Partager

ตอนที่ 10

last update Date de publication: 2026-05-25 20:46:48

ผิงเซียวแจ้งความประสงค์ว่าพระชายาต้องการออกไปเดินเล่นในเมือง จิ้นฝานเห็นว่าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกอย่างหญิงสาวคงจะรู้สึกเบื่อที่เอาแต่ตามติดเขาจึงต้องการเปิดหูเปิดตานอกจวนเสียบ้างจึงได้อนุญาต พร้อมกับสั่งการองครักษ์ให้คอยติดตามเพื่ออารักขาภรรยาอย่างดี ผิงเซียวมองเห็นถึงความใส่ใจของท่านอ๋องที่มีต่อพระชายาก็ถึงกับลอบยกยิ้มกับองครักษ์คนสนิทของเขา

ฟางลี่อินได้ออกจากจวนเป็นครั้งแรกสมใจ โดยมีเหล่าองครักษ์ที่คอยติดตามพร้อมกับสาวใช้คนสนิทอย่างผูเถาและผิงเซียว ภายในเมืองซานตง ผิงเซียวเล่านี้เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะพัฒนาขึ้นมากจำนวนชาวเมืองก็เพิ่มมากขึ้น แหล่งการค้าก็หลากหลายมากขึ้น ที่นี่ติดกับตลาดท่าเรือที่เว่ยอ๋องได้พัฒนาให้เหล่าพ่อค้าสามารถขึ้นท่าขายสินค้าที่นี่ได้โดยจ่ายภาษีในราคาถูก เพื่อเป็นการชักชวนเหล่าพ่อค้าจากต่างเมืองให้เดินทางมาค้าขายยังเขตซานตงให้มากขึ้น หากแต่ก็ยังคงมีขุนนางท้องที่ที่แอบฉวยโอกาสเก็บส่วยอยู่เรื่อยๆ อย่างเช่นล่าสุดที่พึ่งผ่านมาไม่นานก่อนจะถูกเว่ยอ๋องสำเร็จโทษขั้นรุนแรงทั้งหมู่คณะ แล้วเปลี่ยนเจ้าเมืองคนใหม่แบบสายฟ้าแลบ

ก่อนที่ฟางลี่อินจะเดินเล่นในส่วนของตลาดก็พบว่าผักที่ขายที่นี่ส่วนใหญ่เป็นผักบ้านๆ หรือไม่ก็ผักป่าที่ชาวบ้านขึ้นเขาไปเก็บมา ผักส่วนใหญ่ได้มีความหลากหลายมากนักเห็นได้ชัดว่าเพราะชาวบ้านยังไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ดีพอ ผักหลายชนิดนั้นนอกจากปลูกขายได้แล้วยังสามารถนำไปแปรรูปอาหารเพื่อที่จะสามารถเก็บไว้ทานได้นานตลอดหน้าหนาว และแม้จะเป็นฤดูหนาวก็ยังสามารถปลูกผักได้โดยการสร้างโรงเรือน แต่การสร้างโรงเรือนนั้นก็ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้ว ชาวบ้านยังไม่มีเงินมากพอที่จะทำเช่นนั้นได้อีกด้วย

และเมื่อเดินไปเรื่อย ๆก็พบกับร้านๆหนึ่งที่มีลูกพลับวางขายเป็นจำนวนมาก หญิงสาวจึงได้เดินเข้าไปสอบถาม

"ท่านป้าลูกพลับนี่ ท่านขายราคาเท่าใดงั้นหรือ"

"เรียนฮูหยิน เพียงแค่กองละห้าอีแปะเท่านั้นเจ้าค่ะ" ฟางลี่อินสังเกตว่ากองๆหนึ่งมีจำนวนลูกพลับนับสิบลูก หากแต่คนเดินผ่านไปผ่านมากลับมิได้ใส่ใจที่จะหยุดดู

"เหตุใด ท่านจึงขายไม่ได้เลยเล่าท่านป้า" ฟางลี่อินเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เรียนฮูหยิน ท่านคงไม่ใช่ที่นี่กระมัง ท่านยังไม่อะไรที่นี่มีป่าพลับเยอะแยะมากมายนัก ทั้งยังสามารถหาเก็บไปทั่วไป แต่ลูกพลับของข้านั้นเป็นพลับที่ปลูกขึ้นเองทั้งหวานฉ่ำ หากแต่คนคิดว่าสามารถเก็บกินได้จึงไม่อยากจะซื้อเจ้าค่ะ" ฟางลี่อินพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ที่นี่มีป่าพลับเยอะแยะมากมายถึงเพียงนั้นเลยหรือ"

"มีมากจริงๆเจ้าค่ะ หล่นทิ้งเกลื่อนกลาดไปหมด"

"เข้าใจแล้ว! เช่นนั้นลูกพลับของท่านข้าขอเหมาทั้งหมด ท่านยังมีอีกหรือไม่ หากข้าขอซื้อทั้งสวนจะได้หรือไม่"

"หา! ซะ ซื้อ ทั้งสวนเลยหรือเจ้าคะ ฮะ ฮูหยินท่านจะนำไปทำสิ่งใดตั้งมากมายเพียงนั้น"

"เอาเถิด! ข้าจะให้คนของข้าติดตามท่านไปที่บ้าน แล้วท่านก็ทยอยเก็บมาส่งข้าทุกวันได้หรือไม่ เอามาส่งที่จวนเว่ยอ๋องได้เลย"

"จะ จวนเว่ยอ๋องหรือเจ้าคะ ทะ ท่าน..."

"ฮูหยินท่านนี้คือพระชายาเว่ยอ๋อง" ผิงเซียวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทำเอาชาวบ้านในระแวกนั้นถึงกับหูผึ่ง พวกเขาได้ยินว่าเว่ยอ๋องทรงอภิเษกกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์หากแต่พวกเขาก็ยังไม่เคยได้พบหน้าค่าตาของพระชายาผู้นั้น วันนี้ช่างโชคดีนัก! ก่อนที่ชาวบ้านจะพยายามเดินมาสอดส่องเพื่อยลโฉมหน้าของพระชายาให้เป็นบุญตา ก่อนจะกระซิบกระซาบกันว่านางช่างงดงามสมกับเป็นชนชั้นสูง ทั้งยังใจดีไม่ถือตัวช่วยซื้อสินค้าจากชาวบ้านตั้งมากมาย

ทางด้านฟางลี่อินแม้จะรู้สึกดีใจทั้งยังเขินอายหากแต่ก็ยังคงไว้ด้วยท่วงท่างามสง่าเพื่อไม่ให้ผู้ใดดูถูกไปถึงตำแหน่งของสามีนางเด็ดขาด หลังจากหาซื้อข้าวของเสร็จหญิงสาวก็ยังไม่คิดที่จะตรงกลับจวน ทั้งยังสั่งการให้ผิงเซียวพานางไปพบกับนายหน้าที่ดิน

เมื่อมาถึงนายหน้าผู้นั้นก็ทำการออกมาต้อนรับเมื่อได้ทราบว่าสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้คือใครเขาก็ยิ่งนอบน้อมกับนางเป็นอย่างมาก ฟางลี่อินไม่ได้ถือตัวว่าตนเองเป็นพระชายาเว่ยอ๋องนางยังคงปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียม พร้อมกับบอกถึงความต้องการของตนเอง

"ข้าต้องการจวนที่อยู่ใจกลางเมืองแห่งนี้ทั้งยังต้องอยู่ใกล้ตลาด ไม่เกี่ยงราคา" เมื่อนางบอกความต้องการของตนเองออกไป นายหน้าผู้นั้นก็นำตัวเองจวนมาให้นางดูหลายที่ก่อนที่หญิงสาวจะไปสะดุดความสนใจกับจวนของคหบดีคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ทั้งตระกูลได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว 

"มีที่นี่ขอรับ หากท่านสนใจข้าน้อยจะพาท่านไปชมสถานที่จริง อยู่ห่างจากที่นี่เพียงไม่ถึงครึ่งลี้ขอรับ"

