Share

สมาการหัวใจของคิน
สมาการหัวใจของคิน
Author: ฉินหลานฮุย

บทที่ 1

last update publish date: 2026-05-01 21:48:34

แดดเที่ยงวันแผดเผาจนพื้นคอนกรีตร้อนระอุ อากาศอบอ้าวหนักอึ้งเหมือนมีแรงกดทับอยู่ทั่วบริเวณลานร้างหลังตลาดเก่า เสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งหลายสิบคันดังกระหึ่มสะท้อนกำแพงปูนจนเกิดเสียงก้องเป็นระยะ

นักเรียนช่างสองสถาบันยืนประจันหน้ากันเป็นแถว เสื้อช็อปหลากสีสะบัดไหวตามแรงลมร้อน บรรยากาศตึงเครียดจนเหมือนอากาศรอบตัวพร้อมจะลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อ

กลางกลุ่มฝั่งหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนคนนั้นคน คิน หรือ อคิน ราม หยาง ยืนอยู่แถวหน้า ร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีเข้มที่ปลดซิปลงครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำด้านในที่แนบไปกับแผ่นอกเพราะเหงื่อ เส้นผมสีดำสนิทปรกหน้าผากเล็กน้อยจากความชื้น ใบหน้าคมคายแบบลูกครึ่งไทยจีนยังคงนิ่งสนิท ดวงตาเรียบเฉยแต่เย็นเยียบจนคนที่สบตาต้องหลบ 

คิน อายุ 20 ปี ลูกครึ่งไทยจีน เด็กช่างสาขาโยธาปีสุดท้ายที่ใคร ๆ ต่างก็หลีกทางให้ เพราะด้วยอิทธิพลของการที่เขาเป็นลูกชายของมาเฟียใหญ่ที่ฐานะรวยติดอันดับโลก ทั้งด้วยภาพลักษณ์ดุดันและนิสัยหัวร้อนง่าย เย็นชา หน้านิ่งๆ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังความแข็งกร้าวนั้น เขาแค่พยายามเป็นลูกชายที่ดีพอ สำหรับพ่อที่เป็นมาเฟียที่ทรงอิทธิพลทั้งในไทยและจีน

เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบาย ๆ ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูนับสิบ แต่คนที่รู้จักเขาดีต่างเข้าใจ ยิ่งนิ่งเท่าไรยิ่งอันตรายเท่านั้น แบงค์ เพื่อนสนิทที่ยืนข้าง ๆ เหลือบมองเขาแล้วเอ่ยเสียงต่ำ

“แม่งมากันเยอะกว่าที่คิดว่ะ”

คินไม่ตอบแแต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังอีกฝั่ง เด็กช่างต่างสถาบันยืนเรียงกันแน่น บางคนถือไม้ บางคนซ่อนเหล็กเส้นไว้ด้านหลัง บางคนส่งยิ้มเยาะเย้ยมาอย่างไม่ปิดบัง ทันใดนั้นหัวหน้าฝั่งนั้นก้าวออกมา

“ไอ้คิน”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยการท้าทาย

“ได้ข่าวว่าเป็นลูกมาเฟียใหญ่ รวยนัก เก่งนัก วันนี้จะได้รู้ว่ามึงเก่งจริง หรือแค่พึ่งบารมีพ่อ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม คำพูดนั้นทำให้เพื่อนของคินหลายคนกำหมัดแน่น แต่เจ้าตัวกลับนิ่งนิ่งจนผิดปกติ เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคมนั้นวูบไหวกับคำว่า “พึ่งบารมีพ่อ” มันเหมือนเข็มที่แทงเข้ากลางอก ตั้งแต่จำความได้เขาได้ยินคำนี้มาตลอด ไม่ว่าเขาจะทำอะไรผู้คนก็เห็นแค่เงาของพ่อ ลูกชายของหยางเจิ้นหลง ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ครอบคลุมทั้งไทยและจีน ไม่มีใครเคยมองว่าเขาเป็น “อคิน” ด้วยตัวเองแม้แต่พ่อของเขาเอง

คินคลายมือออกช้า ๆ ก่อนยกสายตาขึ้น ใบหน้ายังคงเรียบเฉยแต่แววตากลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“พูดจบหรือยัง”

เสียงเรียบเย็นนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลง อีกฝ่ายชะงักเล็กน้อย ก่อนแค่นหัวเราะ

“ถ้าไม่จบล่ะ”

คินยกยิ้มมุมปากบาง ๆ รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย

“งั้นก็มาดิ”

แค่นั้นเหมือนชนวนระเบิดถูกจุด

“เอามัน!”

เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกันทั้งสองฝั่งพุ่งเข้าหากันในทันที เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังสนั่น ฝุ่นสีเทาฟุ้งขึ้นกลางอากาศ คินเป็นคนแรกที่เข้าปะทะ ชายร่างใหญ่จากอีกฝั่งเหวี่ยงไม้เบสบอลเข้าหาเต็มแรง เขาเบี่ยงตัวหลบในจังหวะสุดท้าย ก่อนพุ่งเข้าประชิด หมัดขวาถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว

ผลั่ก!เสียงกระแทกดังลั่น หมัดของเขากระแทกเข้าที่กรามอีกฝ่ายเต็มแรงจนใบหน้าหันสะบัด ไม่รอให้ตั้งตัวคินตามด้วยศอกซ้ำเข้าที่โหนกแก้ม อีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นทันที

“เชี่ย…”

เสียงอุทานดังจากคนรอบข้างคินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาหันไปรับมืออีกคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมเหล็กเส้น เหล็กฟาดลงตรงไหล่ แรงกระแทกทำให้เขาเซไปครึ่งก้าวความเจ็บแล่นวาบไปทั้งแขน แต่แทนที่จะถอย เขากลับคว้าเหล็กเส้นนั้นไว้ มือกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น จากนั้นกระชากอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลัก

แล้วสวนด้วยเข่าที่พุ่งเข้าท้องเต็มแรง อีกฝ่ายทรุดลงทันที เสียงการต่อสู้ดังระงมไปทั่วลาน แบงค์กำลังซัดกับคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด เต้ใช้ท่อนเหล็กฟาดใส่อีกฝ่ายจนร้องลั่น หลายคนล้มกลิ้งไปกับพื้น แดดร้อนจัดจนเหงื่อไหลเข้าตาแต่ไม่มีใครหยุดคินหายใจแรงเหงื่อไหลผ่านขมับลงมาตามกรอบหน้า เขาได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อ

ทันใดนั้นมีคนพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง

“คิน!”

เสียงเต้ตะโกนเตือนเขาหันกลับทันที ไม้หน้าสามฟาดลงมาคินยกแขนขึ้นรับแรงกระแทกทำให้แขนชาจนแทบไร้ความรู้สึก แต่เขากัดฟันแน่นแล้วใช้หัวโขกสวนหน้าผากกระแทกเข้าจมูกอีกฝ่ายอย่างแรงจนเลือดพุ่ง ชายคนนั้นร้องลั่น ล้มลงไปกุมหน้าคินหอบหายใจ ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะแต่ในหัวกลับมีเพียงเสียงเดียว

“อ่อนแอ”

เสียงของพ่อ หนักแน่น เย็นชา วันที่เขาล้มในสนามฝึกตอนอายุสิบสอง วันที่พ่อมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง

“ถ้าแค่นี้ยังทนไม่ได้ ก็ไม่คู่ควรกับนามสกุลหยาง”

คินกำหมัดแน่นเขาไม่มีวันลืม และไม่มีวันยอมให้ตัวเองอ่อนแออีก ชายอีกสองคนกรูเข้ามาพร้อมกัน เขาพุ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเลหมัดซ้ายซัดเข้าหน้าคนแรก จากนั้นหมุนตัวเตะเข้าชายโครงอีกคนจนกระเด็น การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็ว หนักหน่วง และแม่นยำ ราวกับสัตว์นักล่าที่ถูกฝึกมาเพื่อการต่อสู้ อีกฝ่ายเริ่มถอยสายตาหลายคู่ฉายแววหวาดหวั่น เพราะตอนนี้คินไม่ใช่เด็กช่างธรรมดา เขาเหมือนพายุที่พร้อมกวาดทุกอย่างให้พังหัวหน้าฝั่งตรงข้ามสบถก่อนคว้ามีดพับออกมา แสงแดดสะท้อนคมมีดวาบ

“มึงจบแน่ ไอ้ลูกคุณหนู!”

