แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: กระดิ่งจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-01 07:05:07

“ไอ้ลูกไม่รักดี! คุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษตระกูลเจียงเดี๋ยวนี้!”

น้ำเสียงและถ้อยคำที่คุ้นเคยดังผ่านหูของเขาอีกครั้ง เจียงอวี้เฉิงกะพริบตาตื่นขึ้นด้วยความตกใจ

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือป้ายวิญญาณบรรพบุรุษที่วางเรียงรายหลายสิบป้ายอย่างเป็นระเบียบอยู่บนแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้หงส์แดง ขัดเงาจนขึ้นสีน้ำตาลเข้มเป็นประกาย

ป้ายวิญญาณบรรพบุรุษทำจากไม้แกะสลักอย่างประณีต ลงรักปิดทองอร่ามเรืองรองภายใต้แสงเทียนและตะเกียงน้ำมันที่จุดบูชาอยู่เสมอ รายนามและตำแหน่งของบรรพบุรุษแต่ละรุ่นถูกจารึกไว้อย่างเคารพและนับถือ

บ้านเขาไม่ได้ตั้งป้ายวิญญาณไฮโซแบบนี้นี่?

กระถางธูปทองเหลืองขัดเงาที่ส่งกลิ่นหอมของกำยานอ่อน ๆ เชิงเทียนคู่ใหญ่ที่เปลวเทียนไหวระริกอย่างนุ่มนวล วางซ้อนด้านหน้าด้วยถ้วยน้ำชาสะอาดบริสุทธิ์

บ้านเขายากจนขนาดนี้ จะไปมีกระถางธูปทองเหลืองได้ยังไง?

เจียงอวี้เฉิงหันหน้าไปมา เพื่อมองรอบ ๆ ตัวแล้วจึงพบว่าตอนนี้เขากำลังคุกเข่าอยู่ในโถงบรรพชนขนาดใหญ่ที่บรรยากาศกำลังเย็นเยียบและเงียบสงัด แสงสว่างจากภายนอกลอดผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุลายที่ประดับด้วยกระดาษสาบางเบา ส่องกระทบฝุ่นละอองที่ล่องลอยในอากาศเป็นลำแสงเรืองรอง

ผนังโดยรอบโถงบรรพชนประดับประดาด้วยภาพวาดของบรรพบุรุษที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี บรรพบุรุษแต่ละรุ่นในชุดแม่ทัพออกศึกด้วยสีหน้าที่ดุดันและเปี่ยมด้วยอำนาจบารมี บ่งบอกถึงเกียรติยศและภูมิหลังอันยาวนานของตระกูล

ความเย็นเยียบที่หัวเข่าทำให้เจียงอวี้เฉิงก้มมองพื้นของโถงบรรพชนที่ปูด้วยหินอ่อนสีเข้ม ก่อนจะเห็นรองเท้าหนังวัวที่ตัดเย็บอย่างประณีตที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมตัวนอกของชายที่ยืนอยู่ด้านข้าง

 ดวงตาจิ้งจอกของเจียงอวี้เฉิงกวาดตามองสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นชุดขุนนางในราชสำนักที่ทำจากผ้าแพรชั้นดี มาหยุดอยู่ที่ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยที่แสนจะคุ้นเคย

น้ำตาชายหนุ่มสะอื้นขึ้นมา เมื่อตระหนักได้ว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งโดนอะไรบางอย่างฟาดโดนศีรษะ แล้วเจียงห้าวก็ถลามารับเขาไว้ด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป

“พ่อ...”

เพียะ!!

“โอ๊ย!!” เจียงอวี้เฉิงร้องโอดโอย เมื่อแส้ยาวกระทบลงบนแผ่นหลังของเขาอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือคนตรงหน้า ทำให้น้ำตาสะอื้นของเขาหดกลับเข้าไปในทันที

นี่ พ่อเขาไปหัดใช้แส้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?

แล้วบ้านเรามีแส้ด้วยเหรอ?

“ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าพ่อ” เสียงคุ้นเคยตวาดก้องในโถงบรรพชน “ข้ามิเข้าใจ เหตุใดเจ้าจึงดื้อรั้นไม่ยอมเข้าพิธีคัดเลือกพระราชสวามีขององค์หญิงใหญ่?”

ข้า?

พิธีคัดเลือกพระราชสวามีขององค์หญิงใหญ่?

พ่อพูดอะไร?

“อ่ะ โอ๊ย!” สองมือของเจียงอวี้เฉิงยกขึ้นกุมศีรษะ ความทรงจำของ ‘เจียงอวี้เฉิง’ อีกคนกำลังหลั่งไหลเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับการถ่ายทอดข้อมูลผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด

ภาพเหตุการณ์ในอดีตทำให้เจียงอวี้เฉิงเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดในทันทีว่า ยามนี้ ตัวเขากำลังข้ามมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ เจียงอวี้เฉิง ซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกง ในรัชศกซื่ออัน ปีที่ยี่สิบสี่!

