공유

บทที่ 5

last update 최신 업데이트: 2026-01-08 01:39:50

แม้ว่าภาพยนตร์ฝรั่งในช่วงบ่าย ณ ศาลาเฉลิมกรุงจะมีเนื้อเรื่องสนุกตื่นเต้นมากเพียงใด หากหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ก็หาได้มีอารมณ์ร่วมเลยสักนิด เขายังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ปราศจากรอยยิ้ม และนั่งตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นตามโบสถ์วิหาร จนหม่อมหลวง ‘ศศิธร’ บุตรสาวคนสวยของหม่อมราชวงศ์นายแพทย์เดชาพันธ์ถึงกับส่ายหน้าไปมายิ้มๆ

“คุณชายคะ” หญิงสาวหันมาหาชายหนุ่ม ขณะที่ทั้งสองเดินมาถึงลานจอดรถหลังจากภาพยนตร์ฉายจบลงแล้ว “รู้สึกว่าวันนี้สติของคุณชายจะไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยเลยนะคะ กำลังกระหวัดคิดถึงสาวคนไหนหรือเปล่าน๊า...”

คำปรารภที่แฝงไว้ด้วยความกระเซ้าเย้าแหย่ดังกล่าว ทำเอาขจรศักดิ์หน้าตึงเปรี๊ยะ พลางรีบปรับบุคลิกของตนให้แลดูเป็นปกติทันที ก่อนจะเอ่ยถามกลับมาเสียงราบเรียบอย่างไว้เชิง

“ไม่ทราบว่าอะไรดลใจทำให้คุณนวลคิดเช่นนั้นล่ะครับ”

“คุณชายก็รู้ดีอยู่แก่ใจนี่คะ จะต้องมาย้อนถามนวลทำไมกันเล่า” ขณะที่พูดนั้น ศศิธรก็รับรู้ถึงอีกมุมหนึ่งของหม่อมราชวงศ์หนุ่มซึ่งไม่เคยเจอมาก่อน เพราะทุกครั้งที่พบกัน เขามักจะวางตัวนิ่งขรึม ไร้อารมณ์กับสิ่งรอบข้าง ทว่าวันนี้เจ้าตัวกลับดูแปลกไป ดั่งมีเรื่องอะไรสักอย่างที่ต้องคบคิดอยู่มากโข

“รู้ดีอยู่แก่ใจ?” เสียงทุ้มทวนคำ คิ้วหนาเข้มขมวดมุ่น “ผมว่าคุณนวลคงเข้าใจผมผิดไปกันใหญ่แล้วกระมัง”

ศศิธรปรายตามองบุรุษตรงหน้าแวบหนึ่งแล้วตอบด้วยรอยยิ้ม “ใครๆ ในเขตพระนครเขารู้ดีกันทั้งนั้นว่าหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ แห่งราชสกุล ‘กุลธวัช’ อันยิ่งใหญ่และร่ำรวยชนิดที่หาผู้ใดมาทัดเทียมได้ มักทำหน้าตายเป็นทุนเดิม แถมยังชอบดูถูกดูแคลนผู้หญิงที่หมายจะมาสูบเงินทองของตนยิ่งกว่าพวกเหลือบไรเสียอีก”

“โอ้โห!” ชายหนุ่มอุทานตาโต “ผมนี้แย่ขนาดนั้นเชียวรึ”

หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ “นี่ยังน้อยไปด้วยซ้ำนะคะ อย่าให้นวลต้องสาธยายมากกว่านี้เลยคุณชาย”

ขจรศักดิ์ไม่ได้โต้ตอบอะไรต่อ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยตามแบบฉบับที่ชอบทำเป็นประจำ ส่วนศศิธรเพียงแค่อมยิ้มอย่างขบขันที่เห็นขายหนุ่มยังพยายามเก๊กท่าวางมาดอยู่เช่นนั้น

