เข้าสู่ระบบเมื่อมารดาต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ปรมะคอยช่วยดูแลจัดการให้ทุกอย่าง โดยแนะนำตัวกับท่านว่าเป็นเจ้านายและยังคอยให้กำลังใจเสมอ
หลังการผ่าตัดอาการของมารดาเธอไม่ดีขึ้นและคล้ายจะแย่ลง เขาจึงขอย้ายท่านไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำให้เสียเงินไปอีกมากโข เพราะต้องผ่าตัดอีกรอบ และรักษาตัวในโรงพยาบาลต่ออีกเกือบเจ็ดเดือน ในที่สุดท่านก็ได้กลับบ้านที่ปรมะซื้อคืนกลับมาให้ ทว่ากลับมาเพียงเถ้าธุลี ในวันหนึ่งท่านหลับไปแล้วไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย
นลิษาพยายามยิ้มออกมา เพราะเวลานี้ทั้งบิดาและมารดาไม่ต้องเหนื่อยอีกแล้ว พลางหันมองไปยังบ้านข้างๆ ของมนสิกา เพื่อนบ้านที่ใจดีกับเธอเสมอมา แล้วหยิบกุญแจไขเข้าไปด้านใน
ร่างระหงเดินตรงไปยังเปียโนตัวเก่าที่ปรมะไปไถ่คืนมาให้ วางกล่องกระดาษลงพื้นแล้วนั่งบนเก้าอี้ ใช้มือลูบไล้เบาๆ บนคีย์บอร์ดอย่างคิดถึง ก่อนดวงตาจะมองไปยังโซฟาไม้ที่บิดาเคยนั่งสอนเธอร้องเพลงและดีดกีตาร์ สมัยเด็กเธอก็ถือว่าเป็นนักล่ารางวัลตามเวทีต่างๆ มีทั้งแพ้ทั้งชนะสลับกันไป
นลิษานั่งรำลึกถึงความสุขในอดีตอยู่หลายชั่วโมงกว่าจะขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะพบว่าท้องฟ้ามืดครึ้มหมดแล้ว จึงหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันเพื่อจะเรียกรถนำพากลับห้อง แต่เมื่อก้าวเท้าพ้นจากตัวบ้านมาก็ได้ยินเสียงเรียกจากบ้านข้างๆ
“ลิษา”
“กลับมาแล้วหรือคะพี่มน” หญิงสาวส่งเสียงทักทายมนสิกาพร้อมด้วยรอยยิ้ม
“เรามาก็ดีแล้ว พี่มีเรื่องจะบอก...”
“เรื่องอะไรหรือคะ” นลิษามองอย่างสงสัย
“พี่กำลังจะขายบ้านและไปจากที่นี่ แต่พี่ก็มีเรื่องอยากจะถามเราด้วย เข้าบ้านมาก่อนสิ”
นลิษานึกใจหายขณะเดินเลี้ยวเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างกว่าบ้านของเธอเกือบสองเท่า ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายต้องการพูดคุยเรื่องใดกัน
เธออยู่พูดคุยกับมนสิกาอีกพักใหญ่ กว่าจะกลับถึงเพนต์เฮาส์ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่งแล้ว ภายในห้องนั้นเงียบเชียบ “จะไปไหนก็ไปคนเฮงซวย” เธอนึกถึงปรมะ หากเขาไม่กลับมาเลยก็ดี ก่อนจะต้องยิ้มแห้งๆ เมื่อที่นี่เป็นของเขา ไม่ใช่ของเธอ ไม่ทันให้ได้คิดอะไรอีกเสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น
“เพิ่งถึง?”
