تسجيل الدخول....ร่างงามอวบอิ่มในจุดที่ผู้ชายทุกคนปรารถนาจะลูบคลำเพื่อสร้างความหฤหรรษ์ แทบจะแอ่นโค้งเมื่อถูกรุกรานจากท่อนเนื้ออวบใหญ่
ความร้อนผ่าวกำลังแทรกสู่แก่นกลางเนื้อกายสาวย่างช้าๆ
“อ๊าวว์”
เสียงครางแผ่วเครือเบาหวิว เต็มไปด้วยความวาบหวามมาจากปากบางห่อเป็นรูปตัวโอ
ชายหนุ่มก้มมองตรงจุดที่เชื่อมประสาน ภาพที่เห็นเพิ่มความคึกคะนองแก่ลำลึงค์ที่คาคับรูฟิตให้พองขยายขึ้นได้อีก
“อะ...อ๊าซ์!”
เสียงครางมาจากปากบางที่กำลังเผยอสูดลมเข้าปอดสลับขบเม้ม
เจ้าของท่อนลำที่กำลังสร้างความเสียวแก่ร่างขาวผ่องไม่รอช้า เริ่มเคลื่อนไหวด้วยการบดโหนกประดับขนหยาบรอบท่อนเนื้อเหยียดขยายเข้ากับเนินอูมหนั่นแน่น
“อูยสสสส...” โจนาธานสูดปากกับการตอดรัดของร่องรูสาวคนรักกระทำต่อหน่อเนื้อของเขาจนทนไม่ไหวต้องรีบถอยลำเนื้อโชกชุ่มออกมาตั้งหลักครึ่งๆ แล้วจึงโจนจ้วงกลับเข้าไปใหม่
เขาทำอย่างนั้นซ้ำๆ ถอนตัว กระแทกกลับ- ถอนตัว-กระแทกกลับ
ยิ่งจังหวะการเคลื่อนไหวเร็ว การบุกทะลวงทวีความหนักหน่วง เสียงครางประสานของหนุ่มสาวยิ่งดังขึ้น
พั่บ! พั่บ! พั่บ!พั่บ!
“โอว...อูยยยย!” เสียงหวานครางรัญจวน ใบหน้าส่ายสะบัดไปมา
“อู้ว! อ๊ายสสส!”
เสียงแหบห้าวสูดปากรับ ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพบุตรเหยเก เป็นสัญญาณให้รู้ว่าจุดสุดยอดแห่งความหฤหรรษ์กำลังจะมาถึงในวินาทีใดวินาทีหนึ่ง ทำให้หญิงสาวลืมตัวตอบโต้ เร่ง รับการโจนจ้วงอย่างไม่คิดชีวิต
เสียงคราง เสียงหอบหายใจกระเส่ารุนแรงขึ้น เสียงดังพั่บ! พั่บ! ระรัว
...................................
........................................
ทิราภาปิดหนังสือที่หล่อนหยิบมาจากโต๊ะกระจกในห้องนั่งเล่นมือไม้สั่นหน้าขาวนวลแดงก่ำ พร้อมกันนั้นหล่อนรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด ยิ่งจุดที่บ่งบอกความเป็นสตรีเพศ...