“พ่อ… ผม เอ๊ย! ข้าขอกระจก ไม่สิ! คันฉ่อง! ข้าขอดูคันฉ่องหน่อย!” เจียงอวี้เฉิงเอ่ยขัดบิดาที่กำลังจะร่ายยาวสั่งสอนเขาอยู่ตรงหน้า

เจิ้นกั๋วกงเลิกคิ้วคมขึ้นอย่างไม่พอใจที่ถูกบุตรชายเอ่ยขัด หากแต่ก็ยังอุตส่าห์เอ่ยสั่งองครักษ์ข้างตัวอย่างตามใจบุตรชาย “จ้าวลี่ ไปเอาคันฉ่องมาให้นายน้อย”

“ขอรับ” จ้าวลี่ องครักษ์ประจำตัวรับคำ ก่อนจะรีบเดินออกไปหยิบคันฉ่องมาส่งให้นายน้อย “คันฉ่องขอรับ นายน้อย”

เจียงอวี้เฉิงรีบรับมาส่องใบหน้าของตัวเอง จึงได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยมาหลายปี เขาพลิกใบหน้าซ้ายขวาอย่างพึงพอใจ ก่อนจะสังเกตเห็นความหยาบกร้านของฝ่ามือที่บ่งบอกว่าร่างกายนี้ฝึกวิทยายุทธ์และจับด้ามดาบมาตั้งแต่วัยเยาว์

เราไม่เคยมือสากขนาดนี้มาก่อนเลยนะ...

แปลว่าวิญญาณของเราข้ามเข้ามาในร่างของซื่อจื่ออย่างนั้นเหรอ?

ถ้าอย่างนั้น...

ไวเท่าความคิด เจียงอวี้เฉิงเอื้อมมือข้างซ้ายไปรั้งสาบเสื้อบริเวณไหล่ขวาลง ทำให้เขายังคงเห็นลายสักรูปคิตตี้ที่ต้นแขนขวาอย่างชัดเจน...

ก็เราเข้ามาสิงในร่างของซื่อจื่อแล้วไง แล้วทำไมลายสักของร่างโน้นถึงมาปรากฏในร่างนี้ด้วยเล่า?

โธ่เว้ย! นึกว่าจะได้ทิ้งร่างที่สักลายการ์ตูนผู้หญิงแบบนี้ออกไปแล้วเสียอีก

สุดท้าย มันก็ยังตามมาหลอกหลอนเขาอยู่ดี...

เจียงอวี้เฉิงนึกอย่างเสียใจ เพราะลายสักรูปคิตตี้นี้ เกิดจากเด็กสาวที่เขาแอบหลงรักบอกว่าชอบคิตตี้ เขาจึงได้ตัดสินใจออมเงิน หนีบิดาเข้าไปในตัวเมือง เพื่อขอสักลายที่รักแรกของเขาชอบ

แต่เมื่อเขากลับมาอวดลายสักนั้น ก็พบว่าเด็กสาวได้ตัดสินใจคบกับคนอื่นไปแล้ว ครั้นจะเข้าเมืองเพื่อไปลบลายสัก เงินของเขาก็หมดแล้ว แถมยังถูกเจียงห้าวจับได้อีก

สุดท้าย บิดาจึงสั่งให้ปล่อยรอยสักนั้นไว้เตือนใจ ไม่ให้ตัดสินใจสิ่งใดอย่างชั่ววูบอีก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 98

    “ท่านชายสี่ตระกูลจวงเมาสุราแล้วเผลอทำร้ายร่างกายชาวบ้านจนถึงแก่ชีวิต ใช้อำนาจทางการจ่ายเงินชดเชยครอบครัวผู้เสียหายเพียงน้อยนิด แล้วสั่งปิดคดีไป ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวคอยเลี้ยงดูอีกหลายชีวิต”“ท่านชายรองไป๋ ท่านชายที่เกิดจากอนุ รับสินบนจากขุนนางอื่นเพื่อแลกกับการใช้อำนาจช่วยเหลือในทางมิชอบ ร่วมกันข่มเหงชาวบ้าน ริบทรัพย์นั้นมาเป็นของตน”“ท่านชายห้าตระกูลเสิ่นใช้อำนาจในทางมิชอบยึดร้านค้าที่หมายตาของชาวบ้านมาเป็นของตนเอง บังคับทางการให้ทำเรื่องโอนสิทธิ์ โดยที่เจ้าของร้านมิยินยอม”“ท่านชายสามตระกูลซุนชมชอบภรรยาชาวบ้าน จึงดักฉุดและข่มขืน แต่แม่นางผู้นั้นมิยินยอมจึงพุ่งชนต้นไม้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เขาก็สั่งทางการให้ปิดคดีไปอย่างรวดเร็ว”“ท่านชายแปดตระกูลเซี่ย ท่านชายที่เกิดจากอนุ ควบม้าในเมืองหลวงเกินความเร็วที่กำหนด จึงเป็นเหตุให้เผลอเหยียบสตรีผู้หนึ่งจนกลายเป็นคนพิการ ไม่อาจออกเรือน ไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกครอบครัวละทิ้งให้นอนเสียชีวิตที่นอกเรือน”ชิงหว่านซินร่ายคว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 97

