Share

บทที่ 2 ผู้ใดสนกันเล่า

last update Terakhir Diperbarui: 2025-08-29 09:45:29

บทที่ 2

ผู้ใดสนกันเล่า

เจียงหรูลี่พลันได้สติ นางกระแอมไอเล็กน้อยแล้วเอ่ยถึงเรื่องที่เรียกตัวซูเย่หลิงมาที่นี่

"นั่นสินะ ข้าไม่น่ามามัวเสวนากับสตรีหยาบกระด้างเช่นเจ้าเลย เอาล่ะเย่หลิง คืนวันนี้ที่พระราชวังจะจัดงานไหว้พระจันทร์ ตระกูลซูของเราก็ได้รับเทียบเชิญด้วย ทว่าข้าคิดว่าคนที่ไร้มารยาทเช่นเจ้ามิสมควรไปงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ หากเจ้าไปทำกิริยาหยาบช้าล่วงเกินผู้สูงศักดิ์เข้า เกรงว่าคนตระกูลซูของเราจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"

เจียงหรูลี่แย้มยิ้มหวานที่ไปไม่ถึงดวงตา นางมองดูปฏิกิริยาที่ผิดหวังของซูเย่หลิงพลันหัวเราะเยาะเย้ยออกมาด้วยความชอบใจ อย่าคิดเลยว่านางจะพาไปเปิดตัวในวงสังคมชนชั้นสูง นางจะกดซูเย่หลิงมิให้กล้าเผยอหน้ามาเทียบเทียมบุตรสาวของนางเป็นอันขาด

"ข้าไม่ได้ไปหรือเจ้าคะ"

"ใช่แล้ว ต้องโทษที่เจ้ามีกิริยาหยาบช้าแข็งกระด้าง บิดาของเจ้าเองก็เห็นด้วยกับข้า หึ!" นางหัวเราะขำสีหน้าที่เศร้าหมองของซูเย่หลิง

"แล้วน้องสาวได้ไปหรือไม่"  ซูเย่หลิงหันมาถามซูจือเหมย

"ข้าเป็นถึงผู้มีอิทธิพลในชนชั้นสูง หากขาดข้าไปงานเลี้ยงย่อมไม่สนุกน่ะสิ"

ทั้งสองอายุห่างกันเพียงครึ่งปี ทำให้ซูจือเหมยไม่ได้ให้ความเคารพต่อซูเย่หลิง ทั้งยังดูแคลนนางที่ไร้มารดาคอยปกป้องอีกด้วย ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นนางก็จะกลายเป็นน้องสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูของซูเย่หลิง

"ข้าเข้าใจแล้ว"

นางก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มสมใจ ต้องอย่างงี้สิ! งานเลี้ยงอันน่าเบื่อหน่ายที่เคร่งพิธีการ และยังต้องมาแสร้งปั้นสีหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่ใจจริงเกลียดกันจนเข้ากระดูกดำ ไหนจะพูดจาหวานหูที่ซ่อนความหมายลึกล้ำหลอกด่านั่นอีกเล่า นางไม่ชอบเลยสักนิดเดียว ผู้ใดอยากไปก็ไปเถิดแต่นางขอไปเที่ยวเล่นในเมืองจะดีกว่า

"ดี! เจ้าเข้าใจเช่นนี้ก็ดีแล้ว เอาล่ะเจ้าจะไปทำอะไรก็ไปเถิด" เจียงหรูลี่เอ่ยปากไล่ทันที

"เจ้าค่ะแม่รอง" 

ซูเย่หลิงแสร้งทำสีหน้าเศร้าสร้อยเพื่อให้สองแม่ลูกตายใจ เมื่อพ้นสายตาของสองแม่ลูก นางก็รีบเร่งฝีเท้ากลับไปที่เรือนของตนเพื่อเตรียมตัวในค่ำคืนนี้

คล้อยหลังที่ซูเย่หลิงเดินจากไปไกลแล้ว เจียงหรูลี่ก็หันมาพูดคุยถึงเรื่องสำคัญกับบุตรสาว 

