LOGINสองสามีทานสำรับเย็นพร้อมกันฟางลี่อินยังคงเอาอกเอาใจสามีเช่นเคย เว่ยอ๋องไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาวเพราะคิดว่าอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยากันเขาไม่ควรทำร้ายจิตใจของนางด้วยความเย็นชา ก่อนจะฝืนยิ้มให้นางทุกครั้งที่อีกฝ่ายพยายามคีบอาหารที่นางชอบให้เขาลิ้มรส ก่อนที่เขาจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจะต้องคีบทุกอย่างที่นางชอบให้เขาลิ้มรสด้วยนะ! เหตุใดนางจึงไม่กินเสียเอง ชายหนุ่มแอบกลอกตาหลายครั้งหากแต่ก็ยังกินทุกอย่างที่นางคีบให้โดยไม่บ่น
หลังจากที่รับสำรับเย็นกันเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทั้งสองควรจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่เรือนของตนเอง หากแต่ฟางลี่อินมิได้ทำเช่นนั้นนางยังคงเดินตามชายหนุ่มกลับมาที่เรือนของเขา เว่ยอ๋องมองดูร่างบางของหญิงสาวด้วยแววตางุนงง ก่อนจะเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ฮูหยิน เหตุใดจึงเดินตามข้ามา หรือว่าเจ้ามีสิ่งใดจะสนทนากับข้างั้นหรือ"
"เปล่าเจ้าคะ ข้ากำลังจะกลับไปพักผ่อน" เว่ยอ๋องมองซ้ายมองขวาก่อนจะเอ่ยต่อ
"มิใช่ว่าเรือนของเจ้าอยู่ทางด้านโน้นหรอกหรือ" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
"เอ๋!" ฟางลี่อินอุทานออกมาพร้อมกับสีหน้างุนงง
"ฮูหยิน! เจ้าเป็นอันใดงั้นหรือ"
"มิใช่ว่าข้าต้องนอนห้องเดียวกับท่านหรอกหรือเจ้าคะ" ฟางลี่อินเอ่ยออกมาหน้าตาเฉยพร้อมกับทำตาโตด้วยความแปลกใจ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม
"เอ่อ..." เว่ยอ๋องที่ได้ยินเช่นนั้นก็ราวกับถูกชกเข้าที่ท้องอย่างแรงทำให้จุกจนกล่าวสิ่งใดไม่ออก
"สามีภรรยาเหตุใดต้องแยกห้องนอนด้วยหรือเจ้าคะ" ฟางลี่อินไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจ หากแต่นางตีมึนเพียงเท่านั้น
"เจ้า... ต้องการนอนห้องเดียวกันกับข้า" ชายหนุ่มเอ่ยทบทวนความต้องการของหญิงสาวอย่างช้าๆ พร้อมกับชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง
"เจ้าค่ะ"
"คือข้า... ข้า" ชายหนุ่มตั้งใจจะปฏิเสธนางหากแต่ไม่รู้ว่าเขาควรจะเอ่ยคำพูดเช่นไรกับนางดีที่จะไม่ให้หญิงสาวเสียหน้า ฟางลี่อินเองก็พอดูออกนางคิดเอาไว้แล้วว่าสามีของนางจะต้องปฏิเสธอย่างแน่นอน เพียงแต่นางแค่อยากจะลองตีมึนดูสักครั้งและเมื่อเห็นท่าทางอึดอัดใจของเขาหญิงสาวก็เข้าใจได้ในทันที ก่อนจะแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนออกมา
ฮ่าๆ ฮ่าๆ
"เหล่ากง! ข้าเพียงกลั่นแกล้งท่านเล่นเท่านั้น เอาละ...ข้ากลับเรือนของข้าดีกว่า ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ ฝันดีนะเจ้าคะ" พูดจบฟางลี่อินก็โน้มตัวเข้าหาอีกฝ่ายแต่เพราะเว่ยอ๋องรูปร่างสูงใหญ่ทำให้นางต้องเขย่งฝ่าเท้าขึ้นก่อนจะแนบริมฝีปากจุมพิตที่แก้มของเขาเป็นการบอกลาฝันดีในแบบของนาง ทำเอาชายหนุ่มที่ยังไม่ทันตั้งตัวถึงกับตัวแข็งทื่อแต่เมื่อตั้งสติได้และคิดจะว่ากล่าวนาง หญิงสาวก็เผ่นแน่บไปไกลเสียแล้ว
