Home / โรแมนติก / สถานะลุ้นรัก / บทที่ 1/4 พริกหวาน

Share

บทที่ 1/4 พริกหวาน

last update Last Updated: 2026-02-03 02:32:50

“บาร์บีก้อน บาร์บีก้อน ไปกินพี่หมูสีชมพู เย่!”

ใส่ทำนอง ร้องปลุกใจวัยรุ่นฟันน้ำนมที่ถูกรัดเข็มขัดติดกับคาร์ซีท ภารนัยมีรถใช้แค่คันเดียวมักจะขับไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ยกเว้นออกไปทำงานนอกสถานที่จะใช้รถตู้บริษัทที่มีคนขับประจำ กลับบ้านไปกินข้าวกับมารดาเอาคันนี้กลับ รับเจนจิราไปกินข้าวเมื่อครู่ก็ไปคันนี้

คาร์ซีทติดมาตั้งแต่ลูกแรกเกิด ไม่มีใครเอะใจถามเขาสักคน จะว่าปิดบัง 100% ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ ไม่แน่นะ ถ้าคุณนายภาวินีสงสัยถามลูกชายสักนิด ภารนัยอาจจะบอกท่านและพาลูกสาวไปกราบคุณย่า แม่ขี้เหงา อยู่บ้านกับแม่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน คงจะดีใจที่มีหลานให้อุ้ม นับจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตบิดา มารดากลายเป็นผู้พิการ ไม่สามารถเดินได้ ภารนัยเป็นลูกที่แย่ เขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลท่าน นอกจากเวลางานเขามักจะมาอยู่กับลูกแทนที่จะกลับไปบ้านใหญ่ ก็หนูพริกหวานลูกสาวเขาน่ารักขนาดนี้ จะไม่ให้พ่อหลงได้อย่างไร

“หมูชมพู” หนูพริกหวานชูมือสูง อารมณ์ดีไปตามคุณพ่อ

ธารธาราแอบแยกเขี้ยวใส่ลูกสาว ก็เพราะใครกันล่ะไม่ยอมกินข้าว ถึงต้องไล่จับจนหกล้มเข่าแตก ทีตอนนี้หน้าระรื่น คุณพ่อพาไปกินอะไรก็ดูอยากกินไปหมด งอนพ่อของลูกเสร็จแล้ว ธารธาราเปลี่ยนมางอนลูกสาว หนูพริกหวานติดพ่อจนธารธารากังวลว่าหลังจบความสัมพันธ์ลูกจะงอแงคิดถึงเขา เพราะอาจจะไม่ได้เจอกันทุกวัน

“พบคนขี้อิจฉาหนึ่งอัตรา กลัวลูกรักพ่อมากกว่าแม่หรือไง”

คนขับรถระดับผู้บริหารมีดีทั้งหน้าตาและฐานะ เหน็บแนมแม่ของลูก ที่ไม่ยอมยิ้มเลย นับจากรถยนต์เคลื่อนออกจากโรงพยาบาล

“ธารแค่เจ็บแผล”

ไม่ได้งอนสักหน่อย ถึงแม้หนูพริกหวานจะรักคุณพ่อมากกว่าคุณแม่ตามที่ภารนัยพูดออกมาจริงๆ มันน่าเศร้า คลอดออกจากท้องแม่ อาศัยร่วมบ้านกับแม่ นอนกับแม่ แต่กลับรักพ่อมากกว่า ไม่ยุติธรรมเลย ต้องโทษภารนัย เขาตามใจจนหนูพริกหวานเคยตัว

“ครับ ไม่งอนก็ไม่งอน” เขากระเซ้า แววตาเปล่งประกายสุข

“เสื้อผ้าใหม่เหรอ”

ชายหนุ่มผู้ถูกขนานนามว่าบ้างานอันดับหนึ่งในบริษัท อาศัยช่วงเวลาสั้นๆ ขณะรถติดไฟแดงสำรวจใบหน้าและการแต่งกาย

เขาทำงานหนัก เข้าออฟฟิศและออกนอกสถานที่หกวันต่อสัปดาห์ เข้างานแปดโมงเช้าเลิกงานสองทุ่ม ถืองานกลับมาทำต่อที่บ้านจนดึกดื่นเที่ยงคืน ไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มเพื่อนไม่บ่อยนัก จนถูกคนรอบข้างแซวบ่อยๆ ว่าเขาซื่อตรงกับคู่หมั้นสาวแค่คนเดียว หารู้ไม่ เขาไม่ได้ไม่สนใจเพศหญิง แต่เขามีผู้หญิงที่คอยช่วยเรื่องอย่างว่าอยู่แล้ว

