Masukแดดเที่ยงวันยังคงแผดเผาไม่ต่างจากเตาไฟ ลานร้างหลังตลาดเก่ากลายเป็นสนามปะทะของเด็กช่างสองสถาบัน เสียงตะโกน เสียงเหล็กกระแทก และเสียงร่างกายปะทะกันดังระงมไปทั่ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความร้อนแรงทั้งจากอากาศและอารมณ์ของผู้คน
ฝุ่นสีเทาลอยฟุ้งคลุ้งไปทั่วจนแทบมองไม่เห็นภาพชัด และท่ามกลางความโกลาหลนั้นมีร่างหนึ่งกำลังวิ่งฝ่ากลุ่มคนเข้ามา
ธีร์ หรือ ธีระนนท์ สุวรรณ อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะคุรุศาสตร์ สาขาคณิตศาสตร์ปี 4 อนาคตครูสอนวิชาคณิตสาสตร์จากมหาลัยฝั่งตรงข้าม
เสื้อเชิ้ตนักศึกษาถูกเหงื่อซึมจนแนบตัว กระเป๋าสะพายข้างกระแทกไปตามจังหวะการวิ่ง ใบหน้าหล่อสะอาดในแบบคนเรียนหนังสือ ขัดแย้งกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
เขาไม่ควรอยู่ที่นี่ไม่ควรเข้ามาใกล้เหตุการณ์แบบนี้ด้วยซ้ำ แต่เขาก็ยังมาเพราะเขาเห็นเห็นเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังจะทำร้ายกัน เห็นเลือดกำลังจะไหลและเขาเลือกจะไม่เดินหนี
“หยุดนะ!!”
เสียงของเขาตะโกนดังขึ้นสุดแรง แต่แทบจะถูกกลืนหายไปกับเสียงความวุ่นวาย ธีร์กัดฟันแน่นแล้ววิ่งเข้าไปใกล้ขึ้นอีก
ภาพตรงหน้าชัดขึ้นเรื่อย ๆ เด็กช่างหลายสิบคนกำลังตีกันอย่างดุเดือด บางคนถือไม้ บางคนเลือดอาบหน้า บางคนล้มลงแต่ยังโดนซ้ำ มันไม่ใช่แค่การทะเลาะ มันคือความรุนแรงที่อาจจบลงด้วยอะไรที่เลวร้ายกว่านั้น หัวใจธีร์เต้นแรงเขากลัว แน่นอนว่าเขากลัว เขาไม่ใช่นักสู้ไม่ใช่คนแข็งแรงแบบพวกนั้น เขาเป็นแค่นักศึกษาครู คนที่ใช้ชีวิตอยู่กับตัวเลข สมการ และกระดานดำแต่ถึงอย่างนั้น…“ถ้าเราไม่หยุด… แล้วใครจะหยุด”
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ จากนั้นก็พุ่งเข้าไปกลางวง
“หยุดเดี๋ยวนี้!!”
ครั้งนี้เสียงของเขาดังชัดเจน เพราะเขาอยู่กลางวงแล้วจริง ๆ เด็กช่างสองฝั่งชะงักไปชั่วขณะ สายตาหลายคู่หันมามองเขา
“มึงเป็นใครวะ!”
ใครบางคนตะโกนธีร์หอบหายใจแต่ยังยืนตรง
“เลิกตีกันเถอะ! มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย!”
เสียงเขาไม่สั่นแม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา
“ถอยไปไอ้แว่น!” อีกคนด่า “ไม่เกี่ยวอย่ามาเสือก!”
