Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-01-08 01:39:50

แม้ว่าภาพยนตร์ฝรั่งในช่วงบ่าย ณ ศาลาเฉลิมกรุงจะมีเนื้อเรื่องสนุกตื่นเต้นมากเพียงใด หากหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ก็หาได้มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด เขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากรอยยิ้ม และนั่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นตามโบสถ์วิหาร จนหม่อมหลวง ‘ศศิธร’ บุตรสาวคนสวยของหม่อมราชวงศ์นายแพทย์เดชาพันธ์ถึงกับส่ายหน้าไปมายิ้มๆ

“คุณชายคะ” หญิงสาวหันมาหาชายหนุ่ม ขณะที่ทั้งสองเดินมาถึงลานจอดรถหลังจากภาพยนตร์ฉายจบลงแล้ว “รู้สึกว่าวันนี้สติของคุณชายจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเลยนะคะ กำลังกระหวัดคิดถึงสาวคนไหนหรือเปล่าน๊า...”

คำปรารภที่แฝงไว้ด้วยความกระเซ้าเย้าแหย่ดังกล่าว ทำเอาขจรศักดิ์หน้าตึงเปรี๊ยะ พลางรีบปรับบุคลิกของตนให้แลดูเป็นปกติทันที ก่อนจะเอ่ยถามกลับมาเสียงราบเรียบอย่างไว้เชิง

“ไม่ทราบว่าอะไรดลใจทำให้คุณนวลคิดเช่นนั้นล่ะครับ”

“คุณชายก็รู้ดีอยู่แก่ใจนี่คะ จะต้องมาย้อนถามนวลทำไมกันเล่า” ขณะที่พูดนั้น ศศิธรก็รับรู้ถึงอีกมุมหนึ่งของหม่อมราชวงศ์หนุ่มซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน เพราะทุกครั้งที่พบกัน เขามักจะวางตัวนิ่งขรึม ไร้อารมณ์กับสิ่งรอบข้าง ทว่าวันนี้เจ้าตัวกลับดูแปลกไป ดั่งมีเรื่องอะไรสักอย่างที่ต้องคบคิดอยู่มากโข

“รู้ดีอยู่แก่ใจ?” เสียงทุ้มทวนคำ คิ้วหนาเข้มขมวดมุ่น “ผมว่าคุณนวลคงเข้าใจผมผิดไปกันใหญ่แล้วกระมัง”

ศศิธรปรายตามองบุรุษตรงหน้าแวบหนึ่งแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “ใครๆ ในเขตพระนครเขารู้ดีกันทั้งนั้นว่าหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ แห่งราชสกุล ‘กุลธวัช’ อันยิ่งใหญ่และร่ำรวยชนิดที่หาผู้ใดมาทัดเทียมได้ มักทำหน้าตายเป็นทุนเดิม แถมยังชอบดูถูกดูแคลนผู้หญิงที่หมายจะมาสูบเงินทองของตนยิ่งกว่าพวกเหลือบไรเสียอีก”

“โอ้โห!” ชายหนุ่มอุทานตาโต “ผมนี้แย่ขนาดนั้นเชียวรึ”

หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ “นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำนะคะ อย่าให้นวลต้องสาธยายมากกว่านี้เลยคุณชาย”

ขจรศักดิ์ไม่ได้โต้ตอบอะไรต่อ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับที่ชอบทำเป็นประจำ ส่วนศศิธรเพียงแค่อมยิ้มอย่างขบขันที่เห็นขายหนุ่มยังพยายามเก๊กท่าวางมาดอยู่เช่นนั้น

และก่อนที่บรรยากาศจะกลับมาอึมครึมอีกครั้ง สายตาของศศิธรก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เธอมีความสนิทด้วยพอสมควร ก่อนจะรีบพาร่างสมส่วนในชุดกระโปรงยาวมินิสเกิร์ตสีชมพูบานเย็นเดินลิ่วๆ เข้าไปหาโดยไม่ได้สนใจคุณชายแห่งวังตะวันฉายแม้แต่น้อย

“จ๊ะเอ๋...ขอเหมาขนมครกทั้งหมดนี้ได้ไหมจ๊ะแม่ค้าคนสวย”

เสียงเจื้อยแจ้วของศศิธรนั้น ทำให้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงขนมครกในหาบรีบหันขวับกลับมาว่องไว

“พี่นวล...พี่นวลจริงๆ ด้วย!”