เขาพุ่งเข้ามาปลายมีดแทงตรงเข้าหาลำตัว คินเบี่ยงหลบฉิวเฉียดคมมีดเฉือนแขนซ้ายจนเลือดซึม ความเจ็บแล่นขึ้นทันทีแต่แทนที่จะถอย เขากลับคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ เสียงกระดูกดังชัดเจนมีดหล่นกระทบพื้น อีกฝ่ายร้องลั่นคินใช้เข่ากระแทกเข้าท้อง แล้วจับคอเสื้อกระชากลงก่อนปล่อยหมัดสุดแรงเข้าที่ใบหน้า

ร่างนั้นล้มแน่นิ่งทั้งลานเงียบลงไปชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา คินยืนหอบหายใจเลือดไหลซึมจากแขน เสื้อช็อปเปื้อนฝุ่นและคราบแดง แดดเที่ยงตรงส่องลงมาทำให้เงาของเขาทอดยาวบนพื้น ดุดัน เย็นชา และน่าเกรงขาม แบงค์เดินเข้ามา ยิ้มหอบ ๆ

“แม่ง…สมเป็นมึง”

คินไม่ตอบเขาเพียงมองไปยังคนที่เหลือแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“ยังมีใครอยากต่ออีกไหม”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 46

    ค่ำคืนปกคลุมทั่วบริเวณเขตอุตสาหกรรมร้าง ลมเย็นพัดผ่านโครงเหล็กเก่า ๆ ของโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศน่าหวาดระแวงจนแทบไม่มีใครอยากเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ยามค่ำคืนแต่คืนนี้แตกต่างออกไปเพราะภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง มีคนถูกจับตัวเอาไว้คนคนนั้นก็คือธีร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กลางห้อง มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง แม้จะถูกจับตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขายังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการขัดขืนตอนถูกจับตัว แต่โดยรวมยังไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร พวกมันไม่ได้ต้องการเขาแต่พวกมันต้องการคิน ชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่รอบโกดัง บางคนถืออาวุธ บางคนเดินตรวจตราพื้นที่อย่างระมัดระวัง หัวหน้ากลุ่มนั่งอยู่บนลังไม้ฝั่งตรงข้าม"แฟนนายคงกำลังตามหาจนหัวหมุนแล้ว"ธีร์มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ "ถ้าฉลาดพอ เขาจะไม่มา"ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง "งั้นเหรอ... แต่จากข้อมูลที่เราได้มา เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอก"คำพูดนั้นทำให้ธีร์เงียบลงเพราะลึก ๆ เขาก็รู้เหมือนกัน คินไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่เพียงลำพังในเวลาเดียวกั

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 45

    ถึงจะอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายแค่ไหน ธีร์ก็ยังมีสติรีบเปิดระบบติดตามที่คินตั้งไว้ให้ในโทรศัพท์มือ ถึงแม้ตลอดเส้นทางจะมองไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงแค่เปิดสัญญาณติดตามคินก็จะตามมาช่วยเข้าได้ทันที ธีร์ยังใช้จังหวะคนร้ายเผลอส่งข้อความเตือน ไม่ให้คินประมาทและยังบอกด้วยว่า ที่เขาถูกจับตัวมาเป็นแผนของคนร้ายที่ต้องการล่อให้คินตามมาช่วยฝ่ายคินเมื่อได้รับสัญญาณและข้อความจากคนรัก คินจึงได้รีบกลับไปที่เพนท์เฮาส์เพื่อวางแผนช่วยธีร์ ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุดเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีดำดังต่อเนื่องขณะคินน์ขับออกจากบริเวณสนามสอบด้วยความเร็วที่ยังอยู่ในขอบเขตกฎหมาย แต่สีหน้าของเขากลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทราบจากลูกน้องว่าถูกจับธีร์ขึ้นรถตู้สีดำไป เขาก็มั่นใจแทบจะทันทีว่าต้องเป็นคนของแก๊งศัตรูแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังพอควบคุมสติได้ คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์ของธีร์เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากเหตุลอบทำร้ายคินน์ครั้งนั้น ธีร์เป็นคนบ่นว่าคินน์ระแวงเกินเหตุ แต่สุดท้ายก็ยอมติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามฉุกเฉินตามคำขอของเขา และตอนนี้แอปนั้นกำลังส่งสัญญาณมาหน้าจอโท

