LOGINเรื่องราวของกฤษณะ พ่อม่ายลูกติดที่สูญเสียภรรยาไปโดยไม่คาดคิด ชีวิตเขามืดมนและดำดิ่งจากความรู้สึกผิด จนกระทั่งได้เจอกับหมอก ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับโลกที่สดใสและความรักอันเต็มเปี่ยม
View MoreS그룹 본사 최상층 회장실,
그 문 앞 복도에는 이름만 들어도 유명한 셰프들이 나란히 서 있었다.
흰 셰프복에 단정한 모자, 은빛이 번쩍이는 조리도구,
완벽히 플레이팅된 요리가 놓인 쟁반을 양손으로 받쳐 든 모습은 그 자체로 일종의 퍼레이드 같았다.
하지만 그들의 얼굴에는 긴장과 초조함이 엉켜 있었고, 뺨에는 굳은 미소가 어색하게 걸려 있었다.
복도를 채운 공기는 마치 숨조차 삼키기 두려운 듯 묵직했고,
안쪽에서 새어나오는 소리,
포크와 나이프가 접시 위를 긁는 미묘한 소리와 낮고 단호한 남자의 목소리는 그 공기를 더욱 팽팽하게 조였다.
“이것도 아니야.”
이현의 목소리는 낮고 차가웠으며, 무언가를 집어삼킨 듯 건조하고 예민했다.
그의 눈썹은 점점 더 좁아졌고, 얇게 다문 입술 끝은 미세하게 떨리고 있었다.
한 접시가 탁자에서 밀려나며 자리 잡은 그 긴장의 끝에서,
이현은 또 다른 한 접시에 나이프를 툭 던지며 푸념처럼,
그러나 명확한 실망의 감정을 담아 중얼거렸다.
“이것도 아니라고!!”
평소라면 그조차 쉽사리 감정을 드러내지 않던 남자였지만,
오늘따라 그의 참을성은 바닥까지 내려앉아 있었다.
“이게 정말 국내 최고의 요리사 음식이 맞습니까?”
회장실 안은 그의 목소리에 따라 잔잔했던 물결이 깨지듯 미묘한 떨림이 일었다.
복도에 서 있던 셰프들은 저마다 고개를 숙이며, 누군가는 등을 굽히고,
누군가는 뒷덜미를 습관처럼 주무르며 한껏 초조해했다.
이현은 의자에서 벌떡 일어났고,
의자 다리가 대리석 바닥을 긁는 소리가 짧고 날카롭게 울려 퍼졌다.
그는 손등으로 이마를 천천히 쓸어내리며 짧은 숨을 토해냈고,
이내 성큼성큼 걸음을 옮겨 회장실 문을 거칠게 열었다.
쿵, 요란한 소리에 복도 끝까지 울림이 번졌다.
그는 한순간 복도 끝까지 침묵을 가져왔고,
아무도 그에게 말을 건네지 못한 채 고개를 숙이거나 눈치를 살피며 그가 지나가는 길을 조용히 비켜주었다.
그렇게 회장실을 벗어나 비상계단을 내려가며, 이현은 눈꺼풀 너머로 묘한 공허감을 느꼈다.
수십 명의 셰프가 정성스레 준비한 음식을 맛보았지만, 그 무엇도 그의 마음속 공허를 메우지 못했고,
혀끝에는 잠깐의 감각만 남았을 뿐 가슴 한복판까지 내려가는 따뜻함은 하나도 느낄 수 없었다.
그는 S그룹 본관 뒤편 골목길로 무작정 발걸음을 옮겼다.
저녁 공기가 뺨을 스치며 내려앉을 때,
어디선가 퍼져오는 고소하면서도 따뜻한 냄새가 그의 걸음을 잠시 멈춰 세웠다.
그 냄새는 상류사회의 고급스러운 향과는 달랐고,
억지로 연출된 파인다이닝의 복잡한 향도 아니었으며,
왠지 모르게 오래전 기억의 문을 두드리는 소박하고 포근한 냄새였다.
골목 끝, 가로등 불빛이 번지는 곳에서 작은 식당 하나가 보였다.
‘마싯집’이라고 손글씨로 적힌 허름한 간판,
그리고 그 아래 줄지어 선 사람들.
긴 기다림에도 불평 대신 웃음과 수다가 오가는 풍경은,
그에게 놀라움과 약간의 호기심을 안겨주었다.
이현은 그 줄 끝을 따라 잠시 시선을 내리깔았다가,
망설임도 없이 곧장 줄 맨 앞으로 걸어 나갔다.