และก่อนที่บรรยากาศจะกลับมาอึมครึมอีกครั้ง สายตาของศศิธรก็เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เธอมีความสนิทด้วยพอสมควร ก่อนจะรีบพาร่างสมส่วนในชุดกระโปรงยาวมินิสเกิร์ตสีชมพูบานเย็นเดินลิ่วๆ เข้าไปหาโดยไม่ได้สนใจคุณชายแห่งวังตะวันฉายแม้แต่น้อย

“จ๊ะเอ๋...ขอเหมาขนมครกทั้งหมดนี้ได้ไหมจ๊ะแม่ค้าคนสวย”

เสียงเจื้อยแจ้วของศศิธรนั้น ทำให้คนที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเรียงขนมครกในหาบรีบหันขวับกลับมาว่องไว

“พี่นวล...พี่นวลจริงๆ ด้วย!”

แสงดาวฉีกยิ้มกว้างๆ จนตาหยี เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่เธอเคารพเสมือนพี่สาวแท้ๆ อยู่บริเวณหน้าโรงหนังเวลานี้

“ห๊อมหอมจังเลย” ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ทำท่าสูดกลิ่นขนมครกเข้าเต็มปอด “งั้นพี่ขอกินสักชิ้นนะ พอดีตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย” ว่าแล้วก็หยิบเอาขนมครกเนื้อนุ่มๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกะทิหนึ่งซีกยัดเข้าในปากและเคี้ยวตุ้ยๆ จนคนทำอดยิ้มไม่ได้

“ถ้าพี่นวลหิวก็ทานเยอะๆ เลยนะคะ” มือเรียวเล็กของแสงดาวรีบหยิบขนมครกหลายชิ้นที่เพิ่งจะใช้ช้อนตักออกมาจากเตาวางลงบนกระทงใบตองแล้วยื่นไปให้กับศศิธร “นี่ค่ะ ยังร้อนๆ อยู่เลย”

“ถ้างั้น...พี่ไม่เกรงใจเราแล้วนะ”

เมื่อเด็กสาวที่ศศิธรรักและเอ็นดูเสนอมา มีหรือที่เธอจะไม่สนอง หญิงสาวย่อกายลงนั่งยองๆ ขาชิดกัน เอามือรวบกระโปรงยาวย้วยเข้าที่ข้อพับหัวเข่า ก่อนจะเริ่มปฏิบัติการสังหารขนมครกเหล่านั้นลงท้องอย่างไม่ห่วงสวยจนอิ่มแปล้

“พี่นวล ค่อยๆ ทานก็ได้ค่ะ ยัดเข้าไปแบบนั้นเดี๋ยวก็ติดคอกันพอดีหรอก” แสงดาวปรามยิ้มๆ แต่ศศิธรก็ทำเป็นหูทวนลม และยังคงตั้งหน้าตั้งตากินขนมครกอย่างเอร็ดอร่อยต่อ

ด้านหม่อมราชวงศ์ขจรศักดิ์ซึ่งยืนขมวดคิ้วมุ่นมองดูคู่หมายที่ผู้เป็นมารดาอยากจะให้แต่งงานด้วยอย่างไม่เข้าใจนัก เนื่องจากศศิธรนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะเดานิสัยได้ยาก ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขารู้จักแทบจะหน้ามือกับหลังมือ อีกทั้งเธอยังมีอารมณ์ขันอยู่ตลอดเวลาราวกับว่าชีวิตนี้ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ร้อนในใจยังไงยังงั้น...

แต่แล้วตะกอนความคิดทุกอย่างของชายหนุ่มก็พลันหยุดลง เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างแน่งน้อยของแม่ค้าคนที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับศศิธร เขาจำได้ดีว่านั่นคือ ‘ยัยเด็กทโมน’ ที่เกือบทำให้เขาคร่าชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจมาแล้ว มือหนาค่อยๆ กำหมัดแน่น นัยน์ตาคู่คมเริ่มจะดุกร้าวขึ้นทุกๆ วินาที

“ฮึ! โลกมันช่างกลมจริงๆ เลยนะ”

เสียงทุ้มพึมพำห้วนๆ พลางรู้สึกร้อนในอกราวกับถูกกระตุ้นด้วยฟืนไฟ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะสาวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมายโดยไม่ลังเลทันที

“คุ...คุณ!”

