แชร์

ผู้ชนะอย่างแท้จริง

ผู้เขียน: หนามชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-05 12:12:01

เช้าตรู่ที่ควรจะเงียบสงบ เจียวซือซือต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะไม้เท้าดังปัง ๆ อยู่หน้าประตูห้องนอน พอเปิดประตูออกมานางก็ต้องหน้าซีดเมื่อพบกับสตรีวัยกลางคนหน้าตึงที่ดูราวกับหลุดออกมาจากตำรากุลสตรีโบราณ

"คุณหนูเจียว ข้าคือแม่นมกุ้ยอดีตหัวหน้านางกำนัลฝ่ายใน ภายใต้คำสั่งของอัครเสนาบดีหวง ตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะมา ขัดเกลาท่านให้สมกับเป็นว่าที่ฮูหยินเอก"

แม่นมกุ้ยไม่ได้มาเล่น ๆ นางจัดระเบียบชีวิตเจียวซือซือใหม่หมด ตั้งแต่การก้าวเดินที่ต้องเยื้องกรายจนเข่าแทบทรุด ไปจนถึงการจิบชาที่ต้องนิ่งราวกับรูปปั้น

"คุณหนู หลังต้องตรง คอต้องตั้ง ก้มหน้าเกินสามนิ้วถือเป็นสตรีไร้สกุล"

 เสียงไม้เท้าเคาะดังสะท้อนทุกครั้งที่เจียวซือซือเผลอตัว

"แม่นมเจ้าคะ ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าขอพักหน่อยเถิด"

"พักงั้นรึ ใต้เท้าหวงกำชับมาว่า หากท่านบ่นเหนื่อย แสดงว่างานที่ข้าให้นั้นเบาไป เช่นนั้นเชิญคุณหนูไปคัดคัมภีร์กุลสตรีต่อกลางลานบ้านเจ้าค่ะ"

เจียวซือซือพยายามจะงัดมุกเดิมมาใช้ นางแอบกวักมือเรียกแม่นมกุ้ยเข้าไปในมุมมืดที่คาดว่าจอมสอดแนมของหวงจื่อเยียนจะมองไม่เห็น

"แม่นมเจ้าคะ นี่ทองแท่งสองตำลึง ท่านช่วยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นเวลาข้าแอบหลับได้หรือไม่"

แม่นมกุ้ยมองทองด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะรวบทองนั้นใส่กระเป๋าแล้วหันไปตะโกนลั่นจวน 

"รายงานใต้เท้าหวง คุณหนูเจียวพยายามติดสินบนข้า แสดงว่าศีลธรรมในใจนางยังบกพร่องมากนัก"

"หา ว่าไงนะ!"

ผลคือเจียวซือซือถูกสั่งให้ไปนั่งคัดคัมภีร์กลางแดดจ้าตรงกลางลานจวน โดยมีทหารของจวนอัครเสนาบดียืนล้อมไว้ไม่ให้หนี นางได้แต่คัดไปร้องไห้ไปด้วยความแค้นใจ

'เสนาบดีหน้าเหม็น ฝากไว้ก่อนเถอะ'

ขณะที่เจียวซือซือกำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดกับพู่กัน นางเหลือบไปเห็นองครักษ์เฉิน หนึ่งในทหารที่หวงจื่อเยียนส่งมาเฝ้าจวน ซึ่งหน้าตาดูหล่อละมุนและดูท่าทางจะใจอ่อนกว่าคนอื่น

"พี่ชายเฉิน ข้าหิวน้ำจังเลย ท่านช่วยไปเอาน้ำเย็น ๆ มาให้ข้าทีได้ไหมเจ้าคะ" 

เจียวซือซือแสร้งทำตาละห้อย ช้อนตามองตามแบบนางเอกในนิยายรักพอกระชากใจผู้ชายให้หลงเสน่ห์

องครักษ์หนุ่มถึงกับหน้าแดงระเรื่อ 

"เอ่อ... คุณหนูเจียว ข้า... ข้าทำไม่ได้ขอรับ ใต้เท้าหวงสั่งห้ามไม่ให้ใครคุยกับท่าน"

"ใจร้ายจัง" 

