แชร์

สะดุดรักคุณหมอ
สะดุดรักคุณหมอ
ผู้แต่ง: suyuesui

อารัมภบท

ผู้เขียน: suyuesui
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-01 21:22:41

คฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย บนเนินสูงใจกลางพื้นที่ส่วนตัวขนาดหลายสิบไร่ คฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย ตั้งตระหง่านราวพระราชวังหลังงามที่กาลเวลาไม่อาจแตะต้อง

ตัวอาคารหลักก่อด้วยหินอ่อนอิตาลีแท้ โทนขาวนวลตัดด้วยเสาโรมันแบบคอรินเธียนที่เรียงรายรอบตัวอาคาร กระจกสีชาระยิบระยับสะท้อนแสงแดดอ่อนในยามเช้า แฝงความอบอุ่นในความโอ่อ่าหรูหรา ด้านบนสุดของอาคารถูกออกแบบเป็นโดมทองอ่อน ประดับยอดด้วยธงผืนเล็กที่พลิ้วไหวตามลมเบา

ถนนทางเข้ากว้างใหญ่ปูด้วยหินแกรนิตสีเข้ม แยกสองข้างทางด้วยแนวต้นสนสูงเรียงเป็นระเบียบ ร่มรื่นตลอดระยะทางเกือบห้าร้อยเมตรปลายทางคือประตูเหล็กดัดลวดลายซับซ้อนขนาดสูงกว่าคนสองคน

ติดตราประจำตระกูล “วิวัฒนกุลชัย” ที่หล่อด้วยทองเหลืองแท้ กลางดอกลิลลี่ที่บานอย่างสง่างาม

ทันทีที่รถเคลื่อนผ่านประตูหลัก เหล่าการ์ดในชุดสูทสีดำสนิทกว่าแปดคนเรียงแถวทำความเคารพ มีจุดสแกนความปลอดภัยทั้งระบบไบโอเมตริกซ์และกล้องวงจรปิดที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

แต่ละก้าวที่เข้าใกล้ตัวคฤหาสน์ ล้วนเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามและเงียบงันที่ทรงพลัง

ลานน้ำพุขนาดใหญ่กลางลานวงกลมหน้าคฤหาสน์ทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยือน สายน้ำโปร่งใสไหลจากปากสิงโตหินอ่อนที่ตั้งอยู่ใจกลางแท่นน้ำพุ รายล้อมด้วยรูปปั้นเทพกรีกในท่วงท่าสง่างาม ทั้งเทพีแห่งสันติ เทพเจ้าแห่งการรักษา และปัญญา เสียงน้ำกระเซ็นแผ่วเบาสะท้อนกับผนังหินอ่อน เป็นเหมือนบทเพลงคลอเบา ๆ ที่ช่วยกล่อมทุกความคิดให้สงบ ถัดจากลานน้ำพุ เป็นโซนสวนตัดแต่งที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน

สองข้างทางปูหินกาบสีเทาเข้ม ขนาบด้วยซุ้มไม้เลื้อยดอกโมก ดอกพวงแสด และกุหลาบอังกฤษที่เบ่งบานเต็มซุ้มกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ลอยมากับสายลม พุ่มไทรเกาหลีถูกตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตอย่างประณีต ละเอียดจนแทบหาข้อผิดพลาดไม่ได้

ด้านในสุดของสวนเป็นซุ้มศาลาหินอ่อนทรงยุโรปโบราณ หลังคาโดมกลมประดับด้วยเถาวัลย์ดอกขาวที่บานสะพรั่งทุกฤดู ภายในมีโต๊ะน้ำชาทรงคลาสสิกจัดวางไว้ พร้อมชุดถ้วยชาเบญจรงค์ที่หายากยิ่ง

ตัวคฤหาสน์หลักนั้นสูงสามชั้น มีระเบียงหินอ่อนล้อมรอบ ชั้นล่างเปิดโล่งออกสู่สวนในรูปตัว U ประตูไม้โอ๊คบานใหญ่แกะสลักด้วยมือ ลวดลายมังกรกับนกฟีนิกซ์ที่ตวัดพันกันสื่อถึงการปกครองและการฟื้นคืน