แสงดาวฉีกยิ้มกว้างๆ จนตาหยี เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่เธอเคารพเสมือนพี่สาวแท้ๆ อยู่บริเวณหน้าโรงหนังเวลานี้

“ห๊อมหอมจังเลย” ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ทำท่าสูดกลิ่นขนมครกเข้าเต็มปอด “งั้นพี่ขอกินสักชิ้นนะ พอดีตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย” ว่าแล้วก็หยิบเอาขนมครกเนื้อนุ่มๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกะทิหนึ่งซีกยัดเข้าในปากและเคี้ยวตุ้ยๆ จนคนทำอดยิ้มไม่ได้

“ถ้าพี่นวลหิวก็ทานเยอะๆ เลยนะคะ” มือเรียวเล็กของแสงดาวรีบหยิบขนมครกหลายชิ้นที่เพิ่งจะใช้ช้อนตักออกมาจากเตาวางลงบนกระทงใบตองแล้วยื่นไปให้กับศศิธร “นี่ค่ะ ยังร้อนๆ อยู่เลย”

“ถ้างั้น...พี่ไม่เกรงใจเราแล้วนะ”

เมื่อเด็กสาวที่ศศิธรรักและเอ็นดูเสนอมา มีหรือที่เธอจะไม่สนอง หญิงสาวย่อกายลงนั่งยองๆ ขาชิดกัน เอามือรวบกระโปรงยาวย้วยเข้าที่ข้อพับหัวเข่า ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการสังหารขนมครกเหล่านั้นลงท้องอย่างไม่ห่วงสวยจนอิ่มแปล้

“พี่นวล ค่อยๆ ทานก็ได้ค่ะ ยัดเข้าไปแบบนั้นเดี๋ยวก็ติดคอกันพอดีหรอก” แสงดาวปรามยิ้มๆ แต่ศศิธรก็ทำเป็นหูทวนลม และยังคงตั้งหน้าตั้งตากินขนมครกอย่างเอร็ดอร่อยต่อ

ด้านหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ซึ่งยืนขมวดคิ้วมุ่นมองดูคู่หมายที่ผู้เป็นมารดาอยากจะให้แต่งงานด้วยอย่างไม่เข้าใจนัก เนื่องจากศศิธรนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะเดานิสัยได้ยาก ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขารู้จักแทบจะหน้ามือกับหลังมือ อีกทั้งเธอยังมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ร้อนในใจยังไงยังงั้น...

แต่แล้วตะกอนความคิดทุกอย่างของชายหนุ่มก็พลันหยุดลง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างแน่งน้อยของแม่ค้าคนที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับศศิธร เขาจำได้ดีว่านั่นคือ ‘ยัยเด็กทโมน’ ที่เกือบทำให้เขาคร่าชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจมาแล้ว มือหนาค่อยๆ กำหมัดแน่น นัยน์ตาคู่คมเริ่มจะดุกร้าวขึ้นทุกๆ วินาที

“ฮึ! โลกมันช่างกลมจริงๆ เลยนะ”

เสียงทุ้มพึมพำห้วนๆ พลางรู้สึกร้อนในอกราวกับถูกกระตุ้นด้วยฟืนไฟ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมายโดยไม่ลังเลทันที

“คุ...คุณ!”

