홈 / โรแมนติก / สถานะลับ...ฉบับคู่อริ / บทที่ 7 เข็มฉีดยาท่อนใหญ่ NC

공유

บทที่ 7 เข็มฉีดยาท่อนใหญ่ NC

작가: Ladyporn
last update 게시일: 2026-10-21 12:01:57

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจาง ๆ เป็นสิ่งแรกที่แพรไหมรับรู้เมื่อลืมตาขึ้น

เพดานสีขาวเหนือศีรษะไม่คุ้นตา ข้างกายมีสายน้ำเกลือต่ออยู่กับหลังมือ ส่วนเสียงเครื่องปรับอากาศดังสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบ

หญิงสาวกะพริบตาอยู่หลายครั้ง ก่อนความทรงจำจะค่อย ๆ กลับมา

เธอกำลังตัดต่องานอยู่ในห้องรับแขก รู้สึกคลื่นไส้จึงเดินเข้าไปล้างหน้าภายในห้องน้ำ หลังจากนั้นภาพทุกอย่างก็ดับวูบ

แพรไหมพยายามขยับตัว เสียงเก้าอี้ข้างเตียงจึงดังขึ้นทันที

คีตะซึ่งนั่งหลับอยู่ตรงนั้นลืมตาขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เนกไทหายไปแล้ว กระดุมเสื้อสองเม็ดบนถูกปลดออก และเส้นผมซึ่งมักเป็นระเบียบกลับยุ่งเล็กน้อย

“ฟื้นแล้วเหรอ”

น้ำเสียงแหบพร่าราวกับไม่ได้พูดมานาน

“ที่นี่โรงพยาบาล?”

“ใช่”

“ฉันหลับไปนานแค่ไหน”

“เกือบสี่ชั่วโมง”

คีตะลุกขึ้นยืนแล้วกดเรียกพยาบาล ก่อนเทน้ำใส่แก้วและช่วยประคองเธอขึ้นมาดื่ม

แพรไหมรับแก้วไว้ด้วยตนเอง แต่ปลายนิ้วยังอ่อนแรงจนแก้วสั่น คีตะจึงไม่ยอมปล่อยมือ เขาประคองแก้วไว้จนเธอดื่มเสร็จ

“หมอว่าอย่างไรบ้าง”

“ร่างกายอ่อนเพลีย ขาดน้ำ น้ำตาลต่ำ และพักผ่อนไม่พอ” เขาตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “โชคดีที่ศีรษะไม่กระแทกพื้นแรงกว่านี้”

“ฉันไม่เป็นไรแล้ว”

คีตะหัวเราะออกมาเบา ๆ แต่ไม่มีความขบขันอยู่ในนั้น

“เธอหมดสติสองครั้งภายในไม่กี่วัน ยังจะพูดว่าไม่เป็นไรอีกหรือไง”

“ไม่ต้องทำหน้าเหมือนฉันกำลังจะตายได้ไหม”

“ตอนฉันพบเธอในห้องน้ำ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยังหายใจอยู่หรือเปล่า”

ประโยคสุดท้ายสั่นไหวเล็กน้อย

แพรไหมเงยหน้ามองคนตรงหน้า คีตะหลบสายตาและหันไปจัดผ้าห่มให้เธอแทน ท่าทางของเขาบอกชัดว่าหวาดกลัวมากเพียงใด แม้เจ้าตัวจะพยายามซ่อนเอาไว้ใต้สีหน้าเย็นชา

“ขอโทษ”

คีตะชะงัก “เธอขอโทษฉันทำไม”

“ทำให้นายต้องเสียเวลา”

“ฉันไม่ได้ต้องการคำขอโทษ” เขาหันกลับมา ดวงตาเข้มจ้องเธออย่างจริงจัง “ฉันต้องการให้เธอหยุดทำร้ายตัวเอง”

“แต่ฉันยังต้อง—”

“ถ้าจะพูดว่าเธอยังต้องทำงานอีก ฉันจะยึดโทรศัพท์กับโน้ตบุ๊กทั้งหมด”

แพรไหมกำลังจะเถียง แต่พยาบาลเข้ามาตรวจอาการเสียก่อน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้หลังน้ำเกลือหมด โดยย้ำว่าต้องพักผ่อนอย่างน้อยสองวันและห้ามอดอาหารอีก

คีตะรับคำแนะนำทั้งหมด จากนั้นจัดการเรื่องยา ค่าใช้จ่าย และเอกสารโดยไม่ปล่อยให้แพรไหมทำอะไร

กว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบตีสาม

แพรไหมคิดว่าเขาคงพาเธอขึ้นไปนอนแล้วกลับห้องของตัวเอง แต่คีตะกลับอุ้มเธอจากรถเข้าบ้านโดยไม่สนใจเสียงประท้วง

“ฉันเดินเองได้”

“หมอบอกให้พัก”

“หมอไม่ได้บอกให้นายอุ้ม”

“ถ้าเธอยังดิ้น ฉันจะพากลับโรงพยาบาล”