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 44

    ระหว่างที่คินกำลังขับรถเข้าบริษัทก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างเขตส่งมารัว ๆ จนคินต้องจอดรถข้างทางเพื่อนอ่าน พอเปิดดูก็เป็นข้อมูลเบื้องหลังของบริษัทคู่แข่งของเขานั้นเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือบริษัทคู่แข่งเป็นบริษัทบังหน้าของแก๊งศัตรูของพ่อเขานั้นเอง คินจึงไม่แปลกใจที่ทำไมเวลาประมูลราคางานทีไรบริษัทนี้จะตั้งราคามาเพื่อตัดราคาบริษัทเขาตลอด พออ่านข้อมูลจบคินก็เริ่มเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที คินได้นัดกับธีร์ไว้ก่อนออกจากบ้านว่า ธีร์สอบเสร็จเที่ยงพอดีคินจะไปรับคนรักไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ดูเหมือนต้องส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มแล้ว ถึงแม้จะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แต่ตอนนี้เริ่มจะชะล่าใจไม่ได้แล้ว คินรีบโทรหาเซนมือขวาและพ่วงตำแหน่งเลขาของเขา เพื่อสั่งให้เพิ่มคนคุ้มกันอีกเท่าตัวเสียงกริ่งประกาศหมดเวลาสอบดังขึ้นภายในห้องสอบ ธีร์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ อ่านหนังสือแทบทุกวัน ทบทวนเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำข้อสอบเก่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มั่น

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 43

    หลังจากพิธีรับปริญญาผ่านพ้นไป ชีวิตของธีร์ก็เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญอีกครั้ง อีกห้าเดือนต่อมาก็เข้าสู่ช่วงหาสอบบรรจุตามสถานศึกษาทั่วประเทศที่เปิดสอบ เป้าหมายต่อไปของเขาไม่ใช่การเรียนจบไม่ใช่การรับปริญญา แต่เป็นการสอบบรรจุครู ความฝันที่เขาตั้งใจเอาไว้มาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าสู่คณะครุศาสตร์เช้าวันหนึ่งหลังจากรับปริญญาได้ไม่นาน ธีร์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องนอน หนังสือสอบกองสูงวางเรียงอยู่เต็มโต๊ะ ทั้งวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป กฎหมายการศึกษา จิตวิทยาการศึกษา หลักสูตรการสอน และวิชาเฉพาะทาง คินเดินผ่านห้องมาเห็นก็ถึงกับยกคิ้ว"ธีร์จะอ่านทั้งหมดนี่จริง ๆ เหรอ"ธีร์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือ "จริง""เยอะมากนะ""สอบครั้งเดียวก็ต้องเอาให้เต็มที่"คินพยักหน้าอย่างเข้าใจตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ธีร์แทบจะใช้ชีวิตอยู่กับหนังสือทุกเช้าเขาตื่นตั้งแต่หกโมง ออกกำลังกายเล็กน้อย รับประทานอาหารเช้า แล้วเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่เจ็ดโมงอ่านจนถึงเที่ยง พักรับประทานอาหารจากนั้นกลับมาอ่านต่อในช่วงบ่าย บางคืนอ่านจนเกือบเที่ยงคืน หลายครั้งที่คินเปิดประตูเข้ามาเห็นอีกฝ่ายกำลังนั่งจดสรุปด้วยสีหน้าจริงจัง"พักบ้างไหม"

