Share

สะดุดรักคุณหมอ
สะดุดรักคุณหมอ
Author: suyuesui

อารัมภบท

Author: suyuesui
last update Last Updated: 2026-01-01 21:22:41

คฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย บนเนินสูงใจกลางพื้นที่ส่วนตัวขนาดหลายสิบไร่ คฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย ตั้งตระหง่านราวพระราชวังหลังงามที่กาลเวลาไม่อาจแตะต้อง

ตัวอาคารหลักก่อด้วยหินอ่อนอิตาลีแท้ โทนขาวนวลตัดด้วยเสาโรมันแบบคอรินเธียนที่เรียงรายรอบตัวอาคาร กระจกสีชาระยิบระยับสะท้อนแสงแดดอ่อนในยามเช้า แฝงความอบอุ่นในความโอ่อ่าหรูหรา ด้านบนสุดของอาคารถูกออกแบบเป็นโดมทองอ่อน ประดับยอดด้วยธงผืนเล็กที่พลิ้วไหวตามลมเบา

ถนนทางเข้ากว้างใหญ่ปูด้วยหินแกรนิตสีเข้ม แยกสองข้างทางด้วยแนวต้นสนสูงเรียงเป็นระเบียบ ร่มรื่นตลอดระยะทางเกือบห้าร้อยเมตรปลายทางคือประตูเหล็กดัดลวดลายซับซ้อนขนาดสูงกว่าคนสองคน

ติดตราประจำตระกูล “วิวัฒนกุลชัย” ที่หล่อด้วยทองเหลืองแท้ กลางดอกลิลลี่ที่บานอย่างสง่างาม

ทันทีที่รถเคลื่อนผ่านประตูหลัก เหล่าการ์ดในชุดสูทสีดำสนิทกว่าแปดคนเรียงแถวทำความเคารพ มีจุดสแกนความปลอดภัยทั้งระบบไบโอเมตริกซ์และกล้องวงจรปิดที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ละก้าวที่เข้าใกล้ตัวคฤหาสน์ ล้วนเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและเงียบงันที่ทรงพลัง

ลานน้ำพุขนาดใหญ่กลางลานวงกลมหน้าคฤหาสน์ทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยือน สายน้ำโปร่งใสไหลจากปากสิงโตหินอ่อนที่ตั้งอยู่ใจกลางแท่นน้ำพุ รายล้อมด้วยรูปปั้นเทพกรีกในท่วงท่าสง่างาม ทั้งเทพีแห่งสันติ เทพเจ้าแห่งการรักษา และปัญญา เสียงน้ำกระเซ็นแผ่วเบาสะท้อนกับผนังหินอ่อน เป็นเหมือนบทเพลงคลอเบา ๆ ที่ช่วยกล่อมทุกความคิดให้สงบ ถัดจากลานน้ำพุ เป็นโซนสวนตัดแต่งที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน

สองข้างทางปูหินกาบสีเทาเข้ม ขนาบด้วยซุ้มไม้เลื้อยดอกโมก ดอกพวงแสด และกุหลาบอังกฤษที่เบ่งบานเต็มซุ้มกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมากับสายลม พุ่มไทรเกาหลีถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างประณีต ละเอียดจนแทบหาข้อผิดพลาดไม่ได้

ด้านในสุดของสวนเป็นซุ้มศาลาหินอ่อนทรงยุโรปโบราณ หลังคาโดมกลมประดับด้วยเถาวัลย์ดอกขาวที่บานสะพรั่งทุกฤดู ภายในมีโต๊ะน้ำชาทรงคลาสสิกจัดวางไว้ พร้อมชุดถ้วยชาเบญจรงค์ที่หายากยิ่ง

ตัวคฤหาสน์หลักนั้นสูงสามชั้น มีระเบียงหินอ่อนล้อมรอบ ชั้นล่างเปิดโล่งออกสู่สวนในรูปตัว U ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่แกะสลักด้วยมือ ลวดลายมังกรกับนกฟีนิกซ์ที่ตวัดพันกันสื่อถึงการปกครองและการฟื้นคืน