ธารธารายังเด็ก แต่งหน้าแต่งตัวแบบไหนก็น่ามอง หล่อนชอบทำตัวเองให้ดูดี แต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ ฉีดน้ำหอม ใส่เสื้อผ้าใหม่ น่ามองตลอดเวลา ไม่บ่อยที่หล่อนจะใส่เสื้อผ้าซ้ำ ไม่ใช่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับการชอปปิ้งผลาญเงิน หล่อนหยิบชุดมาจากในร้านของตัวเอง ก่อนวางขายต้องใส่ชุดตัวอย่างเพื่อถ่ายแบบอยู่แล้ว จึงเก็บชุดเหล่านั้นไว้อย่างละหนึ่ง รวบรวมได้เยอะนำไปไลฟ์ขายมือสอง

“ค่ะ เพิ่งเข้าใหม่ ไม่โป๊นะคะ ธารติดเทปกันโป๊ตรงอกไว้”

 เอนตัวไปข้างหน้าให้เขาดูว่าต่อให้ก้มเยอะๆ ไม่มีอะไรต่อมิอะไรหลุดออกมา มินิเดรสสีน้ำเงินผ้าซาตินใส่แล้วขับผิวสวยให้โดดเด่น

ถึงจะไม่เห็นหน้าอก ภารนัยก็ถอดเสื้อสูทตัวนอกวางใส่มือให้นำไปคลุมบนหัวไหล่ อีกแล้ว นี่คือข้อเสียของภารนัย เขาจู้จี้จุกจิกและชอบบ่นเรื่องการแต่งตัว ผมธารธาราค่อนข้างยาวลงมาปิดไหปลาร้าไปถึงหน้าอกหน้าใจ มองอย่างไรก็ไม่โป๊

อยากเถียง แต่ขี้เกียจพูด เขาขึงตาดุสั่งให้ทำตามจึงรับมาสวม

“อย่าทำหน้าไม่พอใจอย่างนั้นสิ แค่ธารถ่ายรูปถ่ายวิดีโออวดสัดส่วนตัวเองผมว่ามันก็มากเกินไปแล้ว อยู่บ้านไม่เป็นไร แต่ถ้าออกไปข้างนอกหาเสื้อคลุมสักหน่อยก็ดี กันโป๊ได้ด้วย กันแดดได้อีกต่างหาก”

“ค่ะ ธารจะทำตามทุกอย่าง เหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเท่านั้น ที่คุณนัยจะมีสิทธิ์สั่งธาร พ้นจากนี้ ธารจะใส่บิกินีรอบบ้านเลยคอยดู”

“ผมหวังดีกับธาร ธารกลับพูดตอบประชดประชันผม”

“เปล่าประชดค่ะ ธารแค่ไม่อยากให้คุณนัยบ่นเยอะเป็นตาแก่”

“ห้ามโกรธ ห้ามงอนผม ดื้อมากๆ ระวังผมจะเล่นตุกติกกับธาร ไม่ยอมจบง่ายๆ แต่จะยืดระยะเวลาออกไปจนกว่าธารจะรับปริญญา”

“คุณนัย!” งอนเขา จะว้ากใส่ เขาดึงนิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปาก สั่งไม่ให้หล่อนขึ้นเสียงหรือพูดจาไม่ดี ป้องกันไม่ให้หนูพริกหวานได้ยิน

รายนั้นหูตาชัน ได้ยินพ่อพ่อกับแม่แม่คุยกันก็อยากคุยด้วย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 1/5 พริกหวาน

    สายเรียกเข้าจากเจนจิรา เชื่อมต่อจากโทรศัพท์ภารนัยเข้ามาในเครื่องเสียงรถยนต์ ธารธาราผินหน้าแสนเศร้าไปทางอื่นแสร้งว่าไม่ได้มอง อยู่กับเขามาสามปี ทำไมจะไม่รู้ว่าผู้หญิงที่โทรเข้ามาเป็นใครสถานะเด็กเลี้ยงแบบผูกปิ่นโต ต้องอยู่ให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเงียบได้ ทำร้ายผู้หญิงด้วยกันเฉพาะตอนนี้เท่านั้น พ้นสามเดือนสุดท้ายของการฝึกงานไปได้ก็จะจบการศึกษา ไม่ต้องให้ภารนัยเลี้ยงดูปูเสื่อ ธารธาราจะทำงานหาเงินเลี้ยงดูตัวเองกับลูกสาวให้อยู่รอดให้ได้ส่วนเขาก็จะได้กลับไปหาคู่หมั้นสาวสวย ไม่ต้องทรยศความไว้ใจของฝ่ายนั้นด้วยการมาหลับนอนกับผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าสงสารพริกหวาน วัยกำลังน่ารักกลับต้องกำพร้าพ่อ ถ้าโตกว่านี้ลูกน่าจะเข้าใจ ไม่ใช่ว่าภารนัยไม่รักลูก แต่เพราะลูกเกิดจากผู้หญิงอย่างธารธารา จะพาไปเปิดตัวก็อาจจะอับอายขายหน้าญาติพี่น้อง“เลยไฟแดงนี้ไป คุณนัยจะจอดรถสักครู่ก็ได้นะคะ ธารจะพาลูกไปรอข้างนอก” ให้เขามีเวลาส่วนตัวคุยกับคู่หมั้นสาว ไม่ให้มีเสียงหนูพริกหวานแทรกเข้าไป ธารธาราไม่เคยทำตัวมีปัญหากับเขา หล่อนรู้สถานะของตัวเองดี อยู่เป็น แต่ลูกสาวเนี่ยสิ ไม่มีทางเข้าใจว่าภารนัยไม่เคยบอกใครว่ามีลูก อาจจ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 1/4 พริกหวาน

