Se connecterทางด้านฟางลี่อินที่หลังจากกลับมาจากเรือนของสามีก็เอาแต่ยิ้มอารมณ์ดีทั้งวัน นางสั่งให้โรงครัวเตรียมทำมือเย็นแสนอร่อยเอาไว้รอท่าสามีหลังจากที่เขาตื่น เย็นนี้จะได้ทานอาหารด้วยกัน
แปลงผักของฟางลี่อินเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากว่าเก้าส่วน หลายวันมานี้ทุกคนในจวนต่างขยันขันแข็งมาก ทั้งยังรู้สึกสนุกสนานไม่น้อย พวกเขารู้สึกว่าหลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่ท่านอ๋องพาพระชายากลับมายังจวนอ๋องแห่งนี้ ที่นี่ก็ไม่ได้เงียบเหมาอีกต่อไป พระชายาลี่อินเองก็ใจดีกับบ่าวไพร่ยิ่งนักสองสามวันแรกก็เรียกพวกเขาออกมารวมตัวกันทั้งยังแจกจ่ายเงินตำลึงให้พวกเขาคนละสองตำลึง ก่อนจะเอ่ยขอบคุณที่พวกเขาช่วยดูแลจวนอ๋องและท่านอ๋องเป็นอย่างดี แม้ว่าจวนอ๋องจะอยู่กันอย่างเรียบง่ายเช่นนี้ก็ตาม ต่อมาพระชายายังให้พี่ผิงเซียวแจกจ่ายชุดใหม่คนละสองชุดเป็นของขวัญทำเอาบ่าวไพร่ปลาบปลื้มกันถ้วนหน้า ภายในระยะเวลาเจ็ดวันจวนอ๋องแห่งนี้ก็แทบจะกลายเป็นจวนของพระชายาลี่อินไปเสียแล้ว ไม่เพียงแต่บ่าวไพร่ที่ทำงานแทบจะถวายหัวแม้แต่เจ้าฟู่ฟู่สุนัขของท่านอ๋องเองก็ทำตัวติดกับพระชายาทุกวัน
"หงิงๆ" (ฟางฟาง ข้ามาแล้ว) เจ้าฟู่ฟู่หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการเดินตามฟางลี่อินทั้งวันก็นอนหลับเป็นตายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เมื่อมันตื่นขึ้นมาก็รีบกระดิกหางเข้าไปรายงานตัวต่อเจ้านายคนใหม่ทันที
"ฟู่ฟู่ เจ้าตื่นแล้วหรือ! ดูสิ เนื้อตัวมอมแมมเสียแล้ว" ฟางลี่อินที่แต่เดิมรังเกียจและหวาดกลัวสุนัขเป็นที่สุด หากแต่เจ้าฟู่ฟู่เองก็เหมือนจะรู้ ยามที่มันพยายามจะเข้าใกล้นางในตอนแรกก็ทำท่าทางอ่อนโยน ไม่กระโจนหรือส่งเสียงเห่าให้นางตกใจ เอาแต่หมอบคลานเข้าหานางพร้อมกับเกลือกกลิ้งไปมาราวกับออดอ้อน ฟางลี่อินเห็นถึงความตัวยักษ์ เอ้ย น่ารักของมันจึงได้ใจอ่อนยอมลูบหัวจากนั้นก็เริ่มสัมผัสมันมากขึ้นทำให้ความหวาดกลัวในใจของนางค่อยๆจางไป จนกระทั่งผ่านไปหลายวันก็เริ่มไม่หวาดกลัวเจ้าหมายักษ์ตัวนี้แล้ว
"หงิงๆ" (ฟางฟาง อาบน้ำให้ข้าหน่อย) ฟู่ฟู่ที่ได้ยินฟางลี่อินเอ่ยเช่นนั้นก็เอาตัวเองเกลือกกลิ้งไปกับพื้นแล้วเอาหลังของมันถูๆไปกับพื้นจากนั้นก็เดินเข้าไปคาบชายกระโปรงของหญิงสาวให้ตรงไปยังลำธารน้ำใสด้านหลังสวนผัก
"เจ้าอยากอาบน้ำงั้นหรือ"
"หงิงๆ" (ใช่ๆ ฟางฟางข้าอยากอาบน้ำ อาบน้ำให้ข้าที!)
