Masuk“ไม่ครับ คุณโปรดก็รู้ ผมมาเพราะคุณท่าน” อภิสิทธิ์ค้อมศีรษะลง ลูกชายของเจ้านายฉลาดพอที่จะรู้ว่าการพบเขาที่นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
ปรมะหน้าตึงเรียบ เพราะชีวิตส่วนตัวของเขากำลังถูกรุกล้ำมากกว่าเดิม แต่ก็ขอเตือนอะไรไว้สักอย่าง
“อย่าคิดยุ่งกับลิษา เพราะเรื่องนี้ผมจะไม่อ่อนข้อให้” พูดจบเขาก็เดินไวๆ กลับไปหาหญิงสาว
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” นลิษาหันมองด้านหลังอย่างนึกกังวล ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเดินไปคุยกับใคร ความมืดทำให้เห็นไม่ถนัดนัก
“ไม่มีอะไรหรอก”
ปรมะไม่อยากพูดถึง แล้วปรายตามองอาหารที่ถูกทยอยมาเสิร์ฟ พร้อมทำหน้าแหยๆ
“พรุ่งนี้ฉันอาจต้องไปโรงพยาบาล”
นลิษาไหวไหล่ใส่คนที่กำลังกลัว ตาคู่สวยมองเม็ดพริกในจานส้มตำที่แดงเถือกไปหมด รับรองงานนี้ต้องมีร้องไห้กันบ้างละ
ปรมะทำใจกล้าหยิบช้อนขึ้นมาตักเส้นมะละกอใส่จานของตัวเอง เขี่ยพริกออกก่อนจะยัดเข้าปาก ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้ช่วยให้เผ็ดน้อยลงเลย หนำซ้ำนลิษายังยื่นช้อนมาป้อนต้มแซ่บซูเปอร์ตีนไก่ให้เขาซดอีก
ใบหน้าคมเข้มแดงเถือกด้วยความเผ็ดในทันที แต่ยังพยายามอดทน มือข้างหนึ่งถือส้อม อีกมือถือแก้วน้ำรอดับความแสบร้อนในปาก
“ฉันกินไม่ไหวแล้ว สั่งน้ำเพิ่มให้หน่อย”
ไม่นานปรมะก็ขอยกธงขาวยอมแพ้ ขวดน้ำที่วางไว้ข้างๆ ถูกเขาดื่มไปจนหมดแล้ว ปากหยักนั้นอ้าออก พลางยกมือขึ้นสะบัดให้ลมเย็นๆ ช่วยคลายความแสบร้อน
หญิงสาวรีบยกมือขึ้นสั่งน้ำ จากนั้นก็ขยับตัวลุกแล้วเดินหายไปจากที่ตรงนั้น ด้านปรมะมองตามก่อนจะเห็นหญิงสาวไปหยุดซื้อของบางอย่าง ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับถุงถั่วสารพัดชนิด ทั้งถั่วทองซีก ถั่วลันเตาเคลือบ ถั่วจีน
“จะหายเผ็ดเหรอ” เขาไม่ยักรู้ว่าถั่วเหล่านี้ช่วยให้หายเผ็ดได้
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ไม่มีอย่างอื่นขายแล้ว” นลิษาส่ายหน้า แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย รู้สึกผิดเล็กน้อยที่แกล้งเขาแรงไป
ปรมะหยิบถั่วกรอกใส่ปาก แม้จะช่วยได้ไม่มาก แต่ก็ทำให้รู้สึกดีขึ้น ไม่นานความเผ็ดร้อนก็ค่อยๆ จางหายไป ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นหลังเรียกเช็กบิล ไม่ได้นึกถือสาที่โดนหญิงสาวแกล้งแต่อย่างใด และเมื่อกลับขึ้นรถปรมะก็ขอความช่วยเหลือจากหญิงสาว
“ช่วยคิดหน่อยสิว่าวันเกิดคุณแม่ปีนี้ฉันจะซื้ออะไรดี ท่านไม่อยากได้กระเป๋าหรือเพชรพลอยอะไรแล้ว”
