LOGIN“นึกถึงพิธีการคัดเลือกพระราชสวามีของพี่หญิงเมื่อวานก็ถือว่าช่างน่าสนใจนัก” ฮ่องเต้ชิงหยางตรัสขึ้น ท่ามกลางความเงียบในห้องทรงงาน โดยมีเฉียนกงกงและเฝิ่นกงกงคอยถวายการรับใช้
เฉียนกงกงยกน้ำชาขึ้นมาวางบนโต๊ะกว้าง “นั่นสิพ่ะย่ะค่ะ โดยเฉพาะการคัดเลือกรอบแรกนั้น เพียงแค่บ่าวยืนดูอยู่ด้านข้างของการแข่งขันก็ยังอดหัวเราะท้องแข็งไปกับท่าทางของซื่อจื่อของแต่ละจวนมิได้”
“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นั่นสิ! นั่นสิ!” ฮ่องเต้ชิงหยางสรวลอย่างเบิกบาน “เสียดายนัก ข้าชักอยากให้จิตรกรหลวงวาดภาพใบหน้าของแต่ละคนไว้นัก ในยามปกติ ล้วนแต่มีท่าทีอย่างคุณชายสูงศักดิ์ในเมืองหลวง แต่ครั้นมาแข่งขันในกติกาของพี่หญิง ท่าทางของแต่ละคนนั้น แทบทนดูไม่ได้ ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
เฝิ่นกงกงยกยิ้มน้อย ๆ “ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่องค์หญิงใหญ่ช่างปรีชานักที่คิดค้นการแข่งขันเช่นนี้ขึ้นมาได้ ในตอนแรกที่บ่าวได้ยินว่าเป็นการวิ่งแข่ง บ่าวยังเกรงว่าขุนนางสายบุ๋นทั้งหลายจะไม่พอใจ เพราะดูเป็นการแข่งขันที่ทำให้ขุนนางฝ่ายบู๊ได้เปรียบเสียเหลือเกิน”
“จริงดั่งที่เจ้าว่า
“บังอาจนัก!! ต่อหน้าข้า เจ้ายังกล้าข่มขู่เขาอีกรึ?” ชิงหว่านซินตวัดสายตาคม จ้องมองเฝิ่นกงกงราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของอีกฝ่ายเจียงอวี้เฉิงเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งส่งเสียงออดอ้อนซุกหน้าเข้าหาซอกคอของชิงหว่านซินมากขึ้นไปอีก “องค์หญิง ข้าเจ็บ...”“เจ็บรึ? เจ้าถูกทำร้ายที่ใดบ้าง? เขาทำสิ่งใดกับเจ้า รีบบอกข้ามาเร็วเข้า!” ชิงหว่านซินหันกลับมาให้ความสนใจเขา พลางลูบเนื้อลูบตัวอีกฝ่ายอย่างสำรวจ“ขะ... เขา...” เจียงอวี้เฉิงแสร้งอ้ำอึ้ง พลางเหลือบมองฮ่องเต้ชิงหยางอย่างลำบากใจ ฮ่องเต้ชิงหยางได้แต่หน้ามืดทะมึน เพราะอย่างไรเสีย เฝิ่นกงกงก็คือคนของเขาฮ่องเต้ชิงหยางกำหัตถ์แน่น ก่อนจะตรัสอนุญาต “พูดมาถะ…”“เขาตั้งใจจะข่มเหงข้า!!” เจียงอวี้เฉิงไม่รอให้ฮ่องเต้ชิงหยางตรัสได้จบประโยค เขาก็รีบฟ้องขึ้นมาทันที “เพราะข้าถูกวางยาทำให้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ไม่อาจปฏิเสธขัดขืนเขาได้ เขาจึงถอดเสื้อผ้าของข้า หมายจะล่วงเกินข้า!!”มุมโอษฐ์ของฮ่องเต้ชิงหยางกระตุกรัว ๆพี่เขยของข้าประเสริ
