Masuk“ส่วนคุณทั้งใจร้าย ทั้งไม่มีหัวใจ”
นลิษาจ้องประชันอย่างไม่เกรงกลัวและไม่ยอมแพ้ ทว่าคนอย่างปรมะรู้ดีว่าตนเองอยู่เหนือกว่า วินาทีถัดมาก็ออกคำสั่งอย่างเป็นต่อ
“ไปอาบน้ำแล้วมาทำหน้าที่ของตัวเอง” สิ้นคำพูดเขาก็ผิวปากแล้วยิ้มนิดๆ เด็กดื้อต้องโดนปราบ
“ลิษาไม่มีอารมณ์ค่ะ” หญิงสาวตอบหน้าตึง ใจช้ำขนาดนี้ใครจะมีอารมณ์ทำเรื่องอย่างว่ากัน นอกจากคนที่ไม่ได้มีหัวใจไว้ให้เธอ
“เจอกันที่เตียง”
“ฟังภาษาไทยไม่ออกหรือคะ...” เธอก็ว่าพูดชัดเจนแล้ว เขาไม่เข้าใจได้อย่างไรกัน
“ฉันมีความสามารถพอ ไม่กี่นาทีเดี๋ยวเธอก็แฉะ”
เขากล่าวออกมาอย่างมั่นใจแล้วเดินไวๆ ตรงเข้าห้องนอน เขารู้วิธีทำให้นลิษาคล้อยตามได้โดยง่าย คนเราย่อมมีจุดอ่อนกันทั้งนั้นฝ่ายคนตกเป็นรองขบปากด้วยอารมณ์ชังคนมั่นหน้า แต่เธอจะทำอย่างไรได้เมื่อเผลอขายชีวิตให้ซาตานในคราบนักบุญไปแล้ว นอกจากต้องยอมรับการเป็นตุ๊กตาตัวโปรดของเขาจนกว่าจะซื้ออิสระคืนกลับมาให้ตัวเองได้ และเธอควรทำให้ได้เร็วไวที่สุด ก่อนหัวใจจะแตกละเอียดมากกว่านี้
ในวันนี้เป็นวันที่นลิษาตื่นสาย เพราะอยู่ในสถานะคนตกงานอย่างสมบูรณ์ พอเปิดเปลือกตาขึ้นก็ขยับตัวมองเตียงที่หลงเหลือเพียงเธอ หลังเขาปราบเธอเสร็จก็หายออกไปจากห้องทันที
หญิงสาวลุกขึ้นมานั่งชันเข่ากอดตัวเอง ด้วยต้องการพลังใจเป็นอย่างมาก เธอนั้นคล้ายเป็นนกที่ยอมหักปีกตัวเอง เพราะเจอกับต้นไม้ใหญ่ที่อยากจะพักพิง สุดท้ายต้นไม้นี้ก็ไม่อาจอาศัยอยู่ได้ตลอด เธอจำต้องคิดหาวิธีที่จะทำให้กลับมาบินได้โดยไว
เธอมีเงินเก็บอยู่ประมาณหนึ่ง แล้วก็เงินชดเชยที่ถูกไล่ออก แต่ส่วนที่ขาดอยู่นั้นก็มากโข ก่อนนึกไปถึงเรื่องที่มนสิกาถามเมื่อวาน แล้วรู้สึกลังเลขึ้นมา เพราะดูเหมือนว่าจะเป็นทางออกเดียว
“แกมันโง่เองยัยลิษา”
หญิงสาวยกมือขึ้นเขกศีรษะเพราะดันนึกไปถึงเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้เธอทุ่มใจไปหมดทั้งดวง ก่อนต้องเลิกจมจ่อมเพราะมีเวลาไม่มากนัก ไม่อยากอยู่ในสถานะที่จะมีคนมาแทนที่นานนัก พลันขยับตัวลุกขึ้นไปกดเปิดโน้ตบุ๊ก อย่างแรกที่ต้องทำคือหาข้อมูลบริษัทที่เธอต้องไปทำงาน
บริษัทนี้รับผลิตคอนเทนต์และสื่อโฆษณาต่างๆ ซึ่งเปิดมานานแล้ว แต่เพิ่งถูกคนเข้ามาเทกโอเวอร์หลังบริษัททำท่าจะไปไม่รอด
นลิษามองรายชื่อผู้บริหารแล้วพบว่าหนึ่งในนั้นมีกนต์ระพี เพื่อนสนิทของปรมะ ทว่าสิ่งที่เธอต้องโฟกัสมากที่สุดคือการหาเงิน ไม่ใช่เพียงแค่ค่าฉีกสัญญา แต่เพื่อในอนาคตที่เธอต้องหาไว้กินไว้ใช้ด้วย เพราะเมื่อจ่ายเงินให้ปรมะครบแล้วเธอก็คงแทบไม่เหลืออะไร เมื่อคิดดีแล้วหญิงสาวก็หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาติดต่อหาคนคนหนึ่ง“สวัสดีค่ะพี่ปั๊บ”
“น้องลิษา”
“ใช่ค่ะ ลิษาเอง ลิษามีเรื่องอยากให้ช่วยค่ะ ลิษาอยากได้งาน”
น้ำเสียงดีใจของปลายสายทำให้นลิษาระบายยิ้ม เพราะอีกฝ่ายเป็นรุ่นพี่ที่ดีกับตนเสมอมา แม้ช่วงที่ผ่านมาจะห่างหายกันไปบ้าง
“เราจะกลับมารับงานเหรอ” ปณัยถามอย่างตื่นเต้น
“ค่ะ แต่ลิษาขอไม่ดึกมากนะคะ”
“ได้เลย ว่าแต่พรุ่งนี้เราเข้ามาหาพี่ได้ไหม ลองมาซ้อมกันดูก่อน”
“ได้ค่ะ แต่ลิษาขอเป็นช่วงเย็นๆ หน่อยนะคะ”