เมื่อเปิดออก…ภายในคฤหาสน์คืออีกโลกหนึ่งที่เงียบ สงบ แต่ทุกอณูของอากาศแฝงไว้ด้วยอำนาจ…อำนาจที่ไม่ได้มาจากเสียงดัง แต่จาก “ความเงียบที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย”

แสงแดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยหลังใหญ่ ท่ามกลางแมกไม้ที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตตามสไตล์ยุโรป ผสมผสานความคลาสสิกและทันสมัยอย่างลงตัว เสียงน้ำพุเบา ๆ คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมอ่อนของชาเอิร์ลเกรย์ที่ลอยอบอวลอยู่กลางสวน

ชายชราผู้หนึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่ตรงมุมระเบียงใต้ซุ้มไม้เลื้อย แม้ผมหงอกขาวทั้งหัวจะเป็นเครื่องหมายของกาลเวลา แต่แววตากลับยังคมเฉียบเฉกเช่นผู้นำที่ผ่านสนามชีวิตมาอย่างโชกโชน เขาคือ “วิเชียร วิวัฒนกุลชัย”

อดีตผู้ทรงอิทธิพลในโลกใต้ดิน ผู้ก้าวข้ามเส้นเขตสีเทาสู่บัลลังก์นักธุรกิจระดับประเทศ

เจ้าของเครือโรงพยาบาลวัฒนกุลชัยที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ เจ้าของบริษัทผลิตยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่

เคียงข้างกันคือหญิงสูงวัยผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนแต่ทรงพลัง “จินตนา วิวัฒนกุลชัย”คู่ชีวิตที่คอยประคับประคองเขาผ่านวันคืนที่ทั้งเปื้อนเลือดและเต็มไปด้วยความสูญเสีย เวลานี้เธอกำลังค่อย ๆ รินชาให้เขาอย่างใจเย็น

“รสชาเปลี่ยนไปนิดนะคะ วันนี้คนครัวเปลี่ยนใบชาใหม่” จินตนากล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นหู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม สายตามองไปยังสามีที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“อืม…แต่กลิ่นยังใช้ได้” วิเชียรตอบ พลางละสายตาไปยังสวนสนหรูที่ทอดตัวยาวเบื้องหน้า

ไม่ทันที่ความสงบจะยืดยาว เสียงฝีเท้าหนักแน่นของหนึ่งในการ์ดคนสนิทก็ดังขึ้นจากทางเดินหิน ชายหนุ่มในสูทเข้มเดินตรงมาหยุดลงเบื้องหน้าก่อนจะรายงานเรื่องสำคัญ

“คุณท่านครับ… ดร.วรุตม์โทรมาแจ้งว่า… ‘คุณพิเชษฐ์’อาการทรุดหนักมากแล้วครับ อยู่ห้องไอซียู”

มือที่กำลังยกถ้วยชาหยุดค้าง วิเชียรขมวดคิ้วแน่นในพริบตา เสียงในอดีตพลันแว่วเข้ามาในความทรงจำ

คืนฝนตกที่เขาถูกลอบยิงจากศัตรูและคลาดจากลูกน้องในตรอกมืดเมื่อสี่สิบปีก่อน หากวันนั้นไม่มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยชีวิตไว้ทันเวลา…เขาคงไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่ในวันนี้

‘พิเชษฐ์…มา เป็นผู้มีพระคุณที่เขาไม่เคยลืมแม้แต่นาที ชายคนที่ไม่เคยทวงบุญคุณหรือค่าตอบแทนใดๆ ไม่ว่าเขาจะยื่นข้อเสนออะไรให้ พิเชษฐ์มักจะปฏิเสธอยู่เสมอ

“พิเชษฐ์…” เขาพึมพำเบา ๆ อย่างคนชั่งใจก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยท่วงท่าทรงอำนาจ สมกับชื่อที่หลายคนยังคงยำเกรง

“เราคงต้องไปจริง ๆ แล้วล่ะสินะ” จินตนาเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางลูบแขนสามีเบา ๆ อย่างเข้าใจเพราะเธอรู้ดีว่า ความกตัญญูในใจของวิเชียรไม่เคยเปลี่ยน

