공유

2 ความหลัง(1)

last update 게시일: 2026-02-03 22:53:27

            "สวัสดีค่ะคุณกฤษ น้าขอเข้าไปทำความสะอาดนะคะ"

            รุ่งรัตน์ แม่บ้านที่มาทำงานได้สามเดือนแล้วเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นเจ้าของบ้าน เธอจะมาทำความสะอาดที่นี่สัปดาห์ละ 2 วัน (วันพฤหัสบดี 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่มและวันอาทิตย์ 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 รับค่าจ้างเป็นรายวันตามสัญญาจ้าง ที่เลือกตกลงเป็นสองวันนี้เพราะว่าวันพฤหัสบดีกฤษณะจะเลิกงานเร็ว และเขาจะหยุดทำงานทุกวันอาทิตย์ ทำให้มีเวลาเปิดบ้านให้ช่วงเวลานี้พอดีโดยไม่ต้องรบกวนใครอื่น

            ปกติแล้วทุกวันพฤหัสบดีแม่บ้านรุ่งรัตน์จะต้องเจอพี่เลี้ยงเด็กเสมอเพราะพี่เลี้ยงจะอยู่จนถึงเวลาพาถุงแป้งเข้านอนถึงจะกลับซึ่งหลายครั้งก็เป็นเวลาไล่เลี่ยกับเวลาที่แม้บ้านรุ่งรัตน์ใกล้จะเลิกงาน แต่วันนี้แปลกไป เธอไม่เห็นเงาของใครนอกจากผู้ว่าจ้างของเธอที่นั่งอ่านเอกสารบางอย่างอยู่ในชุดลำลอง ข้าง ๆ ตัวเขามีเจ้าตัวน้อยนอนส่งเสียงอ้อแอ้อยู่เป็นระยะ สีหน้าของคนเป็นพ่อดูเคร่งเครียดจนทำให้เธออดที่จะถามขึ้นไม่ได้

            "วันนี้พี่เลี้ยงหนูถุงแป้งกลับไปแล้วหรือคะ"

            กฤษณะส่ายหน้าแต่ก็ไม่พูดอะไรไปมากกว่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจยกมือขึ้นกุมขมับราวกับมีเรื่องในใจให้คิดมากมาย บางทีเขาก็อยากที่จะระบายให้ใครสักคนฟัง แต่ คนรอบข้างที่เคยใส่ใจใยดีก็ห่างหายไปหมดเมื่อรู้ว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้ภรรยาตัวเองตาย ตอนนี้เขาแทบไม่เหลือใคร

            "แงงงงง" 

            ในขณะที่แม่บ้านรุ่งรัตน์กำลังจะเริ่มทำความสะอาด ถุงแป้งก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง เจ้าตัวเล็กดิ้นขลุกขลักอยู่บนเบาะรองนอนสีชมพูอ่อนนั่น รุ่งรัตน์เห็นกฤษณะวิทยาเงอะงะทำตัวไม่ถูกเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ อากัปกิริยาละม้ายคล้ายสามีของเธอตอนที่เพิ่งหัดเลี้ยงลูกใหม่ ๆ ไม่มีผิด

            เจ้าตัวเล็กยังคงแผดเสียงร้องดังต่อเนื่อง กฤษณะอุ้มลูกขึ้นมากอดเอาไว้แนบอก เขาทำงานเป็นล่ามให้กับบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง แม้งานจะมีมากจนล้นมือแต่ก็สามารถจัดการบริหารได้อย่างดีเยี่ยม แต่พอเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับเด็กตัวแค่นี้เขากลับทำอะไรไม่ได้เลยและไม่รู้จะทำอย่างไรด้วย

            แม้บ้านรุ่งรัตน์แอบมองอยู่ห่าง ๆ การที่เด็กคนหนึ่งจะร้องไห้ขึ้นมาย่อมต้องมีสาเหตุ แต่หน้าที่ของเธอมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กจึงไม่คิดจะเข้าไปยุ่ง

