แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: กระดิ่งจันทร์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-01 07:06:33

“อ๊าก!!” เจียงอวี้เฉิงหมอบลงตัวกับพื้นแล้วร้องระบายออกมาสุดเสียงอย่างอัดอั้น

แม่งเอ๊ย!! นึกว่าจะได้ร่างใหม่ที่หล่อเหลา ไม่มีรอยสักแล้วซะอีก...

เสียงร้องโหยหวนของเขาสร้างความตกใจให้แก่บิดาคนใหม่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

เจิ้นกั๋วกงหันสบตากับจ้าวลี่ด้วยความตกตะลึง ไม่รู้ว่าวันนี้ บุตรชายของเขาเป็นสิ่งใด ล้วนแต่มีท่าทีแปลกประหลาด ตั้งแต่ร้องหาคันฉ่อง ไหนจะปรากฏรอยประหลาดที่ต้นแขนอีก

“ฉะ... เฉิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นสิ่งใดไป? พ่อตีเจ้าเจ็บหรือ?”

เจียงอวี้เฉิงที่ได้ยินน้ำเสียงห่วงใยนั้น ก็รีบเงยหน้าขึ้นมองหน้า เจียงซู่ เจิ้นกั๋วกงและเป็นบิดาของเขาในตอนนี้

เจียงซู่ เหมือนเจียงห้าว พ่อของเขาไม่มีผิดเพี้ยน...

ใบหน้า น้ำเสียง รูปร่าง แม้ว่าจะดุกับเขาไปบ้าง แต่อย่างไรก็รักและเอ็นดูเขาอย่างที่สุด

“ข้าไม่เป็นไรขอรับ” เจียงอวี้เฉิงตอบด้วยเสียงอู้อี้

หากวิญญาณของเขาข้ามมิติมาที่นี่แล้ว ร่างของเขาในโลกนู้นก็คงจะนอนแน่นิ่งแล้วสินะ...

แล้วพ่อจะเป็นยังไงบ้างนะ? พ่อจะไม่คลั่งไปเลยเหรอ?

ยิ่งกังวลอยู่ว่าเขาเป็นสายเลือดคนสุดท้ายของตระกูลเจียงด้วย...

เดี๋ยวสิ... การที่เขาได้ข้ามมิติมาที่นี่ นี่มันโอกาสทองไม่ใช่เหรอ!?

โอกาสที่จะพลิกฟื้นตระกูลเจียงให้เจริญรุ่งเรืองเหมือนตระกูลจวง!!

ทั้งเขาและพ่อในอนาคตจะได้ไม่ต้องกัดก้อนเกลือกินกันอย่างทุกวันนี้ ถ้าหากเขาสามารถหยุดโศกนาฏกรรมของตระกูลได้ ตระกูลเจียงเองก็คงจะได้รับการยกย่องเหมือนกันใช่ไหม?

และถ้าหากเขาสามารถจัดการปัญหาพวกนี้ให้เสร็จเรียบร้อย ก็มีโอกาสที่จะได้ข้ามมิติกลับไปด้วยหรือเปล่านะ?

“เฉิงเอ๋อร์ พ่อรู้ดีว่าเจ้าไม่อยากอภิเษกเป็นพระราชสวามีขององค์หญิงใหญ่ ไม่อยากทำให้พระองค์อาจจะต้องเป็นหม้าย เพราะเจ้ามีความฝันที่อยากจะปกป้องชาวบ้านที่บริเวณชายแดน”

“แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่า ในยามนี้ การปกป้องราชวงศ์ก็มีความสำคัญมิต่างกัน” เจิ้นกั๋วกงถอนหายใจ “ฮ่องเต้ชิงหยางเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน แม้ว่าบ้านเมืองจะสงบสุขดี แต่ขุนนางในราชสำนักนั้น ไม่ได้อยู่อย่างสงบอย่างที่เจ้าคิดดอก”

“อย่างไร ชาวบ้านที่ชายแดน กองทัพตระกูลเจียงของพวกเราก็กระจายกันดูแลอยู่แล้ว ทั้งปู้หลาง ฟู่เจิ้ง และหวังเจี๋ยต่างก็ช่วยกันดูแลแทนพ่ออยู่ เย่เฉิงเองก็เพิ่งจะมาส่งข่าวว่าทุกอย่างเป็นปกติดี”

เย่เฉิง?