“เตรียมรถ” เสียงคำสั่งจากปากวิเชียรบอกให้การ์ดคนสนิทจัดการความพร้อมเพื่อไปหาคนสำคัญที่เค้าต้องการเจอหน้ามากที่สุดในตอนนี้ รถยนต์กันกระสุนสีดำคันหรู ก็มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลวัฒนกุลชัย เพื่อไปพบชายผู้เคยยื่นมือดึงชีวิตของเขาขึ้นมาจากความตาย

โรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัย สาขากรุงเทพฯ

แสงไฟขาวสว่างโรจน์ภายในห้องไอซียูถูกลดทอนลงเหลือเพียงแสงสลัวเพื่อไม่รบกวนผู้ป่วย เครื่องช่วยหายใจยังคงทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเต้นของหัวใจบนจอมอนิเตอร์ดังเป็นจังหวะช้า ๆ แต่อย่างน้อย…ก็ยังเต้นอยู่

ดร.วรุตม์ วิวัฒนกุลชัย ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาว ยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ใบหน้าท่ามกลางแว่นกรอบบางนั้นเคร่งเครียด แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง เขาเป็นทั้งลูกชายของเจ้าสัววิเชียร และผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาลแห่งนี้

ทันทีที่เสียงประตูเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของชายชราผู้เป็นพ่อก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมภรรยาผู้เป็นแม่ที่เดินตามมาติด ๆ วิเชียรไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงสบตาลูกชาย แล้วมองตรงไปยังร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

“พ่อครับ…” เสียงทุ้มของวรุตม์เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ “ผมพยายามเต็มที่แล้ว แต่อาการของคุณพิเชษฐ์ยังทรง ๆ และ…เกรงว่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นานครับ”

วิเชียรนิ่งงันไปชั่วขณะ สายตาทอดมองชายชราที่อยู่บนเตียง ผู้ชายคนนั้นเคยเสี่ยงชีวิตดึงเขาจากขอบเหวของความตายเมื่อสามสิบปีก่อน วันนี้…ถึงเวลาที่เขาจะได้ตอบแทน

“ปลุกสติของเขาได้ไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบแต่จริงจัง วรุตม์พยักหน้าเล็กน้อย

“ช่วงนี้คุณพิเชษฐ์มีสติเป็นระยะครับ ถ้าใกล้ ๆ แล้วเรียกเบา ๆ เขาน่าจะรู้ตัว” วิเชียรก้าวไปใกล้เตียง มือหนาหยาบกร้านจากประสบการณ์ชีวิตวางแผ่วเบาบนมือเหี่ยวย่นของเพื่อนเก่า

“พิเชษฐ์…” เขาเรียกด้วยเสียงที่ไม่อาจปิดความสั่นสะท้านไว้ได้ทั้งหมด “ฉันมาแล้ว” เปลือกตาที่หลับสนิทกระพริบช้า ๆ ก่อนจะเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาของผู้ป่วยจ้องมองวิเชียรอย่างเลือนราง แต่แววรู้สึกก็ปรากฏขึ้นในทันที ริมฝีปากแห้งแตกขยับเล็กน้อย เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาช้า ๆ

“วิเชียร… ฉันดีใจที่…นายมา”

“ไม่ต้องพูดเยอะ พักเถอะ เดี๋ยวร่างกายจะยิ่งทรุด” วิเชียรจับมือเขาแน่นขึ้นเล็กน้อยแต่คุณพิเชษฐ์ส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนรู้ว่าตนมีเวลาไม่มาก เขาฝืนยกมือขึ้นจับแขนเพื่อนแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนเปล่งเสียงสุดท้ายที่เต็มไปด้วยแรงอธิษฐาน

“ฉัน… ฝากน้ำอิง… ไว้กับนายด้วยนะ…”

“นายเป็น…คนเดียว… ที่จะปกป้องเธอได้…”วิเชียรไม่ได้เอ่ยคำรับปาก แต่เพียงพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาที่เคยผ่านสงครามแห่งโลกธุรกิจและใต้ดินกลับมีแววบางอย่าง…คล้ายคำมั่นที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย

ชื่อที่หลุดจากริมฝีปากชายป่วย ทำให้หัวใจวิเชียรบีบรัด

“น้ำอิง” …หลานสาวของพิเชษฐ์ เด็กคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเจอหน้า แต่เคยได้ยินผ่านปากเพื่อนครั้งสุดท้ายเมื่อสิบปีก่อน