날렵한 걸음, 단 한 치의 흔들림도 없는 눈빛,
사람들의 시선을 한껏 끌어당기는 강렬한 존재감.
“저, 저기요!”
“아저씨, 줄 서야죠!”
뒤에서 불만 섞인 목소리가 쏟아졌지만,
이현은 가만히 주머니에서 검은색 카드를 꺼내 들었다.
그 카드는 어둠 속에서도 번쩍이며 강력한 존재감을 내뿜었고,
알아보는 이들의 표정은 잠시 경악으로 얼어붙었다.
“오늘 매상 전부, 내가 계산하겠소.”
낮고 확신에 찬 목소리는 골목을 관통했고,
“뒤로 물러들 나시오” 라는 마지막 한마디는 더할 나위 없는 힘으로 사람들을 잠시 멈춰 세웠다.
그리고 그때, 식당 안에서 누군가 달려나왔다.
앞치마를 질끈 묶은 젊은 여자, 붉게 달아오른 뺨,
긴 머리를 대충 하나로 묶은 채, 왼손에는 검은 고무장갑을 낀 채로 오른손에 빗자루를 꽉 쥐고 있었다.
“아저씨!”
그녀의 목소리는 놀랍도록 단단했고, 순간 이현의 눈길이 그녀의 얼굴로 향했다.
활처럼 단호하게 그어진 눈썹, 화장기 거의 없는 얼굴,
그리고 불꽃처럼 살아 있는 눈동자.
“여긴 웨이팅 순서 지켜야 하는 집이에요. 돈 있다고 다 되는 거 아니거든요?”
이현은 처음으로 조금 웃을 듯 말 듯한 입꼬리를 살짝 움직였다.
조용히, 그러나 분명히 흥미가 솟구치는 느낌이었다.
“내가 오늘 매상 다 줄 텐데도?”
순간, 그녀의 얼굴에 짧은 놀라움이 스쳤다가, 곧 매서운 기운으로 바뀌었다.
그리고 이어지는, 세상에서 가장 단호하고 짧은 대답.
“…미친놈인가.”
짧은 한마디. 그 한마디는 이현이 평생 들어본 어떤 비평보다도 강렬했다.
유리는 빗자루를 번쩍 들어 올렸고, 이현은 피식 웃으며 뒤로 물러섰다.
그 짧은 장면은 골목 끝까지 파도처럼 번졌고,
사람들은 숨죽인 웃음을 터뜨리며 조용히 핸드폰을 꺼내는 이도 있었다.
그날 밤, 이현은 오랜만에 걸음이 가벼워졌다.
그리고 마음속 깊은 곳에서 잊고 지냈던 무언가가 살짝 건드려졌다.
‘재밌네.’
그건 아주 오래전,
어머니의 손맛을 그리워하던 소년의 마음이 어렴풋이 되살아나는 순간이었다.
"หมอก""ครับ""มานี่หน่อย""คุณกฤษมีอะไรหรือเปล่าครับ""เปล่า แค่อยากเห็นหน้า""เล่นอะไรของคุณเนี่ย...ถ้าไม่มีไร ผมไปทำความสะอาดครัวต่อละ""มานี่ก่อน"มารุตจิ๊ปากแต่ก็เดินเข้าไปหา ในมือยังคงถือผ้าเช็ดโต๊ะไม่ยอมวาง พอไปถึงเขาก็ถูกรวบตัวจับให้นั่งลงบนตัก"ทำไมต้องให้ผมนั่งบนตักคุณด้วย ตัวผมไม่ใช่เบา ๆ นะ""ไว้ตัวใหญ่กว่าฉันก็ค่อยให้ฉันนั่งตักนายแทนก็ได้""ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมหมายถึผมนั่งข้าง ๆ คุณก็ได้ต่างหาก"มารุตกลอกตาไปมาก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงฮัดฮัด แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ระคายหูคนฟังนัก กฤษณะกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้น เขาเกยคางลงบนบ่าอีกฝ่าย เลื่อนกรอบหน้าเข้าไปใกล้หูที่กำลังเริ่มขึ้นสีระเรื่อจนแนบชิด"ปีนี้นายอายุเท่าไหร่""ปีนี้ผม 26 แล้ว คุณถามทำไมครับ""ปีนี้ฉัน 33""ครับ ผมรู้อยู่แล้ว คุณห่างกับผมตั้ง 7 ปี เป็นพี่ผมได้สบาย ๆ ""ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่เรียกฉันพี่ซะล่ะ""ได้ไงล่ะครับ คุณโตกว่าผมมากแถมยังเป็นเจ้านายผมกับแม่ด้วย""แต่ฉันว่ามันฟังดูห่างเหิน เรื่องว่าจ้างก็ปล่อยให้เป็นเรื่องว่าจ้าง แต่เรื่องความสัมพันธ์นายก็ต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรเป็นสิ""เอ่อ ผม""ฉันขอมากไปงั
