Beranda / มาเฟีย / สะดุดรักคุณหมอ / บทที่ 3 สังสรรค์

Share

บทที่ 3 สังสรรค์

Penulis: suyuesui
last update Tanggal publikasi: 2026-01-01 21:24:32

ค่ำคืนในกรุงเทพฯ ช่างเจิดจรัสไม่ต่างจากอัญมณีที่เปล่งประกายภายใต้แสงไฟนีออน และในย่านไฮเอนด์แห่งหนึ่ง ซึ่งรวมร้านอาหารหรู โรงแรมระดับห้าดาว และแหล่งสังสรรค์ของเหล่าเศรษฐีระดับประเทศ ก็มีสถานที่หนึ่งที่โดดเด่นไม่แพ้ใคร…

” Jk Club” คลับหรูสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มีเพียงสมาชิกระดับ ‘VVIP’ เท่านั้นถึงจะก้าวเข้าได้

ตัวอาคารทรงโมเดิร์นผสมกลิ่นอายอุตสาหกรรมเบา ๆ ตกแต่งด้วยกระจกนิรภัยทั้งแผง สะท้อนเงาไฟเมืองในยามค่ำคืนอย่างงดงาม ด้านหน้าเป็นประตูบานคู่สีดำด้านซึ่งฝังลายโลหะทองคำแท้เป็นตัวอักษร J และ K สลักซ้อนกันไว้อย่างมีดีไซน์

ลานจอดรถกว้างขวางมีการ์ดในชุดสูทดำยืนเรียงราย ทุกคนผ่านการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด บอดี้การ์ดรักษาความปลอดภัยติดหูฟังไร้สาย พร้อมตรวจเช็กทะเบียนรถก่อนอนุญาตให้เข้าภายใน รถยนต์ทุกคันที่วิ่งเข้ามาจะต้องได้รับการจองล่วงหน้า และทุกชื่อที่แสดงบนลิสต์ล้วนเป็นบุคคลระดับท็อปของประเทศ ไม่ใช่แค่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน แต่รวมถึงผู้ถือหุ้นบริษัทระดับโลก ไฮโซจากวงสังคม และบุคคลชั้นแนวหน้าทุกแวดวง

เมื่อก้าวผ่านประตูหลักเข้าไปภายในคลับคืออีกโลกหนึ่งที่ถูกออกแบบมาเพื่อสะกดสายตา โถงต้อนรับปูพรมขนสัตว์แท้สีเทาหม่น มีแชนเดอเลียร์คริสตัลรูปเกลียวที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงโปร่ง ประดับด้วยแสงไฟสีอำพันที่กระทบกับผิวโลหะเงางามของบาร์ค็อกเทลตรงกลาง แท่นเคาน์เตอร์ทำจากหินอ่อนสีดำสลับเทา แซมลายทองคำ เปล่งประกายราวกับมันมีชีวิต

เสียงเพลงแจ๊สบรรเลงแผ่วเบาอยู่ในชั้นล่างสุด บาร์เทนเดอร์ใส่สูทหรูเหมือนพนักงานโรงแรมระดับห้าดาว ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความนุ่มนวลแม่นยำในระดับศิลปิน

โซนวีไอพีของคลับถูกแยกออกอย่างเป็นสัดส่วน โดยผนังเลื่อนอัตโนมัติที่มีระบบล็อกนิรภัยซึ่งเปิดเฉพาะเมื่อลายนิ้วมือและใบหน้าตรงกับข้อมูลในระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ภายในโซนวีไอพีไม่มีแสงแฟลช ไม่มีการถ่ายภาพ ทุกคนที่เข้ามาได้รับการการันตี ‘ความเป็นส่วนตัว’ แบบสมบูรณ์ เฟอร์นิเจอร์ในแต่ละโซนถูกสั่งทำเฉพาะ โดยเลือกใช้หนังวัวอิตาลีแท้ ผ้ากำมะหยี่นำเข้าและโต๊ะไม้โอ๊คแท้เคลือบเงาที่แม้แต่การวางแก้วก็ไม่ทำให้เป็นรอย

