مشاركة

สมาการหัวใจของคิน
สมาการหัวใจของคิน
مؤلف: ฉินหลานฮุย

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2026-05-01 21:48:34

แดดเที่ยงวันแผดเผาจนพื้นคอนกรีตร้อนระอุ อากาศอบอ้าวหนักอึ้งเหมือนมีแรงกดทับอยู่ทั่วบริเวณลานร้างหลังตลาดเก่า เสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์แต่งซิ่งหลายสิบคันดังกระหึ่มสะท้อนกำแพงปูนจนเกิดเสียงก้องเป็นระยะ

นักเรียนช่างสองสถาบันยืนประจันหน้ากันเป็นแถว เสื้อช็อปหลากสีสะบัดไหวตามแรงลมร้อน บรรยากาศตึงเครียดจนเหมือนอากาศรอบตัวพร้อมจะลุกเป็นไฟได้ทุกเมื่อ

กลางกลุ่มฝั่งหนึ่งมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนคนนั้นคน คิน หรือ อคิน ราม หยาง ยืนอยู่แถวหน้า ร่างสูงโปร่งในเสื้อช็อปสีเข้มที่ปลดซิปลงครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเสื้อยืดสีดำด้านในที่แนบไปกับแผ่นอกเพราะเหงื่อ เส้นผมสีดำสนิทปรกหน้าผากเล็กน้อยจากความชื้น ใบหน้าคมคายแบบลูกครึ่งไทยจีนยังคงนิ่งสนิท ดวงตาเรียบเฉยแต่เย็นเยียบจนคนที่สบตาต้องหลบ 

คิน อายุ 20 ปี ลูกครึ่งไทยจีน เด็กช่างสาขาโยธาปีสุดท้ายที่ใคร ๆ ต่างก็หลีกทางให้ เพราะด้วยอิทธิพลของการที่เขาเป็นลูกชายของมาเฟียใหญ่ที่ฐานะรวยติดอันดับโลก ทั้งด้วยภาพลักษณ์ดุดันและนิสัยหัวร้อนง่าย เย็นชา หน้านิ่งๆ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังความแข็งกร้าวนั้น เขาแค่พยายามเป็นลูกชายที่ดีพอ สำหรับพ่อที่เป็นมาเฟียที่ทรงอิทธิพลทั้งในไทยและจีน

เขายืนล้วงกระเป๋ากางเกงอย่างสบาย ๆ ราวกับไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูนับสิบ แต่คนที่รู้จักเขาดีต่างเข้าใจ ยิ่งนิ่งเท่าไรยิ่งอันตรายเท่านั้น แบงค์ เพื่อนสนิทที่ยืนข้าง ๆ เหลือบมองเขาแล้วเอ่ยเสียงต่ำ

“แม่งมากันเยอะกว่าที่คิดว่ะ”

คินไม่ตอบแแต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังอีกฝั่ง เด็กช่างต่างสถาบันยืนเรียงกันแน่น บางคนถือไม้ บางคนซ่อนเหล็กเส้นไว้ด้านหลัง บางคนส่งยิ้มเยาะเย้ยมาอย่างไม่ปิดบัง ทันใดนั้นหัวหน้าฝั่งนั้นก้าวออกมา

“ไอ้คิน”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยการท้าทาย

“ได้ข่าวว่าเป็นลูกมาเฟียใหญ่ รวยนัก เก่งนัก วันนี้จะได้รู้ว่ามึงเก่งจริง หรือแค่พึ่งบารมีพ่อ”

เสียงหัวเราะดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม คำพูดนั้นทำให้เพื่อนของคินหลายคนกำหมัดแน่น แต่เจ้าตัวกลับนิ่งนิ่งจนผิดปกติ เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคมนั้นวูบไหวกับคำว่า “พึ่งบารมีพ่อ” มันเหมือนเข็มที่แทงเข้ากลางอก ตั้งแต่จำความได้เขาได้ยินคำนี้มาตลอด ไม่ว่าเขาจะทำอะไรผู้คนก็เห็นแค่เงาของพ่อ ลูกชายของหยางเจิ้นหลง ทายาทมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ครอบคลุมทั้งไทยและจีน ไม่มีใครเคยมองว่าเขาเป็น “อคิน” ด้วยตัวเองแม้แต่พ่อของเขาเอง

คินคลายมือออกช้า ๆ ก่อนยกสายตาขึ้น ใบหน้ายังคงเรียบเฉยแต่แววตากลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“พูดจบหรือยัง”

เสียงเรียบเย็นนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลง อีกฝ่ายชะงักเล็กน้อย ก่อนแค่นหัวเราะ

“ถ้าไม่จบล่ะ”

คินยกยิ้มมุมปากบาง ๆ รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นแม้แต่น้อย

“งั้นก็มาดิ”

แค่นั้นเหมือนชนวนระเบิดถูกจุด

“เอามัน!”

เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกันทั้งสองฝั่งพุ่งเข้าหากันในทันที เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังสนั่น ฝุ่นสีเทาฟุ้งขึ้นกลางอากาศ คินเป็นคนแรกที่เข้าปะทะ ชายร่างใหญ่จากอีกฝั่งเหวี่ยงไม้เบสบอลเข้าหาเต็มแรง เขาเบี่ยงตัวหลบในจังหวะสุดท้าย ก่อนพุ่งเข้าประชิด หมัดขวาถูกปล่อยออกไปอย่างรวดเร็ว

ผลั่ก!เสียงกระแทกดังลั่น หมัดของเขากระแทกเข้าที่กรามอีกฝ่ายเต็มแรงจนใบหน้าหันสะบัด ไม่รอให้ตั้งตัวคินตามด้วยศอกซ้ำเข้าที่โหนกแก้ม อีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้นทันที

“เชี่ย…”

เสียงอุทานดังจากคนรอบข้างคินไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาหันไปรับมืออีกคนที่พุ่งเข้ามาพร้อมเหล็กเส้น เหล็กฟาดลงตรงไหล่ แรงกระแทกทำให้เขาเซไปครึ่งก้าวความเจ็บแล่นวาบไปทั้งแขน แต่แทนที่จะถอย เขากลับคว้าเหล็กเส้นนั้นไว้ มือกำแน่นจนเส้นเลือดขึ้น จากนั้นกระชากอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลัก

แล้วสวนด้วยเข่าที่พุ่งเข้าท้องเต็มแรง อีกฝ่ายทรุดลงทันที เสียงการต่อสู้ดังระงมไปทั่วลาน แบงค์กำลังซัดกับคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด เต้ใช้ท่อนเหล็กฟาดใส่อีกฝ่ายจนร้องลั่น หลายคนล้มกลิ้งไปกับพื้น แดดร้อนจัดจนเหงื่อไหลเข้าตาแต่ไม่มีใครหยุดคินหายใจแรงเหงื่อไหลผ่านขมับลงมาตามกรอบหน้า เขาได้กลิ่นเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นและเหงื่อ

ทันใดนั้นมีคนพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง

“คิน!”

เสียงเต้ตะโกนเตือนเขาหันกลับทันที ไม้หน้าสามฟาดลงมาคินยกแขนขึ้นรับแรงกระแทกทำให้แขนชาจนแทบไร้ความรู้สึก แต่เขากัดฟันแน่นแล้วใช้หัวโขกสวนหน้าผากกระแทกเข้าจมูกอีกฝ่ายอย่างแรงจนเลือดพุ่ง ชายคนนั้นร้องลั่น ล้มลงไปกุมหน้าคินหอบหายใจ ภาพตรงหน้าพร่ามัวไปชั่วขณะแต่ในหัวกลับมีเพียงเสียงเดียว

“อ่อนแอ”

เสียงของพ่อ หนักแน่น เย็นชา วันที่เขาล้มในสนามฝึกตอนอายุสิบสอง วันที่พ่อมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง

“ถ้าแค่นี้ยังทนไม่ได้ ก็ไม่คู่ควรกับนามสกุลหยาง”

คินกำหมัดแน่นเขาไม่มีวันลืม และไม่มีวันยอมให้ตัวเองอ่อนแออีก ชายอีกสองคนกรูเข้ามาพร้อมกัน เขาพุ่งเข้าใส่โดยไม่ลังเลหมัดซ้ายซัดเข้าหน้าคนแรก จากนั้นหมุนตัวเตะเข้าชายโครงอีกคนจนกระเด็น การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็ว หนักหน่วง และแม่นยำ ราวกับสัตว์นักล่าที่ถูกฝึกมาเพื่อการต่อสู้ อีกฝ่ายเริ่มถอยสายตาหลายคู่ฉายแววหวาดหวั่น เพราะตอนนี้คินไม่ใช่เด็กช่างธรรมดา เขาเหมือนพายุที่พร้อมกวาดทุกอย่างให้พังหัวหน้าฝั่งตรงข้ามสบถก่อนคว้ามีดพับออกมา แสงแดดสะท้อนคมมีดวาบ

“มึงจบแน่ ไอ้ลูกคุณหนู!”