"ได้ เช่นนั้นก็รบกวนท่านแล้ว"

เมื่อฟางลี่อินมาถึงที่นี่ ปรากฏว่าพื้นที่โดยรอบล้วนถูกดูแลไว้เป็นอย่างดี จำนวนเรือนที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป ทั้งยังมีพื้นที่ใช้สอยพอสมควรแม้ว่าราคาจะดูเหมือนว่าสูงสักหน่อยแต่สำรับทำเลแล้วนับว่าคุ้มค่ากับการลงทุน

"ข้าตัดสินใจซื้อที่นี่"

"เอ่อ... ขอรับ เพียงแต่ราคา"

"ราคาตามที่เจ้ากล่าวมา เดี๋ยวข้าจะให้คนของข้าจัดการเอกสารกับท่านให้เรียบร้อย"

"ขอรับ ขอบคุณฮูหยิน"

"ผิงเซียว เจ้าช่วยจัดการแทนข้าก็แล้วกัน"

"เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้ว"

ฟางลี่อินเดินดูพื้นที่โดยรอบในขณะที่ผิงเซียวไปจัดการโอนกรรมสิทธิ์จวนแห่งนี้เป็นของนาง เงินตำลึงที่จ่ายไปในวันนี้ค่อนข้างสูงเกือบหมื่นตำลึงหากแต่ฟางลี่อินไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิด นางมีโครงการอันยิ่งใหญ่ขออยู่ข้างหน้าและแน่นอนว่าผลตอบแทนจะต้องเป็นทั้งเงิน ผลประโยชน์และชื่อเสียง หญิงสาวไม่เคยลงทุนผิดพลาดร้านค้านับสิบร้านที่เสียไปตอนที่ย้ายจากเมืองหลวง นางจะต้องทวงคืนรายได้ของนางกลับคืนมา

ก่อนจะสั่งการให้คนของนางแจ้งแก่หลงจู๊ที่ติดตามนางมานั้น ย้ายเข้ามาอยู่ที่จวนแห่งนี้เป็นการชั่วคราวได้เลย เพื่อที่นางจะได้จัดการแบ่งหน้าที่ให้ตามความเหมาะสม หลังจากที่ซื้อจวนหลังใหญ่สำเร็จหญิงสาวคิดเปลี่ยนแผนการก่อนจะสั่งให้คนของนางนำลูกพลับที่แต่เดิมควรที่จะนำไปส่งที่จวนอ๋อง ให้นำมาส่งที่นี่ได้เลยพร้อมกับจัดหาบ่าวไพร่เพิ่มเข้ามา

เรื่องราวในวันนี้ถูกนำไปรายงานแก่เว่ยอ๋อง ชายหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วอย่างงุนงงในวิธีการของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยกับคนของตน

"นางคิดจะทำสิ่งใดกันแน่!"

"ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบได้ขอรับ พระชายายังไม่ได้กล่าวว่าจะทำอย่างไรกับข้าวของและลูกพลับจำนวนมากที่ซื้อหามาในวันนี้ เพียงแต่สั่งให้บ่าวไพร่ล้างให้สะอาด ทั้งยังทำความสะอาดโรงเรือนแห่งหนึ่งให้ดี"

"หึหึ เอาเถิด นางอยากทำสิ่งใดก็ให้นางทำไป อย่าลืมว่าเจ้าต้องมารายงานแก่ข้าทุกวันก็พอ"

"ขอรับ"

ทางด้านฟางลี่อินที่หลังจากกลับมาจากข้างนอกก็ถึงกับสลบเพราะความเหน็ดเหนื่อย ยามที่ได้สติขึ้นมาอีกครั้งพระอาทิตย์ก็ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้ว และเมื่อนางนึกขึ้นได้ว่าต้องรับสำรับเย็นพร้อมสามีก็กลับกลายเป็นความผิดหวัง เมื่อเขาเห็นว่านางหลับอยู่จึงไม่ให้สาวใช้ปลุกเพราะไม่อยากรบกวน ฟางลี่อินมีสีหน้าเหงาหงอยทั้งยังรู้สึกผิดหวังอย่างมาก เพราะเย็นวันนี้นางยังไม่พบหน้าสามีเลย!

หญิงสาวลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะทานข้าวก่อนจะเดินตรงไปยังเรือนพักของสามี ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามขอแค่นางได้พบใบหน้าอันหล่อเหลาของสามีให้ได้รู้สึกกระชุ่มกระชวยสักหน่อยเถิด!

"เหล่ากง! ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ" เสียงเรียกที่มาถึงก่อนเจ้าของร่างจะปรากฏนั้นเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนพบเจอในทุกวัน ทำให้บ่าวไพร่และองครักษ์ต่างรู้สึกเคยชินกันเสียแล้ว เมื่อยามที่ร่างบางมาถึงองครักษ์คนสนิทก็ทำการถอยร่นออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูอย่างรู้หน้าที่ 

เว่ยอ๋องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะละความสนใจจากหญิงสาวแล้วหันกลับมาสนใจรายงานในมือต่อ เขามิได้เอ่ยถามหญิงสาวว่าอีกฝ่ายมีธุระอันใด เพราะรู้คำตอบดีว่านางไม่ได้มีสิ่งใดเพียงแต่การทำเช่นนี้เป็นกิจวัตรประจำวันของนางไปแล้ว การตามติดเขาทั้งเช้า กลางวัน และเย็นเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดี ฟางลี่อินเองก็ไมได้มีธุระอันใดนางแค่ต้องการแวะมานั่งมองหน้าสามีของนางเท่านั้น มองเท่าที่นางอยากจะมองเสร็จแล้วก็กลับเรือนไปพักผ่อนหรือไม่ก็กลับไปทำงานของนางต่อ

"วันนี้ไปเที่ยวข้างนอกมาเป็นอย่างไรบ้าง" หากแต่ครั้งนี้เป็นชายหนุ่มที่เอ่ยสอบถามนางก่อน

"สนุกดีเจ้าค่ะ"

"เจ้าคงจะสนุกมากเกินไปหรือไม่"

"เอ๋! ใครนำสิ่งใดมาฟ้องท่านกัน" ฟางลี่อินเอ่ย

"มิได้ฟ้องเพียงรายงานเท่านั้น เจ้าคิดจะทำสิ่งใดงั้นหรือ"

"ข้ากำลังจะนำเรื่องนี้มาปรึกษากับท่านพอดีเลยเจ้าค่ะ"

"ปรึกษา"

"เจ้าค่ะ"

"ว่ามาสิ!" คราวนี้เว่ยอ๋องวางทุกอย่างในมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวอย่างสนใจใคร่รู้ เขาเองก็สงสัยมาตลอดทั้งวันแต่ก็นึกไม่ออกว่าหญิงสาวกำลังคิดทำสิ่งใด

"เหล่ากง! คืนนี้ข้ามีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านอีกมาก ข้าขอนอนกับท่านได้หรือไม่เจ้าคะ" ฟางลี่อินเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ชายหนุ่มเองก็รู้เท่าทันก่อนจะตอบออกไปโดยไม่ต้องคิด

"ไม่ได้!"

"ชิ! คนใจร้าย" ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจออกมา นางก็เป็นเช่นนี้ทุกที

"เจ้านี่นะ!"

"เหล่ากง! เหตุใดต้องใจร้ายกับข้า เราสองคนแต่งงานกันแล้วนะเจ้าคะ ยังไม่เคยร่วมหอกันสักครั้งหรือว่าท่าน... ร่างกายของท่านผิดปกติแล้วมิกล้าเอ่ยกับข้าหรือเจ้าคะ!"

"ฟางลี่อิน! นี่ในหัวของเจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่"

"ก็ท่านไม่ยอมให้ข้าร่วมเตียง ทั้งยังบ่ายเบี่ยงมาตลอด จะให้ข้าคิดเช่นไรกันเจ้าคะ หากร่างกายท่านผิดปกติละก็ท่านสามารถเอ่ยกับข้าได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องเขินอายเลยนะเจ้าคะ ข้ารับได้!"

