Share

บทที่ 3 ทำข้อตกลง

last update Last Updated: 2026-01-26 12:33:45

“ข้ายังพูดไม่จบ...” เยว่จื่อรุ่ยเอ่ยเสียงเย็น หลังจากเก็บตั๋วเงินไว้ในอกเสื้อเรียบร้อยแล้วก็ค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองไปยังคงทั้งสอง

“ข้าต้องการเวลาอีกหกเดือน และในช่วงหกเดือนนี้ ข้ายังต้องการเงินเลี้ยงดูอีกเดือนละหนึ่งร้อยตำลึงทอง”

 “หกเดือน ยังต้องจ่ายเงินเลี้ยงดูให้เจ้าอีกเดือนละหนึ่งร้อยตำลึงทองคำ  เสิ่นหลี่รุ่ยเจ้ามันสตรีโลภมาก” จี้ม่านม่านได้ยินคำของหญิงสาวตรงหน้าก็เบิกตากว้างด้วยความโมโห ชี้หน้าโต้กลับในทันที หากแต่เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาสงสัยของจิ้งเจิ้นเหยาก็รีบปรับท่าทีกลับมาเป็นสตรีอ่อนแอ บอบบาง 

เป็นตายนางก็ต้องคว้าตำแหน่งฮูหยินเท่าเทียมตระกูลจิ้งเอาไว้ให้ได้  เพราะแท้จริงแล้วจี้ม่านม่านเป็นบุตรีที่เกิดจากอนุ แม้ภายนอกผู้คนจะเรียกขานนางว่าคุณหนูรอง แต่ลับสายตาของผู้อื่นนางก็มักถูกจี้หว่านหว่าน พี่สาวคนโตที่เกิดจากฮูหยินใหญ่รังแกและดูแคลนอยู่เสมอ ดังนั้นไม่ว่าครั้งนี้ต้องแลกด้วยอะไร นางก็จะไม่ยอมรับสถานะฮูหยินรอง หรือ อนุเด็ดขาด

“รุ่ยรุ่ย ข้ากับเจ้ารู้จักกันมาหลายปี เจ้าเป็นคนเช่นไรข้าย่อมรู้ดี หากวันนี้เจ้าต้องการเงิน ข้ายินดีจ่ายเพิ่มให้เจ้าเดี๋ยวนี้เลย ขอเพียงเจ้ายอม...”

เยว่จื่อรุ่ยมองท่าทางเสแสร้งของหญิงสาวตรงหน้าแล้วก็อดที่จะเบ้ปากยิ้มเยาะไม่ได้ ยิ่งเห็นดวงตากลมใสของอีกฝ่ายเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ จ้องมองอย่างเว้าวอนไปทางจิ้งเจิ้นเหยา ท้องไส้เของนางก็คล้ายเกิดคลื่นลมตีมวนอยากจะอาเจียนขึ้นมา 

“จี้ม่านม่านเจ้าแสดงให้น้อยหน่อย ข้าเห็นแล้วคลื่นไส้นัก"

"รุ่ยรุ่ย นี่เจ้า..." จี้ม่านม่านพูดยังไม่ทันจบประโยค เยว่จื่อรุ่ยก็ยกมือขึ้นเป็นสัญญาณห้ามแล้วรีบโต้กลับเสียก่อน

"วันนี้ต่อให้เจ้าเพิ่มเงินให้ข้าเป็นหกพันตำลึงทองคำ ข้าก็ยังลงนามให้เจ้าไม่ได้ หรือต่อให้ข้ายินดีลง ท่านพี่ก็คงไม่ยินดีรับ”

“เสิ่นหลี่รุ่ย! นี่เจ้าคิดจะเล่นแง่หรือ!” จิ้งเจิ้นเหยาแผดเสียงขู่ “เจ้าอย่าลืมนะว่าญาติของม่านม่านเป็นผู้คุมการเนรเทศ หากเจ้าไม่ลงนามตอนนี้ ข้าจะให้ม่านม่านส่งจดหมายไป บอกให้คนของนางจัดการบิดาที่แก่ชรากับพี่ชายรองที่บาดเจ็บของเจ้าทันที!”