เจียวซือซือเอียงหน้าทำปากจู๋เหมือนตัดพ้อ

"ท่านดูสิ แดดร้อนขนาดนี้ ผิวข้าจะเสียหมดแล้ว ถ้าข้าเป็นอะไรไป ท่านจะไม่เสียใจเหรอ"

นางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ตั้งใจยั่วโทสะคนบนหลังคาที่นางสงสัยว่าแอบดูอยู่ ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น

หวงจื่อเยียนที่แอบซุ่มดูอยู่บนหลังคาเรือนฝั่งตรงข้ามถึงกับบดกรามดังกรอด แววตาคมกริบแทบจะพ่นไฟใส่หัวองครักษ์เฉินให้มอดไหม้เป็นจุณ

"เจ้ามันตัวแสบ อยู่ในสภาพนี้ยังมีหน้าไปบริหารเสน่ห์ใส่คนของข้าอีกงั้นหรือ"

เขาทนดูต่อไปไม่ไหว กระโดดลงจากหลังคาพุ่งตัวลงมากลางลานจวนดั่งเทพบุตรที่มาพร้อมพายุหมุน

"อี้เฝิง ส่งองครักษ์เฉินไปชายแดนทิศเหนือเดี๋ยวนี้ โทษฐานปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง!"

 เขาตวาดเสียงดังลั่นจนทุกคนในจวนสะดุ้ง

หวงจื่อเยียนเดินปรี่เข้ามาหาเจียวซือซือที่นั่งถือพู่กันค้างอยู่ เขาคว้าแขนนางลากให้ลุกขึ้นประจันหน้า

 "เจียวซือซือ เจ้ามันสตรีเจ้ามารยา ข้าส่งคนมาอบรมเจ้า ไม่ใช่ให้เจ้ามาหาสามีใหม่ในจวนตัวเอง"

"ใครจะหาใหม่กันเจ้าคะ"

 เจียวซือซือเถียงกลับ

 "ข้าก็แค่ขอความเห็นใจ ท่านนั่นแหละที่ไร้เหตุผลไม่เข้าเรื่อง หึงไม่ดูตาม้าตาเรือ"

"ข้าไม่เคยหึงเจ้า!" 

เขาคำรามใส่นาง ดวงตาดำขลับทั้งดุร้ายและน่ากลัว

 "ข้าแค่รำคาญที่ต้องมาจัดการเรื่องอื้อฉาวที่เจ้าก่อไม่เว้นวัน แม่นมกุ้ย วันนี้นางคัดได้กี่จบ"

"สามสิบจบเจ้าค่ะใต้เท้า"

"น้อยไป เพิ่มเป็นหนึ่งร้อยจบและห้ามใครให้น้ำนางจนกว่าข้าจะอนุญาต"

 เขาจ้องหน้านางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความแค้นกึ่งโหยหาที่ตนเองไม่เข้าใจ

 "ถ้าเจ้ายังไม่เลิกยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น ข้าจะส่งเจ้าไปอบรมในห้องข้าแทนที่นี่ คราวนี้แม่นมกุ้ยก็ช่วยเจ้าไม่ได้"

เจียวซือซือหน้าแดงวาบ

 "ท่านมัน...บ้าอำนาจ!"

พายุโทสะของหวงจื่อเยียนยังไม่ทันจะมอดดับดี จู่ ๆ ร่างบอบบางของเจียวซือซือที่ยืนเถียงเขาปาว ๆ เมื่อครู่ก็เกิดอาการโอนเอน ใบหน้าที่เคยแดงก่ำเพราะความโกรธพลันซีดเผือด นางหลับตาลงพริ้มก่อนจะร่วงหล่นลงสู่พื้นล้มพับหมดสติ

"เจียวซือซือ!"

