แชร์

ตอนที่ 10

last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-25 20:46:48

ผิงเซียวแจ้งความประสงค์ว่าพระชายาต้องการออกไปเดินเล่นในเมือง จิ้นฝานเห็นว่าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกอย่างหญิงสาวคงจะรู้สึกเบื่อที่เอาแต่ตามติดเขาจึงต้องการเปิดหูเปิดตานอกจวนเสียบ้างจึงได้อนุญาต พร้อมกับสั่งการองครักษ์ให้คอยติดตามเพื่ออารักขาภรรยาอย่างดี ผิงเซียวมองเห็นถึงความใส่ใจของท่านอ๋องที่มีต่อพระชายาก็ถึงกับลอบยกยิ้มกับองครักษ์คนสนิทของเขา

ฟางลี่อินได้ออกจากจวนเป็นครั้งแรกสมใจ โดยมีเหล่าองครักษ์ที่คอยติดตามพร้อมกับสาวใช้คนสนิทอย่างผูเถาและผิงเซียว ภายในเมืองซานตง ผิงเซียวเล่านี้เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะพัฒนาขึ้นมากจำนวนชาวเมืองก็เพิ่มมากขึ้น แหล่งการค้าก็หลากหลายมากขึ้น ที่นี่ติดกับตลาดท่าเรือที่เว่ยอ๋องได้พัฒนาให้เหล่าพ่อค้าสามารถขึ้นท่าขายสินค้าที่นี่ได้โดยจ่ายภาษีในราคาถูก เพื่อเป็นการชักชวนเหล่าพ่อค้าจากต่างเมืองให้เดินทางมาค้าขายยังเขตซานตงให้มากขึ้น หากแต่ก็ยังคงมีขุนนางท้องที่ที่แอบฉวยโอกาสเก็บส่วยอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่นล่าสุดที่พึ่งผ่านมาไม่นานก่อนจะถูกเว่ยอ๋องสำเร็จโทษขั้นรุนแรงทั้งหมู่คณะ แล้วเปลี่ยนเจ้าเมืองคนใหม่แบบสายฟ้าแลบ

ก่อนที่ฟางลี่อินจะเดินเล่นในส่วนของตลาดก็พบว่าผักที่ขายที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผักบ้านๆ หรือไม่ก็ผักป่าที่ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บมา ผักส่วนใหญ่ได้มีความหลากหลายมากนักเห็นได้ชัดว่าเพราะชาวบ้านยังไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ดีพอ ผักหลายชนิดนั้นนอกจากปลูกขายได้แล้วยังสามารถนำไปแปรรูปอาหารเพื่อที่จะสามารถเก็บไว้ทานได้นานตลอดหน้าหนาว และแม้จะเป็นฤดูหนาวก็ยังสามารถปลูกผักได้โดยการสร้างโรงเรือน แต่การสร้างโรงเรือนนั้นก็ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ชาวบ้านยังไม่มีเงินมากพอที่จะทำเช่นนั้นได้อีกด้วย

และเมื่อเดินไปเรื่อย ๆก็พบกับร้านๆหนึ่งที่มีลูกพลับวางขายเป็นจำนวนมาก หญิงสาวจึงได้เดินเข้าไปสอบถาม

"ท่านป้าลูกพลับนี่ ท่านขายราคาเท่าใดงั้นหรือ"

"เรียนฮูหยิน เพียงแค่กองละห้าอีแปะเท่านั้นเจ้าค่ะ" ฟางลี่อินสังเกตว่ากองๆหนึ่งมีจำนวนลูกพลับนับสิบลูก หากแต่คนเดินผ่านไปผ่านมากลับมิได้ใส่ใจที่จะหยุดดู