"เหมยเอ๋อร์ เจ้าได้พูดคุยกับคุณชายหยางบ้างหรือไม่ แล้วเขามีท่าทีอย่างไรกับเจ้าบ้าง รีบเล่าให้แม่ฟังอย่างละเอียดเลยนะ"

"ท่านแม่เจ้าคะ ข้าแค่สนทนากับคุณชายหยางแค่ครั้งสองครั้งเองนะเจ้าคะ ข้าไม่รู้หรอกเจ้าค่ะว่าเขามีท่าทีอย่างไรกับข้าบ้าง" 

ดวงหน้าหวานแย้มยิ้มด้วยความเขินอาย เมื่อนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาที่มีรอยยิ้มละมุนของ 'หยางต้าเจิง' บุตรชายเพียงคนเดียวของท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้าย ผู้เป็นคู่หมั้นของพี่สาวตนเองแล้ว ภายในใจของซูจือเหมยนั้นอยากจะเข้าไปนั่งแทนที่ของซูเย่หลิง ตั้งแต่ยังเด็กนางเคยรู้สึกแค้นใจและอิจฉาที่อีกฝ่ายเป็นถึงบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอก นางซึ่งเกิดจากภรรยารองจึงต้องกล้ำกลืนฝืนทนมานานกว่าห้าปี สุดท้ายสวรรค์ก็เห็นใจนางทำให้เวลานี้นางได้กลายเป็นบุตรีที่เกิดจากภรรยาเอกแล้ว

"อย่ามาพูดปดแม่ เจ้าหน้าแดงเช่นนี้ยังกล้าจะปิดบังแม่อีกหรือเหมยเอ๋อร์" เจียงหรูลี่ยิ้มเอ็นดูในความไร้เดียงสาของบุตรสาว

นางเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบุตรสาวจะแย่งวาสนาของซูเย่หลิงได้ หยางต้าเจิงผู้นี้มีอนาคตไกลยิ่งนัก หากเหมยเอ๋อร์ของนางสามารถแต่งเข้าจวนตระกูลหยางได้ ย่อมดีที่สุด อีกทั้งยังสามารถช่วยเกื้อหนุนอำนาจของบุตรชายนางในภายภาคหน้าได้ด้วย

"ไม่มีอะไรมากหรอกเจ้าค่ะ เพียงแค่คุณชายหยางชอบที่ลูกบรรเลงกู่เจิงเมื่อคราวก่อน ที่งานเลี้ยงชมดอกไม้ที่สวนของเสนาบดีเสิ่นเจ้าค่ะ"

"แล้วเขาพูดอะไรอีก"

ใบหน้าที่ยิ้มเขินพลันแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง "เขาถามถึงนังเย่หลิงเจ้าค่ะ เขาอยากจะเจอหน้าว่าที่คู่หมั้นของตนเจ้าค่ะ เพราะนี่เวลาก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้ว สองตระกูลควรจะเกี่ยวดองกันเสียทีตามสัญญาที่ได้ให้ไว้ในวันวาน"

"นังเย่หลิงคือตัวขัดความสุขของเราจริง ๆ ไม่ได้การแล้ว แม่จะต้องทำอะไรสักอย่าง"

"ท่านแม่จะทำอะไรเจ้าคะ"

"ทำให้นางเป็นตัวน่ารังเกียจอย่างไรเล่า เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป อย่างไรเจ้าก็ต้องได้แต่งงานกับคุณชายหยางอย่างแน่นอน แม่ให้สัญญา"

ซูจือเหมยพลันยิ้มกว้าง นางตรงเข้าไปกอดแขนมารดาด้วยความดีใจทันที

"ท่านแม่จะทำลายชื่อเสียงของนางใช่หรือไม่เจ้าคะ"

"ใช่แล้วล่ะ แต่ขอแม่คิดดูก่อนว่าจะจัดการนังเย่หลิงอย่างไรดี"

"อะแฮ่ม! มีเรื่องสนุก ๆ อะไรหรือขอรับ"