เสียงคำรามด้วยความตกใจดังมาจากปากของอัครเสนาบดีผู้สงบนิ่งเสมอ เขาพุ่งตัวเข้าไปรับร่างของนางไว้ได้ทันท่วงทีก่อนที่หัวจะกระแทกพื้น ความโกรธแค้นเมื่อครู่หายวับไปราวกับไม่เคยมีอยู่จริง เหลือเพียงความตระหนกที่ฉายชัดในดวงตาคมกริบ

"เจียวซือซือ เจ้าอย่ามาเล่นตลกนะ ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"

 เขาทั้งเรียกทั้งตบแก้มบางเบา ๆ แต่นางกลับนิ่งสนิท

หวงจื่อเยียนไม่รอช้า เขาช้อนร่างนางขึ้นแนบอกด้วยท่าทางทะนุถนอมอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งอุ้มนางเข้าไปในห้องนอนท่ามกลางสายตาตกตะลึงของแม่นมกุ้ยและเหล่าองครักษ์

เขาวางนางลงบนเตียงนุ่มอย่างแผ่วเบา มือหนาลูบไล้ไปตามไรผมที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อของนาง

 "อี้เฝิง ไปตามหมอหลวงมา ใครก็ได้เอาน้ำกับผ้าเย็นมาเร็วเข้า"

เขานั่งลงข้างเตียง คอยเช็ดหน้าเช็ดตาให้นางด้วยตัวเอง พลางบ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

 "เจ้ามันตัวดี คัดคัมภีร์แค่ไม่กี่จบถึงกับต้องเป็นลมแดดประชดข้าเชียวหรือ ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป พ่อเจ้าไม่เอาข้าตายหรือไร"

ในขณะที่เขากำลังว้าวุ่นใจอยู่นั้น หมอหลวงก็ถูกลากตัวมาถึงพอดี หลังจากตรวจชีพจรครู่หนึ่ง หมอหลวงก็ลอบมองใบหน้าคุณหนูเจียวที่แอบกระตุกเปลือกตา ส่งสัญญาณให้เล็กน้อย หมอหลวงผู้เจนโลกจึงกระแอมออกมา

"เรียนใต้เท้า คุณหนูเพียงแต่เหนื่อยล้าสะสมและโดนแดดจัดเกินไปขอรับ ร่างกายอ่อนแอลงมาก ต้องพักผ่อนให้เพียงพอและห้ามมีเรื่องกระทบกระเทือนใจเด็ดขาด"

หวงจื่อเยียนถอนหายใจยาว 

"ให้ยาที่ดีที่สุดแก่นาง"

ทันใดนั้น อี้เฝิงก็รีบวิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น 

"ใต้เท้าขอรับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว มีฎีกาลับแจ้งเหตุจลาจลที่ชายแดนทิศใต้ ฝ่าบาททรงเรียกประชุมด่วนที่ท้องพระโรงเดี๋ยวนี้ขอรับ"

หวงจื่อเยียนขมวดคิ้วแน่น เขาหันไปมองร่างที่สลบไสลบนเตียงสลับกับองครักษ์ ใจหนึ่งเขาก็ห่วงคนตรงหน้าอีกใจหนึ่งหน้าที่ต่อบ้านเมืองก็ค้ำคอ

"ข้าต้องไปแล้ว"

 เขาหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างนางให้ถึงอก ก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของคนที่หลับอยู่ 

"เจียวซือซือ ข้าจะไปทำงานเพียงไม่กี่ชั่วยาม ระหว่างนี้เจ้าห้ามฟื้นขึ้นมาอาละวาดเด็ดขาด ถ้าข้ากลับมาแล้วพบว่าเจ้าแอบหนีไปเที่ยวตลาดอีกล่ะก็ คราวนี้ข้าจะล่ามโซ่เจ้าไว้กับเตียงจริง ๆ"

เขาสั่งแม่นมกุ้ยให้เฝ้าไว้ไม่ห่าง ก่อนจะจำใจสะบัดชายเสื้อเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางรีบร้อนแต่แฝงไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ทันทีที่เสียงฝีเท้าและเสียงรถม้าลับหายไปจากจวน ดวงตากลมโตของเจียวซือซือก็ตื่นขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นนั่งพรวดพลางสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ

"เฮ้อ เกือบตายจริง ๆ กลั้นหายใจนานขนาดนั้น หมอหลวงดูออกหรือไม่ว่าข้าแกล้ง" 

นางหันไปยิ้มกริ่มกับชิงชิงที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างเตียง

