Home / รักโบราณ / สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด / บทที่ 1 การเปลี่ยนแปลงของคุณหนูเสิ่น

Share

บทที่ 1 การเปลี่ยนแปลงของคุณหนูเสิ่น

last update Last Updated: 2026-01-02 04:58:11

ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางกลับมาเกิดใหม่ในร่างนี้... ผู้ที่เคยรังแกนางและเจ้าของร่างเดิม ก็จงเตรียมตัวรอไว้ให้ดี ชาติใหม่ชีวิตนี้ นางจะสะสางทวงแค้นคืนทีละคนอย่างสาสมแน่นอน

"เสิ่นหลี่รุ่ย! หูหนวกหรือไร! ข้าถามเหตุใดไม่ตอบ เอาแต่พึมพำร่ำไห้อยู่ได้"

จิ้งเจิ้นเหยาตวาดลั่นพร้อมเหวี่ยงแส้หมายจะสั่งสอนสตรี 'ผู้อ่อนแอ' ตรงหน้าอีกหน ทว่าครั้งนี้ร่างบางที่เคยคุกเข่าอย่างสิ้นหวังและก้มหน้าอย่างจำยอมมาโดยตลอด กลับขยับกายรวดเร็วดุจสายลม และในจังหวะที่ปลายแส้จวนจะถึงตัวคน หญิงสาวก็พลิกกายหลบด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะหยัดยืนขึ้นเต็มความสูง แววตาที่เคยหม่นแสง เศร้าระทม แปรเปลี่ยนเป็นโชติช่วงร้อนแรง รอบกายคล้ายมีรังสีที่กดข่ม จนแม้แต่จิ้งเจิ้นเหยาก็เผลอกลั้นลมหายใจ ขยับเท้าผงะถอยหลังหนีไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

"สตรีไร้ค่า! เจ้ากล้าหลบหรือ!" จิ้งเจิ้นเหยาที่ตั้งสติได้ ยกมือขึ้นชี้หน้าด่าทอ ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอบอุ่นอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ บัดนี้บิดเบี้ยวจนดูน่าหวาดกลัวชวนขยะแขยงราวกับเป็นคนระคน

 "ดี! ในเมื่อพูดคุยด้วยเหตุผลไม่รู้เรื่อง ก็อย่าหาว่าข้าไร้เมตตา! ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาให้หมด”

"พูดคุยด้วยเหตุผลหรือ? การใช้กำลังบังคับสตรีที่ไร้ทางสู้ นี่คือการคุยด้วย 'เหตุผล' ของเจ้าหรือ ตลกสิ้นดี!" เยว่จื่อรุ่ยพูดพลางยกมุมปากขึ้นยิ้มเย้ยหยัน

“เสิ่นหลี่รุ่ย! เจ้ากล้าพูดจาดูแคลนข้าหรือ"

เมื่อได้ยินคำของจิ้งเจิ้นเหยา คิ้วเรียวของเยว่จื่อรุ่ยขมวดเข้าหากันแน่น แววตาพลันแข็งกร้าวดุดันด้วยความคับแค้น พี่ชายเจ้าของร่างเดิมฝากฝังน้องสาวเอาไว้กับเขาด้วยความไว้ใจ ทว่าชายตรงหน้าไม่เพียงแต่ไร้คุณธรรม แต่งคุณหนูรองจี้ม่านม่านผู้เป็นอดีตคู่หมั้นของเสิ่นหลี่อี้พี่ชายคนโตเจ้าของร่างเข้ามาพร้อมกับนาง หลังทำพิธีเสร็จยังบังคับให้เสิ่นหลี่รุ่ยยอมรับอีกฝ่ายเป็นภรรยาเท่าเทียมอีกด้วย

“มัวยืนนิ่งทำไม รีบจับตัวนางกดประทับลายนิ้วมือเดี๋ยวนี้”

สิ้นคำสั่งดุดันของจิ้งเจิ้นเหยา บ่าวชายฉกรรจ์สี่คนก็สาวเท้าเข้าหาหญิงสาวในชุดแต่งงานสีแดงสด ที่บัดนี้ขาดรุ่ยจนไม่เหลือเค้าความงามเดิมเมื่อครั้งแรกเดินเข้าประตูจวน