เยว่จื่อรุ่ยถูกข่มขู่ซึ่งหน้าก็กำหมัดแน่น แม้ในชาติก่อนนางจะมีความสามารถในการต่อสู้ชนิดที่ล้มบุรุษร้อยคนได้ด้วยมือเปล่าเพียงคนเดียว แต่ร่างกายของเสิ่นหลี่รุ่ยผู้นี้อ่อนแอเกินไป  อีกทั้งก่อนหน้านี้ยังถูกจิ้งเจิ้นเหยาทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้แค่ทรงตัวนั่งให้มั่นคงก็รู้สึกว่าใช้กำลังทั้งชีวิตไปแล้ว ดังนั้นจึงทำได้เพียงอดกลั้นยอมปล่อยชายโฉดหญิงชั่วผู้นี้ไปก่อน

“ท่านพี่ ท่านแน่ใจหรือ... ว่าจะให้ข้าลงนามเดี๋ยวนี้”

เยว่จื่อรุ่ยพูดพลางชูหนังสือที่จิ้งเจิ้นเหยาเตรียมไว้ขึ้นมา แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นไหวของเขา

“ข้าแน่ใจ! รีบลงนามเสียให้สิ้นเรื่อง ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน แล้วให้ม่านม่านส่งจดหมายออกไป!” เมื่อจับจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้ จิ้งเจิ้นเหยาก็วางท่าข่มขู่ กดดันเป็นทบทวี

“ได้... ในเมื่อท่านบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้ ข้าก็จะจัดการให้” เยว่จื่อรุ่ยคว้าพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึก ดวงตาของจิ้งเจิ้นเหยาและจี้ม่านม่านเปล่งประกายด้วยความยินดี ในที่สุดสิ่งที่เขาสองคนปรารถนาก็เป็นจริงสักที ทว่าในจังหวะที่พู่กันจรดลงบนกระดาษนางกลับไม่ได้ลงนามเช่นที่ชายหญิงตรงหน้ารั้งรอ แต่กลับตวัดพู่กันขีดฆ่าตัวอักษรทั้งหมดทิ้งต่อหน้าต่อตาพวกเขา

“เสิ่นหลี่รุ่ย! นี่เจ้าทำอะไรของเจ้า!” จิ้งเจิ้นเหยาและจี้ม่านม่านร้องเสียงหลง

เยว่จื่อรุ่ยหยิบกระดาษเปล่าใบใหม่ขึ้นมา แล้วเขียนด้วยลายเส้นมั่นคง พริบตาหนังสือฉบับใหม่ก็ถูกประทับตาส่งไปเบื้องหน้าพวกเขา

“สิ่งที่ข้าจะลงนาม... ไม่ใช่หนังสือยอมรับเมียน้อยหน้าหนาอย่างนางมาเป็นภรรยาเท่าเทียม แต่เป็นหนังสือหย่า! หากท่านพี่ต้องการก็นำไปยื่นยังที่ว่าการได้เลย แต่หากไม่ต้องการก็รั้งรออีกหกเดือนข้าจะกลับมาลงนามในหนังสือหย่าเหอหลีให้”

หนังสือหย่าเหอหลี คือการหย่าโดยสันติและยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าการหย่าเช่นนี้ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของจิ้งเจิ้นเหยา อีกทั้งยังถูกใจจี้ม่านม่านที่ต้องการขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่แต่เพียงผู้เดียว

“ตกลง เพียงแต่เจ้าต้องทำหนังสือสัญญาให้ชัดเจน วันหน้าจะได้ไม่เล่นแง่อีก” จี้ม่านม่านพูดพลางหยิบกระดาษออกมาเขียนข้อตกลงสัญญาหย่าเหอหลีในอีกหกเดือน แน่นอนว่าเยว่จื่อรุ่ยย่อมลงนามประทับตราอย่างไม่ลังเล เพราะนี่คือสิ่งที่ตัวนางเองก็ต้องการเช่นกัน

ครั้งนี้นางยอมแบกสถานะฮูหยินที่น่าสะอิดสะเอียนของจิ้งเจิ้นเหยาเอาไว้ก็เพราะตัวนางเพิ่งเกิดใหม่ ต่างที่ต่างแคว้น และอาจต่างเวลา จำเป็นต้องปรับตัวและมีที่พึ่งเอาไว้แอบอ้างบารมี ดั่งคำโบราณที่กล่าวว่า

แม้จะเป็นไม้ผุหากยังไม่หักก็ใช้เกาะได้

.............................................................