'ซูซานเย่' เดินยิ้มเข้ามาหามารดากับพี่สาว เขาคือบุตรชายคนสุดท้องของเจียงหรูลี่ และเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของท่านราชครูซูเย่าฉี ตระกูลซูมีเขาเป็นผู้สืบทอดเพียงคนเดียว

"เรื่องดี ๆ ที่เจ้าน่าจะช่วยพี่ได้"

ซูจือเหมยคิดแผนการได้ทันทีเมื่อเห็นหน้าน้องชาย นางเดินเข้าไปจูงมือน้องชายให้มาร่วมกันวางแผนช่วยกันกำจัดซูเย่หลิง ซูซานเย่ที่อายุห่างจากพี่สาวแค่หนึ่งปีหัวเราะร่า ก่อนจะนึกอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้ เขารู้จักเพื่อนที่มีนิสัยเสเพลหลายคน และหนึ่งในนั้นก็น่าจะช่วยแผนการของพวกเขาได้

"ท่านพี่ไม่ต้องเป็นห่วง ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง ในงานวันเกิดของท่านพ่อที่ใกล้จะมาถึงนี้จะเป็นวันที่พี่หญิงใหญ่จดจำไปจนวันตายเลยขอรับ" มุมปากหยักแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย ผู้ใดที่เป็นศัตรูของพี่สาว เขาย่อมต้องช่วยจัดการให้สิ้นซาก

"ดีมาก หากเจ้าทำสำเร็จพี่จะช่วยเจ้าเกี้ยวคุณหนูกู้หรงหรง"

"ท่านพี่พูดจริงนะขอรับ"

"พี่เคยพูดปดกับเจ้าหรือ กู้หรงหรงผู้นี้เป็นหนึ่งในสหายสนิทขององค์หญิงสี่ บิดานางก็เป็นถึงเสนาบดีกรมยุติธรรมย่อมเหมาะสมกับเจ้าทุกประการ แม้ว่านางจะอายุมากกว่าเจ้าไปหนึ่งปีก็เถอะ"

"พี่หญิงไม่รู้อะไร สตรีที่อายุมากกว่านั้นแพรวพราวยิ่งนัก" ดวงตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่ม

"เจ้านี่เหมือนกับบิดามิมีผิดเลยนะ"

เจียงหรูลี่ที่นั่งฟังอยู่นานอดจะค่อนแคะบุตรชายไม่ได้

"ก็ข้าเป็นลูกของท่านพ่อนี่ขอรับ วันนี้ข้าเหนื่อยมากขอตัวก่อนนะขอรับ"

"อืม...ไปเถอะ"

เจียงหรูลี่โบกมือไล่บุตรชายออกไป ก่อนจะหันกลับมาพูดคุยกับบุตรสาวถึงงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ เวลานี้ก็สายมากแล้ว พวกนางควรไปเตรียมตัวเพื่อไปร่วมงานเลี้ยงในพระราชวังที่จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่หรูหรา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สตรีเช่นข้าขอเกี้ยวรักท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 3 เจ้าก้อนแป้งน้อยสองก้อน