แพรไหมจึงยอมเงียบ แม้หัวใจจะเต้นแรงเมื่อใบหน้าอยู่ใกล้ลำคอของเขา กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ผสมกับกลิ่นโรงพยาบาลติดอยู่บนเสื้อจนให้ความรู้สึกแปลกประหลาด

คีตะไม่ได้พาเธอกลับห้องทำงาน แต่กลับอุ้มเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของตน

“ทำไมมาห้องนาย”

“เตียงเธอแคบ และฉันต้องคอยดูอาการ”

“ฉันดูแลตัวเองได้”

เขามองเธอโดยไม่ต้องเอ่ยอะไร เพียงสายตาก็เพียงพอจะย้ำว่าผลลัพธ์ของการดูแลตัวเองอยู่ในสภาพใด

คีตะวางเธอลงบนเตียง ห่มผ้าให้ แล้วลากเก้าอี้มานั่งข้าง ๆ

“นอน”

“แล้วนายล่ะ”

“ฉันจะอยู่ตรงนี้”

“ไม่จำเป็น”

“ฉันไม่ได้ขออนุญาต”

แพรไหมถอนหายใจ ก่อนหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

ครั้งสุดท้ายที่เธอเห็นก่อนเข้าสู่นิทราคือคีตะนั่งกอดอกอยู่ข้างเตียง ดวงตาคู่นั้นยังคงจับจ้องเธอราวกับกลัวว่าหากเผลอเพียงชั่วขณะ เธอจะหายไปอีกครั้ง

เช้าวันต่อมา แพรไหมตื่นขึ้นมาเพราะกลิ่นอาหารอ่อน ๆ

คีตะเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร บนถาดมีโจ๊กหมู ไข่ลวก ยา และน้ำอุ่นจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ

“นายทำเองเหรอ”

“สั่งมา”

เธอมองชามโจ๊ก ก่อนใช้ช้อนคนเบา ๆ “ไม่มีขิง”

“เธอไม่กินขิง”

แพรไหมเงยหน้าขึ้น “รู้ได้อย่างไร”

“เคยเห็นเธอเขี่ยทิ้ง”

“นายสังเกตด้วย?”

“ฉันจำรายละเอียดของคนในทีมทุกคน”

“งั้นมินตราแพ้อะไร”

คีตะนิ่งไป

“ปั้นไม่กินผักชนิดไหน”

เขายังคงไม่ตอบ

แพรไหมยกคิ้วพร้อมรอยยิ้มรู้ทัน “จำรายละเอียดของทุกคนจริง ๆ สินะ”

“กินโจ๊กไป”

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ ก่อนตักโจ๊กเข้าปาก เมื่อเห็นเขาจัดยาไว้ให้ เธอก็หยิบแผงยาขึ้นมาตรวจดู

“นายบอกหมอด้วยเหรอว่าฉันแพ้ยากลุ่มซัลฟา”

“อืม”

“ฉันเคยบอกนายตอนไหน”

“ในแบบฟอร์มข้อมูลสุขภาพของสโมสรเมื่อปีที่แล้ว”

“นายอ่านของสมาชิกทุกคน?”

คีตะหลบสายตาอีกครั้ง “ประธานควรรู้ข้อมูลสำคัญ”

แพรไหมไม่ซักต่อ แต่ภายในหัวใจกลับอุ่นขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

คนที่ปากร้ายและทำเหมือนไม่สนใจใคร กลับจำรายละเอียดเล็กน้อยของเธอได้มากกว่าที่คิด

หลังอาหารเช้า คีตะเก็บโทรศัพท์กับโน้ตบุ๊กของเธอไปจริง ๆ ทั้งยังโทรยกเลิกการประชุมและมอบหมายให้สมาชิกในทีมทำงานแทนทั้งหมด

แพรไหมพยายามแย่งโทรศัพท์คืน แต่เขาชูไว้เหนือศีรษะจนเธอเอื้อมไม่ถึง

“เอาคืนมา”

“ไม่”

“ฉันต้องเช็กงานลูกค้า”

“ฉันแจ้งทุกคนแล้วว่าเธอป่วย”

“แต่—”

“งานของเธอวันนี้มีอย่างเดียวคือนอน”

คีตะพาเธอกลับไปที่เตียง ก่อนวางหนังสือนิยายไว้ให้แทนโน้ตบุ๊ก

“ฉันไม่อ่านนิยายรัก”

“เมื่อคืนฉันเห็นหนังสือแนวนี้เต็มชั้นในห้องเธอ”

“นายเข้าห้องฉัน?”