เขาให้นลิษาช่วยเลือกเช่นเคย ด้วยอยากให้ได้มีส่วนร่วมและได้สัมผัสถึงคำว่าครอบครัว เพราะตอนนี้หญิงสาวแทบจะเรียกได้ว่าเหลือตัวคนเดียว แม้จะหลงเหลือญาติอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สนิทกัน“ท่านชอบอ่านหนังสือใช่ไหมคะ” นลิษายินดีออกความเห็น เพราะให้ความเคารพอีกฝ่ายเหมือนมารดาของตัวเอง
“อื้อ”
“งั้นก็ลองซื้อหนังสือให้ท่านดูค่ะ”
“ฉันเลือกไม่ถูก ลิษาช่วยไปเลือกให้หน่อยได้ไหม”
ชายหนุ่มบอกทันที กลัวว่าหากเป็นหนังสือที่เขาเลือกอาจจะดูเครียดเกินไป เพราะที่ผ่านมาต้องอ่านแต่หนังสือเกี่ยวกับการลงทุนและการทำธุรกิจ“งั้นพรุ่งนี้ลิษาจะลองไปหาดูให้ค่ะ” นลิษานิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ ถือว่าเธอตอบแทนเขาในตอนที่เขาเคยช่วยดูแลมารดาของเธอตอนที่อยู่โรงพยาบาล ทั้งที่เขาก็ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น หลังจากนี้จะได้ไม่มีบุญคุณอะไรติดค้างกัน
“เย็นพรุ่งนี้ฉันจะไปรับละกัน” เขายิ้มขอบคุณ
“ลิษาไปเองได้ค่ะ”
หญิงสาวรีบปฏิเสธ เมื่อมันก็ไม่ได้ทำให้ลำบากอะไร นั่งรถบีทีเอสไปไม่กี่สถานีก็ถึงห้างสรรพสินค้าที่เป็นจุดศูนย์รวมข้าวของทุกอย่างแล้ว“นั่นแม่ฉันลิษา ฉันควรไปช่วยเลือกด้วย”
นลิษายิ้มแห้ง “งั้นเจอกันที่ห้างฯ แล้วกันค่ะ สะดวกดี”
“ตามใจ”
เขาไม่ตื๊อ เพราะไม่อยากบังคับใจอีกฝ่ายมากจนเกินไป จากนั้นบทสนทนาก็เงียบไปจนกระทั่งถึงห้องพัก หญิงสาวที่อาบน้ำเสร็จเป็นคนแรกรีบทิ้งตัวลงบนเตียงเพราะรู้สึกง่วงเต็มทีแล้วหลับไปอย่างเร็วไว ต่างจากปรมะหลังจัดการกับตัวเองเสร็จก็มานั่งมองร่างเล็กที่อยู่กันมาจะสองปีแล้ว
หัวใจวูบหายเมื่อคิดว่าอีกไม่นานหญิงสาวอาจจะห่างกันไป พลันรู้สึกว่าอกร้อนขึ้น และมีอาการแสบคันยิบๆ ด้วย
“เป็นอะไรไปวะไอ้โปรด” เขาร้องถามตัวเอง ทั้งที่หัวใจให้คำตอบได้แต่เขากลับไม่อยากรับฟัง ก่อนจะสับสวิตช์ตัวเองด้วยการหลับตาลงสู่ห้วงนิทรา
Na-lisa : ลิษาอยู่ที่ชั้น 5 ค่ะ
ข้อความถูกส่งภายในร้านหนังสือ เธอมาถึงเมื่อประมาณสิบห้านาทีก่อน ตอนนี้ในมือมีหนังสืออยู่สี่เล่ม ซึ่งผ่านการพลิกอ่านคำโปรยและลองเช็กรีวิวในแอปพลิเคชันหนังสือชื่อดังแล้ว
PROD : กำลังขึ้นไป
ปรมะพิมพ์ตอบแล้วเดินตรงไปยังร้านหนังสือ เขาขับรถออกมาก่อนเวลาเลิกงานเล็กน้อย ถึงอย่างนั้นรถก็ยังติดอยู่ดี จึงทำให้มาถึงช้ากว่าหญิงสาว
พอไปถึงด้านในก็มองหาคนที่ต้องการ แต่กลับไม่พบจึงส่งข้อความไปอีก
PROD : อยู่ไหน
Na-lisa : ด้านหลังสุดค่ะ
เท้าหนักๆ ก้าวฉับตรงไปด้านหลัง ก่อนจะเห็นนลิษายืนตัวลีบอยู่ตรงมุมหนึ่ง จึงปล่อยคำถามไปทันที
“ทำไมมาแอบตรงนี้”
“ไม่อยากให้ใครเห็นค่ะ”