แสงดาวอุทานสั่นๆ ชีพจนเต้นแรงตุบๆ คล้ายถูกกระแสไฟฟ้าหลายโวลต์ช็อตจนเป็นอัมพาต เมื่อแลเห็นคนที่ตนเกลียดแสนเกลียดเดินมายืนทำหน้าถมึงทึง เอามือล้วงกระเป๋ากางเกงท่ามกลางแสงแดดของพระอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาสว่างจ้า ระบายให้เรือนกายกำยำของหม่อมราชวงศ์หนุ่มดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

“ใช่...ฉันเอง แล้วหล่อนคิดว่าเป็นใครกันล่ะ” ขจรศักดิ์จับจ้องดูคู่อริไม่วางตา เด็กสาวรีบเบือนหน้าหนีเพราะชังเขาจับใจ ไม่อยากแม้แต่จะมอง ซึ่งท่าทางนั้นทำเอาชายหนุ่มนึกหมั่นไส้ขึ้นมาครามครัน “ผู้ใหญ่พูดด้วย หัดมีมารยาทเสียบ้าง มัวแต่ก้มหน้างุดมองหาไส้เดือนอยู่บนพื้นนั่นแหละ”

ร่างแน่งน้อยฉุนสุดขีดกับวาจากระแนะกระแหน ก่อนจะพยายามกักเก็บโทสะซึ่งกำลังเดือดปุดให้มากที่สุด แล้วชูคอขึ้นเผชิญหน้ากับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว

“แล้วถ้าผู้ใหญ่คนนั้นนิสัยไม่ดีล่ะคะ คุณคิดว่าดิฉันควรจะเสวนาด้วยหรือเปล่า”

“อวดเก่ง!”

“ก็ไม่เห็นต้องกลัว”

“หล่อนนี่มัน...” เขากัดฟันจนกรามเป็นสันนูน ทั้งโกรธทั้งหงุดหงิดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมต้องมีอารมณ์แต่กับยัยเด็กข้างถนนคนนี้ ลำขาแข็งแรงดั่งม้าพันธุ์จึงเดินโทงๆ เข้าไปหา หมายจะจับคนพยศตีก้นสั่งสอนเสียให้เข็ด ว่าไม่ควรมาผยองกับเขาอีกเป็นขาด

แต่มีหรือที่แสงดาวจะยอมให้หม่อมราชวงศ์หนุ่มรังแกเหมือนคราแรกที่พบกันได้ง่ายๆ เด็กสาวรีบใช้ถ้วยเล็กๆ จ้วงตักน้ำกะทิที่มีแป้งเป็นส่วนผสมในหม้อใบใหญ่ขึ้นมาขู่ฟ่อทันที