มือเรียวถูกยกขึ้นก่อนวางลงบนเนินอวบที่อยู่ข้างใต้ชุดนอนเนื้อนิ่มบางสีชมพูซีด
ยอดถันที่ไม่เคยถูกเผยแก่สายตาเพศตรงข้ามคนใดมาก่อน ห่อตัวแข็งเป็นไตอยู่ในฝ่ามือนุ่ม ด้วยความอยากรู้หล่อนใช้ส่วนปลายนิ้วบี้คลึง เพียงเท่านี้ความเสียววาบก็แล่นปรี่ลงสู่ใจกลางความเป็นหญิงที่กำลังเต้นระทึก
มือเรียวที่วางบนต้นขาเคลื่อนไหวช้าๆ ช้าอย่างยิ่งเข้าหาจุดกึ่งกลางลำตัว
เพียงแค่ลงน้ำหนักปลายนิ้วกดบริเวณรอยแยกผ่านเนื้อผ้าชุดนอนเนื้อบาง ความซ่านเสียวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล่นลึกสู่ภายที่กำลังเต้นระทึก
ทิราภากระชากมือตัวเองที่กำลังจะรุกคืบมากขึ้น ตาปรือเกือบปิดสนิทเบิกโพลง
ความอับอายแผ่ซ่านที่มีอารมณ์ทางเพศขึ้นมาเพียงได้อ่าน...หนังสือบ้าๆ
มือเรียวคว้าหมับหนังสือรูปปกเป็นรูปชายหญิงตระกองกอดกัน มีป่า เถาวัลย์ น้ำตก เป็นฉากหลังที่เพิ่งโยนทิ้งข้างๆ ตัว มาเปิดเร็วๆ ไปที่ปกในหน้าแรก
พบว่ามีลายเซ็นหนักๆ ตวัดหางยุ่งๆ ของใครคนหนึ่งหราอยู่บนนั้น
ปากอิ่มได้รูปงามเม้มเข้าหากัน
ผู้ชายกวนโมโหที่บิดาให้ติดตามมาเป็นเพื่อนหล่อน จะต้องรู้ว่าหนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยบทเลิฟซีนที่บรรยายอย่างตั้งใจปลุกเร้าอารมณ์แก่คนอ่าน
ทิราภานึกถึงหน้าคนที่พักอยู่ห้องตรงข้ามที่เธอรู้สึกขุ่นเคืองอยู่บ่อยๆ
พลันใบหน้าสะอาดคมสัน ตาสีน้ำเงินเข้มจัดเหมือนสีราตรีตอนเที่ยงคืนแฝงแววรื่นรมย์ เรือนร่างสูงใหญ่ล่ำสันด้วยมัดกล้ามสมบูรณ์แบบอย่างชายหนุ่มที่ออกกำลังกายไม่ได้ขาด ก็ปรากฏขึ้นในมโนภาพอย่างรวดเร็ว
ทิราภาถือว่าเรื่องที่เธอมีความรู้สึกแปลกๆ เกือบจะเป็นความต้องการที่จะให้ใครสักคนอย่างพระเอกในหนังสือติดที่บรรยายฉากอย่างว่าอย่างโจ๋งครึ่ม มาปฏิบัติต่อตัวเองเยี่ยงบทที่เพิ่งอ่านไปหยกๆ เป็นความรู้สึกน่าอาย
ริมฝีปากที่ผู้ชายอาจยอมตายได้แค่ให้ได้ปากนั้นมาทำให้ตัวเองถึงจุดสุดยอดสักครั้ง เม้มเข้าหากันแน่นเกือบเป็นเส้นตรง
ขณะลงจากเตียง ออกจากห้องพักตรงไปยังห้องที่อยู่ตรงข้าม นัยน์ตาคู่สวยขุ่นขวางด้วยความเดือดดาล กระทั่งลืมไปว่าตนอยู่ในชุดนอนที่ไม่ควรเผยแก่สายตาผู้ชายที่ไม่ใช่สามี
ทิราภาเคาะประตูหนักๆ เร่งให้ผู้ที่อยู่ข้างในห้องมาเปิดด้วยความโมโห
ไม่ถึงสิบวินาที ประตูห้องพักชายหนุ่มที่กำลังจะโดนหางเลขจากความรู้สึกอับอายจากอารมณ์เร้นลับก็เปิดออก