แสงดาวอุทานสั่นๆ ชีพจนเต้นแรงตุบๆ คล้ายถูกกระแสไฟฟ้าหลายโวลต์ช็อตจนเป็นอัมพาต เมื่อแลเห็นคนที่ตนเกลียดแสนเกลียดเดินมายืนทำหน้าถมึงทึง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงท่ามกลางแสงแดดของพระอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาสว่างจ้า ระบายให้เรือนกายกำยำของหม่อมราชวงศ์หนุ่มดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

“ใช่...ฉันเอง แล้วหล่อนคิดว่าเป็นใครกันล่ะ” ขจรศักดิ์จับจ้องดูคู่อริไม่วางตา เด็กสาวรีบเบือนหน้าหนีเพราะชังเขาจับใจ ไม่อยากแม้แต่จะมอง ซึ่งท่าทางนั้นทำเอาชายหนุ่มนึกหมั่นไส้ขึ้นมาครามครัน “ผู้ใหญ่พูดด้วย หัดมีมารยาทเสียบ้าง มัวแต่ก้มหน้างุดมองหาไส้เดือนอยู่บนพื้นนั่นแหละ”

ร่างแน่งน้อยฉุนสุดขีดกับวาจากระแนะกระแหน ก่อนจะพยายามกักเก็บโทสะซึ่งกำลังเดือดปุดให้มากที่สุด แล้วชูคอขึ้นเผชิญหน้ากับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว

“แล้วถ้าผู้ใหญ่คนนั้นนิสัยไม่ดีล่ะคะ คุณคิดว่าดิฉันควรจะเสวนาด้วยหรือเปล่า”

“อวดเก่ง!”

“ก็ไม่เห็นต้องกลัว”

“หล่อนนี่มัน...” เขากัดฟันจนกรามเป็นสันนูน ทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมต้องมีอารมณ์แต่กับยัยเด็กข้างถนนคนนี้ ลำขาแข็งแรงดั่งม้าพันธุ์จึงเดินโทงๆ เข้าไปหา หมายจะจับคนพยศตีก้นสั่งสอนเสียให้เข็ด ว่าไม่ควรมาผยองกับเขาอีกเป็นขาด

แต่มีหรือที่แสงดาวจะยอมให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรังแกเหมือนคราแรกที่พบกันได้ง่ายๆ เด็กสาวรีบใช้ถ้วยเล็กๆ จ้วงตักน้ำกะทิที่มีแป้งเป็นส่วนผสมในหม้อใบใหญ่ขึ้นมาขู่ฟ่อทันที

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 68 จบบริบูรณ์

    หนึ่งเดือนต่อมา...ณ บ้านพักตากอากาศของราชกุลกุลธวัชหลังจากจัดงานศพหม่อมวิลัยและเพลินพิศเสร็จสิ้น ทุกคนยังไม่คลายจากความตกใจ ในช่วงวันหยุดยาว ขจรศักดิ์จึงพาทุกคนมาพักผ่อนยังบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนจึงรู้สึกดีขึ้นมา แสงดาวเริ่มยิ้มได้เมื่อมีนางฟ้าตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ และทำท่าตลกให้คุณพ่อคุณแม่และทุกคนหัวเราะ“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมซนเหมือนลิงแบบนี้” ขจรศักดิ์นั่งมองบุตรสาวอยู่ข้างภรรยา ยิ่งเห็นน้องหวายตีลังการอยู่ที่ชายหาด ขจรศักดิ์ก็ยิ่งถอนหายใจแรงๆ“ผู้หญิงสิคะ ดาวเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้” แสงดาวบอกเสียงหวาน พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ ขจรศักดิ์จับมือบางขึ้นไปจูบแล้วคลึงด้วยปลายหัวแม่มือเบาๆ“งั้น ฉันขอลูกชายอีกสักสามคน ผู้หญิงอีกสองคนนะดาว” ชายหนุ่มทำหน้าระห้อยอ้อนๆ แสงดาวตาโตเพราะนับจำนวนแล้วเขาต้องการลูกตั้งหกคนเชียว“หกคนเลยนะคะ”“ก็ใช่นะสิ ธุรกิจเรามีตั้งเยอะแยะนะ ลูกๆ จะได้ช่วยกันทำไง” ขจรศักดิ์เอนศีรษะไปซบหน้ากับบ่าบาง “นะดาวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเลี้ยงคนเดียวหรอก เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตด้วยกัน” ชายหนุ่มสอดลำแขนโอบกอดเอวค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 67

