สอนรักพ่อลูกอ่อน

สอนรักพ่อลูกอ่อน

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-16
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
Belum ada penilaian
39Bab
361Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เรื่องราวของกฤษณะ พ่อม่ายลูกติดที่สูญเสียภรรยาไปโดยไม่คาดคิด ชีวิตเขามืดมนและดำดิ่งจากความรู้สึกผิด จนกระทั่งได้เจอกับหมอก ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับโลกที่สดใสและความรักอันเต็มเปี่ยม

Lihat lebih banyak

Bab 1

1 บทนำ

    -- มินขอโทษนะกฤษที่มินทำตัวเป็นภาระ แต่มินก็รักยัยหนูเกินกว่าที่จะพาลูกไปด้วย มินฝากลูกด้วยนะกฤษ ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายของมิน -- มินตรา

    -- มิน!!! มิน ผมขอโทษ ตื่นมาคุยกับผมก่อน ผมขอโทษ –

    -- เฮือก! --

    ร่างสูงสะดุ้งตื่นพร้อมกับเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นเต็มตัว เขาฝันร้ายแบบนี้มาได้สามเดือนแล้วนับตั้งแต่เธอจากไป ความรู้สึกผิดยังคงติดตรึงฝังอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ใช่แค่เขาที่สูญเสียภรรยา แต่ลูกก็ต้องมากำพร้าแม่ด้วย

    "แงงงงง"

    ไม่ใช่แค่ฝันร้ายแต่ยังมีเสียงร้องไห้ของเด็กตัวน้อยที่ปลุกให้เขาตื่น กฤษณะมองดูนาฬิกาที่อยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง นี่เพิ่งจะเข้าเที่ยงคืนเท่านั้นแต่ถุงแป้งกลับตื่นมาร้องไห้งอแงไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ลูกสาวเขามักจะร้องไห้กลางดึกเสมอไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง

    ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นนั่งก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเรียกพละกำลังของตัวเอง ช่วงนี้นอกจากเขาจะยังคงทำงานหนักแล้วยังต้องมาเลี้ยงลูกอีก วัน ๆ แทบไม่ได้นอน จริงอยู่แม้เขาจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาคอยดูแลยัยหนูแต่มันก็ยังช่วยแบ่งเบาภาระของเขาได้ไม่มากอยู่ดี เพราะพี่เลี้ยงจะอยู่มากสุดก็แค่ส่งยัยหนูเข้านอนเท่านั้นแล้วก็จบหน้าที่ แต่แต่ที่จริงเขาต้องการมากกว่านั้น เขาต้องการเวลาส่วนตัวเพราะทั้งเรื่องงานและเรื่องที่บ้านทำให้เขาเริ่มจะไม่ไหวแล้ว

    ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจทำให้กฤษณะทำตัวเฉื่อยชา ขายาว ๆ ค่อย ๆ ก้าวเท้าออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อนไปดูลูกสาวตัวน้อยที่นอนร้องกระจองอแงอยู่ในเปลห้องเด็ก เขาเป็นพ่อคนก็จริงแต่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการดูแลเด็กอ่อนเลย ที่ผ่านมาภรรยาของเขาเป็นคนดูแลทั้งหมดและตอนนี้กฤษณะเองก็รู้ซึ้งแล้วว่ามินตราต้องอดทนมากแค่ไหนกับการเป็นศรีภรรยาที่ดีให้กับเขา

    พอนึกถึงเรื่องเก่า ๆ น้ำตาชายหนุ่มก็ร่วงเผาะ เขาอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากอดไว้และร้องไห้แข่งกัน

    "พ่อขอโทษนะลูก พ่อผิดเอง"

    เขาพรมจูบแก้มลูกน้อยที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา เห็นทีถ้ายังอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่นานเขาคงได้พาลูกตามมินตราไปอยู่ด้วยแน่