"พระชายาให้บ่าวอาบน้ำให้ฟู่ฟู่เองเถิดขอรับ" บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เจ้าฟู่ฟู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจ มันเห่าบ่าวรับใช้ผู้นั้นสองทีแล้ววิ่งวนไปมาก่อนจะเอาตัวเข้าไปถูกไถกับหญิงสาวอย่างออดอ้อน
"หึ เจ้าฟู่ฟู่ มากแผนการเกินไปแล้ว หวังจะให้พระชายาอาบน้ำให้" ผูเถาเอ่ยขึ้นอย่างหมั่นไส้ ทำเอาบ่าวรับใช้ต่างพากันหัวเราะอย่างเห็นด้วยในความมากแผนการของเจ้าฟู่ฟู่
"เอาละๆ ไปกันข้าจะอาบน้ำให้เจ้าเอง แต่เจ้าตัวโตเช่นนี้คงต้องใช้เวลานานเป็นแน่!"
"หงิงๆ" (ฟางฟางไปกัน ฟางฟางเร็วเข้า) ฟู่ฟู่วิ่งนำหน้าหญิงสาวไปยังลำธารพร้อมกับเห่าหนึ่งครั้งแล้วก็วิ่งมาหยุดที่หน้าหญิงสาวก่อนจะวิ่งกลับไปที่ลำธารราวกับกำลังเร่งให้ฟางลี่อินเดินเร็วๆ
"เจ้าช่างเอาแต่ใจนัก เหมือนผู้ใดกัน! เหมือนเจ้าของเจ้าใช่หรือไม่" ฟางลี่อินเอ่ยพร้อมกับหัวเราะ นางนึกไปถึงชายตัวโตเช่นสามีที่คิดสิ่งใดมักจะวางแผนเอาไว้ในใจ หากแต่ก็มีความเอาแต่ใจให้เห็นอย่างชัดเจนในหลายๆครั้งราวกับเด็กๆ ช่างเหมือนเจ้าฟู่ฟู่ คนที่ดูง่ายๆแต่ไม่ง่าย คำนี้น่าจะเหมาะกับเจ้าฟู่ฟู่และเว่ยอ๋องยิ่งนัก
จิ้นฝานที่นั่งอ่านตำราจนเห็นว่าเริ่มเย็นแล้วจึงได้เดินออกมาข้างนอก พร้อมกับมองหาไปเรื่อยก่อนที่องครักษ์คนสนิทจะรายงาน
"พระชายาอยู่ท้ายจวนขอรับ บ่าวไพร่เองก็อยู่กันที่นั่นเป็นส่วนใหญ่ขอรับ"
"ข้าไม่ได้อยากรู้เสียหน่อยว่านางอยู่ที่ใด" เว่ยอ๋องเอ่ยขึ้นก่อนจะมองเมินไปทางท้ายจวนแล้วสาวเท้าก้าวไปทางนั้น
"ท่านอ๋องจะไปที่ใดหรือขอรับ"
"ข้า จะไปดูเสียหน่อยว่าฟางลี่อินพังจวนของข้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะสาวเท้าต่อไปอย่างไมรอช้า ใช้เวลาราวครึ่งเค่อก็เดินมาถึงบริเวณแปลงผักอันกว้างขวางของหญิงสาว พื้นที่ถูกจัดสรรเป็นอย่างดี ผักแต่ละชนิดแต่ละแปลงมีป้ายปักบอกอยู่ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะของหญิงสาวพร้อมกับสาวใช้ดังมาจากลำธาร
"เกิดสิ่งใดขึ้นน่ะ" ชายหนุ่มเอ่ยถามองครักษ์ ก่อนที่อีกฝ่ายจะหายไปแล้วกลับมารายงาน
"พระชายาลี่อินกำลังอาบน้ำให้เจ้าฟู่ฟู่อยู่ ขอรับ"
"อาบน้ำให้เจ้าฟู่ฟู่งั้นหรือ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วนี่เจ้าหมายักษ์เองก็กลายเป็นทาสผู้ภักดีของฟางลี่อินไปแล้วงั้นหรือ หึหึ ทั้งหมาทั้งคนในจวนกลายเป็นคนของนางกันหมดแล้ว อีกหน่อยก็คงจะเปลี่ยนชื่อจวนเว่ยอ๋องเป็นจวนพระชายาเว่ยอ๋องแล้วล่ะ!