“ถ้านายไม่รับปาก… ฉันจะตายตาไม่หลับ…” วิเชียรมองเพื่อนแน่นิ่ง ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้

“ฉันจะดูแลเธอ…เหมือนที่นายเคยช่วยฉันไว้” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น สงบ…แต่ลึกถึงกระดูก ทำให้คนฟังยิ้มรับอย่างพอใจ พิเชษฐ์หลับตาลงอีกครั้ง ริมฝีปากเหมือนจะคลี่ยิ้ม…ก่อนที่เครื่องช่วยหายใจจะกลายเป็นเสียงเดียวที่ยังคงอยู่

วิเชียรเดินออกจากห้องนั้นด้วยใบหน้านิ่งสงบ สมองยังคงประมวลความคิดจากคำขอสุดท้ายของพิเชษฐ์

จินตนาเดินข้างเขาอย่างเงียบ ๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้สามีกำลังรู้สึกแบบไหน ก่อนที่วิเชียรจะพูดขึ้นเบา ๆ

“ถึงเวลาแล้วสินะ… ที่ผมจะคืนบุญคุณนั้น”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 10 ชีวิตหลังมีทะเบียน

    แสงแดดยามสายเริ่มสาดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งบางในห้องรับประทานอาหาร ทอแสงอุ่นละมุนเข้ามาทาบไล้บนโต๊ะไม้สีอ่อนที่ยังคงเหลือซากศึกอาหารเช้าอยู่บ้าง ถ้วยชามที่ใช้แล้วขวดนมถั่วเหลืองเปิดฝาไว้ครึ่งหนึ่ง และทิชชู่ที่ยับย่นจากการเช็ดมุมปากของใครบางคน น้ำอิงเดินกลับออกมาจากในห้องแต่งตัวด้วยชุดอยู่บ้านแสนสบาย เสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีขาวและกางเกงวอร์มสีเทาอ่อน ผมยาวยังปล่อยลงอย่างเป็นธรรมชาติ เธอเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร ใช้สองมือลวก ๆ เก็บถ้วยชามลงถาดโดยอัตโนมัติทั้งที่รู้ดีว่า อีกไม่กี่ชั่วโมงแม่บ้านของคอนโดจะเข้ามาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยตามปกติ แต่สำหรับเธอ ผู้หญิงที่โตมากับการทำอะไรเองทุกอย่าง การนั่งรอให้คนอื่นเก็บกวาดให้ไม่ใช่นิสัยของเธอ “แค่ล้างจานไม่กี่ใบเอง… ไม่เห็นจะยากตรงไหน” เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยกถาดเดินเข้าครัว ร่างบางยืนล้างจานอย่างคล่องแคล่ว เคลื่อนไหวเหมือนเคยชินกับอ่างล้างจานและน้ำอุ่นมากกว่าห้องหรูหราที่เธออยู่ตอนนี้เสียอีก เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย น้ำอิงก็เดินกลับเข้าห้องทำงานอย่างตั้งใจ เสียงฝีเท้าเบาๆ บนพื้นไม้เงาวับหยุดลงเมื่อถึงหน้าโต๊ะเขียนนิยายที่ตั้งอยู่ริม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 9 เริ่มต้น