คนฟังชะงักไป จริงสิ มันควรเป็นแบบนั้น หญิงสาวทำถูกแล้วที่รู้ตัว แต่หัวใจกลับร้อนรุ่มและคล้ายมีอาการหงุดหงิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ลิษาเลือกสามเล่มนี้ไว้ค่ะ” หนังสือสามเล่มถูกส่งต่อให้ชายหนุ่ม ส่วนอีกเล่มเธอวางไว้ที่เดิม คิดว่ามันดูไม่เหมาะสักเท่าไร
“งั้นเอาทั้งสามเล่มเลยแล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปจ่ายเงินก่อน”
ปรมะเหลือบมองเพียงเล็กน้อยแล้วตอบตกลง เขาเชื่อใจในการเลือกของนลิษา
“งั้นลิษาขอตัวเลยนะคะ” เธอหมดหน้าที่และสิ่งที่อยากจะตอบแทนแล้ว
เสียงนุ่มๆ ที่มีความเหนื่อยหอบเอ่ยบอก ก่อนจะถูกพลิกจับให้นอนฟุบหน้าไปกับโซฟา ก้นสวยถูกยกขึ้นเล็กน้อยแล้วเขาก็ทำให้เธอครางไม่เป็นคำ สะโพกสอบกดหนักและถี่รัวพร้อมโน้มตัวไปบีบขยำทรวงละมุน ใบหน้าบิดเบี้ยวเมื่อความสุขพัดวนใกล้จะแตกกระจายเต็มที แต่เขาก็ยั้งตัวไว้เพราะยังอยากมีความสุขกับคนตัวเล็กไปอีกนานๆ นลิษาตวัดตาค้อน เพราะอีกนิดเดียวเธอจะกรีดร้องอย่างสุชสมอยู่แล้ว แต่เอวหนากลับผ่อนปรนแรงลงแล้วจับเธอพลิกเปลี่ยนท่วงท่ามายืนบนพื้น ยื่นมือไปจับพนักพิงแขน ขณะขาข้างหนึ่งนั้นถูกยกขึ้น ลำตัวเคลื่อนไหวไปด้านหน้าจากแรงกระแทกของปรมะ “อื้อ” เธอปล่อยเสียงครางสยิวเมื่อความปรารถนากลับมาตีวนถี่หนัก ความเหนื่อยหอบทวีคูณ แต่แน่นอนว่าคนอย่างปรมะไม่ยอมหยุดเพียงเท่านั้น เพราะชายหนุ่มเหมือนจะมีเป้าหมายใหม่ คล้ายๆ อยากจะพาเธอทัวร์ไปรอบบ้านของตัวเอง เธอถูกดันให้เดินถอยหลังไปติดกับเคาน์เตอร์ในห้องครัว ก่อนจะถูกอุ้มขึ้นวางบนนั้น แล้วถูกขบกัดเบาๆ ตรงหน้าอก ขณะชายหนุ่มยังเคลื่อนไหวไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็ทำให้เธอได้กรีดร้องสมใจ ปรมะเองก็คำรามลั่น หลังจากนั้น
ปรมะเชื่อว่าอีกไม่นานต้องมีคนแพ้ แล้วเดินหน้าจูบอย่างดุดัน เร่าร้อน ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงไปคลอเคลียที่ลำคอระหงและขบฟันเบาๆ สร้างรอยคิสมาร์ก ขณะที่มือหนาคอยบำรุงบำเรอทรวงอวบอูมทั้งซ้ายและขวา ทว่าคนตัวเล็กของเขากลับยังไม่ยอมแพ้ หนนี้เขาจึงใช้มืออีกข้างลากต่ำลงไปยังต้นขาขาว นั่นทำให้เห็นว่านลิษาสะดุ้งนิดๆ เมื่อใกล้จุดอ่อนไหว แต่ก่อนจะลงมือต่อก็เงยหน้าไปกระตุกยิ้มร้าย คนตัวเล็กรู้ได้ทันทีว่าชายหนุ่มจะเดินเกมหนัก อึดใจนั้นก็เห็นมือหนาเลื่อนไปดึงกางเกงยีนส์ขาสั้นของเธอให้พ้นลำตัวไป สายตาคู่นั้นอ้อยอิ่งมองจุดบอบบางที่ยังมีแพนตี้ห่อหุ้มอยู่ มือแกร่งกรีดนิ้วไปยังเนื้อบางเบานั่น ทำให้เขาเริ่มได้ยินเสียงครางนิดๆ “อื้อ” นลิษากลั้นเสียงครางแทบไม่อยู่ ก่อนใบหน้าจะต้องบิดเบี้ยวกับความเสียวซ่านยามนิ้วแกร่งกดหนักยิ่งกว่าเดิม แถมยังคลึงถี่ๆ พร้อมกับตวัดลิ้นเลียตรงรอยแยก แม้จะมีพันธนาการขวางกั้นอยู่แต่ความเปียกชื้นก็ทำให้หญิงสาวถึงกับเกร็งตัว ลมหายใจหอบถี่กว่าเดิม สมองของนลิษากำลังพร่าเบลอ แล้วอึดใจนั้นลมหายใจก็สะดุดกึกเมื่อแพนตี้กำลังถูกรูดออกจ
