Home / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 2 คุณหมอเวกัส

Share

บทที่ 2 คุณหมอเวกัส

Author: suyuesui
last update Last Updated: 2026-01-01 21:23:57

เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์หรูหราสีดำสนิทแล่นเข้ามายังลานหน้าตึกหลักของโรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัยอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างนุ่มนวล ตัวรถคือ Maybach รุ่นลิมิเต็ด เส้นสายเฉียบหรูสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายวิบวับ ภายใต้หมายเลขทะเบียนประจำตระกูลที่จดจ้องจากใครต่อใครว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “กลุ่มวิวัฒนกุลชัย”

อาคารโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นตึกกระจกสูงทันสมัยตัดกับผนังหินอ่อนขาวบริสุทธิ์ ต้นไม้จัดสวนประดับเรียงรายรอบทางเดิน พร้อมด้วยน้ำพุเล็ก ๆ กลางลานหินแกรนิตสะท้อนแดด โรงพยาบาลแห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานพยาบาล แต่มันคือตัวแทนความหรูหราและมาตรฐานทางการแพทย์ระดับสากล ที่ตระกูลวิวัฒนกุลชัยก่อร่างสร้างมาด้วยความตั้งใจ

บรรยากาศภายในเงียบสงบ แต่ทรงพลัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยการจับตามอง เสียงประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มก้าวลงจากเบาะหลังอย่างมั่นคง

“เวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย”

ชายหนุ่มวัยสามสิบ ผู้ครองตำแหน่ง “ศัลยแพทย์ทรวงอกและช่องท้อง” ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดที่มีความแม่นยำเป็นเลิศ จบการศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ ก่อนจะศึกษาต่อด้านศัลยกรรมเฉพาะทางจากมหาวิทยาลัยแพทย์ชั้นนำในสหรัฐฯ และกลับมาสานต่อหน้าที่ทั้งในฐานะหมอ และผู้สืบทอดเครือโรงพยาบาลระดับแนวหน้า

เวกัสสูง 188 เซนติเมตร รูปร่างสมส่วนภายใต้เชิ้ตสีกรมนี้ยบไร้ที่ติ ผิวขาวจัดแบบคนที่ได้รับการดูแลมาตั้งแต่เกิด เส้นผมสีน้ำตาลเข้มเซตเปิดหน้าผากเล็กน้อย เผยให้เห็น คิ้วเข้มเป็นแนวเรียงเส้นสวยงาม รับกับดวงตาคมเฉียบที่มักใช้ในการประเมินคนได้เพียงแค่ปรายตามอง

จมูกโด่งเป็นสัน และ ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูธรรมชาติ ทำให้ใบหน้าของเขาดูเฉียบคมและเย่อหยิ่งในคราวเดียวกัน ใบหน้าเรียวยาวแบบหนุ่มเอเชีย บ่งบอกถึงเชื้อสายที่ดีงามไม่เพียงแต่จากรูปลักษณ์ หากแต่ยังรวมถึงวงศ์ตระกูล เขาไม่จำเป็นต้องพยายามหล่อ… เพราะเพียงแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ใครต่อใครก็ต้องเหลียวมอง

ชายหนุ่มเดินนำเข้าสู่อาคาร พร้อมด้วยชายหนุ่มอีกคนซึ่งสวมสูทสีเทาเข้ม มือถือเอกสารแฟ้มบางไว้แน่น เขาคือ ธนิน เลขาคู่ใจและคนขับรถส่วนตัวผู้รู้ใจนายทุกกระเบียดนิ้ว

เมื่อเดินเข้าสู่ล็อบบี้ของโรงพยาบาล พนักงานประชาสัมพันธ์ พยาบาล และแพทย์ฝึกหัดต่างพากันยกมือไหว้และก้มศีรษะให้ชายหนุ่มด้วยความเคารพ

เพราะต่อให้ไม่ได้ถืออำนาจบริหารโดยตรง เวกัสก็เป็นหนึ่งในชื่อสำคัญของเครือวิวัฒนกุลชัย และในสายตาแพทย์ทุกคน เขาคือหมอศัลย์ดาวรุ่งที่ไม่มีใครปฏิเสธฝีมือของเขาได้เลย