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 37 โคลนที่สลัดไม่หลุด

    “พี่เก้ากล่าวเตือนได้ถูกต้อง เรื่องพิธีการแต่งตั้ง หลังอาการบาดเจ็บขององค์หญิงหนิงอันหายดีแล้วข้าย่อมต้องจัดชดเชยให้นางอีกครั้ง แต่เรื่องสถานะน้องสาวบุญธรรมของนางกับข้า ฝ่าบาทได้ทรงรับรองแล้ว เรื่องนี้ย่อมไม่อาจเปลี่ยนแปลง” มือที่กำลังยกชาขึ้นจิบของซ่งกู้เว่ยพลันหยุดชะงัก วางถ้วยกระเบื้องเคลือบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังกังวาน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซ่งกู้หวายด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะแปลเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซึ่งส่งไม่ถึงดวงตา“ในเมื่อน้องเก้ามีใจห่วงใยรุ่นรุ่ยถึงเพียงนี้ ในฐานะพี่ชายก็ควรมอบสมุนไพรที่ล้ำค่ากว่านี้สักหน่อยหรือไม่" ซ่งกู้เว่ยพูดพลางปลายตามองไปยังสมุนไพรในกล่องไม้เบื้องหน้า "หากเปิ่นหวางจำไม่ผิดในรายการของขวัญพระราชทานที่มอบให้แก่วังหนิงอันของเจ้าในปีนี้ คล้ายจะมีโสมคนโลหิตสามร้อยปี เห็ดหลินจือม่วง และบัวหิมะจากยอดเขาเทียนซานอยู่ด้วยไม่ใช่หรือ”ซ่งกู้หวายหน้ามืดครึ้มลงในฉับพลัน ลำคอตีบตันราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้แน่น สมบัติเหล่านั้นคือของล้ำค่าที่เขาตั้งใจจะเก็บไว้ปรุงยาบำรุงร่างกายตนเอง จะให้มอบแก่หญิงไร้ค่าบนเตียงได้อย่างไรกัน ทว่าแม้เขาไม่ยินยอมจะมอบให้

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 36 สถานะที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

    "ช่างเป็นวาสนาของหญิงสาวผู้ต่ำต้อยคนนี้นักที่ท่านอ๋องเมตตารับเป็นคนของพระองค์"เมื่อไม่สามารถใช้เหตุผลหลีกเลี่ยง เยว่จื่อรุ่ยจึงทำได้เพียงปะจันหน้ากับอีกฝ่าย ซ่งกู้เว่ยมองท่าทางยินดี แต่สายตาไม่ยินยอมของหญิงสาวแล้วยกยิ้มพอใจ นิ้วยาวจับยึดคางเล็กบังคับให้นางสบสายตาคมที่โน้มลงมาในระยะประชิด หากแต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร องครักษ์หน้าวังก็เข้ามารายงานว่าซ่งกู้หวายมาขอเยี่ยมอาการองค์หญิงหนิงอันผู้เป็นน้องสาว“ทูลท่านอ๋อง ท่านอ๋องสิบเอ็ดซ่งกู้หวาย เสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ ตรัสว่าทรงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บขององค์หญิงหนิงอัน จึงนำสมุนไพรและพาหมอหลวงซูมาขอเยี่ยมอาการพ่ะย่ะค่ะ”ซ่งกู้เว่ยปล่อยมือจากปลายคางของหญิงสาว แววตาที่เคยฉายแววหยอกเย้าเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเแข็งกร้าวดุดัน ทว่าแม้ในใจเขาจะนึกรำคาญและไม่อยากต้อนรับคน แต่ซ่งกู้เว่ยก็ไม่คิดจะปฏิเสธ"มาก็ดี เปิ่นหวางจะได้ทำให้ชัดเจน ว่าเจ้าเป็นคนของใคร" น้ำเสียงทุ้มแหบบอกพลางหันมาสบตาคนบนเตียงด้วยท่าทีที่ของผู้มีชัยเยว่จื่อรุ่ยขบกรามแน่นตั้งแต่ได้ยินว่าซ่งกู้หวายมาเยี่ยมตน นางก็รู้ในทันทีว่างิ้วฉากใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น และเมื่อเห็นว่าตนเองอยู