เมื่อเปิดออก…ภายในคฤหาสน์คืออีกโลกหนึ่งที่เงียบ สงบ แต่ทุกอณูของอากาศแฝงไว้ด้วยอำนาจ…อำนาจที่ไม่ได้มาจากเสียงดัง แต่จาก “ความเงียบที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย”

แสงแดดยามบ่ายอาบไล้ไปทั่วคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัยหลังใหญ่ ท่ามกลางแมกไม้ที่ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตตามสไตล์ยุโรป ผสมผสานความคลาสสิกและทันสมัยอย่างลงตัว เสียงน้ำพุเบา ๆ คลอเคล้าไปกับกลิ่นหอมอ่อนของชาเอิร์ลเกรย์ที่ลอยอบอวลอยู่กลางสวน

ชายชราผู้หนึ่งนั่งสงบนิ่งอยู่ตรงมุมระเบียงใต้ซุ้มไม้เลื้อย แม้ผมหงอกขาวทั้งหัวจะเป็นเครื่องหมายของกาลเวลา แต่แววตากลับยังคมเฉียบเฉกเช่นผู้นำที่ผ่านสนามชีวิตมาอย่างโชกโชน เขาคือ “วิเชียร วิวัฒนกุลชัย”

อดีตผู้ทรงอิทธิพลในโลกใต้ดิน ผู้ก้าวข้ามเส้นเขตสีเทาสู่บัลลังก์นักธุรกิจระดับประเทศ

เจ้าของเครือโรงพยาบาลวัฒนกุลชัยที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ เจ้าของบริษัทผลิตยาและเวชภัณฑ์รายใหญ่

เคียงข้างกันคือหญิงสูงวัยผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยนแต่ทรงพลัง “จินตนา วิวัฒนกุลชัย”คู่ชีวิตที่คอยประคับประคองเขาผ่านวันคืนที่ทั้งเปื้อนเลือดและเต็มไปด้วยความสูญเสีย เวลานี้เธอกำลังค่อย ๆ รินชาให้เขาอย่างใจเย็น

“รสชาเปลี่ยนไปนิดนะคะ วันนี้คนครัวเปลี่ยนใบชาใหม่” จินตนากล่าวด้วยน้ำเสียงรื่นหู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม สายตามองไปยังสามีที่นั่งอยู่ตรงข้าม

“อืม…แต่กลิ่นยังใช้ได้” วิเชียรตอบ พลางละสายตาไปยังสวนสนหรูที่ทอดตัวยาวเบื้องหน้า

ไม่ทันที่ความสงบจะยืดยาว เสียงฝีเท้าหนักแน่นของหนึ่งในการ์ดคนสนิทก็ดังขึ้นจากทางเดินหิน ชายหนุ่มในสูทเข้มเดินตรงมาหยุดลงเบื้องหน้าก่อนจะรายงานเรื่องสำคัญ

“คุณท่านครับ… ดร.วรุตม์โทรมาแจ้งว่า… ‘คุณพิเชษฐ์’อาการทรุดหนักมากแล้วครับ อยู่ห้องไอซียู”

มือที่กำลังยกถ้วยชาหยุดค้าง วิเชียรขมวดคิ้วแน่นในพริบตา เสียงในอดีตพลันแว่วเข้ามาในความทรงจำ

คืนฝนตกที่เขาถูกลอบยิงจากศัตรูและคลาดจากลูกน้องในตรอกมืดเมื่อสี่สิบปีก่อน หากวันนั้นไม่มีชายคนหนึ่งเข้ามาช่วยชีวิตไว้ทันเวลา…เขาคงไม่ได้นั่งอยู่ที่นี่ในวันนี้

‘พิเชษฐ์…มา เป็นผู้มีพระคุณที่เขาไม่เคยลืมแม้แต่นาที ชายคนที่ไม่เคยทวงบุญคุณหรือค่าตอบแทนใดๆ ไม่ว่าเขาจะยื่นข้อเสนออะไรให้ พิเชษฐ์มักจะปฏิเสธอยู่เสมอ

“พิเชษฐ์…” เขาพึมพำเบา ๆ อย่างคนชั่งใจก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ ด้วยท่วงท่าทรงอำนาจ สมกับชื่อที่หลายคนยังคงยำเกรง