เวกัส ชายหนุ่มผู้ไม่เคยใช้ความหล่อเป็นจุดขาย แต่ใช้ “สมอง” และ “มือ” ของตัวเองเป็นอาวุธรักษาชีวิตคนไข้ในทุกนาทีบนโต๊ะผ่าตัดและวันนี้…ก็เป็นอีกวันที่เขาต้องเข้าเคสใหญ่ในห้องผ่าตัดต่อเนื่องตั้งแต่เช้า

3 ชั่วโมงผ่านไป………เสียงประตูห้องผ่าตัดเปิดออกช้า ๆ ชายหนุ่มในชุดสครับสีกรมก้าวออกมาอย่างมั่นคง ใบหน้าคมคายเปื้อนเหงื่อจาง ๆ แต่แววตายังคมกริบเฉียบขาดเช่นเดิม คุณหมอเวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย หรือที่ทุกคนในโรงพยาบาล R.H. เรียกกันสั้น ๆ ว่า “หมอเวย์”

การผ่าตัดในวันนี้กินเวลาเกือบสามชั่วโมง เป็นเคสซับซ้อนของผู้ป่วยเพศชายวัยกลางคนที่มีก้อนเนื้อในช่องอกเบียดเส้นเลือดใหญ่ หมอเวกัสลงมือเองทุกขั้นตอน จนกระทั่งจบเคสด้วยฝีมือที่เรียกได้ว่าไร้ที่ติ

“สรุปเคสคนไข้รายนี้ ขอเป็นแบบละเอียด ส่งเข้าห้องทำงานฉันใน 30 นาที” เขาเอ่ยสั้น ๆ กับพยาบาลประจำห้องผ่าตัด น้ำเสียงเรียบ แต่เฉียบพอจะทำให้ใครหลายคนรีบจดคำสั่งแทบไม่ทัน

“ค่ะ หมอเวย์” เสียงพยาบาลสาวคนหนึ่งตอบรับแทบจะในทันที เวกัสปลดถุงมือยางออก แล้วสะบัดกาวน์ผ่าตัดเบา ๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังโซนแพทย์เฉพาะทาง ห้องพักส่วนตัวของเขาซึ่งแยกออกจากสำนักงานของโรงพยาบาลเล็กน้อย ระหว่างทางพนักงานหลายคนที่เดินผ่าน ต่างก้มศีรษะทักทายเขาอย่างเคารพ แม้เขาจะไม่ใช่หมอที่อายุเยอะนัก แต่เรื่องความสามารถ… ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

เขาเปิดประตูห้องทำงานส่วนตัว ห้องที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นลักชัวรี ผนังด้านหนึ่งกรุกระจกใสจากพื้นจรดเพดาน มองเห็นวิวสวนแนวตั้งสีเขียวขจีที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นภายในห้องถูกเลือกอย่างพิถีพิถัน โต๊ะทำงานดีไซน์เรียบแต่แฝงความเฉียบคมด้วยขาโลหะสีดำด้าน ตัดกับท็อปไม้โอ๊คอิตาลีสีเข้มให้ความรู้สึกอบอุ่นและทรงพลังในเวลาเดียวกัน

เก้าอี้หนังแท้สีน้ำตาลเทาเข้มแบรนด์นำเข้า ถูกจัดวางคู่กับโซฟาทรงเข้ามุมขนาดกลางที่หุ้มด้วยผ้าลินินเนื้อดีในโทนสีกลาเซียร์เกรย์ ตรงมุมห้องมีเครื่องชงกาแฟระดับบาริสต้าประจำการอยู่บนตู้เตี้ยข้างตู้เอกสารบิวท์อิน ผนังอีกด้านติดตั้งจอ LCD สำหรับดูภาพฟิล์มเอกซเรย์และผลสแกนร่างกายของผู้ป่วยอย่างมืออาชีพ

แสงไฟสีวอร์มไวท์ถูกซ่อนอยู่ตามแนวฝ้าหลุมและใต้ชั้นลอย ทำให้ห้องดูไม่แข็งกระด้างเกินไป ทว่าเรียบ เท่ และสะท้อนตัวตนของชายหนุ่มผู้เป๊ะทุกมุมชีวิต

เวกัสเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ชิดผนังกระจก เขาถอดเสื้อกาวน์พาดไว้กับพนักเก้าอี้หนัง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางเหนื่อยล้าเล็กน้อย มือเรียวยาวดึงเอกสารบางส่วนขึ้นมาพลิกดูอย่างตั้งใจ เสียงนาฬิกาข้อมือหรูที่เขาสวมอยู่ดังแผ่ว ๆ เมื่อข้อมือขยับเตือนว่าใกล้ถึงเวลาประชุม