"ข้าจะไปดูเสียหน่อย" พูดจบชายหนุ่มก็สาวเท้าว่องไวจนมาหยุดอยู่ที่ลำธาร เสียงหัวเราะราวกับสนุกสนานมากมายแต่ดูเหมือนคนที่มีความสุขที่สุดจะเป็นเจ้าฟู่ฟู่เสียมากกว่า เว่ยอ๋องเห็นใบหน้าที่อิ่มเอิบของเจ้าฟู่ฟู่ก็นึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ฟางลี่อินที่กำลังก้มๆเงยๆอาบน้ำถูตัวให้เจ้าฟู่ฟู่เงยหน้าขึ้นก็พบร่างสูงของสามียืนอยู่ริมลำธารใบหน้าของเขายกยิ้มที่มุมปาก หญิงสาวจึงได้โบกมือให้กับเขาพร้อมกับเอ่ยเรียกชายหนุ่มเสียงดังทำเอาเว่ยอ๋องถึงกับเสียอาการเมื่อเห็นร่างกายที่เปียกโชกทำให้เผยถึงสัดส่วนเว้าโค้งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะส่วนบนที่เคลื่อนขยับไปมาตามแรงโบกสะบัดของท่อนแขนเสลา
"เหล่ากง!"
"อะแฮ่ม! เหตุใดเรื่องเช่นนี้จึงไม่ให้บ่าวไพร่จัดการไปเสียเล่า แช่น้ำนานๆเดี๋ยวเจ้าเองก็ไม่สบายไปหรอก"
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ใกล้เสร็จแล้ว"
"คุณหนูให้บ่าวจัดการต่อเถิดเจ้าค่ะ ตัวท่านเปียกปอนไปหมดแล้ว รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิดเจ้าค่ะเดี๋ยวจะไม่สบาย"
"ได้! เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วย"
"เจ้าค่ะ" ผูเถารับหน้าที่ดูแลเจ้าฟู่ฟู่ต่อ ก่อนที่ฟางลี่อินจะก้าวขึ้นจากลำธารและเมื่อเห็นร่างที่เปียกโชกชัดเจน ชายหนุ่มก็ได้แต่เบือนหน้าหนีในขณะที่ใบหูของเขาแดงเรื่อ เขาถอดเสื้อคลุมของเขามาสวมทับร่างบางของภรรยาจนมิดชิด พร้อมกับบ่นนางเสียหลายคำ
"ตัวเจ้าเปียกไปหมดแล้ว เหตุใดจึงต้องชอบก่อเรื่องวุ่นวายอยู่เรื่อย" ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจ หากแต่ฟางลี่อินไม่ถือสาเพราะนางชอบใบหน้านี้ของสามียิ่งนักไม่ว่าจะยามหงุดหงิด หรือใบหน้าที่เรียบนิ่งไร้รอยยิ้ม เขาก็ยังคงดูดีจนนางรู้สึกโกรธไม่ลงเลย
"เหล่ากง อย่าบ่นข้าอีกเลยเจ้าค่ะ" ฟางลี่อินเดินเข้าไปกอดท่อนแขนแข็งแรงของสามีพร้อมกับเอาใบหน้าของนางถูกไถท่อนแขนของเขา ทำเช่นนี้ช่างเหมือนกับเจ้าฟู่ฟู่ยามที่กำลังออดอ้อนขอของกินยิ่งนัก ท่าทางเช่นนั้นของฟางลี่ินทำเอาเว่ยอ๋องถึงกับตัวแข็งเขาสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มของบางอย่างที่เสียดสีกับท่อนแทนของเขาอย่างจงใจ หากแต่ก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะผลักไสนางออกไปเสียได้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ
"เอาละ! เจ้ารีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว เดี๋ยวจะได้ทานมื้อเย็นด้วยกัน"
"เจ้าค่ะ เช่นนั้นท่านรอข้า ข้าจะรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย" พูดจบฟางลี่อินก็เดินตัวปลิวกลับไปที่เรือนของนางทันที โดยที่มีผิงเซียวเดินตามร่างบางไปติดๆ
เว่ยอ๋องที่เห็นท่าทางกระโดกกระเดกของหญิงสาวก็ได้แต่ส่ายหน้าก่อนจะยกยิ้มอย่างอ่อนใจเบาๆ พลางคิดในใจ
นี่นางเป็นบุตรสาวจากตระกูลชนชั้นสูงจริงๆใช่หรือไม่เหตุใดจึงได้.... เฮ้อ! ช่างเถิดๆ ที่นี่อยู่ไกลจากเมืองหลวงมากนักหากนางจะไม่มีกิริยาเช่นสตรีชนชั้นสูงก็ช่างเถิด ขอเพียงอยู่อย่างมีความสุขก็พอแล้ว
"แต่ข้าปรารถนาจะได้มันมาครอบครอง" สตรีผู้นั้นกล่าวอย่างต้องการเอาชนะ แท้จริงแล้วนางคือจางเหมยฮวา คุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีกรมคลังคนใหม่หญิงสาวเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อต้องการแต่งเข้าจวนเว่ยอ๋อง แต่เพราะบิดาไม่เห็นด้วยจึงได้หลบหนีจากจวนมาพร้อมกับองครักษ์ นางได้ยินว่าพระชายาเว่ยอ๋องนั้นไม่งดงามเท่านางและเมื่อได้ยลโฉมของอีกฝ่ายจางเหมยฮวาก็คิดว่าข่าวลือนั้นช่างไม่น่าเชื่อถือแม้แต่น้อย เพราะฟางลี่อินไม่ใช่ว่าไม่งดงามเท่านางหากแต่เทียบนางไม่ได้แม้แต่กระผีกเดียวด้วยซ้ำ"ข้าตกลงซื้อเครื่องดนตรีชิ้นนี้แล้ว ทั้งคนขายก็ยังตกลงแล้วว่าจะขายมันให้กับข้าไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้ไม่รู้จักคำว่ามารยาทหรอกหรือจึงได้เสนอหน้าเข้ามาแย่งชิงสิ่งของของผู้อื่น" ฟางลี่อินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สตรีเช่นนี้ทั้งชีวิตของนางเจอมานักต่อนักดูท่านางคงไม่ได้ต้องการจะซื้อไวโอลินเครื่องนี้เพราะอยากจะได้จริงๆ เพียงแค่ต้องการอยากจะเอาชนะก็เท่านั้นเองวาจาตรงไปตรงมาของฟางลี่อินทำให้จางเหมยฮวารู้สึกโกรธจนควันออกหู เพราะถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจึงทำให้นางมองไม่เห็นหัวผู้ใดทั้งสิ้น เป็นพระชายาเว่ยอ๋องแล้วอย่างไร ยามนี้ก็อายุมาก
เจ็ดปีผ่านไปซานตงกลายเป็นเขตพื้นที่ที่แสนอุดมสมบูรณ์ จากเมื่อก่อนที่แสนแห้งแล้งชาวเมืองยากแค้นหลังจากที่เว่ยอ๋องใช้เวลากว่าสิบปีที่นี่ก็กลายเป็นเขตพื้นที่ที่เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้เมืองหลวง ผู้คนต่างเดินทางไปมาเพื่อทำมาค้าขาย ชาวเมืองอยู่ดีกินดี มีเนื้อให้กิน มีผักให้ปลูก ยามหน้าหนาวก็มีถ่านให้ใช้ ยามหน้าร้อนก็ยังมีน้ำแข็งให้ได้ลอง