    ตอนพิเศษ 3เจ้าก้อนแป้งน้อยสองก้อนซูเย่หลิงเบ่งท้องคลอดอยู่ไม่นานนัก ราวกับเจ้าก้อนแป้งทั้งสองไม่อยากให้มารดาต้องทรมาน พวกเขาก็ได้คลอดออกมาจากช่องคลอดของมารดา พร้อมเผชิญหน้ากับใต้หล้านี้"อุแว้ ๆ""อุแว้ ๆ"เด็กทารกแฝดชายหญิงแข่งกันร้องเสียงดังลั่นไปทั่วห้องคลอด มารดาผู้ให้กำเนิดปรือตาขึ้นมามองบุตรทั้งสองด้วยดีใจ หยาดน้ำตาแห่งความรักพลันไหลรินลงมาไม่ขาดสาย"ยินดีด้วยเพคะ เป็นท่านชายน้อยและท่านหญิงน้อยเพคะ"ผู้ช่วยหมอหลวงได้อุ้มเด็กทารกทั้งสองมาให้กับซูเย่หลิง เนื้อตัวของพวกเขาแดงเถือก ผิวกายก็ดูยับย่นไม่น่ามองนัก อนึ่งเพราะพวกเขาเพิ่งคลอดออกมาจากครรภ์มารดานั่นเอง"เจ้าก้อนแป้งน้อยของแม่"ซูเย่หลิงจูบลงบนหน้าผากของเด็กทั้งสองด้วยความรัก นางคลี่ยิ้มหวานที่ในที่สุดเจ้าก้อนแป้งก็ได้ออกมาลืมตาดูใต้หล้านี้"ท่านชายน้อยออกมาก่อนเพคะ ตามด้วยท่านหญิงน้อยเพคะ" หมอหลวงหญิงแจ้งแก่นาง"เช่นนั้นก็ให้เจ้าเป็นพี่ชาย ส่วนนางเป็นน้องสาวของเจ้านะ""แอ้ ๆ"ราวกับฟังรู้เรื่อง ทารกทั้งสองที่ร้องไห้พลันเงียบเสียงลง แล้วแย้มยิ้มออกมาจนเห็นเหงือกสีแดงก่ำ"โอ้ ทั้งสองจะต้องทรงฟังพระชายารู้เรื่องแน่เลยเพคะ" ผู

  • สตรีเช่นข้าขอเกี้ยวรักท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 2 รังแกบิดา

    ตอนพิเศษ 2รังแกบิดาการแต่งงานของจ้าวเหว่ยกับซูเย่หลิงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ที่เมืองจินจิง สินสอดที่ส่งมอบให้กับซูเย่หลิงนั้นมีมากมายกว่าที่ให้ซูเย่าฉีมาก ละลานตาจนผู้คนตื่นตกใจกับความร่ำรวยของชินอ๋องถึงแม้ว่างานแต่งงานจะที่แดนเหนือจะอยู่ไกลจากเมืองหลวง แต่ก็มีคนมาร่วมงานมงคลนี้กันอย่างเนืองแน่น เหล่าขุนนางในราชสำนักหากไม่ติดภารกิจสำคัญก็จะไปเยือนยังเมืองจินจิง หรือไม่ก็ส่งของขวัญที่ล้ำค่ามอบให้คู่บ่าวสาวแทน เวลานี้อายุครรภ์ของซูเย่หลิงก็ใกล้จะถึงกำหนดคลอดแล้ว นางจึงขอจัดพิธีแบบเรียบง่ายด้วยกลัวว่าจะเหนื่อยเกินไป ชินอ๋องก็ตามใจยิ่งนักจึงมีแค่พิธียกน้ำชาที่จวนตระกูลหลี่ ทั้งสองได้ตัดสินใจที่จะอยู่ที่จวนตระกูลหลี่ด้วยกัน ผู้อาวุโสก็ยิ่งดีใจนักที่จะได้อยู่ใกล้ ๆ หลานสาวและเหลนของตนการยกน้ำชานั้นญาติฝ่ายเจ้าสาวคือหลี่หยางไห่กับเฉินเหว่ยอิ๋ง ส่วนญาติฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นฮ่องเต้กับไทเฮา ทั้งสองต่างมาร่วมยินดีในงานมงคลครั้งนี้ด้วย โดยฮ่องเต้ได้ถือโอกาสนี้มาเยี่ยมราษฎร์ที่เมืองจินจิง"หนึ่ง คำนับฟ้าดิน""สอง คำนับพ่อแม่""สาม คำนับกันและกัน"หลังจากยกน้ำชาเสร็จ ซูเย่หลิงก็ได้ถูกพาตัวไปยังห้องหอเ