"คุณกฤษครับ แป้งน้อยไม่สบาย ผมพาไปหาหมอมาแล้ว....ครับ....มีไข้แต่ตอนนี้ไข้เริ่มลดแล้ว...ครับ...เจอกันตอนเย็นครับ"มารุตวางสายก่อนจะหันมาดูเจ้าตัวเล็กที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนของตัวเองอย่างน่าสงสาร หลายวันที่ผ่านมาพวกเขาคงจะพาไปตากแดดตากลมมากไปหน่อยจึงทำให้ล้มป่วย"หายไว ๆ นะเด็กดี"เมื่อเห็นว่าถุงแป้งหลับสนิทแล้วร่างโปร่งก็เดินออกมาด้านนอกเพื่อเตรียมอุปกรณ์เช็ดตัว ปกติแล้วมารุตไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการดูแลเด็กสักเท่าไหร่ หากเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจก็มักจะโทรถามแม่ตัวเองอยู่ตลอด แต่กับเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย แม่เขาจะบอกให้เขาจำใส่ใจไว้เสมอว่าอันดับแรกที่ควรทำก็คือพาเด็กส่งถึงมือหมอให้เร็วที่สุด และนั่นก็เป็นคำแนะนำที่ดีมากสำหรับเขาระหว่างนั้นมารุตก็แวะเข้าไปดูถุงแป้งอยู่ตลอด เธอจะร้องงอแงบ้างเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว ทำให้มารุตต้องคอยอยู่ปลอบจนสงบเป็นระยะ ๆ"ยัยหนูเป็นยังไงบ้าง""คุณกฤษ ทำไมรีบกลับล่ะครับ แล้วงานล่ะ"จู่ ๆ กฤษณะก็เดินทางกลับมาถึงบ้านหลังจากที่วางสายจากมารุตไปได้ไม่ถึงชั่วโมง"ฉันเป็นห่วงลูก เลยลางานครึ่งวันน่ะ"กฤษณะเดินเข้ามาในห้องของลูก เขายังไม่ทันจะวางสัมภาระที่พกติดตัวม
ถึงวันฟังคำตัดสิน กฤษณะขอลางานเดินทางไปศาลพร้อมกับลูกและมารุต หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างกดดันเพราะต้องแบกรับเรื่องต่าง ๆ เอาไว้กับตัวทั้งหมด แม้แต่แม่บ้านรุ่งรัตน์ มารุตเองก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังเพราะไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ"ตาาาาาาา พ่อจ๋า ตาาา"คำเรียกที่จากปากเจ้าตัวเล็กหลังจากที่ยกมือไหว้ตามคนเป็นพ่อและพี่เลี้ยงทำให้นพพลถึงกับหยุดชะงัก นี่หลานเขาโตจนพูดได้ขนาดนี้แล้วเชียวหรือ สุดท้ายแม้ไม่อยากจะรับไหว้แต่ก็ต้องจำยอมพยักหน้าให้ครอบครัวเจ้าตัวน้อย เพียงเพราะอยากเห็นรอยยิ้มของหลาน"ไป ไป หม่ามา ไป ไป"เจ้าตัวเล็ก ส่งเสียงเป็นนกแก้วนกขุนทอง เธอเรียกคนนั้นทีคนนี้ทีแล้วโบกไม้โบกมือทักทายคนไปทั่ว แถมยังเดินคล่องขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เหมือนตอนเล็ก ๆ ที่ไม่ว่าใครก็เข้าใกล้ไม่ได้ส่วนอภิญญาพอได้เห็นหน้าหลานก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะระหว่างที่ฟ้องร้องกันอยู่ เธอไม่มีโอกาสจะได้เจอหลานเลย จะแอบติดต่อก็ลำบาก แต่พอได้เห็นถุงแป้งถือของเล่นที่เคยซื้อให้มาด้วยก็แอบดีใจอยู่ลึก ๆการทักทายดูจะจบลงแค่นั้นก่อนที่พวกเขาจะเดินแยกจากกันไป ส่วนกฤษณะไม่ได้รีรออะไร เขาเดินไปติดต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อ