“รอจนจะเปลี่ยนใจแล้วค่ะเนี่ย” ดวงตามีประกายครุ่นคิดว่าเธอจะเปลี่ยนใจดีหรือไม่ ทำให้มีเสียงแย้งขึ้นทันควัน “ห้ามเปลี่ยนใจนะลิษา ผมไม่ยอม” กรอบหน้าคมเข้มส่ายเป็นพัลวัน หากทำแบบนั้นเขาจะร้องไห้จริงๆ ด้วย เขาอดเปรี้ยวไว้กินหวานมานานเหลือเกินก็ตั้งแต่นลิษาหายไปตอนนั้น “เห็นใจพ่อแมวตาดำๆ เถอะนะครับ” เขาอ้อนไป กลัวหญิงสาวจะเปลี่ยนใจ “งั้นพ่อแมวก็รีบไขกุญแจเข้าบ้านมาค่ะ แม่แมวจะไปรอด้านใน” นลิษายื่นกุญแจผ่านประตูรั้วไปให้ชายหนุ่ม ก่อนจะเดินไวๆ เข้าบ้านไปด้วยความเขินอาย แม้จะพร้อมแล้ว แต่ก็มีอาการประหม่าเป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นร้างสนามไปนาน แล้วรู้สึกว่ามือไม้นั้นเกะกะไปหมด พอเดินเข้าไปด้านในบ้านก็ไม่รู้ว่าควรจะไปหยุดอยู่ตรงไหนดี หญิงสาวถึงกับต้องเป่าปากแรงๆ ไม่คิดว่าตัวเองจะมีอาการตื่นเต้นถึงเพียงนี้ ไม่กี่อึดใจเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวไวๆ เข้ามาในบ้าน และเห็นชายหนุ่มกดล็อกกลอนประตูทันที “ดูดาวต้องรอดูตอนกลางคืนนะคะ ตอนนี้ยังไม่มืดเลย” “แค่ลิษาปิดตาก็มืดเหมือนตอนกลางคืนแล้วครับ” ปรมะเสนอวิธี
ดาวประจำใจ 4 ช่องยูทูบดาว-ลิษา กำลังมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้น เจ้าของช่องอย่างนลิษายิ้มแก้มปริ แม้มันจะแค่หลักพัน แต่ก็ถือว่าเป็นการตอบรับที่ใช้ได้ แน่นอนว่าคนที่มากดถูกใจและติดตามกันคนแรกไม่พ้นปรมะ จนวันเวลาผ่านมาอีกสี่เดือน ในวันนี้เธอเพิ่งอัปโหลดเสียงร้องของตนเองลงช่องเพิ่ม ไม่ถึงนาทีก็มีคนหนึ่งมากดถูกใจ “เสียงเพราะมากเลยครับ” นลิษามองรายชื่อคนคอมเมนต์แล้วอมยิ้ม ไม่ถึงนาทีก็ได้รับสายของเขา “เสียงเพราะมากเลยครับลิษา” นอกจากคอมเมนต์ชมแล้ว ปรมะก็ไม่ลืมชมผ่านสายโทรศัพท์ด้วย ใบหน้านั้นมีแต่ความภูมิใจในความเก่งของแฟนสาว “ขอบคุณมากเลยค่ะ คุณแฟงตัวยง ว่าแต่ทำอะไรอยู่คะ” เรียกว่าปรมะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเธอก็ไม่ผิด เขาเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เธอมีทุกวันนี้ เพราะในช่วงแรกที่อัปคลิปลงไปแทบจะไม่มีผู้ติดตามเลย จนเกือบท้อถอย แต่ปรมะนั้นบอกให้สู้ต่อและช่วยติชมจนมีการตอบรับที่ดีขึ้น “กำลังจะไปประชุมครับ อีกสิบนาที” “อ้อ...” หญิงสาวลากเสียงยาวคล้ายมีอะไรบางอย่าง “ลิษามีอะไรหรือครับ” แน่นอนว่าปรมะจับน้ำเสียงได