"ข้าปกติดีทุกอย่าง ฮูหยินอย่าได้เป็นกังวล" ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจก่อนจะเอ่ยกับนางอย่างอ่อนโยน

"แล้วเหตุใด..." ฟางลี่อินพยายามจะเอ่ยต่อ หากแต่ถูกอีกฝ่ายตอบกลับมาเสียก่อน

"ค่อยๆเรียนรู้กันไปเรื่อยๆก่อนเถิด เจ้ากับข้าเดิมทีก็ไม่เคยได้รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ให้ทุกๆอย่างค่อยๆเป็นไปตามธรรมชาติเถิด" ฟางลี่อินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ที่เขากล่าวมาก็ถูกคนเราไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนจะให้กระโจนเข้าหากันราวกับสัตว์ป่าบ้าเลือดก็ใช่ที่ เพียงแต่ตัวนางนั้นไม่ถือสาเพราะถูกใจใบหน้าอันหล่อเหลานี้จนยากจะถอนตัวเสียแล้ว ได้แต่พยักหน้าเข้าใจทั้งๆที่ในใจอยากจะคัดค้านยิ่งนัก 

"เช่นนั้นก็เอาตามที่ท่านว่าก็ได้เจ้าค่ะ"

"ขอบคุณฮูหยินที่เข้าใจข้า"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สวนผักของพระชายา   ตอนพิเศษ 6 2

    "แต่ข้าปรารถนาจะได้มันมาครอบครอง" สตรีผู้นั้นกล่าวอย่างต้องการเอาชนะ แท้จริงแล้วนางคือจางเหมยฮวา คุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีกรมคลังคนใหม่หญิงสาวเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อต้องการแต่งเข้าจวนเว่ยอ๋อง แต่เพราะบิดาไม่เห็นด้วยจึงได้หลบหนีจากจวนมาพร้อมกับองครักษ์ นางได้ยินว่าพระชายาเว่ยอ๋องนั้นไม่งดงามเท่านางและเมื่อได้ยลโฉมของอีกฝ่ายจางเหมยฮวาก็คิดว่าข่าวลือนั้นช่างไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย เพราะฟางลี่อินไม่ใช่ว่าไม่งดงามเท่านางหากแต่เทียบนางไม่ได้แม้แต่กระผีกเดียวด้วยซ้ำ"ข้าตกลงซื้อเครื่องดนตรีชิ้นนี้แล้ว ทั้งคนขายก็ยังตกลงแล้วว่าจะขายมันให้กับข้าไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้ไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรอกหรือจึงได้เสนอหน้าเข้ามาแย่งชิงสิ่งของของผู้อื่น" ฟางลี่อินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สตรีเช่นนี้ทั้งชีวิตของนางเจอมานักต่อนักดูท่านางคงไม่ได้ต้องการจะซื้อไวโอลินเครื่องนี้เพราะอยากจะได้จริงๆ เพียงแค่ต้องการอยากจะเอาชนะก็เท่านั้นเองวาจาตรงไปตรงมาของฟางลี่อินทำให้จางเหมยฮวารู้สึกโกรธจนควันออกหู เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจึงทำให้นางมองไม่เห็นหัวผู้ใดทั้งสิ้น เป็นพระชายาเว่ยอ๋องแล้วอย่างไร ยามนี้ก็อายุมาก

  • สวนผักของพระชายา   ตอนพิเศษ 6 1

    เจ็ดปีผ่านไปซานตงกลายเป็นเขตพื้นที่ที่แสนอุดมสมบูรณ์ จากเมื่อก่อนที่แสนแห้งแล้งชาวเมืองยากแค้นหลังจากที่เว่ยอ๋องใช้เวลากว่าสิบปีที่นี่ก็กลายเป็นเขตพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้เมืองหลวง ผู้คนต่างเดินทางไปมาเพื่อทำมาค้าขาย ชาวเมืองอยู่ดีกินดี มีเนื้อให้กิน มีผักให้ปลูก ยามหน้าหนาวก็มีถ่านให้ใช้ ยามหน้าร้อนก็ยังมีน้ำแข็งให้ได้ลอง ทุกอย่างล้วนเกิดจากแรงกายที่มุ่งหวังที่จะให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเว่ยอ๋องทั้งสิ้นนอกจากสินค้าทุกอย่างจะถูกตรวจสอบเพื่อกำหนดไม่ให้มีราคาที่แพงเกินไปแล้ว หากร้านค้าใดที่จำหน่ายสินค้าแพงเกินคุณภาพจะต้องถูกปรับและจะต้องถูกยึดใบอนุญาตค้าขายอีกด้วยท่าเรือก็มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับชาวโพ้นทะเลของแปลกตาหลายสิ่งหลายอย่างอย่างถูกนำมาจัดวางขาย หากสิ่งใดที่เป็นที่คุ้นตาในโลกก่อนก็มักจะถูกฟางลี่อินซื้อมาเก็บไว้ที่จวน ตัวอย่างเช่นเครื่องดนตรี ทำให้เว่ยอ๋องต้องสั่งช่างไม้ให้สร้างเรือนหลังใหม่ให้กับนางเพื่อเอาไว้ใช้เก็บข้าวของเหล่านี้โดยเฉพาะ"พระชายาเพคะ มีข่าวลือว่าวันนี้เรือของชาวโพ้นทะเลจะเทียบท่าเจ้าค่ะ" หลันซีเอ่ยรายงานให้นายหญิงของตนได้ทราบ"จริงหรื

  • สวนผักของพระชายา   ตอนพิเศษ 5 2

    "ท่านอย่ามาล้อข้าเล่นนะ! " หญิงสาวเริ่มจะมีโทสะจริงๆ เสียแล้ว เจียงสือที่เห็นท่าทีที่เข้าใจยากของสตรีตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาเกี้ยวนางมานานเกือบปีแล้วแต่ดูเหมือนนางจะไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด"เหตุใดข้าต้องล้อเล่น เอาละ ตาข้าถามเจ้าบ้าง เจ้ากำลังคิดที่จะแต่งงานเช่นนั้นหรือ? " หลี่เซียงมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจหากแต่ก็ตอบไปตามจริง"ถูกต้องแล้ว""เจ้าคิดจะแต่งกับผู้ใด" เจียงสือเอ่ยถามนางด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นหลี่เซียงจึงนั่งลงที่บนเก้าอี้ที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะน้ำชา"ผู้ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรักข้าขอเพียงให้เกียรติข้าและยินยอมให้ข้าทำทุกสิ่งได้ตามใจต้องการก็พอ" หญิงสาวเอ่ยอย่างจริงจัง นางไม่ได้ต้องการความรัก นางต้องการเพียงอิสระที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่นางต้องการ สามีจะมีอนุภรรยาสักกี่คนก็ล้วนได้ทั้งหมด ขอเพียงเขายังคงให้เกียรตินางในฐานะภรรยาและยินยอมให้นางทำสิ่งใดก็ได้อย่างอิสระ เท่านั้นก็นับว่าดีพอแล้ว"เช่นนั้นก็แต่งกับข้า" เจียงสือเอ่ยออกมาตามจริงโดยไม่ต้องคิดให้มากความ เดิมทีเขาเองก็ชอบพอนางอยู่แล้ว เรื่องตามใจนั้นก็ล้วนเป็นที่แน่นอนหากนางต้อง