“เธอล้มอยู่ในห้องน้ำ ฉันต้องเข้าไปหาบัตรประชาชนกับของใช้จำเป็น”

คำตอบนั้นทำให้แพรไหมไม่สามารถต่อว่าได้ เธอรับหนังสือมาเปิดอ่าน แต่กลับพบว่าไม่มีสมาธิ เพราะคีตะนั่งทำงานอยู่บนโซฟาปลายเตียง

ทุกครั้งที่เธอขยับ เขาจะเงยหน้ามองทันที ทุกหนึ่งชั่วโมงเขาจะถามว่าเวียนศีรษะหรือไม่ และเมื่อถึงเวลาก็ยื่นยาให้พร้อมน้ำอุ่น

เขายกเลิกทุกอย่างเพื่อเฝ้าเธอจริง ๆ

ความรู้สึกนั้นทั้งอบอุ่นและน่ากลัว

แพรไหมไม่เคยชินกับการมีใครคอยดูแล เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเธอเป็นฝ่ายดูแลมารดาและรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตนเองเสมอ

ค่ำวันนั้นคีตะยังคงไม่ยอมให้เธอกลับไปนอนห้องตัวเอง เขาปูที่นอนสำรองบนโซฟาและบอกว่าจะค้างอยู่ด้วยจนแน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไร

แพรไหมหลับไปหลังรับยา แต่ในช่วงกลางดึกกลับสะดุ้งตื่นด้วยความหวาดกลัว

ในความฝัน เธอยืนอยู่หน้าห้องผ่าตัด ประตูสีขาวปิดสนิท ขณะที่แพทย์เดินออกมาส่ายหน้าแล้วบอกว่าเธอหาเงินช้าเกินไป มารดาจึงไม่มีโอกาสรอด

“แม่!”

หญิงสาวผุดลุกขึ้นพร้อมเหงื่อเย็นเต็มใบหน้า ลมหายใจติดขัดและมือทั้งสองสั่นอย่างควบคุมไม่ได้

คีตะตื่นทันที เขารีบมานั่งข้างเตียงและจับไหล่เธอเอาไว้

“แพรไหม มองฉัน”

เธอหันไปหาเขา ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา

“ฉันหาเงินไม่ทัน…แม่จะตายเพราะฉัน”

“ไม่มีใครตาย เธอแค่ฝัน”

“หมอบอกว่าเหลือเวลาไม่มากแล้ว ถ้าฉันยังหาเงินไม่ได้…”

เสียงของเธอขาดหาย คีตะจึงดึงร่างสั่นเทาเข้ามากอด

ครั้งนี้แพรไหมไม่ผลักออก เธอกำเสื้อของเขาไว้แน่นและปล่อยให้น้ำตาไหลลงบนแผงอกกว้าง

“ฉันกลัว”

คำสารภาพสั้น ๆ ทำให้คีตะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น

“เธอไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลา”

“ฉันต้องเข้มแข็ง ถ้าฉันไม่ทำ แล้วใครจะทำ”

“ฉันอยู่ตรงนี้”

ประโยคนั้นทำให้ร่างของเธอแข็งค้าง

แพรไหมค่อย ๆ ถอนตัวออกจากอ้อมกอด ก่อนเช็ดน้ำตาและส่ายหน้า

“อย่าพูดเหมือนจะอยู่ตลอดไป”

คีตะมองเธออย่างไม่เข้าใจ “ทำไม”

“เพราะคนที่เคยพูดแบบนี้ สุดท้ายก็ทิ้งฉันไปทุกคน”

ห้องนอนเงียบลง เหลือเพียงแสงสลัวจากโคมไฟข้างเตียง

แพรไหมเม้มริมฝีปาก ก่อนตัดสินใจเล่าความจริงที่ไม่เคยเปิดเผยกับใครในมหาวิทยาลัย

“เมื่อก่อนครอบครัวฉันไม่ได้ลำบาก พ่อทำธุรกิจและสัญญาว่าจะดูแลแม่กับฉันอย่างดี แต่พอธุรกิจมีปัญหา เขาก็หายไปพร้อมเงินทั้งหมด ทิ้งไว้แค่หนี้กับหมายศาล”

คีตะนั่งฟังโดยไม่ขัด

“แม่ต้องขายบ้านเพื่อใช้หนี้ ส่วนฉันรับงานทุกอย่างตั้งแต่ปีหนึ่ง พ่อเคยโทรกลับมาครั้งเดียว เขาบอกว่าจะกลับมารับผิดชอบ แต่หลังจากนั้นก็หายไปอีก”

เธอก้มมองมือของตนเอง

“เพราะแบบนั้นฉันถึงไม่อยากพึ่งใคร ไม่อยากรับเงินนาย และไม่อยากเชื่อคำสัญญาของคนที่อาจเดินจากไปได้ทุกเมื่อ”

คีตะยกมือเช็ดน้ำตาที่ยังค้างอยู่บนแก้มเธออย่างอ่อนโยน

“ฉันเข้าใจ”

“นายจะเข้าใจได้อย่างไร นายมีทุกอย่าง”

“มีทุกอย่างไม่ได้แปลว่าได้เลือกทุกอย่าง”

หญิงสาวเงยหน้ามองเขา

คีตะนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเปิดเผยเรื่องของตนเองบ้าง

“พ่อเลือกคณะให้ฉันตั้งแต่ก่อนเรียนจบมัธยม วางตำแหน่งในบริษัทเอาไว้แล้วว่าฉันต้องทำอะไรหลังเรียนจบ แม้แต่คนที่ควรแต่งงานด้วยก็ถูกเลือกไว้หมด”

“เรน่า?”

