LOGIN“เป้าหมายบรรลุแล้วไม่ใช่เหรอ ต้องดีใจสิ แต่ทำไมหน้าเวถึงดูไม่ค่อยพอใจเลย”เสียงของชานิกาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้อง VIP หญิงสาวนั่งพิงพนักโซฟา มองเพื่อนที่เอาแต่นั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจ หอนาฬิกาสร้างเสร็จแล้ว เวกัสสามารถกู้โปรเจกต์กลับมาได้ตามที่ตั้งใจ และเขายังสามารถทำตามข้อเสนอที่ยื่นต่อ ดร.เจนภพ จนชื่อของตัวเองถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อนักศึกษาฝึกงานของบริษัท VVIT GROUP ซึ่งเป็นบริษัทของครอบครัวตัวเองได้สำเร็จอีกด้วยทุกอย่างควรเป็นไปตามแผน แต่คนที่ควรจะเป็นฝ่ายยิ้มอย่างผู้ชนะกลับนั่งเงียบ ดวงตาคมทอดมองแก้วเครื่องดื่มในมือราวกับในนั้นมีคำตอบของเรื่องบางอย่างซ่อนอยู่ ก็ไม่แปลกที่ชานิกาจะเกิดข้อสงสัย เวกัสหมุนแก้วไปมาอย่างช้า ๆ ก่อนตอบคำถามของเธอ“มันยังไม่จบแค่นี้หรอก”“อะไรยังไม่จบ?” ชานิกาขมวดคิ้วเวกัสเงียบไปครู่หนึ่ง พลางนึกไปถึงภาพของใบหยก ตอนที่ยืนดีใจอยู่หน้าป้ายประกาศรายชื่อของผู้ผ่านการคัดเลือกที่จะได้ไปฝึกงานในบริษัทของพ่อเขา สีหน้าของเธอในตอนนั้น ไม่ใช่สีหน้าของนักศึกษาที่ดีใจเพราะกำลังจะได้ประสบการณ์ทำงานกับบริษัทใหญ่ แต่มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังดีใจกับสิ่
@วาสุปาร์ค คอนโดแฟ้มบันทึกรายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุภายในโรงงานถึงเปิดดูทีละหน้าด้วยมือของเวกัส รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับประกัน บันทึกการเยียวยา รายชื่อของพนักงานที่อยู่ในโรงงานวันนั้น และรายชื่อคนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินชดเชยเขาไล่ดูมันทีละรายการ บางข้อมูลหายไปอย่างแบบงง ๆ ราวกับไม่มีการบันทึกข้อมูล บางเอกสารถูกแก้ไขภายหลัง และยิ่งค้นก็ยิ่งมีหลายอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเรื่องของเงินประกันและเงินชดเชยในแต่ละเคสเวกัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงาน ดวงตาคมกวาดอ่านข้อความในเอกสารอย่างเคร่งเครียดคุณเฉลิม ผู้จัดการฝ่ายบริหารโรงงาน...คุณปิยะพงษ์ หัวหน้างานฝ่ายผลิต...สองชื่อที่ปรากฏอยู่ในเอกสารแทบจะทุกฉบับ แต่กลับมีรายละเอียดบางส่วนที่ไม่ตรงกัน เวกัสเอนหลังพิงเก้าอี้ ก่อนจะขมวดคิ้ว“เหมือนมีอะไรสักอย่างที่ไม่ปกติ...”เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนเปิดแฟ้มอีกชุดขึ้นมา และในแฟ้มนั้น... มีชื่อของบริษัทประกันที่เคยรับผิดชอบคดีเมื่อห้าปีก่อน รวมถึงรายชื่อบุคคลที่เป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องเงินชดเชย เวกัสจ้องมันอยู่นาน ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“ช่วยหาข้อมูลของสองคนนี้ให้ละเอียดที่สุด” เขาส
หลังจากวันนั้น... เวกัสก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่กับใบหยก แต่เหมือนเขาเลือกตัดบางอย่างออกจากชีวิตตัวเองไปอย่างเด็ดขาด เขาไม่เคยเข้าไปถามใบหยกถึงเรื่องวันนั้นอีกเลย เขาไม่อยากรู้ว่าเธอตอบลมหนาวว่าอย่างไร และไม่เคยถามว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นแบบไหนและที่สำคัญที่สุด... เขาไม่เข้าใกล้เธออีกเลยนับจากนั้น เวลามีเรื่องเกี่ยวกับโปรเจกต์ เขาจะส่งหลุยส์ ริกเตอร์ หรือโชนมาจัดการแทน