"เหตุใด ท่านจึงขายไม่ได้เลยเล่าท่านป้า" ฟางลี่อินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เรียนฮูหยิน ท่านคงไม่ใช่ที่นี่กระมัง ท่านยังไม่อะไรที่นี่มีป่าพลับเยอะแยะมากมายนัก ทั้งยังสามารถหาเก็บไปทั่วไป แต่ลูกพลับของข้านั้นเป็นพลับที่ปลูกขึ้นเองทั้งหวานฉ่ำ หากแต่คนคิดว่าสามารถเก็บกินได้จึงไม่อยากจะซื้อเจ้าค่ะ" ฟางลี่อินพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ที่นี่มีป่าพลับเยอะแยะมากมายถึงเพียงนั้นเลยหรือ"

"มีมากจริงๆเจ้าค่ะ หล่นทิ้งเกลื่อนกลาดไปหมด"

"เข้าใจแล้ว! เช่นนั้นลูกพลับของท่านข้าขอเหมาทั้งหมด ท่านยังมีอีกหรือไม่ หากข้าขอซื้อทั้งสวนจะได้หรือไม่"

"หา! ซะ ซื้อ ทั้งสวนเลยหรือเจ้าคะ ฮะ ฮูหยินท่านจะนำไปทำสิ่งใดตั้งมากมายเพียงนั้น"

"เอาเถิด! ข้าจะให้คนของข้าติดตามท่านไปที่บ้าน แล้วท่านก็ทยอยเก็บมาส่งข้าทุกวันได้หรือไม่ เอามาส่งที่จวนเว่ยอ๋องได้เลย"

"จะ จวนเว่ยอ๋องหรือเจ้าคะ ทะ ท่าน..."

"ฮูหยินท่านนี้คือพระชายาเว่ยอ๋อง" ผิงเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาชาวบ้านในระแวกนั้นถึงกับหูผึ่ง พวกเขาได้ยินว่าเว่ยอ๋องทรงอภิเษกกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์หากแต่พวกเขาก็ยังไม่เคยได้พบหน้าค่าตาของพระชายาผู้นั้น วันนี้ช่างโชคดีนัก! ก่อนที่ชาวบ้านจะพยายามเดินมาสอดส่องเพื่อยลโฉมหน้าของพระชายาให้เป็นบุญตา ก่อนจะกระซิบกระซาบกันว่านางช่างงดงามสมกับเป็นชนชั้นสูง ทั้งยังใจดีไม่ถือตัวช่วยซื้อสินค้าจากชาวบ้านตั้งมากมาย

ทางด้านฟางลี่อินแม้จะรู้สึกดีใจทั้งยังเขินอายหากแต่ก็ยังคงไว้ด้วยท่วงท่างามสง่าเพื่อไม่ให้ผู้ใดดูถูกไปถึงตำแหน่งของสามีนางเด็ดขาด หลังจากหาซื้อข้าวของเสร็จหญิงสาวก็ยังไม่คิดที่จะตรงกลับจวน ทั้งยังสั่งการให้ผิงเซียวพานางไปพบกับนายหน้าที่ดิน

เมื่อมาถึงนายหน้าผู้นั้นก็ทำการออกมาต้อนรับเมื่อได้ทราบว่าสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้คือใครเขาก็ยิ่งนอบน้อมกับนางเป็นอย่างมาก ฟางลี่อินไม่ได้ถือตัวว่าตนเองเป็นพระชายาเว่ยอ๋องนางยังคงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียม พร้อมกับบอกถึงความต้องการของตนเอง

"ข้าต้องการจวนที่อยู่ใจกลางเมืองแห่งนี้ทั้งยังต้องอยู่ใกล้ตลาด ไม่เกี่ยงราคา" เมื่อนางบอกความต้องการของตนเองออกไป นายหน้าผู้นั้นก็นำตัวเองจวนมาให้นางดูหลายที่ก่อนที่หญิงสาวจะไปสะดุดความสนใจกับจวนของคหบดีคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ทั้งตระกูลได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว 

"มีที่นี่ขอรับ หากท่านสนใจข้าน้อยจะพาท่านไปชมสถานที่จริง อยู่ห่างจากที่นี่เพียงไม่ถึงครึ่งลี้ขอรับ"