“เราคงต้องไปจริง ๆ แล้วล่ะสินะ” จินตนาเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางลูบแขนสามีเบา ๆ อย่างเข้าใจเพราะเธอรู้ดีว่า ความกตัญญูในใจของวิเชียรไม่เคยเปลี่ยน

“เตรียมรถ” เสียงคำสั่งจากปากวิเชียรบอกให้การ์ดคนสนิทจัดการความพร้อมเพื่อไปหาคนสำคัญที่เค้าต้องการเจอหน้ามากที่สุดในตอนนี้ รถยนต์กันกระสุนสีดำคันหรู ก็มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลวัฒนกุลชัย เพื่อไปพบชายผู้เคยยื่นมือดึงชีวิตของเขาขึ้นมาจากความตาย

โรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัย สาขากรุงเทพฯ

แสงไฟขาวสว่างโรจน์ภายในห้องไอซียูถูกลดทอนลงเหลือเพียงแสงสลัวเพื่อไม่รบกวนผู้ป่วย เครื่องช่วยหายใจยังคงทำงานเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เสียงเต้นของหัวใจบนจอมอนิเตอร์ดังเป็นจังหวะช้า ๆ แต่อย่างน้อย…ก็ยังเต้นอยู่

ดร.วรุตม์ วิวัฒนกุลชัย ชายวัยกลางคนในชุดกาวน์สีขาว ยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ใบหน้าท่ามกลางแว่นกรอบบางนั้นเคร่งเครียด แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยนและความรับผิดชอบอันหนักอึ้ง เขาเป็นทั้งลูกชายของเจ้าสัววิเชียร และผู้อำนวยการใหญ่ของโรงพยาบาลแห่งนี้

ทันทีที่เสียงประตูเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของชายชราผู้เป็นพ่อก็ก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม พร้อมภรรยาผู้เป็นแม่ที่เดินตามมาติด ๆ วิเชียรไม่ได้เอ่ยคำใด เพียงสบตาลูกชาย แล้วมองตรงไปยังร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง

“พ่อครับ…” เสียงทุ้มของวรุตม์เอ่ยขึ้นด้วยความเคารพ “ผมพยายามเต็มที่แล้ว แต่อาการของคุณพิเชษฐ์ยังทรง ๆ และ…เกรงว่าอาจจะอยู่ได้อีกไม่นานครับ”

วิเชียรนิ่งงันไปชั่วขณะ สายตาทอดมองชายชราที่อยู่บนเตียง ผู้ชายคนนั้นเคยเสี่ยงชีวิตดึงเขาจากขอบเหวของความตายเมื่อสามสิบปีก่อน วันนี้…ถึงเวลาที่เขาจะได้ตอบแทน

“ปลุกสติของเขาได้ไหม” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียบแต่จริงจัง วรุตม์พยักหน้าเล็กน้อย

“ช่วงนี้คุณพิเชษฐ์มีสติเป็นระยะครับ ถ้าใกล้ ๆ แล้วเรียกเบา ๆ เขาน่าจะรู้ตัว” วิเชียรก้าวไปใกล้เตียง มือหนาหยาบกร้านจากประสบการณ์ชีวิตวางแผ่วเบาบนมือเหี่ยวย่นของเพื่อนเก่า

“พิเชษฐ์…” เขาเรียกด้วยเสียงที่ไม่อาจปิดความสั่นสะท้านไว้ได้ทั้งหมด “ฉันมาแล้ว” เปลือกตาที่หลับสนิทกระพริบช้า ๆ ก่อนจะเปิดขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาของผู้ป่วยจ้องมองวิเชียรอย่างเลือนราง แต่แววรู้สึกก็ปรากฏขึ้นในทันที ริมฝีปากแห้งแตกขยับเล็กน้อย เสียงแหบแห้งเอ่ยออกมาช้า ๆ

“วิเชียร… ฉันดีใจที่…นายมา”

“ไม่ต้องพูดเยอะ พักเถอะ เดี๋ยวร่างกายจะยิ่งทรุด” วิเชียรจับมือเขาแน่นขึ้นเล็กน้อยแต่คุณพิเชษฐ์ส่ายหน้าเบา ๆ เหมือนรู้ว่าตนมีเวลาไม่มาก เขาฝืนยกมือขึ้นจับแขนเพื่อนแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนเปล่งเสียงสุดท้ายที่เต็มไปด้วยแรงอธิษฐาน