“อืม”

“แล้วนายต้องหมั้นกับเธอจริง ๆ เหรอ”

“ฉันไม่เคยตอบตกลง แต่พ่อกำลังพยายามทำให้ฉันไม่มีทางเลือก”

แพรไหมมองสีหน้าเคร่งเครียดของเขา จึงเพิ่งเข้าใจว่าเบื้องหลังชีวิตสมบูรณ์แบบที่คนอื่นอิจฉา คีตะเองก็ถูกขังอยู่ในกรอบซึ่งมองไม่เห็น

“อย่างน้อยนายก็ยังหนีออกมาเช่าบ้านเอง”

“แล้วดันเจอเธอเป็นรูมเมต”

“เสียใจมากหรือไง”

คีตะมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย

“ตอนแรกเสียใจ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ”

คำถามหลุดออกไปแผ่วเบา

ดวงตาของทั้งคู่สบกัน ระยะห่างค่อย ๆ ลดลงโดยไม่มีใครเป็นฝ่ายขยับหนี

แพรไหมมองริมฝีปากของเขา ก่อนยกมือแตะแก้มซึ่งเคยถูกเธอตบในคืนแรก ความอบอุ่นจากผิวกายทำให้หัวใจเธอเต้นแรงขึ้น

ครั้งนี้ไม่มีความโกรธ ไม่มีอชิ ไม่มีเรน่า และไม่มีใครต้องการเอาชนะ

เธอเพียงต้องการเขา

แพรไหมจึงเป็นฝ่ายโน้มตัวเข้าไปจูบก่อน

ริมฝีปากแตะกันอย่างแผ่วเบา คีตะไม่ได้รุกเร้าทันที เขาปล่อยให้เธอเป็นผู้กำหนดจังหวะ ราวกับต้องการแน่ใจว่าความใกล้ชิดนี้เกิดจากความต้องการ ไม่ใช่ความอ่อนแอชั่วคราว

เมื่อเธอถอนริมฝีปากออก เขาจึงถามเสียงต่ำ

“เธอยังอ่อนเพลียอยู่…แน่ใจไหม”

แพรไหมพยักหน้า “ฉันต้องการ”

คีตะจูบหน้าผากเธออีกครั้ง แล้วค่อย ๆ ผลักตัวเธอให้นอนลงบนเตียง ตัวเองนอนตะแคงข้าง ๆ

เขาถอดเสื้อตัวเองออกช้า ๆ แล้วช่วยถอดเสื้อของเธอด้วยความอ่อนโยน นิ้วยาว ๆ ลูบไล้ผิวหนังที่ยังซีดจากความเหนื่อยล้าอย่างทะนุถนอม

“ถ้าเมื่อไหร่ที่เธอเหนื่อย…บอกฉันทันที”

แพรไหมพยักหน้าอีกครั้ง ดวงตาจ้องเขม็งไม่ละสายตา

คีตะก้มลงจูบที่ลำคอ ไหล่ แล้วเลื่อนลงไปที่เนินอกอย่างช้า ๆ ลิ้นเลียวนหัวนมเบา ๆ จนเธอตัวสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่เร่ง

มือของเขาสอดลงไปใต้กางเกงนอน นิ้วยาว ๆ ลูบไล้ไปตามต้นขาด้านใน ก่อนแตะเบา ๆ ที่ร่องที่เริ่มชุ่มชื้น

“เจ็บไหม”

“ไม่…ดี”

เขาขยับนิ้วอย่างระมัดระวัง วนรอบคลิตอริสช้า ๆ ขณะที่ปากยังคงดูดหัวนมอย่างอ่อนโยน

แพรไหมครางเสียงเบา มือกำไหล่ของเขาไว้ ร่างกายค่อย ๆ ผ่อนคลายและเปิดรับ

เมื่อเธอเปียกเพียงพอ คีตะถอดกางเกงทั้งสองคนออก แล้วจัดท่าให้นอนหงาย ตัวเองคุกเข่าระหว่างขาของเธอ

เขาก้มลงจูบที่ท้องน้อย แล้วเลื่อนลงไปเลียเบา ๆ ที่กลีบดอกไม้ที่เปียกชื้น ลิ้นวนช้า ๆ รอบปุ่มความรู้สึก โดยไม่เร่งร้อน

แพรไหมเงยคอขึ้น มือสอดเข้าไปในผมของเขา “คีตะ…”

เขาตอบด้วยการดูดเบา ๆ นิ้วสองนิ้วค่อย ๆ แทรกเข้าไปข้างใน ขยับเข้าออกอย่างนุ่มนวล

เมื่อเห็นว่าร่างกายของเธอเริ่มเกร็งเล็กน้อย เขาก็หยุดถามอีกครั้ง

“ไหวไหม”

“ไหว…อยากได้นาย”