หากใบหยกต้องการแก้ไขรายละเอียดงาน เธอก็จะคุยกับเพื่อนของเขาหากมีปัญหาเรื่องวัสดุหรือแบบก่อสร้าง เธอก็จะได้รับคำตอบผ่านคนอื่น ทั้งที่ก่อนหน้านี้... เวกัสแทบจะเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เงาของเขาอยู่ตรงหน้า ราวกับคนสองคนที่เคยใกล้ชิดกันที่สุด กลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกัน“เวกัส วันนี้รายละเอียดโครงสร้างตรงฐานฝั่งตะวันตกมีปัญหานิดหน่อย แค่จุดนี้ก็น่าจะเสร็จแล้ว” หลุยส์เอ่ยขึ้น ชายหนุ่มที่กำลังตรวจแบบอยู่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย“ให้ริกเตอร์จัดการไป”“แล้วถ้าใบหยกถาม?”“ก็บอกตามนั้น” น้ำเสียงเรียบเฉยจนหลุยส์อดมองหน้าเพื่อนไม่ได้“นี่มึงจะไม่คุยกับใ
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ใบหยกพยายามทำให้ตัวเองกลับมาเป็นปกติ เธอยังคงทำงานตามเดิม ยังคงตรวจแบบแปลน คุมงาน และรับผิดชอบทุกอย่างในโปรเจกต์หอนาฬิกาอย่างเต็มที่และในช่วงเวลาที่หัวใจว้าวุ่นจนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร... เธอก็ยังคงเปิดแชตของเพจ เมื่อลมหนาวมาเยือนเพียงแต่คืนนี้ต่างออกไป ใบหยกนอนคว่ำอยู่บนเตียง โทรศัพท์วางอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวเล็กกดพิมพ์ข้อความลงไปอย่างต่อเนื่องใบหยก: วันนี้ฉันเจอเขาอีกแล้วเธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนพิมพ์ต่อใบหยก: ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นใบหยก: ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขายัง...ปลายนิ้วหยุดชะงัก ใบหยกเม้มริมฝีปาก ก่อนลบข้อความทั้งหมด แล้วเริ่มพิมพ์ใหม่ใบหยก: ฉันไม่ควรคิดถึงเขาเลยใช่ไหม?ไม่มีคำตอบ เธอจึงพิมพ์ต่ออย่างลืมตัวใบหยก: เวกัสเป็นคนที่น่าหงุดหงิดที่สุดในโลกเลยใบหยก: บางทีก็ทำเหมือนฉันสำคัญ บางทีก็ทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนใบหยก: แล้ววันนี้ยังมากับผู้หญิงคนนั้นอีก...เธอหยุดอ่านสิ่งที่ตัวเองพิมพ์ ก่อนจะพิมพ์ประโยคสุดท้ายออกไปอย่างเผลอไผลใบหยก: ฉันเกลียดตัวเองที่ต้องรู้สึกอะไรกับเขาด้วยทันทีที่ส่งออกไป... ใบหยกถึงกับชะงัก“ฉันพูดอ
ภายในห้องนอนของเวนิส เวกัสกอดน้องสาวเอาไว้แน่น มือหนาลูบแผ่นหลังที่กำลังสั่นเทาเป็นจังหวะช้า ๆ ราวกับพยายามถ่ายทอดความอบอุ่นของตัวเองผ่านอ้อมกอดนั้น“ไม่เป็นไรนะ... พี่อยู่นี่แล้ว”เวนิสยังคงหอบหายใจเบา ๆ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากความหวาดกลัว ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับอกของพี่ชาย“พี่คะ...”“ครับ?”“เวนิสกลัว... ฮึก!” เสียงสะอื้นของเธอสั่นพร่าจนแทบขาดห้วง “เวนิสเห็นภาพนั้นอีกแล้ว...”มือของเวกัสที่กำลังลูบหลังน้องสาวชะงักไปเล็กน้อย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องสาวของเขาบอกแบบนี้กับเขาตอนอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง“เห็นอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มที่สุดเท่าที่จะทำได้“บอกพี่ได้ไหม?”เขาไม่ได้เร่งรัด ไม่ได้ถามซ้ำติด ๆ กัน เพียงรอให้น้องสาวค่อย ๆ รวบรวมสติของตัวเองแต่คำว่า...ภาพนั้น กลับทำให้ความทรงจำบางอย่างที่เวกัสพยายามลืมมาตลอดหลายปีผุดขึ้นมาในหัวห้าปีก่อน... เขายังจำวันนั้นได้อย่างชัดเจน เป็นช่วงปีใหม่ที่โรงงานของบริษัทในเครือของตระกูลจัดกิจกรรมแจกโบนัสให้กับพนักงานเขากับน้องสาวก็มีโอกาสได้ไปร่วมด้วยแต่วันนั้นเวกัสกับเลือกที่จะอยู่ในห้องทำงานของคนเป็นพ่อ เพราะรู้สึกเบื่อกิจกรรมที่มีแต่ผู้ใหญ่
