LOGINเรื่องราวของกฤษณะ พ่อม่ายลูกติดที่สูญเสียภรรยาไปโดยไม่คาดคิด ชีวิตเขามืดมนและดำดิ่งจากความรู้สึกผิด จนกระทั่งได้เจอกับหมอก ชายหนุ่มที่มาพร้อมกับโลกที่สดใสและความรักอันเต็มเปี่ยม
View More-- มินขอโทษนะกฤษที่มินทำตัวเป็นภาระ แต่มินก็รักยัยหนูเกินกว่าที่จะพาลูกไปด้วย มินฝากลูกด้วยนะกฤษ ถือว่าเป็นคำขอสุดท้ายของมิน -- มินตรา
-- มิน!!! มิน ผมขอโทษ ตื่นมาคุยกับผมก่อน ผมขอโทษ –
-- เฮือก! --
ร่างสูงสะดุ้งตื่นพร้อมกับเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นเต็มตัว เขาฝันร้ายแบบนี้มาได้สามเดือนแล้วนับตั้งแต่เธอจากไป ความรู้สึกผิดยังคงติดตรึงฝังอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ใช่แค่เขาที่สูญเสียภรรยา แต่ลูกก็ต้องมากำพร้าแม่ด้วย
"แงงงงง"
ไม่ใช่แค่ฝันร้ายแต่ยังมีเสียงร้องไห้ของเด็กตัวน้อยที่ปลุกให้เขาตื่น กฤษณะมองดูนาฬิกาที่อยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง นี่เพิ่งจะเข้าเที่ยงคืนเท่านั้นแต่ถุงแป้งกลับตื่นมาร้องไห้งอแงไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ลูกสาวเขามักจะร้องไห้กลางดึกเสมอไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง
ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นนั่งก่อนจะสูดหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเรียกพละกำลังของตัวเอง ช่วงนี้นอกจากเขาจะยังคงทำงานหนักแล้วยังต้องมาเลี้ยงลูกอีก วัน ๆ แทบไม่ได้นอน จริงอยู่แม้เขาจะจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาคอยดูแลยัยหนูแต่มันก็ยังช่วยแบ่งเบาภาระของเขาได้ไม่มากอยู่ดี เพราะพี่เลี้ยงจะอยู่มากสุดก็แค่ส่งยัยหนูเข้านอนเท่านั้นแล้วก็จบหน้าที่ แต่แต่ที่จริงเขาต้องการมากกว่านั้น เขาต้องการเวลาส่วนตัวเพราะทั้งเรื่องงานและเรื่องที่บ้านทำให้เขาเริ่มจะไม่ไหวแล้ว
ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจทำให้กฤษณะทำตัวเฉื่อยชา ขายาว ๆ ค่อย ๆ ก้าวเท้าออกจากห้องนอนใหญ่เพื่อนไปดูลูกสาวตัวน้อยที่นอนร้องกระจองอแงอยู่ในเปลห้องเด็ก เขาเป็นพ่อคนก็จริงแต่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการดูแลเด็กอ่อนเลย ที่ผ่านมาภรรยาของเขาเป็นคนดูแลทั้งหมดและตอนนี้กฤษณะเองก็รู้ซึ้งแล้วว่ามินตราต้องอดทนมากแค่ไหนกับการเป็นศรีภรรยาที่ดีให้กับเขา
พอนึกถึงเรื่องเก่า ๆ น้ำตาชายหนุ่มก็ร่วงเผาะ เขาอุ้มเจ้าตัวน้อยขึ้นมากอดไว้และร้องไห้แข่งกัน
"พ่อขอโทษนะลูก พ่อผิดเอง"