"จะ เจ้า..." ในยามนั้นมือหนาก็ยกขึ้นลูบที่แก้มก่อนจะสัมผัสได้ถึงร่องรอยความอุ่นซ่านของหญิงสาวยังคงไม่จางหาย
ทางด้านฟางลี่อินที่รีบหนีออกมาได้ไกลพอสมควรก่อนจะวิ่งไปหลบอยู่หลังต้นไม้ พร้อมกับมองซ้ายแลขวาให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้ติดตามมาด่านางก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นกุมที่หน้าอกซ้ายทั้งยังสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รุนแรงมากกว่าปกติ พร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอบกุมที่ใบหน้าแล้วยกยิ้มอย่างมีความสุข เอาละวันนี้นางหลอกกินเต้าหู้สามีได้แล้ว เช่นนั้นก็คงหลับฝันดีแล้ว คิดเช่นนั้นฟางลี่อินก็เดินฮัมเพลงช้าๆกลับเรือนของนางด้วยความอิ่มเอมหัวใจ
ในค่ำคืนนี้ยังคงเป็นฟางลี่อินที่นอนหลับอย่างสุขสบาย ต่างจากชายหนุ่มที่นอนมองเพดานห้องด้วยดวงตาที่ค้างเติ่ง ความคิดเอาแต่วนเวียนคิดถึงสัมผัสของหญิงสาวตลอดทั้งคืน
เช้าวันต่อมา
เพราะเหตุการณ์เมื่อวานนี้ทำให้เว่ยอ๋องไม่กล้าสู้หน้าฟางลี่อิน ในยามเช้าหญิงสาวมาหาเขาแต่เช้าหากแต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกของนางก็ทำให้เขาแทบสะดุ้ง
"เหล่ากง! ท่านตื่นแล้วหรือ..." ฟางลี่อินยังพูดไม่ทันจบคำชายหนุ่มก็เดินตัวปลิวเข้าห้องตำราไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสั่งองครักษ์ว่าวันนี้มีภารกิจสำคัญไม่อนุญาตให้ใครเข้าพบ ก่อนที่นางจะเอ่ยอย่างไม่ทุกข์ร้อน
"ได้! เหล่ากง เดี๋ยวข้ามาหาท่านใหม่นะเจ้าคะ" พูดจบนางก็เดินอารมณ์ดีกลับเรือนไปในทันที
ยามอู่ (11.00น.-12.59น.)
ฟางลี่อินก็กลับมาอีก ในขณะนั้นชายหนุ่มก็ออกมาจากห้องตำราพอดี เมื่อหญิงสาวพบหน้าสามีก็ยกมือขึ้นโบกไม้โบกมืออย่างดีใจที่เห็นเขาทำงานเสร็จแล้ว
"เหล่ากง! ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ" ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางทั้งหลาย พวกเขาต่างพากันอมยิ้ม ที่แท้พระชายาก็งดงามถึงเพียงนี้มิน่าเล่ายามที่ปรึกษาหารือกัน ท่านอ๋องจึงดูไม่ค่อยมีสมาธิเท่าที่ควร ที่แท้ก็คิดถึงพระชายาอยู่นี่เอง พวกเขาต่างคำนับหญิงสาวอย่างนอบน้อม
"คารวะพระชายา ยินดีกับท่านอ๋องด้วยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาช่างงดงามยิ่งนัก"
"คารวะทุกท่านเจ้าค่ะ"
"มิกล้าๆ เชิญพระชายากับท่านอ๋อง พวกกระหม่อมไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของท่านทั้งสองแล้ว"
"เอ่อ... ทุกท่านเดินทางปลอดภัย" เว่ยอ๋องได้แต่เอ่ยลาเหล่าขุนนาง