  • สวนผักของพระชายา   ตอนพิเศษ 5 1

    พักหลังมานี้หลี่เซียงใช้เวลาทุ่มเทฝึกฝนน้องชายให้กลายเป็นผู้นำตระกูลที่เข้มแข็งในภายหน้าทำให้นางแทบจะไม่มีเวลาดูแลตนเองเลย โชคดีที่ได้เคล็ดลับการบำรุงผิวมาจากพระชายาเว่ยอ๋อง ทำให้แม้ว่านางจะตรากตรำทำงานหนักนอนดึกเพียงใดรอยเหี่ยวย่นก็ไม่สามารถทำร้ายนางได้แม้แต่น้อย"คุณหนูเจ้าคะ น้ำมันแกะนี้ดียิ่งเจ้าค่ะบ่าวรู้สึกว่าผิวของท่านดูเหมือนจะขาวผ่องขึ้นกว่าเดิมมากนัก" สาวใช้ของหลี่เซียงเอ่ยชม"ข้าก็คิดเช่นนั้น เจ้าว่าหากว่าเรานำมาขายคงจะได้กำไรดีไม่น้อยเพียงแต่ต้นทุนสูงยิ่งทั้งยังมีจำนวนจำกัด""คุณหนูท่านเก็บเอาไว้ใช้เองดีกว่าเจ้าค่ะ" สาวใช้เอ่ยตามจริงของมีไม่มากทั้งยังราคาแพงมิสู้ให้คุณหนูของนางเก็บเอาไว้บำรุงตนเองดีเสียกว่า"อื้ม เสียดายยิ่ง ข้าคิดว่าจะหากำไรจากมันได้อีกมากเสียอีก เอ้อ! จริงสิข้าว่าข้าเดินทางขึ้นเหนือสักครั้งดีกว่า""จะดีหรือเจ้าคะ? ผู้ใดก็รู้ว่าแดนเหนือนั้นมีแต่หิมะทั้งยังหนาวเย็นตลอดทั้งปีระยะทางก็ไกลแสนไกล ผู้อาวุโสในตระกูลจะต้องไม่เห็นด้วยเป็นแน่เจ้าค่ะ""เฮ้อ! ข้าอยากจะมีอิสระบ้าง" อยู่ ๆ หลี่เซียงก็ตะโกนออกมาเสียงไม่เบานัก นางเบื่อที่จะต้องมานั่งคำนวณบัญชีในทุกๆ วันค

  • สวนผักของพระชายา   ตอนพิเศษ 4 2

    เดินทางมานานกว่าสองชั่วยามสุดท้ายก็มาถึงชายป่าแห่งหนึ่งทั้งสองก็ต้องลงเดินอีกราวครึ่งชั่วยาม ก่อนจะถึงที่พักที่เป็นเรือนที่ตั้งอยู่บนหุบเขา เส้นทางไม่ได้ลำบากราวกับถูกเตรียมไว้เป็นอย่างดี เรือนไม้ไผ่งดงามเหมือนพึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ไม่นานนี้ ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าดอกเหมยที่กินพื้นที่เรือนโดยรอบทั้งหมด ฟางลี่อินที่เห็นที่นี่เป็นครั้งแรกก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก ที่นี่งดงามมากจริงๆ ทั้งยังเงียบสงบอีกต่างหาก"เรือนผู้ใดหรือเจ้าคะ?" หญิงสาวหันไปเอ่ยถามสามี"ของเจ้า""ของข้า? " เมื่อได้ยินว่าเป็นเรือนที่ชายหนุ่มสร้างไว้เพื่อนาง หญิงสาวจึงรู้สึกทั้งประหลาดใจและยินดียิ่ง ก่อนจะนึกว่าเขาเอาเวลาใดมาสร้างเรือนที่งดงามเช่นนี้ให้กับนาง เหตุใดนางจึงไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย"อื้ม เข้าไปข้างในกันเถิด""เจ้าค่ะ"ภายในเรือนมีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่พอประมาณ เดินผ่านฉากกั้นเข้าไปก็เป็นในส่วนของเตียงนอนที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สามารถนอนได้สองคนพอดิบพอดี"ชอบหรือไม่? " เว่ยอ๋องเดินเข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลังก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ซอกคอของหญิงสาวทำเอาฟางลี่อินถึงกับขนลุกเกรียว ท่าทางเช่นนี้นางย่อมเข้าใจได้ดีว่าชา