มีคนผลักเขาอย่างแรงร่างของธีร์เซไปด้านหลัง แต่เขายังฝืนยืนสายตาของเขากวาดมองไปรอบ ๆ แล้วหยุดลงที่คนคนหนึ่งนั้นก็คือคิน เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่กลางความวุ่นวาย ร่างสูง เสื้อช็อปเปื้อนเลือด ดวงตาเย็นชาคนที่ดูเหมือนจะเป็นศูนย์กลางของทุกอย่าง
ธีร์สบตาเขาและเดินเข้าไปหาทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย
“พอเถอะ…”
เขาพูดเสียงเบาลง แต่หนักแน่น
“นายเป็นคนหยุดมันได้”
คินจ้องเขาสายตาคมกริบเหมือนจะทะลุเข้าไปข้างใน
“ไม่เกี่ยวกับมึง” คินตอบเสียงเรียบ
“เกี่ยวสิ” ธีร์สวนทันที
คำตอบนั้นทำให้คนรอบข้างเงียบไปอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าพูดแบบนั้นกับคิน
“ถ้านายหยุด ทุกคนก็หยุด” ธีร์พูดต่อ “แต่ถ้านายยังสู้ มันก็ไม่จบ”
คินหรี่ตาลงเล็กน้อยเหมือนกำลังประเมิน
“แล้วมึงคิดว่ามันจะจบเพราะคำพูดมึงเหรอ”
น้ำเสียงนั้นเย็นชาแต่ธีร์ไม่ถอย
“ไม่รู้”
เขาตอบตรง ๆ
“แต่ถ้าไม่ลอง ก็ไม่มีวันรู้”
ลมร้อนพัดผ่านเหงื่อไหลลงตามขมับของเขามือสั่นเล็กน้อยแต่สายตายังมั่นคง
“นายเก่งนะ” ธีร์พูดต่อ “ฉันเห็น… แต่นายไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยการทำร้ายคนอื่น”
คำพูดนั้นเหมือนอะไรบางอย่างสะกิด ในแววตาของคินมีประกายบางอย่างวูบไหวแต่เพียงเสี้ยววินาที
“ถอยไป” คินพูดอีกครั้ง คราวนี้เสียงต่ำลง
แต่ยังไม่ทันที่ธีร์จะตอบมีเสียงตะโกนจากอีกฝั่ง
“อย่าไปฟังมัน! ลุยต่อ!”
ชายคนหนึ่งพุ่งเข้ามาพร้อมไม้เหล็ก เล็งตรงมาที่ธีร์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ธีร์เบิกตากว้างเขาไม่ทันหลบ
ปัง!
เสียงกระแทกดังขึ้นแต่ไม่ใช่ร่างของธีร์ที่โดน เป็นคินเขายื่นแขนมารับแทน แรงฟาดทำให้เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะสวนกลับทันทีหมัดเดียวคนที่ฟาดล้มลงไปกองกับพื้น ธีร์ยืนอึ้งหัวใจเต้นแรงกว่าเดิมเขามองคิน
“ทำไม…”
คินไม่ตอบเขาเพียงสะบัดแขนเล็กน้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหันไปตะโกน
“พอได้แล้ว!”
เสียงนั้นดังและหนักแน่นทั้งลานเงียบลง
“เลิก”
คำสั้น ๆ แต่ชัดเจนพรรคพวกของเขามองหน้ากัน ก่อนจะค่อย ๆ ลดอาวุธลง อีกฝั่งเองก็เริ่มชะงักเมื่อไม่มีการตอบโต้ ความรุนแรงก็หยุดลง ทีละนิดทีละนิดจนในที่สุดเหลือเพียงเสียงหอบหายใจ ธีร์ยืนอยู่ตรงนั้นกลางวงที่เพิ่งสงบลง เขาถอนหายใจยาวเหมือนเพิ่งรอดจากอะไรบางอย่างสายตาเขาหันไปหาคินอีกครั้ง
“ขอบคุณ…”
เขาพูดเบา ๆ คินมองเขาแววตายังนิ่งเหมือนเดิม แต่ลึกลงไปเหมือนมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“อย่ามายุ่งอีก”
เขาพูดก่อนจะหันหลังเดินออกไป พรรคพวกเดินตาม ทิ้งธีร์ไว้กลางลาน แดดยังร้อนเหมือนเดิม แต่ความวุ่นวายหายไปแล้วธีร์ยืนมองแผ่นหลังนั้น หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะเขาไม่รู้ว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่า ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรต่อไป แต่เขารู้แค่อย่างหนึ่ง วันนี้เขาไม่หนีและบางที แค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการเป็น “ครู” ในอนาคตของเขา