  • สตรีเช่นข้าขอเกี้ยวรักท่านอ๋องไร้ใจ   ตอนพิเศษ 1 เรื่องอันน่าตกใจ

    ตอนพิเศษ 1เรื่องอันน่าตกใจนับจากการรบในครั้งนั้น แคว้นเหลียงก็พยายามจะขอสงบศึกด้วยรู้ดีว่าฝ่ายตนจะต้องปราชัยเป็นแน่ ทว่าชินอ๋องกลับไม่คิดจะมีไมตรีต่อแคว้นที่เจ้าเล่ห์เพทุบาย เขาจึงได้ยกพลเรือนแสนบุกประชิดเมืองหลวงของแคว้นเหลียงทันที โดยมีโม่อวี้หย่ง และแม่ทัพทักษิณร่วมกันออกรบในครั้งนี้ด้วย ด้วยกำลังอันกล้าแกร่ง อาวุธที่ทรงอานุภาพ และพิษที่แสนร้ายกาจของฮูหยินผู้เฒ่าหลี่ เมื่อรวมกันกองทัพของชินอ๋องจึงยิ่งเกรียงไกร จ้าวเหว่ยใช้เวลาร่วมสามเดือนในการยึดครองแคว้นเหลียง ปราบปรามคนชั่วให้สิ้นไปจากแผ่นดิน รวมแคว้นเหลียงเข้าด้วยกันและตัดสินโทษประหารฮ่องเต้ รวมถึงเชื้อพระวงศ์ของแคว้นเหลียง กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาไปอีกหลายเดือน แต่จ้าวเหว่ยได้ปลีกตัวกลับมายังเมืองหลวงก่อน"ว่าอย่างไรนะ เจ้าทำคุณหนูใหญ่ซูท้องเช่นนั้นหรือ"จ้าวเฉิงหลงเพิ่งจะทราบเรื่องทั้งหมด พระองค์ทรงตกพระทัยเป็นอย่างมาก ไทเฮาที่นั่งอยู่ด้านข้างเองก็ตกพระทัยเช่นกัน ก่อนทั้งสองจะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้างด้วยความยินดี พระโอรสผู้นี้ช่างทำอะไรที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ "พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเลยจะให้ฝ่าบาทประทานสมรสพระราชทาน รว

  • สตรีเช่นข้าขอเกี้ยวรักท่านอ๋องไร้ใจ   บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายซูเย่หลิงหยิบจดหมายของจ้าวเหว่ยขึ้นมาอ่านด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรง นับจากที่แยกจากเขานี่ก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว มิรู้ว่าเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง เรื่องการสู้รบกับแคว้นเหลียง รวมถึงเรื่องที่จวนตระกูลจูเป็นกบฏนางก็ได้ทราบแล้ว มือเล็กคลี่จดหมายที่ถูกปิดผนึกออกมาอ่าน'ถึงซูเย่หลิง... สตรีที่เข้ามาก่อกวนหัวใจของข้า เจ้าคงทราบแล้วว่าตระกูลจูคือกบฏ และความจำเป็นที่ข้าเคยบอกกับเจ้าไปก็เพราะเรื่องนี้ ข้าจำต้องเข้าไปพัวพันกับจูถิงถิง เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงแล้วข้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องแต่งงานกับนางอีกต่อไปตัวข้าไม่เคยรักผู้ใดและไม่เคยคิดจะมีคนรักมาก่อน ดั่งคำคนที่เขาพูดกันว่าข้าคือคนที่ไร้หัวใจ ทว่า... เจ้ากลับเข้ามาสั่นคลอนหัวใจของข้าอย่างรุนแรง ข้าบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกของข้าที่มีให้กับเจ้านั้นจะใช่ความรักหรือไม่ เพราะข้าไม่เคยมีคนรักมาก่อนและไม่เคยคิดจะมีด้วยอนึ่งเพราะชีวิตของข้ามันแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา การมีคนรักหรือความรักมันช่างห่างไกลจากตัวข้านัก แต่ตั้งแต่ที่เจ้าได้ก้าวเข้ามา สายตาของข้าก็ไม่เคยมองผู้ใดเลย มันเอาแต่วนเวียนไปที่เจ้าเสมอ เรื่องที่ผ่านมาที่ข้าเคยพูดไม่ดีกับเจ้า