หากสังเกตดี ๆ จะพบกล้องวงจรปิดซ่อนไว้ตามมุมอับ พร้อมทีมรักษาความปลอดภัยที่สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ปรากฏตัวให้เห็นอย่างเปิดเผย มันคือสถานที่…ที่เจ้าขุนตั้งใจออกแบบให้เป็นทั้งแหล่งพักผ่อนและที่นัดพบของกลุ่มเพื่อน และคืนนี้ ก็เป็นอีกคืนที่พวกเขานัดกันไว้เรียบร้อย

ประตูทางเข้าด้านข้างของโซน VIP เปิดออกอย่างนุ่มนวล พร้อมแสงไฟที่สาดกระทบกับร่างของสองพี่น้องฝาแฝดผู้เป็นที่รู้จักในแวดวงไฮโซและธุรกิจชั้นนำ

เวกัส ในเชิ้ตผ้าซาตินเนื้อดีสีกรมเข้ม กระดุมตรงอกแง้มเล็กน้อยพอให้เห็นแนวไหปลาร้าและแผงอกแน่นตึงที่แฝงไว้ภายใต้ สูทตัวบางถูกพาดไว้กับท่อนแขนอย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับเสริมให้เขาดูเท่ห์อย่างน่าเหลียวมอง

เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกเซ็ตอย่างเนี้ยบ เส้นคิ้วหนาคมจัดเรียงเส้นอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาเข้มลึกแฝงประกายเย็นเฉียบ ราวกับมองทะลุทุกชั้นผนังหัวใจ ใบหน้าได้รูปไร้ที่ติ จมูกโด่งได้รูป ปากกระจับบางเฉียบแต่เซ็กซี่อย่างประหลาดเขาเป็นผู้ชายที่แม้ยืนเฉย ๆ ก็สามารถดึงดูดความสนใจจากเหล่าบรรดาสาวเล็กสาวใหญ่ร่างสูง 188 เซนติเมตรที่เคลื่อนไหวอย่างมั่นคงในทุกก้าว สะกดทุกสายตาในคลับทันทีที่ก้าวเข้าสู่โถงหลัก

ข้างเขา เวณิกา วิวัฒนกุลชัย หรือไวน์ หญิงสาวที่ได้รับการกล่าวขานจากเหล่าไฮโซและบรรณาธิการแฟชั่นว่าเป็น หญิงสาวผู้ทำให้คำว่า “สง่างาม” มีชีวิต

ชุดเดรสรัดรูปสีแดงไวน์ที่แนบกับผิวเนียนละเอียดขาวจัดของเธอเผยสัดส่วนเร้าใจอย่างน่ามอง หน้าอกอวบอิ่มได้รูปไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป ทรวดทรงองค์เอวที่ชวนมองจากทุกมุม สะโพกผายกลมกลึงสมบูรณ์แบบ เอวคอดกิ่วจนแม้แต่ชุดแบรนด์เนมยังเหมือนถูกตัดเย็บมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ

ผมตรงยาวสีน้ำตาลขับกับผิวขาวอมชมพูอย่างร้ายกาจ ดวงตาเรียวยาวแฝงความเฉียบคมราวอัญมณีตัดไฟ จมูกโด่งสวยได้รูป ปากกระจับที่ทาด้วยลิปสีแดงเชอร์รี่เพิ่มเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้เธอดูทั้งเย้ายวนและทรงพลังในคราเดียวกัน

และเมื่อทั้งสองฝาแฝดย่างกรายเข้าไปในคลับไม่มีใครในโซนนั้นไม่หันกลับมามอง ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง หากแต่เป็น รังสีบางอย่างที่ไม่อาจหักห้ามสายตาได้ การ์ดตรงประตู VIP โค้งศีรษะให้ทั้งสองคนพร้อมเปิดประตูอัตโนมัติที่ตรวจจับลายนิ้วมือเวกัส และสแกนม่านตาของไวน์อย่างเงียบเชียบตามระบบความปลอดภัย