เขาพรมจูบแก้มลูกน้อยที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา เห็นทีถ้ายังอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่นานเขาคงได้พาลูกตามมินตราไปอยู่ด้วยแน่
[เช้าวันถัดมา] "คุณไม่ใช่คนที่ผมต้องการ" "ครับ?" มารุตเอียงคอทำสีหน้าฉงน วันนี้แม่ให้เขาเข้ามาคุยรายละเอียดงานที่บ้านของผู้ว่าจ้าง แต่เข้ามายังไม่ทันได้หย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยซ้ำก็โดนปฏิเสธแล้ว "แม่บ้านรุ่งรัตน์บอกว่าวันนี้จะมีคนมาสมัครงาน คือคุณใช่ไหม ถ้าใช่ ผมไม่รับ" "ทำไมล่ะครับ เรายังไม่ได้คุยรายละเอียดอะไรเลยนะ" "ผมต้องการพี่เลี้ยงที่เป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย แค่นี้คุณสมบัติคุณก็ไม่ตรงแล้ว" มารุตขมวดคิ้วเป็นปม ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ มองตามเจ้าของบ้านที่กำลังเปิดประตูเชื้อเชิญให้เขาออกไป สรุปที่เขาตัดสินใจและพร่ำบอกตัวเองทั้งคืนให้พยายามสู้กับงานนี้ก็ต้องสูญเปล่าเพราะเขาไม่ใช่ผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ "คุณด่วนตัดสินใจไปหรือเปล่าครับ ผมยังไม่ได้ทดลองงานเลยนะ" "ไม่" กฤษณะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกำลังไม่พอใจ เขาอุตส่าห์ยอมเสียเวลาลางานอีกวันเพียงเพื่อจะได้จัดการเรื่องพี่เลี้ยงคนใหม่ให้เรียบร้อย แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ตามที่คิด ตอนแรกเขานึกว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่มาคุยเ
"แม่ว่าไงนะครับ" "แม่ถามว่า หมอกสนใจงานพี่เลี้ยงเด็กหรือเปล่า" หลังจากที่กลับมาถึงบ้าน รุ่งรัตน์ก็ชั่งใจอยู่นานก่อนจะตัดสินใจถามคนใกล้ตัวที่สุดนั่นก็คือมารุตลูกชายของเธอเอง "ทำไมอยู่ดี ๆ แม่มาถามหมอกแบบนี้ครับ ไหนแม่บอกว่าไม่อยากให้หมอกทำงานประเภทนี้ยังไงล่ะ" มารุตขมวดคิ้วถามกลับ แม่เป็นคนบอกกับเขาเองว่างานประเภทนี้มันเหนื่อย ไม่อยากให้เขาทำ แต่ทำไมวันนี้กลับยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด "ก็แม่เห็นว่าลูกกำลังหางานทำอยู่ แล้วแม่ก็คิดว่าลูกน่าจะเหมาะกับงานนี้ ลูกเรียนเกี่ยวกับการดูแลเด็กมาไม่ใช่หรือ" "หมอกเรียนวรรณกรรมสำหรับเด็กครับ" "นั่นแหละที่แม่หมายถึง แหมเด็กคนนี้นี่จริง ๆ เลย ผิดนิดผิดหน่อยไม่ได้" มารุตอมยิ้มน้อย ๆ แม่ไม่เคยเรียกชื่อสาขาวิชาที่เขาเรียนถูกเลย แต่ที่แม่พูดมันก็ไม่เชิงผิดเพราะว่าเอกที่เขาเรียนมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งสิ้น แม้จะเน้นหนักไปทางด้านวรรณกรรมแต่มันก็ยังมีวิชาที่ให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กด้วย ดังนั้นเรื่องของการดูแลเด็กก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่คนที่เรียนอ