            — แต่พี่เลี้ยงเด็กนี่ก็ยังไงกันนะ แม้จะคนละหน้าที่แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้องก็น่าจะช่วยกันดูช่วยกันทำความสะอาดบ้าง —

สุขอนามัยสำหรับเด็กเป็นสิ่งสำคัญมาก เมื่อไหร่ที่แม่บ้านรุ่งรัตน์มาเห็นสภาพบ้านที่เต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะทีไรก็ได้แต่ต้องบ่นในใจทุกทีขณะที่สองมือก็จัดการเก็บข้าวของที่วางกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นให้เข้าที่ไปด้วย

            "เงียบสิ!" 

            เสียงตวาดเด็กดังลั่นทำให้คนที่กำลังก้มหน้าก้มทำหน้าที่ของตนอย่างขมักเขม้นอยู่ถึงกับต้องหันไปมอง 

            "หยุดร้องได้แล้ว!"

            แต่ยิ่งใช้เสียงขู่เด็กก็ยิ่งร้อง ถ้าหากปล่อยให้จัดการเองคงไม่ดีแน่ สุดท้ายคนที่มีสัญชาตญาณความเป็นแม่อยู่ในตัวก็ต้องละมือออกจากสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า  

            "ให้น้าช่วยไหมคะ"

            แม้จะถามออกไปตามมารยาทแต่รุ่งรัตน์ก็ยื่นมือไปรอรับเด็กโดยไม่ลังเล เธอเองก็เสียสามีไปตั้งแต่ลูกยังเล็กเช่นกันจึงเข้าใจดีว่าการเลี้ยงต้องเลี้ยงลูกน้อยคนเดียวมันเหนื่อยและหนักหนาแค่ไหน 

            กฤษณะเงียบลงเหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัวกับอารมณ์ที่พลั้งเผลอของตัวเอง เขามีสีหน้ากระอักกระอ่วนก่อนจะส่งลูกให้กับแม่บ้านรุ่งรัตน์

            "ไหนขอยายดูหน่อยสิลูก หนูร้องไห้ทำไมคะ"

            แม่บ้านรุ่งรัตน์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เธอค่อย ๆ ตรวจดูตามร่างกายเล็ก ๆ นั่นทีละส่วนเพื่อดูว่าทำไมเจ้าตัวเล็กถึงได้ร้องไห้ไม่หยุด แล้วก็พบสาเหตุ

            "ผื่นแดงเต็มง่ามขาเลย คุณกฤษเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูกตั้งแต่เมื่อไหร่คะ"

            แม่บ้านรุ่งรัตน์ถามเพราะค่อนข้างตกใจกับสภาพร่างกายของเด็กที่เห็น นอกจากผื่นแดงแล้ว ทั้งอึและฉี่ยังคงหมักหมมอยู่แบบนั้นเหมือนมันไม่ได้ถูกผลัดเปลี่ยนเลย 

            "ตั้งแต่เมื่อคืนมั้งครับ" 

            "ตายจริง มิน่าล่ะถึงได้ร้องไห้เสียยกใหญ่" 

            แม้จะตกใจแต่ก็ไม่ได้รีรอ แม่บ้านรุ่งรัตน์จัดการทำความสะอาดเนื้อตัวให้เด็กน้อยและปล่อยให้บริเวณที่อับชื้นนั้นได้สัมผัสกับอากาศบ้างโดยการปล่อยท่อนล่างของเด็กให้เปลือยเปล่าไว้อย่างนั้นก่อน 

            แม่บ้านรุ่งรัตน์อยากจะออกความเห็นแต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีด้วยความที่พ่อของเด็กคนนี้คือนายจ้างของเธอ การจะบ่นหรือตำหนินั้นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ เพราะหากว่ากันตามตรงแล้วตัวแม่บ้านเองที่เป็นคนอาสาเข้าไปยุ่งวุ่นวายเองทั้งที่ไม่ใช่หน้าของตน แต่เห็นเป็นแบบนี้แล้วก็คงจะปล่อยเอาไว้ไม่เหลียวแลไม่ได้