ทุกอย่างล้วนเกิดจากแรงกายที่มุ่งหวังที่จะให้ชาวบ้านมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของเว่ยอ๋องทั้งสิ้นนอกจากสินค้าทุกอย่างจะถูกตรวจสอบเพื่อกำหนดไม่ให้มีราคาที่แพงเกินไปแล้ว หากร้านค้าใดที่จำหน่ายสินค้าแพงเกินคุณภาพจะต้องถูกปรับและจะต้องถูกยึดใบอนุญาตค้าขายอีกด้วยท่าเรือก็มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายกับชาวโพ้นทะเลของแปลกตาหลายสิ่งหลายอย่างอย่างถูกนำมาจัดวางขาย หากสิ่งใดที่เป็นที่คุ้นตาในโลกก่อนก็มักจะถูกฟางลี่อินซื้อมาเก็บไว้ที่จวน ตัวอย่างเช่นเครื่องดนตรี ทำให้เว่ยอ๋องต้องสั่งช่างไม้ให้สร้างเรือนหลังใหม่ให้กับนางเพื่อเอาไว้ใช้เก็บข้าวของเหล่านี้โดยเฉพาะ"พระชายาเพคะ มีข่าวลือว่าวันนี้เรือของชาวโพ้นทะเลจะเทียบท่าเจ้าค่ะ" หลันซีเอ่ยรายงานให้นายหญิงของตนได้ทราบ"จริงหรื
"ท่านอย่ามาล้อข้าเล่นนะ! " หญิงสาวเริ่มจะมีโทสะจริงๆ เสียแล้ว เจียงสือที่เห็นท่าทีที่เข้าใจยากของสตรีตรงหน้าก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เขาเกี้ยวนางมานานเกือบปีแล้วแต่ดูเหมือนนางจะไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด"เหตุใดข้าต้องล้อเล่น เอาละ ตาข้าถามเจ้าบ้าง เจ้ากำลังคิดที่จะแต่งงานเช่นนั้นหรือ? " หลี่เซียงมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจหากแต่ก็ตอบไปตามจริง"ถูกต้องแล้ว""เจ้าคิดจะแต่งกับผู้ใด" เจียงสือเอ่ยถามนางด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นหลี่เซียงจึงนั่งลงที่บนเก้าอี้ที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะน้ำชา"ผู้ใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรักข้าขอเพียงให้เกียรติข้าและยินยอมให้ข้าทำทุกสิ่งได้ตามใจต้องการก็พอ" หญิงสาวเอ่ยอย่างจริงจัง นางไม่ได้ต้องการความรัก นางต้องการเพียงอิสระที่จะได้ใช้ชีวิตอย่างที่นางต้องการ สามีจะมีอนุภรรยาสักกี่คนก็ล้วนได้ทั้งหมด ขอเพียงเขายังคงให้เกียรตินางในฐานะภรรยาและยินยอมให้นางทำสิ่งใดก็ได้อย่างอิสระ เท่านั้นก็นับว่าดีพอแล้ว"เช่นนั้นก็แต่งกับข้า" เจียงสือเอ่ยออกมาตามจริงโดยไม่ต้องคิดให้มากความ เดิมทีเขาเองก็ชอบพอนางอยู่แล้ว เรื่องตามใจนั้นก็ล้วนเป็นที่แน่นอนหากนางต้อง
