เข้าสู่ระบบ‘พ่อพ่อ เลือด เลือดไหล พริกหวาน อยู่โรงบาล’
‘เจ็บ พ่อพ่อ มาหาพริกหวาน ได้ไหมคะ’
หนูพริกหวานใช้โทรศัพท์แม่ส่งข้อความเสียงหาพ่อพ่อ
หัวใจคุณพ่อหล่นลงตาตุ่ม ห่วงใยลูกสาวมากกว่าใครในโลก เข้าเช็กตำแหน่งปัจจุบันซึ่งเชื่อมโยงมาจากแอปเปิลวอช อุปกรณ์ไฮเทค ใส่ติดตัวไว้ประจำเพื่อสอดส่องความปลอดภัยลูกสาว
พบว่าหนูพริกหวานยอดดวงใจของคุณพ่ออยู่โรงพยาบาลจริง ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ไม่มีคำถามเหล่านั้นหลุดออกจากปาก ทิ้งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า บึ่งรถมาถึงโรงพยาบาลภายในสิบนาที
“รับสายสิธาร”
โรงพยาบาลกว้างขวางไม่รู้ว่าธารธาราพาลูกสาวไปรักษาตัวที่ไหน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ลูกถึงมีเลือด
ขณะรอการตอบรับ ภารนัยก้าวเท้ายาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปตามหา จะไปถามประชาสัมพันธ์ ชะงักฝีเท้าเมื่อเสียงเล็กๆ ตอบกลับ
‘พ่อพ่อ’
เรียกพ่อครั้งเดียวไม่ได้ ติดปากเรียกพ่อพ่อ ซึ่งฝ่ายพ่อพ่อของหนูพริกหวานไม่ขัดใจลูก ลูกอยากเรียกอะไรเรียกได้เลย
“พริกหวาน ลูก!”
โล่งอกหลังจากได้ยินเสียงเล็ก
วันไนท์สแตนกับแม่ของลูกคืนเดียว ผ่านไปเก้าเดือนได้หนูพริกหวานมาอุ้มแบบงงๆ แทบจะยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผาก เพราะแม่ของลูกยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลย แถมอายุยังอ่อนกว่าเขาสิบปีเต็ม!
ธารธาราใจแตกไปช่วงหนึ่งจากความเสียใจที่สูญเสียแม่ ญาติที่เหลืออยู่คนเดียวในโลก มีแววจะต้องทิ้งการเรียนมาทำงานหาเงินเลี้ยงลูกที่มาเกิดโดยไม่ได้ตั้งใจ ภารนัยสงสารเด็กมหาลัยผิวขาวๆ หน้าตาน่ารักๆ มีหน้าอกน่าขย้ำหน่อยๆ เสนอตัวเป็น Sugar Daddy สายเปย์ เลี้ยงทั้งลูก เลี้ยงทั้งเมีย ส่งเรียนหนังสือ ให้เงินใช้รายเดือน และสัญญาจะโอนบ้านให้เป็นกรรมสิทธิ์ภายหลังหล่อนจบการศึกษา
ใต้เงื่อนไข ธารธาราต้องเป็นเด็กดีของเขาคนเดียว ตั้งใจเรียนหนังสือให้จบ ตั้งใจเลี้ยงลูกให้ดี และอย่าขาดเรื่องบนเตียง ถึงจะแค่สัปดาห์ละหนึ่งวันก็ห้ามขาด ถ้าแม่ของลูกเป็นเด็กดีก็รับบ้านไป มูลค่าสิบกว่าล้านเลยนะบ้านเดี่ยวในโครงการใหญ่หลังนั้น เด็กเลี้ยงของเขาน่ารัก นิสัยว่าง่าย อยู่ในร่องในรอย ไม่เคยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเขา
หล่อนเรียนมหาวิทยาลัยถึงชั้นปีสุดท้าย เหลือแค่ฝึกงานสามเดือนก็จะจบอย่างไม่เป็นทางการ เส้นตายสุดท้ายที่ภารนัยจะต้องยกบ้านให้หล่อน และลดสถานะ ไม่สามารถหลับนอนกับหล่อนได้อีก