    “ปกติเราก็เอาเสื้อผ้ามาซักอยู่แล้วนี่คะ” สาวใช้ตอบ ขณะยืนตัวสั่นเบียดกับเพื่อนอีกคน เพลินพิศเดินตาขวางไปหาแล้วตบหน้าสาวใช้คนละทีดังเผี๊ยะๆ จนหน้าสะบัด“พวกขี้ข้า สาระแนไม่เข้าเรื่อง” พูดจบเพลินเพิศก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงซึ่งมีขจรศักดิ์ อยุทธ์ หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ และเดือนแรมยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นเธอทุกสายตาก็เพ่งมองไปที่เพลินพิศเป็นจุดเดียว“เป็นอะไรเพลิน ดูรุกรี้รุกรนชอบกล” ท่านชายเอกสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เพลินพิศร้อนตัวมองคนนั้นคนนี้เหมือนกลัวความผิด“เพลินหาของค่ะ พอดีลืมของไว้” เธอตอบและเตรียมจะผละไป แต่อยุทธ์เข้าไปขวางไว้เสียก่อน“หายาสองเม็ดนี้อยู่หรือเปล่าครับคุณเพลิน” สารวัตรหนุ่มแบมือออก เพลินพิศเห็นเม็ดยาที่ตามหาก็ผงะ หน้าซีดลงทันที“ทำไมถึงทำแบบนี้เพลินพิศ ทำไมต้องวางยาหม่อมวิลัย” ท่านชายเอ่ยถามอย่างปวดร้าวที่เกิดเรื่องไม่ดีในวัง ทำเอาเพลินพิศปากสั่นระริก“ดิฉันไม่ได้ทำ นังดาวต่างหาก พวกแกใส่ความฉัน ถอยไป ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ”เวลานี้หญิงสาวเหมือนคนเสียสติ มองทุกคนอย่างโกรธแค้น อยุทธ์จะเข้าไปจับตัว แต่เพลินพิศวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แสงดาว

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 66

    เมื่อได้ฟังอาการของหม่อมวิลัย แสงดาวทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง โชคดีที่ขจรศักดิ์รับไว้ทันและกอดเธอแน่น เดือนแรมมองบุตรสาวอย่างสงสารจับใจ“เป็นไปได้ยังไงคะ ยาพวกนั้นเป็นยาบำรุงที่ท่านทานประจำ จะมีผลกับระบบหายใจได้ยังไงกัน” แสงดาวบอกปนสะอื้น ขจรศักดิ์ไม่เชื่อว่าแสงดาวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนะดาว ถ้าดาวบริสุทธิ์คนผิดต้องถูกจับได้แน่นอน”“นั่นสิดาว ทำใจให้สบายนะลูก” เดือนแรมช่วยปลอบอีกคน แสงดาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับหม่อมวิลัยได้“โจรถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ยอมจำนน” เพลินพิศได้ทีแล้วมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกล “ท่านชายทำไมไม่ให้ตำรวจจับตัวนังดาวไปเลย แล้วค่อยสอบสวน เผื่อมันหนีไปจะทำยังไง”“ดิฉันไม่หนีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำผิด” แสงดาวยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาท่านชายถึงกับถอนหายใจเบาๆ รู้สึกหนักใจไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า ตำรวจสมัยนี้เขาเก่ง ฉันว่าเรากลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ดาวขอเฝ้าหม่อมท่านที่นี่นะคะท่านชาย” แสงดาวมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์น้ำตานองหน้า ไม่นานท่านชายก็พย

