LOGINเช้าวันถัดมา แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดผ่านม่านหนาหนักในห้องนอนกว้างขวางของคิน เงาแสงทาบลงบนพื้นไม้สีเข้มอย่างเป็นระเบียบ แต่บรรยากาศภายในกลับไม่ได้สงบเหมือนภาพที่เห็น
คินลืมตาขึ้นช้า ๆ ความเจ็บจากรอยช้ำตามร่างกายยังคงหลงเหลืออยู่ แขนซ้ายที่โดนฟาดยังตึงจนขยับแล้วแปลบ เขาลุกขึ้นนั่ง ใช้มือกุมท้ายทอยเล็กน้อย ก่อนจะปรายสายตาไปยังโต๊ะข้างเตียง
มือถือของเขาวางนิ่งอยู่ ไม่มีข้อความจากพ่อเหมือนทุกครั้ง เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไร้อารมณ์ ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำ สายน้ำเย็นไหลผ่านร่าง ช่วยชะล้างคราบเหงื่อและเลือดที่ติดค้างจากเมื่อวาน แต่กลับไม่สามารถลบภาพบางอย่างออกไปได้
ภาพของ “ธีร์” เด็กหนุ่มในเสื้อเชิ้ตเรียบร้อย ที่ยืนอยู่กลางวงต่อสู้ทั้งที่ควรจะกลัว แต่กลับไม่ถอยคินขมวดคิ้วเล็กน้อย
“โง่… หรือกล้ากันแน่”
เขาพึมพำหลังอาบน้ำเสร็จ เขาแต่งตัวเรียบง่าย เสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์ ก่อนจะเดินลงไปชั้นล่างของบ้าน บ้านของเขาไม่ใช่บ้านธรรมดา มันคือคฤหาสน์ขนาดใหญ่ เงียบ สะอาด และเต็มไปด้วยระบบรักษาความปลอดภัย
คนในบ้านเดินกันเงียบกริบ ไม่มีเสียงหัวเราะไม่มีความอบอุ่นเหมือนโรงแรมมากกว่าบ้าน
“คุณคินครับ”
ชายในชุดสูทสีดำโค้งเล็กน้อยเมื่อเห็นเขา หนึ่งในลูกน้องของพ่อคินพยักหน้า
“มีอะไร”
“เมื่อคืน… เรื่องที่คุณสั่งให้ตรวจสอบ”
คินหยุดเดินสายตาคมกริบหันไปมองทันที
“ได้เรื่องแล้วเหรอ”
“ครับ”
ชายคนนั้นยื่นแฟ้มเอกสารให้คินรับมาเปิดดูหน้าแรก รูปถ่ายของธีร์ ใบหน้าสะอาด สายตานิ่ง สุภาพ ไม่เข้ากับภาพตอนยืนกลางวงต่อสู้เลยสักนิด คินไล่อ่านข้อมูล
ชื่อ: ธีระนนท์ สุวรรณ
อายุ: 22 ปี คณะ: คุรุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ ปี 4คินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“นักศึกษาครูปี 4 เอกคณิตศาสตร์…”
เขาพึมพำพลิกหน้าถัดไปข้อมูลครอบครัว แล้วเขาก็หยุดนิ้วมือชะงักเล็กน้อย
พ่อ: พลตำรวจโท สุวัฒน์ สุวรรณ
ตำแหน่ง: รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล
แม่: ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนชื่อดัง
คินเงียบไปชั่วขณะสายตายังคงจับจ้องตัวอักษรเหล่านั้นก่อนจะปิดแฟ้มลงช้า ๆ
“ลูกตำรวจ…”
เขาพึมพำเสียงเบามุมปากยกขึ้นนิด ๆ ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เหมือนความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
“โลกแม่งแคบดีว่ะ”
ลูกมาเฟียกับลูกตำรวจแล้วดันมาเจอกันกลางวงตี แถมอีกฝ่ายยังกล้าเดินเข้ามาห้ามเขาไม่ใช่แค่กล้า แต่กล้าสบตาเขากล้าพูดใส่หน้า คินทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาสายตาเหม่อเล็กน้อยภาพเมื่อวานย้อนกลับมาอีกครั้ง
“นายเป็นคนหยุดมันได้”
เสียงนั้นยังชัดเจนเขากำมือแน่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะโกรธแต่เพราะมันติดอยู่ในหัว
“คุณคิน… ต้องการให้ติดตามต่อไหมครับ”
ลูกน้องถามคินนิ่งไปก่อนจะตอบสั้น ๆ
“ยังไม่ต้อง”
ชายคนนั้นพยักหน้าแล้วถอยออกไป ปล่อยให้ห้องกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง คินเอนหลังพิงโซฟา หลับตาลง ความคิดในหัวสับสนกว่าที่ควรจะเป็น ปกติแล้วคนที่เข้ามายุ่งกับเขา มักจะมีเหตุผลบางอย่าง ผลประโยชน์ชื่อเสียงหรือไม่ก็ความกลัว แต่ธีร์ไม่ใช่แบบนั้นไม่มีอะไรเลย แค่อยากให้หยุด
“บ้า”
คินลืมตาขึ้นถอนหายใจยาว เขาควรจะลืมมันไป แค่คนแปลกหน้า แค่เหตุการณ์หนึ่ง แต่ทำไมเขากลับจำสายตานั้นได้ชัดขนาดนี้ สายตาที่ไม่กลัว ไม่เกรง แต่ก็ไม่ได้ดูถูก มันเหมือนมองเขาเป็น “คน” ไม่ใช่ลูกมาเฟีย ไม่ใช่ชื่อเสียง แค่คนธรรมดาคนหนึ่งคินลุกขึ้นยืน เดินไปที่หน้าต่างมองออกไปยังสวนกว้างด้านนอก ลมพัดใบไม้ไหวเบา ๆ เงียบสงบต่างจากโลกของเขาโดยสิ้นเชิง