“ฮูหยินอภัยให้พวกเราด้วยขอรับ”

สิ้นคำขออภัย บ่าวชายคนแรกก็โถมจู่โจมเยว่จื่อรุ่ยในทันที ทว่านางกลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวเลยสักนิด ดวงตาหงส์มองกวาดแล้วยกยิ้มเหยียดที่มุมปาก ขยับเท้าเพียงเล็กน้อยก็หลบหมัดของชายฉกรรจ์ตัวโตที่ส่งมาได้สำเร็จ กลับเป็นอีกฝ่ายที่เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นแทน ก่อนที่ร่างเพรียวบางจะหมุนตัวพลิกกายฟาดสันมือเข้าที่ท้ายทอยของบ่าวคนที่สอง ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ล้มลงสิ้นสติไปเพียงการโจมตีเดียว!

"เสิ่นหลี่รุ่ย นะ... นี่เจ้า..." จิ้งเจิ้นเหยาเบิกตาค้าง ตะลึงจนพูดไม่ออก เสิ่นหลี่รุ่ยเป็นเพียงคุณหนูผู้เรียบร้อย อ่อนแอ ชนิดที่แม้แต่มดสักตัวก็ยังไม่กล้าจะลงมือสังหาร เหตุใดในตอนนี้ถึงเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว และลงมือได้อย่างคล่องแคล่ว โหดเหี้ยม เช่นนี้

จิ้งเจิ้นเหยามองภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนของเสิ่นหลี่รุ่ยด้วยความตื่นตกใจ ทว่ายังไม่ทันคิดหาเหตุผลได้ชัดเจนบ่าวชายฉกรรจ์ก็ถูกนางจัดการจนสิ้นสติล้มลงไปนอนกองกับพื้นหมดสิ้นทั้งสี่คน

เยว่จื่อรุ่ยค่อยๆ ช้อนสายตาคม ปรายมองไปยัง 'ชายผู้เป็นสามี' และ 'หญิงผู้เป็นชู้' ที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว พลางฉีกยิ้มหวานหยดที่ชวนให้ผู้มองเห็นเสียวสันหลังวาบ

"จะ... เจ้าจะทำอะไร อย่าเข้ามานะ!" จิ้งเจิ้นเหยาถอยหลังกรู พลางดึงจี้ม่านม่านมาเป็นโล่กำบังเบื้องหน้าด้วยความขี้ขลาด

"เสิ่นหลี่รุ่ย! ญาติผู้พี่ของข้าเป็นผู้คุมการเนรเทศครั้งนี้ หากเจ้ากล้าแตะต้องข้ากับท่านพี่ ข้าจะทำให้การเดินทางไปแดนเนรเทศครั้งนี้ของครอบครัวเจ้า ยากลำบากเสียยิ่งกว่าตายทั้งเป็น!" จี้ม่านม่านตวาดข่มขู่ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครือ ร่างกายสั่นเท่าชัดเจนถึงความหวาดกลัว

เยว่จื่อรุ่ยหยุดเท้าลง  เลื่อนสายตามองไปยังสตรีที่พี่ชายเจ้าของร่างเดิมเคยรักสุดหัวใจทุ่มเทสุดชีวิต แต่สุดท้ายกลับได้รับความทรยศเป็นผลตอบแทน แล้วแค่นหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอ

"พี่ชายผู้นั้น... ช่างตาบอดที่รักและยกย่องสตรีเช่นเจ้า อีกทั้งยังโง่เขลาที่ไว้ใจและเชื่อถือสหายโฉดเช่นเขา"

เท้าเล็กขยับเข้าหาคนทั้งคู่ทีละก้าว บรรยากาศรอบกายกดดัน จนทั้งคู่สัมผัสได้ถึงไอสังหารที่แผ่ออกมา  พากันขยับถอยร่นจนซวนเซ เสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดรูป

"หึ! ก็แค่พวกขี้ขลาดตาขาว ยังกล้าข่มขู่ข้า... ช่างน่าสมเพชจริงๆ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 37 โคลนที่สลัดไม่หลุด