    แสงแดดยามเช้าทอดผ่านกระจกบานใหญ่ ผ่านผ้าม่านบางๆ ของห้องนอนหรูบนชั้น 15 ของคอนโดสุดหรู ห้องทั้งห้องยังคงเงียบสงบ มีเพียงเสียงแอร์ทำความเย็นเบาๆ และเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของใครบางคนที่ยังคงหลับไหล อยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์กลางห้อง เวกัสที่นอนหงายอยู่ เริ่มรู้สึกตัวเพราะเริ่มรู้สึกถึงบางอย่างสิ่งบางอย่างที่ไม่ปกติ…บนร่างกายก่อนจะเห็นสิ่งผิดปกตินั้นคือ… แขนเรียว ๆ หนึ่งพาดข้ามหน้าอกของเขา ส่วนขาเล็ก ๆ อีกข้าง ก็เหยียดยาวพาดมาที่หน้าท้องเขาพอดิบพอดี! ไม่ต้องเดาให้เสียเวลา มันคือยัยหมากระเป๋าที่ตอนนี้ทั้งตัวแนบชิดติดเขาเหมือนปาท่องโก๋ไม่มีผิด เวกัสเบิกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับถอนหายใจหนัก ๆ ในใจ…ให้ตายสิ นอนดิ้นอะไรขนาดนี้วะยัยเด็กบ้า เขากลอกตามองเพดานอย่างระอา แต่ก็ไม่กล้าขยับแรง กลัวจะปลุกให้ยัยเด็กนี่ตื่น เพราะถ้าตื่นแล้วบ่นขึ้นมา เขาเองนั่นแหละที่จะปวดหัวแต่เช้า เขาเลื่อนสายตามองยัยเด็กตัวแสบที่นอนอยู่ข้างๆ ใบหน้ารูปไข่ที่ไร้เครื่องสำอางค์ ริมฝีปากอวบอิ่มที่ชมพูระเรื่อไร้ลิปสติกแต่งแต้ม ต่างจากพวกผู้หญิงที่เขาเคยนอนด้วยอย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงพวกนั้นใช้ลิปสติกราคาแพง แต่ยัยเด็กนี่รู้จั

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก็กว้างขวางและตกแต่งแบบทันสมัยเกินกว่าที่เธอเคยจินตนาการถึง ตรงผนังติดจอทีวีขนาดใหญ่แบบฝังผนัง มีชั้นวางหนังสือแบบลอยตัว และไฟวอร์มไลท์ส่องเหนือภาพวาดแนวมินิมัลที่ประดับไว้อย่างมีรสนิยม ทุกมุมของคอนโดนี้บ่งบอกความรวยเงียบ ๆ ที่ไม่ต้องอวด แต่ก็ไม่อาจมองข้ามได้ ข้างหนึ่งของห้องเป็นโซนครัวแบบเปิด มีเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำลายขาวตัดกับเก้าอี้สูงเบาะหนังสีเทาเข้ม ชั้นวางแก้วไวน์เรียงรายติดผนัง แค่เห็นก็รู้ว่าคนอยู่คงไม่ใช่สายเข้าครัว แต่อุปกรณ์ครบครันเสียจนเชฟมืออาชีพยังอาจอิจฉา น้ำอิงเดินเลยเข้าไปยังส่วนที่แบ่งเป็นห้องนอนบานประตูทึบ มือของเธอแตะลูกบิดอย่างลังเล ก่อนจะผลักเข้าไปเบา ๆ แล้วก้าวเข้าไป ภายในห้องนอนเงียบสงบ ตกแต่งในโทนสีเทาเข้มแบบเรียบหรู เตียงขนาดคิงไซส์วางอยู่กลางห้อง ผ้าปูที่นอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 7 ยัยหมากระเป๋า

    หลังจากรับประทานอาหารร่วมกันเรียบร้อย บรรยากาศในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารและเสียงหัวเราะที่อบอุ่น น้ำอิงลุกขึ้นช่วยเก็บจานกับสาว ๆ อย่างเต็มใจ แม้จะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้วก็ตาม ก่อนจะกลับ เธอก็ไม่ลืมยกมือไหว้ลาแม่บ้านทุกคนอย่างอ่อนน้อม จนทุกคนเอ็นดูในความสุภาพและเรียบร้อยของเธอ เมื่อมาถึงหน้าประตูทางออกของคฤหาสน์ บรรยากาศกลับกลายเป็นอบอุ่นและเงียบลงเล็กน้อย ราวกับทุกคนต่างรู้ดีว่าจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตบทใหม่ของเด็กสาวตัวเล็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยมีครอบครัวใหญ่แบบนี้มาก่อน ปู่วิเชียรก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะของน้ำอิงเบา ๆ ด้วยความรักเอ็นดู ปลายนิ้วที่เคยแข็งจากการใช้ชีวิตผ่านศึกหนัก กลับแตะลงบนหัวหลานสะใภ้อย่างอ่อนโยนเหมือนผู้เป็นปู่แท้ ๆ “หลังจากนี้… ก็จะเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของหนูแล้วนะน้ำอิง” น้ำเสียงของปู่เปี่ยมด้วยความหมาย ความห่วงใยซ่อนอยู่ในทุกคำที่เปล่งออกมา ไม่ใช่แค่ในฐานะผู้อาวุโสของตระกูล แต่ในฐานะคนที่ไว้ใจเธอ ว่าจะเป็นคนที่ดูแลหัวใจของหลานชายที่เขารักที่สุดได้ น้ำอิงยิ้มรับคำพูดนั้น แม้หัวใจจะเต้นแรงเพราะไม่แน่ใจในสิ