ชื่อนี้ ชื่อนี้คุ้นจัง...

เจียงอวี้เฉิงหลับตาทบทวนความทรงจำทั้งของเขาและของเจียงอวี้เฉิงคนก่อนอย่างเร่งด่วน

เย่เฉิงคือพยานปากดีที่ยืนยันว่าพ่อของเขาคนนี้ก่อกบฏ จนต้องโทษเนรเทศทั้งตระกูล!!

ส่วนความทรงจำของซื่อจื่อที่เพิ่มเข้ามาคือเย่เฉิงเป็นหนึ่งในห้ารองแม่ทัพ ที่เจิ้นกั๋วกงสนิทสนมและให้ความไว้วางใจเป็นอย่างมาก

แรกเริ่ม เย่เฉิงมาสมัครเป็นทหารธรรมดา เพราะต้องการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ครอบครัว แต่ด้วยสติปัญญาและความสามารถ ทำให้เขาเติบโตและสามารถเลื่อนขั้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จนสามารถดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพในที่สุด

และที่สำคัญ เย่เฉิงเป็นทหารคนหนึ่งที่รักชาวบ้านเป็นอย่างมาก คนที่รักชาวบ้านเช่นนี้ ทำไมจึงกล้าใส่ร้ายเจ้านายของตัวเองว่าทรยศชาติได้?

เจียงอวี้เฉิงครุ่นคิดด้วยความสงสัย

หรือว่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ ต้องมีแน่ ๆ ไม่งั้นคนอย่างเขาจะกล้าทรยศตระกูลเจียงได้ยังไง?

“เฉิงเอ๋อร์... เจ้าเป็นคนฉลาดมาตั้งแต่เด็ก พ่อพร่ำสอนกลยุทธ์ต่าง ๆ ให้เจ้า เจ้ามองไม่ออกหรือว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งใดคือสิ่งที่สำคัญที่ต้องการการปกป้องมากที่สุด?”

“พ่อรู้ว่าเจ้าเป็นห่วงชายบ้านที่ชายแดน แต่พ่อก็ได้ไปประจำการที่ชายแดนมาหลายปีจนมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว พอได้ยินมาว่าฝ่าบาทจะคัดเลือกพระราชสวามีให้แก่องค์หญิงใหญ่ พ่อจึงได้รีบพาเจ้ากลับมา”

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าการเข้าร่วมพิธีคัดเลือกพระราชสวามีขององค์หญิงใหญ่เองก็เป็นการปกป้องชาวบ้านอย่างที่เจ้าต้องการด้วยเช่นกัน”

เจิ้นกั๋วกงเอ่ยเกลี้ยกล่อมอยู่ตั้งนาน แต่เมื่อเห็นว่าบุตรชายตัวดียังคงไร้วี่แววที่จะตอบตกลง อารมณ์ที่เคยสงบนิ่งก็เริ่มคุกรุ่นขึ้นมาตามประสาแม่ทัพใหญ่

“หากเจ้าไม่ยินยอมเข้าร่วมพิธีคัดเลือกพระราชสวามี เจ้าก็จงคุกเข่าสำนึกผิดอยู่ในนี้ ไม่ต้องออกไป!!”

จ้าวลี่ ตามปกติ แม่ทัพใหญ่ก็ดูใจเย็น ไม่เคยใช้อารมณ์ในการคุมทัพเลยแม้แต่น้อย

คงมีแต่นายน้อยเพียงคนเดียวที่สามารถทำให้ท่านเจิ้นกั๋วกงผู้ใจเย็น อารมณ์พลุ่งพล่านได้อย่างง่ายดาย...