เขากำลังจะกดโทรศัพท์เรียกพยาบาลให้เอาเคสผ่าตัดล่าสุดมาสรุปส่งให้ที่ห้องอยู่พอดี แกร๊ก…เสียงประตูเปิดเข้ามาแบบไม่ขออนุญาต ทำให้เขาถอนหายใจทันทีโดยไม่ต้องเงยหน้า

“แกเคยได้ยินคำว่า เคาะประตู ก่อนเข้าห้องไหมเวณิกา?” น้ำเสียงนิ่ง ๆ แต่เจือความประชดอย่างรู้ทัน

“อารมณ์ดีขนาดนี้ แสดงว่าคนไข้ไม่ตายสินะ”

ไวน์ เวณิกา วิวัฒนกุลชัย ในชุดสูทเข้ารูปแบบสาวแกร่ง สีหน้ากวนประสาทเต็มพิกัด เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มประชุมในมือเธอทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาโดยไม่รอคำเชิญ ขาข้างหนึ่งไขว่ห้าง ท่าทางไม่แคร์กฎอะไรทั้งนั้น

เวกัสปรายตามองน้องสาวฝาแฝดอย่างเอือมระอา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

“ฉันผ่าตัด ช่วยชีวิตคน จะให้คนไข้ตายก็คงไม่ใช่หมอแล้วล่ะ”

“ก็แค่ถามเผื่อ ๆ” ไวน์ไหวไหล่ตอบไม่จริงจังนัก

ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน เดินไปกดเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติที่มุมห้อง กลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟบดสดลอยคลุ้งภายในเวลาไม่กี่วินาที

“แกมาทำไมแต่เช้า ไม่ใช่มีนัดกับกรรมการบริหารตอนบ่ายเหรอ?”

“ก็แวะมาดูแกก่อน ว่าแกไหวรึป่าว ประชุมบ่ายนี้จะรอดมั้ยนะ” ไวน์ตอบพลางหันหน้าไปทางเวกัสที่ยืนอยู่มุมห้อง

เวกัสหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาช้า ๆ จิบหนึ่งอึก ก่อนเอ่ยเสียงเย็น

“ถ้าหน้าอย่างฉันไม่รอด แกก็คงตายคาห้องประชุมแน่ “

ไวน์หัวเราะในลำคอ “มั่นหน้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”

“แน่นอน” เขายิ้มบาง ๆ อย่างเหนือกว่า แล้วกลับมาทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ทำงานอีกครั้ง

เวลา13:00 น.

ห้องประชุม D ชั้น 25 ของโรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัยถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยตั้งแต่ช่วงสาย โต๊ะไม้ยาวรูปตัว U รายล้อมด้วยเก้าอี้หนังสีเทาเข้ม ตรงกลางมีจอ LED ขนาดใหญ่ติดผนังฉายพรีเซนเทชันเกี่ยวกับ “เครื่องมือผ่าตัดระบบใหม่” จากบริษัทพันธมิตรที่กำลังจะเข้ามาติดตั้งในโรงพยาบาล

บ่ายโมงตรงเป๊ะ ประตูเลื่อนเปิดออกอย่างนุ่มนวล ‘เวกัส เวทัศน์ วิวัฒนกุลชัย’ เดินนำเข้ามาเป็นคนแรกในชุดสูทสีเทาเข้มที่สวมทับเสื้อเชิ้ตเรียบเนี๊ยบ ผูกเนคไทเรียบหรูแบบไม่ต้องโอ้อวด ตามหลังด้วยเลขาคู่ใจ ‘ธนิน’ และทีมฝ่ายจัดซื้อของโรงพยาบาล

“ขอโทษที่ให้รอ” เสียงทุ้มต่ำเปล่งออกเรียบเฉียบ มีพลังพอจะทำให้คนทั้งห้องเงียบลงในวินาที

เขากวาดตามองไปยังแขกจากบริษัทผลิตเวชภัณฑ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม บางคนลุกขึ้นยืนทักทาย บางคนรีบปรับสีหน้าให้สุภาพกว่าเดิม ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเล็ก ๆ แบบมืออาชีพ

