مشاركة

10

last update تاريخ النشر: 2026-04-06 21:41:05

“ฮึก ฮือ ชีวิตข้าช่างอาภัพนัก พ้นจากปรโลกไม่ทันไรก็ถูกขับไล่ออกจากจวน ท่านแม่ไยท่านต้องทิ้งข้าไว้คนเดียว ทำไมท่านถึงไม่พาข้าไปด้วย” สตรีส่งผักได้ยินเสียงแว่วมาหูก็กระดิกทันที ผู้คนในตลาดมักบอกว่านางมีหูที่ดีและปากที่สว่างมากพอจะกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว ร่างที่สูงใหญ่ของนางเอียงตัวแอบฟังคนผู้หนึ่งตัดพ้ออยู่ข้างกำแพง

“แต่ก็คงอีกไม่นานที่ข้าจะได้ตายตามท่านไป ท่านพ่อรังเกียจข้าถึงขนาดขับไล่ออกจากจวน ฮึก ฮือ ท่านแม่ เดินทางครั้งนี้ข้าอาจถูกโจรปล้นระหว่างทางคงไม่มีชีวิตรอดกลับ ท่าดีใจที่จะได้ไปอยู่กับท่านพร้อมหน้า แต่ถ้าไม่มีค่าแล้วทรัพย์สมบัติของท่านจะเป็นเช่นไร ท่านพ่อก็คงยกให้กับฮูหยินคนใหม่ใช่หรือไม่ ทำไมท่านพ่อถึงไม่รักข้าบ้าง ทั้งยังยอมให้น้องสาวหยิบฉวยสินเดิมของท่านแม่ไปใช้ในพิธีปักปิ่น พอข้าทวงความยุติธรรมก็ถูกโบยจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หมอสักคนก็ไม่เคยส่งมาดูแลข้า แต่เป็นเพราะท่านแม่ที่คุ้มครองข้า ข้าถึงยังมีชีวิตรอดมาได้” มู่หรันเฟิงมั่นใจแล้วว่าสตรีขายผักผู้นี้มาแอบฟังก็ร้องไห้คร่ำครวญหนักยิ่งกว่าเดิม เหมือนกลัวว่าคนหลังกำแพงจะไม่ได้ยิน “แต่รอดมาได้แล้วอย่างไรในเมื่อข้าไม่เป็นที่ต้องการของคนในจวนนี้ แม้แต่สาวใช้ก็ยังข่มเหงรังแก ฉวยหยิบเครื่องประดับข้าไป จะทำโทษก็มีฮูหยินคอยให้ท้าย ช่างน่าขันนักเป็นถึงคุณหนูใหญ่แต่บ่าวไพร่กลับไม่เกรงกลัว” สตรีที่มาส่งผักคันปากยุบยิบนางจับใจความได้ทั้งหมดก็รู้ได้ทันทีว่าอีกฝั่งของกำแพงคือผู้ใด

มู่หรันเฟิงแอบชะโงกหน้ามองสตรีผู้นั้นที่ดูลุกลี้ลุกลนส่งผักอย่างรีบร้อนก่อนจะเข็นรถขนผักออกไปจากจวน ในเมื่อจางเหมยหลินใช้วิธีนี้ทำให้นางเสียชื่อได้ ทำไมนางจะย้อนแผนเดิมกลับคืนไปไม่ได้

มีเพื่อนเป็นถึงนักแสดงดัง การแสดงของนางคงไม่ได้แย่นักหรอกกระมัง ต้องขอบคุณความทรงจำเจ้าของร่างเดิมที่รู้รายละเอียดเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี แต่รู้แล้วอย่างไรถ้าไม่ใช้ประโยชน์จากมัน เผชิญซึ่งหน้ามีแต่จะเจ็บตัวกลับมาเปล่า ๆ

“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ นายท่านสั่งให้มาเรียกคุณหนูออกไปที่ลานจวนเจ้าคะ” สาวใช้ของเรือนใหญ่วิ่งมาบอกนางด้วยท่าทีแตกตื่น มู่หรันเฟิงเร่งแต่งตัวเองอย่างเรียบร้อยโดยไม่มีสาวใช้อยู่คอยปรนนิบัติเหมือนเคย