คาบแรกของ ม.4/2 จะได้เรียนกับคุณครูคนใหม่ป้ายแดง เขาหยุดยืนหน้าประตูห้องเรียน สูดลมหายใจลึกอีกครั้งก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปในห้องเรียน"สวัสดีครับนักเรียน"นักเรียนทั้งห้องลุกขึ้นพร้อมกัน"สวัสดีครับคุณครู"นักเรียนนทุกคนลุกขึ้นทำความเคารพเสียงดังเป็นเดียวกัน"สวัสดีครับ เชิญนั่งครับนักเรียน"เขาเดินไปหน้าห้องหยิบชอล์ก เขียนชื่อบนกระดาน "ธีระนนท์ สุวรรณ" ก่อนหันมายิ้ม"เรียกครูว่าครูธีร์ก็ได้นะ"เด็กทั้งห้องหัวเราะ "วันนี้เราจะยังไม่เริ่มเรียนหนัก"หลายคนถอนหายใจโล่งอกธีร์หัวเราะตาม"ครูพึ่งมาเจอพวกเราครั้งแรก เรามาเริ่มจากการรู้จักกันก่อนดีกว่า"เขาให้ทุกคนแนะนำตัวพร้อมบอกความฝันของตนเอง คนหนึ่งอยากเป็นวิศวกร อีกคนอยากเป็นหมอ บางคนอยากเป็นเชฟ บางคนยังไม่รู้ตัวตนของตัวเองว่าอยากเป็นอะไร ธีร์รับฟังทุกคนอย่างตั้งใจเมื่อถึงช่วงของเขาแนะนำตัวเองว่าทำไมถึงมาเป็นครู และทำไมต้องเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์"ครูเองก็เคยไม่ชอบคณิตศาสตร์บางบท"เด็กทั้งห้องทำหน้าตกใจ "จริงเหรอครับ""จริง แต่ครูได้เรียนรู้ว่า... คณิตศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่ต้องท่อง แต่มันคือการฝึกคิด"ทั้งห้องเงียบลงเด็กหลายคนเริ่มตั้งใจฟ
เช้าวันจันทร์ต้นเดือนพฤษภาคม แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมภายในเพนท์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ความเงียบที่เคยปกคลุมในวันหยุดถูกแทนที่ด้วยเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นตรงเวลาธีร์ลืมตาช้า ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดเสียงนาฬิกา เขานอนมองเพดานอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติวันนี้.เป็นวันแรกของการทำงาน วันแรกในฐานะ "ครูธีระนนท์ สุวรรณ" ไม่ใช่นักศึกษาฝึกสอน ไม่ใช่นิสิตปีสี่อีกต่อไป แต่เป็นครูเต็มตัวริมฝีปากยกยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง สูดลมหายใจลึก "ในที่สุด...เราก็จะได้สอนนักเรียนจริง ๆ จัง ๆ แล้ว" เขาพึมพำกับตัวเองเสียงประตูห้องนอนเปิดออกเบา ๆ "ตื่นแล้วเหรอ"คินเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ เขาเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เสื้อยืดสีดำแนบกับลำตัวที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ผมยังเปียกชื้นเล็กน้อย"เมื่อคืนหลับไหม"ธีร์พยักหน้า "หลับ...แต่ตื่นหลายรอบ เห็นนะว่าคินเองก็แอบตื่นเหมือนกัน"คินหัวเราะเบา ๆ "ตื่นเต้นเหรอครับ""ตื่นเต้นมาก"คินเดินเข้ามายืนตรงหน้า ก่อนจะวางมือบนศีรษะอีกฝ่าย "ธีร์เรียนมาสี่ปี ฝึกสอนก็ผ่านแล้ว เด็ก ๆ ต้องชอบคุณครูธีร์แน่นอน""หวังว่าจะเป็นแบบนั้น
หลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปได้เกือบสามอาทิตย์แล้ว อีกสองวันที่จะถึงจะเป็นวันประกาศผลสอบบรรจุครูกำลังจะประกาศ คุณย่ากับคุณแม่ของธีร์จึงได้พาธีร์และคินไปทำบุญเก้าวัดเพื่อล้างสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต พร้อมกับขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ธีร์สอบติดอีกด้วยเช้าวันประกาศผลสอบบรรจุครูมาถึงเร็วกว่าที่ธีร์คิด แม้จะพยายามทำใจมาตลอดหลายสัปดาห์ว่า "ทำดีที่สุดแล้ว