"ได้ เช่นนั้นก็รบกวนท่านแล้ว"

เมื่อฟางลี่อินมาถึงที่นี่ ปรากฏว่าพื้นที่โดยรอบล้วนถูกดูแลไว้เป็นอย่างดี จำนวนเรือนที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป ทั้งยังมีพื้นที่ใช้สอยพอสมควรแม้ว่าราคาจะดูเหมือนว่าสูงสักหน่อยแต่สำรับทำเลแล้วนับว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

"ข้าตัดสินใจซื้อที่นี่"

"เอ่อ... ขอรับ เพียงแต่ราคา"

"ราคาตามที่เจ้ากล่าวมา เดี๋ยวข้าจะให้คนของข้าจัดการเอกสารกับท่านให้เรียบร้อย"

"ขอรับ ขอบคุณฮูหยิน"

"ผิงเซียว เจ้าช่วยจัดการแทนข้าก็แล้วกัน"

"เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้ว"

ฟางลี่อินเดินดูพื้นที่โดยรอบในขณะที่ผิงเซียวไปจัดการโอนกรรมสิทธิ์จวนแห่งนี้เป็นของนาง เงินตำลึงที่จ่ายไปในวันนี้ค่อนข้างสูงเกือบหมื่นตำลึงหากแต่ฟางลี่อินไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิด นางมีโครงการอันยิ่งใหญ่ขออยู่ข้างหน้าและแน่นอนว่าผลตอบแทนจะต้องเป็นทั้งเงิน ผลประโยชน์และชื่อเสียง หญิงสาวไม่เคยลงทุนผิดพลาดร้านค้านับสิบร้านที่เสียไปตอนที่ย้ายจากเมืองหลวง นางจะต้องทวงคืนรายได้ของนางกลับคืนมา

ก่อนจะสั่งการให้คนของนางแจ้งแก่หลงจู๊ที่ติดตามนางมานั้น ย้ายเข้ามาอยู่ที่จวนแห่งนี้เป็นการชั่วคราวได้เลย เพื่อที่นางจะได้จัดการแบ่งหน้าที่ให้ตามความเหมาะสม หลังจากที่ซื้อจวนหลังใหญ่สำเร็จหญิงสาวคิดเปลี่ยนแผนการก่อนจะสั่งให้คนของนางนำลูกพลับที่แต่เดิมควรที่จะนำไปส่งที่จวนอ๋อง ให้นำมาส่งที่นี่ได้เลยพร้อมกับจัดหาบ่าวไพร่เพิ่มเข้ามา

เรื่องราวในวันนี้ถูกนำไปรายงานแก่เว่ยอ๋อง ชายหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วอย่างงุนงงในวิธีการของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยกับคนของตน

"นางคิดจะทำสิ่งใดกันแน่!"

"ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบได้ขอรับ พระชายายังไม่ได้กล่าวว่าจะทำอย่างไรกับข้าวของและลูกพลับจำนวนมากที่ซื้อหามาในวันนี้ เพียงแต่สั่งให้บ่าวไพร่ล้างให้สะอาด ทั้งยังทำความสะอาดโรงเรือนแห่งหนึ่งให้ดี"

"หึหึ เอาเถิด นางอยากทำสิ่งใดก็ให้นางทำไป อย่าลืมว่าเจ้าต้องมารายงานแก่ข้าทุกวันก็พอ"

"ขอรับ"

ทางด้านฟางลี่อินที่หลังจากกลับมาจากข้างนอกก็ถึงกับสลบเพราะความเหน็ดเหนื่อย ยามที่ได้สติขึ้นมาอีกครั้งพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว และเมื่อนางนึกขึ้นได้ว่าต้องรับสำรับเย็นพร้อมสามีก็กลับกลายเป็นความผิดหวัง เมื่อเขาเห็นว่านางหลับอยู่จึงไม่ให้สาวใช้ปลุกเพราะไม่อยากรบกวน ฟางลี่อินมีสีหน้าเหงาหงอยทั้งยังรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะเย็นวันนี้นางยังไม่พบหน้าสามีเลย!

หญิงสาวลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะทานข้าวก่อนจะเดินตรงไปยังเรือนพักของสามี ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามขอแค่นางได้พบใบหน้าอันหล่อเหลาของสามีให้ได้รู้สึกกระชุ่มกระชวยสักหน่อยเถิด!

"เหล่ากง! ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ" เสียงเรียกที่มาถึงก่อนเจ้าของร่างจะปรากฏนั้นเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนพบเจอในทุกวัน ทำให้บ่าวไพร่และองครักษ์ต่างรู้สึกเคยชินกันเสียแล้ว เมื่อยามที่ร่างบางมาถึงองครักษ์คนสนิทก็ทำการถอยร่นออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูอย่างรู้หน้าที่ 

เว่ยอ๋องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะละความสนใจจากหญิงสาวแล้วหันกลับมาสนใจรายงานในมือต่อ เขามิได้เอ่ยถามหญิงสาวว่าอีกฝ่ายมีธุระอันใด เพราะรู้คำตอบดีว่านางไม่ได้มีสิ่งใดเพียงแต่การทำเช่นนี้เป็นกิจวัตรประจำวันของนางไปแล้ว การตามติดเขาทั้งเช้า กลางวัน และเย็นเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี ฟางลี่อินเองก็ไมได้มีธุระอันใดนางแค่ต้องการแวะมานั่งมองหน้าสามีของนางเท่านั้น มองเท่าที่นางอยากจะมองเสร็จแล้วก็กลับเรือนไปพักผ่อนหรือไม่ก็กลับไปทำงานของนางต่อ

"วันนี้ไปเที่ยวข้างนอกมาเป็นอย่างไรบ้าง" หากแต่ครั้งนี้เป็นชายหนุ่มที่เอ่ยสอบถามนางก่อน

"สนุกดีเจ้าค่ะ"

"เจ้าคงจะสนุกมากเกินไปหรือไม่"

"เอ๋! ใครนำสิ่งใดมาฟ้องท่านกัน" ฟางลี่อินเอ่ย

"มิได้ฟ้องเพียงรายงานเท่านั้น เจ้าคิดจะทำสิ่งใดงั้นหรือ"

"ข้ากำลังจะนำเรื่องนี้มาปรึกษากับท่านพอดีเลยเจ้าค่ะ"

"ปรึกษา"

"เจ้าค่ะ"

"ว่ามาสิ!" คราวนี้เว่ยอ๋องวางทุกอย่างในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอย่างสนใจใคร่รู้ เขาเองก็สงสัยมาตลอดทั้งวันแต่ก็นึกไม่ออกว่าหญิงสาวกำลังคิดทำสิ่งใด

"เหล่ากง! คืนนี้ข้ามีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านอีกมาก ข้าขอนอนกับท่านได้หรือไม่เจ้าคะ" ฟางลี่อินเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ชายหนุ่มเองก็รู้เท่าทันก่อนจะตอบออกไปโดยไม่ต้องคิด

"ไม่ได้!"

"ชิ! คนใจร้าย" ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจออกมา นางก็เป็นเช่นนี้ทุกที

"เจ้านี่นะ!"

"เหล่ากง! เหตุใดต้องใจร้ายกับข้า เราสองคนแต่งงานกันแล้วนะเจ้าคะ ยังไม่เคยร่วมหอกันสักครั้งหรือว่าท่าน... ร่างกายของท่านผิดปกติแล้วมิกล้าเอ่ยกับข้าหรือเจ้าคะ!"