ธารธารายังเด็ก แต่เลี้ยงลูกได้ดี มีเขากับแม่บ้านคอยช่วยอีกสองแรง หล่อนขยันเรียนหนังสือได้เกรดเอหลายตัว รู้จักขายของออนไลน์หารายได้เสริม ทุ่มความสนใจให้การเรียนกับลูกสาว ไม่เอาเวลามาก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวภารนัย สนใจเขาเฉพาะตอนอยู่ด้วยกันกับลูก แต่ถ้าอยู่นอกบ้าน หล่อนจะไม่พาลูกมาเดินใกล้ๆ ไม่เคยไม่เปิดเผยความสัมพันธ์ในที่สาธารณะ ออกหน้าเป็นซิงเกิลมัมเลี้ยงลูกสาวคนเดียว จนตอนนี้หนูพริกหวานอายุสองขวบครึ่ง แม่เขา ญาติเขา ไม่มีใครเลยสักคนระแคะระคายว่าเขาแอบซุกลูกซ่อนเมียไว้ลับๆ
“อยู่ไหนคะลูก คุณพ่อมาถึงโรงพยาบาลแล้วนะ จะมารับพริกหวานกลับบ้าน หนูเป็นอะไรทำไมมีเลือด คุณแม่อยู่ด้วยไหมคะ” ยิงคำถามชุดใหญ่ ลูกสาวส่งเสียงงอแงไม่ให้พ่อพูด ให้พ่อฟังอย่างเดียว ใจอ่อนยวบเลยสิ เสียงลูกสาวพูดออกมาแอะเดียว ใจพ่อหดเล็กลง
‘กาเป๋า แม่แม่ กับ พริกหวาน’ กระเป๋าธารธาราอยู่กับพริกหวาน ภารนัยเชี่ยวชาญภาษาเด็กแปลความหมายออกเร็วทันใจ
‘พริกหวาน อยู่กับ คูมหมอ แม่แม่ ร้องไห้ แง แง’
แม่ร้องไห้? ธารธาราน่ะเหรอ?
ใครเป็นอะไร แม่หรือลูก งงแล้วนะเนี่ย
“พริกหวานขา ลูกจ๋าลูก พริกหวานอยู่กับคุณหมอใช่ไหมคะ เอาโทรศัพท์ของคุณแม่ให้คุณหมอนะ ให้คุณพ่อคุยกับคุณหมอ คุณพ่อจะได้รู้ว่าพริกหวานอยู่ตรงไหน คุณพ่อจะได้ไปหาพริกหวานไงลูก”
ลูกพ่อขนานแท้มีถอนหายใจใส่โทรศัพท์ วิ่งไวๆ ไปหาคุณหมอ
‘คุณพ่อของหนูพริกหวาน สามีคุณธารธาราใช่ไหมคะ’
“ครับ ตอนนี้ผมมาถึงโรงพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าต้องไปตรงไหน”
ภารนัยตอบรับเต็มปากเต็มคำ ทั้งสถานะพ่อ และสถานะสามี
รู้ตำแหน่งจากการบอกเล่ารวบรัด ภารนัยสับเท้าไฟวิ่งอย่างเร็ว มาถึงหน้าห้องเสียงเล็กๆ ของหนูพริกหวานร้องเรียก ‘พ่อพ่อ’ วิ่งเตาะแตะเข้ามาอ้อนขอกอด
ภารนัยย่อตัวลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมากอด หอมแก้มไปหลายครั้งให้หายคิดถึง ทั้งที่เจอหน้ากันทุกวันก็ยังคิดถึงลูกสาว สายตาภารนัยอ่อนโยนขณะทอดมองเลือดเนื้อเชื้อไขของตน
แรกเริ่มไม่เชื่อว่าธารธาราตั้งท้องกับเขา จนได้รับผลตรวจทางพันธุกรรม แต่ต่อให้ไม่ส่งตรวจดีเอ็นเอ รอให้โตอีกนิดเขาก็เชื่อ หนูพริกหวานมีเค้าโครงใบหน้าเหมือนเขาค่อนข้างมาก น่ารัก น่าเอ็นดูที่สุดเลยลูกสาวคุณพ่อ ฮึ่ม มันเขี้ยว คุณพ่อรักลูกหลงลูกสาวมากที่สุด วางลูกลง นั่งยองสำรวจตามเรียวแขนเล็กหารอยแผลและรอยเลือด ยังไม่ทันได้ดูขา เท้าเล็กๆ คู่นั้นวิ่งบนรองเท้าแตะมีไฟแสงสีในตัวเวลาน้ำหนักกดทับ นำทางเข้าไปข้างในไปหา ‘แม่แม่’ ที่นอนน้ำตาท่วมหน้าอยู่บนเตียง หน้าแดงๆ ของธารธาราน่ารักและน่ามันเขี้ยวในเวลาเดียวกัน