“วันนี้ลูกทำตัวไม่น่ารักเลยนะเวกัส”ทันทีที่ประตูบ้านเปิดออก เสียงของวัชระก็ดังขึ้นจากห้องรับแขกทันทีเวกัสที่เพิ่งก้าวเข้ามาถึงกับชะงัก ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อนั่งรออยู่บนโซฟา ข้างกันคือวารุณีผู้เป็นแม่ที่กำลังมองเขาด้วยสายตาอ่อนใจ“อะไรอีกครับพ่อ” เวกัสรู้สึกมึนงงกับการถูกตำหนิ ทั้งที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน“อะไรอีกงั้นเหรอ?” วัชระวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ “วันนี้พ่อให้แกไปกินข้าวกับเจ้าขา ไม่ได้ให้ไปนั่งทำหน้าบึ้งใส่เขา”“ผมก็ไปแล้วนี่ครับ” เวกัสสวนกลับทันควัน“ไปแล้วกลับก่อนเนี่ยนะ... สุภาพบุรุษที่ไหนเขาทำกัน”“ผมมีธุระครับ และผมก็แจ้งทุกคนแล้ว” เวกัสให้เหตุผล“ธุระอะไร? สำคัญกว่าการทำความรู้จักกับเจ้าขาลูกอาเฉลิมเหรอ?”ชื่อของเฉลิมทำให้เวกัสนิ่งไปเพียงเสี้ยววินาที ผู้จัดการเฉลิมเป็นเพื่อนเก่าของพ่อเขา และเจ้าขาก็เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของเขา การนัดหมายครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของคนหนุ่มสาวธรรมดา แต่มันคือความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวที่ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพยายามสานต่อ“พ่อครับ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ได้สนใจเรื่องนี้”“ไม่สนใจก็ต้องรู้จักวางตัว” น้ำเสียงของวัชระเริ่มดังขึ้น “พ่อไ
ณ ห้องชมรมภายในศูนย์สาธิตวิทยาของสถาบัน EST ตอนช่วงเวลาบ่ายคล้อย ใบหยกยังคงนั่งก้มหน้าอยู่กับแบบแปลนชิ้นงานบนโต๊ะออกแบบอย่างเคร่งเครียด ดินสอไม้ด้ามยาวหมุนไปมาอยู่ระหว่างนิ้วเรียว ราวกับกำลังใช้ความคิดในหัวไม่หยุด“ใบหยกจ๋า!”เสียงหวานใสแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ของวิเวียนดังขึ้นจากข้างหลัง เพื่อย้ำกั
(5ปีก่อน...)ภายในงานเลี้ยงปีใหม่ของบริษัทเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากการจับฉลากของขวัญของพนักงานทั้งบริษัท ชายคนหนึ่งได้รับของขวัญเป็นกล่องคุกกี้หอมหวานกับตุ๊กตาหมีขนฟูตัวใหญ่เป็นรางวัล แนบมากับซองเงินโบนัสของปีนี้ ซึ่งเขาจะได้ใช้จ่ายสำหรับค่าเล่าเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายให้กับลูกสาว
เสียงส้นรองเท้ากระแทกกับพื้นไม้ของห้องใต้ดินภายในตึกวิศวกรรมเครื่องกลดังลั่น ท่ามกลางเสียงเงียบกริบที่ตึงเครียดกว่าสนามรบ สายตาทุกคู่จับจ้องร่างสูงที่เดินวนไปมาอยู่กลางห้อง พร้อมประกายความโกรธแค้นอันรุนแรง ที่ฉายชัดในดวงตาสีเข้มของเขา“แม่งเอ๊ย!!!” เวกัสสะบัดเสื้อช็อปออกจากร่าง ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอ
ช่วงเช้าของวันใหม่...คณะวิศวกรรมศาสตร์ยังคงวุ่นวายเหมือนเคย เสียงฝีเท้านิสิตนักศึกษาดังกระทบพื้นกระเบื้องแผ่วเบา พร้อมเสียงหัวเราะและการทักทายสลับกันไปทว่าภายในโถงล็อกเกอร์ของคณะกลับมีบางอย่างผิดปกติออกไป ทุกคนเหมือนจะมีจุดโฟกัสเดียวกันทั้งคณะ ตรงล็อกเกอร์หมายเลข 21 ซึ่งเป็นล็อกเกอร์ของประธานสภานั







