Accueil / แฟนตาซี / สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา / 1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (3)

Partager

1.กาลก่อน ณ สวรรค์ชั้นฟ้า (3)

Auteur: rasita_suin
last update Date de publication: 2025-02-23 12:50:10

เทพสงครามกลับมาโดยมีเจ้าของเรือนร่างสะโอดสะองในชุดทะมัดทะแมงพร้อมออกศึกของหนิงเฟิ่งพระชายาก้าวตามเข้ามาหยุดยืนหน้าแท่นประทับ

“ไท่จื่อ”

เจ้าของเสียงหวานเอ่ยพร้อมย่อตัวลง ใบหน้างามล้ำสงบนิ่งไม่มีลนลานกลัวเกรง ดวงตาคู่งามมองตรงแน่วนิ่งไร้แววหวาดหวั่นหรือรู้สึกผิดทำให้ผู้เห็นนึกขัดใจ

“หนิงเฟิ่ง รู้ความผิดหรือไม่”

คิ้วเรียวสวยกระตุกเล็กน้อยกับเสียงเข้มที่ดูเหมือนจะตัดสินนางไปแล้ว

“ข้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจร่วมทัพ ขอไท่จื่อประทานอภัย”

หนิงเฟิ่งคุกเข่าลงพร้อมขอในสิ่งที่คิดว่านางทำผิด

“อภัย? กิจอันใดสำคัญกว่าการสู้ศึกใหญ่ปกป้องมวลมนุษย์กับทุกดินแดนจากเผ่าพันธุ์ปิศาจ”

ยิ่งฟังคำขอของชายาตนไท่จื่อเจิ้งหานก็ยิ่งไม่พอใจ

“ข้าไม่ได้มีกิจอันใด เพียงแต่ข้าไม่อาจร่วมทัพได้”

“หนิงเฟิ่ง!”

นอกจากไม่สำนึกแล้วชายายังใช้คำบิดเบือนหนีความผิดในสายตาไท่จื่อ

“หรือเจ้าเห็นว่าตนไม่ผิด มีกิจกับไม่อาจร่วมทัพต่างกันอย่างไร นั่นถือเป็นความผิดด้วยกันทั้งสิ้น อย่าใช้ความเป็นชายาของข้าลบเลือนความผิดของเจ้า ยิ่งเป็นคนใกล้ตัวข้ายิ่งไม่อาจละเลย”

พระชายาเหมือนจะเอ่ยบางอย่างทว่าทหารยามด้านหน้าเอ่ยขึ้นมาก่อน

“เรียนไทจื่อ ท่านเทพวิหคสือเฟิ่งกับเจ้าบาดาลขอเข้าพบขอรับ”

“เข้ามา”

แม้ไท่จื่อไม่อยากไต่สวนให้เป็นเรื่องใหญ่จนข่าวแพร่ออกไป หากก็เลี่ยงเจ้าบาดาลกับเทพวิหคไม่ได้ ในเมื่อทั้งสองถือว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

“เจ้า...”

เจ้าบาดาลเข้ามาก็มุ่งไปยังร่างของพระชายาทันใด แต่เทพวิหคยื่นมือมาขวางเอาไว้ เทพทั้งสองเขม่นกันด้วยสายตานับแต่มาขอเข้าพบด้านนอกที่ประทับ หลังได้ข่าวว่าเทพสงครามพาพระชายามาถึงแล้ว ทว่าต่างคนต่างเป้าหมาย ด้านเทพวิหคสือเฟิ่งต้องการปกป้องหลานสาวแต่เจ้าบาดาลต้องการเอาผิด

“ต่อหน้าไท่จื่อ ท่านกล้าแตะต้องพระชายาหรือ”

เจ้าบาดาลซีเหว่ยจ้องเทพวิหคด้วยสายตากรุ่นโกรธแล้วเหลือบไปยังพระชายาอย่างอาฆาตแค้น หากก็ต้องระงับโทสะของตน เพราะไม่เพียงไท่จื่อที่มองมานิ่งทว่าแววตาดุดัน เทพสงครามเองก็ขยับเข้ามาใกล้บ่งบอกว่าหากเขาทำอะไรก็พร้อมจัดการ นั่นทำให้เจ้าบาดาลรีบคุกเข่าลงเอ่ยเสียงเศร้าสร้อย