คีตะยิ้มบาง ๆ แล้วยกตัวขึ้น จัดอวัยวะเพศที่แข็งตัวแล้ววางหัวไว้ตรงทางเข้า

เขาก้มลงจูบเธออีกครั้ง ขณะที่ค่อย ๆ ดันตัวเข้าไปช้า ๆ ช้ามาก จนทั้งร่างเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์

“อืม…” แพรไหมครางเมื่อถูกเติมเต็ม ความรู้สึกอบอุ่นและแน่นทำให้เธอหลับตา

คีตะเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ลึกแต่ไม่รุนแรง ทุกจังหวะเต็มไปด้วยความใส่ใจ มือข้างหนึ่งจับมือของเธอไว้แน่น นิ้วสอดประสานกัน

“มองฉัน” เขากระซิบ

แพรไหมลืมตาขึ้น สบตากับเขาในระยะใกล้

ไม่มีคำพูดใด ๆ เพียงสายตาที่เต็มไปด้วยความไว้ใจและความใกล้ชิดที่ทั้งคู่ไม่เคยมีมาก่อน

จังหวะค่อย ๆ เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอ่อนโยน แพรไหมยกขาขึ้นพันรอบเอวเขา ดึงให้ชิดกันมากขึ้น

คลื่นความสุขค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ไม่รุนแรงเหมือนสองครั้งก่อน แต่ลึกและอบอุ่น

เมื่อถึงจุดสุดยอด ร่างของแพรไหมเกร็งเบา ๆ น้ำตาคลอจากความปลดปล่อย เธอซบหน้าลงที่ไหล่ของเขา ขณะที่คีตะก็ปลดปล่อยตามหลังด้วยการดึงออกมาอย่างระมัดระวัง

หลังความใกล้ชิดสิ้นสุดลง เขายังคงนอนอยู่ข้างกายและดึงแพรไหมเข้ามาหนุนอก ฝ่ามือลูบเส้นผมของเธออย่างอ่อนโยน

“เป็นอย่างไรบ้าง”

“เหนื่อยนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร”

“ดื่มน้ำไหม”

“ไม่เอา อยากนอนแบบนี้ก่อน”

คีตะจึงไม่ขยับไปไหน

แพรไหมฟังเสียงหัวใจใต้แผงอก ความอบอุ่นและความปลอดภัยทำให้เปลือกตาหนักขึ้นอย่างรวดเร็ว

“คีตะ”

“อืม”

“ถ้าวันหนึ่งนายมีทางเลือกจริง ๆ นายจะเลือกอะไร”

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนก้มมองเธอ

“ฉันจะเลือกชีวิตของตัวเอง”

“แล้วในชีวิตนั้น…”

เธออยากถามว่าจะมีเธออยู่ด้วยหรือไม่ แต่คำถามกลับติดอยู่ตรงริมฝีปาก

คีตะเองเหมือนต้องการพูดบางอย่าง เขายกมือแตะแก้มเธอ ก่อนริมฝีปากจะเผยอขึ้น

เสียงโทรศัพท์กลับดังแทรกเสียก่อน

ชื่อของคุณคเชนทร์ปรากฏบนหน้าจอ

คีตะถอนหายใจ แล้วหันไปมองแพรไหมซึ่งหลับตาลงแล้ว เขาคิดว่าเธอหลับ จึงหยิบโทรศัพท์เดินออกไปคุยบริเวณระเบียง

“ครับพ่อ”

น้ำเสียงของคุณคเชนทร์ดังลอดออกมาไม่ชัดเจน คีตะปิดประตูกระจกและหันหลังให้ห้องนอน

“ผมบอกแล้วว่าจะไม่หมั้นกับเรน่า”

ผู้เป็นบิดายื่นคำขาดว่า ในสัปดาห์หน้าจะมีงานแถลงข่าวความร่วมมือระหว่างสองครอบครัว หากคีตะไม่ปรากฏตัว โรงแรมจะถอนเงินสนับสนุนทั้งหมดจาก UniVision Asia Challenge

ไม่เพียงทีมจะเสียสปอนเซอร์หลัก แต่ผู้เข้าร่วมอาจถูกตัดสิทธิ์ เพราะไม่สามารถจัดงานจริงตามเงื่อนไขของการแข่งขันได้

คีตะมองผ่านประตูกระจกไปยังหญิงสาวบนเตียง

เขารู้ดีว่าแพรไหมต้องการเงินรางวัลเพียงใด หากโครงการถูกยกเลิก เธอจะสูญเสียทั้งโอกาสและความหวังในการรักษามารดา

“อย่าเอาโครงการมาเกี่ยว”

ปลายสายยังคงยืนยันเงื่อนไขเดิม

คีตะกำโทรศัพท์แน่น เขาไม่มีเวลามากพอจะหาสปอนเซอร์รายใหม่ซึ่งยอมสนับสนุนเงินก้อนใหญ่เช่นนี้ทันที

ท้ายที่สุด เขาจึงหลับตาลงและกล่าวผ่านไรฟัน

“ผมจะไปร่วมงานแถลงข่าว”