ภานนท์จังงัง นัยน์ตาคมสีน้ำเงินเข้มจัดในกรอบขนตายาวดกหนาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“คุณหนูแจน อย่าเพิ่งเข้าไปค่ะ คุณตากำลังทำงานนะคะ”เสียงเอะอะของพี่เลี้ยงเด็ก เรียกให้เจ้าของร่างสูงตรง หมุนตัวตั้งรับก่อนประตูห้องทำงานที่เขาหันหลังให้ จะเปิดผางเข้ามา“คุณตาขา...”เสียงเล็กใสนำมาก่อนร่างเล็กๆ จะวิ่งปร๋อเข้ามา ไม่ยอมฟังเสียงทัดทานใดๆ ของพี่เลี้ยงวัยสี่สิบปลายภานนท์ เบรนดอน โน้มตัวลงรับร่างบอบบางของเด็กหญิงวัยสี่ขวบที่โถมเข้าหา ทันทีที่ที่ถูกอุ้มขึ้น คนตัวเล็กก็ตวัดแขนเล็กๆ โอบฉับเข้ารอบลำคอแข็งแรงของผู้เป็นตาทันที“ว่าไง หลานสาวคนสวยของตา”น้ำเสียงของชายสูงวัยอ่อนโยนพอๆ กับสีหน้า ขณะมองหน้าเรียวใส ประดับด้วยนิลน้ำงามเม็ดใหญ่ที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่และยาย “คุณแม่ค่ะ คุณแม่บอกว่า...จะมีน้องให้แจนตั้งสองคนแน่ะ” เสียงเล็กใสรายงานแจ้วๆ “แล้วคุณแม่ยังบอกด้วย ว่าจะให้แจนช่วยเลี้ยงน้องด้วยค่ะ” “ลงจากรถได้ก็วิ่งลิ่วมาเลยนี่ก็เพื่อจะบอกคุณตานี้เอง” เสียงพูดดังมาก่อนร่างที่ยังดูอ้อนแอ้นแม้วัยจะอายุเข้าปีที่ห้าสิบเจ็ดภานนท์มองเลยไหล่ภรรยาไปด้านหลัง“ยายสาวกับตาจอชล่ะ ไม่ได้มาด้วยหรือ” เขาถามถึงบุตรสาวกับหลานชาย“สาวคุยอยู่กับอาจิที่ห้องนั่งเล่นแน่ะค่ะ” ทิราภ
“น้าเพชร...”“น้าเพชรขา!”ทันทีที่ชายหนุ่มร่างสูงตรงเดินเข้าประตูห้องโถงชั้นนอก เสียงเด็กชาย เด็กหญิงก็ประสานกันขึ้นทันทีทันใด ก่อนเด็กชายคนพี่จะวิ่งนำ มีน้องสาวตัวเล็กตามไปติดๆชายหนุ่มเพียงตบศีรษะหลานชายเบาๆ ทีหนึ่ง แต่ย่อตัวกางแขนรอรับร่างเล็กจ้อยของแม่สาวตัวน้อยๆ วัยเพียงสองขวบครึ่งที่โผเข้าหา “คิดถึงน้าเพชรที่ซู๊ด-เลย”เสียงฉอเลาะเล็กๆ ด้วยภาษาไทยฟังแปร่งน้อยๆ น่าเอ็นดูถึงแม้คุณย่าผู้ชาตินิยมจัด รวมไปถึงบิดามารดาต่างใช้ภาษาไทยสำหรับสื่อสารในครอบครัว ทว่าผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะเมื่อต้องไปเรียงเรียน มีแต่ฝรั่ง การที่เด็กชาย อจิรวิชญ์ แอนดรูส์ แฮรี่ วิลเลียม โอ ฮาเบอร์ วัยหกขวบ กับเด็กหญิง จิรชยา เจสสิก้า โอ ฮาเบอร์ น้องจ๋าหรือจาญ่าวัย3 ขวบครึ่ง ยังพูดไทยกับคนใกล้ชิดได้แจ๋วๆ นับว่าเป็นความสำเร็จสำหรับเด็กที่สืบสายเลือดไทยสามในสี่ เกิดและโตในต่างแดน“น้าเพชรฮะ” เด็กชายอจิรวิชญ์เรียกผู้เป็นน้า แทรกเสียงหัวเราะคิกคักของน้องสาว ที่กำลังเบนหน้าเอนคอหนีปากจมูกของน้าหนุ่ม ที่ทำท่ากลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าขย้ำลูกแกะน้อย ด้วยความจั๊กจี้ เพราะถึงใบหน้าของน้าเพชรจะดูเกลี้ยงเกลา แต่แก้มคางเร