แสงไฟสลัวในโซนวีไอพีของ JK Club ขับให้บรรยากาศภายในห้องกว้างดูหรูหราอย่างมีระดับ พื้นไม้เข้มเงาวับตัดกับผนังสีดำด้านและไฟเส้นนีออนที่เน้นแสงเฉพาะจุดอย่างจงใจ เสียงเบสจากดีเจด้านนอกยังลอดเข้ามาแผ่ว ๆ ให้รู้ว่านี่คือคลับระดับไฮเอนด์ที่คนมีชื่อเสียงในแวดวงธุรกิจและสังคมชั้นสูงนิยมมาเยือน

เมื่อประตูเปิดออกสายตาทั้งห้องก็หันไปยังร่างของสองฝาแฝดที่เดินเข้ามาพร้อมกัน ทั้งสองเดินเข้ามาพร้อมกันอย่างสมศักดิ์ศรี “วิวัฒนกุลชัยฝาแฝด” ก่อนที่สายตาทั้งคู่จะมองไปยังสองร่างที่นั่งอยู่ก่อนหน้าแล้ว บนโซฟาหนังแท้สีดำเข้มฝั่งซ้ายของห้อง เจ้าขุน ชายหนุ่มเจ้าของ JK Club กำลังเอนหลังพิงพนักด้วยท่าทีสบาย ๆ

เสียงแซวดังขึ้นในทันทีแบบไม่รอให้เจ้าตัวหย่อนตัวลงนั่ง

“ไงครับ ไอ้หมอ วันนี้มาหล่อเลยนะมึง!” เสียงนั้นดังมาจากชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่กลางโซฟา

เมธาสิทธิ์ โชติธนเกียรติ หรือ “เจ้าขุน” เพื่อนซี้วัยเด็กที่ปัจจุบันเป็นเจ้าของคลับสุดหรูแห่งนี้ ลูกชายคนโตของตระกูลโชติธนเกียรติ ตระกูลที่ครองอิทธิพลฝั่งท่าเรือ ผู้นำเข้ารถยนต์รายใหญ่ของประเทศและสายสัมพันธ์แน่นหนากับหลายประเทศ

เจ้าขุนหล่อแบบ “เจ้าชู้โดยธรรมชาติ” มีผิวสีน้ำผึ้งเนียนจัดแบบคนชอบแดด ดวงตาคมเจ้าเล่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากได้รูปที่มักยกยิ้มมุมปากแบบไม่รู้ตัว เขาเป็นผู้ชายที่ “มีแววซุกซน” อยู่ในตัวตลอดเวลา ทั้งสายตา น้ำเสียง และท่าทาง

วันนี้เขาสวมเชิ้ตสีขาวแขนพับ สวมสร้อยเล็ก ๆ ที่ข้อมือ นั่งอย่างสบายใจราวกับโลกนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล

“กูก็หล่อของกูทุกวัน” เวกัสกลอกตาอย่างเอือม ๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงข้าง ๆ บนโซฟาตัวเดียวกับเจ้าขุน

“คิดถึงพี่หมอเวย์จังเลยค่ะ” เจ้าขุนแกล้งจะซบแขนของเวกัส

“ไอ้เหี้ย กูขนลุก…” เวกัสย่นคอหนีพร้อมทำหน้าเบ้ใส่ ก่อนจะมีอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นจากชายอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ฝั่งตรงข้าม