เวกัสทรุดตัวนั่งเก้าอี้หัวโต๊ะ มือเรียวยกแฟ้มประชุมขึ้นเปิดพลิกหน้ากระดาษอย่างคล่องแคล่ว พลางเอ่ยเสียงเรียบ “ขอสรุปข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับอุปกรณ์ผ่าตัดที่คุณเสนอมาก่อนครับ โดยเฉพาะระบบความแม่นยำของเครื่องมือกับการควบคุมระยะเวลาการผ่าตัด เพราะที่นี่เราไม่ต้องการแค่ของใหม่ เราต้องการของที่ ‘ไว้ใจได้’ ในสนามจริง” ประโยคนั้นสร้างแรงกระเพื่อมเล็ก ๆ ขึ้นในสายตาของตัวแทนบริษัทที่เตรียมตัวมาอย่างดี

ชายหนุ่มในสูทของบริษัทพันธมิตรรีบเปิดพรีเซนเทชันผ่านรีโมตพลางเริ่มพูด “เครื่องมือชุดนี้ถูกพัฒนาร่วมกับทีมวิจัยระดับโลกจากสหรัฐฯ และผ่านการใช้งานจริงมาแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำหลายแห่ง…”

การประชุมดำเนินไปอย่างเข้มข้น เวกัสซักถามอย่างตรงประเด็น ทั้งข้อมูลทางเทคนิค ความแม่นยำของใบมีดพิเศษ การควบคุมแรงสั่นของมือจับ ไปจนถึงวัสดุประกอบที่ต้องปลอดสารปนเปื้อนทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด

ไวน์ เวณิกา ในชุดสูทกางเกงสีน้ำตาลทอง เดินเข้ามาร่วมช่วงกลางการประชุม เธอไม่ได้กล่าวทักทายอะไรให้มากความ เพียงนั่งลงข้างพี่ชายฝาแฝดและส่งสัญญาณทางสายตาว่า “เอาอยู่มั้ย?”

เวกัสปรายตามองก่อนกระตุกยิ้มมุมปากนิด ๆ อย่างรู้ทัน “แกมาช้า” เขากระซิบพลางไม่ละสายตาจากจอ

“ก็เพราะมัวแต่เคลียร์คนที่แกสั่งให้ไล่เปลี่ยนผู้จัดการฝ่ายนโยบายไงล่ะ” ไวน์กระซิบกลับเสียงต่ำไม่แพ้กัน

เสียงสนทนาเบา ๆ ของฝาแฝดดังขึ้นเพียงพริบตา ก่อนจะกลับเข้าสู่โหมดจริงจังเมื่อเวกัสหันไปซักต่อว่า

“แล้วระบบควบคุมผ่าน AI มี margin of error เท่าไหร่?” พนักงานบริษัทตอบตามเอกสาร พร้อมทั้งยื่นไฟล์ข้อมูลเสริมให้เลขาของเวกัส

ห้องประชุมกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงเลื่อนเอกสารและคลิกสไลด์เวียนไป ในบรรยากาศเงียบงันนั้น ทุกคนรู้ดีว่า การประชุมกับหมอเวทัศน์ ไม่ใช่แค่พอมีของดีแล้วจะผ่านได้ ต้อง “ชนะความเชื่อมั่นของเขา” ให้ได้ด้วย… เพราะในสายตาของผู้บริหารหนุ่มคนนี้ ความปลอดภัยของคนไข้สำคัญกว่าโปรเจกต์หรือผลกำไรทุกอย่างบนโลกนี้

เสียงพรีเซนเทชันสิ้นสุดลงพร้อมกับจอสไลด์ที่แสดงข้อมูลทางเทคนิคและใบเสนอราคาเบื้องต้น ทุกคนในห้องเงียบลง รอการตัดสินใจจากชายหนุ่มที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ

เวกัสเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย ก่อนวางแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงเบา มือข้างหนึ่งประสานเข้ากับปลายนิ้วอีกข้างอย่างใช้ความคิด

“ข้อมูลของคุณ…ถือว่าครบถ้วนดีครับ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“แต่ผมจะยังไม่เซ็นอนุมัติในวันนี้ ขอให้ทีมวิศวกรรมและฝ่ายควบคุมคุณภาพของเราทดลองระบบจำลองการผ่าตัดจริงในห้องแล็บก่อน ถ้าผลออกมาแม่นยำตามที่กล่าวอ้าง เราค่อยเดินหน้าต่อ” ตัวแทนบริษัทพยักหน้าอย่างเข้าใจแม้จะมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย

“ขอบคุณครับ คุณเวทัศน์ ทางเรายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่” เวกัสพยักหน้าน้อย ๆ พร้อมลุกขึ้นยืนเพื่อจบการประชุม

“งั้นวันนี้ก็แค่นี้ครับ” คนในห้องลุกขึ้นยืนตามทันที เสียงเก้าอี้เลื่อนดังขึ้นเรียงแถว พนักงานทยอยเก็บของและเดินออกจากห้องประชุมอย่างสุภาพ ไวน์ขยับเข้ามาหาพี่ชายเมื่อห้องเหลือแค่คนสนิทไม่กี่คน

“เกร็งกันทั้งห้องเลยนะแก” ไวน์เอ่ยยิ้ม ๆ พลางยกแขนขึ้นกอดอก เดินตามเวกัสที่กำลังเก็บเอกสารใส่แฟ้มอย่างมีระเบียบ

“ก็ต้องเกร็งอะดิ นี่มันโรงพยาบาล ไม่ใช่สนามขายของเล่น” เวกัสว่าเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้หงุดหงิด แค่จริงจังตามสไตล์ ไวน์กลอกตาเบา ๆ ก่อนเดินไปพิงขอบโต๊ะด้านข้าง

“แล้วแกจะให้ทดลองระบบอีกกี่รอบล่ะ? พวกนั้นคงขนของมาตั้งแคมป์รอเซ็นต์เลยมั้ง”

“ชั้นไม่เสี่ยงกับของที่ยังไม่มั่นใจ” เวกัสหันมาทางน้องสาว ดวงตาคมกริบจับจ้องคนตรงหน้า

“ถ้าใช้แล้วเกิดแทรกซ้อนตอนผ่าจริง ใครจะรับผิดชอบ? หมอเหรอ? ไม่ใช่มันเป็นชีวิตคนไข้ที่ต้องแลก?” ไวน์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าอย่างยอมรับ

“โอเค ชั้นเข้าใจ…” ไวน์ถอนหายใจเบา ๆ พลางลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังในห้องประชุม ดึงป้ายชื่อและแฟ้มออกจากโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางดูเคร่งขรึมกว่าตอนเดินเข้ามาในห้องเล็กน้อย อารมณ์จริงจังขึ้นหลังจากที่ถูกเวกัสตอกกลับด้วยความจริง

เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอดังกึก ๆ เบา ๆ บนพื้นห้องประชุมหรู ก่อนที่เธอจะหันกลับมาทางเวกัสที่ยังยืนไขว้แขนอยู่หน้าโต๊ะประชุม

“เออ แล้วแกรู้ยังว่าอาทิตย์นี้ปู่เรียกเรากลับไปกินข้าวที่บ้าน?” เธอเอ่ยขึ้นในจังหวะเงียบ ดวงตาคมของไวน์สบตาแฝดพี่ตรง ๆ อย่างไม่ไว้ใจ เวกัสเลิกคิ้วเชิงสงสัย

“อาทิตย์นี้เหรอ?”

“อืม ชั้นถามพ่อกับแม่แล้วนะ ว่ามีเรื่องอะไร แต่ทั้งสองคนก็บอกแค่ว่า… ‘เรื่องสำคัญ’ ไม่มีใครบอกอะไรเพิ่มเลย” น้ำเสียงของไวน์เจือเครียดเบา ๆ ผิดกับบุคลิกมั่นใจของเธอ

เวกัสนิ่งไปเล็กน้อย สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากนิ่งสงบเป็นคล้ายครุ่นคิด เขาก้มหน้ามองปลายรองเท้าหนังราคาแพง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบเรียบ ๆ แต่จริงจัง

“อาทิตย์นี้เราคงได้รู้พร้อมกัน” เขาหยิบปากกาจากในกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมา หมุนไปมาในมือ ขณะทอดสายตามองออกไปยังทิวทัศน์ตึกสูงด้านนอกกระจกบานใหญ่ของห้องประชุม

“แต่ถ้าปู่ใช้คำว่า ‘เรื่องสำคัญ’ เองกับปาก… มันคงไม่ใช่แค่ชวนกลับไปกินข้าวธรรมดาหรอก”