            "ปกติแล้วควรจะเปลี่ยนแพมเพิสให้แกทุก 2 หรือ 3 ชั่วโมงนะคะ หรือถ้าหากเป็นไปได้ก็เปลี่ยนหลังจากที่แกขับถ่ายเสร็จแล้ว ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้เกิดผื่นแดงได้อย่างที่เห็น"

            กฤษณะยืนนิ่งมองดูเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาสร้างขึ้นมาเองกับมือด้วยสายตาอันว่างเปล่า เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเด็กอ่อนต้องเปลี่ยนแพมเพิสบ่อยขนาดนี้ 

           

TBC.

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   36 ตอนจบ

    "หมอก""ครับ""มานี่หน่อย""คุณกฤษมีอะไรหรือเปล่าครับ""เปล่า แค่อยากเห็นหน้า""เล่นอะไรของคุณเนี่ย...ถ้าไม่มีไร ผมไปทำความสะอาดครัวต่อละ""มานี่ก่อน"มารุตจิ๊ปากแต่ก็เดินเข้าไปหา ในมือยังคงถือผ้าเช็ดโต๊ะไม่ยอมวาง พอไปถึงเขาก็ถูกรวบตัวจับให้นั่งลงบนตัก"ทำไมต้องให้ผมนั่งบนตักคุณด้วย ตัวผมไม่ใช่เบา ๆ นะ""ไว้ตัวใหญ่กว่าฉันก็ค่อยให้ฉันนั่งตักนายแทนก็ได้""ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายถึผมนั่งข้าง ๆ คุณก็ได้ต่างหาก"มารุตกลอกตาไปมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงฮัดฮัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ระคายหูคนฟังนัก กฤษณะกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น เขาเกยคางลงบนบ่าอีกฝ่าย เลื่อนกรอบหน้าเข้าไปใกล้หูที่กำลังเริ่มขึ้นสีระเรื่อจนแนบชิด"ปีนี้นายอายุเท่าไหร่""ปีนี้ผม 26 แล้ว คุณถามทำไมครับ""ปีนี้ฉัน 33""ครับ ผมรู้อยู่แล้ว คุณห่างกับผมตั้ง 7 ปี เป็นพี่ผมได้สบาย ๆ ""ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เรียกฉันพี่ซะล่ะ""ได้ไงล่ะครับ คุณโตกว่าผมมากแถมยังเป็นเจ้านายผมกับแม่ด้วย""แต่ฉันว่ามันฟังดูห่างเหิน เรื่องว่าจ้างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องว่าจ้าง แต่เรื่องความสัมพันธ์นายก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรเป็นสิ""เอ่อ ผม""ฉันขอมากไปงั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   35 จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง

    "คุณกฤษครับ แป้งน้อยไม่สบาย ผมพาไปหาหมอมาแล้ว....ครับ....มีไข้แต่ตอนนี้ไข้เริ่มลดแล้ว...ครับ...เจอกันตอนเย็นครับ"มารุตวางสายก่อนจะหันมาดูเจ้าตัวเล็กที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนของตัวเองอย่างน่าสงสาร หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาคงจะพาไปตากแดดตากลมมากไปหน่อยจึงทำให้ล้มป่วย"หายไว ๆ นะเด็กดี"เมื่อเห็นว่าถุงแป้งหลับสนิทแล้วร่างโปร่งก็เดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ปกติแล้วมารุตไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดูแลเด็กสักเท่าไหร่ หากเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจก็มักจะโทรถามแม่ตัวเองอยู่ตลอด แต่กับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย แม่เขาจะบอกให้เขาจำใส่ใจไว้เสมอว่าอันดับแรกที่ควรทำก็คือพาเด็กส่งถึงมือหมอให้เร็วที่สุด และนั่นก็เป็นคำแนะนำที่ดีมากสำหรับเขาระหว่างนั้นมารุตก็แวะเข้าไปดูถุงแป้งอยู่ตลอด เธอจะร้องงอแงบ้างเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้มารุตต้องคอยอยู่ปลอบจนสงบเป็นระยะ ๆ"ยัยหนูเป็นยังไงบ้าง""คุณกฤษ ทำไมรีบกลับล่ะครับ แล้วงานล่ะ"จู่ ๆ กฤษณะก็เดินทางกลับมาถึงบ้านหลังจากที่วางสายจากมารุตไปได้ไม่ถึงชั่วโมง"ฉันเป็นห่วงลูก เลยลางานครึ่งวันน่ะ"กฤษณะเดินเข้ามาในห้องของลูก เขายังไม่ทันจะวางสัมภาระที่พกติดตัวม