“แม่แม่ หกล้ม เลือดไหลเยอะเลย”
กำลังจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินคำที่ลูกเล่าแล้วภารนัยปล่อยหัวไหล่ลู่ลง กลอกตามองขึ้นเพดาน ก่อนเลื่อนลงสบตากับยัยเด็กซุ่มซ่าม ไปหกล้มท่าไหนถึงเข่าแตกจนได้เย็บหลายเข็ม
เชื่อเขาเลย! ภารนัยจะบ่น แต่ขอบตาธารธารายังแดงอยู่เลย เก็บคำพูดไว้ในคลังสมอง อุ้มลูกสาวถอยออกมานั่งรอมุมห้องให้หมอกับพยาบาลทำแผลจนเสร็จก่อนจึงรับกลับบ้านด้วยกัน
“แม่แม่ เป่าเพี้ยง โอ๋นะ” หนูพริกหวานเอี้ยวลำตัวกลับมาเช็ดน้ำตาให้คุณแม่ ปากเล็กเป่าลมผ่านแมสค์เด็กลายคิตตี้
แม่บ้านอื่นปลอบลูก แม่บ้านนี้ให้ลูกปลอบ ภารนัยส่ายหน้า แยกไม่ออกว่าระหว่างแม่ของลูกกับลูกสาว เขาควรเหนื่อยกับคนไหน
“คุณแม่เจ็บจังเลย พริกหวานเป็นคุณหมอให้คุณแม่ได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ พริกหวานจะ ฉีดยาให้ แม่แม่ ทุกวัน” หนูน้อยยกนิ้วชี้เหยียดตรง จิ้มเข้าที่ท่อนแขนคุณแม่แรงเหมือนโกรธมาเป็นชาติ ช่างเป็นคุณหมอที่น่ากลัวอะไรอย่างนี้ลูกสาวคุณแม่ “อย่างนี้!”
“คุณแม่ไม่ฉีดยาได้ไหมคะ คุณแม่กลัวเข็ม” มองลูกตาปริบๆ
“ไม่ได้ค่ะ พริกหวานบอกคุณแม่ไปลูก ไม่ฉีดยาไม่ได้ จะไม่หาย” คุณพ่อพูดแทรก ขณะเข็นวีลแชร์พาลูกสาวที่นั่งบนตักแม่ไปรอรับยา เลือกที่นั่งว่างไกลผู้คนสักหน่อย เพื่อจะได้ก้มหน้าลงมาพูดใกล้ๆ
“วันนี้วันเสาร์นะ ห้ามลืมเด็ดขาด ขั้นต่ำสามเข็ม ต้องฉีดย้ำๆ ให้ตรงจุด” ยิ้มมีเลศนัย แม่ของลูกแก้มแดงเพราะเข้าใจความหมาย
“พริกหวานบอกคุณพ่อให้คุณแม่ได้ไหมคะ วันนี้งดฉีดยา เข็มเดียวก็ไม่ให้ฉีด ถ้าอยากจริงๆ ให้กินยาเม็ดทางปากได้อย่างเดียว”
“แค่ยาเม็ดมันจะไปพออะไรเล่า ไม่รู้แหละ ยังไงก็จะฉีดให้ได้”
“คนเอาแต่ใจ” สะบัดหน้างอน ให้กับชายหนุ่มที่จ่ายค่าเลี้ยงดูไม่ขาด มาตลอดระยะเวลานับจากหนูพริกหวานลืมตาดูโลก
ธารธาราต้องเลี้ยงลูกให้เขา และยอมให้เขามีอะไรด้วยสัปดาห์ละหนึ่งวัน ลาไม่ได้ ป่วยก็ไม่ยอมให้ขาดงาน จับมามีอะไรกันสม่ำเสมอจนน่าน้อยใจ เขารักษาสิทธิ์ตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม วันอื่นไม่เคยแตะต้อง ยกเว้นวันเสาร์ จะเคลียร์งานทุกอย่างเพื่อมาจุดจุดจุดให้เต็มที่
ไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศยังไม่เคยไปตรงกับวันเสาร์ เขามันคนหื่น! กล่อมลูกสาวเข้านอนได้ อุ้มไปห้องข้างๆ มาราธอนยาวเริ่มจากสี่ทุ่มไปจบที่ตีสองตีสามของอีกวัน
ธารธาราตื่นสายในเช้าวันอาทิตย์เป็นประจำ
“พ่อพ่อ ดุ แม่แม่”
แหงนหน้ามองพ่อพ่อกับแม่แม่สลับกัน
“ไม่ใช่ค่ะ คุณพ่อไม่ได้ดุคุณแม่นะคะ คุณแม่หน้าบึ้งเป็นยักษ์เพราะหิวต่างหาก พริกหวานหิวไหม เราไปกินพี่หมูยิ้มกันไหม”
“กินค่ะ!” ตัวป่วนยกมือสูง ขยับตัวบ่อยจนภารนัยกลัวแขนหรือขาลูกสาวจะปัดไปโดนผ้าพันแผลบนหัวเข่าธารธารา อุ้มลูกออกจากตักหล่อน ให้หล่อนนั่งหน้างอนรอบนวีลแชร์ ก่อนไปรอคิวรับยา
ตอนพิเศษ(3)เครื่องบินลำสีฟ้าสดใสทะยานเหนือน่านฟ้า ลดระดับลงจอดสวยงามในสนามบินบนเกาะสมุย ผู้โดยสารเกือบครึ่งลำมาจากสองบ้าน มีแกนนำหลักเป็นท่านเจ้าสัวนพกับคุณภาวินี ยกโขยงกันมาทั้งเจ้านายและคนงานในบ้าน ท่องเที่ยวด้วยกันครั้งแรกนับจากหนูพริกไทยลืมตาดูโลกหนูพริกไทยในวัยหนึ่งขวบไม่เคยนั่งเครื่องบิน เครื่องขึ้นร้องไห้ เครื่องลงถึงพื้นก็ร้องไห้ พี่พริกหวานนั่งแถวหน้ากับคุณย่าซึ่งมีพื้นที่ว่างให้เหยียดขากว้างที่สุด ยื่นหน้าแทรกระหว่างเบาะมาบ่นน้องสาว “ร้องไห้อีกแล้ว พี่พริกหวานเคยนั่งหลายครั้ง ไม่เห็นจะร้องไห้เลยสักครั้ง”ถูกพี่สาวบ่น น้องสาวที่แสนจะน่ารักหยุดร้อง ตาแดงๆ นั้นมองพี่“แบบนี้สิน่ารัก พอไปถึง... ไปถึงที่พัก พี่พริกหวานจะพาเล่นน้ำ พาเล่นดินทราย ถ้าพริกไทยอยากเล่น ต้องไม่ร้องไห้นะ สัญญาได้ไหม”น้องพริกไทยพยักหน้า ยื่นนิ้วก้อยไปเกี่ยวกับพี่สาวธารธารากับภารนัยหันมามองหน้ากัน พวกเขาอมยิ้ม พอใจที่พริกหวานสามารถช่วยพ่อกับแม่เลี้ยงน้องได้ บนเครื่องบินลำนี้มีท่านเจ้าสัวนพนั่งมาด้วย ท่านเอ็นดูเหลนน้อยมากกว่าใครๆ คอยมองไม่ละสายตา มีเจนจิรามาเป็นเพื่อน และข้างๆ ของเจนจิรามีแฟนหนุ่มนักธุร
ตอนพิเศษ(2)ครรภ์ธารธาราขยายใหญ่เข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย สองครอบครัวนับถอยหลังรอต้อนรับสมาชิกใหม่เพศหญิงที่จะลืมตาดูโลก ท่านเจ้าสัวนพอายุมากแล้วออกจากบ้านไม่บ่อย ไม่สะดวกนั่งรถนานๆ ส่วนธารธาราก็ตั้งครรภ์ไปเยี่ยมท่านไม่ได้ เจนจิราคอยทำหน้าที่เป็นคนกลาง มาเยี่ยมน้องสาวกับหลานสาว เก็บรูปน่ารักๆ ไปฝากคุณตาให้ท่านได้ชื่นใจ มีเรี่ยวแรงดูแลสุขภาพกายให้แข็งแรงรออุ้มเหลนคนที่สองวันนี้เจนจิราไม่ได้มาตัวเปล่า แต่หอบเอาสมบัติของคุณตามาด้วย มีเงินสดในบัญชีธนาคาร