“ชั้นก็คิดงั้น” ไวน์ขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าเหมือนกำลังตั้งการ์ดบางอย่างไว้ในใจ “ปู่น่าจะมีอะไรในใจอยู่แล้วแน่ ๆ … เวลาปู่เงียบ ๆ แบบนี้ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” เวกัสพยักหน้าเบา ๆ ริมฝีปากเม้มแน่น คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเป็นเส้นตรง

“ถ้าเกี่ยวกับธุรกิจ… ชั้นไม่ห่วงเท่าไหร่” เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดช้า ๆ ราวกับกำลังวางหมากในใจ

“แต่ถ้ามันเป็นเรื่อง…ครอบครัวหรือชีวิตส่วนตัวของเรา… ชั้นว่า…ต้องจับตาให้ดี” เสียงในห้องเงียบลงอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงแอร์ที่พัดเบา ๆ ผสมกับแรงบีบของลางสังหรณ์บางอย่างที่คล้ายจะคืบคลานมาถึงตัวพวกเขาช้า ๆ เวกัสถอนหายใจเฮือกหนึ่ง มือหนายกขึ้นเสยผมที่เริ่มปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิดน้อย ๆ

“งั้นก่อนกลับไปเจอเรื่องเครียดที่บ้าน…” เขาว่าช้า ๆ แล้วเลิกคิ้วใส่น้องสาวอย่างเหนื่อยใจ

“ชั้นว่า คืนนี้เราไปหาไอ้สองคนนั้นหน่อยดีกว่า นัดกันเป็นชาติละ ไม่ว่างกันสักที” ไวน์หรี่ตามองพี่ชาย แล้วส่ายหน้ายิ้มขำในลำคอ

“ก็แหม… มันสองคนงานรัดตัวขนาดนั้น งานไม่ทับตายก็บุญละ” เธอว่าพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมไถหน้าจอเล่น

“เจ้าขุนเอาเวลาไปจัดรถเปิดตัวรุ่นใหม่ ส่วนภีมก็หมุนตัวอยู่กับโปรเจกต์อสังหาใหญ่โคตรในสุขุมวิท” เวกัส

กลอกตาเบา ๆ แต่ก็ยอมรับโดยดี

“ก็เข้าใจ แต่เจอหน้ากันหน่อยเหอะ จะได้รู้ว่ายังอยู่ดี ไม่โดนงานกลืนตายกันหมด “เธอหัวเราะเบา ๆ ขณะกดโทรศัพท์ส่งข้อความเข้าแชตกลุ่ม กลุ่มไลน์ที่ชื่อ ‘Black Vien’ ที่มีสมาชิกเพียงสี่คนเท่านั้น: เวกัส, ไวน์, เจ้าขุน และ ภีม

“เดี๋ยวชั้นนัดให้เลยละกัน ถ้าพวกมันเบี้ยวอีก… คราวนี้ชั้นจะลากพวกมันออกมาจากออฟฟิศเอง” เวกัสหัวเราะพอใจในลำคอกับคำพูดของไวน์

“ขู่มันเหมือนเดิมละสิ”

“ไม่ต้องขู่หรอก แค่ชั้นพิมพ์ไปว่า ‘จะเอารูปตอนสมัยม.ปลายไปประจาน’ มันก็วิ่งมาหาแล้ว”

เวกัสหัวเราะลั่นจนไหล่กระเพื่อม ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ อย่างยอมรับในความแสบของน้องสาวฝาแฝด

“เออ… แกนี่มัน…”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 10 ชีวิตหลังมีทะเบียน