พักหลังมานี้หลี่เซียงใช้เวลาทุ่มเทฝึกฝนน้องชายให้กลายเป็นผู้นำตระกูลที่เข้มแข็งในภายหน้าทำให้นางแทบจะไม่มีเวลาดูแลตนเองเลย โชคดีที่ได้เคล็ดลับการบำรุงผิวมาจากพระชายาเว่ยอ๋อง ทำให้แม้ว่านางจะตรากตรำทำงานหนักนอนดึกเพียงใดรอยเหี่ยวย่นก็ไม่สามารถทำร้ายนางได้แม้แต่น้อย"คุณหนูเจ้าคะ น้ำมันแกะนี้ดียิ่งเจ้าค่ะบ่าวรู้สึกว่าผิวของท่านดูเหมือนจะขาวผ่องขึ้นกว่าเดิมมากนัก" สาวใช้ของหลี่เซียงเอ่ยชม"ข้าก็คิดเช่นนั้น เจ้าว่าหากว่าเรานำมาขายคงจะได้กำไรดีไม่น้อยเพียงแต่ต้นทุนสูงยิ่งทั้งยังมีจำนวนจำกัด""คุณหนูท่านเก็บเอาไว้ใช้เองดีกว่าเจ้าค่ะ" สาวใช้เอ่ยตามจริงของมีไม่มากทั้งยังราคาแพงมิสู้ให้คุณหนูของนางเก็บเอาไว้บำรุงตนเองดีเสียกว่า"อื้ม เสียดายยิ่ง ข้าคิดว่าจะหากำไรจากมันได้อีกมากเสียอีก เอ้อ! จริงสิข้าว่าข้าเดินทางขึ้นเหนือสักครั้งดีกว่า""จะดีหรือเจ้าคะ? ผู้ใดก็รู้ว่าแดนเหนือนั้นมีแต่หิมะทั้งยังหนาวเย็นตลอดทั้งปีระยะทางก็ไกลแสนไกล ผู้อาวุโสในตระกูลจะต้องไม่เห็นด้วยเป็นแน่เจ้าค่ะ""เฮ้อ! ข้าอยากจะมีอิสระบ้าง" อยู่ ๆ หลี่เซียงก็ตะโกนออกมาเสียงไม่เบานัก นางเบื่อที่จะต้องมานั่งคำนวณบัญชีในทุกๆ วันค
เดินทางมานานกว่าสองชั่วยามสุดท้ายก็มาถึงชายป่าแห่งหนึ่งทั้งสองก็ต้องลงเดินอีกราวครึ่งชั่วยาม ก่อนจะถึงที่พักที่เป็นเรือนที่ตั้งอยู่บนหุบเขา เส้นทางไม่ได้ลำบากราวกับถูกเตรียมไว้เป็นอย่างดี เรือนไม้ไผ่งดงามเหมือนพึ่งถูกสร้างขึ้นใหม่ไม่นานนี้ ตั้งตระหง่านท่ามกลางป่าดอกเหมยที่กินพื้นที่เรือนโดยรอบทั้งหมด ฟางลี่อินที่เห็นที่นี่เป็นครั้งแรกก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก ที่นี่งดงามมากจริงๆ ทั้งยังเงียบสงบอีกต่างหาก"เรือนผู้ใดหรือเจ้าคะ?" หญิงสาวหันไปเอ่ยถามสามี"ของเจ้า""ของข้า? " เมื่อได้ยินว่าเป็นเรือนที่ชายหนุ่มสร้างไว้เพื่อนาง หญิงสาวจึงรู้สึกทั้งประหลาดใจและยินดียิ่ง ก่อนจะนึกว่าเขาเอาเวลาใดมาสร้างเรือนที่งดงามเช่นนี้ให้กับนาง เหตุใดนางจึงไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย"อื้ม เข้าไปข้างในกันเถิด""เจ้าค่ะ"ภายในเรือนมีข้าวของเครื่องใช้วางอยู่พอประมาณ เดินผ่านฉากกั้นเข้าไปก็เป็นในส่วนของเตียงนอนที่มีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สามารถนอนได้สองคนพอดิบพอดี"ชอบหรือไม่? " เว่ยอ๋องเดินเข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากด้านหลังก่อนจะก้มลงจุมพิตที่ซอกคอของหญิงสาวทำเอาฟางลี่อินถึงกับขนลุกเกรียว ท่าทางเช่นนี้นางย่อมเข้าใจได้ดีว่าชา