เวลาล่วงเลยมากว่าสองเดือนหลังจากได้หมายศาล แม้กฤษณะจะไม่ได้มีคนรอบข้างในชีวิตมากนัก แต่เขายังโชคดีที่ได้ทนายฝืมือดีเป็นรุ่นพี่จากที่ทำงานเก่า ตามจริงเขารู้สึกแค่เพียงว่าการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสายเลือดเดียวกันมันเป็นเรื่องที่สูญเปล่า แต่หากว่ามันจำเป็นที่จะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าเขาดีพอที่จะได้เลี้ยงดูลูกต่อไปหรือไม่ เขาก็พร้อมที่จะทำวันนี้ทนายเดินทางมาหาเขาที่บ้าน พร้อมกับสอบถามข้อมูลและหาหลักฐานอื่น ๆ ประกอบเพิ่มเติม"วันที่ศาลนัดไกล่เกลี่ย โจทย์ส่งเพียงทนายมาเจรจา ซึ่งจากที่เราได้พยายามหาข้อตกลงร่วมกัน มันไม่เป็นผลสำเร็จ ดังนั้นเราต้องเตรียมข้อมูลหลักฐานไปสู้กันต่อ ศาลนัดสืบพยานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า กฤษ นายยังโชคดีนะที่ได้จดทะเบียนสมรส ถ้าว่าตามข้อนี้นายได้เปรียบแน่นอนเพราะเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฏหมาย""ผมมีโอกาสที่จะเสียลูกมากน้อยแค่ไหนครับพี่เอก"กฤษณะพูดพลางหันไปมองมารุตที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก สิ่งที่เขากังวลใจอีกเรื่องก็คือเรื่องของคนข้าง ๆ เพราะเรื่องของพวกเขาสองคนก็เป็นข้อเท็จจริงอีกข้อที่อีกฝ่ายจะยกข้อนี้ขึ้นมาอ้างได้"ว่ากันตามหลักกฏหมาย ไม่มีข้อไหนที่ห้ามผู้ปกครองที่คบหาเพศเดียวกั
"ม่า ๆๆๆๆๆ หม่าม่า ๆ ""หมอก ลูกฉันร้องแบบนี้หมายความว่าไง""เอ่อ…ก็"มารุตกระอักกระอ่วน ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี ที่ผ่านมาเขาพยายามจะสอนให้ถุงแป้งหัดพูดชื่อเขาให้ได้ แต่ด้วยความที่ตัวอักษรเริ่มต้นมันดันเป็น ม ม้า เหมือนกันและตัวเด็กเองยังหัดออกเสียงไม่เป็นทำให้ถุงแป้งพูดได้แค่นี้ ที่จริงถือว่าเป็นพัฒ
-- ก๊อก ๆ –"คุณกฤษครับ คุณสะดวกไหมครับ ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนหน่อย"มารุตมาเคาะประตูเรียกกฤษณะในตอนสายของเช้าวันหนึ่ง ช่วงนี้งานของกฤษณะค่อนข้างยุ่งมาก นอกจากเขาจะต้องออกจากบ้านแต่เช้าแล้ว ยังกลับดึกค่อนข้างบ่อย กว่าจะว่างได้ก็ต้องรอวันอาทิตย์หรือวันหยุดอย่างเดียวตามจริงมารุตเองก็ไม่อยากจะรบกวนกฤษ
[เช้าวันถัดมา]วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดงานของกฤษณะ แม้จะเป็นวันหยุดแต่เขาก็ตื่นเช้าเป็นปกติ ยิ่งเมื่อคืนเกิดมีปากเสียงกับพี่เลี้ยงเด็กด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขานอนหลับไม่ลง หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะพะวงกับหลาย ๆ เรื่องเมื่อออกจากห้องมาก็พบว่ามีคนตื่นอยู่ก่อนแล้วและมารุตก็กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับลู
-- แกร๊ก –เสียงประตูเปิดออกท่ามกลางความมืดมิดภายในบ้าน แสงที่สาดจากทางด้านนอกช่วยให้คนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาด้านในปรับโฟกัสสายตาได้ง่ายขึ้น ทำไมมารุตถึงได้ปล่อยให้บ้านมืดได้ขนาดนี้ทุกอย่างภายในบ้านเงียบเชียบผิดปกติ ทำให้กฤษณะรู้สึกใจไม่ดี เขานึกไปถึงเหตุการณ์วันนั้น วันที่เขาสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดใน


![ผมก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ดันได้พ่อเค้าเป็นสามี [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)