    ในขณะที่ห้องพักรับรองที่ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัวกำลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น อีกฟากหนึ่งของมุมถนนเป็นโรงประมูลที่มีนามว่าหอจินลู่ที่ชั้นห้าของหอจินลู่เป็นห้องพักผ่อนของเจ้าของหอ หน้าต่างบานเล็กปรากฏร่างแม่นางน้อยกำลังยืนชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงอยู่“ยาหลอนประสาทกำลังออกฤทธิ์แล้ว” น้ำเสียงหวานใสพูดขึ้น ทำให้ร่างกำยำของบุรุษที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นเดินไปสังเกตการณ์บ้าง“องครักษ์ลับของท่านลงมือได้รวดเร็วจริง…” เจียงอวี้เฉิงหยุดยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของชิงหว่านซิน มือหนาวางลงบนขอบหน้าต่างที่สูงประมาณไหล่ของนางหอจินลู่เป็นโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ซึ่งมีราชวงศ์เป็นเจ้าของ นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินของชิงหว่านซินไปโดยปริยายที่นี่ถูกออกแบบให้มีขนาดหน้าต่างที่เล็กและสูง เพื่อป้องกันการหลบหนีหรือลักลอบเข้ามา จึงถูกสร้างด้วยวัตถุประสงค์เพียงแค่ให้สามารถระบายอากาศออกได้โดยง่ายเท่านั้น“คิดไว้มิมีผิด น้องชายของจวงเหวินจิ่นจะต้องนัดสหายมาสังสรรค์กันอีกเป็นแน่” ชิงหว่านซินเขย่งปลายเท้าขึ้นมาดู เมื่อเห็นเง

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 96 (CW: เลือดและความรุนแรง)

    “เช่นนั้นก็สรุปได้ว่าเราจะลงมือกับองค์หญิงใหญ่ในพิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีที่วัดฟาเหมิน” จวงหลิวจื้อสรุป “ส่วนรายละเอียดของแผนการ...”ไป๋ตงหมิง “พิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีมีการแยกที่พักของบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน อย่างไรก็ต้องให้สตรีลงมือด้วยกันเอง เราต้องเลือกว่าจะจัดการด้วยวิธีใด?”“ยาพิษ ลอบฆ่า อุบัติเหตุ?” เสิ่นฟานเป่ยทบทวนวิธีการที่พวกเขาเคยใช้กับบรรดาพระราชโอรสของฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเซี่ยเริ่นซื่อเอามือมาลูบคาง “หากให้สตรีลงมือด้วยกันเอง ก็มีเพียงฮูหยิน คุณหนูและสาวใช้... พวกนางคงจะไม่กล้าลงมือลอบฆ่าหรอกกระมัง?”“ข้าคิดว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือการจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ” จวงหลิวจื้อกล่าว “คนของเราที่ลงมืออาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือของนาง อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการเผยพิรุธ เมื่อถูกสอบสวนอีกด้วย...”“อื้อ! ข้าเห็นด้วยกับหลิวจื้อ” ซุนจิ้งพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบอีกครั้ง “หากจัดฉากเป็นอุบัติเหตุ เราคงต้องรีบเตรียมการ เข้าไปจัดสถานที่ที่วัดฟาเห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 95