    “พี่เก้ากล่าวเตือนได้ถูกต้อง เรื่องพิธีการแต่งตั้ง หลังอาการบาดเจ็บขององค์หญิงหนิงอันหายดีแล้วข้าย่อมต้องจัดชดเชยให้นางอีกครั้ง แต่เรื่องสถานะน้องสาวบุญธรรมของนางกับข้า ฝ่าบาทได้ทรงรับรองแล้ว เรื่องนี้ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลง” มือที่กำลังยกชาขึ้นจิบของซ่งกู้เว่ยพลันหยุดชะงัก วางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังกังวาน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซ่งกู้หวายด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะแปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซึ่งส่งไม่ถึงดวงตา“ในเมื่อน้องเก้ามีใจห่วงใยรุ่นรุ่ยถึงเพียงนี้ ในฐานะพี่ชายก็ควรมอบสมุนไพรที่ล้ำค่ากว่านี้สักหน่อยหรือไม่" ซ่งกู้เว่ยพูดพลางปลายตามองไปยังสมุนไพรในกล่องไม้เบื้องหน้า "หากเปิ่นหวางจำไม่ผิดในรายการของขวัญพระราชทานที่มอบให้แก่วังหนิงอันของเจ้าในปีนี้ คล้ายจะมีโสมคนโลหิตสามร้อยปี เห็ดหลินจือม่วง และบัวหิมะจากยอดเขาเทียนซานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ”ซ่งกู้หวายหน้ามืดครึ้มลงในฉับพลัน ลำคอตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้แน่น สมบัติเหล่านั้นคือของล้ำค่าที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้ปรุงยาบำรุงร่างกายตนเอง จะให้มอบแก่หญิงไร้ค่าบนเตียงได้อย่างไรกัน ทว่าแม้เขาไม่ยินยอมจะมอบให้

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 36 สถานะที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    "ช่างเป็นวาสนาของหญิงสาวผู้ต่ำต้อยคนนี้นักที่ท่านอ๋องเมตตารับเป็นคนของพระองค์"เมื่อไม่สามารถใช้เหตุผลหลีกเลี่ยง เยว่จื่อรุ่ยจึงทำได้เพียงปะจันหน้ากับอีกฝ่าย ซ่งกู้เว่ยมองท่าทางยินดี แต่สายตาไม่ยินยอมของหญิงสาวแล้วยกยิ้มพอใจ นิ้วยาวจับยึดคางเล็กบังคับให้นางสบสายตาคมที่โน้มลงมาในระยะประชิด หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร องครักษ์หน้าวังก็เข้ามารายงานว่าซ่งกู้หวายมาขอเยี่ยมอาการองค์หญิงหนิงอันผู้เป็นน้องสาว“ทูลท่านอ๋อง ท่านอ๋องสิบเอ็ดซ่งกู้หวาย เสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ ตรัสว่าทรงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บขององค์หญิงหนิงอัน จึงนำสมุนไพรและพาหมอหลวงซูมาขอเยี่ยมอาการพ่ะย่ะค่ะ”ซ่งกู้เว่ยปล่อยมือจากปลายคางของหญิงสาว แววตาที่เคยฉายแววหยอกเย้าเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเแข็งกร้าวดุดัน ทว่าแม้ในใจเขาจะนึกรำคาญและไม่อยากต้อนรับคน แต่ซ่งกู้เว่ยก็ไม่คิดจะปฏิเสธ"มาก็ดี เปิ่นหวางจะได้ทำให้ชัดเจน ว่าเจ้าเป็นคนของใคร" น้ำเสียงทุ้มแหบบอกพลางหันมาสบตาคนบนเตียงด้วยท่าทีที่ของผู้มีชัยเยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่นตั้งแต่ได้ยินว่าซ่งกู้หวายมาเยี่ยมตน นางก็รู้ในทันทีว่างิ้วฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น และเมื่อเห็นว่าตนเองอยู

