Se connecter“บาร์บีก้อน บาร์บีก้อน ไปกินพี่หมูสีชมพู เย่!”
ใส่ทำนอง ร้องปลุกใจวัยรุ่นฟันน้ำนมที่ถูกรัดเข็มขัดติดกับคาร์ซีท ภารนัยมีรถใช้แค่คันเดียวมักจะขับไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ยกเว้นออกไปทำงานนอกสถานที่จะใช้รถตู้บริษัทที่มีคนขับประจำ กลับบ้านไปกินข้าวกับมารดาเอาคันนี้กลับ รับเจนจิราไปกินข้าวเมื่อครู่ก็ไปคันนี้
คาร์ซีทติดมาตั้งแต่ลูกแรกเกิด ไม่มีใครเอะใจถามเขาสักคน จะว่าปิดบัง 100% ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ ไม่แน่นะ ถ้าคุณนายภาวินีสงสัยถามลูกชายสักนิด ภารนัยอาจจะบอกท่านและพาลูกสาวไปกราบคุณย่า แม่ขี้เหงา อยู่บ้านกับแม่บ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน คงจะดีใจที่มีหลานให้อุ้ม นับจากอุบัติเหตุที่คร่าชีวิตบิดา มารดากลายเป็นผู้พิการ ไม่สามารถเดินได้ ภารนัยเป็นลูกที่แย่ เขาทำงานหนักจนไม่มีเวลาดูแลท่าน นอกจากเวลางานเขามักจะมาอยู่กับลูกแทนที่จะกลับไปบ้านใหญ่ ก็หนูพริกหวานลูกสาวเขาน่ารักขนาดนี้ จะไม่ให้พ่อหลงได้อย่างไร
“หมูชมพู” หนูพริกหวานชูมือสูง อารมณ์ดีไปตามคุณพ่อ
ธารธาราแอบแยกเขี้ยวใส่ลูกสาว ก็เพราะใครกันล่ะไม่ยอมกินข้าว ถึงต้องไล่จับจนหกล้มเข่าแตก ทีตอนนี้หน้าระรื่น คุณพ่อพาไปกินอะไรก็ดูอยากกินไปหมด งอนพ่อของลูกเสร็จแล้ว ธารธาราเปลี่ยนมางอนลูกสาว หนูพริกหวานติดพ่อจนธารธารากังวลว่าหลังจบความสัมพันธ์ลูกจะงอแงคิดถึงเขา เพราะอาจจะไม่ได้เจอกันทุกวัน
“พบคนขี้อิจฉาหนึ่งอัตรา กลัวลูกรักพ่อมากกว่าแม่หรือไง”
คนขับรถระดับผู้บริหารมีดีทั้งหน้าตาและฐานะ เหน็บแนมแม่ของลูก ที่ไม่ยอมยิ้มเลย นับจากรถยนต์เคลื่อนออกจากโรงพยาบาล
“ธารแค่เจ็บแผล”
ไม่ได้งอนสักหน่อย ถึงแม้หนูพริกหวานจะรักคุณพ่อมากกว่าคุณแม่ตามที่ภารนัยพูดออกมาจริงๆ มันน่าเศร้า คลอดออกจากท้องแม่ อาศัยร่วมบ้านกับแม่ นอนกับแม่ แต่กลับรักพ่อมากกว่า ไม่ยุติธรรมเลย ต้องโทษภารนัย เขาตามใจจนหนูพริกหวานเคยตัว
“ครับ ไม่งอนก็ไม่งอน” เขากระเซ้า แววตาเปล่งประกายสุข
“เสื้อผ้าใหม่เหรอ”
ชายหนุ่มผู้ถูกขนานนามว่าบ้างานอันดับหนึ่งในบริษัท อาศัยช่วงเวลาสั้นๆ ขณะรถติดไฟแดงสำรวจใบหน้าและการแต่งกาย
เขาทำงานหนัก เข้าออฟฟิศและออกนอกสถานที่หกวันต่อสัปดาห์ เข้างานแปดโมงเช้าเลิกงานสองทุ่ม ถืองานกลับมาทำต่อที่บ้านจนดึกดื่นเที่ยงคืน ไปเที่ยวเล่นกับกลุ่มเพื่อนไม่บ่อยนัก จนถูกคนรอบข้างแซวบ่อยๆ ว่าเขาซื่อตรงกับคู่หมั้นสาวแค่คนเดียว หารู้ไม่ เขาไม่ได้ไม่สนใจเพศหญิง แต่เขามีผู้หญิงที่คอยช่วยเรื่องอย่างว่าอยู่แล้ว