"ฟางลี่อิน! นี่ในหัวของเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่"

"ก็ท่านไม่ยอมให้ข้าร่วมเตียง ทั้งยังบ่ายเบี่ยงมาตลอด จะให้ข้าคิดเช่นไรกันเจ้าคะ หากร่างกายท่านผิดปกติละก็ท่านสามารถเอ่ยกับข้าได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องเขินอายเลยนะเจ้าคะ ข้ารับได้!"

"ข้าปกติดีทุกอย่าง ฮูหยินอย่าได้เป็นกังวล" ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยกับนางอย่างอ่อนโยน

"แล้วเหตุใด..." ฟางลี่อินพยายามจะเอ่ยต่อ หากแต่ถูกอีกฝ่ายตอบกลับมาเสียก่อน

"ค่อยๆเรียนรู้กันไปเรื่อยๆก่อนเถิด เจ้ากับข้าเดิมทีก็ไม่เคยได้รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ให้ทุกๆอย่างค่อยๆเป็นไปตามธรรมชาติเถิด" ฟางลี่อินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่เขากล่าวมาก็ถูกคนเราไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนจะให้กระโจนเข้าหากันราวกับสัตว์ป่าบ้าเลือดก็ใช่ที่ เพียงแต่ตัวนางนั้นไม่ถือสาเพราะถูกใจใบหน้าอันหล่อเหลานี้จนยากจะถอนตัวเสียแล้ว ได้แต่พยักหน้าเข้าใจทั้งๆที่ในใจอยากจะคัดค้านยิ่งนัก 

"เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่าก็ได้เจ้าค่ะ"

"ขอบคุณฮูหยินที่เข้าใจข้า"

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 14

    ฟางลี่อินยังรู้สึกน้อยใจสามีอยู่จึงขอนั่งรถม้าคนละคันกับเขา ภายหลังจากนั้นนางจึงได้รับรู้ว่าสตรีผู้นั้นนั่งรถม้าอีกคันที่อยู่ด้านหลังของนางเมื่อฟางลี่อินได้รับรู้เช่นนั้นแล้วก็ถึงกับเอ่ยสิ่งใดไม่ออกอีก ได้ยินสาวใช้ทั้งสองเล่าว่าหญิงสาวมีนามว่าซูเม่ยนับว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งฟางลี่อินรู้สึกสะอึกและแน่นหน้าอกอย่างอธิบายไม่ถูก ก่อนจะคิดในใจว่าเว่ยอ๋องเองก็คงจะเป็นเช่นคำกล่าวที่ว่า บุรุษมิอาจข้ามผ่านด่านหญิงงามกระมัง นางไม่คิดว่าสิ่งที่เขากล่าวมาเมื่อคืนนี้ชายหนุ่มจะทำเช่นที่พูดจริงๆ ยามเมื่อถึงเวลาที่พวกนางกำลังจะกลับ เขากลับนำสตรีผู้นั้นกลับมาด้วยทำเช่นนี้ฟางลี่อินเองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก แต่หากเมื่อลอบสังเกตเว่ยอ๋องที่หลังจากให้ซูเม่ยผู้นั้นใช้รถม้า ชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปเป็นขี่ม้าแทนตลอดเส้นทางสีหน้าของเขายังคงไม่แปรเปลี่ยน ไม่มีความยินดี

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 13

    "ท่านอ๋องขอรับ""กล่าวมา""ดูเหมือนว่าพระชายาจะทรงกังวลเป็นอย่างมาก อย่างที่ท่านคาดการณ์เอาไว้ขอรับ""หึหึ""ป้ายหยกนั่น! เจ้าคิดว่านางจะแก้ตัวว่าอย่างไรเล่า""ข