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 65

    “ฉันไม่ตลกกับหล่อนหรอกนะแม่เพลิน คราวหน้าหัดระวังคำพูดเสียบ้าง” หม่อมวิลัยเตือนแล้วตักอาหารใส่จาน เพลินพิศแอบเบ้ปากแล้วนั่งทานมื้อเช้าในสำรับของตัวเอง“ฉันไม่ดื่มน้ำเปล่า ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน” หญิงสาวทานไปไม่นานก็หันไปบอก เด็กรับใช้กลับออกไปอีกครั้ง หม่อมวิลัยรวบช้อนและหยิบผ้ากันเปื้อนเช็ดปาก มือยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและเข็นรถจะไปหยิบถ้วยยา เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แล้วหยุดรถนิ่งอยู่กับที“จะเอายาเหรอคะหม่อม เดี๋ยวเพลินหยิบให้ค่ะ” เพลินพิศอาสาแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยยาหญิงสาวหันไปมองหม่อมวิลัยที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มแล้วรีบหยิบเม็ดยาในถ้วยใส่ลงกระเป๋ากระโปรง ความเร่งรีบทำให้ยาเม็ดหนึ่งหล่นลงพื้นและกระเด็นเข้าไปใต้เตียง เป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้ถือน้ำส้มเข้ามา เพลินพิศก็เอายาที่เตรียมมาไปให้หม่อมวิลัยแทน“ยาค่ะหม่อม” เพลินพิศส่งถ้วยยาให้ ตามมาด้วยแก้วน้ำดื่ม หม่อมวิลัยรับไปถือและกลืนลงคอ ดื่มน้ำไปก่อนจะส่งแก้วกลับคืน“หล่อนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หม่อมวิลัยออกปากไล่ เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แต่แววตาสะใจที่แผนการเล่นงานแสงดาวดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 64

    เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ขจรศักดิ์ก็กลายเป็นแขกของวังเคียงรุ้งไปโดยปริยาย หลังเลิกงานหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็จะมาคลุกอยู่กับภรรยาและลูก เพราะแสงดาวต้องการดูแลหม่อมวิลัยจนกว่าจะมีหมอที่ไว้ใจได้มาแทน เพลินพิศก็คอยหาโอกาสใกล้ชิดขจรศักดิ์เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ และในทางลับอยุทธ์ก็ส่งสายตำรวจหญิงเข้ามาเป็นคนรับใช้ในวังเคียงรุ้งตามคำขอของเพื่อน จนกว่าแสงดาวกับลูกจะไปอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งแผนการนี้จะมีเพียงขจรศักดิ์ อยุทธ์ และหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์เท่านั้นที่รู้ทุกวันแสงดาวจะต้องแวะไปตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดให้หม่อมวิลัย พร้อมกับกำชับให้ทานยาตามหมอสั่ง เพราะคนที่ไว้ใจได้อย่างแม่จันทร์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ดวงตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น หม่อมวิลัยจึงให้อยู่เฉยๆ และมีคนดูแลอยู่ที่เรือนพักด้านหลัง“นี่หล่อนไม่เบื่อหรือยังไงที่ต้องมานวดมาจับขาฉันทุกวัน” หม่อมวิลัยเอ่ยถาม ขณะมองใบหน้านวลที่ดูจะอิ่มเอิบไปด้วยความสุข“ไม่เบื่อหรอกคะ ขอให้แม่ใหญ่เดินได้ ดาวก็ดีใจแล้ว”“ใช่คร้าหม่อมยาย เราจะได้ไปวิ่งไล่จับกันคร้า” น้องหวายซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักฉีกยิ้มกว้างๆ จนเห็นลักยิ้ม หม่อมวิลัยหัวเราะมองค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 63