"กระหม่อมทูลลา" ทั้งสองฝ่ายต่างคารวะซึ่งกันและกัน ท่ามกลางรอยยิ้มของเหล่าขุนนาง ไม่เพียงเท่านั้นหากแต่คนที่ยิ้มกว้างที่สุดเห็นจะเป็นฟางลี่อินที่ถูกชมว่างดงามเป็นครั้งแรก ก็ในยามที่อยู่ตระกูลฟางพี่สาวทั้งสองของนางงดงามเป็นเลิศทำให้สตรีเช่นนางดูธรรมดาที่สุด แต่ในยามนี้มีเพียงนางผู้เดียวฟางลี่อินจึงดูเหมือนงดงามยิ่ง หลังจากที่คนเหล่านั้นกลับไปแล้วหญิงสาวยังหันกลับมาเอ่ยกับสามีอย่างภูมิใจหนักหนา
"เหล่ากง! ข้างดงามหรือไม่" ฟางลี่อินใช้สองมือกุมที่ใบหน้าของนางแย้มยิ้มในท่วงท่าที่คิดว่าตนเองงดงามที่สุดแล้วหันไปเอ่ยถามสามีอย่างมั่นใจ
"สิ่งใดทำให้เจ้าคิดเช่นนั้นกัน!" ชายหนุ่มที่เห็นสีหน้าภูมิใจของหญิงสาวก็นึกอยากกลั่นแกล้งนางขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยถามนางกลับไป นอกจากฟางลี่อินจะไม่โกรธแล้วยังกล่าวต่อ
"ก็พวกเขากล่าวเมื่อครู่นี้อย่างไรเล่า ท่านก็ได้ยินไม่ใช่หรือ" พูดจบฟางลี่อินก็กะพริบตาขึ้นลงเร็วๆราวกับกำลังพยายามสวย
"หึ พวกเขาก็เพียงกล่าวไปเช่นนั้นเอง"
"แต่ข้าว่าไม่จริงหรอก ข้าก็ว่าข้าก็งามอยู่นะเจ้าคะ" ฟางลี่อินเอ่ยออกมาอย่างไม่อายปาก ทำเอาชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้ากับความมั่นใจของนาง
"อืม เจ้าก็คงจะงดงามอยู่เพราะที่จวนแห่งนี้มีเจ้าเพียงผู้เดียวนี่น่ะ" ชายหนุ่มกล่าวจบก็เดินจากไป ก่อนจะทิ้งให้หญิงสาวยืนงงอยู่เพียงลำพัง
"นี่เหล่ากงชมข้างั้นหรือ ผูเถาท่านอ๋องชมข้าใช่หรือไม่" ฟางลี่อินหันไปถามสาวใช้คนสนิท ผูเถาที่ยืนอยู่เงียบๆมานานถึงกับแอบหลั่งน้ำตา นางควรจะตอบนายสาวว่าอย่างไรดี ท่านอ๋องเองก็ช่างสรรหาเรื่องราวนัก! จะชมคุณหนูของนางตรงๆเลยมิได้หรืออย่างไรกัน
"เจ้าค่ะ งามมากเจ้าค่ะ"
"เจ้าปากหวานนัก! ไป ไปกินข้าวกัน"
"..." ผูเถาเองก็หมดคำจะกล่าวกับนายสาวของนาง
"เหล่ากง! รอข้าด้วยเจ้าค่ะ" ก่อนที่ฟางลี่อินจะหันมาสนใจสามีของนางอีกครั้ง
หลังจากที่ทานสำรับเที่ยงกันเสร็จ ชายหนุ่มก็กลับไปทำงานของเขาอีกครั้ง หญิงสาวได้แต่มองตามร่างสูงของสามีหายลับไปในห้องตำรา นางเองก็กลับไปดูแลสวนผักของนางและในทุกๆวันก็เป็นเช่นนี้เสมอ จนกระทั่งสวนผักของหญิงสาวเริ่มเติบโตและเริ่มเข้าสู่การเก็บเกี่ยว ผักที่งดงามถูกเก็บเกี่ยวอย่างดีพร้อมกับจัดส่งไปยังจวนของขุนนางในท้องที่ทุกจวนตามคำสั่งของหญิงสาว หลังจากแจกจ่ายไปจนครบแล้วก็ยังคงเหลือผักอีกมาก ฟางลี่อินคิดที่จะมีร้านผักเป็นของตัวเอง หากแต่นางยังไม่เคยออกไปสำรวจตลาดในเมืองเลยสักครั้งตั้งแต่มาที่ซานตงแห่งนี้ฟางลี่อินยังไม่เคยออกจากจวนอ๋องเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะในทุกๆวันนอกจากดูแลแปลงผักแล้วหญิงสาวก็เอาแต่ตามติดชีวิตสามี ซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาก็มักจะทำตัวยุ่งแทบจะตลอดเวลา
ในเช้าวันหนึ่งที่หญิงสาวทานสำรับเช้าเสร็จก็ได้เอ่ยกับผิงเซียว
"ผิงเซียว เจ้าช่วยพาข้าออกไปตลาดได้หรือไม่"