“การที่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้จักเฟย์รีนเมื่อเจอกันที่สระน้ำ ทั้งที่พี่รู้ว่าเขารู้จักกัน สนิทกันเลยละ เฟย์รีนเคยเป็นพนักงานคนหนึ่งในบริษัท เป็นผู้ช่วยเลขาของคุณพ่อ คริสต์มาสปีที่แล้วเขาก็ไปร่วมงานฉลองเทศกาลที่บ้าน วันนั้นทัชพลก็ไป คนไปกันเยอะ เป็นร้อย ก็มีทางเป็นไปได้หรอกว่าเขาอาจไม่ทันเห็นกันพอที่จะทำความรู้จักกัน แต่เผอิญพี่ไปเห็นเขาหลบไปคุยกัน ท่าทางเหมือนจะรู้จักกันมาก่อน เฟย์รีนลาออกจากงานหลังจากนั้นโดยบอกว่าจะไปแต่งงานกับเศรษฐีกรีก แล้วก็จะย้ายไปอยู่กรีซ แต่มีคนของพี่ไปเห็นเขาที่ลองไอแลนด์สองเดือนให้หลัง พี่เริ่มสะดุดใจเลยให้คนของพี่ลองสืบดู พบว่าเฟย์รีนไม่เคยมีเศรษฐีกรีกที่ไหนมาติดพันด้วยซ้ำ แต่มีผู้ชายในชีวิตคนหนึ่ง ออกจะลึกลับ ไปมาหาสู่โดยไม่เคยมีใครเห็นหน้าค่าตา”จอมสุรางค์นิ่งฟัง“พี่สืบอยู่นาน อยากรู้ว่าผู้ชายลึกลับคนนี้เป็นใคร แต่ไม่เคยได้คำตอบ กระทั่งอะไรหลายๆ อย่างงวดเข้า ได้หลักฐานจากที่นั่นมานิดหน่วยงานโน้นให้มาหน่อย รวมถึงข้อมูลเชิงลึกว่าคนขโมยสูตรไปอาจจะเป็นคนเดียวกับเจ้าพ่อตลาดมืดในแถบเอเชียตะวันออก รู้จักกันในนามฝงเจีย”อชิรวิศเล่าเสียงเรียบ มีเพียงคิ้วที่ขมวดน้อยๆ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หล่อนก็ถูกพากลับขึ้นเรืออีกครั้ง“จุ๋มขอโทษ” หล่อนพูดเสียงอ่อนอ่อย มองหน้าขมวดบึ้งตึงด้วยนัยน์ตาโศกเชื่อม “แต่ที่จุ๋มตัดสินใจทำลงไปก็เพราะรู้ว่ามีคนพร้อมจะเข้าไปช่วยถ้าจุ๋มเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา แล้วจุ๋มก็ไม่ได้เดินเข้ากับดักคนร้ายโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หรือขาดสติ จุ๋มรู้ตั้งแต่คุยโทรศัพท์แล้วว่าเจ้าของเสียงร้องขอความช่วยเหลือไม่ใช่เพชร”“เรื่องนั้นพี่ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่ารู้ได้ยังไง”เสียงพูดมายังห้วนกริ๊บ ขนาดว่าอยากรู้นะนั่น“ก็... อย่างแรกเลย จุ๋มรู้ว่าเพชรจะไม่มีวันขอร้องให้จุ๋มเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อช่วยเหลือเขา แต่คนที่โทรมาไม่รู้จักเพชรดี แล้วก็คงตั้งใจแสดงบทบาทคนถูกผู้ร้ายจับตัวมากไปหน่อย แต่ที่ทำให้จุ๋มรู้ว่าคนร้ายที่พูดกับจุ๋มต่อจากเพชรคือคุณธัชพล ถึงว่าเขาจะพยายามดัดเสียงให้แปลกไป แต่คงลืมรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เขาออกเสียงเมื่อเรียกจุ๋ม ‘มิสธันยธร’ชัดมาก ชนิดคนไทยด้วยกันเท่านั้นจะออกเสียงได้ชัดไม่ผิดเพี้ยนเลยขนาดนั้น ประกอบกับที่พี่อชิบอกจุ๋มว่าคนร้ายอยู่บนเรือ ตอนที่จุ๋มรับโทรศัพท์มีเสียงอื้อๆ คล้ายเสียงลมพัดเข้าโทรศัพ์ชัดมาก แสดงว่าคนที่โทรมาคงจะโทรจากด