ใจความของประโยคที่เจียงอวี้เฉิงพูดออกมาว่าทำร้ายจิตใจของเฝิ่นกงกงแล้ว หากแต่น้ำเสียงและพละกำลังของเขากลับทำร้ายจิตใจของเฝิ่นกงกงได้มากกว่าฟู่หม่าเจียงปกติดีทุกอย่าง!!ใจความประโยคที่บ่งบอกว่ามีสติครบถ้วน น้ำเสียงที่ตะโกนเปล่งชัด และพละกำลังดุจอาชาศึกสมกับที่เป็นแม่ทัพบัดซบ!! เขาถูกหลอก!ใบหน้าของเฝิ่นกงกงขาวซีด เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงที่ว่าเขาตกหลุมพรางกลลวงนั้น ร่างผอมบางของเขาพยายามดิ้นรนสะบัดออกจากการจับกุมของเจียงอวี้เฉิง หากแต่ขันทีสูงวัยรึจะสู้กับแม่ทัพวัยฉกรรจ์อย่างเจียงอวี้เฉิงได้“องค์หญิง!! กระหม่อมอยู่นี่พ่ะย่ะค่ะ! ช่วยด้วย!”“ปล่อยข้านะ!” เฝิ่นกงกงพยายามตะโกนสู้ ท่ามกลางเสียงตะโกนร้องโหวกเหวกของเจียงอวี้เฉิงปัง!!เสียงบานประตูของจวนหัวหน้าขันทีของเฝิ่นกงกงถูกถีบออกอย่างแรง บรรดาองครักษ์ลับของราชวงศ์กรูกันเข้าไปในห้องพักนั้น เพื่อระวังความปลอดภัยให้แก่ฮ่องเต้ชิงหยางและองค์หญิงใหญ่ที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว“กรี๊ด!!” ชิงหว่านซินกรีดร้องทันที เมื่อได้เห็นภาพที่อ
เฝิ่นกงกงมีความชมชอบในตัวบุรุษ เพราะตนเองถูกตอนเป็นขันทีตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้ร่างกายมีความบกพร่อง จึงไม่คาดคิดว่าบุรุษหนุ่มน้อยที่เติบโตมาอย่างสมบูรณ์พร้อมเช่นเจียงซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงจะชมชอบบุรุษด้วยกัน!!เหตุใดเล่า!? เพราะเหตุใดเจียงซื่อจื่อที่เติบโตมาท่ามกลางกองทัพจึงได้มีความชื่นชอบเดียวกับเขาที่อยู่ในวังหลังเช่นนี้? เป็นบุรุษตัดแขนเสื้อเช่นเดียวกัน?เข้าใจแล้ว! เขาเข้าใจแล้ว!!น่าจะเป็นเพราะเจียงซื่อจื่อเติบโตขึ้นมาในกองทัพแห่งตระกูลเจียงนั่นแล การอาศัยอยู่ท่ามกลางบุรุษมากมายเป็นระยะเวลานานเช่นนั้นก็อาจจะทำให้ความชื่นชอบแปรเปลี่ยนไปได้เช่นกัน!ดีจริง! ดีจริง!เช่นนี้เขาก็สามารถสนุกกับบุรุษผู้นี้ได้อย่างเต็มที่แล้วสินะ!“เฝิ่น… กงกง…” เจียงอวี้เฉิงเปล่งเสียงครางออกมาอย่างอ่อนแรง ปลายนิ้วกระดิกเล็กน้อย “เหตุใด... ข้าจึงไม่มีแรง... เช่นนี้...”“อา...” เฝิ่นกงกงรีบจับมือหนาของเจียงอวี้เฉิงไว้อย่างนึกเคืองผู้ที่นำเขามาส่ง แต่ก็เข้าใจในความหวังดี เพราะการวางยาให้เจียงอวี้เฉิงไม่สา
เฝิ่นกงกงเปิดลิ้นชักที่ตู้ไม้ข้างเตียง หยิบนำเอากำยานตำรับลับเฉพาะออกมาจุดไฟ กลิ่นกำยานสมุนไพรอ่อน ๆ ลอยขึ้นเป็นสายสีขาวเส้นเล็ก ๆ ก่อนจะจางหายไปเขานำกระถางกำยานทองเหลืองชิ้นเล็กนี้ไปวางไว้ข้างใบหน้าของเจียงอวี้เฉิง ด้วยกำยานตำรับนี้มีฤทธิ์สร้างภาพมายา ทำให้ผู้ที่สูดดมมีอาการมึนเมา ยามที่ได้สติ ฟื้นขึ้นมาก็ไม่สามารถจดจำสิ่งใดได้กำยานนี้เป็นของเล่นที่เขามักจะไว้ใช้สำหรับเด็กหนุ่มที่เขาหมายตา แต่ไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ จนเขาจำเป็นต้องใช้ให้จ้าวเจิ้งไปลักพาตัวมาให้เขาเสพสม ก่อนที่จะส่งตัวกลับไปในยามรุ่งสางเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนอนหลับตาพริ้ม เฝิ่นกงกงก็เดินไปดับเทียนรอบห้องให้เหลือเพียงแสงสลัวจากเทียนไม่กี่เล่มเท่านั้น เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศแสงไฟจากเปลวเทียนที่เหลือสะบัดวูบไหวไปตามการเคลื่อนไหวภายในห้อง เสียงอาภรณ์ของเฝิ่นกงกงหล่นลงบนพื้นไม้ทีละชิ้นจนปรากฏร่างบุรุษสูงวัยผอมบางราวกับอิสตรี ไหล่กว้างบาง หน้าอกแบนเรียบเฉกเช่นบุรุษเพศทุกอย่าง แตกต่างออกไปเพียงเครื่องเพศของเขาได้ขาดหายไปเฝิ่นกงกงคลานเข่าขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะหยิบกระถางกำยานสมุนไพรตำรั