“ขอไท่จื่อเมตตา ข้าใจร้อนด้วยความเสียใจ แต่ข้ามีซีเหวินเป็นบุตรชายเพียงคนเดียว เวลานี้มาจากไปด้วยฝีมือพระชายา ไท่จื่อโปรดให้ความเป็นธรรมกับซีเหวินด้วยเถิด”

“เจ้าบาดาลวางใจเถิด ข้าไม่ได้นิ่งนอนใจ กำลังจะไต่ส่วนชายาของข้าเรื่องบุตรชายของท่านเช่นกัน”

เอ่ยแล้วไท่จื่อก็หันมายังชายาของตน ขณะที่เจ้าบาดาลยิ้มอย่างพอใจ

“ว่ายังไงหนิงเฟิ่ง เจ้าลงมือสังหารซีเหวินบุตรชายของเจ้าบาดาลจริงหรือไม่”

“เป็นความจริงที่ฆ่าสังหารเขา เพราะ...”

“ในเมื่อพระชายายอมรับ ขอไท่จื่อตัดสินให้ความเป็นธรรมกับบุตรของข้าด้วย”

“ช้าก่อนเจ้าบาดาล ดูเหมือนพระชายายังมีสิ่งที่ต้องพูดต่อ ท่านควรรอฟังความจากพระนางให้จบก่อน”

สือเฟิ่งรีบแทรกขึ้น อย่างไรเสียก็มั่นใจว่าหลานสาวของตนไม่สังหารใครส่งเดช แล้วบอกกับหลานอย่างช่วยเหลือ

“หนิงเฟิ่ง มีสิ่งใดจะพูดรีบพูดให้หมด”

“องค์ชายเผ่าบาดาลไปขอพบข้าที่เผ่าวิหค บอกว่าไท่จื่อได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องการพบ ข้าจึงรีบตามมา ไม่คิดเลยว่า...”

เล่ามาได้ครู่หนึ่งหนิงเฟิ่งก็อ้ำอึ้งไม่อยากพูด มองสบตาคู่คมของไท่จื่ออย่างไม่สบายใจ เพราะเขาไม่ได้มีท่าทีอ่อนลงให้เห็นเลยแม้แต่น้อย นางจึงเอ่ยต่อด้วยความปวดหนึบในใจ

“เขาจะล่วงเกินข้า”

“ล่วงเกินหรือ”

ไท่จื่อพึมพำพร้อมสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย แล้วเหลือบมองเจ้าบาดาลตาขุ่นขวางเมื่ออีกฝ่ายรีบแก้ตัว

“เป็นไปไม่ได้ฝ่าบาท ซีเหวินไม่มีนิสัยเจ้าสำราญ เขายังไม่มีชายาด้วยซ้ำ อีกอย่างเขาย่อมรู้ว่าพระชายาของท่านไม่อาจแตะต้องได้”

“เช่นนั้นเขาไปพบพระชายาด้วยเหตุใด ไท่จื่อไม่ได้มีรับสั่งถึงพระชายา หากไม่มีเจตนาไม่ดี จะไปเชิญพระชายาให้เดินทางมาด้วยทำไม”

สือเฟิ่งแย้ง จุดบอดมีให้เห็นชัดเจน เขาจะไม่ยอมให้เจ้าบาดาลเอาผิดหลานสาวตนทั้งที่บุตรชายทำสิ่งเลวร้ายเด็ดขาด

“บังอาจล่วงเกินพระชายา สมควรตาย”

“ไม่จริง บุตรชายข้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร เขาไม่มีวันยุ่งกับพระชายา”

“ท่านจะกล่าวหาพระชายาว่าลดตัวลงมายุ่งกับบุตรชายท่านเอง เช่นนั้นหรือ”

“เทพวิหค เจ้าบาดาล ท่านทั้งสองต่างก็เป็นผู้ใหญ่ อย่าเอ่ยโต้กันไปมาเช่นนี้เลย”

เทพสงครามอดไม่ได้ที่จะห้าม ในเมื่อยิ่งพูดก็ยิ่งเหมือนดึงพระชายาไท่จื่อลงมาสู่ความต่ำตม