    แสงแดดยามสายเริ่มสาดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางในห้องรับประทานอาหาร ทอแสงอุ่นละมุนเข้ามาทาบไล้บนโต๊ะไม้สีอ่อนที่ยังคงเหลือซากศึกอาหารเช้าอยู่บ้าง ถ้วยชามที่ใช้แล้วขวดนมถั่วเหลืองเปิดฝาไว้ครึ่งหนึ่ง และทิชชู่ที่ยับย่นจากการเช็ดมุมปากของใครบางคน น้ำอิงเดินกลับออกมาจากในห้องแต่งตัวด้วยชุดอยู่บ้านแสนสบาย เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวและกางเกงวอร์มสีเทาอ่อน ผมยาวยังปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ เธอเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร ใช้สองมือลวก ๆ เก็บถ้วยชามลงถาดโดยอัตโนมัติทั้งที่รู้ดีว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงแม่บ้านของคอนโดจะเข้ามาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามปกติ แต่สำหรับเธอ ผู้หญิงที่โตมากับการทำอะไรเองทุกอย่าง การนั่งรอให้คนอื่นเก็บกวาดให้ไม่ใช่นิสัยของเธอ “แค่ล้างจานไม่กี่ใบเอง… ไม่เห็นจะยากตรงไหน” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยกถาดเดินเข้าครัว ร่างบางยืนล้างจานอย่างคล่องแคล่ว เคลื่อนไหวเหมือนเคยชินกับอ่างล้างจานและน้ำอุ่นมากกว่าห้องหรูหราที่เธออยู่ตอนนี้เสียอีก เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย น้ำอิงก็เดินกลับเข้าห้องทำงานอย่างตั้งใจ เสียงฝีเท้าเบาๆ บนพื้นไม้เงาวับหยุดลงเมื่อถึงหน้าโต๊ะเขียนนิยายที่ตั้งอยู่ริม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 9 เริ่มต้น

    แสงแดดยามเช้าทอดผ่านกระจกบานใหญ่ ผ่านผ้าม่านบางๆ ของห้องนอนหรูบนชั้น 15 ของคอนโดสุดหรู ห้องทั้งห้องยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์ทำความเย็นเบาๆ และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของใครบางคนที่ยังคงหลับไหล อยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์กลางห้อง เวกัสที่นอนหงายอยู่ เริ่มรู้สึกตัวเพราะเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างสิ่งบางอย่างที่ไม่ปกติ…บนร่างกายก่อนจะเห็นสิ่งผิดปกตินั้นคือ… แขนเรียว ๆ หนึ่งพาดข้ามหน้าอกของเขา ส่วนขาเล็ก ๆ อีกข้าง ก็เหยียดยาวพาดมาที่หน้าท้องเขาพอดิบพอดี! ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา มันคือยัยหมากระเป๋าที่ตอนนี้ทั้งตัวแนบชิดติดเขาเหมือนปาท่องโก๋ไม่มีผิด เวกัสเบิกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับถอนหายใจหนัก ๆ ในใจ…ให้ตายสิ นอนดิ้นอะไรขนาดนี้วะยัยเด็กบ้า เขากลอกตามองเพดานอย่างระอา แต่ก็ไม่กล้าขยับแรง กลัวจะปลุกให้ยัยเด็กนี่ตื่น เพราะถ้าตื่นแล้วบ่นขึ้นมา เขาเองนั่นแหละที่จะปวดหัวแต่เช้า เขาเลื่อนสายตามองยัยเด็กตัวแสบที่นอนอยู่ข้างๆ ใบหน้ารูปไข่ที่ไร้เครื่องสำอางค์ ริมฝีปากอวบอิ่มที่ชมพูระเรื่อไร้ลิปสติกแต่งแต้ม ต่างจากพวกผู้หญิงที่เขาเคยนอนด้วยอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงพวกนั้นใช้ลิปสติกราคาแพง แต่ยัยเด็กนี่รู้จั