"พระชายาต้องการสิ่งใดหรือเจ้าคะ ให้บ่าวไปจัดการให้ดีหรือไม่" ฟางลี่อินส่ายหน้า นางอยากจะไปด้วยตนเองมากกว่า
"ข้าอยากไปด้วยตนเอง ได้หรือไม่"
"ได้เจ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวจะไปเรียนท่านอ๋องให้ท่านเอง"
"อื้ม ไปกันเลยได้หรือไม่"
"เจ้าค่ะ เช่นนั้นพระชายาทรงรอบ่าวสักครู่เถิด บ่าวจะไปแจ้งคนบังคับม้า"
"ได้ เจ้าไปเถิด"
ฟางลี่อินที่คิดว่าสามีของนางจะดีกับนางแค่เมื่อวานเสียอีก มาวันนี้อยู่ ๆผิงเซียวก็รีบมารายงานแต่เช้าว่าท่านอ๋องให้ผิงเซียวมาถามนางว่า นางต้องการไปยังหมู่บ้านชาวประมงกับเขาหรือไม่ ฟางลี่อินที่เหมือนจะยุ่งในตอนแรกก็ทำตัวให้กลายเป็นคนว่างงานเสียอย่างนั้น พร้อมกับตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเลแม้ว่าในใจจะแอบคิดว่าชายหนุ่มอาจจะล่อลวงนางไปฆ่าแล้วโยนทิ้งทะเลก็ได้นะ หึหึ"เหล่ากง!" เสียงสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของฟางลี่อินดังขึ้น พร้อมกับท่าทางโบกไม้โบกมือขณะที่มองเห็นชายหนุ่มยืนรออยู่ที่หน้าจวน ชายหนุ่มเพียงยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ"เหล่ากง! ท่านรอข้านานหรือไม่เจ้าค่ะ"
"เอาละ! เช่นนั้นมาพูดถึงธุระของข้ากันเถิด""เชิญฮูหยินกล่าวมาได้เลย""ข้าคิดที่จะเปิดสมาคมการค้าเกษตรกรรมและพืชผล เจ้าค่ะ""สมาคมการเกษตรกรรมและพืชผลงั้นหรือ""ถูกต้องเจ้าค่ะ โดยที่มีข้าเป็นหัวเรือใหญ่ในสมาคม จัดตั้งขึ้นก็เพื่อเปิดรับซื้อสินค้าและผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านในราคาที่ยุติธรรม ก่อนจะนำ
ผิงเซียวแจ้งความประสงค์ว่าพระชายาต้องการออกไปเดินเล่นในเมือง จิ้นฝานเห็นว่าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกอย่างหญิงสาวคงจะรู้สึกเบื่อที่เอาแต่ตามติดเขาจึงต้องการเปิดหูเปิดตานอกจวนเสียบ้างจึงได้อนุญาต พร้อมกับสั่งการองครักษ์ให้คอยติดตามเพื่ออารักขาภรรยาอย่างดี ผิงเซียวมองเห็นถึงความใส่ใจของท่านอ๋องที่มีต่อพระชายาก็ถึงกับลอบยกยิ้มกับองครักษ์คนสนิทของเขาฟางลี่อินได้ออกจากจวนเป็นครั้งแรกสมใจ โดยมีเหล่าองครักษ์ที่คอยติดตามพร้อมกับสาวใช้คนสนิทอย่างผูเถาและผิงเซียว ภายในเมืองซานตงผิงเซียวเล่านี้เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิมเพราะพัฒนาขึ้นมากจำนวนชาวเมืองก็เพิ่มมากขึ้น แหล่งการค้าก็หลากหลายมากขึ้น ที่นี่ติดกับตลาดท่าเรือที่เว่ยอ๋องได้พัฒนาให้เหล่าพ่อค้าสามารถขึ้