"คุณหนู ใต้เท้าหวงดูน่ากลัวมากเลยนะเจ้าคะตอนที่ท่านเป็นลมไป ท่านดูห่วงคุณหนูมากจริง ๆ"

"ห่วงกับผีน่ะสิ เขาห่วงตำแหน่งอัครเสนาบดีของเขามากกว่า"

 เจียวซือซือกระโดดลงจากเตียง 

"เอาล่ะ ในเมื่อตาบ้านั่นไปวังหลวงแล้ว และกว่าจะกลับคงอีกนาน ชิงชิงไปเตรียมวัตถุดิบทำน้ำหอมชุดใหม่มา ข้าจะใช้เวลาที่เขาไม่อยู่เนี่ยแหละรวยทางลัดให้ดู"

นางหัวเราะร่าอย่างผู้ชนะ โดยไม่รู้เลยว่า หมอหลวงที่หวงจื่อเยียนส่งมานั้นเหมือนคนมีหูทิพย์ที่ฝึกฝนมาอย่างดีและเขาบันทึกความลับฝังลงในสมองรอรายงานเจ้านายเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ตอนจบ

    เช้าวันรุ่งขึ้น หวงจื่อเยียนตื่นขึ้นมามองร่างเล็กที่ยังคงหลับใหลอยู่ในอ้อมแขน เขาใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมของนางออกอย่างเบามือ รอยยิ้มที่หาได้ยากปรากฏบนใบหน้าชัดเจนเขาเลือกแล้ว ไม่ใช่บัลลังก์ทองที่โดดเดี่ยว แต่คือเตียงอุ่น ๆ และสตรีคนนี้ที่จะคอยเถียงเขาไปตลอดชีวิต"ซือซือ ตื่นได้แล้ว สายแล้วนะ""งื้อ... ใต้เท้าบ้า ข้าขออีกไม่นาน..."เสียงบ่นงึมงำของนางทำเอาเขาหัวเราะร่า ก่อนจะก้มลงปลุกนางด้วยจูบที่เร่าร้อนอีกครั้ง เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในสำนักศึกษาที่กำลังจะกลายเป็นตำนานสืบไปที่ประตูเมืองทิศเหนือ ลมฤดูหนาวเริ่มพัดผ่านแต่กลับเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง หวงจื่อเยียนในชุดบัณฑิตสีเรียบแต่ยังคงความองอาจ ยืนเคียงคู่กับเจียวซือซือเพื่อส่งขบวนของตระกูลโจวโจวเหวินในชุดเกราะรองแม่ทัพดูเติบใหญ่ขึ้นมาก เขาประสานมือคารวะสหายรัก "พี่จื่อเยียน แดนเหนืออาจจะหนาวเหน็บ แต่หน้าที่ของข้าคือการทำให้ที่นั่นสงบสุข ขอบคุณท่านมากสำหรับทุกอย่าง"แม่ทัพโจวพยักหน้าให้หวงจื่อเยียนอย่างยอมรับในตัวตนที่แท้จริง ส่วนโจวฮูหยินนั้นมองด้วยแววตาสำนึกผิด นางเลือกที่จะไปใช้ชีวิตบั้นปลายเพื่อดูแลสามีและทบทวนความผิดพลาดที่เคยกระทำต