“ฉัน… ฝากน้ำอิง… ไว้กับนายด้วยนะ…”

“นายเป็น…คนเดียว… ที่จะปกป้องเธอได้…”วิเชียรไม่ได้เอ่ยคำรับปาก แต่เพียงพยักหน้าช้า ๆ ดวงตาที่เคยผ่านสงครามแห่งโลกธุรกิจและใต้ดินกลับมีแววบางอย่าง…คล้ายคำมั่นที่ไม่ต้องเอื้อนเอ่ย

ชื่อที่หลุดจากริมฝีปากชายป่วย ทำให้หัวใจวิเชียรบีบรัด

“น้ำอิง” …หลานสาวของพิเชษฐ์ เด็กคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเจอหน้า แต่เคยได้ยินผ่านปากเพื่อนครั้งสุดท้ายเมื่อสิบปีก่อน

“ถ้านายไม่รับปาก… ฉันจะตายตาไม่หลับ…” วิเชียรมองเพื่อนแน่นิ่ง ก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปใกล้

“ฉันจะดูแลเธอ…เหมือนที่นายเคยช่วยฉันไว้” น้ำเสียงของเขาหนักแน่น สงบ…แต่ลึกถึงกระดูก ทำให้คนฟังยิ้มรับอย่างพอใจ พิเชษฐ์หลับตาลงอีกครั้ง ริมฝีปากเหมือนจะคลี่ยิ้ม…ก่อนที่เครื่องช่วยหายใจจะกลายเป็นเสียงเดียวที่ยังคงอยู่

วิเชียรเดินออกจากห้องนั้นด้วยใบหน้านิ่งสงบ สมองยังคงประมวลความคิดจากคำขอสุดท้ายของพิเชษฐ์

จินตนาเดินข้างเขาอย่างเงียบ ๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้สามีกำลังรู้สึกแบบไหน ก่อนที่วิเชียรจะพูดขึ้นเบา ๆ

“ถึงเวลาแล้วสินะ… ที่ผมจะคืนบุญคุณนั้น”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 5 สมบูรณ์

    ณ บริเวณศาลาเก็บอัฐิภายในสวนหลังวัดเล็กๆ ที่ร่มรื่น ลมอ่อนพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่โรยตามทางเดินหยอกล้อกับใบไม้เขียวขจีรอบบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นแผ่นหินเย็นใต้เท้าและในมุมหนึ่งของศาลามีเจย์ดีที่เก็บอัฐิสีขาวสะอาดที่ถูกดูแลอย่างดีเสมอมา อัฐิของ ‘ตาพิเชษฐ์’ กับ ‘ปู่ณรงค์’ ถูกวางอยู่เคียงข้างกัน… เรียบง่าย แต่สงบ สง่างาม และเปี่ยมไปด้วยความทรงจำ เดือนนี้เป็นอีกเดือนหนึ่งที่น้ำอิง เวกัสและเจ้าแฝดของบ้าน “วิวัฒนกุลชัย” ตั้งใจเดินทางมาไหว้ ตา และ ปู่ ตามคำสัญญาในใจที่ไม่มีวันจางหาย “ทวดคับ เจย์เดนมาไหว้แล้วนะ” เสียงใสๆ ของเด็กชายตัวน้อยดังขึ้นขณะที่เขาคุกเข่าลงเบาๆ วางพวงดอกไม้สีขาวไว้ตรงหน้าหิ้ง “เจย์ไดก็มาครับ” เจย์ไดเอ่ยบ้างก่อนจะวางดอกไม้ช่อเล็กลงทั้งสองจุดให้ทั้งทวดทั้งสองได้รับอย่างเท่าเทียม เด็กทั้งสองเงยหน้ามองอัฐิเงียบๆ เหมือนจะเข้าใจแม้จะยังเล็กนักแต่ในแววตาไร้เดียงสานั้นมีแววของความรักที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างดี น้ำอิงย่อตัวลงข้างลูกทั้งสองมือของเธอจับบ่าลูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัฐิของผู้ที่เป็นทุกอย่างในชีวิตของเธอ แล้วพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 4 นิยายของน้ำอิง