ผ่านไปไม่ถึงวันเมล็ดพืชที่หว่านไว้ก็เริ่มจะเห็นผล นางสมควรต้องแต่งหน้าให้บางดูซีดเซียวเสียหน่อย จะได้ดูเหมือนคุณหนูผู้ทุกข์ใจ เจ็บป่วยจนแทบไม่มีแรง

มองเข้าไปในกระจกเห็นใบหน้าที่งดงามดูซีดขาวอย่างที่ต้องการแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจ มู่หรันเฟิงเดินทีละก้าวอย่างเชื่องช้าไปตามทางเดินจนถึงลานจวน ใต้เท้ามู่ส่งสายตามาให้ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกบุตรสาวปล่อยให้รอนาน ยิ่งเห็นท่าทางไม่รีบร้อนของนางก็อยากจะเขย่าตัวว่ากำลังคิดทำสิ่งใดอยู่

ด้านหน้าประตูจวนมีคนของทางการอยู่สามสี่คน มีท่านพ่อรวมถึงคนอื่น ๆ ในตระกูลยืนอยู่เต็มไปหมด บนพื้นมีสาวใช้คนสนิทของนางทั้งสองคนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัว

“คุณหนูเจ้าคะ ช่วยบ่าวด้วย” พอเห็นผู้เป็นนายเดินเข้ามาทั้งสองก็ร้องไห้โวยวายหนักกว่าเก่า พยายามตะเกียกตะกายราวกับร้องขอความเมตตาจากนาง ใบหน้าของมู่หรันเฟิงมีท่าทีตื่นตกใจไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้ามาก็ดี คนของทางการมีเรื่องจะไต่ถามเจ้า” ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกว่าพักนี้บุตรสาวของตนดูแปลกไป แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าแปลกไปในทางใด

“คุณหนูมู่ขออภัยที่รบกวน แต่ทางเราได้รับการร้องเรียนมาว่ามีของของตระกูลเฝิง ตระกูลของมารดาคุณหนูถูกนำมาขายให้เถ้าแก่ร้านรับจำนำ ยิ่งตอนนี้มีข่าวลือว่าบ่าวรับใช้จวนตระกูลมู่ขโมยของออกมาขาย เถ้าแก่ที่รับซื้อจึงร้อนใจอยากจะให้ทางการช่วยตรวจสอบว่าจริงเท็จอย่างไร ไม่ทราบว่าคุณหนูมู่เป็นคนจำนำเองหรือไม่ เพราะสาวใช้ทั้งสองบอกว่าเป็นสาวใช้ของคุณหนู แต่นางทั้งคู่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ทางเราจึงจับมาไต่สวนว่าท่านได้ใช้นางไปที่โรงรับจำนำหรือไม่” มู่หรันเฟิงยกมือเรียวขึ้นป้องปาก ทำท่าตกใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้คนต่างเห็นแววตาตกใจและสายตาผิดหวังของนางที่มองไปทางบ่าวทั้งสอง พวกเขาไม่โง่จนมองไม่ออกว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

“ขออภัย แต่หากข้าฟังไม่ผิด ท่านจะถามข้าว่าได้ให้สาวใช้นำทรัพย์สมบัติของท่านแม่ไปจำนำหรือเปล่าใช่ไหมเจ้าคะ” คนจากทางการมองหน้าใต้เท้ามู่ที่จ้องบุตรสาวเขม็ง เห็นทีเรื่องราววันนี้คงมีเบื้องลึกเบื้องหลัง อย่างไรตระกูลขุนนางก็ต้องเกรงใจเอาไว้ก่อน ถึงแม้ว่าตระกูลมู่จะไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร

“ถ้าไม่ใช่ เช่นนั้นแล้วคุณหนูมู่จะบอกว่าของถูกขโมยออกไปอย่างนั้นหรือ” มู่หรันเฟิงมีสีหน้าหนักใจที่จะพูดออกมา ดวงตาดอกท้อของนางแดงระเรื่อเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ ยิ่งเรียกความน่าสงสารจากผู้คนได้เป็นอย่างดี

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 3

    “ต้าเหนิงเอาสุรามาอีก” มู่หรันเฟิงเทสุราในไหแต่ไม่มีสุราไหลลงมาสักหยด เมื่อไม่ทันใจจึงเดินโซซัดโซเซไปที่ชั้นวางสุราเอง ในขณะที่เขย่งตัวจะเอื้อมมือไปคว้าสุราชั้นบนสุดร่างของมู่หรันเฟิงก็จวนเจียนจะล้มลง โชคดีที่มือคู่หนึ่งรับไว้ทันสายตาของนางเพ่งมองเห็นบุรุษผู้หนึ่งหน้าตาคุ้นเคยอยู่บ้าง ดวงตาของนางกะพริบถี่หลายรอบพิจารณาใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น“ฮูหยิน สามีของเจ้าจากไปเพียงไม่นานถึงกับลืมกันแล้วหรือ” สมองที่มึนงงของนางนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อนึกได้ถึงคำสั่งสามีมู่หรันเฟิงรีบยืนตัวตรงทั้งที่ร่างกายเอนเอียงไปมา ทำหน้าตาจริงจังใส่สามี “ข้าดื่มไปเพียงนิดเดียวยังไม่เมานะเจ้าคะ” โจวจื่อหยางแทบจะหลุดขำเมื่อได้ยินข้อแก้ตัวของภรรยา“กลิ่นสุราบนตัวเจ้าแรงเสียขนาดนี้ คงไม่ต่ำกว่าสิบไหแล้วกระมัง” มู่หรันเฟิงก้มดมกลิ่นของตัวเอง ย่นจมูกเมื่อไม่เห็นจะได้กลิ่นสุราอย่างที่เขาบอก“ข้าใช้ถุงหอมกลบกลิ่นสุราแล้วนี่นา” นางพึมพำเบา ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าสามีได้ยินทุกคนที่นางพูด โจวจื่อหยางอยากจับภรรยาตัวน้อยมาตีกับความซนของนาง มู่หรันเฟิงมักจะเป็นอย่างนี้ทุกครั้งเขาถึงไม่อ

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 2

    แต่เดิมจางเหมยหลินมีหน้าตาที่งดงามถึงได้มัดใจใต้เท้ามู่บิดาของมู่หรันเฟิงได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้จะทำงานหนักจนผิวไม่เนียนนุ่มเหมือนก่อน ใบหน้าดูซูบตอบแต่ก็ยังเหลือเค้าโครงของความงดงามมากกว่าสาวชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้ยินสหายพูดเช่นนั้น พวกมันก็หันมาให้ความสนใจสตรีตรงหน้าแทน “บุตรชายเจ้าติดเงินพวกข้าไว้แต่ไม่มีคืน ถ้าไม่อยากให้มันตายเจ้าก็จ่ายเงินแทนมันมา” ฝั่งอันธพาลแบมือออกมาเพื่อให้นางนำเงินขึ้นมาจ่ายจางเหมยหลินเป็นเพียงบ่าวตักของเสีย อีกทั้งยังถูกฮูหยินใหญ่ของจวนคอยกลั่นแกล้ง เงินแม้แต่อีแปะเดียวติดตัวนางก็ไม่มี ทั้งที่แต่ก่อนไม่ว่าต้องการอะไรนางก็มีกำลังซื้อได้ นั่นเป็นเพราะสินเดิมของมารดามู่หรันเฟิง“ข้าไม่มีเงิน” จางเหมยหลินที่ตกต่ำลงส่ายหน้าอย่างอดสู“หากเจ้าไม่มีเงิน ทำไมไม่ใช้ร่างกายของเจ้าทอดกายให้พวกข้าชื่นชมเพื่อแลกกับเงินเพียงเล็กน้อยสักหน่อยเล่า” จางเหมยหลินเพิ่งรู้ตัวว่าสายตาของพวกมันพุ่งตรงมาที่นาง จะให้นางใช้ร่างกายแลกกับชีวิตบุตรชายนางย่อมไม่ทำ จางเหมยหลินก็คือจางเหมยหลิน รักบุตรชายเพียงใดแต่นางย่อมรักชีวิตตัวเองมากกว่า ไม่เช่นนั้นคงไม่หนีไปเป็นอนุของคหบดีเพื่อหวังสบาย“