ธารธารายังเด็ก แต่งหน้าแต่งตัวแบบไหนก็น่ามอง หล่อนชอบทำตัวเองให้ดูดี แต่งหน้า ทำผม ทำเล็บ ฉีดน้ำหอม ใส่เสื้อผ้าใหม่ น่ามองตลอดเวลา ไม่บ่อยที่หล่อนจะใส่เสื้อผ้าซ้ำ ไม่ใช่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับการชอปปิ้งผลาญเงิน หล่อนหยิบชุดมาจากในร้านของตัวเอง ก่อนวางขายต้องใส่ชุดตัวอย่างเพื่อถ่ายแบบอยู่แล้ว จึงเก็บชุดเหล่านั้นไว้อย่างละหนึ่ง รวบรวมได้เยอะนำไปไลฟ์ขายมือสอง
“ค่ะ เพิ่งเข้าใหม่ ไม่โป๊นะคะ ธารติดเทปกันโป๊ตรงอกไว้”
เอนตัวไปข้างหน้าให้เขาดูว่าต่อให้ก้มเยอะๆ ไม่มีอะไรต่อมิอะไรหลุดออกมา มินิเดรสสีน้ำเงินผ้าซาตินใส่แล้วขับผิวสวยให้โดดเด่น
ถึงจะไม่เห็นหน้าอก ภารนัยก็ถอดเสื้อสูทตัวนอกวางใส่มือให้นำไปคลุมบนหัวไหล่ อีกแล้ว นี่คือข้อเสียของภารนัย เขาจู้จี้จุกจิกและชอบบ่นเรื่องการแต่งตัว ผมธารธาราค่อนข้างยาวลงมาปิดไหปลาร้าไปถึงหน้าอกหน้าใจ มองอย่างไรก็ไม่โป๊
อยากเถียง แต่ขี้เกียจพูด เขาขึงตาดุสั่งให้ทำตามจึงรับมาสวม
“อย่าทำหน้าไม่พอใจอย่างนั้นสิ แค่ธารถ่ายรูปถ่ายวิดีโออวดสัดส่วนตัวเองผมว่ามันก็มากเกินไปแล้ว อยู่บ้านไม่เป็นไร แต่ถ้าออกไปข้างนอกหาเสื้อคลุมสักหน่อยก็ดี กันโป๊ได้ด้วย กันแดดได้อีกต่างหาก”
“ค่ะ ธารจะทำตามทุกอย่าง เหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเท่านั้น ที่คุณนัยจะมีสิทธิ์สั่งธาร พ้นจากนี้ ธารจะใส่บิกินีรอบบ้านเลยคอยดู”
“ผมหวังดีกับธาร ธารกลับพูดตอบประชดประชันผม”
“เปล่าประชดค่ะ ธารแค่ไม่อยากให้คุณนัยบ่นเยอะเป็นตาแก่”
“ห้ามโกรธ ห้ามงอนผม ดื้อมากๆ ระวังผมจะเล่นตุกติกกับธาร ไม่ยอมจบง่ายๆ แต่จะยืดระยะเวลาออกไปจนกว่าธารจะรับปริญญา”
“คุณนัย!” งอนเขา จะว้ากใส่ เขาดึงนิ้วชี้มาแตะที่ริมฝีปาก สั่งไม่ให้หล่อนขึ้นเสียงหรือพูดจาไม่ดี ป้องกันไม่ให้หนูพริกหวานได้ยิน
รายนั้นหูตาชัน ได้ยินพ่อพ่อกับแม่แม่คุยกันก็อยากคุยด้วย
ดึกสงัด ไม่มีเสียงใดทำลายความเงียบภายในหมู่บ้านจัดสรรโครงการดัง ซึ่งแวดล้อมไปด้วยผู้รากมากดีคนมีเงินเข้ามาซื้ออาศัย เจ้าของรถยุโรปขับผ่านถนนเส้นกลางหมู่บ้าน เข้ามาจอดหน้าบ้านเดี่ยวไซซ์เล็กที่สุดในโครงการ ในอีกครึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาเสียเวลาไปกับการตัดกุหลาบชุดใหม่ ทดแทนชุดเดิมที่ลืมไว้บนรถ ถูกแดดเผาทั้งวันจนกลีบเหี่ยว เขาโยนทิ้งไม่เสียดาย ตัดสดใหม่ให้ธารธาราโดยเฉพาะธารธาราเป็นเด็กน่ารัก ได้ยินว่าเขาจะกลับมาค้างคืน ก็อยู่รอดึกดื่น เปิดไฟในบ้านสว่างโร่ เจอหน้าจะจับมาหอมแก้มให้หายคิดถึงภารนัยขำตัวเอง แค่เห็นแสงไฟจากในบ้านก็มีความสุข เรื่องนี้อย่าบอกให้หล่อนรู้เชียวเขาไม่บ้าอำนาจบีบแตรรบกวนลูกเมีย ลงมาเลื่อนเปิดประตูรั้วนำรถเข้ามาจอดด้วยตัวเอง อุ้มกุหลาบช่อใหญ่เข้ามาในบ้าน หน้าชาตอนที่ไขกุญแจ แต่ประตูไม่ได้ลงกลอนให้เรียบร้อย สะเพร่าจังเลย อยู่กันสองคน โจรบุกมาคงจะหวานหมูพวกมัน“ธาร ผมกลับมาแล้ว” เขาหาที่เหมาะๆ วางช่อดอกกุหลาบ จัดง่ายๆ ด้วยกระดาษเอสี่“คอแห้งจังเลย ขอน้ำอุ่นได้ไหมครับ”ส่งเสียงอ้อน ให้หล่อนมาหา“ธาร”ผลุบวงหน้าหล่อเกินต้านเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งธารธาราใช้เป็นห้องทำงาน ม
“คุณแม่รู้ได้ยังไงครับ ว่าผมคบกับอีกคน”“ตอนแรกแม่ไม่รู้ แต่เพิ่งจะแน่ใจเมื่อไม่กี่วินาทีนี้จ้ะ”“คุณแม่!” ภารนัยกุมขมับ ถูกท่านหลอกอาการป่วยไม่พอ ยังจะหลอกถามเรื่องส่วนตัวเขาอีก จะใจร้ายเกินไปหรือเปล่า“ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ผมเอาเวลาไปทำงานดีกว่า” “กล้าดียังไงมาทำเสียงงอนใส่แม่ แม่สิควรงอนนัย ชอบคิดว่าแม่เป็นภาระอยู่เรื่อย”“ภาระอะไรกันครับ ผมรักคุณแม่ตาย”“รักแล้วทำไมไม่ยอมเล่าเรื่องส่วนตัวให้แม่ฟัง ถึงแม่จะขลุกอยู่ในบ้าน ไม่รู้เรื่องงานในบริษัท ทำอะไรก็ไม่เป็น แต่แม่ไม่ได้ไม่อยากรับรู้เรื่องงาน รวมถึงเรื่องส่วนตัวของนัยนะลูก นัยมีปัญหา มีทุกข์ มีสุข แม่อยากรับฟัง รอให้นัยเล่า แต่นัยไม่เคยเล่าให้แม่ฟัง แล้วจะไม่ให้แม่คิดว่านัยมองแม่เป็นภาระได้ยังไง แม่เสียใจจะแย่...”“ไม่ต้องแกล้งร้องไห้เลย” ดรามาเก่ง ไม่ชอบกลับบ้านก็เพราะแบบนี้ ภารนัยถอนหายใจ ยอมแพ้เทคนิคการอ้อนลูกชาย“มองออกด้วยเหรอ” คุณภาวินีขำแห้ง มีความสุขไปกับบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้พูดคุยกับลูกชายเพียงคนเดียว“โอเคครับ ผมยอมรับ ว่าผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เราอยู่ด้วยกันมาสักพักใหญ่ๆ จนมั่นใจว่ารู้นิสัยใจคอของกันเป็นอย่างดี เธอไม่