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 42 🔞

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีรับปริญญาและใช้เวลาทั้งวันกับครอบครัว ถ่ายรูป รับคำแสดงความยินดี และตอบข้อความจากเพื่อน ๆ จนแทบไม่มีเวลาพัก ในที่สุดช่วงค่ำก็มาถึง บ้านของคินและธีร์เงียบสงบกว่าช่วงกลางวันมาก ครอบครัวของทั้งสองคนต่างแยกย้ายกลับไปพักผ่อนหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน เหลือเพียงคินกับธีร์ที่อยู่ด้วยกันภายในบ้าน บนโต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่นมีเค้กก้อนเล็ก ๆ วางอยู่ตรงกลาง ข้างกันเป็นอาหารที่ทั้งสองช่วยกันจัดเตรียมอย่างง่าย ๆ ไม่ได้หรูหราเหมือนงานเลี้ยงใหญ่ แต่กลับอบอุ่นกว่าที่ไหน ธีร์นั่งลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ก่อนจะปลดกระดุมคอเสื้อออกเล็กน้อย "ในที่สุดก็จบจริง ๆ สักที" คินหัวเราะเบา ๆ พลางยื่นแก้วน้ำผลไม้ให้ "คุณบัณฑิตเหนื่อยไหมครับ" "มาก... ยืนถ่ายรูปทั้งวัน ขายืนจะไม่อยู่แล้ว แต่วันนี้คินยิ้มเยอะนะ... และก็มีความสุขมาก" คินยิ้มตามเขานั่งลงข้าง ๆ แล้วมองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ธีร์ยังคงสวมชุดสูทที่ใส่ใต้ครุย ใบหน้าหล่อเหลามีร่องรอยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความสุข "มองอะไร" ธีร์ถามเมื่อสังเกตเห็นสายตาของคิน "มองคนเรียนจบ มองบัณฑิตรูปหล่อ" "คินก็เรียนจบแล้ว" "แต่วันน

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 41

    ห้าเดือนผ่านไปหลังจากวันที่ธีร์ส่งงานชิ้นสุดท้ายและปิดฉากชีวิตนักศึกษาอย่างสมบูรณ์ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ และในที่สุดวันที่สำคัญที่สุดอีกวันหนึ่งก็มาถึง วันรับปริญญาของธีร์เช้าวันนั้นธีร์ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ความจริงเขาแทบไม่ได้นอนเต็มอิ่มนัก เพราะความตื่นเต้นปะปนกับความรู้สึกหลากหลายที่อัดแน่นอยู่ในหัวใจเมื่อแต่งกายด้วยชุดครุยบัณฑิตเรียบร้อยแล้ว เขายืนมองตัวเองในกระจกอยู่ครู่หนึ่งภาพสะท้อนตรงหน้าคือชายหนุ่มที่ผ่านการเรียนมาสี่ปีเต็ม ผ่านทั้งการสอบ การทำรายงาน การฝึกสอน และอุปสรรคมากมายกว่าจะมาถึงวันนี้ ภาพความทรงจำสมัยจำให้ธีร์ตกอยู่ในภวังค์ความคิดจนเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาถึงจึงได้ตื่นจากภวังความคิดค์นั้น"พร้อมหรือยังธีร์"เสียงคุณย่าดังมาจากด้านนอก น้ำเสียงของย่าบ่งบอกถึงความตื่นเต้นแทนเขาจนธีร์ต้องหัวเราะเบา ๆ"พร้อมแล้วครับย่า"เมื่อเปิดประตูออกไปก็พบว่าทั้งครอบครัวกำลังรออยู่ด้านล่าง คุณย่าแต่งตัวสวยเป็นพิเศษในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ส่วนคุณพ่อและคุณแม่ก็อยู่ในชุดสุภาพเรียบร้อย ใบหน้าของทั้งสามคนเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ"หล่อมาก"คุณย่าพูดทัน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status