บนเตียง แพรไหมลืมตาขึ้นช้า ๆ

เธอได้ยินเพียงเสียงช่วงท้าย ไม่รู้รายละเอียดการข่มขู่หรือทางเลือกซึ่งถูกบีบบังคับ

“ผมจะทำตามที่พ่อต้องการ” คีตะกล่าว “แต่อย่าแตะต้องโครงการนี้”

หัวใจของแพรไหมเย็นวาบ

สิ่งที่เกือบพูดออกไปเมื่อครู่ถูกกลืนกลับลงไปทั้งหมด

คีตะเลือกแล้ว

เขาเลือกยอมรับการหมั้นกับเรน่าเพื่อรักษาผลประโยชน์ของโครงการและครอบครัว ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเป็นเพียงความลับชั่วคราวที่ไม่มีวันถูกยอมรับ

แพรไหมรีบหลับตาลงเมื่อได้ยินเสียงประตูกระจกเปิด

คีตะกลับขึ้นมาบนเตียงและดึงผ้าห่มคลุมให้ ก่อนจูบหน้าผากเธอเบา ๆ

หญิงสาวยังคงแสร้งทำเป็นหลับ ทั้งที่หัวใจเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง เสียงหายใจของคนข้างกายจึงสม่ำเสมอ

แพรไหมค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากเอวและลุกจากเตียง เธอสวมเสื้อคลุม ก่อนเดินลงไปยังห้องครัว

กระดาษข้อตกลงยังถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักใกล้ตู้เย็น

หญิงสาวนำมันออกมาเปิดอ่านใต้แสงไฟสลัว สายตาหยุดอยู่ตรงเงื่อนไขข้อที่สี่

ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถยุติความสัมพันธ์ได้ทุกเมื่อ

มือของเธอสั่นเล็กน้อยขณะหยิบปากกาขึ้นมา

แพรไหมวงกลมประโยคนั้นซ้ำหลายรอบ ก่อนเขียนวันที่กำกับไว้ข้าง ๆ

เธอยังไม่พร้อมยุติคืนนี้

แต่เมื่อถึงวันที่คีตะต้องยืนเคียงข้างผู้หญิงซึ่งครอบครัวเลือกให้ เธอจะเป็นฝ่ายเดินออกไปก่อน

อย่างน้อยการจากไปด้วยตัวเองก็คงเจ็บปวดน้อยกว่าการรอให้เขาเป็นคนทิ้งเธอไว้ข้างหลัง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 15 จากคู่แข่งสู่คนข้างกาย NC

    หนึ่งปีต่อมาเสียงล้อกระเป๋าเดินทางดังไปตามพื้นอาคารผู้โดยสารขาเข้า แพรไหมก้าวออกมาจากประตูพร้อมเสื้อคลุมสีครีมพาดอยู่บนแขน เส้นผมยาวถูกรวบหลวม ๆ ขณะที่สายตากวาดมองผู้คนซึ่งยืนรออยู่บริเวณด้านหน้าเธอไม่ต้องใช้เวลาค้นหานานคีตะยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนในชุดสูทสีเข้ม มือหนึ่งถือช่อดอกไม้ อีกมือถือป้ายกระดาษซึ่งเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน คุณอดีตคู่แข่งแพรไหมหลุดหัวเราะ ก่อนลากกระเป๋าเข้าไปหา“มุกเก่ามาก”“แต่เธอยิ้ม”“ฉันสงสารคนอุตส่าห์มายืนถือป้ายต่างหาก”คีตะวางป้ายลงและรับกระเป๋าเดินทางจากมือเธอ จากนั้นจึงยื่นช่อดอกไม้ให้“ยินดีต้อนรับกลับ”“ขอบคุณค่ะท่านประธาน”“ตอนนี้ฉันเป็นกรรมการผู้จัดการแล้ว”“บริษัทมีพนักงานกี่คน”“หกคน”แพรไหมพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง “ยิ่งใหญ่มากค่ะท่านกรรมการผู้จัดการ”คีตะหรี่ตามองคนชอบประชด ก่อนดึงร่างเธอเข้ามากอดโดยไม่สนใจผู้คนรอบข้างหนึ่งปีที่ต้องอยู่ห่างกันไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ทั้งคู่จะวิดีโอคอลกันแทบทุกคืน แต่เวลาทำงานซึ่งแตกต่างและตารางชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายก็ทำให้มีหลายวันที่ได้คุยกันเพียงไม่กี่นาทีแพรไหมฝึกงานกับบริษัทอีเวนต์ระดับเอ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 14 ไม่ใช่เพราะสงสาร