“คุณนัย! คุณผู้หญิงวูบค่ะ”“คุณแม่!”“สมใจ! ไปเตรียมออกซิเจนเร็วเข้า!”ภารนัยรุดเข้าไปดูอาการ เขย่าท่อนแขนเรียกสติมารดา ใบหน้าเขาไร้ซึ่งสีสัน ตกใจเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น สอดมือใต้ข้อขาพับอุ้มมารดาตามหลังป้าน้อมกับเด็กรับใช้ในบ้าน ไปยังห้องนอนกว้างขวาง ตะโกนสั่งให้เปิดแอร์เย็นๆ ใส่หน้ากากออกซิเจน มีแค่เจนจิราคนเดียวที่ทำตัวไม่ถูก ยืนมองอยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวจะเกะกะขวางทางเดินคนในบ้าน“ให้รอรถพยาบาล ผมจะรอไหวได้ยังไง ผมจะไปเอารถออก!” เขาวิ่งออกจากห้องนอน ชนเข้ากับไหล่เจนจิราที่ขยับเข้ามาขวางทาง“พี่นัย ป้าภาเป็นยังไงบ้าง มีอะไรที่น้องเจนพอจะช่วยได้ไหมคะ”“สมใจ! รีบบอกลุงให้เอารถออก ไปส่งคุณเจนที่บ้าน” คว้าไหล่ไม่ให้ร่างเล็กเสียหลักตามแรงชน ตะโกนสั่งเด็กรับใช้“แต่พี่นัยคะ น้องเจนยังไม่อยากกลับ น้องเจนอยากอยู่ดูอาการป้าภา” เรียวขาก้าวสั้นสลับยาวไล่ตามหลังคู่หมั้นไม่ลดละ“น้องเจนจะอยู่รอให้อาการคุณแม่พี่แย่ลงเหรอ!” เขาหันหลังกลับมาตำหนิ“พี่ขอบคุณมาก ที่น้องเจนมีน้ำใจอยากชวนคุณแม่พี่ไปทำบุญ แต่น้องเจนก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าคุณแม่พี่ป่วย ท่านพูดมากไม่ได้ ทำงานก็ไม่ได้ ถ้าท่านเหนื่อ
ปาเข้าไปสี่ทุ่ม แต่เจนจิรายังไม่ยอมกลับบ้าน หล่อนตามติดภารนัยทั้งวันจากที่ทำงานกลับมาถึงบ้าน ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารค่ำกับมารดาชายหนุ่ม ระหว่างที่รับประทานอาหารได้ยินคุณภาวินีเปรยถึงสามีผู้ล่วงลับ หากท่านยังมีชีวิต พรุ่งนี้จะอายุครบหกสิบหกปี หล่อนอยากเอาใจคุณภาวินี ชวนท่านไปทำบุญที่วัด กระตือรือร้นลากแขนภารนัยออกจากบ้านไปซื้อข้าวของเครื่องใช้จำเป็นมาจำนวนมาก ช่วยกันคนละไม้คนละมือจัดเตรียมชุดถวายสังฆทานด้วยตัวเอง เรียนผิดเรียนถูกจากในเน็ตจนออกมาเป็นรูปร่าง“เสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ ฝีมือน้องเจน มืออาชีพใช่ไหม”ขอความคิดเห็นจากคู่หมั้นหนุ่ม รอยยิ้มจางลง เมื่อเขาไม่ได้สนใจฟัง สายตาคู่คมจดจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อธารา คุณธาราคนนี้เป็นใครที่ไหนไม่รู้หรอกนะ แต่นี่มันสี่ทุ่ม ไม่ใช่เวลางาน หรือต่อให้ไม่ใช่เรื่องงาน ก็ไม่ควรโทรมารบกวนคู่หมั้นหล่อนในเวลาดึกๆ ดื่นๆ“น้องเจน!”คนที่ท้วงไม่ใช่ภารนัย กลับเป็นคุณภาวินี ท่านตาไว มองตามมือเรียวเล็กที่ไวมากกว่า ถือวิสาสะกดตัดสายในเครื่องคนอื่นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่การกระทำไม่น่ารักเอาซะเลย“ไปกดตัดสายเครื่องพี่เขาได้ยังไง ถ้าเครื่องหนูก็ว่า