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
39 Bab
2 ความหลัง(1)
"สวัสดีค่ะคุณกฤษ น้าขอเข้าไปทำความสะอาดนะคะ" รุ่งรัตน์ แม่บ้านที่มาทำงานได้สามเดือนแล้วเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นเจ้าของบ้าน เธอจะมาทำความสะอาดที่นี่สัปดาห์ละ 2 วัน (วันพฤหัสบดี 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่มและวันอาทิตย์ 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 รับค่าจ้างเป็นรายวันตามสัญญาจ้าง ที่เลือกตกลงเป็นสองวันนี้เพราะว่าวันพฤหัสบดีกฤษณะจะเลิกงานเร็ว และเขาจะหยุดทำงานทุกวันอาทิตย์ ทำให้มีเวลาเปิดบ้านให้ช่วงเวลานี้พอดีโดยไม่ต้องรบกวนใครอื่น ปกติแล้วทุกวันพฤหัสบดีแม่บ้านรุ่งรัตน์จะต้องเจอพี่เลี้ยงเด็กเสมอเพราะพี่เลี้ยงจะอยู่จนถึงเวลาพาถุงแป้งเข้านอนถึงจะกลับซึ่งหลายครั้งก็เป็นเวลาไล่เลี่ยกับเวลาที่แม้บ้านรุ่งรัตน์ใกล้จะเลิกงาน แต่วันนี้แปลกไป เธอไม่เห็นเงาของใครนอกจากผู้ว่าจ้างของเธอที่นั่งอ่านเอกสารบางอย่างอยู่ในชุดลำลอง ข้าง ๆ ตัวเขามีเจ้าตัวน้อยนอนส่งเสียงอ้อแอ้อยู่เป็นระยะ สีหน้าของคนเป็นพ่อดูเคร่งเครียดจนทำให้เธออดที่จะถามขึ้นไม่ได้ "วันนี้พี่เลี้ยงหนูถุงแป้งกลับไปแล้วหรือคะ" กฤษณะส่ายหน้าแต่ก็ไม่พูดอะไรไปมากกว่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจยกมือขึ้นกุมขมับราวกับมีเรื่องในใจให
Baca selengkapnya
2 ความหลัง(2)
สองสามวันที่ผ่านมาพี่เลี้ยงเด็กที่เป็นคนรู้จักที่กฤษณะจ้างวานเอาไว้ไม่มาทำงานเลยสร้างปัญหาให้กับเขาเป็นอย่างมาก งานก็เยอะแถมยังต้องกระเตงลูกอ่อนไปไหนมาไหนด้วยอีก ยังดีที่พอมีที่ฝากเลี้ยงได้แต่เขาก็ไม่ได้มีเวลาไปรับไปส่งลูกขนาดนั้น จะไปฝากไว้ยาว ๆ ก็ดูจะผิดต่อภรรยาที่ต้องเอาลูกไปทิ้งขว้างไว้ที่ไกลหูไกลตา วันนี้เขาจึงขอลาหยุดเพื่อจะได้มีเวลาทบทวนหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง การมีเด็กอ่อนในบ้านทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายได้แทบจะในทุก ๆ วินาที -- นี่เขาเผลอโยนความผิดให้ลูกตัวเองอีกแล้ว -- แม่บ้านรุ่งรัตน์มองหน้าคุณพ่อมือใหม่อย่างเคลือบแคลง ทั้ง ๆ ที่ลูกสาวของกฤษณะก็อายุย่างเข้าเดือนที่ 10 แล้ว แต่ทำไมเขาถึงกลับได้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการดูแลเด็กเลย ชายหนุ่มดูไม่กระตือรือร้น ไม่สนไม่แคร์อะไรนัก ขนาดเห็นผื่นแดงที่ตัวลูกก็ยังดูไม่ตกใจด้วยซ้ำ พฤติกรรมผิดวิสัยคนเป็นพ่อมาก แม้จะสงสัยแต่ก็ได้แต่เก็บความขุ่นมัวเอาไว้ในใจก่อนจะไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ "ผมเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหม" น้ำเสียงของกฤษณะที่เปล่งออกมามีความสั่นไหวอยู่เล็กน้อย อีกฝ่ายหันกลับมามอ
Baca selengkapnya
3 ปรามาส(1)