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 35 คนของเปิ่นหวาง

    เช้าวันต่อมาเยว่จื่อรุ่ยค่อยๆ ลืมตาตื่น ทว่าเพียงแค่ขยับตัวเบาๆ ความเจ็บปวดหนึบที่หัวไหล่ซ้ายก็เข้าโจมตี ทั้งที่แผลหายสนิทแล้ว ดูเหมือนว่ากระบี่เล่มนั้นจะมีบางสิ่งแอบแฝงอยู่ด้วย กึก... เสียงคล้ายพู่กันถูกวางลงดังมาจากห้องข้างๆ เยว่จื่อรุ่ยขมวดคิ้วเรียวขบคิด ที่นี่เป็นวังส่วนตัวของท่านอ๋องเก้าซ่งกู้เว่ย ซึ่งเป็นถึงผู้สำเร็จราชการ ดังนั้นนอกจากเขาผู้เป็นเจ้าของวังแล้ว ผู้อื่นย่อมไม่กล้าเข้าออกและใช้สอยพื้นที่ต่างๆ ภายในห้องที่นางพักอาศัยอยู่“ตื่นแล้วหรือ...” เสียงทุ้มแหบพร่าดังแว่วมาจากหลังฉากกั้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงอำนาจกดข่มผู้คนอย่างชัดเจนเยว่จื่อรุ่ยขยับตัวลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว แต่เมื่อตระหนักได้ว่า มีสายตาคมคอยจับจ้อง สังเกตพิรุจของนางอยู่ตลอดเวลา หญิงสาวจึงต้องแสร้งทำเป็นสตรีที่อ่อนแอ ให้สมกับสถานะคุณหนูสามเสิ่นผู้บอบบาง ที่แค่ถูกลมพัดผ่านก็ล้มป่วย“เมื่อวันก่อนสามีของเจ้า เข้าไปคุกเข่าทูลขอต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ กดดันเปิ่นหวางให้ส่งตัวเจ้ากลับไป" น้ำเสียงเย้ยหยันเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตามองคนผ่านม่านกั้นลม "ช่างเป็นสามีที่รักภรรยาจริงๆ” เยว่จื่อรุ่ยขม

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 34 บททดสอบ

    “ได้รับเมตตาจากท่านอ๋อง นับเป็นวาสนาของหม่อมฉัน จะรู้สึกผิดหวังได้อย่างไรกันเพคะ”“เช่นนั้นหรือ” สิ้นเสียงทุ้มเอ่ยถาม หางตาของเยว่จื่อรุ่ยก็เห็นคมมีดบินเล่มหนึ่งพุ่งตรงมายังตน หญิงสาวขบกรามกำหมัดแน่นอีกครั้ง รู้ดีว่าคมมีดนี้คือบททดสอบจากอีกฝ่าย หากครั้งนี้นางหลบก็เท่ากับยอมรับว่าตนเองมีวรยุทธ ไม่ต้องคิดถึงเหตุการณ์ในวันหน้า แค่รักษาลมหายใจในวันนี้ก็คงยากจะทำได้ดังนั้นเยว่จื่อรุ่ยจึงจำต้องอดกลั้น กัดฟันแน่น บังคับร่างกายทุกส่วนให้แข็งทื่อ ก่อนจะแสร้งทำเป็นตื่นตระหนกหวาดกลัวเบิกตากว้างพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องดังลั่น“กรี๊ดดด!”ฉึก! คมมีดเย็นเฉียบพุ่งผ่านนวลแก้มขาวซีดไปเพียงเสี้ยวเส้นด้าย ปรอยผมยาวสลวยขาดร่วงหล่นลงบนฟูกหนา ก่อนที่ปลายมีดจะปักลึกลงบนเนื้อไม้หัวเตียง เยว่จื่อรุ่ยกัดฟันจนขึ้นสันกราม พยายามอย่างยิ่งที่จะเร่งจังหวะการหายใจของตนเอง เพื่อแสร้งแสดงอาการตื่นตระหนก จนลมหายใจสะดุด และในช่วงพริบตาก็ทิ้งตัวลงสิ้นสติบนเตียงนอน ตึ้ง! เสียงร่างเล็กล้มลงบนฟูก กระตุ้นร่างหนาให้ลุกพรวดพุ่งตรงมายังเตียงากว้าง ภาพหญิงสาวที่สิ้นสติ ล้มลงอย่างสิ้นท่าจนบาดแผลบ่นไหล่ซ้ายฉีกขาดอีกหน โลหิตไหลซ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 33 แท้จริงนางคือใคร