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ความจริงจากเถ้าถ่าน

    หวงจื่อเยียนเดินออกจากท้องพระโรงท่ามกลางสายตาที่เปลี่ยนไปของขุนนางทั้งแผ่นดิน อี้เฝิงและคนของเขาเดินตามหลังเขามาราวกับองครักษ์สวรรค์"นายท่าน ท่านปลดโซ่เองได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ขอรับ"อี้เฝิงกระซิบถามหวงจื่อเยียนปรายตาดูองครักษ์คู่ใจของเขา"ตั้งแต่ไม่ถึงครึ่งเค่อที่ข้าก้าวเข้ามา ถ้ามาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว ข้าคงได้ใช้ศีรษะเสนาบดีคลังมาทำลูกดิ่งเล่นแล้ว"เขามองออกไปนอกกำแพงวังหลวง นึกถึงใบหน้าของเจียวซือซือที่คงกำลังรอฟังข่าวด้วยใจจดใจจ่อวันตัดสินโทษ ขุนนางต่างมารวมตัวกันที่ท้องพระโรง ฮองเฮาและพรรคพวกที่ถูกล่ามด้วยโซ่ตรวนนั่งคุกเข่า หวงจื่อเยียนมิได้ยืนเคียงข้างฮ่องเต้ แต่ยืนกลางท้องพระโรงเพื่อให้การสอบสวนเช่นเดียวกัน"ข้าตัดสินโทษ ปลดตำแหน่งฮองเฮาริบทรัพย์สินเข้าคลังหลวง ให้ไปสำนึกตนที่ตำหนักเย็นตลอดชีวิต นอกนั้นประหารให้หมด!"หวงจื่อเยียน ข้าจะคืนตำแหน่งให้เหมือนเดิม"ท่ามกลางความตระหนก ขุนนางคนหนึ่งใจกล้าก้าวออกมาประท้วงเสียงสั่น "ฝ่าบาท กฎมณเฑียรบาลระบุไว้ชัดเจน นักโทษที่ถูกปลดและมีมลทินประหารชีวิต มิอาจคืนฐานันดรได้ แผ่นดินจะไร้ระเบียบหากทรงทำตามพระทัยพะย่ะค่ะ"ใต้เท้าเจียวหันไปมอง

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   มัจจุราชคืนชีพ

    กลางดึกที่เงียบงัดในคุกหลวง ความเหน็บหนาวเกาะกินไปทุกอณู ทหารยามกลุ่มหนึ่งที่ถูกซื้อตัวโดยอำนาจวังหลัง ลอบเข้ามาพร้อมนักฆ่าระดับพระกาฬหกคน ทุกคนแต่งกายมิดชิดและเคลื่อนไหวไร้เสียงประหนึ่งวิญญาณร้ายหวงจื่อเยียนยังคงนั่งนิ่งอยู่ในมุมมืด ทันทีที่ประตูกรงเหล็กถูกไขออก นักฆ่าคนแรกพุ่งเข้าหาพร้อมกริชอาบยาพิษเคร้ง!เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ทว่าไม่ใช่เสียงกริชปักลงบนเนื้อ แต่น่าตกใจที่หวงจื่อเยียนใช้โซ่ตรวนที่ข้อมือรับคมดาบได้อย่างแม่นยำ แม้ถูกพันธนาการแต่เขากลับใช้โซ่นั้นสะบัดวนรอบคอศัตรูแล้วกระชากจนกระดูกคอหักในพริบตา"พวกเจ้าโชคดีแล้วที่มาเป็นหนูทดลองให้อาวุธชิ้นใหม่ข้า" หวงจื่อเยียนเอ่ยเสียงเย็นเยียบ เขาใช้ทักษะการต่อสู้ในพื้นที่แคบได้อย่างเหนือชั้น เหวี่ยงโซ่ยาวฟาดเข้าที่ขมับนักฆ่าอีกคนจนล้มคว่ำ ก่อนจะคว้ากริชจากศพแรกขึ้นมาถือไว้อุปสรรคคือเขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ไกลเกินรัศมีโซ่ที่ล่ามไว้กับกำแพง เขาต้อง ล่อให้พวกมันเข้ามาในระยะประชิดทีละคน หวงจื่อเยียนยอมถูกฟันที่ไหล่เพื่อแลกกับการปักกริชลงบนหัวใจของหัวหน้านักฆ่า แววตาของมัจจุราชยามเลือดอาบไหล่นั้นช่างน่าสยดสยองจนนักฆ่าที่เหลือถึงกั