ผลจะเป็นอย่างไรก็ยอมรับ" แต่เมื่อถึงวันจริงหัวใจของเขากลับเต้นแรงตั้งแต่ลืมตาตื่นนาฬิกาบอกเวลาเจ็ดโมงเช้าธีร์นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่แทบไม่ได้แตะอาหารเช้าที่คินเตรียมไว้ให้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาซ้ำแล้วซ้ำเล่า"ยังไม่ถึงเวลาประกาศอีกเหรอ" คินที่นั่งฝั่งตรงข้ามยิ้มบาง ๆ"อีกยี่สิบนาที" ธีร์ถอนหายใจ "ทำไมเวลามันเดินช้าจัง"คินหัวเราะ "ตอนสอบผ่านไปเร็ว พอรอผลกลับช้า""ใช่เลย"ธีร์พยักหน้าอย่างเห็นด้วยแม้จะผ่านเหตุการณ์ถูกลักพาตัวมาได้อย่างปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติแล้ว แต่การรอผลสอบครั้งนี้ก็ยังเป็นเรื่องที่ทำให้เขากดดันไม่น้อย เพราะนี่คือความฝันที่เขาเฝ้ารอมาหลายปีห้าเดือนเต็มที่อ่านหนังสืออย่างหนักคืนแล้วคืนเล่าที่นั่งทบทวนบทเรียนท
ค่ำคืนปกคลุมทั่วบริเวณเขตอุตสาหกรรมร้าง ลมเย็นพัดผ่านโครงเหล็กเก่า ๆ ของโรงงานที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังเป็นระยะ สร้างบรรยากาศน่าหวาดระแวงจนแทบไม่มีใครอยากเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ยามค่ำคืนแต่คืนนี้แตกต่างออกไปเพราะภายในโกดังร้างหลังหนึ่ง มีคนถูกจับตัวเอาไว้คนคนนั้นก็คือธีร์นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ กลางห้อง มือทั้งสองข้างถูกมัดไว้ด้านหลัง แม้จะถูกจับตัวมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่เขายังคงพยายามรักษาสติเอาไว้ ใบหน้าของชายหนุ่มมีรอยช้ำเล็กน้อยจากการขัดขืนตอนถูกจับตัว แต่โดยรวมยังไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงเขารู้ดีว่าคนพวกนี้ต้องการอะไร พวกมันไม่ได้ต้องการเขาแต่พวกมันต้องการคิน ชายฉกรรจ์หลายคนยืนเฝ้าอยู่รอบโกดัง บางคนถืออาวุธ บางคนเดินตรวจตราพื้นที่อย่างระมัดระวัง หัวหน้ากลุ่มนั่งอยู่บนลังไม้ฝั่งตรงข้าม"แฟนนายคงกำลังตามหาจนหัวหมุนแล้ว"ธีร์มองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ "ถ้าฉลาดพอ เขาจะไม่มา"ชายคนนั้นหัวเราะเสียงดัง "งั้นเหรอ... แต่จากข้อมูลที่เราได้มา เขาไม่มีวันทิ้งนายหรอก"คำพูดนั้นทำให้ธีร์เงียบลงเพราะลึก ๆ เขาก็รู้เหมือนกัน คินไม่มีวันปล่อยให้เขาอยู่ที่นี่เพียงลำพังในเวลาเดียวกั
ถึงจะอยู่ในสถานการณ์คับขันและอันตรายแค่ไหน ธีร์ก็ยังมีสติรีบเปิดระบบติดตามที่คินตั้งไว้ให้ในโทรศัพท์มือ ถึงแม้ตลอดเส้นทางจะมองไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงแค่เปิดสัญญาณติดตามคินก็จะตามมาช่วยเข้าได้ทันที ธีร์ยังใช้จังหวะคนร้ายเผลอส่งข้อความเตือน ไม่ให้คินประมาทและยังบอกด้วยว่า ที่เขาถูกจับตัวมาเป็นแผนของคนร้ายที่ต้องการล่อให้คินตามมาช่วยฝ่ายคินเมื่อได้รับสัญญาณและข้อความจากคนรัก คินจึงได้รีบกลับไปที่เพนท์เฮาส์เพื่อวางแผนช่วยธีร์ ทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุดเสียงเครื่องยนต์ของรถเอสยูวีสีดำดังต่อเนื่องขณะคินน์ขับออกจากบริเวณสนามสอบด้วยความเร็วที่ยังอยู่ในขอบเขตกฎหมาย แต่สีหน้าของเขากลับตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากทราบจากลูกน้องว่าถูกจับธีร์ขึ้นรถตู้สีดำไป เขาก็มั่นใจแทบจะทันทีว่าต้องเป็นคนของแก๊งศัตรูแน่ ๆ แต่สิ่งที่ทำให้เขายังพอควบคุมสติได้ คือระบบรักษาความปลอดภัยที่ติดตั้งไว้ในโทรศัพท์ของธีร์เมื่อหลายเดือนก่อนหลังจากเหตุลอบทำร้ายคินน์ครั้งนั้น ธีร์เป็นคนบ่นว่าคินน์ระแวงเกินเหตุ แต่สุดท้ายก็ยอมติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามฉุกเฉินตามคำขอของเขา และตอนนี้แอปนั้นกำลังส่งสัญญาณมาหน้าจอโท