ฟู่หม่าเจียง? สนมขององค์หญิงใหญ่?เสียงอุทานของสององครักษ์ข้างกาย ทำให้เฝิ่นกงกงขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย เมื่อเห็นจ้าวเจิ้งและสวีอี้หันกลับมามองหน้าตนอย่างต้องการคำสั่งเพิ่มเติมเฝิ่นกงกงจึงได้สาวเท้าเข้าไปในห้องพักทันที โดยมีซูหมิงตามหลังเข้าไป จ้าวเจิ้งและสวีอี้ต่างหลีกทางให้เขาได้ตรวจสอบความถูกต้องของคนที่นอนอยู่ตรงหน้าอีกครั้งดวงตาสูงวัยของเฝิ่นกงกงจับจ้องไปที่ร่างบุรุษหนุ่มของเจียงอวี้เฉิงอย่างครุ่นคิด ก่อนที่เขาจะมองเห็นสิ่งหนึ่งที่ข้อมือของฟู่หม่าเจียงมือของเฝิ่นกงกงจับข้อมือของเจียงอวี้เฉิงยกขึ้นมาดูในทันที โดยที่สวีอี้ช่วยยกเชิงเทียนมาให้ใกล้ ๆ จึงได้เห็นว่ามีเชือกสีน้ำตาลเส้นหนึ่งปรากฏอยู่ โดยผูกรอบข้อมือของฟู่หม่าเจียงเฝิ่นกงกงเม้มริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ก่อนจะหันไปสั่งซูหมิงที่เก่งกาจเรื่องวิชาตัวเบา “เจ้าจงไปสังเกตการณ์ที่ตำหนักฉางหนิงที่องค์หญิงใหญ่และฟู่หม่าเจียงประทับซิว่าเกิดเรื่องราวใด ๆ ขึ้นหรือไม่?”ซูหมิงก้มหน้ารับคำ โดยไม่มีความคลางแคลงใจใด ๆ ในทุกคำสั่งที่ออกจากปากของเฝิ่นกงกง เพราะพวกเขาเป็นคนที่เฝิ่
“เอาล่ะ ฝ่าบาทเสด็จบรรทมเรียบร้อยแล้ว” เฉียนกงกงแง้มประตูตำหนักหงเต๋อปิดลงอย่างแผ่วเบา แล้วจึงไปบอกแก่เฝิ่นกงกงที่ยืนรออยู่ด้านหลัง “นี่ก็ต้นยามซวีแล้ว ประเดี๋ยวคืนนี้ ข้าจะอยู่เฝ้าฝ่าบาทเอง เจ้าก็ไปพักผ่อนเสียเถอะ”“ขอรับ” เฝิ่นกงกงขานรับ ก่อนจะล่าถอยออกมา ปล่อยให้เฉียนกงกงยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าตำหนักหงเต๋อเช่นนั้นท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา เฝิ่นกงกงเดินไปตามทางเดินเพื่อกลับจวนหัวหน้าขันทีของเขา แต่พริบตาเดียวเงาสีดำสามสายก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเฝิ่นกงกง“วันนี้ ทุกอย่างยังเป็นปกติดีขอรับ” เสียงของจ้าวเจิ้ง หัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรรายงานตามปกติ“ดีแล้ว คืนนี้จงเฝ้าระวังให้ดี เพราะองค์หญิงใหญ่และฟู่หม่าเจียงก็ร่วมประทับอยู่ในวังหลวงด้วย จะผิดพลาดไม่ได้โดยเด็ดขาด” เฝิ่นกงกงสั่งเสียงเรียบ “เอาล่ะ วันนี้พวกเจ้าทุกคนไปพักได้”“ขอรับ เฝิ่นกงกง” บรรดาองครักษ์เสื้อแพรที่เดินตามอยู่ด้านหลังก้มศีรษะเคารพเฝิ่นกงกงอย่างนอบน้อม เมื่อพากันเดินมาส่งถึงหน้าจวนหัวหน้าขันทีของเขา