“มึงไม่ใช่สาวมัน ไอ้ขุน” น้ำเสียงราบเรียบ แต่กรีดลึกเฉียบขาดเพราะคนพูดคือ ปรเมษฐ์ อัครเมธากุล หรือ “ภีม” ลูกชายของอดีตข้าราชการระดับสูง เจ้าของธุรกิจอสังหารายใหญ่และเป็นหุ้นส่วนเงาในธุรกิจความมั่นคงหลายประเทศ ภีมหล่อแบบ เครื่องหน้าครบ ผิวขาวซีดนิด ๆ ดวงตาคมราวกับมองทะลุจิตใจ คิ้วหนาเข้มเรียงสวย จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากบางสีแดงระเรื่อธรรมชาติที่แทบไม่เคยพูดมาก แต่เมื่อพูดออกมา…มักแทงใจดำอย่างไร้เมตตา

เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำเรียบ ๆ ไม่ติดกระดุมบนสุด มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ ส่วนอีกข้างวางไว้บนต้นขาเรียบ ๆ ร่างสูงโปร่งแบบนักกีฬา แต่ท่วงท่าและการนั่งของเขาเปี่ยมด้วยแรงอำนาจบางอย่างที่จับต้องไม่ได้

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในห้องที่ตกแต่งด้วยแสงไฟสีนวลและกลิ่นซิการ์บางเบาอบอวลในอากาศ

ไวน์ หญิงสาวหน้าคมสวยที่นั่งไขว่ห้างอย่างสง่างามข้างพี่ชาย หันไปมองเพื่อนสนิทสองหนุ่มตรงหน้า ดวงตาเฉี่ยวคมกวาดมองอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอ่ยแซวเสียงหวานปนขำ

“ไงแกสองคน ถ้าไม่นัดนี่คือไม่ออกมาเลยสินะ?” เธอพูดพลางยกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นจิบเบา ๆ ริมฝีปากกระจับยกยิ้มบาง ๆ อย่างคนรู้ทัน

ภีมที่นั่งพิงโซฟาอย่างสบาย ๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมราวกับอ่านทุกอย่างออกหมดเอียงมองไวน์ ก่อนตอบเรียบ ๆ แต่แฝงความนุ่มนวลจาง ๆ

“ก็พึ่งว่าง” คำพูดสั้น ๆ แต่เสียงทุ้มต่ำทำเอาไวน์ชะงักนิดนึง เธอรู้ดีว่าไอ้ภีมนี่ต่อให้พูดแค่คำเดียว…ก็คือความหมายครบทั้งย่อหน้า แต่ยังไม่ทันให้ความเงียบไหลผ่านไปไกล เสียงกวน ๆ ของเจ้าขุนก็ดังแทรกขึ้นมาทันที

“แล้วแต่งตัวมาสะสวยเชียววันนี้ แฟนไม่ว่ารึไงคนสวย” เขาเอียงคอ แกล้งยักคิ้วให้ไวน์ด้วยท่าทางกวนโอ๊ยอย่างเคย ใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์ยิ่งดูสดใสในแสงไฟนวล ๆ ของห้อง VIP สายตาเจ้าขุนไล่มองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบไม่มีปิดบัง

ไวน์ถอนหายใจแรงแบบปิดอารมณ์รำคาญไว้ไม่อยู่ พร้อมเบ้ปากใส่เต็มแรง ก่อนเอื้อมมือหยิบหมอนเล็ก ๆ ที่ข้างโซฟาโยนใส่เจ้าขุนแบบไม่ออมแรง

“แกหยุดพูดดิ๊ ไอ่ขุน!” เจ้าขุนหัวเราะเสียงดัง หันหลบหมอนได้ทันพลางยกมือสองข้างขึ้นแบบยอมแพ้

“โอ๊ยยย ใจเย็นครับคุณไวน์ นี่ก็แค่แซวเล่น”

“มึงโดนแน่วันนี้” เวกัสที่นั่งไขว่ห้างอยู่ข้างไวน์ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกแบบ ‘รู้ทันน้อง’ ปากกระตุกยิ้มมุมปากอย่างขำขัน เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเบา ๆ พลางปรายตามองเจ้าขุนกับไวน์ที่เหมือนจะเปิดศึกขนาดย่อมกันอีกแล้ว