เขาพุ่งเข้ามาปลายมีดแทงตรงเข้าหาลำตัว คินเบี่ยงหลบฉิวเฉียดคมมีดเฉือนแขนซ้ายจนเลือดซึม ความเจ็บแล่นขึ้นทันทีแต่แทนที่จะถอย เขากลับคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้ เสียงกระดูกดังชัดเจนมีดหล่นกระทบพื้น อีกฝ่ายร้องลั่นคินใช้เข่ากระแทกเข้าท้อง แล้วจับคอเสื้อกระชากลงก่อนปล่อยหมัดสุดแรงเข้าที่ใบหน้า

ร่างนั้นล้มแน่นิ่งทั้งลานเงียบลงไปชั่วขณะ ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา คินยืนหอบหายใจเลือดไหลซึมจากแขน เสื้อช็อปเปื้อนฝุ่นและคราบแดง แดดเที่ยงตรงส่องลงมาทำให้เงาของเขาทอดยาวบนพื้น ดุดัน เย็นชา และน่าเกรงขาม แบงค์เดินเข้ามา ยิ้มหอบ ๆ

“แม่ง…สมเป็นมึง”

คินไม่ตอบเขาเพียงมองไปยังคนที่เหลือแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“ยังมีใครอยากต่ออีกไหม”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 49

    คาบแรกของ ม.4/2 จะได้เรียนกับคุณครูคนใหม่ป้ายแดง เขาหยุดยืนหน้าประตูห้องเรียน สูดลมหายใจลึกอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน"สวัสดีครับนักเรียน"นักเรียนทั้งห้องลุกขึ้นพร้อมกัน"สวัสดีครับคุณครู"นักเรียนนทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพเสียงดังเป็นเดียวกัน"สวัสดีครับ เชิญนั่งครับนักเรียน"เขาเดินไปหน้าห้องหยิบชอล์ก เขียนชื่อบนกระดาน "ธีระนนท์ สุวรรณ" ก่อนหันมายิ้ม"เรียกครูว่าครูธีร์ก็ได้นะ"เด็กทั้งห้องหัวเราะ "วันนี้เราจะยังไม่เริ่มเรียนหนัก"หลายคนถอนหายใจโล่งอกธีร์หัวเราะตาม"ครูพึ่งมาเจอพวกเราครั้งแรก เรามาเริ่มจากการรู้จักกันก่อนดีกว่า"เขาให้ทุกคนแนะนำตัวพร้อมบอกความฝันของตนเอง คนหนึ่งอยากเป็นวิศวกร อีกคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นเชฟ บางคนยังไม่รู้ตัวตนของตัวเองว่าอยากเป็นอะไร ธีร์รับฟังทุกคนอย่างตั้งใจเมื่อถึงช่วงของเขาแนะนำตัวเองว่าทำไมถึงมาเป็นครู และทำไมต้องเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์"ครูเองก็เคยไม่ชอบคณิตศาสตร์บางบท"เด็กทั้งห้องทำหน้าตกใจ "จริงเหรอครับ""จริง แต่ครูได้เรียนรู้ว่า... คณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่ต้องท่อง แต่มันคือการฝึกคิด"ทั้งห้องเงียบลงเด็กหลายคนเริ่มตั้งใจฟ

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 48

    เช้าวันจันทร์ต้นเดือนพฤษภาคม แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมภายในเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ความเงียบที่เคยปกคลุมในวันหยุดถูกแทนที่ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นตรงเวลาธีร์ลืมตาช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกา เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติวันนี้.เป็นวันแรกของการทำงาน วันแรกในฐานะ "ครูธีระนนท์ สุวรรณ" ไม่ใช่นักศึกษาฝึกสอน ไม่ใช่นิสิตปีสี่อีกต่อไป แต่เป็นครูเต็มตัวริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง สูดลมหายใจลึก "ในที่สุด...เราก็จะได้สอนนักเรียนจริง ๆ จัง ๆ แล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองเสียงประตูห้องนอนเปิดออกเบา ๆ "ตื่นแล้วเหรอ"คินเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ เขาเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เสื้อยืดสีดำแนบกับลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย"เมื่อคืนหลับไหม"ธีร์พยักหน้า "หลับ...แต่ตื่นหลายรอบ เห็นนะว่าคินเองก็แอบตื่นเหมือนกัน"คินหัวเราะเบา ๆ "ตื่นเต้นเหรอครับ""ตื่นเต้นมาก"คินเดินเข้ามายืนตรงหน้า ก่อนจะวางมือบนศีรษะอีกฝ่าย "ธีร์เรียนมาสี่ปี ฝึกสอนก็ผ่านแล้ว เด็ก ๆ ต้องชอบคุณครูธีร์แน่นอน""หวังว่าจะเป็นแบบนั้น