นลิษากดวางสายหลังจากนัดแนะกับปณัยเรียบร้อยแล้ว เธออดจะตื่นเต้นไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำในสิ่งที่รักมาเกือบสองปีแล้ว
เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงหญิงสาวก็แต่งตัวไปยังบริษัทที่มีคนสมัครงานให้แล้ว เธอควรตื่นเต้นที่ได้ทำงานด้านที่สนใจ แต่กลับไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลย กระนั้นก็ต้องแย้มยิ้มเมื่อกำลังถูกพาไปยังแผนกใหม่
“สวัสดีค่ะ” นลิษาพนมมือขึ้นไหว้ สายตากวาดมองทุกๆ คนที่กำลังจะได้มาเป็นเพื่อนร่วมงานใหม่
“น้องลิษาใช่ไหมครับ พี่ทศนะครับ เป็นหัวหน้าแผนก” คนที่รับหน้าที่ดูแลทุกอย่างในทีมขยับตัวลุกขึ้นแล้วชี้นิ้วไปยังเก้าอี้ที่ว่างอยู่
“นั่นที่นั่งของน้องครับ”
“ค่ะ” นลิษาขยับตัวเข้าไปนั่ง พบว่าเก้าอี้ของเธออยู่ติดกับโต๊ะของคนที่แนะนำตัว แล้วหันไปส่งยิ้มให้คนอื่นๆ
“ยังไม่เคยทำงานด้านนี้โดยตรงใช่ไหมครับ”
“ใช่ค่ะ จริงๆ เคยรับตัดต่ออยู่บ้าง แต่ก็นานมากแล้ว” ในช่วงมหาวิทยาลัยเธอรับทำงานตัดต่อเพื่อหาค่าขนมช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว โดยเรียนรู้มาจากมารดาที่ทำงานด้านนี้
“งั้นพี่จะช่วยรื้อฟื้นให้ แล้วถ้าสงสัยตรงไหนถามพี่ได้เลย บอสฝากให้พี่ดูแลเรา”
คำว่าบอสทำให้หญิงสาวคิดไปถึงเพื่อนของปรมะ แล้วไม่คิดสนใจอีก เพราะเธอคงทำงานที่นี่ไม่นานนัก เมื่อหาเงินมาชดใช้ให้เขาครบก็จะไป เขาและเธอไม่ควรต้องมาเกี่ยวข้องกันอีก ทว่าตอนนี้จำต้องเล่นตามน้ำทำตามคำสั่งไปก่อน
ตลอดทั้งวันนลิษาพยายามปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมให้ได้ และพยายามเรียนรู้งานอย่างหนัก
เมื่อเลิกงานหญิงสาวก็ไปตามที่นัดกับปณัยไว้ เมื่อเห็นคนที่คุ้นเคยและได้กลับมาอยู่ในที่ที่มีแต่ความทรงจำดีๆ ก็แย้มยิ้มออกมา บิดาของเธอเคยมาห้องซ้อมเล็กๆ แสนจะอบอุ่นนี้
กว่านลิษาจะคุยธุระกับอีกฝ่ายเสร็จและกลับไปยังเพนต์เฮาส์เวลาก็ล่วงไปเกือบจะห้าทุ่มแล้ว ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปด้านในก็ได้ยินคำถามลอยมา“ไปไหนมา”
“หาเงินค่ะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา พลางมองคนที่พิงตัวอยู่ตรงประตูกระจกที่เชื่อมกับระเบียงห้อง
“นี่กี่โมงแล้ว” น้ำเสียงของปรมะเข้มงวดและเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์
นลิษาพลิกตัวไปมองนาฬิกาแขวนผนังแล้วตอบอย่างไม่ได้ทุกข์ร้อนใดๆ
“สี่ทุ่มห้าสิบเก้าค่ะ”
ปรมะนึกกรุ่นในอกกับท่าทางนิ่งๆ ของคนที่ริจะพยศ ก่อนหน้านี้เขาพยายามโทร.หานลิษาหลายรอบแต่กลับติดต่อไม่ได้เลย ลองโทร.ถามเพื่อนของเจ้าตัวที่รู้จักกันตอนไปเยี่ยมมารดาของหญิงสาวก็บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยได้ติดต่อกันทำให้นึกห่วงไม่น้อย
“โทรศัพท์ของเธออยู่บนโต๊ะ” ปรมะบอก พลางมองไปยังกล่องสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ที่ให้ลูกน้องขับรถไปซื้อมาให้
“โทรศัพท์ของลิษาไม่ได้พัง มันแค่แบตหมดค่ะ” เธอรีบแย้งไป ไม่อยากได้สิ่งของใดๆ จากเขาอีกแล้ว เข็ดขยาดไปถึงหัวใจ
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