“ลูกตำรวจ…”
เขาพึมพำอีกครั้งแววตาลึกลงถ้าพ่อรู้คงไม่ชอบแน่ เขาเองก็รู้ดีว่าเส้นแบ่งระหว่างโลกของเขากับโลกของธีร์ มันชัดเจนแค่ไหน แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสั่งให้คนไปสืบเพราะอะไร คินไม่ตอบตัวเองเขาเพียงยืนอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความคิดไหลผ่านก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเลื่อนดูรูปในแฟ้มที่ถูกส่งมาเป็นไฟล์ รูปของธีร์ยืนอยู่ในมหาวิทยาลัยยิ้มบาง ๆ ดูธรรมดา ธรรมดาจนไม่น่าจะกล้าเดินเข้ามาในโลกแบบเขาได้ แต่เขาก็ทำคินมองรูปนั้นอยู่นานก่อนจะล็อกหน้าจอ เก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วหันหลังเดินออกจากห้องใบหน้ากลับมาเรียบนิ่งเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ลึกลงไปมีบางอย่างเริ่มขยับ บางอย่างที่เขาเองก็ยังไม่เข้าใจและอาจจะ… หยุดมันไม่ได้เหมือนกัน
คาบแรกของ ม.4/2 จะได้เรียนกับคุณครูคนใหม่ป้ายแดง เขาหยุดยืนหน้าประตูห้องเรียน สูดลมหายใจลึกอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน"สวัสดีครับนักเรียน"นักเรียนทั้งห้องลุกขึ้นพร้อมกัน"สวัสดีครับคุณครู"นักเรียนนทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพเสียงดังเป็นเดียวกัน"สวัสดีครับ เชิญนั่งครับนักเรียน"เขาเดินไปหน้าห้องหยิบชอล์ก เขียนชื่อบนกระดาน "ธีระนนท์ สุวรรณ" ก่อนหันมายิ้ม"เรียกครูว่าครูธีร์ก็ได้นะ"เด็กทั้งห้องหัวเราะ "วันนี้เราจะยังไม่เริ่มเรียนหนัก"หลายคนถอนหายใจโล่งอกธีร์หัวเราะตาม"ครูพึ่งมาเจอพวกเราครั้งแรก เรามาเริ่มจากการรู้จักกันก่อนดีกว่า"เขาให้ทุกคนแนะนำตัวพร้อมบอกความฝันของตนเอง คนหนึ่งอยากเป็นวิศวกร อีกคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นเชฟ บางคนยังไม่รู้ตัวตนของตัวเองว่าอยากเป็นอะไร ธีร์รับฟังทุกคนอย่างตั้งใจเมื่อถึงช่วงของเขาแนะนำตัวเองว่าทำไมถึงมาเป็นครู และทำไมต้องเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์"ครูเองก็เคยไม่ชอบคณิตศาสตร์บางบท"เด็กทั้งห้องทำหน้าตกใจ "จริงเหรอครับ""จริง แต่ครูได้เรียนรู้ว่า... คณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่ต้องท่อง แต่มันคือการฝึกคิด"ทั้งห้องเงียบลงเด็กหลายคนเริ่มตั้งใจฟ
เช้าวันจันทร์ต้นเดือนพฤษภาคม แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมภายในเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ความเงียบที่เคยปกคลุมในวันหยุดถูกแทนที่ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นตรงเวลาธีร์ลืมตาช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกา เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติวันนี้.เป็นวันแรกของการทำงาน วันแรกในฐานะ "ครูธีระนนท์ สุวรรณ" ไม่ใช่นักศึกษาฝึกสอน ไม่ใช่นิสิตปีสี่อีกต่อไป แต่เป็นครูเต็มตัวริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง สูดลมหายใจลึก "ในที่สุด...เราก็จะได้สอนนักเรียนจริง ๆ จัง ๆ แล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองเสียงประตูห้องนอนเปิดออกเบา ๆ "ตื่นแล้วเหรอ"คินเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ เขาเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เสื้อยืดสีดำแนบกับลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย"เมื่อคืนหลับไหม"ธีร์พยักหน้า "หลับ...แต่ตื่นหลายรอบ เห็นนะว่าคินเองก็แอบตื่นเหมือนกัน"คินหัวเราะเบา ๆ "ตื่นเต้นเหรอครับ""ตื่นเต้นมาก"คินเดินเข้ามายืนตรงหน้า ก่อนจะวางมือบนศีรษะอีกฝ่าย "ธีร์เรียนมาสี่ปี ฝึกสอนก็ผ่านแล้ว เด็ก ๆ ต้องชอบคุณครูธีร์แน่นอน""หวังว่าจะเป็นแบบนั้น
หลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกสองวันที่จะถึงจะเป็นวันประกาศผลสอบบรรจุครูกำลังจะประกาศ คุณย่ากับคุณแม่ของธีร์จึงได้พาธีร์และคินไปทำบุญเก้าวัดเพื่อล้างสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต พร้อมกับขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ธีร์สอบติดอีกด้วยเช้าวันประกาศผลสอบบรรจุครูมาถึงเร็วกว่าที่ธีร์คิด แม้จะพยายามทำใจมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า "ทำดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นอย่างไรก็ยอมรับ" แต่เมื่อถึงวันจริงหัวใจของเขากลับเต้นแรงตั้งแต่ลืมตาตื่นนาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้าธีร์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่แทบไม่ได้แตะอาหารเช้าที่คินเตรียมไว้ให้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า"ยังไม่ถึงเวลาประกาศอีกเหรอ" คินที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิ้มบาง ๆ"อีกยี่สิบนาที" ธีร์ถอนหายใจ "ทำไมเวลามันเดินช้าจัง"คินหัวเราะ "ตอนสอบผ่านไปเร็ว พอรอผลกลับช้า""ใช่เลย"ธีร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแม้จะผ่านเหตุการณ์ถูกลักพาตัวมาได้อย่างปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่การรอผลสอบครั้งนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้เขากดดันไม่น้อย เพราะนี่คือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาหลายปีห้าเดือนเต็มที่อ่านหนังสืออย่างหนักคืนแล้วคืนเล่าที่นั่งทบทวนบทเรียนท
ค่ำคืนปกคลุมทั่วบริเวณเขตอุตสาหกรรมร้าง ลมเย็นพัดผ่านโครงเหล็กเก่า ๆ ของโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศน่าหวาดระแวงจนแทบไม่มีใครอยากเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ยามค่ำคืนแต่คืนนี้แตกต่างออกไปเพราะภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง มีคนถูกจับตัวเอาไว้คนคนนั้นก็คือธีร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กลางห้อง มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง แม้จะถูกจับตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขายังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการขัดขืนตอนถูกจับตัว แต่โดยรวมยังไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร พวกมันไม่ได้ต้องการเขาแต่พวกมันต้องการคิน ชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่รอบโกดัง บางคนถืออาวุธ บางคนเดินตรวจตราพื้นที่อย่างระมัดระวัง หัวหน้ากลุ่มนั่งอยู่บนลังไม้ฝั่งตรงข้าม"แฟนนายคงกำลังตามหาจนหัวหมุนแล้ว"ธีร์มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ "ถ้าฉลาดพอ เขาจะไม่มา"ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง "งั้นเหรอ... แต่จากข้อมูลที่เราได้มา เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอก"คำพูดนั้นทำให้ธีร์เงียบลงเพราะลึก ๆ เขาก็รู้เหมือนกัน คินไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่เพียงลำพังในเวลาเดียวกั
ถึงจะอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายแค่ไหน ธีร์ก็ยังมีสติรีบเปิดระบบติดตามที่คินตั้งไว้ให้ในโทรศัพท์มือ ถึงแม้ตลอดเส้นทางจะมองไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงแค่เปิดสัญญาณติดตามคินก็จะตามมาช่วยเข้าได้ทันที ธีร์ยังใช้จังหวะคนร้ายเผลอส่งข้อความเตือน ไม่ให้คินประมาทและยังบอกด้วยว่า ที่เขาถูกจับตัวมาเป็นแผนของคนร้ายที่ต้องการล่อให้คินตามมาช่วยฝ่ายคินเมื่อได้รับสัญญาณและข้อความจากคนรัก คินจึงได้รีบกลับไปที่เพนท์เฮาส์เพื่อวางแผนช่วยธีร์ ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุดเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีดำดังต่อเนื่องขณะคินน์ขับออกจากบริเวณสนามสอบด้วยความเร็วที่ยังอยู่ในขอบเขตกฎหมาย แต่สีหน้าของเขากลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทราบจากลูกน้องว่าถูกจับธีร์ขึ้นรถตู้สีดำไป เขาก็มั่นใจแทบจะทันทีว่าต้องเป็นคนของแก๊งศัตรูแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังพอควบคุมสติได้ คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์ของธีร์เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากเหตุลอบทำร้ายคินน์ครั้งนั้น ธีร์เป็นคนบ่นว่าคินน์ระแวงเกินเหตุ แต่สุดท้ายก็ยอมติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามฉุกเฉินตามคำขอของเขา และตอนนี้แอปนั้นกำลังส่งสัญญาณมาหน้าจอโท
ระหว่างที่คินกำลังขับรถเข้าบริษัทก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างเขตส่งมารัว ๆ จนคินต้องจอดรถข้างทางเพื่อนอ่าน พอเปิดดูก็เป็นข้อมูลเบื้องหลังของบริษัทคู่แข่งของเขานั้นเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือบริษัทคู่แข่งเป็นบริษัทบังหน้าของแก๊งศัตรูของพ่อเขานั้นเอง คินจึงไม่แปลกใจที่ทำไมเวลาประมูลราคางานทีไรบริษัทนี้จะตั้งราคามาเพื่อตัดราคาบริษัทเขาตลอด พออ่านข้อมูลจบคินก็เริ่มเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที คินได้นัดกับธีร์ไว้ก่อนออกจากบ้านว่า ธีร์สอบเสร็จเที่ยงพอดีคินจะไปรับคนรักไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ดูเหมือนต้องส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มแล้ว ถึงแม้จะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แต่ตอนนี้เริ่มจะชะล่าใจไม่ได้แล้ว คินรีบโทรหาเซนมือขวาและพ่วงตำแหน่งเลขาของเขา เพื่อสั่งให้เพิ่มคนคุ้มกันอีกเท่าตัวเสียงกริ่งประกาศหมดเวลาสอบดังขึ้นภายในห้องสอบ ธีร์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ อ่านหนังสือแทบทุกวัน ทบทวนเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำข้อสอบเก่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มั่น
ถึงแม้ว่าความรักจะดูราบรื่นหมดอุปสรรคไปแล้ว แต่เรื่องการเรียนของคินยังคงเป็นปัญหาใหญ่ เพราะคินนั้นไม่ได้จบพร้อมตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก เนื่องจากปัญหาในเรื่องของธุรกิจตระกูลหยาง จึงทำให้คินต้องพักการเรียนไปในช่วงหนึ่งเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรักจากที่คินเคยคิดเล่น ๆ ว่าอยากซ้ำชั้นอีกสักปีเพื่อได
วันหยุดกำลังเวียนมาอีกครั้ง หลังจากที่คินไปรับธีร์กลับคอนโด วันนี้เป็นศุกร์แห่งชาติที่ใครหลาย ๆ คนชอบ เพราะเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ คินพาธีร์มานอนที่คอนโดของตัวเอง ระหว่างที่ทั้งคู่ทานข้าวเย็นกันอยู่ คินมีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว เขาอยากพาธีร์ไปพบพ่อสักครั้ง เผื่อความสดใสของธีร์จะทำให้พ่
เช้าวันต่อมาบรรยากาศบนโต๊ะอาหารยังคงอบอุ่นไม่เปลี่ยน เมนูมื้อเช้าก็ง่าย ๆ คือโจ๊กที่สามารถเลือกให้เครื่องได้เองตามใจชอบ แน่นอนว่าคนที่ชอบทานโจ๊กอย่างธีร์ในชามอัดแน่นไปด้วย กุ้งลวก เนื้อปลาลวก หมูสับ กระเทียมเจียว ขิงซอย ต้นหอมซอย และไข่ลวกสองฟอง ส่วนในชามของคินก็ไม่ต่างกันเพราะธีร์เป็นคนจัดการให้คน
สองวันต่อมาทั้งคู่หยุดเรียนธีร์จึงได้พาคินไปพบกับที่บ้าน เนื่องด้วยคุณแม่ของธีร์อยากเจอว่าที่ลูกเขย พอไปถึงสิ่งแรกที่เห็นคือคุณย่าของธีร์ที่ยืนยิ้มต้อนรับอยู่หน้าคินไม่เคยรู้สึกประหม่าเวลาเผชิญหน้ากับใคร ไม่ว่าจะเป็นคู่อริเด็กช่างต่างสถาบัน หรือแม้แต่นักธุรกิจระดับประเทศที่เข้าพบพ่อเขาก็ยังนิ่งได้เ