“ตกลงเจ้าจะไปหรือไม่ไป!?” เจิ้นกั๋วกงตะโกนถามเสียงดังเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมทั้งกำแส้ในมือแน่น หากว่าเขาได้ยินบุตรชายปฏิเสธอีกครั้ง แส้ในมือคงจะได้ขยับอีกครั้งเช่นกัน

เจียงอวี้เฉิงเงยหน้าขึ้นสบตาบิดาด้วยความท้าทาย แววตามุ่งมั่น ริมฝีปากกล่าวคำหนึ่งออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด “ไป!!”

“ดี!! เจ้ากล้าขัดคำสั่งพ่อ...” เจิ้นกั๋วกงกัดฟันพูด ก่อนจะตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ “ห้ะ!!”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 98

    “ท่านชายสี่ตระกูลจวงเมาสุราแล้วเผลอทำร้ายร่างกายชาวบ้านจนถึงแก่ชีวิต ใช้อำนาจทางการจ่ายเงินชดเชยครอบครัวผู้เสียหายเพียงน้อยนิด แล้วสั่งปิดคดีไป ทั้ง ๆ ที่ผู้ที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวคอยเลี้ยงดูอีกหลายชีวิต”“ท่านชายรองไป๋ ท่านชายที่เกิดจากอนุ รับสินบนจากขุนนางอื่นเพื่อแลกกับการใช้อำนาจช่วยเหลือในทางมิชอบ ร่วมกันข่มเหงชาวบ้าน ริบทรัพย์นั้นมาเป็นของตน”“ท่านชายห้าตระกูลเสิ่นใช้อำนาจในทางมิชอบยึดร้านค้าที่หมายตาของชาวบ้านมาเป็นของตนเอง บังคับทางการให้ทำเรื่องโอนสิทธิ์ โดยที่เจ้าของร้านมิยินยอม”“ท่านชายสามตระกูลซุนชมชอบภรรยาชาวบ้าน จึงดักฉุดและข่มขืน แต่แม่นางผู้นั้นมิยินยอมจึงพุ่งชนต้นไม้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เขาก็สั่งทางการให้ปิดคดีไปอย่างรวดเร็ว”“ท่านชายแปดตระกูลเซี่ย ท่านชายที่เกิดจากอนุ ควบม้าในเมืองหลวงเกินความเร็วที่กำหนด จึงเป็นเหตุให้เผลอเหยียบสตรีผู้หนึ่งจนกลายเป็นคนพิการ ไม่อาจออกเรือน ไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้ จึงถูกครอบครัวละทิ้งให้นอนเสียชีวิตที่นอกเรือน”ชิงหว่านซินร่ายคว

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 97

    ในขณะที่ห้องพักรับรองที่ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัวกำลังเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น อีกฟากหนึ่งของมุมถนนเป็นโรงประมูลที่มีนามว่าหอจินลู่ที่ชั้นห้าของหอจินลู่เป็นห้องพักผ่อนของเจ้าของหอ หน้าต่างบานเล็กปรากฏร่างแม่นางน้อยกำลังยืนชมทิวทัศน์ของเมืองหลวงอยู่“ยาหลอนประสาทกำลังออกฤทธิ์แล้ว” น้ำเสียงหวานใสพูดขึ้น ทำให้ร่างกำยำของบุรุษที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ลุกขึ้นเดินไปสังเกตการณ์บ้าง“องครักษ์ลับของท่านลงมือได้รวดเร็วจริง…” เจียงอวี้เฉิงหยุดยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังของชิงหว่านซิน มือหนาวางลงบนขอบหน้าต่างที่สูงประมาณไหล่ของนางหอจินลู่เป็นโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ซึ่งมีราชวงศ์เป็นเจ้าของ นับได้ว่าเป็นทรัพย์สินของชิงหว่านซินไปโดยปริยายที่นี่ถูกออกแบบให้มีขนาดหน้าต่างที่เล็กและสูง เพื่อป้องกันการหลบหนีหรือลักลอบเข้ามา จึงถูกสร้างด้วยวัตถุประสงค์เพียงแค่ให้สามารถระบายอากาศออกได้โดยง่ายเท่านั้น“คิดไว้มิมีผิด น้องชายของจวงเหวินจิ่นจะต้องนัดสหายมาสังสรรค์กันอีกเป็นแน่” ชิงหว่านซินเขย่งปลายเท้าขึ้นมาดู เมื่อเห็นเง