"แม่ว่าไงนะครับ" "แม่ถามว่า หมอกสนใจงานพี่เลี้ยงเด็กหรือเปล่า" หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน รุ่งรัตน์ก็ชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถามคนใกล้ตัวที่สุดนั่นก็คือมารุตลูกชายของเธอเอง "ทำไมอยู่ดี ๆ แม่มาถามหมอกแบบนี้ครับ ไหนแม่บอกว่าไม่อยากให้หมอกทำงานประเภทนี้ยังไงล่ะ" มารุตขมวดคิ้วถามกลับ แม่เป็นคนบอกกับเขาเองว่างานประเภทนี้มันเหนื่อย ไม่อยากให้เขาทำ แต่ทำไมวันนี้กลับยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด "ก็แม่เห็นว่าลูกกำลังหางานทำอยู่ แล้วแม่ก็คิดว่าลูกน่าจะเหมาะกับงานนี้ ลูกเรียนเกี่ยวกับการดูแลเด็กมาไม่ใช่หรือ" "หมอกเรียนวรรณกรรมสำหรับเด็กครับ" "นั่นแหละที่แม่หมายถึง แหมเด็กคนนี้นี่จริง ๆ เลย ผิดนิดผิดหน่อยไม่ได้" มารุตอมยิ้มน้อย ๆ แม่ไม่เคยเรียกชื่อสาขาวิชาที่เขาเรียนถูกเลย แต่ที่แม่พูดมันก็ไม่เชิงผิดเพราะว่าเอกที่เขาเรียนมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งสิ้น แม้จะเน้นหนักไปทางด้านวรรณกรรมแต่มันก็ยังมีวิชาที่ให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กด้วย ดังนั้นเรื่องของการดูแลเด็กก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนที่เรียนอย
Baca selengkapnya
3 ปรามาส(2)
[เช้าวันถัดมา] "คุณไม่ใช่คนที่ผมต้องการ" "ครับ?" มารุตเอียงคอทำสีหน้าฉงน วันนี้แม่ให้เขาเข้ามาคุยรายละเอียดงานที่บ้านของผู้ว่าจ้าง แต่เข้ามายังไม่ทันได้หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยซ้ำก็โดนปฏิเสธแล้ว "แม่บ้านรุ่งรัตน์บอกว่าวันนี้จะมีคนมาสมัครงาน คือคุณใช่ไหม ถ้าใช่ ผมไม่รับ" "ทำไมล่ะครับ เรายังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไรเลยนะ" "ผมต้องการพี่เลี้ยงที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย แค่นี้คุณสมบัติคุณก็ไม่ตรงแล้ว" มารุตขมวดคิ้วเป็นปม ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ มองตามเจ้าของบ้านที่กำลังเปิดประตูเชื้อเชิญให้เขาออกไป สรุปที่เขาตัดสินใจและพร่ำบอกตัวเองทั้งคืนให้พยายามสู้กับงานนี้ก็ต้องสูญเปล่าเพราะเขาไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ "คุณด่วนตัดสินใจไปหรือเปล่าครับ ผมยังไม่ได้ทดลองงานเลยนะ" "ไม่" กฤษณะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังไม่พอใจ เขาอุตส่าห์ยอมเสียเวลาลางานอีกวันเพียงเพื่อจะได้จัดการเรื่องพี่เลี้ยงคนใหม่ให้เรียบร้อย แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ตามที่คิด ตอนแรกเขานึกว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่มาคุยเร
Baca selengkapnya
4 ทดลองงาน(1)
ผ่านมากว่าครึ่งค่อนวันแล้วนับตั้งแต่มารุตได้รับอนุญาตเข้ามาในบ้านหลังนี้ หลังจากที่คุยรายละเอียดคร่าว ๆ นายจ้างอย่างกฤษณะก็ให้เริ่มทดลองงานในทันทีซึ่งมารุตเองก็ไม่ขัด งานหลัก ๆ ของเขาก็คือดูแลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเด็กเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ เป็นหน้าที่ของแม่บ้าน วิเคราะห์ดูแล้วเหมือนจะสบายแต่เปล่าเลย ไม่ใช่อย่างที่คิดงานพี่เลี้ยงเป็นอีกงานหนึ่งที่ค่อนข้างหนัก มันไม่ใช่แค่การดูแลเด็กให้ผ่านพ้นไปวัน ๆ เท่านั้น แต่มันคือการทุ่มเทจิตวิญญาณทั้งหมดที่มีเพื่อส่งเสริมเด็กให้เจริญเติบโตไปในทางที่ดีในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นอาชีพพี่เลี้ยงจึงไม่แตกต่างอะไรไปจากการเป็นแม่คนที่ต้องใส่ใจ ให้ความรัก ความอบอุ่น ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยให้กับเด็ก แต่มันจะดีกว่านั้นถ้าหากมีการเตรียมพร้อมที่ดีด้วย"คุณกฤษครับ ถุงแป้งชอบกินอะไรครับ""กินนม""แล้วอาหารอย่างอื่นล่ะครับ""ไม่รู้สิ ปกติเห็นพี่เลี้ยงเขาจัดการเองตลอด""แล้วน้องแพ้อาหารอะไรไหม""ก็ไม่น่านะ เด็กแพ้อาหารด้วยเหรอ เห็นกินอยู่ไม่กี่อย่าง"มารุตสูดหายใจเข้าปอดก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ถึงว่าทำไมถุงแป้งถึงได้ดูอ่อนแรงเหมือนเด็กขาดสารอาหาร นี่เขาควรจะโทษใคร
Baca selengkapnya
4 ทดลองงาน (2)
-- ติ๊งต่อง –ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง มารุตก็กับมาพร้อมกับข้าวของที่หอบมาอย่างพะรุงพะรัง ขณะที่เขากำลังจะเคาะประตูขอเข้าบ้าน ก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านกำลังมีแขก"ถ้าพี่เลี้ยงลูกไม่ได้ ก็ยกเด็กให้เราเถอะ""พี่ไม่ให้ นั่นลูกพี่""ลูกพี่งั้นเหรอ แล้วพี่ดูแลเด็กยังไง ถึงได้มีแต่ผดผื่นแดงเป็นปื้นขนาดนี้ ข้าวปลาก็ไม่มีให้ลูกกินดูสิเด็กร้องใหญ่แล้ว""…""เราสูญเสียพี่มินไป พี่อย่าต้องให้เราเสียหลานไปอีกคนเลย พี่มินคงจะดีใจมากกว่าที่เด็กได้มาอยู่กับเรา""พี่ไม่ให้""แต่พี่เลี้ยงลูกไม่เป็น พี่จะทำร้ายเด็กไปถึงเมื่อไหร่ อย่าให้เราถึงขั้นต้องฟ้องเอาเด็กจากพี่เลยนะ ขอล่ะ"ประโยคทั้งหมดทั้งมวลที่ได้ยินทำให้มารุตต้องถอยห่างออกจากหน้าประตูมาตั้งหลัก เขาไม่ได้ตั้งใจแอบฟังแต่เสียงมันดังทะลุออกมาถึงข้างนอก เท่านั้นยังไม่พอเขายังได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ยิ่งทำให้อยากจะรีบเข้าไปข้างในเร็ว ๆ ขณะที่กำลังจะเงื้อมือเปิดประตู ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินทำหน้าโมโหออกมา เธอดูจะชะงักไปเล็กน้อยตอนที่เห็นมารุตยืนรอหน้าประตูบ้านก่อนจะเดินผ่านเขาไปพอประตูเปิดทำให้มารุตได้ยินเสียงร้องไห้ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
Baca selengkapnya
5 ราบรื่นเหมือนคลื่นซัด
วันนี้เป็นวันแรกที่มารุตจะเริ่มต้นใช้ชีวิตในฐานะของพี่เลี้ยงเด็กเต็มตัว เขาเดินทางมาที่บ้านของกฤษณะแต่เช้าตรู่เพื่อรับมอบหน้าที่ แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือกังวลใจเลยสักนิด"ถุงแป้งงงงงงงงง"ยังไม่ทันที่เจ้าของบ้านจะได้พูดอะไร เจ้าของน้ำเสียงโทนนุ่มก็เอ่ยทักทายลูกบ้านตัวน้อยที่กำลังคลานต้วมเตี้ยมอยู่ในคอกกั้นตัวเองพร้อมกับส่งเสียงตอบราวกับกำลังทักทายผู้มาเยือนมารุตโบกมือให้เจ้าตัวน้อยก่อนจะเดินตามเจ้าของบ้านเข้าไปในห้องด้านในสุดที่ค่อนไปทางด้านหลังของตัวบ้านเพื่อเอาของไปเก็บ เขาได้ห้องนอนขนาดกลางที่ไม่ได้มีข้าวของเครื่องใช้อะไรมาก มีเพียงเตียงนอนกับตู้เสื้อผ้าและดีที่มันเป็นห้องแอร์"ฉันต้องไปทำงานแล้ว ฝากดูแลลูกด้วยนะ""แหมคุณกฤษ พูดแบบนี้ผมเขินนะ"มารุตพูดพลางทำท่ากระมิดกระเมี้ยนบิดไม้บิดมือ อยู่ดี ๆ ก็พูดฝากฝังซะเหมือนเขาเป็นแม่ศรีเรือน คนเมื่อวานที่ชอบพูดจาถากถากเขาไปไหนแล้ว"ฉันไม่ได้จ้างนายมาเพื่อเล่นขายของ""ขอโทษครับ"มารุตหยุดการกระทำของตัวเองและตอบกลับด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อนเพราะความรู้สึกผิด เขาก็แค่อยากให้กฤษณะมีอารมณ์ขันบ้างก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนจะเล่นมากไป