“วันไหนครับ”เขาจำยอม เมื่อหญิงสาวยกชื่อพ่อหล่อนมาข่มขู่“ต้นเดือนหน้าค่ะ น้องเจนทนรอนานกว่านี้ไม่ไหว” สาวขี้งอนคนเมื่อครู่กลับมามีรอยยิ้มร่าเริงสดใส พอใจที่คู่หมั้นหนุ่มยอมตามใจ“เลขาฯ พี่นัยเคลียร์ตารางงานวันศุกร์เสาร์อาทิตย์ให้เรา 2 คืน 3 วัน ที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่นานเกินไปใช่ไหมคะ ถ้า 1 คืนก็น้อยเกินไป” พูดเสียงอ่อนมีจริตมารยา ทั้งที่ไส้ในสื่อถึงเรื่องอย่างว่าโจ่งแจ้งภารนัยวางตัวดีสุภาพบุรุษกับเจนจิรามาตลอด ได้ไปเที่ยวค้างคืน ตั้งใจจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มหลงรักหัวปักหัวปำ รีบคุกเข่าขอแต่งงาน ชีวิตเจนจิราสมบูรณ์แบบมาก ถ้ามีเขาเป็นสามี ก็จะเพอร์เฟกต์คูณสอง กลายเป็นคู่รักนักธุรกิจ ที่มีทรัพย์สินรวมกันติดลำดับต้นๆ ของประเทศ“พูดตอบน้องเจนหน่อยสิคะ พี่นัยคนดี คนเก่ง ไปเที่ยวกันนะ นะๆๆ”“ก็ได้ครับ”รับปากจะไปกับเจนจิรา แต่ภาพในหัวกลับสะท้อนใบหน้าผู้หญิงอีกคนร้องไห้มองมาที่เขาด้วยแววตาผิดหวัง ขอโทษ เขาอยากเลือกธารธารา แต่สถานการณ์หลายๆ อย่าง ทำให้เขาตัดเจนจิราไม่ได้ หรือเขาจะกลายเป็นชายชั่ว จับปลาสองมือ มีเมียสองคน“พี่นัยน่ารักที่สุดเลยค่ะ”สาวหัวสมัยใหม่ไม่แคร์เรื่องขนบธรรมเนียม จับก
“ถ้าป้าทนความเหนื่อยจากการเดินทางไปกลับไม่ไหว พูดเรื่องลาออกขึ้นมาอีกเราจะทำยังไงกันดีคะ พริกหวานจะอยู่กับใคร”พี่เลี้ยงคนปัจจุบันทำงานดีมาก ดูแลหนูพริกหวานตั้งแต่แรกคลอดจนโตสองขวบครึ่ง ถ้าจะต้องหาพี่เลี้ยงคนใหม่แทนคนเดิม หัวอกคนเป็นแม่มีเหรอจะไม่คิดมาก กลัวคนใหม่จะไม่ใจดีกับลูกสาวก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ผลัดกันหอมแก้มพริกหวาน ลูกออกมายืนส่งหน้าประตูโบกมือหย็อยๆ ท่าทางน่ารักให้กำลังพ่อกับแม่ ธารธารามีลูกสาวเป็นญาติทางสายเลือดคนเดียว ห่วงลูกทุกลมหายใจ“ธารอย่าคิดมากเลยนะ ป้ารับปากผมแล้ว จะอยู่ช่วย เราเชื่อใจป้าไปก่อน แต่ถ้าฉุกเฉิน ป้าไม่ไหวการเดินทางจริงๆ เราค่อยปรึกษากันอีกที” คนขับรถกิตติมศักดิ์ระดับเจ้าของบริษัทใหญ่ เลื่อนฝ่ามือมากุมบนมือเล็ก บีบให้กำลังใจ เข้าใจความรู้สึก ตัวเขาก็ห่วงพริกหวานไม่แพ้กัน ยอมพาลูกไปกราบคุณย่า ขอให้ย่าช่วยดูแลระหว่างวัน ยังจะดีกว่าพาลูกไปฝากเลี้ยงที่อื่น แม่อาจจะโกรธที่เขาปิดบัง แต่ท่านไม่ได้ใจร้ายพอที่จะทำร้ายหลานในสายเลือด เชื่อว่าท่านจะเอ็นดูพริกหวาน“ธารห่วงลูก ให้ธารเลิกฝึกงานดีกว่าให้ลูกอยู่กับคนแปลกหน้า”“อย่าพูดอย่างนั้นสิ ธารอดทนเรียนมาถึงขั้น