    “บาร์บีก้อน บาร์บีก้อน ไปกินพี่หมูสีชมพู เย่!” ใส่ทำนอง ร้องปลุกใจวัยรุ่นฟันน้ำนมที่ถูกรัดเข็มขัดติดกับคาร์ซีท ภารนัยมีรถใช้แค่คันเดียวมักจะขับไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ยกเว้นออกไปทำงานนอกสถานที่จะใช้รถตู้บริษัทที่มีคนขับประจำ กลับบ้านไปกินข้าวกับมารดาเอาคันนี้กลับ รับเจนจิราไปกินข้าวเมื่อครู่ก็ไปคันนี้คาร์ซีทติดมาตั้งแต่ลูกแรกเกิด ไม่มีใครเอะใจถามเขาสักคน จะว่าปิดบัง 100% ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ ไม่แน่นะ ถ้าคุณนายภาวินีสงสัยถามลูกชายสักนิด ภารนัยอาจจะบอกท่านและพาลูกสาวไปกราบคุณย่า แม่ขี้เหงา อยู่บ้านกับแม่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน คงจะดีใจที่มีหลานให้อุ้ม นับจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตบิดา มารดากลายเป็นผู้พิการ ไม่สามารถเดินได้ ภารนัยเป็นลูกที่แย่ เขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลท่าน นอกจากเวลางานเขามักจะมาอยู่กับลูกแทนที่จะกลับไปบ้านใหญ่ ก็หนูพริกหวานลูกสาวเขาน่ารักขนาดนี้ จะไม่ให้พ่อหลงได้อย่างไร“หมูชมพู” หนูพริกหวานชูมือสูง อารมณ์ดีไปตามคุณพ่อธารธาราแอบแยกเขี้ยวใส่ลูกสาว ก็เพราะใครกันล่ะไม่ยอมกินข้าว ถึงต้องไล่จับจนหกล้มเข่าแตก ทีตอนนี้หน้าระรื่น คุณพ่อพาไปกินอะไรก็ดูอยากกินไปหมด งอนพ่อของลูกเ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 1/3 พริกหวาน

    ‘พ่อพ่อ เลือด เลือดไหล พริกหวาน อยู่โรงบาล’‘เจ็บ พ่อพ่อ มาหาพริกหวาน ได้ไหมคะ’หนูพริกหวานใช้โทรศัพท์แม่ส่งข้อความเสียงหาพ่อพ่อหัวใจคุณพ่อหล่นลงตาตุ่ม ห่วงใยลูกสาวมากกว่าใครในโลก เข้าเช็กตำแหน่งปัจจุบันซึ่งเชื่อมโยงมาจากแอปเปิลวอช อุปกรณ์ไฮเทค ใส่ติดตัวไว้ประจำเพื่อสอดส่องความปลอดภัยลูกสาวพบว่าหนูพริกหวานยอดดวงใจของคุณพ่ออยู่โรงพยาบาลจริง ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ไม่มีคำถามเหล่านั้นหลุดออกจากปาก ทิ้งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า บึ่งรถมาถึงโรงพยาบาลภายในสิบนาที“รับสายสิธาร”โรงพยาบาลกว้างขวางไม่รู้ว่าธารธาราพาลูกสาวไปรักษาตัวที่ไหน แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ลูกถึงมีเลือดขณะรอการตอบรับ ภารนัยก้าวเท้ายาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปตามหา จะไปถามประชาสัมพันธ์ ชะงักฝีเท้าเมื่อเสียงเล็กๆ ตอบกลับ‘พ่อพ่อ’เรียกพ่อครั้งเดียวไม่ได้ ติดปากเรียกพ่อพ่อ ซึ่งฝ่ายพ่อพ่อของหนูพริกหวานไม่ขัดใจลูก ลูกอยากเรียกอะไรเรียกได้เลย“พริกหวาน ลูก!”โล่งอกหลังจากได้ยินเสียงเล็กวันไนท์สแตนกับแม่ของลูกคืนเดียว ผ่านไปเก้าเดือนได้หนูพริกหวานมาอุ้มแบบงงๆ แทบจะยกเท้าขึ้นก่ายหน้าผาก เพราะแม่ของลูกยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 1/2 พริกหวาน