ไท่จื่อกำมือแน่นกับสิ่งที่ได้ฟังทั้งที่ใบหน้าคมคายราบเรียบ ยิ่งเห็นว่าชายาของตนมองมานิ่ง ทว่าภายในดวงตานั้นมีน้ำเอ่อคลอก็นึกอยากพังวังบาดาลลากเอาคนตายออกมาเผาให้เป็นจุณ

“ไท่จื่อโปรดให้คำเป็นธรรม คนตายแล้วไม่อาจพูด ไม่อาจแก้ต่างได้ ข้าสงสารเหวินเอ๋อร์ของข้ายิ่งนัก”

เจ้าบาดาลเห็นว่าความผิดจะตกอยู่กับเผ่าบาดาลก็ยิ่งพูดให้ตนดูน่าสงสาร

“ข้าพูดความจริง”

หนิงเฟิ่งมองเพียงสวามีของตนขณะยืนยันความบริสุทธิ์ใจ มั่นใจว่าเขาจะเชื่อมั่นใจตัวนาง

“ข้าไม่รู้จักองค์ชายเผ่าบาดาลเป็นการส่วนตัว”

นางย้ำอีกครั้ง

“ในเมื่อเจ้าบาดาลต้องการคนแก้ต่างก็ย่อมได้ ตามทหารคนที่รายงานคนนั้นมา”

ไท่จื่อออกคำสั่ง ไม่ต้องการให้เป็นที่ครหาได้ว่าตนลำเอียง ไม่นานทหารคนเดิมก็เข้ามาและถูกสั่งให้เล่าในสิ่งที่รับรู้ให้หมด

“เพราะเร่งรีบเดินทาง องค์ชายเกรงพระชายาจะอ่อนล้าจึงหยุดพักระหว่างชายแดนมนุษย์กับเผ่าบาดาลชั่วครู่ ตอนนั้นข้าจะเอาชาไปให้แล้วเห็นว่าพวกเขายื้อยุดกัน พระชายาบอกว่าจะไม่อยู่ที่นี่ องค์ชายขอให้อยู่ บอกว่ารักพระนางมาก แล้ว...เอ่อ...”

“พูดมา”

เมื่ออึกอักไท่จื่อก็สั่งเสียงเข้ม

“องค์ชายกอดรั้งพระนางไว้ ข้าไม่อาจอยู่ต่อจึงหลบออกมา ห่างเพียงไม่ถึงสามก้าวก็ได้ยินเสียงองค์ชายร้องขึ้น รีบกลับไปก็เห็นว่าถูกสังหารแล้ว ข้ากลัวพระนางจะฆ่าพวกเราทั้งหมดจึงรีบหนีมาก่อน แต่ก็คิดว่าต้องรายงานกับเจ้าบาดาลขอรับ”

คำพูดของทหารผู้น้อยยังดูกำกวม เหมือนจะไม่ได้รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ทำให้ทุกคนต่างมีสีหน้าคิดหนัก

หนิงเฟิ่งเม้มปาก ใบหน้างามล้ำไม่มีหวั่นไหว แม้ภายในใจคับแค้นและอับอายยิ่งนัก นางถูกล่วงเกินหมิ่นเกียรติและต้องประกาศต่อหน้าผู้คน ทั้งยังถูกสวามีไต่สวนราวนักโทษอย่างไม่เชื่อใจ สิ่งที่ทหารผู้นี้เอ่ยราวลากนางมาเผากลางลานประหารทั้งเป็นก็ไม่ปาน หากก็ไม่ได้ให้ความกระจ่างเลยแม้แต่น้อย ยิ่งฟังก็ยิ่งเหมือนนางไร้ยางอายลักลอบคบหาชายอื่นลับหลังสวามี

ดูสีหน้าที่เครียดขรึมนั่นสิ ทั้งที่นางพยายามสบตาไท่จื่อแต่เขากลับเมินจ้องเพียงทหารผู้นั้นราวไม่อยากมองหน้านางแล้ว

อยากรู้นักว่าใจท่านคิดเห็นเช่นไร เชื่อคนอื่นมากกว่าข้าผู้เป็นภรรยาหรือไม่

==========

หนิงเฟิ่งต้องใจแข็งแค่ไหน ต้องพูดเรื่องตัวเองถูกล่วงเกิน ยืนให้คนอื่นลากมาประจาน ^-^"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (4)

    เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นทำให้นางหันมอง แล้วก็ลุกขึ้นยืนด้วยสัญชาตญาณ เพราะสองคนผู้มาใหม่พร้อมกับบิดามารดานั้นดูน่าเกรงขามยิ่งนัก ทั้งฝ่ายผู้หญิงยังเดินตรงมาหานางเร็วกว่าคนอื่นและจับมือทันที“ช่างสวยน่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก”อวี้หลันยืนงง ขณะอีกฝ่ายลูบผมนาง“หลันเอ๋อร์ นี่คือท่านย่าของเจ้า”มารดาเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเสียงเบา“ท่านย่า”สาวน้อยย่อตัวลงเล็กน้อยแม้จะยังอึ้งแปลกใจ และบิดาก็เอ่ยขึ้นนางจึงต้องหันมองตาม“แล้วนี่ก็ท่านปู่”“ท่านปู่”นางย่อตัวลงอีกครั้ง สบตาคมดูมีอำนาจของผู้เป็นปู่แวบเดียวก็หลบ แล้วก็ต้องยิ้มบางกับท่านย่าที่ประคองสองข้างแก้มตน“ไหนให้ย่าดูชัดๆ สิ เหมือนเจิ้งหานเมื่อยังเด็ก แต่ก็คล้ายหนิงเฟิ่ง ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะโตถึงเพียงนี้”“หากพวกท่านมาเยี่ยมท่านพ่อบ่อยๆ ก็จะไม่คิดว่าข้าโตเร็ว”“หลันเอ๋อร์”หนิงเฟิ่งดุเสียงเบา ทว่าอวี้หลันไม่ได้สลดนัก นางคิดว่านางพูดความจริง ตนนั้นเห็นว่าบิดาเป็นเซียนปลายแถวทำสวน หากก็รักท่านมาก ทั้งเมื่อเห็นญาติฝ่ายมารดามาเยี่ยมไม่เคยขาด ยังอดคิดไม่ได้ว่าบิดาคงโดดเดี่ยวไร้ญาติ น่าสงสาร แต่นางก็ไม่เคยพูดสิ่งนี้กับผู้ใด“จริงนี่เจ้าคะ ข้าคิดว่

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (3)

    “แล้วนี่จะเรียกว่าท่านปรนนิบัติได้อย่างไร”นางนึกหมั่นไส้คนที่ถูกตำหนิแล้วยังยิ้มกลับมาตรงหน้านัก“อย่างนี้ไงเล่า”มือหนาข้างหนึ่งวางกระชับสะโพกผาย ส่วนอีกข้างทาบเหนือทรวงอวบขาวแล้วฟอนเฟ้นพร้อมเพรียงกัน ทั้งยังสลับไปมาขณะที่สะโพกแกร่งด้านล่างก็ขยับเร้าร่างหญิงสาวจนในที่สุดหนิงเฟิ่งก็ต้องเคลื่อนไหวสะโพกตนตามอีกฝ่าย“อืม ไม่นะ นี่ข้าปรนนิบัติท่าน”มือเกาะบ่าหนาเป็นหลักขณะเอ่ยแย้ง“แล้วอย่างนี้เล่า”คราวนี้ปลายนิ้วแกร่งเปลี่ยนมาไล้วนเหนือสัดส่วนบอบบางด้านหน้าเร็วรี่จนหญิงสาวต้องกัดฟันครางยาวในลำคอ ซุกซบใบหน้าลงกับซอกคอแกร่งเพราะอ่อนไหวเสียดสยิวจนไม่อาจขยับได้อีกแล้ว ร่างงามเกร็งขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกร้อนเหมือนไฟลุกท่วมตัวกระทั่งกระตุกอย่างรุนแรง เอนกายเข้าหาร่างแกร่ง และแขนกำยำก็โอบกอดนางไว้ ขณะที่สะโพกหนาเคลื่อนไหวเชื่องช้าเหมือนกำลังเริ่มต้น หากหนิงเฟิ่งก็รู้ว่าเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้“พอใจหรือยังชายาที่รักของข้า”นางกัดฟันไม่ยอมตอบหากกลับนั่งตั้งหลักอย่างมุ่งมั่น โยกไหวสะโพกสวนกลับชายหนุ่ม เร่งจังหวะให้เร็วกว่าเขาหนึ่งก้าว เห็นว่าชายหนุ่มเองก็ขบกรามแน่นเช่นกันนางก็นึกพอใจ ในเมื่อถูกเล่นง