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   ถูกปลดจากตำแหน่ง

    ที่จวนแม่ทัพใหญ่ ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียด โจวฮูหยินร่ำไห้ราวจะขาดใจ นางนำกริชที่เปื้อนเลือดและจดหมายที่มีตราประทับลับของหวงจื่อเยียนมาส่งให้แม่ทัพโจวดูด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านพี่ ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่าเด็กที่เราเห็นมาแต่เล็กแต่น้อยจะทำกับเหวินเอ๋อร์ได้ลงคอ เพียงเพราะเขามีใจให้แม่นางเจียว เขาถึงกับต้องฆ่าแกงกันเชียวหรือ"แม่ทัพโจวมองหลักฐานในมือด้วยความเจ็บปวดล้ำลึก "กริชเล่มนี้ ข้าเป็นคนมอบให้พ่อของเขาเองกับมือ จดหมายนี่ก็ลายมือเขาไม่ผิดแน่ จื่อเยียน เจ้ากลายเป็นคนกระหายเลือดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่" ความรักที่เคยมีให้ผู้อายุน้อยกว่าพังทลายลงกลายเป็นความชิงชังที่ถูกทรยศณ ท้องพระโรง"ฝ่าบาท กระหม่อมมิอาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป" แม่ทัพโจวก้าวออกมากลางท้องพระโรง ทรุดเข่าลงแล้วชูกริชและจดหมายขึ้นเหนือหัว "หวงจื่อเยียนใช้อำนาจส่วนตัววางแผนฆ่าโจวเหวินเพื่อขจัดคู่แข่งหัวใจ หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเช่นนี้ หากฝ่าบาทไม่ลงทัณฑ์ ขุนนางทั้งแผ่นดินจะยังอาศัยบารมีใครได้พะย่ะค่ะ"ฝ่าบาททรงมองหลักฐานด้วยพระพักตร์ซีดเผือด ทรงพยายามค้นหาความผิดปกติแต่ทุกอย่างกลับเป็นจริงจนเถียงไม่ออก ลายมือ ตราประทับ และพยานบุ

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   สัมผัสในความทรงจำ

    รถม้าหยุดหน้าจวนสกุลเจียว ใต้เท้าเจียวยืนรออยู่หน้าประตูจวนด้วยแววตาสงสัย ทันทีที่ประตูรถม้าเปิดออกหวงจื่อเยียนก้าวลงมาด้วยท่าทีนิ่งขรึมและสุขุมที่สุดเท่าที่ชีวิตนักปกครองคนหนึ่งจะทำได้ ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายเสื้อของเขายังยับยู่ยี่จากการถูกนางซุกตัวเมื่อครู่"พาลูกสาวข้าไปไหนมาหรือ ใต้เท้าหวง เหตุใดจึงกลับมาดึกดื่นป่านนี้" ใต้เท้าเจียวถามหยั่งเชิงหวงจื่อเยียนประสานมือคารวะ แผ่นหลังตั้งตรงดุจยอดเขาหิมะ "ข้าพานางไปเที่ยวชมทุ่งดอกไม้ใกล้ ๆ แต่อี้เฝิงและคนขับรถม้าไม่ชำนาญทาง จึงทำให้เสียเวลาหลงวนอยู่ในป่าครู่หนึ่ง ต้องขออภัยท่านอาที่ทำให้เป็นห่วง"น้ำเสียงของเขาช่างราบเรียบและภูมิฐานจนไม่มีใครกล้าสงสัยว่าบุรุษผู้นี้เพิ่งจะขโมยจูบบุตรสาวเจ้าของบ้านมาสด ๆ ร้อน ๆในขณะนั้นเอง ชิงชิงกับสาวรับใช้อีกคนก็ช่วยกันพยุงเจียวซือซือที่งัวเงียลงจากรถม้า ใต้เท้าเจียวเห็นว่าลูกสาวเพียงแค่อ่อนเพลียและไม่มีร่องรอยการบาดเจ็บจึงพยักหน้ายอมรับ "ในเมื่อไม่มีอะไรก็ดีแล้ว เชิญใต้เท้ากลับไปพักผ่อนเถิด"เมื่อกลับมาถึงห้องนอน ชิงชิงพยุงร่างบางลงบนเตียงนุ่มพลางเช็ดหน้าเช็ดตาให้ เจียวซือซือขยับกายซุกตัวลง