    กว่าขจรศักดิ์จะพาแสงดาวออกมาร่วมงานเลี้ยงได้ แสงอาทิตย์ก็ถูกแทนที่ด้วยม่านดำแห่งราตรีกาลไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่จับมือกันเดินมาอย่างมีความสุข“ฉันว่าอีกสองสามปีคงต้องไว้หนวดไว้เคราแล้วล่ะดาว”“ทำไมล่ะคะ” แสงดาวเอียงหน้าถามเป็นเชิงไม่เข้าใจ ขจรศักดิ์จึงกดจมูกลงบนแก้มปลั่งแรงๆ อยุทธ์หันมาเห็นก็อดแซวไม่ได้“คุณชายขจรศักดิ์จะฆ่าคนโสดให้ตายเลยหรือยังไงขอรับ ผมล่ะโคตรอิจฉาเสียจริงๆ” สารวัตรหนุ่มบอกพลางส่งสายตาละห้อยไปให้ศศิธรเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่หญิงสาวย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“คุณชายอ่ะ ทำให้ดาวอายอีกแล้วนะคะ ไม่อยู่ใกล้แล้ว ไปหาลูกดีกว่า” แสงดาวต่อว่าหน้าแดงซ่าน แล้วก้าวดุ่มๆ ไปทำความเคารพผู้ใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปเล่นกับลูกสาวสุดรัก ศศิธรแยกเขี้ยวใส่อยุทธ์แล้วเดินไปหาแสงดาว ปล่อยให้สองหนุ่มมองตาม“วันนี้ทำคะแนนกับแม่ยายได้กี่คะแนนแล้วเพื่อน”“ว่าที่แม่ยายให้คะแนนไม่ทันเลยล่ะ”ขจรศักดิ์หัวเราะในลำคอพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กรับใช้ อยุทธ์คลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองศศิธรด้วยความรัก จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วขึ้นชน

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 62

    “ดาว...” เสียงเรียกทำให้แสงดาวน้ำตาไหล แต่ไม่หยุดเดินพาลูกตรงไปที่ประตู จนกระทั่งเสียงของหม่อมมณีรัตน์ดังตามมา“เดี๋ยวก่อนแสงดาว”แสงดาวชะงักก้าว และพาลูกน้อยหันกลับมา หม่อมมณีรัตน์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหา ทุกสายตามองตามและลุ้นว่าจะเกิดอะไรต่อไปนับจากนี้ หญิงสูงศักดิ์จับมือจิ๋วของน้องหวายมากุม“เธอกั

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 59

    “คิดมากจริงๆ” เขาจับปลายคางมนแล้วจูบแรงๆ ทีหนึ่ง แสงดาวทุบกำปั้นบนอกกว้างอย่างงอนๆ “คนอื่นเขารู้เรื่องเรากันหมดแล้ว หม่อมแม่ก็รู้แล้ว ท่านทั้งรักทั้งหลงลูกของเรา อยากให้ฉันพาเธอกับลูกไปอยู่ที่วังตะวันฉายไวๆ”“อะไรนะคะ คนอื่นรู้เรื่องของเราแล้ว!” แสงดาวตาโตด้วยความตกใจ“ฮื่ม...ฉันอยู่กับเธอที่นี่ ท่

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 58

    “ยอมรับแล้วสิ”“ปล่อยให้เราอยู่แบบนี้นะคะ ดิฉันขอร้อง พี่นวลคือพี่สาวที่ดิฉันรักมากที่สุด ดิฉันไม่อยากทำให้เธอเสียใจ” เธอขอร้องทั้งแววตาและวิงวอนด้วยคำพูด ขจรศักดิ์หน้าตึงอย่างไม่พอใจที่เธอหวงแต่ความรู้สึกคนอื่น จนลืมความสุขของตัวเองและลูก“เธอจะอยู่ที่นี่ก็ได้ ฉันจะได้ย้ายของมาอยู่ด้วย” เขาสรุปง่า

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 57

    “คุณลุงใจดีเป็นพ่อให้น้องหวายได้ไหมคะ น้องหวายอยากมีพ่อ...” น้องหวายอ้อน มือน้อยกอดลำคอแกร่งแน่น แสงดาวกลัวความสัมพันธ์ทางสายเลือดจะทำให้ศศิธรเสียใจจึงรีบขัดขึ้นก่อนที่ชายหนุ่มจะตอบอะไรที่ทำให้น้องหวายมีความหวัง“น้องหวายคร้า นอนได้แล้วนะคะ” แสงดาวกางแขนรับร่างน้อยมาหมอแก้ม น้องหวายล้มตัวลงนอนมองข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status