    “เหลือเวลาอีกสิบวัน”ตัวเลขบนปฏิทินกลางห้องสโมสรถูกวงด้วยปากกาสีแดง ขณะที่สมาชิกในทีมสิบกว่าคนนั่งล้อมโต๊ะประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไฟล์แผนงานเดิมรั่วไหลไปถึงบริษัทคู่แข่ง แม้บริษัทดังกล่าวจะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันและอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดี แต่แนวคิดสำคัญหลายส่วนได้ถูกส่งต่อให้บุคคลภายนอกแล้วหากทีมยังใช้แผนเดิมต่อไป ต่อให้ชนะการแข่งขันก็อาจถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นต้นฉบับ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกลอกเลียนแบบก่อนงานจริงจะเริ่มขึ้นทางเลือกเดียวคือทิ้งงานซึ่งทำมาตลอดหลายเดือนและเริ่มต้นใหม่ภายในสิบวันคีตะยืนอยู่หน้ากระดานพร้อมผ้าพันแผลรอบมือขวา บาดแผลทำให้เขาเขียนหนังสือไม่ถนัด แต่ยังคงเข้าร่วมประชุมตั้งแต่เช้าแพรไหมนั่งอยู่ข้างเขา สิทธิ์เข้าถึงระบบและตำแหน่งหัวหน้าร่วมถูกคืนกลับมาแล้ว ทว่าความรู้สึกของสมาชิกในทีมยังไม่กลับมาเป็นปกติทั้งหมดบางคนหลีกเลี่ยงการสบตาเธอเพราะรู้สึกผิดที่เคยเชื่อข่าว บางคนพยายามเข้ามาขอโทษ แต่ไม่รู้ควรเริ่มต้นอย่างไรแพรไหมวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนมองสมาชิกทุกคน“ฉันรู้ว่าหลายคนคงไม่สบายใจ เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ทีมเสียเวลาและเกือบต้องยุติโครงการ”“มันไม่ใช

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 13 หลังคืนที่เกือบสูญเสียกลับมาเป็นคืนเสียวแทน NC

    “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”เสียงของคีตะดังสะท้อนทั่วอาคารกิจกรรมเก่าชายหนุ่มยืนอยู่กลางประตูซึ่งถูกกระแทกเปิด แสงจากภายนอกสาดผ่านร่างสูงเข้ามาภายในห้องโถง สายตาคมกวาดมองคนทั้งหมด ก่อนหยุดอยู่ที่แพรไหมซึ่งถูกชายสองคนขวางทางไว้ทันทีที่เห็นว่าเธอยังปลอดภัย ความหวาดกลัวในดวงตาของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธ“คีตะ นายไม่ควรมา” ธันวากล่าว“ฉันเคยให้โอกาสนายส่งตัวแพรไหมกลับไป แล้วค่อยเอาหลักฐานไปสู้กันตามกฎหมาย”คีตะก้าวเข้ามาช้า ๆ โดยยังรักษาระยะห่าง“แต่ทันทีที่นายขู่ครอบครัวเธอ ทุกอย่างก็จบ”ธันวาหัวเราะขื่น “พูดเหมือนแกเป็นพระเอก ทั้งที่ครอบครัวแกเป็นคนเริ่มทั้งหมด”“ถ้าพ่อฉันทำผิด นายควรเอาหลักฐานมาเปิดโปงเขา ไม่ใช่ทำร้ายคนบริสุทธิ์”“คนอย่างพ่อแกไม่เคยได้รับโทษหรอก ถ้าไม่มีใครลากแกลงมาจากที่สูงเสียก่อน”“แล้วแพรไหมเกี่ยวอะไรด้วย”“เพราะเธอเป็นจุดอ่อนของแก”แพรไหมเห็นมือของคีตะกำแน่นอยู่ข้างลำตัว แต่เขายังไม่พุ่งเข้าไปอย่างไร้สติ เพราะชายร่างใหญ่สองคนยืนขวางอยู่ และไม่มีใครรู้ว่าพวกนั้นพกอาวุธหรือไม่คีตะมองเธอเพียงครู่หนึ่ง สายตานั้นคล้ายกำลังถามว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าแพรไหมส่ายหน้าเ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 12 เบื้องหลังเดิมพัน

    แพรไหมมองข้อความบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าถ้ายังอยากให้แม่ปลอดภัย ถอนตัวจากทุกอย่าง และอย่าบอกคีตะภาพมารดาซึ่งนอนหลับอยู่บนเตียงโรงพยาบาลถูกถ่ายในระยะใกล้จนเห็นหมายเลขห้องและสายน้ำเกลืออย่างชัดเจน ผู้ส่งภาพต้องอยู่ภายในห้องหรืออย่างน้อยก็ยืนอยู่หน้าประตูในช่วงเวลาไม่นานมานี้เธอรีบเปิดดูรายละเอียดของไฟล์ ภาพถูกถ่ายตอนเกือบตีสอง ซึ่งเป็นช่วงที่เธอยังอยู่ในอ้อมแขนของคีตะคนร้ายไม่ได้เพียงขู่มันกำลังเฝ้าดูมารดาของเธออยู่จริง ๆแพรไหมหันไปมองชายหนุ่มซึ่งยังหลับอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเขาในยามหลับดูอ่อนโยนกว่าปกติ แขนยังคงพาดอยู่บนเอวเธอเหมือนกลัวว่าหากปล่อยมือ เธอจะหายไปอีกครั้งเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน คีตะเพิ่งให้คำสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอเผชิญปัญหาตามลำพังแต่ข้อความตรงหน้ากำลังบังคับให้แพรไหมต้องปิดบังเขาหญิงสาวค่อย ๆ ยกแขนของเขาออกจากตัว ก่อนเดินเข้าไปในห้องน้ำและล็อกประตู เธอพยายามโทรกลับหมายเลขดังกล่าว แต่ระบบแจ้งว่าไม่สามารถติดต่อได้ไม่นานก็มีข้อความใหม่ส่งเข้ามาพรุ่งนี้ สิบโมง ลานจอดรถด้านหลังห้างร้าง มาคนเดียวถ้าแจ้งตำรวจหรือบอกคีตะ เธอคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแพรไหมกำโทรศัพท์แน่นเ