สองสามีทานสำรับเย็นพร้อมกันฟางลี่อินยังคงเอาอกเอาใจสามีเช่นเคย เว่ยอ๋องไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของหญิงสาวเพราะคิดว่าอย่างไรทั้งคู่ก็เป็นสามีภรรยากันเขาไม่ควรทำร้ายจิตใจของนางด้วยความเย็นชา ก่อนจะฝืนยิ้มให้นางทุกครั้งที่อีกฝ่ายพยายามคีบอาหารที่นางชอบให้เขาลิ้มรส ก่อนที่เขาจะคิดในใจว่าเหตุใดนางจะต้องคีบทุกอย่างที่นางชอบให้เขาลิ้มรสด้วยนะ! เหตุใดนางจึงไม่กินเสียเอง ชายหนุ่มแอบกลอกตาหลายครั้งหากแต่ก็ยังกินทุกอย่างที่นางคีบให้โดยไม่บ่นหลังจากที่รับสำรับเย็นกันเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่ทั้งสองควรจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนที่เรือนของตนเอง หากแต่ฟางลี่อินมิได้ทำเช่นนั้นนางยังคงเดินตามชายหนุ่มกลับมาที่เรือนของเขา เว่ยอ๋องมองดูร่างบางของหญิงสาวด้วยแววตางุนงง ก่อนจะเอ่ยถามนางด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ทางด้านฟางลี่อินที่หลังจากกลับมาจากเรือนของสามีก็เอาแต่ยิ้มอารมณ์ดีทั้งวัน นางสั่งให้โรงครัวเตรียมทำมือเย็นแสนอร่อยเอาไว้รอท่าสามีหลังจากที่เขาตื่น เย็นนี้จะได้ทานอาหารด้วยกันแปลงผักของฟางลี่อินเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากว่าเก้าส่วน หลายวันมานี้ทุกคนในจวนต่างขยันขันแข็งมาก ทั้งยังรู้สึกสนุกสนานไม่น้อย พวกเขารู้สึกว่าหลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่ท่านอ๋องพาพระชายากลับมายังจวนอ๋องแห่งนี้ ที่นี่ก็ไม่ได้เงียบเหมาอีกต่อไป พระชายาลี่อินเองก็ใจดีกับบ่าวไพร่ยิ่งนักสองสามวันแรกก็เรียกพวกเขาออกมารวมตัวกันทั้งยังแจกจ่ายเงินตำลึงให้พวกเขาคนละสองตำลึง ก่อนจะเอ่ยขอบคุณที่พวกเขาช่วยดูแลจวนอ๋องและท่านอ๋องเป็นอย่างดี แม้ว่าจวนอ๋องจะอยู่กันอย่างเรียบง่ายเช่นนี้ก็ตาม ต่อมาพระชายายังให้พี่ผิงเซียวแจกจ่ายชุดใหม่คนละสองชุดเป็นของขวัญทำเอาบ่าวไพร่ปลาบปลื้มกันถ้วนหน้า ภายใ
หลายวันที่ชายหนุ่มไม่อยู่ที่จวนอ๋อง ฟางลี่อินได้เข้ามาคอยดูแลความเป็นอยู่ทุกอย่างของจวนแห่งนี้ ก่อนที่นางจะได้รู้ว่าสามีของนางช่างเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้อย่างเรียบง่ายเหลือเกิน เสื้อผ้าที่เขาชอบใส่นั้นก็มีเพียงไม่กี่ชุด แม้จะมีชุดที่ประณีตและถูกตัดเย็บอย่างดีส่งมาจากวังหลวงหากแต่น้อยครั้งนักที่จะถูกหยิบยกออกมาใส่ ซึ่งฟางลี่อินก็ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำตัวยากจนเช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใดกัน หญิงสาวหยิบยกเสื้อผ้าแต่ละตัวของสามีออกมาก็ได้แต่ส่ายหน้ากับตัวเองเบาๆพร้อมกับคิดในใจผู้เดียวว่า(สามีผู้น่าสงสารของข้า!)ฟางลี่อินสั่งให้สาวใช้ของนางนำผ้าที่นำมาจากหีบสินเดิมเพื่อเอามาตัดเย็บชุดใช้ชายหนุ่มอยู่หลายชุด ส่วนขนาดตัวก็วัดจากชุดเดิมที่เขาใส่ประจำใช้เวลาไม่กี่วันก็แล้วเสร็จไปสามถึงสี่ชุด หญิงสาวสังเกตว่าชายหนุ่มนั้นไม่ค่อยชื่นชอบเสื้อผ้าที่มีลวดลายมากนักนางจึงเลือกที่จะปักลายเฉพาะบางจุดเท่านั้นหลายวันต่อมาเว่ยอ๋องกลับจากต่างเมืองหลังจากไปจัดการธุระเสียหลายวัน แท้จริงแล้วเขามีกำหนดกลับจวนตั้งแต่สามวันก่อนหากแต่มีเรื่องบางอย่างติดขัดทำให้ไม