“กูว่าทะเลาะกันชัวร์…” เสียงของเวกัสดังขึ้น พร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูทั้งขบขันและละเหี่ยใจแบบคนที่รู้จักนิสัยน้องสาวดีเกินไป เจ้าขุนหัวเราะลั่น เอื้อมไปหยิบแก้วขึ้นชนกับภีมที่แม้ไม่ได้หัวเราะออกเสียง แต่มุมปากกลับยกขึ้นอย่างหายาก

“กูว่าคืนนี้แม่งจะสนุกวะ!” เจ้าขุนว่า ขณะที่เวกัสยกแก้วชนกลับแบบขำ ๆ

“มึงสองคนให้กูเรียกเด็กให้มั้ย?” เสียงของเจ้าขุนดังขึ้นพลางเอนตัวพิงพนักโซฟาอย่างสบาย มือหมุนแก้ววิสกี้ในมือเบา ๆ ดวงตาเจ้าเล่ห์กวาดมองเพื่อนสนิทสองคนที่นั่งข้างๆ และอยู่ตรงข้ามก่อนจะเลิกคิ้วถามอย่างอารมณ์ดียังไม่ทันได้คำตอบ เวกัสก็หันขวับมาทำหน้าย่นใส่เต็มแรง ดวงตาคมกริบหรี่ลง สีหน้าเหมือนคนกำลังฟังอะไรปัญญาอ่อนเต็มขั้น

“ถามแบบไม่มีสมองเลยนะ ไอ่ขุน…” คำพูดประชดแบบตรงไปตรงมา เสริมด้วยน้ำเสียงกวนประสาทของเวกัส ทำเอาเจ้าขุนเบิกตากว้างเล็กน้อยเหมือนโดนจี้ใจดำ

“ไอ่หมอเหี้ยมึงว่ากูโง่เหรอ?” เจ้าขุนขมวดคิ้วทันที แต่ก็ยังพอมีรอยยิ้มกรุบ ๆ บนริมฝีปาก เขาเท้าแขนขึ้นกับพนัก แล้วเอนหัวไปมองเวกัสอย่างเคือง ๆ แบบแกล้งงอนเต็มที่

“เวย์มันหมายถึง…” เสียงหวาน ๆ แทรกขึ้นมาอย่างรู้ทัน ไวน์ปรายตามองเจ้าขุน พลางกระดกแก้วมาร์ตินี่ขึ้นจิบเบา ๆ แล้ววางแก้วลงอย่างสง่างามก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ติดจะขำหน่อย ๆ

“แกเคยเห็นภีมมันแตะสีการึไง ไอ่ขุน” คำตอบตรงใจผสมการกระทุ้งเบา ๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะครืนขึ้นมาทันที

เวกัสหลุดยิ้มกวน ๆ เจ้าขุนหัวเราะพลางตบเข่าตัวเอง ภีม…แม้จะไม่ได้ยิ้มออกเต็มปาก แต่หางตาก็มีรอยหัวเราะปรากฏจาง ๆ อย่างหายาก

“เออจริง…” เจ้าขุนพูดเสียงยังติดขำ หันไปมองภีมที่นั่งนิ่งแต่มีประกายขำในดวงตา “ถ้ามันไม่มีผมนี่ กูคิดว่ามันเป็นพระละนะ”

“นั่นสิ กูยังไม่เคยเห็นมันจีบใครเลยด้วยซ้ำ” เวกัสพยักหน้าขำ ๆ เสริมตาม

“หรือว่า… แกแอบซ่อนใครไว้ในใจไว้รึเปล่า?” ไวน์แซวเสียงแหลม พลางชะโงกหน้าไปมองภีมแบบจับผิด

“อย่าเดาอะไรที่มันผิดไปมากกว่านี้ เดี๋ยวผิดหวัง” ภีมแค่ปรายตามามองนิด ๆ แล้วตอบเบา ๆ แต่เฉียบขาด ทุกคนในห้องถึงกับหัวเราะลั่นอีกระลอก เสียงหัวเราะเต็มห้องผสมกับเสียงดนตรีแจ๊ซเบา ๆ จากด้านนอกคลับ