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 47

    หลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกสองวันที่จะถึงจะเป็นวันประกาศผลสอบบรรจุครูกำลังจะประกาศ คุณย่ากับคุณแม่ของธีร์จึงได้พาธีร์และคินไปทำบุญเก้าวัดเพื่อล้างสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต พร้อมกับขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ธีร์สอบติดอีกด้วยเช้าวันประกาศผลสอบบรรจุครูมาถึงเร็วกว่าที่ธีร์คิด แม้จะพยายามทำใจมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า "ทำดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นอย่างไรก็ยอมรับ" แต่เมื่อถึงวันจริงหัวใจของเขากลับเต้นแรงตั้งแต่ลืมตาตื่นนาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้าธีร์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่แทบไม่ได้แตะอาหารเช้าที่คินเตรียมไว้ให้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า"ยังไม่ถึงเวลาประกาศอีกเหรอ" คินที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิ้มบาง ๆ"อีกยี่สิบนาที" ธีร์ถอนหายใจ "ทำไมเวลามันเดินช้าจัง"คินหัวเราะ "ตอนสอบผ่านไปเร็ว พอรอผลกลับช้า""ใช่เลย"ธีร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแม้จะผ่านเหตุการณ์ถูกลักพาตัวมาได้อย่างปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่การรอผลสอบครั้งนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้เขากดดันไม่น้อย เพราะนี่คือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาหลายปีห้าเดือนเต็มที่อ่านหนังสืออย่างหนักคืนแล้วคืนเล่าที่นั่งทบทวนบทเรียนท

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 46

    ค่ำคืนปกคลุมทั่วบริเวณเขตอุตสาหกรรมร้าง ลมเย็นพัดผ่านโครงเหล็กเก่า ๆ ของโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศน่าหวาดระแวงจนแทบไม่มีใครอยากเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ยามค่ำคืนแต่คืนนี้แตกต่างออกไปเพราะภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง มีคนถูกจับตัวเอาไว้คนคนนั้นก็คือธีร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กลางห้อง มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง แม้จะถูกจับตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขายังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการขัดขืนตอนถูกจับตัว แต่โดยรวมยังไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร พวกมันไม่ได้ต้องการเขาแต่พวกมันต้องการคิน ชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่รอบโกดัง บางคนถืออาวุธ บางคนเดินตรวจตราพื้นที่อย่างระมัดระวัง หัวหน้ากลุ่มนั่งอยู่บนลังไม้ฝั่งตรงข้าม"แฟนนายคงกำลังตามหาจนหัวหมุนแล้ว"ธีร์มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ "ถ้าฉลาดพอ เขาจะไม่มา"ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง "งั้นเหรอ... แต่จากข้อมูลที่เราได้มา เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอก"คำพูดนั้นทำให้ธีร์เงียบลงเพราะลึก ๆ เขาก็รู้เหมือนกัน คินไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่เพียงลำพังในเวลาเดียวกั

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 45

    ถึงจะอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายแค่ไหน ธีร์ก็ยังมีสติรีบเปิดระบบติดตามที่คินตั้งไว้ให้ในโทรศัพท์มือ ถึงแม้ตลอดเส้นทางจะมองไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงแค่เปิดสัญญาณติดตามคินก็จะตามมาช่วยเข้าได้ทันที ธีร์ยังใช้จังหวะคนร้ายเผลอส่งข้อความเตือน ไม่ให้คินประมาทและยังบอกด้วยว่า ที่เขาถูกจับตัวมาเป็นแผนของคนร้ายที่ต้องการล่อให้คินตามมาช่วยฝ่ายคินเมื่อได้รับสัญญาณและข้อความจากคนรัก คินจึงได้รีบกลับไปที่เพนท์เฮาส์เพื่อวางแผนช่วยธีร์ ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุดเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีดำดังต่อเนื่องขณะคินน์ขับออกจากบริเวณสนามสอบด้วยความเร็วที่ยังอยู่ในขอบเขตกฎหมาย แต่สีหน้าของเขากลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทราบจากลูกน้องว่าถูกจับธีร์ขึ้นรถตู้สีดำไป เขาก็มั่นใจแทบจะทันทีว่าต้องเป็นคนของแก๊งศัตรูแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังพอควบคุมสติได้ คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์ของธีร์เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากเหตุลอบทำร้ายคินน์ครั้งนั้น ธีร์เป็นคนบ่นว่าคินน์ระแวงเกินเหตุ แต่สุดท้ายก็ยอมติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามฉุกเฉินตามคำขอของเขา และตอนนี้แอปนั้นกำลังส่งสัญญาณมาหน้าจอโท