Baca selengkapnya
6 ชั่งใจ
[เช้าวันถัดมา]วันนี้เป็นวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดงานของกฤษณะ แม้จะเป็นวันหยุดแต่เขาก็ตื่นเช้าเป็นปกติ ยิ่งเมื่อคืนเกิดมีปากเสียงกับพี่เลี้ยงเด็กด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เขานอนหลับไม่ลง หลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะพะวงกับหลาย ๆ เรื่องเมื่อออกจากห้องมาก็พบว่ามีคนตื่นอยู่ก่อนแล้วและมารุตก็กำลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้กับลูกเขาอยู่พอดี กฤษณะไม่พูดอะไร เขาเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ ชายตามองคนหนุ่มกว่าเล็กน้อยแล้วก็เดินผ่านไป สุดท้ายก็เป็นมารุตเองที่ทนไม่ไหวต้องพูดขึ้นก่อน"ถ้าคุณหาพี่เลี้ยงคนใหม่ไม่ทัน ผมจะช่วยดูถุงแป้งให้ก่อนก็ได้"มารุตเองก็นอนไม่หลับมาทั้งคืน คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรต่อจากนี้ ตามจริงเขาเองก็อยู่ในช่วงหางานมาตลอด ดังนั้นถ้าจะตกงานตอนนี้ก็ไม่ได้น่าตกใจเท่าไหร่ ก็แค่กลับไปเริ่มต้นหางานใหม่ก็เท่านั้น"ฉันไม่ได้คิดจะหาพี่เลี้ยงคนใหม่"สิ่งที่กฤษณะพูดทำให้คนฟังถึงกับต้องหยุดมือ นี่เขาคิดจะไล่คนออกแล้วยังจะไม่หาคนใหม่อีกเหรอ"นี่คุณไม่ห่วงลูกสาวคุณเลยใช่ไหม คุณไม่มีเวลาแล้วยังจะไม่หาพี่เลี้ยงมาดูแลถุงแป้งอีก คุณคิดอะไรอยู่คุณกฤษ""ก็นายยังไม่ได้ลาออกนี่"มารุตชะงักปาก ปกติแล้วถ้าโดนว่าแบบนั้น นายจ้างของเข
Baca selengkapnya
7 เดินเล่น
"ขอโทษนะคะ พอจะทราบไหมคะว่าหมู่บ้านนี้อยู่ตรงไหน"ผู้หญิงคนหนึ่งสะพายเป้แบคแพคเดินสวนมา เห็นพวกเขากำลังเดินรับลมเล่นอยู่พอดีก็เลยเข้ามาถามทาง กฤษณะมองดูตามแผนที่ที่เธอชี้ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงว่ารู้คำตอบ เขาอธิบายให้เธอฟังคร่าว ๆ ถึงวิธีการเดินทางไปยังหมู่บ้านที่เธอตามหา"ขอบคุณนะคะ"ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยขึ้นมาพลางชำเลืองสายตามองมาที่มารุตที่กำลังส่งขวดนมให้ถุงแป้ง มารุตส่งยิ้มให้กับคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักและเธอเองก็ยิ้มตอบ แต่เขากลับรู้สึกว่าเธอมองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ"วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ระวังลูกจะเป็นลมแดดนะคะ"แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่มารุตก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจจากน้ำเสียงของคนพูด แต่มันผิดแปลกตรงที่เธอไม่ได้หันไปพูดกับคนเป็นพ่อ แต่หันมาพูดกับเขาแทน"ขอบคุณนะครับ แต่นี่ไม่ใช่….""ฉันต้องไปแล้ว ขอให้พวกคุณมีความสุข รักกันนาน ๆ นะคะ"ยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยค ผู้หญิงคนนั้นขอตัวก็โบกมือลา มารุตโบกมือลาตอบ พอหันกลับมาอีกทีก็พบกว่ากฤษณะมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา นี่เขาเป็นอะไรไปอีกแล้ว"คุณมองผมแบบนั้นทำไม""นายทำให้เขาเข้าใจเราผิด""คุณโทษผมเนี่ยนะ ผมยืนอยู่เฉย ๆ ของผม
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status