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก็กว้างขวางและตกแต่งแบบทันสมัยเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการถึง ตรงผนังติดจอทีวีขนาดใหญ่แบบฝังผนัง มีชั้นวางหนังสือแบบลอยตัว และไฟวอร์มไลท์ส่องเหนือภาพวาดแนวมินิมัลที่ประดับไว้อย่างมีรสนิยม ทุกมุมของคอนโดนี้บ่งบอกความรวยเงียบ ๆ ที่ไม่ต้องอวด แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ ข้างหนึ่งของห้องเป็นโซนครัวแบบเปิด มีเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำลายขาวตัดกับเก้าอี้สูงเบาะหนังสีเทาเข้ม ชั้นวางแก้วไวน์เรียงรายติดผนัง แค่เห็นก็รู้ว่าคนอยู่คงไม่ใช่สายเข้าครัว แต่อุปกรณ์ครบครันเสียจนเชฟมืออาชีพยังอาจอิจฉา น้ำอิงเดินเลยเข้าไปยังส่วนที่แบ่งเป็นห้องนอนบานประตูทึบ มือของเธอแตะลูกบิดอย่างลังเล ก่อนจะผลักเข้าไปเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไป ภายในห้องนอนเงียบสงบ ตกแต่งในโทนสีเทาเข้มแบบเรียบหรู เตียงขนาดคิงไซส์วางอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้อยของเธอ เมื่อมาถึงหน้าประตูทางออกของคฤหาสน์ บรรยากาศกลับกลายเป็นอบอุ่นและเงียบลงเล็กน้อย ราวกับทุกคนต่างรู้ดีว่าจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ของเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยมีครอบครัวใหญ่แบบนี้มาก่อน ปู่วิเชียรก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของน้ำอิงเบา ๆ ด้วยความรักเอ็นดู ปลายนิ้วที่เคยแข็งจากการใช้ชีวิตผ่านศึกหนัก กลับแตะลงบนหัวหลานสะใภ้อย่างอ่อนโยนเหมือนผู้เป็นปู่แท้ ๆ “หลังจากนี้… ก็จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหนูแล้วนะน้ำอิง” น้ำเสียงของปู่เปี่ยมด้วยความหมาย ความห่วงใยซ่อนอยู่ในทุกคำที่เปล่งออกมา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้อาวุโสของตระกูล แต่ในฐานะคนที่ไว้ใจเธอ ว่าจะเป็นคนที่ดูแลหัวใจของหลานชายที่เขารักที่สุดได้ น้ำอิงยิ้มรับคำพูดนั้น แม้หัวใจจะเต้นแรงเพราะไม่แน่ใจในสิ

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น… หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย “ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีข้อมูลในระบบอื่นครับ” ธนินรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกครั้ง และนั่นทำให้เวกัสเงียบไปชั่วครู่ ขมวดคิ้วแน่น ผู้หญิงอะไร… ไม่มีประวัติ ไม่มีร่องรอย ไม่มีใครอยู่รอบตัว มันน่าสงสัยเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเข้ามาเป็น “เมียถูกกฎหมาย” ของเขา แต่นั่นแหละ… ปู่ของเขาทำอะไรไม่เคยพลาด เวกัสรู้ดี หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เวกัสใช้ชีวิตตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังทำงานหนัก ยังออกไปใช้ชีวิตอิสระในยามค่ำคืน แต่ทุกคืนก่อนหลับตา เขากลับนึกถึงคำพูดของปู่ในวันนั้น “เจ้าเวย์ แกต้องมีครอบครัว มีลูกสืบสกุล” จนกระทั่ง…วันนี้ก็มาถึง วันที่จะต้องเปลี่ยนสถานะจาก “หมอหนุ่มโสดรักอิสระ” ไปเป็น “สามีในทะเบียนสมรส” และเรื่องที่น่าเซ็งที่สุดคือ… เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘เจ้าสาวในทะเบี

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 5 จุดตัดชะตา

    “เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เสียงของปู่วิเชียรดังขึ้นในห้องรับรองหลังมื้ออาหาร บรรยากาศโดยรอบเงียบลงในทันที เหลือเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินอย่างช้า ๆ และสายลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ “ครับ?” เวกัสเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง ใบหน้าคมเข้มหันมามองปู่ด้วยสายตาจริงจังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย ปู่วิเชียรเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมาช้า ๆ “แกต้องแต่งงาน… เวกัส” คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของทั้งเวกัสและไวน์ จนคนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ “แต่งงาน?!” สองเสียงประสานกันขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งเวกัสและไวน์ขมวดคิ้วทันที หันไปมองปู่เป็นตาเดียวกัน “กับใครครับ?” เวกัสถามกลับทันที เสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนไม่พอใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งฟังเรื่องคลุมถุงชนในยุคนี้ แถมยังไม่มีการบอกล่วงหน้าด้วยซ้ำ “เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง” ปู่ตอบเรียบ ๆ ดวงตานิ่งสงบแต่มีแววอบอุ่นซ่อนอยู่ ราวกับนึกถึงรอยยิ้มสดใสของใครบางคน “ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เธอเป็นเด็กที่ดี เติบโตมาอย่างเรียบง่าย” “ปฏิเสธได้มั้ยครับ?” เวกัสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่ท่าทีจริงจังชัดเจน เขาไม่เคยชอบเรื่องคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status