ก่อนปลีกตัวไปอชิรวิศได้สอนหล่อนเล่นจนเป็นหลายอย่าง ที่จอมสุรางค์ติดใจและกำลังเพลิดเพลิน เมื่อมีเจ้าหน้าที่ในคาสิโนเดินเข้ามาพูดเสียงนอบน้อมว่ามีโทรศัพท์ถึงหล่อน ก็คือตู้สล็อตแบบกดจอมสุรางค์ลุกไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่มุมเคาน์เตอร์ ไม่ได้สงสัยเลยว่าจะเป็นใครอื่น นอกจากคนที่เพิ่งผละไปไม่ทันจะถึงสิบนาที“มีอะไรคะ...”“พี่จุ๋ม...”เสียงพูดสวนมาฟังสั่นกระเส่าอย่างคนกำลังตกใจขีดสุด แต่ถึงอย่างนั้นหล่อนก็จำได้ว่าเป็นเสียงของน้องชาย“ช่วย...ผมด้วย พวกมันจับตัวผมมา พี่จุ๋ม”“เพชร!” หล่อนเรียกน้องชายด้วยเสียงลุกลน “เพชรอยู่ที่ไหนบอกพี่ พวกไหนจับตัวเพชรไปไหน? แล้วมันต้องการอะไร เพชร...เพชร ได้ยินพี่มั้ย?”“ช่วยผมด้วย ผมกลัว...พี่จุ๋มต้องทำตามที่พวกมันบอกทุกอย่างนะ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่เหลือชีวิตกลับไปพบใครอีกแล้ว”“จ้ะ จ้ะ พี่สัญญา พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เพชรปลอดภัย เพชรต้องเข้มแข็งนะอย่า...กลัว จำได้ใช่มั้ยที่เราเคยเล่นกัน... อัศวินทะนง?”“ครับ ผม...จำได้ ผมจะไม่กลัว แต่พี่จุ๋มต้องมา...ช่วยผมนะ”มีเสียงครืดคราด คล้ายกับมีลมพัดเข้าโทรศัพท์ที่อยู่ปลายสายจอมสุรางค์พยายามจะ “ฮัลโหลๆ” แต่พอมีเสี
สรุปผลการพูดคุยหลังจุมพิตสะเทือนโลก จอมสุรางค์ต้องย้ายจากห้องพักหมายเลข 412 ที่เคยพัก มาพักห้อง414 ที่ชายหนุ่มพักอยู่เหตุผลสองข้อที่หล่องจำต้องยอม หนึ่ง นอกจากหล่อนจะไม่สามารถพักที่ห้องเพิ่งมีคนถูกฆาตกรรมสอง...ยังเป็นการง่ายที่เขาจะช่วยดูแลหล่อนให้ได้รับความปลอดภัยจอมสุรางค์พยายามหาทางออกแต่ตันไปเสียทุกทาง บนเรือไม่เหลือห้องว่างเลยคนที่ช่วยตัดสินให้ทำตามข้อสรุปก็คือบิดาของหล่อน เมื่ออชิรวิศติดต่อไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเครื่องมือสำหรับสื่อสารที่ทั้งสองฝ่ายใช้ติดตั้งกล้อง จึงสามารถพูดคุยกันอย่างเห็นหน้าเห็นตาบิดาของหล่อนพูดมาสีหน้าขึงขังหลังจากฟังเรื่องราวจบลง“ในเมื่อห้องพักพี่เขาเป็นห้องชุด มีห้องนอนสองห้อง จุ๋มก็พักกับพี่เขาละกันพ่อจะได้ไม่ห่วงมากนัก แล้วก็เชื่อฟังพี่เขาด้วยล่ะ อะไรที่เขาห้ามก็อย่าทำ พ่อรับรองได้ว่าอชิมีความหวังดีต่อจุ๋มพอๆ กับพ่อ”บิดาบอกมาเป็นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังขนาดนั้น หล่อนจะพูดอะไรได้ล่ะนอกจากตอบกลับไปว่า “ค่ะ พ่อ” ทั้งที่คันปากยิบๆ อยากโพล่งออกไปเสียจริง ก่อนที่เขาจะติดต่อไปหาท่านนั้น คนที่ท่านไว้ใจนักหนา ฉวยโอกาสที่หล่อนใจอ่อน ยอมให้เข้าถึงเนื้อ