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   34 คำตัดสิน

    ถึงวันฟังคำตัดสิน กฤษณะขอลางานเดินทางไปศาลพร้อมกับลูกและมารุต หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างกดดันเพราะต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ เอาไว้กับตัวทั้งหมด แม้แต่แม่บ้านรุ่งรัตน์ มารุตเองก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ"ตาาาาาาา พ่อจ๋า ตาาา"คำเรียกที่จากปากเจ้าตัวเล็กหลังจากที่ยกมือไหว้ตามคนเป็นพ่อและพี่เลี้ยงทำให้นพพลถึงกับหยุดชะงัก นี่หลานเขาโตจนพูดได้ขนาดนี้แล้วเชียวหรือ สุดท้ายแม้ไม่อยากจะรับไหว้แต่ก็ต้องจำยอมพยักหน้าให้ครอบครัวเจ้าตัวน้อย เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของหลาน"ไป ไป หม่ามา ไป ไป"เจ้าตัวเล็ก ส่งเสียงเป็นนกแก้วนกขุนทอง เธอเรียกคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วโบกไม้โบกมือทักทายคนไปทั่ว แถมยังเดินคล่องขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เหมือนตอนเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้ไม่ได้ส่วนอภิญญาพอได้เห็นหน้าหลานก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะระหว่างที่ฟ้องร้องกันอยู่ เธอไม่มีโอกาสจะได้เจอหลานเลย จะแอบติดต่อก็ลำบาก แต่พอได้เห็นถุงแป้งถือของเล่นที่เคยซื้อให้มาด้วยก็แอบดีใจอยู่ลึก ๆการทักทายดูจะจบลงแค่นั้นก่อนที่พวกเขาจะเดินแยกจากกันไป ส่วนกฤษณะไม่ได้รีรออะไร เขาเดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   33 คู่คิด

    เวลาล่วงเลยมากว่าสองเดือนหลังจากได้หมายศาล แม้กฤษณะจะไม่ได้มีคนรอบข้างในชีวิตมากนัก แต่เขายังโชคดีที่ได้ทนายฝืมือดีเป็นรุ่นพี่จากที่ทำงานเก่า ตามจริงเขารู้สึกแค่เพียงว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสายเลือดเดียวกันมันเป็นเรื่องที่สูญเปล่า แต่หากว่ามันจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาดีพอที่จะได้เลี้ยงดูลูกต่อไปหรือไม่ เขาก็พร้อมที่จะทำวันนี้ทนายเดินทางมาหาเขาที่บ้าน พร้อมกับสอบถามข้อมูลและหาหลักฐานอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติม"วันที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย โจทย์ส่งเพียงทนายมาเจรจา ซึ่งจากที่เราได้พยายามหาข้อตกลงร่วมกัน มันไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้นเราต้องเตรียมข้อมูลหลักฐานไปสู้กันต่อ ศาลนัดสืบพยานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า กฤษ นายยังโชคดีนะที่ได้จดทะเบียนสมรส ถ้าว่าตามข้อนี้นายได้เปรียบแน่นอนเพราะเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฏหมาย""ผมมีโอกาสที่จะเสียลูกมากน้อยแค่ไหนครับพี่เอก"กฤษณะพูดพลางหันไปมองมารุตที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก สิ่งที่เขากังวลใจอีกเรื่องก็คือเรื่องของคนข้าง ๆ เพราะเรื่องของพวกเขาสองคนก็เป็นข้อเท็จจริงอีกข้อที่อีกฝ่ายจะยกข้อนี้ขึ้นมาอ้างได้"ว่ากันตามหลักกฏหมาย ไม่มีข้อไหนที่ห้ามผู้ปกครองที่คบหาเพศเดียวกั