    เช้าในคฤหาสน์วิวัฒนกุลชัย แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดลอดผ้าม่านเข้ามาในห้องของเจ้าแฝดตัวน้อย “เจย์เดน” และ “เจย์ได” ที่วันนี้ดูจะตื่นเร็วเป็นพิเศษ ร่างเล็กสองคนในชุดนักเรียนอนุบาลเรียบร้อยกำลังยืนต่อหน้ากระจกพร้อมกันจัดเสื้อผ้าให้กันและกันด้วยความใส่ใจในแบบเด็ก ๆ “เจย์เดน! ผมนายเบี้ยวนะ เดี๋ยวแม่จะว่า!” เจย์ไดพูดพลางย่นจมูกใส่พี่ชายฝาแฝดแล้วจัดปกเสื้อให้ “นายก็ติดกระดุมเบี้ยวเหมือนกัน เจย์ได!” เจย์เดนแย้งก่อนจะหัวเราะเบาๆ แล้วช่วยจัดให้ฝาแฝดของตัวเองบ้าง เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นในห้องก่อนที่เสียงรองเท้าหนังเงาๆ จะก้าวเข้ามาจากทางเดิน “สองเจย์! พร้อมรึยังครับ?” เสียงเข้มของ ธนิน ดังขึ้นที่หน้าห้อง “พร้อมแล้วลุงธนิน!” เจ้าแฝดสองคนตะโกนตอบรับพร้อมกันอย่างแข็งขันก่อนจะรีบวิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาเขา ธนินในชุดสูทเรียบกริบก้มลงรับอ้อมกอดจากเด็กทั้งสองคนอย่างที่เขาทำประจำทุกเช้ามือใหญ่ลูบศีรษะเด็กชายฝาแฝดด้วยความเอ็นดู “วันนี้อย่าลืมกินนมให้หมดนะครับ แล้วก็ห้ามแกล้งเพื่อน ห้ามแกล้งกัน ห้ามเอาไม้บรรทัดฟาดหัวกันอีก” “ครับลุงธนินนน~” ทั้งคู่ตอบยานคางแบบรู้ว่ากำลังโดนแซว “แล้ววันนี้ใครจะนั่งห

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 3 มัลดีฟของเรา 18+

    ทะเลสีฟ้าครามทอดตัวยาวสุดสายตาเกลียวคลื่นซัดกระทบชายฝั่งอย่างอ่อนโยน เสียงน้ำกระทบเสาไม้ของบ้านพักกลางทะเลสร้างจังหวะนุ่มนวลราวกับบทกล่อมยามเย็น ท้องฟ้าเหนือหัวกำลังเปลี่ยนสีอย่างช้าๆ จากฟ้าใสกลายเป็นทองอ่อนๆ ไล่เฉดไปจนถึงสีส้มแดงอุ่นตา ที่พักกลางน้ำตั้งเรียงรายเป็นแถวโยงเข้าหากันด้วยสะพานไม้สีอ่อนทอดยาว ด้านในบ้านพักมีระเบียงส่วนตัวยื่นออกไปสู่ผิวน้ำท่ามกลางกลิ่นเกลือทะเลที่โชยมาเป็นระยะแสงแดดยามเย็นตกกระทบผิวน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับเพชรนับหมื่นเม็ดกระจายตัวอยู่ใต้พื้นระเบียง ผ้าม่านบางพลิ้วไหวเบาๆ ตามแรงลมสะท้อนความสบายและอิสระของสถานที่แห่งนี้ที่ซึ่งไม่มีตารางเวลาไม่มีเสียงร้องของลูกๆ ไม่มีภาระไม่มีบทบาทนอกบ้าน…มีเพียงแค่ “เขา” และ “เธอ” น้ำอิงยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงปล่อยให้สายลมเย็นสางเส้นผมที่ยาวเลยบ่า ชุดเดรสลินินสีขาวสะอาดพลิ้วตามแรงลมท่ามกลางฉากหลังที่เป็นท้องทะเลไร้ขอบเขต เธอสูดหายใจเข้าลึกราวกับต้องการซึมซับความเงียบสงบนี้ให้ซึมลึกเข้าไปถึงปลายหัวใจ นี่คือครั้งแรกในรอบสามปีที่เธอได้มาอยู่กับเวกัสสองต่อสองอีกครั้งไม่มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าแฝดไม่มีขวดนม ไม่มีผ้าอ