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 6 ทะเบียนสมรส

    หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันนั้น… หลังจากกลับจากสนามยิงปืนในบ่ายวันเบื่อโลก เวกัสก็สั่งให้ธนิน คนสนิทที่คอยดูแลทั้งความปลอดภัยและเรื่องส่วนตัว สืบหาข้อมูลของหญิงสาวที่ปู่บอกว่าจะให้แต่งงานด้วย “ชื่อ น้ำอิง ธารารินทร์ นิลรัตน์ ครับ อยู่ในทะเบียนบ้านของคุณพิเชษฐ์ คนนั้นเสียไปเมื่อสามเดือนก่อน ไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่มีข้อมูลในระบบอื่นครับ” ธนินรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนทุกครั้ง และนั่นทำให้เวกัสเงียบไปชั่วครู่ ขมวดคิ้วแน่น ผู้หญิงอะไร… ไม่มีประวัติ ไม่มีร่องรอย ไม่มีใครอยู่รอบตัว มันน่าสงสัยเกินไปสำหรับคนที่กำลังจะเข้ามาเป็น “เมียถูกกฎหมาย” ของเขา แต่นั่นแหละ… ปู่ของเขาทำอะไรไม่เคยพลาด เวกัสรู้ดี หนึ่งเดือนที่ผ่านมา เวกัสใช้ชีวิตตามเดิม เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงยังทำงานหนัก ยังออกไปใช้ชีวิตอิสระในยามค่ำคืน แต่ทุกคืนก่อนหลับตา เขากลับนึกถึงคำพูดของปู่ในวันนั้น “เจ้าเวย์ แกต้องมีครอบครัว มีลูกสืบสกุล” จนกระทั่ง…วันนี้ก็มาถึง วันที่จะต้องเปลี่ยนสถานะจาก “หมอหนุ่มโสดรักอิสระ” ไปเป็น “สามีในทะเบียนสมรส” และเรื่องที่น่าเซ็งที่สุดคือ… เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ‘เจ้าสาวในทะเบี

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 5 จุดตัดชะตา

    “เพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย” เสียงของปู่วิเชียรดังขึ้นในห้องรับรองหลังมื้ออาหาร บรรยากาศโดยรอบเงียบลงในทันที เหลือเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินอย่างช้า ๆ และสายลมแผ่วเบาจากเครื่องปรับอากาศ “ครับ?” เวกัสเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง ใบหน้าคมเข้มหันมามองปู่ด้วยสายตาจริงจังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสงสัย ปู่วิเชียรเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดออกมาช้า ๆ “แกต้องแต่งงาน… เวกัส” คำพูดนั้นดังก้องอยู่ในหัวของทั้งเวกัสและไวน์ จนคนฟังถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ “แต่งงาน?!” สองเสียงประสานกันขึ้นโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งเวกัสและไวน์ขมวดคิ้วทันที หันไปมองปู่เป็นตาเดียวกัน “กับใครครับ?” เวกัสถามกลับทันที เสียงเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนไม่พอใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมานั่งฟังเรื่องคลุมถุงชนในยุคนี้ แถมยังไม่มีการบอกล่วงหน้าด้วยซ้ำ “เด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง” ปู่ตอบเรียบ ๆ ดวงตานิ่งสงบแต่มีแววอบอุ่นซ่อนอยู่ ราวกับนึกถึงรอยยิ้มสดใสของใครบางคน “ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เธอเป็นเด็กที่ดี เติบโตมาอย่างเรียบง่าย” “ปฏิเสธได้มั้ยครับ?” เวกัสเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ แต่ท่าทีจริงจังชัดเจน เขาไม่เคยชอบเรื่องคลุมถุงชน ไม่ชอบให้ใค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status