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 11 ขย่มแล้วบอกว่าอย่าปล่อยฉันไว้คนเดียว NC

    “นายไม่ได้เชื่อฉัน นายแค่เพิ่งหาหลักฐานมายืนยันได้ว่าฉันไม่ผิด หากไม่มีหลักฐานนั้น นายก็คงเลือกเชื่อว่าฉันขายนายอยู่ดี”คำพูดของแพรไหมยังคงดังวนอยู่ในความคิด แม้คีตะจะกลับออกมาจากโรงพยาบาลนานหลายชั่วโมงแล้วเขานั่งอยู่ตามลำพังในห้องสโมสร ท่ามกลางความมืดและแสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเพียงดวงเดียว เอกสารการโอนเงิน ประวัติเข้าใช้ระบบ และภาพจากกล้องวงจรปิดถูกเปิดเรียงอยู่ตรงหน้าแพรไหมพูดถูกเขาไม่เคยมองเธอเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่เมื่อหลักฐานทุกชิ้นชี้ไปทางเดียวกัน เขากลับปล่อยให้ความสงสัยมีน้ำหนักมากกว่าความไว้ใจคำว่าเชื่อใจควรมีความหมายในเวลาที่ทุกอย่างดูไม่น่าเชื่อถือที่สุด ไม่ใช่หลังจากพบหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์แล้วคีตะหลับตาและยกมือกดหว่างคิ้ว ก่อนเสียงแจ้งเตือนจากระบบติดตามรายการทางการเงินจะดังขึ้นฝ่ายบัญชีของโรงแรมช่วยตรวจสอบบริษัทต้นทางซึ่งโอนเงินห้าแสนบาทเข้าบัญชีแพรไหม บริษัทนั้นจดทะเบียนดำเนินธุรกิจด้านที่ปรึกษาการตลาด แต่ไม่มีสำนักงานจริง ใช้ที่อยู่เดียวกับบริษัทอีกสามแห่ง และเพิ่งเปิดบัญชีก่อนเกิดเหตุไม่ถึงสองเดือนกรรมการผู้มีอำนาจเพียงคนเดียวเป็นหญิงวัยหกสิบกว่าปีซึ่งไม่มีประวัต

  • สถานะลับ...ฉบับคู่อริ   บทที่ 10 คนทรยศ

    เสียงโทรศัพท์ปลุกแพรไหมขึ้นมาในช่วงเช้าหญิงสาวลืมตาขึ้นท่ามกลางห้องพักแคบ ๆ ที่ยังไม่คุ้นเคย กล่องสัมภาระวางเรียงอยู่ข้างผนัง เสื้อผ้าบางส่วนยังคงค้างอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เพราะเมื่อคืนเธอไม่มีแรงมากพอจะจัดอะไรต่อความทรงจำเกี่ยวกับคีตะไหลกลับเข้ามาในความคิด ตั้งแต่บทสนทนาหน้าโต๊ะอาหารไปจนถึงคืนสุดท้ายภายในห้องนอนของเขาแพรไหมหลับตาลงและพยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกไป ก่อนคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย“สวัสดีค่ะ”“คุณแพรพิไลใช่ไหมคะ ดิฉันโทรมาจากสำนักงานคณะกรรมการโครงการ UniVision Asia Challenge ขอให้คุณเข้าพบคณะกรรมการภายในเก้าโมงเช้าวันนี้ค่ะ”น้ำเสียงเป็นทางการทำให้เธอลุกขึ้นนั่ง“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ”“เกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลโครงการค่ะ รายละเอียดทั้งหมดจะแจ้งให้ทราบเมื่อคุณมาถึง”สายถูกตัดไปหลังจากนั้นไม่นานแพรไหมมองหน้าจอด้วยความสับสน ก่อนพบข้อความจำนวนมากจากสมาชิกในทีม บางคนถามว่าเธออยู่ที่ไหน ขณะที่บางคนส่งภาพหลักฐานการส่งไฟล์ซึ่งกำลังถูกแชร์อยู่ในกลุ่มปิดของสโมสรทุกภาพมีชื่อบัญชีของเธอปรากฏอยู่หัวใจของหญิงสาวเต้นแรง เธอรีบลุกไปเปิดโน้ตบุ๊ก แต่กลับพบว่าบัญชีอีเมลของตนเองถูกออก

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status