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   รอยจูบไม่ได้ตั้งใจ

    ภายในเจ็ดวันที่ฝ่าบาททรงกำหนด จวนอัครเสนาบดีกลายเป็นนรกบนดินสำหรับขุนนางกังฉิน หวงจื่อเยียนไม่ได้นั่งรออยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่เขาบุกไปถึงที่ทำการแต่ละกรมพร้อมกับองครักษ์เสื้อแพรและหลักฐานมัดตัว"รองเจ้ากรมคลัง ท่านพูดเรื่องเมตตามาตลอดเจ็ดวัน แต่ความผิดที่ท่านนำงบหลวงไปใช้เปิดบ่อนพนันบังหน้านั้น กฎหมายระบุไว้เพียงอย่างเดียว คือประหารและริบทรัพย์สิน"หวงจื่อเยียนกล่าวเสียงเรียบขณะที่ยืนอยู่กลางกรมคลังรองเจ้ากรมคลังคุกเข่าตัวสั่น "ใต้เท้าหวง ได้โปรดให้โอกาสข้า ข้าจะคืนเงินทั้งหมด""โอกาสของท่าน ข้าให้ไปเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ตอนที่ท่านเริ่มหยิบเงินเหรียญแรกของราษฎรไป" หวงจื่อเยียนโบกมือเพียงครั้งเดียว องครักษ์ก็ลากตัวออกไปทันที "ข้าไม่ได้ไล่ท่านออก แต่ข้าส่งท่านไปรับโทษตามที่ท่านลงชื่อเห็นชอบในฎีกาเองว่าจะสังคายนากฎหมายให้ยุติธรรมไม่ใช่หรือ"การเชือดผู้นำอย่างเด็ดขาดทำเอาขุนนางทั้งกรมถึงกับหมอบกราบกับพื้น ไม่มีความเคียดแค้นมีแต่ความหวาดกลัวที่มาพร้อมความยอมรับ เพราะหลักฐานที่หวงจื่อเยียนกางออกมาคือความจริงที่เถียงไม่ได้ทว่าสำหรับขุนนางผู้น้อยที่ถูกบังคับให้ร่วมมือ หวงจื่อเยียนกลับทำในสิ่งท

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   รองเจ้ากรมพิธีการคนใหม่

    ความอำมหิตของหวงจื่อเยียน กลายเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนตำหนักแห่งวังหลัง ศพของสายลับที่ถูกส่งคืนถึงหน้าตำหนักเป็นเหมือนคำประกาศสงครามว่า "ใครกล้าแตะต้องข้า จุดจบคือความตายที่ไร้หลุมฝัง"ภายในห้องลับของฮองเฮา โจวฮูหยินนั่งตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดจากการเห็นภาพสยองขวัญหน้าตำหนัก "พี่หญิง มันไม่ใช่ค

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   แมวน้อยกลางฝูงหมาป่า

    พายุเริ่มตั้งเค้าที่วังหลังมาแต่ไกล เมื่ออำนาจของตระกูลโจวกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ฮองเฮาจึงไม่รอช้าที่จะใช้เจียวซือซือเป็นหมากในการสั่งสอนอัครเสนาบดีหนุ่มที่ไม่ยอมสยบแทบเท้านางเจียวซือซือถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงอย่างกะทันหันด้วยอ้างว่าฮองเฮาทรงอยากทอดพระเนตรน้ำหอมที่เลื่องลือ ทว่าเมื่อนางก้าวเท้าเ

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   น้ำหอมสร้างมิตรภาพ

    เมื่อพายุอารมณ์สงบลง บรรยากาศภายในจวนสกุลเจียวก็กลับคืนสู่ความเรียบง่ายอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายที่วังหลวงและเรื่องเป็นลมแดดจบลง เจียวกั๋วจงบิดาของเจียวซือซือก็เดินทางกลับมาจากต่างเมืองพอดี เมื่อทราบข่าวว่าบุตรสาวล้มพับไปต่อหน้าอัครเสนาบดี เขาก็รีบรุดมาดูอาการด้วยความห่วงใยหลังจากหมอหลวงกำช

  • สยบรักพยัคฆ์ซ่อนคม   งานเลี้ยงในวังหลวง

    ทางวังหลวงได้จัดงานเลี้ยงขึ้นในโอกาสพิเศษในรอบสามเดือน เพื่อให้เหล่าขุนนางได้กระชับความสัมพันธ์หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานกันมานานหลายเดือนบรรยากาศในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา เจียวซือซือเดินตามหลังบิดาต้อย ๆ ด้วยท่าทางสำรวม แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ที่พากันซุบซิบเรื่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status