이 책을.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 68 จบบริบูรณ์

    หนึ่งเดือนต่อมา...ณ บ้านพักตากอากาศของราชกุลกุลธวัชหลังจากจัดงานศพหม่อมวิลัยและเพลินพิศเสร็จสิ้น ทุกคนยังไม่คลายจากความตกใจ ในช่วงวันหยุดยาว ขจรศักดิ์จึงพาทุกคนมาพักผ่อนยังบ้านพักตากอากาศที่หัวหิน ทุกคนจึงรู้สึกดีขึ้นมา แสงดาวเริ่มยิ้มได้เมื่อมีนางฟ้าตัวน้อยคอยคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ และทำท่าตลกให้คุณพ่อคุณแม่และทุกคนหัวเราะ“ฉันสงสัยจริงๆ ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ทำไมซนเหมือนลิงแบบนี้” ขจรศักดิ์นั่งมองบุตรสาวอยู่ข้างภรรยา ยิ่งเห็นน้องหวายตีลังการอยู่ที่ชายหาด ขจรศักดิ์ก็ยิ่งถอนหายใจแรงๆ“ผู้หญิงสิคะ ดาวเลี้ยงมากับมือทำไมจะไม่รู้” แสงดาวบอกเสียงหวาน พลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้ ขจรศักดิ์จับมือบางขึ้นไปจูบแล้วคลึงด้วยปลายหัวแม่มือเบาๆ“งั้น ฉันขอลูกชายอีกสักสามคน ผู้หญิงอีกสองคนนะดาว” ชายหนุ่มทำหน้าระห้อยอ้อนๆ แสงดาวตาโตเพราะนับจำนวนแล้วเขาต้องการลูกตั้งหกคนเชียว“หกคนเลยนะคะ”“ก็ใช่นะสิ ธุรกิจเรามีตั้งเยอะแยะนะ ลูกๆ จะได้ช่วยกันทำไง” ขจรศักดิ์เอนศีรษะไปซบหน้ากับบ่าบาง “นะดาวนะ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเลี้ยงคนเดียวหรอก เราจะช่วยกันเลี้ยงลูกๆ ให้เติบโตด้วยกัน” ชายหนุ่มสอดลำแขนโอบกอดเอวค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 67

    “ปกติเราก็เอาเสื้อผ้ามาซักอยู่แล้วนี่คะ” สาวใช้ตอบ ขณะยืนตัวสั่นเบียดกับเพื่อนอีกคน เพลินพิศเดินตาขวางไปหาแล้วตบหน้าสาวใช้คนละทีดังเผี๊ยะๆ จนหน้าสะบัด“พวกขี้ข้า สาระแนไม่เข้าเรื่อง” พูดจบเพลินเพิศก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกอย่างร้อนใจ จนกระทั่งมาถึงห้องโถงซึ่งมีขจรศักดิ์ อยุทธ์ หม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ และเดือนแรมยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นเธอทุกสายตาก็เพ่งมองไปที่เพลินพิศเป็นจุดเดียว“เป็นอะไรเพลิน ดูรุกรี้รุกรนชอบกล” ท่านชายเอกสิทธิ์เอ่ยถามเสียงเรียบ แต่เพลินพิศร้อนตัวมองคนนั้นคนนี้เหมือนกลัวความผิด“เพลินหาของค่ะ พอดีลืมของไว้” เธอตอบและเตรียมจะผละไป แต่อยุทธ์เข้าไปขวางไว้เสียก่อน“หายาสองเม็ดนี้อยู่หรือเปล่าครับคุณเพลิน” สารวัตรหนุ่มแบมือออก เพลินพิศเห็นเม็ดยาที่ตามหาก็ผงะ หน้าซีดลงทันที“ทำไมถึงทำแบบนี้เพลินพิศ ทำไมต้องวางยาหม่อมวิลัย” ท่านชายเอ่ยถามอย่างปวดร้าวที่เกิดเรื่องไม่ดีในวัง ทำเอาเพลินพิศปากสั่นระริก“ดิฉันไม่ได้ทำ นังดาวต่างหาก พวกแกใส่ความฉัน ถอยไป ถอยไปเดี๋ยวนี้นะ”เวลานี้หญิงสาวเหมือนคนเสียสติ มองทุกคนอย่างโกรธแค้น อยุทธ์จะเข้าไปจับตัว แต่เพลินพิศวิ่งหนีไปที่ประตูทางออก แสงดาว