ระหว่างที่คินกำลังขับรถเข้าบริษัทก็มีข้อความจากเพื่อนสนิทอย่างเขตส่งมารัว ๆ จนคินต้องจอดรถข้างทางเพื่อนอ่าน พอเปิดดูก็เป็นข้อมูลเบื้องหลังของบริษัทคู่แข่งของเขานั้นเอง แต่สิ่งที่น่าตกใจคือบริษัทคู่แข่งเป็นบริษัทบังหน้าของแก๊งศัตรูของพ่อเขานั้นเอง คินจึงไม่แปลกใจที่ทำไมเวลาประมูลราคางานทีไรบริษัทนี้จะตั้งราคามาเพื่อตัดราคาบริษัทเขาตลอด พออ่านข้อมูลจบคินก็เริ่มเป็นห่วงคนรักขึ้นมาทันที คินได้นัดกับธีร์ไว้ก่อนออกจากบ้านว่า ธีร์สอบเสร็จเที่ยงพอดีคินจะไปรับคนรักไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน แต่ดูเหมือนต้องส่งคนไปคุ้มกันเพิ่มแล้ว ถึงแม้จะมีลูกน้องคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ แต่ตอนนี้เริ่มจะชะล่าใจไม่ได้แล้ว คินรีบโทรหาเซนมือขวาและพ่วงตำแหน่งเลขาของเขา เพื่อสั่งให้เพิ่มคนคุ้มกันอีกเท่าตัวเสียงกริ่งประกาศหมดเวลาสอบดังขึ้นภายในห้องสอบ ธีร์วางปากกาลงช้า ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาวเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมงในที่สุดก็สอบเสร็จแล้วตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับการเตรียมตัวสอบอย่างเต็มที่ อ่านหนังสือแทบทุกวัน ทบทวนเนื้อหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทำข้อสอบเก่าจนนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยเขาก็มั่น
ช่วงปลายภาคของเด็กช่างไม่เคยเป็นช่วงเวลาที่สงบอยู่แล้ว เสียงบ่นเรื่องงานค้างการบ้านที่ยังไม่เสร็จ และคะแนนเก็บที่ใกล้ตายดังระงมอยู่ทั่วโรงฝึก โดยเฉพาะกับพวกที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ แบบคิน เขาไม่ใช่คนโง่แต่ก็ไม่ใช่คนที่สนใจเรียน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คินใช้ชีวิตเหมือนแค่ผ่านไปให้ได้มากกว่า ตั้งใจจะเรียนจริง
ช่วงหลายวันหลังจากนั้น คินยังคงไปมหาวิทยาลัยของธีร์แทบทุกวัน บางวันเขาก็นั่งเงียบ ๆ ใต้ต้นไม้ต้นเดิม บางวันก็ซื้อกาแฟมาถือไว้เฉย ๆ แม้สุดท้ายจะปล่อยน้ำแข็งละลายจนจืดสนิท และบางวันเขาแค่อยากเห็นรอยยิ้มของใครบางคน จนเพื่อนในกลุ่มถามบ่อยครั้ง แต่เพียงเขาบอกว่ามีธุระแค่นั้นเพื่อนก็เขาใจไม่ถามต่อ โดยไม่
หลังจากวันนั้นคินเริ่มผ่านมาแถวมหาวิทยาลัยของธีร์บ่อยขึ้น บ่อยจนแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกขำกับข้ออ้างของตัวเอง ช่วงแรกเขาแค่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้าม นั่งพิงมอเตอร์ไซค์เงียบ ๆ มองผู้คนเดินผ่านไปมาโดยไม่ได้คิดจะเข้าไปใกล้ แต่สายตาของเขา มักมองหาใครบางคนเสมอ และทุกครั้งที่เห็นธีร์ความวุ่นวายในหัวเขาจะเงียบ
เสียงเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์คันสีดำค่อย ๆ ดับลงใต้ร่มไม้ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัย คินถอดหมวกกันน็อกออกช้า ๆ ก่อนเสยผมขึ้นลวก ๆ แล้วเงยหน้ามองรั้วมหาลัยตรงหน้า เขาไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่อีก ทั้งที่เมื่อคืนตั้งใจไว้แล้วว่าจะเลิกสนใจ เลิกคิดถึง เลิกยุ่งกับคนอย่างธีรแต่สุดท้ายขาของเข