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 2 เจย์เดน&เจย์ได

    สามปีต่อมา……หลังจากที่มีเจ้าแฝดเวกัสและน้ำอิงก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านใหญ่เพราะจะได้สะดวกต่อการเลี้ยงดูเจ้าเด็กสองคนที่กำลังโต แสงแดดอ่อนในยามสายของวันหยุดสุดสัปดาห์สาดลอดซุ้มดอกไม้ภายในสวนสวยหน้าคฤหาสน์ กลิ่นหอมอ่อนของดอกกุหลาบและลีลาวดีกระจายไปทั่วชวนให้รู้สึกผ่อนคลายและสุขสงบ เสียงหัวเราะใสๆ ดังขึ้นมาไม่ขาดสายจากสนามหญ้าหน้าบ้าน “ฮ่าๆๆ พี่เดน วิ่งช้าจัง! เจย์ไดจะจับได้แล้วนะ!” เสียงของเจย์ไดหนูน้อยแก้มยุ้ยเจ้าของเสื้อยืดลายไดโนเสาร์ร้องลั่นขณะวิ่งไล่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองไปรอบสนาม “ไม่เอา! เดนจะเป็นฮีโร่! ไดต้องเป็นตัวร้าย!” เจย์เดนเถียงกลับเสียงใสแต่ขาทั้งสองข้างก็ยังวิ่งนำอยู่สองพี่น้องวัยสามขวบมีพลังเหลือล้นราวกับไม่มีวันหมด เสื้อผ้าที่เคยเรียบร้อยตอนออกจากบ้านเมื่อเช้าบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเหงื่อจากการวิ่งเล่นเต็มพิกัด แต่แววตากลมใสนั้นกลับเปล่งประกายอย่างมีความสุขรอยยิ้มของเด็กทั้งสองคนทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นในทันที ที่ระเบียงบ้านด้านบนคุณปู่วรุตฒ์ในชุดเสื้อเชิ้ตลำลองและคุณย่าพัชราภานั่งเคียงกันบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก สีหน้าเปี่ยมสุขขณะมองหลานชายฝาแฝดวิ่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   ตอนพิเศษ 1 แพ้ท้อง

    สองเดือนผ่านไป… แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีครีมในห้องนั่งเล่นของคอนโดหรูย่านใจกลางเมือง อากาศอบอุ่นพอให้รู้สึกสบายแต่ไม่มากพอจะละลายไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องได้ ร่างเล็กของน้ำอิงนั่งพิงพนักโซฟามือบางวางอยู่บนหน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในร่างกายและชีวิตของเธอในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากทางห้องครัว ก่อนที่เวกัสสามีหมอสุดหล่อของเธอจะปรากฏตัวพร้อมใบหน้าเซื่องซึมเหมือนคนอดนอนมาเป็นปี เขาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างแรงจนน้ำอิงต้องรีบยันตัวไว้ไม่ให้เสียหลัก โซฟายวบลงเมื่อร่างหนาแทรกเข้ามา ก่อนจะทิ้งหัวซุกลงบนตักของเธออย่างหมดแรงราวกับแมวตัวโตที่หมดฤทธิ์แล้วหาไหล่ให้พิง “อิงงงงงง…… พี่เวียนหัว” เสียงอู้อี้เปล่งออกมาจากปากของสามี ผู้ซึ่งเคยเยือกเย็นเฉียบขาดในห้องผ่าตัดตอนนี้กลับกลายเป็นสามีสายอ้อนเต็มขั้น น้ำอิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูมือเล็กข้างหนึ่งลูบเบาๆ ที่กรอบหน้าคมของสามีอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบประโลม “ไหวมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามแววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยปนขำอ่อนๆ เธอไม่คิดเลยว่าเวกัสจะรักเธอถึงขั้น “แพ้ท้องแท

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 41 ของขวัญจากหัวใจ (จบ)