  • สวนผักของนางร้าย   ตอนพิเศษ 1

    “เสร็จงานแล้วข้าจะรีบตามไป” โจวจื่อหยางหอมไปที่แก้มของฮูหยิน ใบหน้างามแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย สองมือดันแผงอกสามีให้ออกห่างเมื่อเขาทำท่าจะหอมไปที่แก้มอีกข้าง“พอแล้วเจ้าค่ะ” ห่างกันเพียงไม่กี่ชั่วยามก็รู้สึกเหมือนห่างกันไกลนับพันลี้ นับว่าเป็นเรื่องคุ้นตาของบ่าวไพร่ ใต้เท้ามู่ผู้นี้รักภรรยายิ่งกล้าปฏิเสธคุณหนูจวนขุนนางใหญ่ที่ยอมแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินรอง โชคดีที่ฮ่องเต้เองเอ็นดูมู่หรันเฟิงไม่น้อยจึงไม่มีใครกล้าใช้อำนาจบีบบังคับได้ นับว่ามู่หรันเฟิงได้เกาะขาทองคำขาใหญ่หลังจากแต่งงานไม่ว่าโจวจื่อหยางจะไปทำงานไกลแค่ไหนมู่หรันเฟิงก็จะตามเขาไปด้วยทุกที่ แถมบางครั้งยังช่วยสอนชาวบ้านแถบนั้นในการปลูกเพาะพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ ด้วย“การประชุมขุนนางเสร็จเมื่อไร ข้าจะรีบตามไปทันที” โจวจื่อหยางจับจูงมือภรรยาขึ้นรถม้าเพื่อไปส่งยังร้านสุราของสหายมู่หรันเฟิง“แล้วข้าจะรอนะเจ้าคะ” ภายในรถม้าบุผ้านวมอย่างดี มีน้ำชากับขนมเตรียมไว้ให้ฮูหยินเสมอ เมื่อขึ้นมานั่งบนรถม้าโจวจื่อหยางก็กอดเอวภรรยาเข้ามาแนบชิดเห็นวันนี้ภรรยาแต่งกายงดงามเป็นพิเศษ เขาก็รู้สึกไม่อยากไปทำงาน อยากที่จะอยู่กับนางทั้งวัน

  • สวนผักของนางร้าย   63

    “พวกข้าพยายามหามาคืนแล้ว แต่ได้มาเพียงเท่านี้” อารองเอ่ย“แล้วเอาเงินที่ใดไปไถ่ออกมาเจ้าคะ” มู่หรันเฟิงถามเพราะกลัวทุกคนจะลำบากแต่มู่เฉินเฟิงกลับยิ้ม “ข้าบอกเรื่องหนึ่งหมื่นตำลึงทองกับทุกคนแล้ว นี่ก็เงินส่วนหนึ่งที่เจ้าแบ่งให้ ขนาดใช้ไปเยอะถึงเพียงนั้นยังไม่หมดเลย ส่วนเรื่องท่านย่า” มู่เฉินเฟิงไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยดีหรือไม่ จึงหันไปหาบิดา“ถึงอย่างไรก็ยังเป็นมารดา ข้ากับอาสามของเจ้าเลยคิดว่าจะส่งเงินช่วยเหลือเล็กน้อยในแต่ละเดือน”มู่หรันเฟิงพยักหน้า “ให้เขาทำไร่หากินกันเองด้วยสิเจ้าคะ ที่ดินตรงนั้นมีที่ให้เพาะปลูกได้ พวกเขาจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้”อารองพยักหน้า “นั่นเป็นความคิดที่ดี”ในที่สุดเมื่อวันมงคลมาถึงมู่หรันเฟิงก็ขึ้นเกี้ยวไปยังบ้านเจ้าบ่าว ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีเพราะเป็นสมรสพระราชทาน และการกวาดล้างขุนนางทุจริตก่อนหน้าทำให้โจวจื่อหยางขึ้นเป็นเหมินเซี่ยเสิ่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบ กลายเป็นขุนนางขั้นสอง แถมยังประทานจวนและที่ดินรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ เพื่อประกาศคุณงามความดีงานพิธีวันนี้จึงมีตระกูลขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมมากมาย แต่โจวจื่อหยางก็อยู่ต้อนรับเพียงไม่นาน ทิ้งให้สหายอย่า