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 35 คนของเปิ่นหวาง

    เช้าวันต่อมาเยว่จื่อรุ่ยค่อยๆ ลืมตาตื่น ทว่าเพียงแค่ขยับตัวเบาๆ ความเจ็บปวดหนึบที่หัวไหล่ซ้ายก็เข้าโจมตี ทั้งที่แผลหายสนิทแล้ว ดูเหมือนว่ากระบี่เล่มนั้นจะมีบางสิ่งแอบแฝงอยู่ด้วย กึก... เสียงคล้ายพู่กันถูกวางลงดังมาจากห้องข้างๆ เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วเรียวขบคิด ที่นี่เป็นวังส่วนตัวของท่านอ๋องเก้าซ่งกู้เว่ย ซึ่งเป็นถึงผู้สำเร็จราชการ ดังนั้นนอกจากเขาผู้เป็นเจ้าของวังแล้ว ผู้อื่นย่อมไม่กล้าเข้าออกและใช้สอยพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องที่นางพักอาศัยอยู่“ตื่นแล้วหรือ...” เสียงทุ้มแหบพร่าดังแว่วมาจากหลังฉากกั้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงอำนาจกดข่มผู้คนอย่างชัดเจนเยว่จื่อรุ่ยขยับตัวลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว แต่เมื่อตระหนักได้ว่า มีสายตาคมคอยจับจ้อง สังเกตพิรุจของนางอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวจึงต้องแสร้งทำเป็นสตรีที่อ่อนแอ ให้สมกับสถานะคุณหนูสามเสิ่นผู้บอบบาง ที่แค่ถูกลมพัดผ่านก็ล้มป่วย“เมื่อวันก่อนสามีของเจ้า เข้าไปคุกเข่าทูลขอต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ กดดันเปิ่นหวางให้ส่งตัวเจ้ากลับไป" น้ำเสียงเย้ยหยันเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตามองคนผ่านม่านกั้นลม "ช่างเป็นสามีที่รักภรรยาจริงๆ” เยว่จื่อรุ่ยขม

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 34 บททดสอบ

    “ได้รับเมตตาจากท่านอ๋อง นับเป็นวาสนาของหม่อมฉัน จะรู้สึกผิดหวังได้อย่างไรกันเพคะ”“เช่นนั้นหรือ” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยถาม หางตาของเยว่จื่อรุ่ยก็เห็นคมมีดบินเล่มหนึ่งพุ่งตรงมายังตน หญิงสาวขบกรามกำหมัดแน่นอีกครั้ง รู้ดีว่าคมมีดนี้คือบททดสอบจากอีกฝ่าย หากครั้งนี้นางหลบก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองมีวรยุทธ ไม่ต้องคิดถึงเหตุการณ์ในวันหน้า แค่รักษาลมหายใจในวันนี้ก็คงยากจะทำได้ดังนั้นเยว่จื่อรุ่ยจึงจำต้องอดกลั้น กัดฟันแน่น บังคับร่างกายทุกส่วนให้แข็งทื่อ ก่อนจะแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกหวาดกลัวเบิกตากว้างพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น“กรี๊ดดด!”ฉึก! คมมีดเย็นเฉียบพุ่งผ่านนวลแก้มขาวซีดไปเพียงเสี้ยวเส้นด้าย ปรอยผมยาวสลวยขาดร่วงหล่นลงบนฟูกหนา ก่อนที่ปลายมีดจะปักลึกลงบนเนื้อไม้หัวเตียง เยว่จื่อรุ่ยกัดฟันจนขึ้นสันกราม พยายามอย่างยิ่งที่จะเร่งจังหวะการหายใจของตนเอง เพื่อแสร้งแสดงอาการตื่นตระหนก จนลมหายใจสะดุด และในช่วงพริบตาก็ทิ้งตัวลงสิ้นสติบนเตียงนอน ตึ้ง! เสียงร่างเล็กล้มลงบนฟูก กระตุ้นร่างหนาให้ลุกพรวดพุ่งตรงมายังเตียงากว้าง ภาพหญิงสาวที่สิ้นสติ ล้มลงอย่างสิ้นท่าจนบาดแผลบ่นไหล่ซ้ายฉีกขาดอีกหน โลหิตไหลซ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 33 แท้จริงนางคือใคร