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 66

    เมื่อได้ฟังอาการของหม่อมวิลัย แสงดาวทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง โชคดีที่ขจรศักดิ์รับไว้ทันและกอดเธอแน่น เดือนแรมมองบุตรสาวอย่างสงสารจับใจ“เป็นไปได้ยังไงคะ ยาพวกนั้นเป็นยาบำรุงที่ท่านทานประจำ จะมีผลกับระบบหายใจได้ยังไงกัน” แสงดาวบอกปนสะอื้น ขจรศักดิ์ไม่เชื่อว่าแสงดาวจะทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นได้“เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจนะดาว ถ้าดาวบริสุทธิ์คนผิดต้องถูกจับได้แน่นอน”“นั่นสิดาว ทำใจให้สบายนะลูก” เดือนแรมช่วยปลอบอีกคน แสงดาวพยักหน้าทั้งน้ำตา ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเลวร้ายกับหม่อมวิลัยได้“โจรถ้าไม่มีหลักฐานก็ไม่ยอมจำนน” เพลินพิศได้ทีแล้วมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์ที่นั่งเงียบอยู่ไม่ไกล “ท่านชายทำไมไม่ให้ตำรวจจับตัวนังดาวไปเลย แล้วค่อยสอบสวน เผื่อมันหนีไปจะทำยังไง”“ดิฉันไม่หนีแน่นอนค่ะ เพราะดิฉันไม่ได้ทำผิด” แสงดาวยืนยันเสียงหนักแน่น ทำเอาท่านชายถึงกับถอนหายใจเบาๆ รู้สึกหนักใจไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น“ปล่อยให้ตำรวจจัดการดีกว่า ตำรวจสมัยนี้เขาเก่ง ฉันว่าเรากลับกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ดาวขอเฝ้าหม่อมท่านที่นี่นะคะท่านชาย” แสงดาวมองหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์น้ำตานองหน้า ไม่นานท่านชายก็พย

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 65

    “ฉันไม่ตลกกับหล่อนหรอกนะแม่เพลิน คราวหน้าหัดระวังคำพูดเสียบ้าง” หม่อมวิลัยเตือนแล้วตักอาหารใส่จาน เพลินพิศแอบเบ้ปากแล้วนั่งทานมื้อเช้าในสำรับของตัวเอง“ฉันไม่ดื่มน้ำเปล่า ไปเอาน้ำส้มมาให้ฉัน” หญิงสาวทานไปไม่นานก็หันไปบอก เด็กรับใช้กลับออกไปอีกครั้ง หม่อมวิลัยรวบช้อนและหยิบผ้ากันเปื้อนเช็ดปาก มือยกแก้วน้ำขึ้นดื่มและเข็นรถจะไปหยิบถ้วยยา เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แล้วหยุดรถนิ่งอยู่กับที“จะเอายาเหรอคะหม่อม เดี๋ยวเพลินหยิบให้ค่ะ” เพลินพิศอาสาแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะหยิบถ้วยยาหญิงสาวหันไปมองหม่อมวิลัยที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ริมฝีปากสีแดงสดแสยะยิ้มแล้วรีบหยิบเม็ดยาในถ้วยใส่ลงกระเป๋ากระโปรง ความเร่งรีบทำให้ยาเม็ดหนึ่งหล่นลงพื้นและกระเด็นเข้าไปใต้เตียง เป็นจังหวะเดียวกับเด็กรับใช้ถือน้ำส้มเข้ามา เพลินพิศก็เอายาที่เตรียมมาไปให้หม่อมวิลัยแทน“ยาค่ะหม่อม” เพลินพิศส่งถ้วยยาให้ ตามมาด้วยแก้วน้ำดื่ม หม่อมวิลัยรับไปถือและกลืนลงคอ ดื่มน้ำไปก่อนจะส่งแก้วกลับคืน“หล่อนจะไปไหนก็ไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว” หม่อมวิลัยออกปากไล่ เพลินพิศยิ้มน้อยๆ แต่แววตาสะใจที่แผนการเล่นงานแสงดาวดำเนินไปได้ด้วยดี ตอนนี้