เสียงดนตรีในคลับยังคงคลอเบา ๆ อยู่ในพื้นหลัง แสงไฟสีอุ่นสะท้อนผิวแก้ววิสกี้ในมือของเจ้าขุน ก่อนที่เขาจะหมุนมันเบา ๆ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะลอย ๆ แต่กลับปักเข้าเป้าอย่างเฉียบคม

“ในกลุ่มเรา ใครจะแต่งงานก่อนเพื่อนวะ?” คำถามลอย ๆ ที่ดูเหมือนแค่จะชวนคุย แต่กลับทำให้สายตาทุกคู่หันมามองหน้ากันอย่างเงียบ ๆ เวกัสเลิกคิ้ว ส่วนภีมหันไปมองเจ้าขุนด้วยสายตาว่างเปล่าแต่เหมือนจะขำเล็กน้อย

“คงไม่ใช่ชั้นแน่ ๆ” ไวน์รีบตอบทันที น้ำเสียงมั่นใจแบบไม่ต้องคิด มือหนึ่งเท้ากับพนักโซฟา อีกมือยกแก้วขึ้นจิบเบา ๆ เจ้าขุนหรี่ตา จ้องเพื่อนสาวเหมือนไม่เชื่อ

“ได้ไงวะ แกคนเดียวในกลุ่มที่มีแฟนนะ ยัยไวน์” เขาขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายแววงงงันอย่างจริงจัง เพราะเท่าที่รู้ ไวน์กับแฟนหนุ่มของเธอก็คบกันมานานหลายปี ดูเหมือนจะลงตัวไปหมดแทบทุกอย่าง จะไม่มีแพลนแต่งงานเลยได้ยังไง…หรือว่ามีอะไรที่เขายังไม่รู้?

“ชั้นไม่รีบย่ะ” ไวน์ตอบพลางเบ้ปากใส่เพื่อน แล้วเอนหลังพิงโซฟา สีหน้าไม่ใช่คนที่พูดเล่น แต่ก็ไม่เปิดช่องให้ใครถามต่อ

เวกัสเหลือบตามองน้องสาวฝาแฝด ก่อนจะวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา แล้วพูดเสียงนิ่ง

“กูว่ามีกลิ่นว่ะ” คำพูดนั้นเหมือนลูกหินที่ตกลงกลางน้ำ ใจกลางความเงียบ สะท้อนออกมาเป็นคลื่นเบา ๆ เขาหันไปมองขุนกับภีม ราวกับจะถามว่าทั้งสองคิดเหมือนกันมั้ย เพราะเวกัสสังเกตมาสักพักแล้ว…ท่าทางของไวน์เปลี่ยนไป รอยยิ้มเธอมีบางอย่างแปลกแยกอยู่ลึก ๆ

ไวน์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ

“เป็นโสดเหมือนพวกแกสบายใจกว่าเยอะ” คำพูดฟังเหมือนติดตลก แต่สีหน้าเธอกลับไม่ขำเลย มีบางอย่างในน้ำเสียงนั้นที่เหมือนคนหมดแรง ไม่อยากอธิบายอะไรอีกแล้ว

ภีมที่นั่งเงียบอยู่นาน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบหนักแน่น สายตาคมกริบหันมามองตรง ๆ

“ถ้าไม่ไหวก็ไม่จำเป็นต้องทน” คำพูดสั้นๆ แต่เหมือนมีคมมีดที่กรีดลงกลางใจ

เวกัสหันไปสบตาน้องสาว ก่อนจะถามเบา ๆ

“เสียดายเวลาหรอ?” คำถามนั้นทำให้ไวน์นิ่งไปนิด เธอยิ้มบาง ๆ ออกมา พลางหลุบตาลง แล้วพูดเหมือนคนพยายามกลืนความรู้สึกบางอย่างไว้ข้างใน