    ภายในห้องอันกว้างขวางของวังเจิ้นเวยฝู่ บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายสมุนไพรคละคลุ้ม บนเตียงกว้างบุด้วยนวมผ้าไหมชั้นดีมีราคาปรากฏร่างของหญิงสาวที่ไร้สตินอนอยู่ รอบเตียงมีสาวใช้แปดนางคอยยืนรอรับใช้ ถัดมาไม่ไกลนักมุมห้องข้างที่มีเพียงฉากบังลมกั้นขวาง มีชายหนุ่มในชุดผ้าไหมสีดำปักลายพยัคฆ์ สวมหน้ากากมทิฬ กำลังนั่งตรวจฏีกาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าความเครียดนี้กลับไม่ได้มาจากข้อความในฏีกาแต่เป็น...“ผ่านมา 6 วันแล้ว หากพรุ่งนี้นางยังไม่ฟื้น ข้าจะให้เจ้าและตระกูลเถียนร่วมนอนเป็นเพื่อนนาง” น้ำเสียงเยือกเย็นแหบพร่าเอ่ยบอก ร่างของหมอชราที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพลันตัวสั่นงันงก เหงื่อตก ลมหายใจติดขัด ได้แต่สวดภาวนาขอให้หญิงสาวบนเตียงเร่งฟื้นโดยไว้ขอสวรรค์โปรดเมตตาให้องค์หญิงหนิงอันผู้นี้เร่งฟื้นขึ้นมาในขณะที่ดวงตาคมเลื่อนสายตาทอดมองไปยังหญิงสาวบนเตียงกว้าง ร่างกายของนางบอบบางจนแทบจะกลืนหายไปกับกองผ้าห่มบนเตียงกว้าง ทว่าความกล้ากลับยิ่งใหญ่เสียยิ่งกว้าภูเขาไท่ซาน ในขณะที่กำลังขบคิดถึงความกล้าหาญไม่กลัวตายของคนเจ็บ ดวงตาคมก็มองเห็นร่างเล็กดิ้นกระสับกระส่ายไปมา“เกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงดุดัน ตวาดถามหมอ

  • สตรีเช่นข้าไม่ขอเป็นหมากของผู้ใด   บทที่ 32 ผู้มีพระคุณ

    “แล้วถ้าเปิ่นหวางไม่คืนเล่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยบอกโดยไม่แม้แต่จะปรายตาหันมามองคน“ทะ... ทูลท่านอ๋องเก้า ในฐานะสามี กระหม่อมจิ้งเจิ้นเหยาจะดูแลองค์หญิงเองพ่ะย่ะค่ะ”“เปิ่นหวางเคยถามสถานะเจ้าหรือ” น้ำเสียงเยือกเย็นที่เอ่ยออกมาทำให้จิ้งเจิ้นเหยาตัวสั่นเข่าทรุดในทันที ซ่งกู้หวายขบกรามแน่น มั่นใจเก้าในสิบว่าซ่งกู้เว่ยกำลังคิดจะชิงคนจริงๆ “พี่เก้า ข้าเองก็คิดว่าเรื่องการดูแลองค์หญิงสมควรให้บัณฑิตจิ้งเป็นผู้เป็นสามีดูแลจะเหมาะสมกว่านะพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่างตอนนี้งานเลี้ยงก็ยกเลิกไปแล้วเชิญท่านกลับไปพักผ่อนเถิด”คำพูดของน้องชายต่างสายเลือดที่พยายามเน้นย้ำถึงสถานะความเป็นสามีของจิ้งเจิ้นเหยา ทำให้อารมณ์ของซ่งกู้เว่ยรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้หตุผล ก่อนจะตวัดสายตาหันหน้ามามองคนทั้งสอง นัยน์ตาคมกริบภายใต้หน้ากากทมิฬตวัดมองซ่งกู้หวายด้วยแววตาดุดัน จากนั้นก็ค่อยๆ เลื่อนลงมาหยุดที่ร่างอันสั่นเทาบนพื้นของจิ้งเจิ้นเหยา“สามี” ซ่งกู้เว่ยทวนคำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เปิ่นหวางจำได้ว่ายามที่คมกระบี่ของนักฆ่าฟาดฟันลงมาที่นางสามีผู้ประเสริฐเช่นเจ้า กลับทอดทิ้งภรรยาแล้วมุดตัวหดหัวเข้าไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status