    ซุนจิ้งย้อนถามยิ้ม ๆ “เจ้าบอกผู้ใดกัน ในเมื่อพวกเจ้าคือผู้ที่มาถึงเป็นคนแรก และเป็นคนสั่งอาหาร ข้ากับฟานเป่ยก็เพิ่งมาถึง”“เอาเถิด เอาเถิด...” จวงหลิวจื้อตัดบท ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบ “กลับมาที่เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้ก่อน เอ่อ... เราต้องชิงลงมือก่อนสินะ”เซี่ยเริ่นซื่อจิบสุราตามบ้าง “ยามนี้ มันผิดแผนกันไปหมดแล้ว จากที่ตั้งใจจะให้หมิงรุ่ยได้อภิเษกกับองค์หญิงใหญ่ เจียงซื่อจื่อก็ตัดหน้าไปเสียแทน เราก็ไม่อาจใช้อำนาจขององค์หญิงใหญ่ได้เลย”“หากต้องการล้มล้างบัลลังก์ของฝ่าบาท ต้องร่วมมือกันทั้งวังหน้า วังหลัง และทหาร” เสิ่นฟานเป่ยกล่าว “บัดนี้ วังหลังก็ถูกกำจัดไปแล้ว เท่ากับว่าเรามิอาจเข้าไปถึงตัวของฝ่าบาทได้อีกต่อไป”ไป๋ตงหมิงคีบเนื้อหมูเข้าปาก ก่อนจะกล่าวขึ้น “ข้าว่ายามนี้ เราคงต้องเลือกกันก่อนว่าจะกำจัดผู้ใด ระหว่างฝ่าบาทกับองค์หญิงใหญ่ ต่อให้กำจัดฝ่าบาทได้ องค์หญิงใหญ่ก็สามารถขึ้นครองราชย์ต่อได้”“แต่ถ้าเรากำจัดองค์หญิงใหญ่ก่อน แล้วค่อยกำจัดฝ่าบาท?” ซุนจิ้งต่

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 94

    จนสุดท้าย ในยามนี้ เมื่อพี่ชายของพวกเขาได้ขึ้นครองจวน ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก พวกเขาจึงได้ตัดสินใจเข้าไปพูดคุยและสารภาพความจริงกันเรียบร้อยแล้วบรรดาพี่ชายต่างก็เข้าใจและซาบซึ้งที่พวกเขาจริงใจต่อตนและตระกูลเช่นนั้น มองว่าพวกเขาคือมังกรซ่อนอยู่ในบ่อลึกของตระกูล เป็นกำลังสำคัญที่ถูกบังหน้าด้วยภาพของคุณชายเจ้าสำราญมาตลอดทั้งห้าตระกูลจึงได้เกิดเป็นความร่วมมือในการล้มล้างบัลลังก์ของฮ่องเต้ชิงหยางภายใต้บรรยากาศการร่ำสุราของคุณชายเจ้าสำราญทั้งห้าคนนี้ก่อนที่จวงหลิวจื้อจะได้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสามคนรีบหยิบจอกสุราที่วางอยู่ตรงหน้ายกขึ้นมาชนกันในทันที“ชนจอกสุรากันแล้วหรือ?” เสียงทักทายมาพร้อมรอยยิ้มระรื่นของซุนจิ้งที่เดินเข้ามาพร้อมกับเสิ่นฟานเป่ย ครั้นเมื่อประตูปิดลง คนของพวกเขาต่างก็เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรองเสิ่นฟานเป่ยไม่รีรอ รีบนั่งลงแล้วหันไปถามจวงหลิวจื้อในทันที “ข้าได้ยินมาว่าเฝิ่นกงกงตายแล้ว?”จวงหลิวจื้อพยักหน้าอย่างไม่นึกแปลกใจในความรวดเร็วของข่าวสารจากตระกูลเสิ่น เมื่อคราวก่อนที่จวงหมิ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 93

    จวงหลิวจื้อเดินคลี่พัดสีขาว โบกสะบัดข้อมือเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมอิงหัวอย่างคุ้นเคย เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมเห็นเขาก็รีบปรี่เข้าไปต้อนรับในทันที“ท่านชายรองจวงมาแล้วหรือขอรับ?”จวงหลิวจื้อระบายรอยยิ้มเจ้าสำราญออกมา “สหายของข้ามากันหรือยัง?”“อา… บัดนี้ ท่านชายสามตระกูลไป๋และท่านชายรองเซี่ยเริ่มร่ำสุรากันแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์บอกพลางเดินนำจวงหลิวจื้อไปส่งที่ห้องรับรองชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัว“ได้อย่างไรกัน!? ร่ำสุราโดยที่ไม่รอข้าเลยนี่นะ…” จวงหลิวจื้อแสร้งบ่นเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป เสี่ยวเอ้อร์เปิดประตูห้องรับรองให้ ก่อนที่จะปิดประตูลงบรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา อาหารเลิศรสวางเรียงรายบนโต๊ะ เสียงพูดคุยหัวเราะเริงร่าดังขึ้น“แหม แหม แหม ท่านชายสามตระกูลไป๋และท่านชายรองเซี่ยร่ำสุรากัน มิรอสหายเลยรึ?” จวงหลิวจื้อเอ่ยทักขึ้น ก่อนจะเก็บพัดในมือลงเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นกลับหยุดชะงัก บรรยากาศรื่นรมย์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดในฉับพลัน ไป๋ตง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status