“เดี๋ยวก็คงถึงเวลาแหละ…อย่าไปพูดถึงมันเลย” เธอยกแก้วขึ้นจิบอีกรอบ ก่อนจะส่งยิ้มแบบไม่มีน้ำหนักให้เพื่อน ๆ ทุกคน เป็นรอยยิ้มที่บอกว่าเธอโอเค…แต่แววตานั้นกลับมีความกังวลแฝงอยู่จาง ๆ

ทุกสายตามองมายังเธอเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่ไม่มีใครพูดอะไรอีกต่อจากนั้นพวกเขารู้ดี…ถ้าไวน์อยากพูด เธอจะพูดเองเมื่อถึงวันที่เธอพร้อม

เวกัสชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูที่สวมไว้ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วขยับตัวหยิบสูทขึ้นพาดแขน ท่าทางเนี้ยบและสุขุมไม่เคยพร่องไปจากเขาแม้แต่นิด

“กูไปก่อน…มีนัด” น้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงเจตนาบางอย่างไว้ในนั้น

เขาหันไปบอกน้องสาวฝาแฝดที่ยังนั่งพิงโซฟาอยู่

“ธนินรอหน้าคลับแล้ว กลับตอนไหนก็โทรบอกละกัน” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงความใส่ใจอยู่ลึก ๆ เป็นเรื่องปกติไปแล้ว เวกัสมักจะแยกตัวก่อนทุกครั้ง ส่วนไวน์จะกลับเองทีหลัง หรือไม่ก็มีคนมารับ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูดให้มากความ

“ภีม กูไปก่อนนะ รอบหน้าเดี๋ยวคุยธุระกัน” เวกัสหันไปบอกภีมที่ยังนั่งนิ่ง มือยังคงถือแก้ววิสกี้ ดวงตาคมกริบมองเพื่อนอย่างจับอารมณ์

“อืม…แล้วเจอกัน” ภีมตอบสั้น ๆ ด้วยรอยยิ้มบาง ๆ แต่รับรู้ได้ถึงความคุ้นเคยที่ไม่มีใครจำเป็นต้องพูดให้มาก

“เอ้า ไอ้หมอเหี้ยนี่อีกละ!” เสียงเจ้าขุนดังแทรกขึ้นอย่างรู้ทัน มองเพื่อนรักที่ลุกไปพร้อมกับสูทในมือ

“ตลอดเลยมึงอ่ะ นัดสาวอีกละสิ!” เวกัสหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ขณะเดินมุ่งไปทางประตูทางออก

ก่อนที่เจ้าขุนจะกระเซ้าเสียงดังตามหลังมาอีกที

“ระวังเอดส์แดกนะมึง!” คำแซวที่ไม่มีใครในกลุ่มคิดจริงจัง เพราะมันคือธรรมเนียมประจำของเจ้าขุน

เวกัสหยุดเท้าเล็กน้อยตรงประตู ก่อนจะหันหน้าไปครึ่งหนึ่ง แล้วตอบกลับอย่างหน้าตาย

“ถ้าเป็น กูก็แดกยาต้านเชื้อคู่กับมึงแหละ ไอ้เวร” ประโยคปิดท้ายที่ทำให้ทุกคนในห้องระเบิดหัวเราะอีกครั้ง เวกัสยกนิ้วกลางขึ้นอย่างไม่หันกลับมา แล้วก้าวออกจากห้องวีไอพีไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงหัวเราะจากเพื่อนที่ยังดังตามหลังมาไม่ขาดสาย

รถยนต์สีดำคันหรูแล่นออกจากหน้า JK Club อย่างนุ่มนวล ไฟท้ายสะท้อนกับพื้นหินเงาในค่ำคืนที่อากาศเย็นสบาย ในห้องโดยสารตอนหลัง เงาสะท้อนจากแสงถนนทอดผ่านใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่เงียบ ๆ