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   32 ตัดขาด

    วันนี้กฤษณะพาลูกมาเยี่ยมคุณตาคุณยายอย่างเคย สายตาหลายคู่ที่เคยมองเขาด้วยความเป็นกันเองได้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเพิกเฉย ซึ่งกฤษณะไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก มีก็แต่มารุตที่ยังไม่ชินและรู้สึกอึดอัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่กฤษณะยกมือขึ้นตบบ่าคนตรงหน้าเบา ๆ เป็นการให้กำลังใจ แต่ก็ไม่พ้นสายตาคนรอบข้างที่คอยจ้องจับผิดพวกเขาอยู่แทบจะทุกวินาที"ไม่เป็นไรนะ""ครับ"มารุตส่งยิ้มตอบ ตามจริงคนที่อยากได้กำลังใจมากที่สุดควรจะเป็นกฤษณะมากกว่า แต่คนตัวโตกลับไม่เผยความรู้สึกให้ใครรู้ นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคนรอบข้างถึงเข้าใจผิดคิดว่าเขาไร้ความรู้สึก ทั้ง ๆ ที่หากได้ใกล้ชิดกันจริง ๆ กฤษณะคือคนที่เอาใจใส่คนอื่นดีมากคนหนึ่ง"เห็นอกเห็นใจกันเหลือเกินนะ"นพพลพูดขึ้นอย่างไม่มีอ้อมค้อม เขานึกว่าหากอภิญญาได้เกลี้ยกล่อมให้กฤษณะยอมเลิกจ้างมารุตตามที่ร้องขอ อาจจะทำให้เขาใจอ่อนขึ้นมาบ้าง แต่กฤษณะกลับเพิกเฉย มิหนำซ้ำยังพามารุตมาด้วยราวกับไม่เห็นหัวเขา"ฉันไม่คิดว่าแกจะกล้าหักหลังลูกสาวฉัน ถึงขั้นเอาลูกจ้างมาแทนที่ แถมยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก"คำพูดขอพ่อตาทำให้ทุกคนที่อยู่ในบ้านเงียบไปตาม ๆ กัน"แกเงียบแบบนี้ แสดงว่าแก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   31 แพ้ทางพ่อลูกอ่อน