สองสามวันที่ผ่านมาพี่เลี้ยงเด็กที่เป็นคนรู้จักที่กฤษณะจ้างวานเอาไว้ไม่มาทำงานเลยสร้างปัญหาให้กับเขาเป็นอย่างมาก งานก็เยอะแถมยังต้องกระเตงลูกอ่อนไปไหนมาไหนด้วยอีก ยังดีที่พอมีที่ฝากเลี้ยงได้แต่เขาก็ไม่ได้มีเวลาไปรับไปส่งลูกขนาดนั้น จะไปฝากไว้ยาว ๆ ก็ดูจะผิดต่อภรรยาที่ต้องเอาลูกไปทิ้งขว้างไว้ที่ไกลหูไกลตา วันนี้เขาจึงขอลาหยุดเพื่อจะได้มีเวลาทบทวนหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับชีวิตตัวเอง การมีเด็กอ่อนในบ้านทำให้ชีวิตเขาวุ่นวายได้แทบจะในทุก ๆ วินาที -- นี่เขาเผลอโยนความผิดให้ลูกตัวเองอีกแล้ว -- แม่บ้านรุ่งรัตน์มองหน้าคุณพ่อมือใหม่อย่างเคลือบแคลง ทั้ง ๆ ที่ลูกสาวของกฤษณะก็อายุย่างเข้าเดือนที่ 10 แล้ว แต่ทำไมเขาถึงกลับได้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการดูแลเด็กเลย ชายหนุ่มดูไม่กระตือรือร้น ไม่สนไม่แคร์อะไรนัก ขนาดเห็นผื่นแดงที่ตัวลูกก็ยังดูไม่ตกใจด้วยซ้ำ พฤติกรรมผิดวิสัยคนเป็นพ่อมาก แม้จะสงสัยแต่ก็ได้แต่เก็บความขุ่นมัวเอาไว้ในใจก่อนจะไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ "ผมเป็นพ่อที่ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหม" น้ำเสียงของกฤษณะที่เปล่งออกมามีความสั่นไหวอยู่เล็กน้อย อีกฝ่าย
"สวัสดีค่ะคุณกฤษ น้าขอเข้าไปทำความสะอาดนะคะ" รุ่งรัตน์ แม่บ้านที่มาทำงานได้สามเดือนแล้วเอ่ยขออนุญาตผู้เป็นเจ้าของบ้าน เธอจะมาทำความสะอาดที่นี่สัปดาห์ละ 2 วัน (วันพฤหัสบดี 5 โมงเย็นถึง 3 ทุ่มและวันอาทิตย์ 8 โมงเช้าถึงบ่าย 2 รับค่าจ้างเป็นรายวันตามสัญญาจ้าง ที่เลือกตกลงเป็นสองวันนี้เพราะว่าวันพฤหัสบดีกฤษณะจะเลิกงานเร็ว และเขาจะหยุดทำงานทุกวันอาทิตย์ ทำให้มีเวลาเปิดบ้านให้ช่วงเวลานี้พอดีโดยไม่ต้องรบกวนใครอื่น ปกติแล้วทุกวันพฤหัสบดีแม่บ้านรุ่งรัตน์จะต้องเจอพี่เลี้ยงเด็กเสมอเพราะพี่เลี้ยงจะอยู่จนถึงเวลาพาถุงแป้งเข้านอนถึงจะกลับซึ่งหลายครั้งก็เป็นเวลาไล่เลี่ยกับเวลาที่แม้บ้านรุ่งรัตน์ใกล้จะเลิกงาน แต่วันนี้แปลกไป เธอไม่เห็นเงาของใครนอกจากผู้ว่าจ้างของเธอที่นั่งอ่านเอกสารบางอย่างอยู่ในชุดลำลอง ข้าง ๆ ตัวเขามีเจ้าตัวน้อยนอนส่งเสียงอ้อแอ้อยู่เป็นระยะ สีหน้าของคนเป็นพ่อดูเคร่งเครียดจนทำให้เธออดที่จะถามขึ้นไม่ได้ "วันนี้พี่เลี้ยงหนูถุงแป้งกลับไปแล้วหรือคะ" กฤษณะส่ายหน้าแต่ก็ไม่พูดอะไรไปมากกว่านั้น ชายหนุ่มถอนหายใจยกมือขึ้นกุมขมับราวกับม










![เฝ้า(รอ)รัก [Mpreg]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
