเมื่อเสิ่นอวี้หลันรู้ว่าเป็นผู้ใดมารักษานาง มู่หยางก็ถูกนางปาหมอนใส่หน้าทันใดเขาปิดประตูแล้วอุ้มหมอนออกไปนอกห้อง เอ่ยอย่างร้อนรน“พี่ซู่ หลันเอ๋อร์ไม่ยอมให้ท่านตรวจร่างกาย ข้าไม่เข้าใจแค่ตรวจภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ตรวจภายในสักหน่อย”ซู่หยวนหัวเราะ มองใบหน้าที่ถูกภรรยาข่วนของเขาแล้วเอ่ยว่า“ท่านโหว นางอายเพียงนั้นจะยอมให้ข้าตรวจได้อย่างไร ทว่าข้าจัดยานี่ไว้ให้นางแ
เขาไม่รอช้าตวัดผ้าห่มออกจากร่างบางทันใด เสิ่นอวี้หลันตั้งหลักไม่ทันทว่าถูกเขาทาบทับลงมาแล้ว“คนดีของข้า เจ้าช่างงดงามไปทั้งร่างกาย”น้ำเสียงของท่านโหวแหบพร่าบ่งบอกอารมณ์ที่ปะทุจนไม่อาจข่มไว้ได้อีกต่อไป เขาประทับจุมพิตบดเบียดริมฝีปากหอมกรุ่น ครานี้ลิ้นดุดันรุกรานแยกริมฝีปากบางออกจากกัน ลิ้นอุ่นลื่นฉกฉวยดูดดึงลิ้นอ่อนหวานของนางอย่างดูดดื่มหยอกเย้ายามนี้แสงสว่างกำลังเล็ดลอดเข้ามา แม้จะมองเห็นนางไม่ได้เต็มที่ทว่านางก็ทำให้เขาร้อนรุ่มยิ่งนักเสิ่นอวี้หลันยกมือปิดใบหน้าตนเอง อับอายแทบมุดแผ่นดินหนีเขาแสดงความห่วงใย“ข้าจะตามเจ้าแล้ว ถอดเป็นเพื่อนเจ้า ไม่ต้องกลัวข้าย่อมรักษาสัญญา”การรักษาสัญญานี้ดียิ่งนักสำหรับเขา แต่ทำให้ร่างกายของนางยิ่งกลายเป็นสีชมพูเข้มอับอายจนพูดไม่ออกผู้ใดต้องการคำสัญญาถอดเสื้อผ้าของท่านกันเล่า!หลังจากนางเห็นร่างกายอันงดงามของสามีก็ต้องตกตะลึง รูปร่างของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามงดงามได้สัดส่วน ทั้งยังสูงโปร่งหล่อเหลาจนไม่อาจละสายตานางตกใจดวงตาเบิกค้างเมื่อไต่สายตาลงมาเรื่อย ๆ จนพบเห็นสินค้าชิ้นใหญ่ที่กำลังถูไถอยู่ตรงหน้าขาของนาง“ทะ ท่านโหว ขะ แข็งยิ่ง”“อืม ข้าดีใจท
วันนี้เสิ่นอวี้หลันอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง นางตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของมู่หยาง เอ่ยทักทายเขาบนเตียงเป็นครั้งแรกในชีวิต“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ท่านโหว”“หลันเอ๋อร์อรุณสวัสดิ์”นางฟังเสียงนุ่มทุ้มของเขาด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ จากนั้นนางก็ทำท่าจะลุกขึ้นอย่างขัดเขิน เมื่อคืนนี้เขาไม่ล่วงเกินนางอันใดนอกจากเฝ้าวนเวียนจุมพิตและนอนกอดเอาไว้แนบอกก่อนหน้านี้อยู่กับเขามาเนิ่นนานนางกลับไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นเพียงนี้ บัดนี้นางสับสนและวุ่นวายหัวใจจนไม่รู้ว่าจะวางมือวางเท้าไว้ที่ใดเมื่อนางลุกขึ้นจู่ ๆ เขาก็คว้าเอวของนางมากอดและทาบทับเอาไว้เขาจูบที่ริมฝีปากของนางแผ่วเบาพร้อมกับอมยิ้ม“อากาศหนาวยิ่งฟ้าเพิ่งสางจะรีบตื่นไปที่ใดหรือ”เสิ่นอวี้หลันไปอยู่กับเขามาเป็นปี แม้นางอยากจะตื่นสายแต่ร่างกายเคยชินที่จะตื่นเช้าไปแล้วดังนั้นทุกวันนางจึงจะตื่นเช้ามารดน้ำพรวนดินดอกไม้ กินอาหารเช้าแล้วค่อยมางีบตอนกลางวัน“ขะข้าจะไปล้างหน้าแล้วไปรดน้ำดอกไห่ถัง”เขากระตุกมือเล็กน้อย พริบตาเดียวก็ล้มลงบนที่นอนและปล่อยให้เขากกกอดทาบทับเสียแล้ว“เรื่องพวกนั้นให้บ่าวทำเถิด”“ขะ ข้า”“น้องหญิงอยู่กับพี่นอนให้สบายเถิด”นางยกมือดันเ
ทั้งหมดนี้ล้วนทำเพื่อบุรุษเพียงคนเดียวนั่นก็คือมู่หยางโหวสามีที่ไม่เคยแตะต้องนางเลยแม้แต่คราเดียวเสิ่นอวี้หลันทำตามคำพูดของตนเอง บัดนี้นางเปลี่ยนตนเองครั้งใหญ่เพื่อให้เขาเห็นนางอยู่ในสายตากระทั่งถิงถิงสาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกันกับนางยังอดที่จะชื่นชมในความรักอันบ้าคลั่งของคุณหนูไม่ได้วันนี้มู่หยาง
หลังจากวันนั้นถิงถิงก็ไปคุกเข่าขอร้องฮูหยินใหญ่เงียบ ๆ เพื่อให้ช่วยสั่งสอนคุณหนูของตน“เจ้าเป็นบ่าวที่ดียิ่งนัก เอาเถิดอย่างไรนางก็เป็นลูกสะใภ้ ข้าเห็นนางยังพอขัดเกลาได้ด้วยเพราะมีใจให้แก่บุตรชายข้าจนยอมทำทุกสิ่ง เรื่องพวกนี้เจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว ข้าจะสั่งสอนนางเอง เจ้ากลับไปดูแลคุณหนูของเจ้าเถิด”ถ
เช้าวันนี้ถิงถิงสาวใช้คนสนิทเข้ามาปลุกเสิ่นอวี้หลันแต่เช้ามืด“คุณหนูวันนี้ต้องไปคารวะแม่สามีนะเจ้าคะ”เสิ่นอวี้หลันนอนหันหลังยังคลุมโปง นางง่วงจนเกินทนกระทั่งถิงถิงเอ่ยว่า“คุณหนูเพิ่งแต่งวันแรกจะใช้นิสัยเดิมไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านบอกจะทำให้ท่านโหวรักท่านมิใช่หรือ ตื่นเถิดเจ้าค่ะมิเช่นนั้นจะแพ้ญาติผู้
มู่หยางโหวแต่งภรรยาเอกจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่จนคนกล่าวถึงทั่วทั้งเมืองหลวง นั่นเป็นเพราะว่าคนที่ช่วยจัดการงานพิธีล้วนเป็นคนจากวังหลวงด้วยกันทั้งสิ้นความโปรดปรานที่ฝ่าบาทและไทเฮามีต่อเสิ่นอวี้หลันมีมากเพียงใดนั้นทุกคนล้วนประจักษ์ด้วยสินเดิมที่ยาวเหยียดเต็มถนนถึงสี่สายทว่าหลังจากผ่านพิธีการแต่งงานแล้ว