    หลังจากที่กฤษณะขอมารุตคบอย่างจริงจัง ดูเหมือนว่าพี่เลี้ยงคนที่มั่นใจในตัวเองสูง คนที่กล้าเดินหน้าบอกความรู้สึกก่อน จะกลายเป็นคนละคนไปแล้ว มารุตไม่ยอมสบตาตอนคุย เขาพูดน้อยลงกว่าเดิมมาก แถมยังออกอาการเขินอายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก กฤษณะจึงปล่อยให้เขาได้ปรับตัว ไม่เร่งรีบอะไร พวกเขากลับไปเตรียมตัวที่ห้องอีกครั้งและกลับมานั่งพักผ่อนที่ริมชายหาดกันเงียบ ๆ"อ๊าย! จา จ้าาา"ถุงแป้งส่งเสียงร้องดังลั่น เมื่อถูกปล่อยให้คลานเล่นบนชายหายเม็ดเนียนละเอียด ชุดว่ายน้ำสีแดงสดลายก้อนเมฆเด่นสะดุดตา เรียกได้ว่าคลานไปไหนก็หาเจอส่วนผู้ใหญ่ทั้งสองคนอยู่ในชุดกางเกงว่ายน้ำกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นทั้งคู่ คนเป็นพี่เลี้ยงพาเจ้าตัวเล็กนั่งก่อปราสาททรายอยู่ใต่ร่มไม้ ส่วนกฤษณะก็นอนดูมารุตกับลูกอยู่บนเก้าอี้ชายหาด ลมยามบ่ายแก่ ๆ กับกลิ่นของทะเลชวนให้รู้สึกดีทีเดียว"ดูนั่นสิ พวกเขาพาลูกน้อยมาเที่ยวล่ะ""ใช่เหรอ ฉันว่าเด็กอาจจะเป็นญาติกันกับสองคนนั้นก็ได้นะ""ไม่รู้สิ ถ้าอย่างนั้นแล้วแม่เด็กไปไหน ปกติแม่จะหวงลูกอย่างกับอะไรดี ตัวแค่นี้ไม่น่าปล่อยให้ออกมาเล่นแบบนี้กับคนอื่นได้นะ""อืม น่าคิด"บทสนทนาที่ดังอยู่ด้านหลัง ทำให้ก

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   19 เกลียดตัวกินไข่

    "หมอก เสร็จหรือยัง"วันนี้เป็นวันที่กฤษณะจะพาลูกสาวไปเยี่ยมญาติฝ่ายหญิง ตั้งแต่เช้าดูมารุตจะเป็นคนที่ตื่นเต้นที่สุดเพราะเขากลัวว่าจะโดนตำหนิหากพลั้งเผลอดูแลหลานสาวตัวเล็กของพวกเขาไม่ดี"มาแล้วคร้าบ"มารุตตรวจตราสิ่งของจำเป็นสำหรับเจ้าตัวเล็กที่ต้องพกติดเสมอยามที่ต้องออกไปข้างนอก เมื่อเห็นว่าทุกอย่า

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   16 ยอม

    "อือออออ"เสียงครางของคนที่นอนบนเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบเชียบภายให้ห้อง ความเมื่อยล้าจากการนอนท่าเดิมมาหลายชั่วโมงทำให้เขาต้องบิดขี้เกียจกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้น มันทั้งนุ่มทั้งกว้างดีจริง ๆ-- เฮือก! –คนที่ยังไม่ลืมตาตื่นดีกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เขาต้องไปเตรียมมื้อเช้าให้สองพ่อลูกนี่นา มารุตห

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   15 ม่ายมาววว

    คืนนี้เป็นคืนแรกในรอบหลายอาทิตย์ที่ทำเอากฤษณะนอนแทบไม่หลับ เป็นความกระวนกระวายใจที่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับลูกและภรรยา แต่กลับเป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัวของเขาเองหลังจากที่นอนกระสับกระส่ายอยู่นานร่างสูงก็ลุกขึ้นนั่งก่อนจะเดินออกมาด้านนอก เขาแวะไปดูเจ้าตัวเล็กนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าลูกหลับสนิทดีก็เดินออ

  • สอนรักพ่อลูกอ่อน   11 เรียกพ่อสิลูก

    "ม่า ๆๆๆๆๆ หม่าม่า ๆ ""หมอก ลูกฉันร้องแบบนี้หมายความว่าไง""เอ่อ…ก็"มารุตกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ที่ผ่านมาเขาพยายามจะสอนให้ถุงแป้งหัดพูดชื่อเขาให้ได้ แต่ด้วยความที่ตัวอักษรเริ่มต้นมันดันเป็น ม ม้า เหมือนกันและตัวเด็กเองยังหัดออกเสียงไม่เป็นทำให้ถุงแป้งพูดได้แค่นี้ ที่จริงถือว่าเป็นพัฒ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status