  • สวนผักของพระชายา   ตอนพิเศษ 4 1

    หลังจากที่ตลอดสามเดือนนั้นไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม สุดท้ายแล้วเว่ยอ๋องก็ได้มีวันเวลาดีๆ เช่นผู้อื่นเสียที ใครกันที่กล่าวว่าการเป็นอ๋องปกครองนั้นสุขสบายเขาอยากจะจับพวกมันมาทำงานแทนเขายิ่งนัก แต่แม้จะไม่ได้สุขสบายเช่นอยู่ในเมืองหลวงก็ตาม หากแต่มีอิสระอย่างที่เมืองหลวงไม่สามารถมีได้ ชายหนุ่มกำลังนอนหนุนอยู่บนตักของภรรยา ในขณะที่ฟางลี่อินกำลังใช้ไม้ปลายขนนกทำความสะอาดหูให้เขา เว่ยอ๋องสั่งให้แม่นมนำตัวจิ้นฝูซานไปดูแลเพราะวันนี้เขาต้องการอยู่กับภรรยาเพียงลำพังโดยที่ไม่มีผู้ใดมาขัดขวาง หากเจ้าก้อนกลมนั่นอยู่ด้วยภรรยาก็จะเอาแต่ดูแลบุตรชายและละเลยเขาในที่สุด"เหล่ากง เหตุใดวันนี้จึงได้ว่างได้เจ้าคะ?" นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย"จัดการกับกลุ่มค้าเกลือเถื่อนเสร็จก็ส่งมอบคนให้เจียงสือนำตัวพวกเขาเข้าเมืองหลวงไปแล้ว""แล้วท่านไม่ต้องไปด้วยหรอกหรือเจ้าคะ? ""ไม่ต้องหรอก"เว่ยอ๋องตอบภรรยาในขณะที่ดวงตาของเขายังปิดสนิท"คุณชายเจียงนี่ ใช่คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงหรือไม่? " เมื่อเว่ยอ๋องได้ยินภรรยาเอ่ยถามถึงบุรุษอื่น ดวงตาคมเข้มก็เบิกกว้างขึ้นในทันที ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับจดจ้องมาที่หญิงสาวพร้อมกับกลิ่นน้

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 52

    หลังจากที่ฟางลี่อินตั้งครรภ์ได้ราวสี่เดือน หญิงสาวก็คิดว่าตนเองควรตอบรับเทียบเชิญสักใบจึงได้ให้ต้วนกงกงส่งตอบรับเทียบเชิญหนึ่ง ซึ่งเป็นงานเลี้ยงของฮูหยินผู้เฒ่าเจียงผู้เป็นมารดาของแม่

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 9

    สองสามีทานสำรับเย็นพร้อมกันฟางลี่อินยังคงเอาอกเอาใจสามีเช่นเคย เว่ยอ๋องไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาวเพราะคิดว่าอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยากันเขาไม่ควรทำร้ายจิตใจของนางด้วยคว

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 8

    ทางด้านฟางลี่อินที่หลังจากกลับมาจากเรือนของสามีก็เอาแต่ยิ้มอารมณ์ดีทั้งวัน นางสั่งให้โรงครัวเตรียมทำมือเย็นแสนอร่อยเอาไว้รอท่าสามีหลังจากที่เขาตื่น เย็นนี้จะได้ทานอาหารด้วยกัน

  • สวนผักของพระชายา   ตอนที่ 7

    หลายวันที่ชายหนุ่มไม่อยู่ที่จวนอ๋อง ฟางลี่อินได้เข้ามาคอยดูแลความเป็นอยู่ทุกอย่างของจวนแห่งนี้ ก่อนที่นางจะได้รู้ว่าสามีของนางช่างเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายเหลือเกิน เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่นั้นก็มีเพียงไม่กี่ชุด แม้จะมีชุดที่ประณีตและถูกตัดเย็บอย่างดีส่งมาจากวังหลวงหากแต่น้อยครั้งนักที่จะถูก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status