    ภายในห้องอันกว้างขวางของวังเจิ้นเวยฝู่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสมุนไพรคละคลุ้ม บนเตียงกว้างบุด้วยนวมผ้าไหมชั้นดีมีราคาปรากฏร่างของหญิงสาวที่ไร้สตินอนอยู่ รอบเตียงมีสาวใช้แปดนางคอยยืนรอรับใช้ ถัดมาไม่ไกลนักมุมห้องข้างที่มีเพียงฉากบังลมกั้นขวาง มีชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีดำปักลายพยัคฆ์ สวมหน้ากากมทิฬ กำลังนั่งตรวจฏีกาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าความเครียดนี้กลับไม่ได้มาจากข้อความในฏีกาแต่เป็น...“ผ่านมา 6 วันแล้ว หากพรุ่งนี้นางยังไม่ฟื้น ข้าจะให้เจ้าและตระกูลเถียนร่วมนอนเป็นเพื่อนนาง” น้ำเสียงเยือกเย็นแหบพร่าเอ่ยบอก ร่างของหมอชราที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพลันตัวสั่นงันงก เหงื่อตก ลมหายใจติดขัด ได้แต่สวดภาวนาขอให้หญิงสาวบนเตียงเร่งฟื้นโดยไว้ขอสวรรค์โปรดเมตตาให้องค์หญิงหนิงอันผู้นี้เร่งฟื้นขึ้นมาในขณะที่ดวงตาคมเลื่อนสายตาทอดมองไปยังหญิงสาวบนเตียงกว้าง ร่างกายของนางบอบบางจนแทบจะกลืนหายไปกับกองผ้าห่มบนเตียงกว้าง ทว่าความกล้ากลับยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว้าภูเขาไท่ซาน ในขณะที่กำลังขบคิดถึงความกล้าหาญไม่กลัวตายของคนเจ็บ ดวงตาคมก็มองเห็นร่างเล็กดิ้นกระสับกระส่ายไปมา“เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงดุดัน ตวาดถามหมอ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 32 ผู้มีพระคุณ

    “แล้วถ้าเปิ่นหวางไม่คืนเล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกโดยไม่แม้แต่จะปรายตาหันมามองคน“ทะ... ทูลท่านอ๋องเก้า ในฐานะสามี กระหม่อมจิ้งเจิ้นเหยาจะดูแลองค์หญิงเองพ่ะย่ะค่ะ”“เปิ่นหวางเคยถามสถานะเจ้าหรือ” น้ำเสียงเยือกเย็นที่เอ่ยออกมาทำให้จิ้งเจิ้นเหยาตัวสั่นเข่าทรุดในทันที ซ่งกู้หวายขบกรามแน่น มั่นใจเก้าในสิบว่าซ่งกู้เว่ยกำลังคิดจะชิงคนจริงๆ “พี่เก้า ข้าเองก็คิดว่าเรื่องการดูแลองค์หญิงสมควรให้บัณฑิตจิ้งเป็นผู้เป็นสามีดูแลจะเหมาะสมกว่านะพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างตอนนี้งานเลี้ยงก็ยกเลิกไปแล้วเชิญท่านกลับไปพักผ่อนเถิด”คำพูดของน้องชายต่างสายเลือดที่พยายามเน้นย้ำถึงสถานะความเป็นสามีของจิ้งเจิ้นเหยา ทำให้อารมณ์ของซ่งกู้เว่ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้หตุผล ก่อนจะตวัดสายตาหันหน้ามามองคนทั้งสอง นัยน์ตาคมกริบภายใต้หน้ากากทมิฬตวัดมองซ่งกู้หวายด้วยแววตาดุดัน จากนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาหยุดที่ร่างอันสั่นเทาบนพื้นของจิ้งเจิ้นเหยา“สามี” ซ่งกู้เว่ยทวนคำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เปิ่นหวางจำได้ว่ายามที่คมกระบี่ของนักฆ่าฟาดฟันลงมาที่นางสามีผู้ประเสริฐเช่นเจ้า กลับทอดทิ้งภรรยาแล้วมุดตัวหดหัวเข้าไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status