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 96 (CW: เลือดและความรุนแรง)

    “เช่นนั้นก็สรุปได้ว่าเราจะลงมือกับองค์หญิงใหญ่ในพิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีที่วัดฟาเหมิน” จวงหลิวจื้อสรุป “ส่วนรายละเอียดของแผนการ...”ไป๋ตงหมิง “พิธีสวดมนต์ขอพรประจำปีมีการแยกที่พักของบุรุษและสตรีอย่างชัดเจน อย่างไรก็ต้องให้สตรีลงมือด้วยกันเอง เราต้องเลือกว่าจะจัดการด้วยวิธีใด?”“ยาพิษ ลอบฆ่า อุบัติเหตุ?” เสิ่นฟานเป่ยทบทวนวิธีการที่พวกเขาเคยใช้กับบรรดาพระราชโอรสของฮ่องเต้ชิงหลงเทียนเซี่ยเริ่นซื่อเอามือมาลูบคาง “หากให้สตรีลงมือด้วยกันเอง ก็มีเพียงฮูหยิน คุณหนูและสาวใช้... พวกนางคงจะไม่กล้าลงมือลอบฆ่าหรอกกระมัง?”“ข้าคิดว่าวิธีที่ง่ายที่สุดคือการจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ” จวงหลิวจื้อกล่าว “คนของเราที่ลงมืออาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือของนาง อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงการเผยพิรุธ เมื่อถูกสอบสวนอีกด้วย...”“อื้อ! ข้าเห็นด้วยกับหลิวจื้อ” ซุนจิ้งพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบอีกครั้ง “หากจัดฉากเป็นอุบัติเหตุ เราคงต้องรีบเตรียมการ เข้าไปจัดสถานที่ที่วัดฟาเห

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 95

    ซุนจิ้งย้อนถามยิ้ม ๆ “เจ้าบอกผู้ใดกัน ในเมื่อพวกเจ้าคือผู้ที่มาถึงเป็นคนแรก และเป็นคนสั่งอาหาร ข้ากับฟานเป่ยก็เพิ่งมาถึง”“เอาเถิด เอาเถิด...” จวงหลิวจื้อตัดบท ก่อนจะยกสุราขึ้นจิบ “กลับมาที่เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้ก่อน เอ่อ... เราต้องชิงลงมือก่อนสินะ”เซี่ยเริ่นซื่อจิบสุราตามบ้าง “ยามนี้ มันผิดแผนกันไปหมดแล้ว จากที่ตั้งใจจะให้หมิงรุ่ยได้อภิเษกกับองค์หญิงใหญ่ เจียงซื่อจื่อก็ตัดหน้าไปเสียแทน เราก็ไม่อาจใช้อำนาจขององค์หญิงใหญ่ได้เลย”“หากต้องการล้มล้างบัลลังก์ของฝ่าบาท ต้องร่วมมือกันทั้งวังหน้า วังหลัง และทหาร” เสิ่นฟานเป่ยกล่าว “บัดนี้ วังหลังก็ถูกกำจัดไปแล้ว เท่ากับว่าเรามิอาจเข้าไปถึงตัวของฝ่าบาทได้อีกต่อไป”ไป๋ตงหมิงคีบเนื้อหมูเข้าปาก ก่อนจะกล่าวขึ้น “ข้าว่ายามนี้ เราคงต้องเลือกกันก่อนว่าจะกำจัดผู้ใด ระหว่างฝ่าบาทกับองค์หญิงใหญ่ ต่อให้กำจัดฝ่าบาทได้ องค์หญิงใหญ่ก็สามารถขึ้นครองราชย์ต่อได้”“แต่ถ้าเรากำจัดองค์หญิงใหญ่ก่อน แล้วค่อยกำจัดฝ่าบาท?” ซุนจิ้งต่