เมื่อตะวันกลับมาฉายแสงอีกครั้ง คู่รักคู่หนึ่งก็รีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว เพราะต้องการไปใส่บาตรด้วยกันตรงหน้าโฮมสเตย์ โดยจะมีพระพายเรือผ่านมา ในวันนี้จึงได้รู้สึกอิ่มบุญด้วย นลิษาเหลือบตามองคนที่ช่วยประคองมือเธอยามยื่นขนมไปใส่ไว้ในบาตร ปรมะอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงยีนส์สีเข้มที่เข้ากับชุดของเธอ ในช่วงบ่ายเธอและเขาต้องเดินทางกลับกันแล้ว เพราะพรุ่งนี้เขามีประชุมวางแผนงานในไตรมาสต่อไป แต่ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมแวะไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำแดงที่ขึ้นชื่อ รวมถึงไปตลาดแม่กลองด้วย ทว่าขณะกำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด ดวงตากลมโตก็ต้องส่งค้อนให้คนที่คล้ายกำลังอ่อยกันอยู่ หลังปลดกระดุมลงไปถึงสามเม็ดจนเห็นหน้าอก คงเพราะอากาศเริ่มร้อนด้วยกระมัง ด้านปรมะคว้ามือนุ่มไปกุมไว้แล้วพาเดินลึกเข้าไปด้านในตลาด มืออีกข้างจับเสื้อแล้วสะบัดเล็กน้อย อยากให้ลมช่วยให้เขาคลายความร้อน “ลิษามีเรื่องจะปรึกษาคุณโปรดด้วยค่ะ” นลิษาเอ่ยขึ้น “ว่ามาสิครับ” ปรมะทำสีหน้าอยากรู้ “ลิษาอยากจะลองทำช่องยูทูบน่ะค่ะ ว่าจะอัดคลิปคัฟเวอร์เพลงลง คุณโปรดว่าดีไหมคะ” ตอนนี้เธออยากกลับมา
จากนั้นการออกเดินทางก็เริ่มต้นขึ้น มุ่งหน้าไปสู่สถานที่ที่หญิงสาวเป็นคนเอ่ยชวน ปรมะขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่ได้เร่งรีบ ส่วนนลิษานั้นชวนพูดคุยไปตลอดทาง บางทีก็ส่งเสียงร้องคลอไปกับเพลงที่เจ้าของรถเปิด เมื่อไปถึงทั้งสองก็ได้ปะทะกับสายลมที่มีไอร้อนนิดๆ กิจกรรมแรกที่ตกลงกันไว้ไม่พ้นการออกไปหยอดหอยหลอด ซึ่งต้องซื้ออุปกรณ์และนั่งเรือออกไป นลิษานึกถึงสมัยเด็ก แม้จะมีความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์เต็มร้อย แต่จำได้ดีว่าตอนนั้นเธอก็ตื่นเต้นเช่นตอนนี้ ปรมะประคองหญิงสาวลงเรือ ก่อนคนทั้งคู่จะยกสมาร์ตโฟนขึ้นมาถ่ายเก็บบรรยากาศ เมื่อเรือแล่นไปถึงจุดที่มีผู้คนกำลังหยอดหอยหลอดอยู่นั้นก็ก้าวเท้าลงไป “คุณโปรดว่าวันนี้เราจะได้หอยสักตัวไหมคะ” เธอเห็นเด็กๆ หิ้วหอยมาเต็มถุงจึงหันไปถามคนข้างกาย เพราะมีแววน่าจะได้อับอาย “ต้องได้สักตัวละครับ ว่าแต่เรามาแข่งกันไหม” “รางวัลเป็นอะไรล่ะคะ” เธอถาม ก่อนจะเห็นชายหนุ่มตาวาวขึ้น คนเจ้าเล่ห์อย่างเขาต้องคิดถึงผลรางวัลมาแล้วแน่นอน “ถ้าลิษาชนะ ผมจะยอมให้ลิษาหอม ถ้าผมแพ้ ผมก็จะยอมให้ลิษาหอม...เป็นอันว่าตกลงนะครับ ผมไปหาหอยก่อน