  • สวนผักของนางร้าย   62

    มู่หย่งเซินและมู่เจี้ยนหาวถูกจับด้วยข้อหาเดียวกันคือติดสินบน เพียงแต่บิดาติดสินบนเรื่องตำแหน่งขุนนาง ผิดร้ายแรงจึงถูกเนรเทศ ส่วนบุตรชายนั้นติดสินบนเรื่องผลสอบจากนี้สืบไปจะไม่สามารถเข้าสอบและรับราชการเป็นขุนนางได้อีก“ฮูหยินจางท่านเองเล่ามีใบบันทึกสินเดิมหรือไม่” จางเหมยหลินส่ายหน้า ความวุ่นวายทุกอย่างที่โถมเข้ามามันรุนแรงราวกับพายุ นางไม่อยากจะฝืนอีกแล้ว “ข้าไม่มีสินเดิมเหลือแล้วเจ้าคะ”“เช่นนั้นเจ้าก็ไปได้แต่ตัว จวนแห่งนี้จะถูกยึดเช่นเดียวกับทรัพย์สินอื่นที่เหลือ”ฮูหยินเฒ่าที่คิดหนีเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่บุตรชายบอกให้ไปหาน้องชายที่เมืองผิงอัน ก็โวยวายขึ้นมาเมื่อแม้แต่รถม้าก็ถูกยึด “หากยึดเช่นนี้แล้วข้าจะกลับผิงอันได้อย่างไร” มู่หรันเฟิงที่เพิ่งมาถึงก็เหนื่อยใจกับภาพที่เห็นนางรู้ว่าฮูหยินเฒ่าหากไปที่ผิงอันจะต้องสร้างความวุ่นวายให้ที่นั่นเป็นแน่ จึงแสดงออกถึงความกตัญญูครั้งสุดท้าย เพื่อจะเป็นกุศลให้กับแม่นางมู่เจ้าของร่างนี้“อีกไม่นานข้าก็จะแต่งออกไปแล้ว โฉนดนี้แม่ข้าตั้งใจจะเอาไว้ให้สาวใช้ของนาง เป็นที่ดินนอกกำแพงเมืองไปเล็กน้อย หากท่านย่าไม่รังเกียจ ก็พาฮูหยินกับหลาน ๆ คนอื่นไป