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 94

    จนสุดท้าย ในยามนี้ เมื่อพี่ชายของพวกเขาได้ขึ้นครองจวน ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก พวกเขาจึงได้ตัดสินใจเข้าไปพูดคุยและสารภาพความจริงกันเรียบร้อยแล้วบรรดาพี่ชายต่างก็เข้าใจและซาบซึ้งที่พวกเขาจริงใจต่อตนและตระกูลเช่นนั้น มองว่าพวกเขาคือมังกรซ่อนอยู่ในบ่อลึกของตระกูล เป็นกำลังสำคัญที่ถูกบังหน้าด้วยภาพของคุณชายเจ้าสำราญมาตลอดทั้งห้าตระกูลจึงได้เกิดเป็นความร่วมมือในการล้มล้างบัลลังก์ของฮ่องเต้ชิงหยางภายใต้บรรยากาศการร่ำสุราของคุณชายเจ้าสำราญทั้งห้าคนนี้ก่อนที่จวงหลิวจื้อจะได้ตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งสามคนรีบหยิบจอกสุราที่วางอยู่ตรงหน้ายกขึ้นมาชนกันในทันที“ชนจอกสุรากันแล้วหรือ?” เสียงทักทายมาพร้อมรอยยิ้มระรื่นของซุนจิ้งที่เดินเข้ามาพร้อมกับเสิ่นฟานเป่ย ครั้นเมื่อประตูปิดลง คนของพวกเขาต่างก็เฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้องรับรองเสิ่นฟานเป่ยไม่รีรอ รีบนั่งลงแล้วหันไปถามจวงหลิวจื้อในทันที “ข้าได้ยินมาว่าเฝิ่นกงกงตายแล้ว?”จวงหลิวจื้อพยักหน้าอย่างไม่นึกแปลกใจในความรวดเร็วของข่าวสารจากตระกูลเสิ่น เมื่อคราวก่อนที่จวงหมิ

  • สนมแม่ทัพขององค์หญิงใหญ่ NC   บทที่ 93

    จวงหลิวจื้อเดินคลี่พัดสีขาว โบกสะบัดข้อมือเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมอิงหัวอย่างคุ้นเคย เมื่อเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมเห็นเขาก็รีบปรี่เข้าไปต้อนรับในทันที“ท่านชายรองจวงมาแล้วหรือขอรับ?”จวงหลิวจื้อระบายรอยยิ้มเจ้าสำราญออกมา “สหายของข้ามากันหรือยัง?”“อา… บัดนี้ ท่านชายสามตระกูลไป๋และท่านชายรองเซี่ยเริ่มร่ำสุรากันแล้วขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์บอกพลางเดินนำจวงหลิวจื้อไปส่งที่ห้องรับรองชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมอิงหัว“ได้อย่างไรกัน!? ร่ำสุราโดยที่ไม่รอข้าเลยนี่นะ…” จวงหลิวจื้อแสร้งบ่นเสียงดัง ก่อนจะเดินขึ้นบันไดไป เสี่ยวเอ้อร์เปิดประตูห้องรับรองให้ ก่อนที่จะปิดประตูลงบรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา อาหารเลิศรสวางเรียงรายบนโต๊ะ เสียงพูดคุยหัวเราะเริงร่าดังขึ้น“แหม แหม แหม ท่านชายสามตระกูลไป๋และท่านชายรองเซี่ยร่ำสุรากัน มิรอสหายเลยรึ?” จวงหลิวจื้อเอ่ยทักขึ้น ก่อนจะเก็บพัดในมือลงเสียงพูดคุยที่ดังขึ้นกลับหยุดชะงัก บรรยากาศรื่นรมย์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นตึงเครียดในฉับพลัน ไป๋ตง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status