ทองคำแท่ง เครื่องเพชร ที่ดินแปลงสวยในกรุงเทพฯ ตึกอาคารสำนักงานให้เช่า ตลอดไปจนถึงหุ้นจำนวน 5% ของบริษัทอินฟินิตี้ มันมากมายจนธารธาราไม่กล้ารับ“คุณตายกทั้งหมดนี้ให้ธารจริงๆ เหรอคะ เจอกันคราวก่อนท่านไม่ได้พูดถึงข้าวของพวกนี้เลยนะคะ แล้วธารก็ไม่เคยบอกว่าอยากได้”“คุณตาอยากให้ น้องธารเป็นหลานของท่าน ท่านยังไม่เคยให้อะไรน้องธารเลย ถือเป็นของขวัญรับขวัญหลานกับเหลนในเวลาเดียวกัน ที่จริงท่านอยากมาด้วยตัวเอง แต่วันก่อนท่านเพิ่งไปเยี่ยมลุงนทีในเรือนจำ ถูกดูดพลังงานไปเยอะ ท่านก็เลยมาเยี่ยมน้องธารไม่ไหว”“สภาพจิตใจท่านดีขึ้นบ้างไหมน้องเจน พี่ไม่ได้ถามข
ตอนพิเศษ(1)รถกระบะรับจ้างขนย้ายข้าวของเข้านอกออกในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดังหลายครั้ง เพื่อลำเลียงย้ายข้าวของเครื่องใช้จากบ้านเดี่ยวไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลพิภพจักรวาล ซึ่งนับต่อจากนี้จะกลายเป็นที่อยู่อาศัยหลักของสมาชิกทุกคนในครอบครัวเล็กๆ ของภารนัยและธารธารา หญิงสาวเคยคิดว่าของใช้ส่วนตัวมีไม่มาก ให้รถรับจ้างพร้อมคนยกเข้ามาขนรอบเดียวก็หมด มาลองเก็บจริงๆ อันนั้นก็สำคัญ อันนี้ก็อยากเอาไปด้วย รถรับจ้างขับวนกลับมายกของสามรอบกว่าจะเอาของไปครบทุกรายการสมบัติของธารธาราส่วนมากจะเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นรอขาย และอุปกรณ์สำหรับแพ็คสินค้า ของพริกหวานไม่ใช่ธรรมดา เพิ่งจะรู้ว่าเสื้อผ้าลูกเยอะกว่าเสื้อผ้าพ่อกับแม่ก็วันนี้ ของเล่นชิ้นเล็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นชิ้นใหญ่ และ สไลเดอร์เป่าลมของลูกเต็มไปอีกหนึ่งคันรถ จะเอาทิ้งก็ไม่ได้ ตัวเล็กเดินตามหลังต้อยๆ คอยมองว่าเอาขึ้นรถหรือยัง ของเล่นทุกชิ้นไม่ว่าจะเล่นหรือเลิกเล่นแล้ว พริกหวานหวงของทั้งหมด พ่อกับแม่ปาดเหงื่อไปตามๆ กันรถรับจ้างขนย้ายของเที่ยวสุดท้ายเคลื่อนตัวออกไปก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีแดงตัดส้มพาดผ่านเส้นขอบฟ้าแสงสุดท้ายของวัน และอาจจะเป็นครั้งสุ
บทส่งท้ายการตัดสินใจป่าวประกาศบอกสถานะความสัมพันธ์ตาหลาน ระหว่างท่านเจ้าสัวนพ กับธารธาราเจ้าสาวคนสวยของนักธุรกิจหนุ่ม กลางพิธีช่วงเย็น ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในรูปแบบปากต่อปาก รายงานข่าวในรายการโทรทัศน์ ไปจนถึงโพสต์ลงแพลตฟอร์มต่างๆ ในโลกโซเชียลมีเดียธารธารากลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีหนุ่มไม่พอ หล่อนยังได้เป็นถึงหลานสาวคนเล็กของเจ้าสัวแห่งอาณาจักรแสนล้านการแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียมีทั้งฝั่งแสดงความยินดี และฝั่งตั้งข้อสงสัยว่ามันอย่างไรกันแน่ ถ้าเจ้าสาวคือหลานสาวเจ้าสัวนพเหมือนกัน แล้วทำไม จึงจับคู่เขาให้หมั้นหมายกับหลานสาวอีกคนที่ชื่อเจนจิราอีกหนึ่งข้อสงสัยสำหรับมิตรรักมิตรร้ายในโลกอินเทอร์เน็ต พวกเขาถามถึงการหายตัวไปของลูกสาวคนที่สามของท่านเจ้าสัว ว่าหายไปไหน หายไปเพราะอะไร เนื่องจากตลอดยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ไม่มีข่าวเป็นที่กระจ่างว่ายังมีชีวิต หรือหากเสียชีวิตไปแล้วก็ไม่มีการจัดงานศพ“เคยเห็นในติ๊กต๊อก พูดหวานมาก ไม่รู้เลยว่าเป็นหลานสาวเศรษฐี” “ยินดีด้วยค่ะ รวยทั้งคู่ เหมาะสมกันมาก”“ผู้หญิงโชคดีจัง ผู้ชายรวยแล้วตายังรวยอีก” “เคยฝึกงานด้วยกัน ผู้หญิงนิส
ทะเบียนสมรสเพื่อแสดงสถานภาพภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย รอนานถึงสามปีครึ่งกว่าธารธาราจะได้มาครองเจ้าสาวสวมชุดไทยแสนสวยยืนข้างเจ้าบ่าวถ่ายรูปคู่ทะเบียนสมรสไว้เป็นที่ระลึก ก่อนจะไปสู่ขั้นตอนถัดไปในพิธีช่วงเช้า แขกเหรื่อมาร่วมงานมากหน้าหลายตา ธารธารารู้จักหลายคนในช่วงที่ภารนัยพาไปตระเวนแจกการ์ดแนะนำตัวหล่อนให้ผู้ใหญ่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามได้ชื่อภรรยาของภารนัย ไม่มีใครดูถูก หรือไม่ให้เกียรติหล่อน ทุกคนเต็มใจร่วมแสดงความยินดีให้กับความรักป้าน้อมเข็นวีลแชร์คุณแม่เข้ามา“แม่ดีใจที่หนูธารเข้ามาในชีวิตลูกชายแม่ มีความสุขอยู่แล้วขอให้มีความสุขเพิ่มขึ้นอีกนะจ๊ะ”“พริกหวาน อยากทำบ้าง”ตัวเล็กนั่งมากับวีลแชร์ย่าภารดน้ำสังข์ไปแล้ว ต่อไปย่าน้อมย่าจับมือหลานรดไปด้วยกัน“ป้ารักคุณทั้งสองนะคะ ดีใจที่ได้ดูแลคุณธารกับคุณนัย”“แม่แม่ขา พริกหวาน อยากเอาเก้าอี้ตรงนั้น มานั่งด้วยได้ไหมคะ”“งานแต่งพ่อกับแม่จะมานั่งด้วยได้ยังไงคะ” ภารนัยรีบเบรกก่อนลูกสาวจอมยุ่งจะไปลากเก้าอี้มานั่งกับพ่อแม่จริงๆ “ไปกินไอศกรีมกับย่าน้อมนะคะ คุณพ่อสั่งมาจากร้านที่พริกหวานชอบ เอามาให้กินเยอะเลยค่ะ”คุณย่าทั้งสองรวบตัวหลานน้อยออก