  • สวนผักของนางร้าย   61

    เถ้าแก่เนี้ยเลิกคิ้วขึ้นเมื่อได้ฟังคำถาม นางเพียงยกจอกสุราขึ้น “ถ้าเจ้าชนะข้าได้ แล้วข้าจะบอก” เห็นอีกฝ่ายคอแข็งเช่นนี้มู่หรันเฟิงก็ยิ่งเอะใจในขณะที่กำลังยกไหสุราเถ้าแก่เนี้ยเองก็ยื่นมือออกมาเช่นกัน ทำให้มือของอีกฝ่ายแตะโดนที่ท่อนแขนเรียวของมู่หรันเฟิง สีหน้าของเถ้าแก่เนี้ยนิ่งไปสักพักก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นตกใจปนดีใจหันมาจ้องนางไม่วางตาคิ้วของมู่หรันเฟิงขมวด “หน้าข้ามีอะไรติดหรือ”“เป็นแกใช่ไหมหรันเฟิง นี่แกตายแล้วก็มาที่นี่เหมือนกันเหรอ” “ต้าเหนิงเป็นแกจริง ๆ ด้วย ฉันนึกว่าแกจะยังมีชีวิตอยู่ที่ดีในโลกนั่นซะอีก ก่อนหน้านี้เพิ่งจะเจอมีมี่ไปเอง” เมื่อพูดออกไปเช่นนั้นต้าเหนิงก็รีบถามกลับทันที“แกเจอมีมี่เหรอ ฉันเองก็เจอเยว่ฮวาเหมือนกัน” แบบนี้หมายความว่าพวกเธอทั้งสี่คนก็มากันครบเลยนะสิ มู่หรันเฟิงรับปากว่าจะส่งจดหมายไปบอกมีมี่ที่เมืองคุณหมิงว่าเพื่อน ๆ คนอื่นตอนนี้กำลังอยู่ในเมืองหลวง ให้เร่งเดินทางมาเจอหลังจากเทศกาลปล่อยโคมวันรุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทั่วทั้งเมืองหลวง เพราะมีพระราชโองการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบรรดาขุนนางที่ฉ้อฉลและทุจริต บรรดาขุนนางกังฉินทั้งหลายถูกจับและถูกริบทร

  • สวนผักของนางร้าย   19

    “ทุกคนพี่หรันเฟิงทำได้แล้ว” เสียงเด็กน้อยวันห้าขวบวิ่งตะโกนไปรอบบ้าน มู่หรันเฟิงยิ้มอย่างยินดี เพราะนี่ไม่ใช่เพียงแค่พิสูจน์ว่านางทำได้ แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและโอกาสงอกของเมล็ดพันธุ์ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปผลผลิตในแปลงผักจะต้องมากขึ้นกว่าครั้งก่อน ๆ แน่นอน เพราะนางมั่นใจว่าต้นกล้านางจะเติบโตอย่างดีแต่

  • สวนผักของนางร้าย   15

    ในขณะที่กำลังจะใช้ตะเกียบคีบเนื้อหมูสีน้ำตาลแวววาวก้อนสี่เหลี่ยม มู่หรันเฟิงพลันสังเกตเห็นว่ากับข้าวจานใดที่มีเนื้อจะตั้งอยู่หน้านาง ส่วนจานที่เหลือล้วนเป็นผักทั้งสิ้น ยิ่งสงสัยมากขึ้นเมื่อทุกคนคีบแต่กับข้าวจานผัก ไม่มีใครเอื้อมตะเกียบมาคีบหมูสามชั้นเลยสักคนเดียว“กิน ๆ ๆ” และแม้ว่าอารองจะบอกให้ทุก

  • สวนผักของนางร้าย   9

    ดูจากนิสัยของฮูหยินเฒ่าแล้วจะเลี้ยงลูกออกมาดีได้อย่างไร ทุกคนก็คงเหมือนบิดาของมู่หรันเฟิงหมดกระมัง ช่างเถอะสิ่งที่นางต้องกังวลคือสมบัติของแม่นางมู่มากกว่า ดูจากสายตาและรอยยิ้มของจางเหมยหลินเมื่อครู่ คงอยากจะผลาญสินเดิมของอดีตฮูหยินจนตัวซีดตัวสั่นแล้วกระมัง นางไม่มีทางยอมให้เป็นเช่นนั้นแน่ในเมื่ออี

  • สวนผักของนางร้าย   8

    มู่หรันเฟิงบุตรสาวคนโตของใต้เท้ามู่ สิ้นใจในระหว่างการรักษาจากพิษบาดแผลที่ถูกโบย ทำให้นางได้เข้ามาในร่างนี้ จากความทรงจำที่ได้รับมาไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือเสียใจ ในเมื่อเจ้าของร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนกันกับนาง ชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วเมืองหลวง ในยุคนี้ชื่อเสียงสตรีสำคัญที่สุดไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ทำเรื่อง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status