เวกัส ศัลยแพทย์ทรวงอกและช่องท้องผู้มีชื่อเสียงในวงการแพทย์ ทายาทโดยสายเลือดของหนึ่งในตระกูลทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ลูกชายของดร.วรุฒม์ และคุณหญิงพัชราภา วิวัฒนกุลชัย ผู้ถืออาณาจักรธุรกิจโรงพยาบาลและอุปกรณ์การแพทย์รายใหญ่

เขามีทุกอย่างที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีได้ หน้าตา, ชาติตระกูล, มันสมอง, อำนาจ, ทรัพย์สิน และ ชื่อเสียง และด้วยความเพียบพร้อมนั้นเอง…ทำให้เขากลายเป็น “เป้าหมายสูงสุด” ของผู้หญิงหลายคน โดยเฉพาะคุณหนูไฮโซจากหลายตระกูลที่พากันส่งลูกสาวเข้าหาเขาเหมือนเกมเดินหมาก

บางคนใช้สายสัมพันธ์ บางคนส่งข้อความหวาน ๆ บางคนทำตัวเป็นคนไข้ปลอม ๆ หรือแม้แต่กล้าเสนอตัวถึงห้องพักแพทย์…แต่เวกัสกลับไม่เคย “เปิดประตูใจ” ให้ใคร ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่เรียกว่า “จริงจัง” กับใครเลยสักคน ไม่ใช่เพราะเขาเจ้าชู้แต่เพราะเขา ไม่ชอบคำว่า “ผูกมัด” ไม่ชอบการต้องรับผิดชอบ “หัวใจ” ของใคร

ไม่ชอบความอ่อนแอทางอารมณ์ที่คนรักมักแบกมาและยิ่งไม่ชอบเด็กสาวที่ทำตัวน่ารักจนน่ารำคาญ…

ชีวิตของเขาต้อง “มีระเบียบ” ต้อง “คุมได้” และสิ่งที่เรียกว่า “ความรัก” มันก็เหมือนระเบิดเวลา ที่วันหนึ่ง…จะพังทลายทุกสิ่งลงมาทับตัวเอง เวกัสทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง สายตาคมกริบที่เคยเฉียบเหมือนมีดผ่าตัด…บัดนี้ มีเพียงความว่างเปล่า สะท้อนอยู่ในนั้น

รถแล่นผ่านย่านใจกลางเมืองแสงไฟจากเสาไฟและตึกสูงไล่ผ่านหน้าต่างเหมือนแถบฟิล์มในโรงภาพยนตร์ แต่ในใจเขา…กลับไร้ความรู้สึก มันเงียบ…เหมือนห้องผ่าตัดหลังจากที่หัวใจหยุดเต้น

บางทีความว่างเปล่านี้ก็ง่ายดี ไม่ต้องวุ่นวาย ไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกใคร และไม่มีใคร…เข้ามารื้อระบบชีวิตที่เขาสร้างไว้ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ปลายนิ้วเคาะเบา ๆ กับพนักวางแขน คืนนี้…ก็แค่คืนหนึ่ง พรุ่งนี้…ก็แค่วันใหม่ที่ไม่มีใครสำคัญพอจะเปลี่ยนแปลงอะไร

ชีวิตของ หมอหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบที่สุดคนหนึ่งในประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน…ก็เป็นชีวิตที่ “เดียวดาย” อย่างสมบูรณ์แบบเช่นกัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 24 ชอบมั้ย?

    วันนี้เป็นวันหยุดที่บ้านตระกูล’ วิวัฒนกุลชัย’ คึกคักตั้งแต่เช้า ห้องอาหารถูกจัดเตรียมเรียบร้อยกลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ทีมแม่บ้านต่างขะมักเขม้นดูแลรายละเอียดเล็กน้อยไม่ให้ขาดตกบกพร่องเพราะเป็นวันนัดรวมตัวประจำเดือนของลูกหลานในตระกูลที่ทุกคนจะต้องมากินข้าวพร้อมหน้ากับคุณปู่คุณย่าและพ่อแม่ตาม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น… หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย “ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status