    “พริกหวานของคุณแม่ ไปหลบอยู่ตรงไหนนะ” ธารธารา คุณแม่วัยสาวอายุเพียงแค่ยี่สิบสองปี แกล้งมองไม่เห็นร่างเล็กกระจิริดของลูกสาว หลบหลังกองพัสดุรอจัดส่งนับร้อยกล่อง ปกติแล้วธารธาราจะปิดประตูไว้ไม่ให้ลูกสาวเข้ามาวิ่งเล่น ป้องกันอันตรายจากของหล่นทับลูก และป้องกันไม่ให้ถูกพ่อของลูกบ่นแต่วันนี้จับไม่ทันจริงๆ ไวเหลือเกิน แพ็คของเสร็จเหนื่อยๆ เข้าครัวไปเอาอาหารลูกที่แม่บ้านทำไว้มาป้อน หนูพริกหวานวิ่งเข้าห้องเร็วเป็นพายุหมุน ก้นกลมๆ หายลับเข้ามาภายใน ซ่อนตัวมิดชิดไม่ให้แม่จับได้ แต่ซ่อนแบบไหนถึงส่งเสียงหัวเราะตามประสาเด็กมาให้ได้ยินพื้นที่ในห้องรับแขกค่อนข้างกว้าง ถูกบีบอัดให้เล็กลงโดยชั้นวางของขนาดใหญ่ ซึ่งมีเสื้อผ้าแฟชั่นหลากหลายสไตล์วางเรียงเป็นเซต ให้สะดวกต่อการหยิบจับมาแพ็คลงกล่อง เวลาลูกค้าสั่งสินค้า อีกมุมหนึ่งของห้อง ระเกะระกะไปด้วยกล่องพัสดุเปล่าหลายขนาดกองสูง อุปกรณ์แพ็คสินค้าจำพวกปริ้นเตอร์ กระดาษ กรรไกรกองเต็ม รกและสกปรกไปบ้างตามธรรมดาของอาชีพแม่ค้าออนไลน์ธารธาราพรีออเดอร์เสื้อผ้าแฟชั่นจากต่างประเทศมาขาย ไม่มีหน้าร้าน ขายเองง่ายๆ ในช่องทางโซเชียลมีเดีย ตอบเอง แพ็คเองทุกรายการ นางแบ

  • สถานะลุ้นรัก   บทที่ 1/1 พริกหวาน

    “พี่นัยดูไม่ตื่นเต้นเลยนะคะ ที่เจอน้องเจน” คนที่อุตส่าห์ลากกระเป๋ามาจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำหน้างอนใส่คู่หมั้นที่ตกใจมากกว่าตื่นเต้น เมื่อพบหล่อนมาเซอร์ไพรส์ถึงห้องทำงาน“ตื่นเต้นสิครับ ก็เราไม่ได้เจอกันตั้งเกือบปี” เขาปั้นหน้ายิ้ม“แต่หน้าตาไม่ดีใจเลยนะคะ” เจนจิราตอบเสียงงอน“วันรับปริญญาบัตร พี่นัยก็ไม่ไปร่วมแสดงความยินดี”จากบ้านเกิดเมืองนอนไปเรียนต่อปริญญาโทในประเทศอังกฤษหลายปี กว่าจะจบการศึกษาตามตั้งใจ คู่หมั้นหนุ่มไม่เคยบินไปเยี่ยม จะได้เจอกันก็ตอนที่เจนจิราปิดเทอมกลับมาเยี่ยมบ้านเข้าใจว่างานเขายุ่งมาก นับจากลุงภควัตผู้เป็นคุณพ่อเสียไปโดยอุบัติเหตุ ภารนัยไม่พร้อมเลื่อนขึ้นมาเป็นผู้บริหาร แต่ก็ต้องทำ เพื่อสานต่อบริษัทขนาดใหญ่ธุรกิจหลักของครอบครัว เพราะท่องจำคำว่าเข้าใจขึ้นหัว เจนจิราจึงไม่ค่อยงอนหากคู่หมั้นหนุ่มไม่มีเวลาให้“งานพี่เยอะมากเลยครับน้องเจน พี่พามาเลี้ยงอาหารต้อนรับแล้วไงครับ น้องเจนไม่ดีใจเหรอ” ภารนัยมีสีหน้าเหน็ดเหนื่อย เขาผายมืออวดอาหารหลายรายการบนโต๊ะเอาใจคู่หมั้นสาว ที่ผู้ใหญ่จับให้หมั้น ตั้งแต่ก่อนที่เจนจิราจะวางแผนไปเรียนต่อต่างประเทศเขาดำรงตำแหน่งผู้บริห

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status