  • สตรีเช่นข้าขอเกี้ยวรักท่านอ๋องไร้ใจ   บทที่ 45 เพลี่ยงพล้ำ

    บทที่ 45เพลี่ยงพล้ำหลังจากการรบพุ่งในครั้งนั้น นี่ก็ผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอยู่หลายครา ทว่ายังไม่มีฝ่ายใดที่พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ ฮุ่ยชิวได้เร่งเดินทางมาสมทบกับกองทัพของชินอ๋อง เขาเร่งวันเร่งคืนเพื่อมารายงานเรื่องของซูเย่หลิง และเพื่อมาช่วยผู้เป็นนายปราบปรามคนแคว้นเหลียง"ท่านฮุ่ยชิวมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ"นายทหารผู้เฝ้าอยู่หน้ากระโจมเอ่ยบอกคนด้านใน เมื่ออยู่ในสนามรบทุกคนจะต้องเรียกว่าท่านแม่ทัพ เพราะตอนนี้หน้าที่ของจ้าวเหว่ยคือท่านแม่ทัพที่จะกำราบศัตรู"เข้ามา"ฮุ่ยชิวเดินเข้าไปในกระโจมหลังจากได้รับคำอนุญาต เขาคุกเข่าลงกับพื้น ทำความเคารพแก่เจ้านายของตน"ว่าอย่างไร นางถึงเมืองจินจิงอย่างปลอดภัยใช่หรือไม่""พ่ะย่ะค่ะ หลังจากจัดการคุณชายซูตามรับสั่ง กระหม่อมก็ได้ลอบติดตามไปถึงเมืองจินจิงอย่างลับ ๆ ทว่า..." ฮุ่ยชิวอึกอักเล็กน้อย จ้าวเหว่ยที่กำลังวางแผนการรบตรงกระบะทรายพลันเงยหน้าขึ้นมามอง คิ้วกระบี่ที่พาดเฉียงอยู่เหนือดวงตาคมกริบเลิกขึ้น"มีอะไร""เอ่อ... คุณหนูใหญ่ซูรับรู้ถึงตัวตนของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ และ และยังฝากคำพูดมาถึงท่านแม่ทัพด้วยพ่ะย่

  • สตรีเช่นข้าขอเกี้ยวรักท่านอ๋องไร้ใจ   บทที่ 44 ปกป้องแว่นแคว้นด้วยชีวิต

    บทที่ 44ปกป้องแว่นแคว้นด้วยชีวิตโทษกบฏของตระกูลจูหนักหนานักเพราะร่วมมือกับต่างแคว้น บ่อนทำลายแคว้นของตัวเอง จ้าวเฉิงหลงจึงมีบัญชาการให้ประหารทุกคนในตระกูลจูเจ็ดชั่วโคตร!จูถิงถิงถูกขังอยู่ในคุกหลวงเพื่อรอวันประหาร นางเอาแต่นั่งร้องไห้เสียใจปานจะขาดใจตายในวาสนาของตน จากคุณหนูผู้สูงศักดิ์ วันหนึ่งต้องตกอับกลายเป็นนักโทษประหาร ทำราวกับนางเป็นแมลงไร้ค่าตัวหนึ่ง งานแต่งงานที่วาดฝันไว้ ตำแหน่งพระชายาเอกของชินอ๋อง พระสวามีที่ทั้งเก่งกาจและรูปงาม ทุกอย่างได้เลือนหายไปในพริบตา ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงฝันตื่นหนึ่งเท่านั้นเอง และนางได้รู้อีกหนึ่งอย่างว่าที่จบจบของตนมาถึงเร็ว ก็เพราะนางได้ร่วมมือกับซูเซานเย่ลอบสังหารซูเย่หลิง ชินอ๋องจึงทรงลงดาบกับครอบครัวของนางอย่างรวดเร็วเช่นนี้!!หลังจากการประหารคนตระกูลจู จ้าวเหว่ยก็ได้จัดทัพเตรียมพร้อมรับศึกหนักกับแคว้นเหลียง โดยจะรบพุ่งที่ชายทุ่งทางฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นชายแดนระหว่างแคว้นจ้าวกับแคว้นเหลียง เขาไม่รู้ว่าการรบครั้งนี้จะกินเวลานานเท่าใด อาจจะหนึ่งเดือน สามเดือน หนึ่งปี หรือเกือบสิบปี แต่ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใด เขาจะต้องพิชิตแคว้นเหล

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status