    ผ่านไปสามเดือน…… แสงแดดอ่อนยามสายส่องลอดเงาต้นมะพร้าวที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ลมทะเลพัดเบาๆ แตะปลายผมเจ้าสาวราวกับกลัวว่าจะรบกวนความงดงามของเธอ ชายหาดเล็กๆ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นเวทีแห่งความรักอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น แขกในงานมีเพียงไม่กี่คน… ทุกใบหน้าคือคนที่มีความหมายกับพวกเขาจริงๆ ครอบครัวของเวกัส ครอบครัวของน้ำอิง เพื่อนสนิทที่อยู่เคียงข้างมาตลอดไม่แม้แต่จะมีช่างภาพมืออาชีพหรือแสงไฟพร่างพรายมีเพียงแสงธรรมชาติจากฟ้าและรอยยิ้มจริงใจจากทุกคน เวกัสในชุดสูทสีขาวครีมเรียบหรูแต่ดูสบายตาเขาดูเหมือนเจ้าบ่าวที่เดินออกมาจากนิตยสารแฟชั่น สายตาที่ใบหน้าคมเข้ม คิ้วเข้มพาดเฉียงดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักสวยสีธรรมชาติที่ยกยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้ไม่มีสิ่งใดสามารถแต่งเติมให้สมบูรณ์กว่านั้นได้อีกแล้ว น้ำอิงยืนอยู่ปลายทางเดินไม้ที่ทอดยาวไปยังซุ้มดอกไม้สีขาวริมทะเล เธอในชุดเจ้าสาวแบบเรียบหรูแต่สวมไว้ด้วยความนุ่มนวลของเจ้าหญิงตัวน้อยจากนิทาน เธอเดินช้าๆ ใบหน้าสวยประดับด้วยรอยยิ้มระเรื่อ ดวงตากลมโตของเธอจับจ้องไปที่ชายตรงหน้า… ผู้เป็นคนรัก เมื่อเท้า

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 1 บ้านหลังเล็กของนักเขียน

    ท้ายซอยแคบๆ แห่งหนึ่งในย่านชานเมืองของมหานครที่ผู้คนเร่งรีบกันแทบตลอดเวลา… ยังมีบ้านไม้หลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างสงบ บ้านหลังนั้นไม่ใหญ่ไม่หรูไม่ได้มีรั้วเหล็กดัดหรือประตูไฟฟ้าเหมือนบ้านใกล้เคียง แต่มันกลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้ใครที่เดินผ่านต้องเหลียวหลังหันมามอง…บ้านไม้สองชั้นที่สร้างด้วยไม้สั

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 24 ชอบมั้ย?

    วันนี้เป็นวันหยุดที่บ้านตระกูล’ วิวัฒนกุลชัย’ คึกคักตั้งแต่เช้า ห้องอาหารถูกจัดเตรียมเรียบร้อยกลิ่นอาหารหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ ทีมแม่บ้านต่างขะมักเขม้นดูแลรายละเอียดเล็กน้อยไม่ให้ขาดตกบกพร่องเพราะเป็นวันนัดรวมตัวประจำเดือนของลูกหลานในตระกูลที่ทุกคนจะต้องมากินข้าวพร้อมหน้ากับคุณปู่คุณย่าและพ่อแม่ตาม

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 8 สงครามประสาท

    หลังจากเวกัสออกจากคอนโดไป น้ำอิงก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่งอย่างโล่งอก ในที่สุดก็มีเวลาได้หายใจสะดวกบ้างเสียที ไม่มีหมอปากหมาเดินตามจิกกัดใส่หน้าตาเฉยอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียอารมณ์ เธอค่อย ๆ ก้าวเดินสำรวจพื้นที่ภายในห้องพักอย่างไม่รีบร้อน มือเรียวแตะขอบโซฟาหนังแท้สีน้ำตาลเข้มอย่างเผลอตัว แค่โซนห้องนั่งเล่นก

  • สะดุดรักคุณหมอ   บทที่ 2 คุณหมอเวกัส

    เสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์หรูหราสีดำสนิทแล่นเข้ามายังลานหน้าตึกหลักของโรงพยาบาลวิวัฒนกุลชัยอินเตอร์เนชั่นแนลอย่างนุ่มนวล ตัวรถคือ Maybach รุ่นลิมิเต็ด เส้นสายเฉียบหรูสะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายวิบวับ ภายใต้หมายเลขทะเบียนประจำตระกูลที่จดจ้องจากใครต่อใครว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ “กลุ่มวิวัฒนกุลชัย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status