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 44

    ระหว่างที่คินกำลังขับรถเข้าบริษัทก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างเขตส่งมารัว ๆ จนคินต้องจอดรถข้างทางเพื่อนอ่าน พอเปิดดูก็เป็นข้อมูลเบื้องหลังของบริษัทคู่แข่งของเขานั้นเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือบริษัทคู่แข่งเป็นบริษัทบังหน้าของแก๊งศัตรูของพ่อเขานั้นเอง คินจึงไม่แปลกใจที่ทำไมเวลาประมูลราคางานทีไรบริษัทนี้จะตั้งราคามาเพื่อตัดราคาบริษัทเขาตลอด พออ่านข้อมูลจบคินก็เริ่มเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที คินได้นัดกับธีร์ไว้ก่อนออกจากบ้านว่า ธีร์สอบเสร็จเที่ยงพอดีคินจะไปรับคนรักไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ดูเหมือนต้องส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มแล้ว ถึงแม้จะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แต่ตอนนี้เริ่มจะชะล่าใจไม่ได้แล้ว คินรีบโทรหาเซนมือขวาและพ่วงตำแหน่งเลขาของเขา เพื่อสั่งให้เพิ่มคนคุ้มกันอีกเท่าตัวเสียงกริ่งประกาศหมดเวลาสอบดังขึ้นภายในห้องสอบ ธีร์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ อ่านหนังสือแทบทุกวัน ทบทวนเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำข้อสอบเก่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มั่น

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 9

    ช่วงปลายภาคของเด็กช่างไม่เคยเป็นช่วงเวลาที่สงบอยู่แล้ว เสียงบ่นเรื่องงานค้างการบ้านที่ยังไม่เสร็จ และคะแนนเก็บที่ใกล้ตายดังระงมอยู่ทั่วโรงฝึก โดยเฉพาะกับพวกที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบคิน เขาไม่ใช่คนโง่แต่ก็ไม่ใช่คนที่สนใจเรียน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คินใช้ชีวิตเหมือนแค่ผ่านไปให้ได้มากกว่า ตั้งใจจะเรียนจริง

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 8

    ช่วงหลายวันหลังจากนั้น คินยังคงไปมหาวิทยาลัยของธีร์แทบทุกวัน บางวันเขาก็นั่งเงียบ ๆ ใต้ต้นไม้ต้นเดิม บางวันก็ซื้อกาแฟมาถือไว้เฉย ๆ แม้สุดท้ายจะปล่อยน้ำแข็งละลายจนจืดสนิท และบางวันเขาแค่อยากเห็นรอยยิ้มของใครบางคน จนเพื่อนในกลุ่มถามบ่อยครั้ง แต่เพียงเขาบอกว่ามีธุระแค่นั้นเพื่อนก็เขาใจไม่ถามต่อ โดยไม่

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 7

    หลังจากวันนั้นคินเริ่มผ่านมาแถวมหาวิทยาลัยของธีร์บ่อยขึ้น บ่อยจนแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกขำกับข้ออ้างของตัวเอง ช่วงแรกเขาแค่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้าม นั่งพิงมอเตอร์ไซค์เงียบ ๆ มองผู้คนเดินผ่านไปมาโดยไม่ได้คิดจะเข้าไปใกล้ แต่สายตาของเขา มักมองหาใครบางคนเสมอ และทุกครั้งที่เห็นธีร์ความวุ่นวายในหัวเขาจะเงียบ

  • สมาการหัวใจของคิน   บทที่ 6

    เสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์คันสีดำค่อย ๆ ดับลงใต้ร่มไม้ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย คินถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ ก่อนเสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วเงยหน้ามองรั้วมหาลัยตรงหน้า เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่อีก ทั้งที่เมื่อคืนตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกสนใจ เลิกคิดถึง เลิกยุ่งกับคนอย่างธีรแต่สุดท้ายขาของเข

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status