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (2)

    “องค์ชายเจิ้งหานมาขอพบเจ้าค่ะ”อิงอิงกระซิบบอกผู้ที่อยู่ในสระอาบน้ำเล็กหนิงเฟิ่งขมวดคิ้ว นึกแปลกใจด้วยปกติแล้วเจิ้งหานจะไม่เข้ามาในตำหนักหากไม่มีกิจจำเป็น ทั้งยังในเวลาส่วนตัวเช่นนี้ทว่าวันนี้เขามาร่วมโต๊ะกับเทพธิดาบุปผาที่ต้อนรับไท่จื่อสวรรค์ในตำหนัก ส่วนหนิงเฟิงกับลูกอยู่ที่ตำหนักเล็กของตน เพราะเห็นว่าเป็นการใหญ่เกินไป นางไม่อยากให้อวี้หลันคิดว่าตนนั้นอยู่เหนือผู้อื่น อยากให้ลูกเป็นเทพเซียนน้อยผู้หนึ่งในดินแดนบุปผาเท่านั้น“เวลาเช่นนี้น่ะหรือ”เวลาที่นางอาบน้ำอยู่...อีกฝ่ายคงเพิ่งแยกจากไท่จื่อจิ่นลี่แล้วมายังตำหนักเล็กนี้“อิงอิงจะไปทูลว่าองค์หญิงยังไม่สะดวก”อิงอิงเอ่ยอย่างรู้ใจ ทว่าเสียงเข้มดังขึ้นห่างออกไป“ข้ามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเจ้า”เจิ้งหานเชิญตนเองเข้ามา ทำเอาอิงอิงหน้าเสีย ตำหนักเล็กของหนิงเฟิ่งนั้นมีเพียงอิงอิง เพราะนางต้องการเพียงเท่านี้ และถือว่าตนนั้นเป็นเพียงผู้อาศัยเทพธิดาบุปผาจึงไม่ต้องการมีคนมาคอยห้อมล้อมเช่นตอนที่อยู่เผ่าวิหค หรือแม้แต่บนสวรรค์ นางต้องการเลี้ยงลูกด้วยตัวเองแม้มีม่านกั้นหากหนิงเฟิ่งก็รู้สึกขนลุกและวูบวาบตามผิวกายเพียงได้ยินเสียงเข้มของเจิ้งห

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   30.ตอนพิเศษ ครอบครัวของอวี้หลันน้อย (1)

    ไท่จื่อจิ่นลี่เพิ่งเคยมายังดินแดนบุปผาครั้งแรก ความงดงามชื่นตาชื่นใจจากพันธุ์ไม้ดอกไม้ให้ความรู้สึกสดชื่นในทันทีที่เหยียบย่างเข้ามา“ท่านมาพบผู้ใด โปรดแจ้งนาม”ผู้ที่เฝ้าประตูทางเข้าดูค่อนข้างมีอายุ หากก็ไม่ถึงกับดุเข้มจนน่ากลัว“ข้ามาพบเจิ้งหาน บอกเขาว่าจิ่นลี่มาเยี่ยมเยือน”ครั้งนี้เขาลงไปแก้ปัญหาน้ำหลากท่วมบ้านเรือนมนุษย์กับหวังหย่ง และผ่านดินแดนบุปผาจึงอยากเยี่ยมพี่ชายที่ไม่พบหน้ากันมาถึงพันสองร้อยปี“ชื่อท่านช่างคุ้นยิ่งนัก”หวังหย่งขยับจะพูด ทว่าจิ่นลี่เหลือบมองห้ามปรามจึงเงียบไป“เชิญตามข้ามาทางนี้”อีกฝ่ายไม่ซักไซ้สงสัย ทั้งยังนำทางโดยง่าย จิ่นลี่ก็ยิ้มบางแล้วเดินตามไปโดยมีหวังหย่งผู้ที่มีหน้าที่ช่วยราชกิจไท่จื่อแบบใช้กำลังตามติดไม่ห่าง ส่วนจางหย่งนั้นเป็นผู้ดูแลงานด้านงบประมาณและฎีกาเมื่อมาถึงหน้ากระท่อมเนินเขาที่มีไร่ดอกไม้ล้อมรอบจิ่นลี่ก็รู้สึกไม่ดียิ่งนัก พี่ชายตนต้องลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ที่อยู่หลับนอนก็เป็นเพียงกระท่อมเล็กๆ หากมารดามาเห็นคงปวดใจ ยิ่งบิดาคงยิ่งกรุ่นโกรธผู้นำทางไปแล้วจิ่นลี่กำลังคิดว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ก็มีเสียงหวานใสของผู้หนึ่งดังขึ้นไม่ห่างนัก“พ