ข่าวการตั้งครรภ์ของธารธาราไม่ได้ประกาศลงโซเชียลบอกเฉพาะคนในครอบครัวเพื่อความปลอดภัย ไม่ได้จัดงานเลี้ยงฉลองเป็นการภายในรอจัดรวบยอดทีเดียวในงานแต่งงาน ยกเว้นเจ้าสัวนพที่ทราบข่าวเร็วภายในวันต่อมา เพราะหลานสาวโทรมาบอก ช่วงที่เจ้าสัวนพไปพักฟื้นในบ้านภารนัยเจนจิราไปเยี่ยมท่านค่อนข้างบ่อย ทำให้สนิทกับธารธาราไปโดยปริยายคนสองคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อนได้เปิดใจคุยกัน คลิกกันอย่างเหลือเชื่อ นัดออกไปเที่ยว กินข้าว ซื้อของ ได้อย่างสนิทใจ เจนจิราไม่มีความรู้สึกอิจฉาริษยาในตัวธารธาราเหมือนเมื่อก่อน การที่ได้เห็นพี่ชายที่แสนดีอย่างภารนัยมีความสุขกับผู้หญิงเขารัก และธารธาราก็รักและดูแลภารนัยดีมาก ไม่ได้คบเขาเพื่อหวังเงินทอง ก็นับว่าทั้งคู่มีวาสนาต่อกัน คนนอกอย่างเจนจิราทำได้แค่อวยพรให้พวกเขารักกันมากๆ“ท้อง? เด็กคนนั้นตั้งท้องลูกคนที่สองจริงๆ เหรอน้องเจน” “น้องธารเพิ่งไลน์มาบอกน้องเจนเมื่อกี้นี้เองค่ะ พอน้องเจนเล่าให้คุณพ่อฟังเสร็จแล้ว ก็รีบยกโทรศัพท์โทรหาคุณตาทันทีเลยค่ะ กลัวคุณตาจะไม่อยากรู้ แต่ตอนที่คุณตาไปอยู่บ้านพี่นัยเป็นเดือน น้องธารก็ดูแลคุณตาดี น้องเจนก็เลยโทรมาเล่าให้ฟังค่ะ คุณตาก็ดีใจเหมือนกันใ
พริกหวานตกน้ำป๋อมแป๋ม ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาเริ่มมีไข้น้ำมูกไหล ธารธาราดำเนินเรื่องให้ลูกสาวแอดมิตเข้ารับการรักษาในห้องเดียวกับคุณย่า เสริมเตียงเล็กสำหรับเด็กเพื่อจะได้ดูแลลูกสาวกับคุณภาวินีพร้อมกันพริกหวานนอนจามในอ้อมอกแม่จนจมูกแดง แม่เช็ดหน้าเช็ดตัวให้ลูกสาวดูแลอย่างดีจนกระทั่งคุณภาวินีฟื้นขึ้นมาในช
ให้ตายตอนนี้ คุณภาวินีสามารถตายได้อย่างดวงตาสองข้างหลับสนิท ไม่มีห่วงใดในตัวลูกชาย ภารนัยดำเนินรอยตามพ่อของเขาที่มีความสุขที่ได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัว ได้เมียดีคอยดูแลลูก ดูแลบ้าน ลูกสาวก็น่ารัก แสนซนไปหน่อยแต่ฉลาด ฟังผู้ใหญ่รู้เรื่องเกือบจะทั้งหมด ในฐานะแม่ คุณภาวินียินดีกับลูกชาย และปรารถนาให้ภาร
นอกจากหมู่บ้านจัดสรรในโครงการดังที่ทุ่มเงินหลักร้อยล้านซื้ออาศัยกับลูกสาว คุณจิรัชไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมาเขาทรมานตัวเองด้วยการไม่เปิดใจมองใครอีกเลย ตอกย้ำตัวเองให้จำว่าทั้งชีวิตนี้เขาทำให้ผู้หญิงเสียใจแค่สองคนก็มากพอแล้ว คนอย่างเขาไม่มีค่าสำหรับใคร ไม่ดีพอให้เริ่มต้นมี
‘เธอมาดักรอเจอฉันหลายครั้งเพื่อจะถามเรื่องไร้สาระนี้เหรอ เธอยังสติดีอยู่ไหม หรือเป็นบ้าไปแล้ว อายุของเธอไม่น่าจะน้อยกว่ายี่สิบสองปี นับรวมเวลาตอนแม่ตั้งท้องเธอด้วยสิ ตอนจีบกับพ่อเธอ รักกับพ่อเธอ ไปจนถึงตอนเลิกรา เรื่องมันผ่านมานานขนาดนั้นฉันจะไปจำได้ยังไง!’‘ลูกน้องฝ่ายเดียวกับฉันลาออกจากงานขาดการต