คนที่ก้าวเท้าเข้ามาเลิกคิ้วมอง ก่อนจะปล่อยคำถามมาอีก
“ไปไหนมา ทำไมกลับดึกขนาดนี้” ปรมะขยับตัวเข้าไปใกล้ ไม่ได้ใส่ใจดวงตากรุ่นๆ ของหญิงสาวเลยสักนิด
“หางานใหม่ค่ะ” นลิษาจงใจตอบไปเช่นนั้น อยากรู้ว่าเขาจะรู้สึกอะไรบ้างไหม ทว่าอากัปกิริยาที่ได้คือความเฉยชา แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความรู้สึกผิดแม้แต่เศษเสี้ยว
“ไม่ต้องหา” ชายหนุ่มไม่พูดเปล่า ยังยื่นเอกสารหลายแผ่นให้ฝ่ายหญิง แล้วบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงด้วยสั่งการ
“ที่นี่ต้องการพนักงานฝ่ายตัดต่อ”
“ลิษาหางานเองได้ค่ะ” เธอขอปฏิเสธ เพราะไม่อยากพึ่งเขาอีกแล้ว
“เธอต้องไปทำที่นี่ เพราะฉันสมัครให้เธอเรียบร้อยแล้ว เธอเองก็อยากทำงานด้านนี้ไม่ใช่หรือไง” เขาย้ำ รู้สึกหงุดหงิดใจที่นับวันนลิษายิ่งดื้อ
“ลิษาต้องขอบคุณไหมคะกับความหวังดีนี้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาบังคับลิษาค่ะ”
หญิงสาวกลั้วหัวเราะ เขาไม่ได้หวังดีกับเธอหรอก เขาแค่ปกป้องคนสำคัญก็เท่านั้น
“มั่นใจนะว่าไม่มี…จำไม่ได้หรือไงว่าตัวเธอ ชีวิตเธอเป็นของฉันแล้ว”
ปรมะดึงร่างเล็กมาเผชิญหน้าใกล้ๆ กรอบหน้าคมยื่นไปมองจ้องดวงตากลมแล้วย้ำไปอีกรอบ
“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”
คนที่ถูกย้อนถามสะอึกเจ็บ แผลในใจเหวอะหวะยิ่งกว่าเดิม รู้แล้วว่าตัวเองโง่ที่สุดที่หวนไปรับข้อเสนอในวันนั้น แต่วันนี้เธอควรฉลาดเสียที
“ลิษาจะซื้อชีวิตของตัวเองคืน หวังว่าจะเป็นไปตามในสัญญานะคะ” เธอถาม เพราะกลัวว่าเขาจะคิดตุกติก
ปรมะนิ่งมอง เขาไม่ขัดแย้งหากนลิษาจะหาเงินมาจ่าย ทั้งที่ภายในอกมีอาการหงุดหงิดไม่น้อย ด้านคนใจช้ำระบมขบเม้มปากกับท่าทางไม่แยแสแม้เธอจะจากไป จนถามคำถามโง่ๆ ไปอีกครั้ง
“คุณรักเธอมากเลยหรือคะ” เธออยากได้ยินคำตอบจากเขา เผื่อว่าหัวใจเจ้ากรรมจะได้หยุดรักและตัดใจได้ในฉับพลัน
“รักไม่รักไม่ใช่กงการอะไรของเธอ ลิษา” ปรมะปล่อยมือออกจากร่างเล็กพร้อมขยับตัวห่างออกไปด้วยความไม่สบอารมณ์ ลมหายใจถูกกระแทกแรงๆ
“คุณไม่เคยรู้เลยหรือคะว่าลิษารู้สึกยังไง”
“ฉันไม่เคยสน เรื่องของเราก็แค่ธุรกิจเท่านั้น”
ฝ่ายหญิงสาวหลับตาลงชั่วครู่ เธอขอเวลาทดความเจ็บเล็กน้อยก่อนจะบอกไปเสียงแน่วแน่ “ลิษาจะรีบหาเงินหกแสนมาให้ค่ะ”
จะไม่มีการเอ่ยใดๆ อีกเมื่อชายหนุ่มบอกอย่างชัดเจนแล้ว เธอขอเคารพการตัดสินใจของเขา และเธอก็ควรให้เกียรติตัวเองด้วย
นลิษาเชิดหน้าขึ้นต่อสู้กับใจที่อ่อนแอ แต่ไม่ยอมปล่อยน้ำตาให้ร่วงเผาะ ถึงกระนั้นก็ไม่อาจห้ามความรู้สึกได้ดวงตาแดงก่ำบ่งบอกได้ถึงความเจ็บช้ำที่เธอพยายามกักเก็บมันไว้
“อย่าให้กระทบกับหน้าที่ของตัวเอง” ปรมะไม่คิดห้าม รู้ว่ากำลังถูกท้าทายจากเด็กอวดดี เงินมากมายขนาดนั้นนลิษาจะไปหาจากที่ไหนมาคืนได้ และหากหญิงสาวมีก็ควรเก็บไว้ใช้มากกว่า
“ลิษาไม่ลืมหรอกค่ะว่าลิษาเป็นตุ๊กตายางตัวโปรดของคุณ” ประโยคนี้เธอบอกตัวเองด้วย ที่ผ่านมาหลงเข้าใจผิดไปนาน เธอมันก็แค่เซ็กซ์ทอยสำหรับเขา ที่ให้มาอยู่ด้วยกันเพื่อจะได้เอาสะดวก
“เธอควรเลือกงานที่ไม่เสี่ยง ไม่อันตราย และไม่ควรอยู่ไกลจนต้องห้อยโหนรถเมล์หรือต้องกลับตามลำพัง”
ปรมะร่ายยาวถึงสิ่งที่ฝ่ายหญิงควรทำ
“นี่เจ้าชีวิตหรือพ่อคะ สั่งจัง”
เธอไม่ใช่เด็กสามขวบที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างไม่ชอบใจ ไม่อยากให้ปรมะทำเหมือนห่วงใยกันอีก ทั้งที่เขาก็แค่ไม่อยากเสียผลประโยชน์“อย่ายอกย้อนลิษา ฉันเป็นห่วง”
“ห่วงลิษาขนาดนี้ ลิษาซึ้งใจมากเลยค่ะ” นลิษาทำท่าน้ำตาจะไหลออกจากหน่วยตา
“ทั้งดื้อ ทั้งประชด” ปรมะแทบอ้าปากค้างเมื่อโดนหญิงสาวเล่นงานด้วยท่าทางตีรวน
“ส่วนคุณทั้งใจร้าย ทั้งไม่มีหัวใจ”
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