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (2)

    “ยอดดวงใจของข้า เจ้าเจ็บปวดกับสิ่งที่ข้าทำ ไม่ยกโทษให้ไปอีกแสนปีก็ย่อมได้ ตามแต่ใจเจ้าต้องการ แต่ความรักของข้าก็ยังเป็นเจ้า หัวใจของข้าอยู่ที่เจ้าเสมอหนิงเฟิ่ง”บอกแล้วปากได้รูปก็จูบลงบนหน้าผากสวยราวตอกย้ำคำพูดตน เขาไม่ต้องการขอให้อีกฝ่ายยกโทษให้อีกแล้ว นับจากได้ยินว่าตนสั่งลงทัณฑ์สายฟ้าจนเกือบสูญเสียลูกน้อยและหนิงเฟิ่งพยายามเพียงไรเพื่อให้อวี้หลันมีชีวิตอยู่ เจิ้งหานก็ปวดร้าวในอก เขาเกือบฆ่าลูกของตนไปแล้ว หากไม่เพราะหนิงเฟิ่งคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าหรือได้อุ้มลูกน้อย“ข้าไม่รู้”เสียงหวานพร่าเอ่ยเบาหวิว“แต่ข้ารู้เพียงว่า มีท่านอยู่ใกล้ ข้ากับลูกจะปลอดภัย”ใบหน้างดงามนองน้ำตาเงยขึ้น เจิ้งหานยิ้มรับกับคำพูดของอีกฝ่ายด้วยหัวใจที่ชุ่มชื่นขึ้น เท่านี้ก็ดีมากแล้ว เขาก้มลงทาบทับปากได้รูปบนหน้าผากสวย เปลือกตาทั้งสองข้าง และข้างแก้มที่ชื้นด้วยน้ำตา ก่อนจะไล่มายังริมฝีปากอิ่ม จูบซับบางเบาแล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้น มือช้อนใต้ศีรษะเล็กเมื่ออีกฝ่ายเริ่มแหงนเงยรับเขาปลายลิ้นอุ่นเริ่มเคลื่อนไล้ก่อนจะรุกล้ำภายในปากนุ่มเพราะอีกฝ่ายเปิดหนทาง หนิงเฟิ่งจูบตอบคลอเคลียกับชายหนุ่มอย่างยินยอม สองแขนเรียวเค

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   29.หัวใจและดวงจิตข้าอยู่ที่เจ้า (1)