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 12

    ฟางลี่อินที่คิดว่าสามีของนางจะดีกับนางแค่เมื่อวานเสียอีก มาวันนี้อยู่ ๆผิงเซียวก็รีบมารายงานแต่เช้าว่าท่านอ๋องให้ผิงเซียวมาถามนางว่า นางต้องการไปยังหมู่บ้านชาวประมงกับเขาหรือไม่ ฟางลี่อินที่เหมือนจะยุ่งในตอนแรกก็ทำตัวให้กลายเป็นคนว่างงานเสียอย่างนั้น พร้อมกับตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเลแม้ว่าในใจจะแอบคิดว่าชายหนุ่มอาจจะล่อลวงนางไปฆ่าแล้วโยนทิ้งทะเลก็ได้นะ หึหึ"เหล่ากง!" เสียงสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของฟางลี่อินดังขึ้น พร้อมกับท่าทางโบกไม้โบกมือขณะที่มองเห็นชายหนุ่มยืนรออยู่ที่หน้าจวน ชายหนุ่มเพียงยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ"เหล่ากง! ท่านรอข้านานหรือไม่เจ้าค่ะ"

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 11

    "เอาละ! เช่นนั้นมาพูดถึงธุระของข้ากันเถิด""เชิญฮูหยินกล่าวมาได้เลย""ข้าคิดที่จะเปิดสมาคมการค้าเกษตรกรรมและพืชผล เจ้าค่ะ""สมาคมการเกษตรกรรมและพืชผลงั้นหรือ""ถูกต้องเจ้าค่ะ โดยที่มีข้าเป็นหัวเรือใหญ่ในสมาคม จัดตั้งขึ้นก็เพื่อเปิดรับซื้อสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านในราคาที่ยุติธรรม ก่อนจะนำ

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 10

    ผิงเซียวแจ้งความประสงค์ว่าพระชายาต้องการออกไปเดินเล่นในเมือง จิ้นฝานเห็นว่าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกอย่างหญิงสาวคงจะรู้สึกเบื่อที่เอาแต่ตามติดเขาจึงต้องการเปิดหูเปิดตานอกจวนเสียบ้างจึงได้อนุญาต พร้อมกับสั่งการองครักษ์ให้คอยติดตามเพื่ออารักขาภรรยาอย่างดี ผิงเซียวมองเห็นถึงความใส่ใจของท่านอ๋องที่มีต่อพระชายาก็ถึงกับลอบยกยิ้มกับองครักษ์คนสนิทของเขาฟางลี่อินได้ออกจากจวนเป็นครั้งแรกสมใจ โดยมีเหล่าองครักษ์ที่คอยติดตามพร้อมกับสาวใช้คนสนิทอย่างผูเถาและผิงเซียว ภายในเมืองซานตงผิงเซียวเล่านี้เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะพัฒนาขึ้นมากจำนวนชาวเมืองก็เพิ่มมากขึ้น แหล่งการค้าก็หลากหลายมากขึ้น ที่นี่ติดกับตลาดท่าเรือที่เว่ยอ๋องได้พัฒนาให้เหล่าพ่อค้าสามารถขึ้

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 9

    สองสามีทานสำรับเย็นพร้อมกันฟางลี่อินยังคงเอาอกเอาใจสามีเช่นเคย เว่ยอ๋องไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาวเพราะคิดว่าอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยากันเขาไม่ควรทำร้ายจิตใจของนางด้วยความเย็นชา ก่อนจะฝืนยิ้มให้นางทุกครั้งที่อีกฝ่ายพยายามคีบอาหารที่นางชอบให้เขาลิ้มรส ก่อนที่เขาจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจะต้องคีบทุกอย่างที่นางชอบให้เขาลิ้มรสด้วยนะ! เหตุใดนางจึงไม่กินเสียเอง ชายหนุ่มแอบกลอกตาหลายครั้งหากแต่ก็ยังกินทุกอย่างที่นางคีบให้โดยไม่บ่นหลังจากที่รับสำรับเย็นกันเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทั้งสองควรจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่เรือนของตนเอง หากแต่ฟางลี่อินมิได้ทำเช่นนั้นนางยังคงเดินตามชายหนุ่มกลับมาที่เรือนของเขา เว่ยอ๋องมองดูร่างบางของหญิงสาวด้วยแววตางุนงง ก่อนจะเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status