หลังจากที่ตลอดสามเดือนนั้นไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม สุดท้ายแล้วเว่ยอ๋องก็ได้มีวันเวลาดีๆ เช่นผู้อื่นเสียที ใครกันที่กล่าวว่าการเป็นอ๋องปกครองนั้นสุขสบายเขาอยากจะจับพวกมันมาทำงานแทนเขายิ่งนัก แต่แม้จะไม่ได้สุขสบายเช่นอยู่ในเมืองหลวงก็ตาม หากแต่มีอิสระอย่างที่เมืองหลวงไม่สามารถมีได้ ชายหนุ่มกำลังนอนหนุนอยู่บนตักของภรรยา ในขณะที่ฟางลี่อินกำลังใช้ไม้ปลายขนนกทำความสะอาดหูให้เขา เว่ยอ๋องสั่งให้แม่นมนำตัวจิ้นฝูซานไปดูแลเพราะวันนี้เขาต้องการอยู่กับภรรยาเพียงลำพังโดยที่ไม่มีผู้ใดมาขัดขวาง หากเจ้าก้อนกลมนั่นอยู่ด้วยภรรยาก็จะเอาแต่ดูแลบุตรชายและละเลยเขาในที่สุด"เหล่ากง เหตุใดวันนี้จึงได้ว่างได้เจ้าคะ?" นางเอ่ยถามด้วยความสงสัย"จัดการกับกลุ่มค้าเกลือเถื่อนเสร็จก็ส่งมอบคนให้เจียงสือนำตัวพวกเขาเข้าเมืองหลวงไปแล้ว""แล้วท่านไม่ต้องไปด้วยหรอกหรือเจ้าคะ? ""ไม่ต้องหรอก"เว่ยอ๋องตอบภรรยาในขณะที่ดวงตาของเขายังปิดสนิท"คุณชายเจียงนี่ ใช่คุณชายใหญ่ตระกูลเจียงหรือไม่? " เมื่อเว่ยอ๋องได้ยินภรรยาเอ่ยถามถึงบุรุษอื่น ดวงตาคมเข้มก็เบิกกว้างขึ้นในทันที ก่อนจะลุกขึ้นนั่งพร้อมกับจดจ้องมาที่หญิงสาวพร้อมกับกลิ่นน้
"เช่นนั้นท่านก็พักผ่อนดีหรือไม่ ข้าจะช่วยดูแลท่านเอง!"
วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก จนกระทั่งมาถึงวันงานพิธีแต่งงานของคุณหนูทั้งสาม เพราะเป็นพิธีแต่งงานของพระโอรสทั้งสามของฝ่าบาทพร้อมกันถึงสามพระองค์ทำให้ภายในเมืองหลวงต่างถูกประดับไปด้วยผ้าแดงจนทั่วทั้งเมือง ขบวนเจ้าสาวค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากจวนไปทีละขบวนอย่างไม่รู้จักสิ้นสุดก่อนจะมาถึงขบวนสุดท้ายที่เป็นค
"คารวะท่านอ๋อง ทรงกลับมาแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ""อืม" ถังเสียนองครักษ์คนสนิทลอบมองชายหนุ่มก่อนจะอมยิ้ม"คุณหนูสามเป็นอย่างไรบ้าง พ่ะย่ะค่ะ งดงามมากหรือไม่ ข้าน้อยได้ยินว่าคุณหนูใหญ่กับคุณหนูรองเป็นยอดพธูของแคว้นจิ้น คุณหนูสามเองก็คงงดงามไม่ต่างจากพี่สาวทั้งสองกระมัง""หึ! เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว จะว่าไปนาง
"คุณหนู เย็นนี้ท่านมีนัดท่านมื้อเย็นกับฮูหยินผู้เฒ่านะเจ้าคะ หากท่านไม่รีบกลับเสียตั้งแต่ตอนนี้จะต้องไม่ทันเป็นแน่เจ้าค่ะ" ฟางลี่อินที่กำลังเดินเล่นในตลาดถึงกับชะงัก ก่อนจะหันมาหรี่ตามองไปยังสาวใช้คนสนิทของตนเอง ก่อนที่ผูเถาสาวใช้ของหญิงสาวจะแสยะยิ้มอย่างเก้อเขิน"แหะๆ เชิญคุณหนูเดินเล่นให้สบายใจเจ