    หนิงเฟิ่งลืมตาขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน แต่จำเหตุการณ์สุดท้ายได้จึงรีบผวาลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าบุตรสาวนอนอยู่ในอ้อมกอดระหว่างกลางร่างตนกับเจ้าของร่างสูงสง่า ทั้งยังหายใจขึ้นลงผะแผ่วเป็นปกติก็ถอนหายใจ เหลือบมองใบหน้าคมคายที่ค่อนข้างซีดแล้วก็แตะหลังมือบนหน้าผากกว้างอีกฝ่ายตัวอุ่นแต่ดูเหมือนคนป่วยทำให้นางขมวดคิ้ว ทว่ามาคิดดูแล้วคงเพราะเจิ้งหานใช้พลังเพื่อช่วยนางกับลูก เห็นอย่างนี้แล้วนางจะพาอวี้หลันกลับไปเลยก็คงไม่ได้ร่างอ้อนแอ้นลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มลูกน้อยไปวางบนเตียงด้านใน ส่วนร่างสูงของเจิ้งหานนางร่ายเวทย์เคลื่อนย้าย เปลี่ยนเสื้อผ้าของทั้งเขากับลูกและตนเอง ห่มผ้าให้ทั้งคู่อย่างเรียบร้อยก่อนจะออกไปด้านนอกหนิงเฟิ่งไปยังบ่อน้ำทิพย์และนำน้ำกลับมาให้เจิ้งหานดื่ม นางพยายามค่อยๆ ประคองอีกฝ่ายให้ดื่มน้ำทิพย์จนสำเร็จ เช็ดปากและห่มผ้าให้เช่นเดิม ทว่าพอจะลุกขึ้นกลับถูกจับข้อมือไว้“นี่ท่านฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”นางหันไปมองพร้อมกับเอ่ยเสียงเข้ม“เพิ่งรู้สึกตัวก่อนที่เจ้าจะเข้ามานี่แหละ พอได้ยินเสียงก็เลยหลับตาลงต่อ”“ท่านหลอกข้า”หนิงเฟิ่งพยายามดึงมือออกจากอีกฝ่ายให้ได้“เปล่าเลย แค่หลับตา

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   3.สวามีช่างไร้ใจ (2)

    วังประดับประดาอย่างสวยงามทั้งโคมไฟและผ้าแดงมงคลทำให้หนิงเฟิ่งสังเกตได้ แม้ว่าเทพสงครามจะพานางมายังประตูสวรรค์แล้วเข้าวังทันที ทั้งยังตรงมายังตำหนักฮวาหรงอย่างไม่หยุดที่ใด“ขอบใจท่านมาก เทพสงคราม”“พระชายาพักผ่อนให้มาก ข้าต้องขอตัวก่อน”เมื่อเทพสงครามไปแล้วหนิงเฟิ่งก็สั่งอิงอิงทันที โดยเก็บความแปลกใ

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   3.สวามีช่างไร้ใจ (1)

    “ไท่จื่อท่านลงโทษพระชายาแล้ว ยังต้องรับธิดาเจ้าบาดาลไว้อีกหรือ”เทพสงครามจิ่นลี่มาพบไท่จื่อถึงตำหนักเฉิงคุน หลังจากองค์จักรพรรดิประทานอภิเษกของไท่จื่อกับธิดาของเจ้าบาดาล“หากพระชายารู้จะเสียใจแค่ไหน ท่านลงโทษพระนางเพราะฆ่าคนที่ทำร้ายตนเอง แล้วยังรับคนที่พูดให้ร้ายมาเป็นสนม ราวท่านไม่นึกถึงใจพระนางเ

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   2.โทษทัณฑ์แสนสาหัส (3)

    “นั่นคือ...”นางเอ่ยเสียงสั่นด้วยความหวาดหวั่นกับสิ่งที่เห็น“ดวงจิตลูกข้ายังอ่อนแอนัก เขาไม่อาจทนต่อสายฟ้าฟาดได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปข้าต้องสูญเสียเขาเป็นแน่”หนิงเฟิ่งพยายามใช้กำลังของตนสร้างเกราะป้องกันให้กับดวงจิตวิญญาณดวงน้อยของบุตรตนที่เกือบจะต้องแตกดับเพราะพลังสายฟ้า ปราการสีทองเปล่งป

  • สวรรค์ไร้ใจ ข้าขอไร้วาสนา   2.โทษทัณฑ์แสนสาหัส (2)

    ไท่จื่อนำทัพสวรรค์และแม่ทัพใหญ่เผ่าบาดาลกับเผ่าวิหคเข้าเฝ้ารายงานการศึกต่อหน้าจักรพรรดิและขุนนางสวรรค์ แม้จะมีชัยเหนือราชาปิศาจที่บาดเจ็บหนักจนต้องถอยทัพ แต่ยังต้องระแวดระวังดินแดนมนุษย์อยู่เพราะอ่อนแอและถูกครอบงำง่าย ไม่รู้ว่าราชาปิศาจจะกลับมาแข็งแกร่งและคิดมีอำนาจเหนือทุกดินแดนอีกเมื่อไร“ศึกนี้ข

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status