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 64

    เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผย ขจรศักดิ์ก็กลายเป็นแขกของวังเคียงรุ้งไปโดยปริยาย หลังเลิกงานหม่อมราชวงศ์หนุ่มก็จะมาคลุกอยู่กับภรรยาและลูก เพราะแสงดาวต้องการดูแลหม่อมวิลัยจนกว่าจะมีหมอที่ไว้ใจได้มาแทน เพลินพิศก็คอยหาโอกาสใกล้ชิดขจรศักดิ์เพื่อหวังให้เขาใจอ่อน แต่ก็ไม่สำเร็จ และในทางลับอยุทธ์ก็ส่งสายตำรวจหญิงเข้ามาเป็นคนรับใช้ในวังเคียงรุ้งตามคำขอของเพื่อน จนกว่าแสงดาวกับลูกจะไปอยู่ที่วังตะวันฉาย ซึ่งแผนการนี้จะมีเพียงขจรศักดิ์ อยุทธ์ และหม่อมเจ้าเอกสิทธิ์เท่านั้นที่รู้ทุกวันแสงดาวจะต้องแวะไปตรวจอาการและทำกายภาพบำบัดให้หม่อมวิลัย พร้อมกับกำชับให้ทานยาตามหมอสั่ง เพราะคนที่ไว้ใจได้อย่างแม่จันทร์ก็เจ็บออดๆ แอดๆ ดวงตาฝ้าฟางมองไม่ค่อยเห็น หม่อมวิลัยจึงให้อยู่เฉยๆ และมีคนดูแลอยู่ที่เรือนพักด้านหลัง“นี่หล่อนไม่เบื่อหรือยังไงที่ต้องมานวดมาจับขาฉันทุกวัน” หม่อมวิลัยเอ่ยถาม ขณะมองใบหน้านวลที่ดูจะอิ่มเอิบไปด้วยความสุข“ไม่เบื่อหรอกคะ ขอให้แม่ใหญ่เดินได้ ดาวก็ดีใจแล้ว”“ใช่คร้าหม่อมยาย เราจะได้ไปวิ่งไล่จับกันคร้า” น้องหวายซึ่งอยู่ในชุดนักเรียนน่ารักฉีกยิ้มกว้างๆ จนเห็นลักยิ้ม หม่อมวิลัยหัวเราะมองค

  • สะใภ้กุลธวัชร (แนวดราม่าตบจูบ)   บทที่ 63

    กว่าขจรศักดิ์จะพาแสงดาวออกมาร่วมงานเลี้ยงได้ แสงอาทิตย์ก็ถูกแทนที่ด้วยม่านดำแห่งราตรีกาลไปแล้ว เสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาวตัวน้อย ทำให้คนเป็นพ่อแม่ที่จับมือกันเดินมาอย่างมีความสุข“ฉันว่าอีกสองสามปีคงต้องไว้หนวดไว้เคราแล้วล่ะดาว”“ทำไมล่ะคะ” แสงดาวเอียงหน้าถามเป็นเชิงไม่เข้าใจ ขจรศักดิ์จึงกดจมูกลงบนแก้มปลั่งแรงๆ อยุทธ์หันมาเห็นก็อดแซวไม่ได้“คุณชายขจรศักดิ์จะฆ่าคนโสดให้ตายเลยหรือยังไงขอรับ ผมล่ะโคตรอิจฉาเสียจริงๆ” สารวัตรหนุ่มบอกพลางส่งสายตาละห้อยไปให้ศศิธรเพื่อหวังเรียกคะแนนสงสาร แต่หญิงสาวย่นจมูกใส่กลบเกลื่อนความเขินอายของตัวเอง“คุณชายอ่ะ ทำให้ดาวอายอีกแล้วนะคะ ไม่อยู่ใกล้แล้ว ไปหาลูกดีกว่า” แสงดาวต่อว่าหน้าแดงซ่าน แล้วก้าวดุ่มๆ ไปทำความเคารพผู้ใหญ่ซึ่งกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โต๊ะ ก่อนจะเดินไปเล่นกับลูกสาวสุดรัก ศศิธรแยกเขี้ยวใส่อยุทธ์แล้วเดินไปหาแสงดาว ปล่อยให้สองหนุ่มมองตาม“วันนี้ทำคะแนนกับแม่ยายได้กี่คะแนนแล้วเพื่อน”“ว่าที่แม่ยายให้คะแนนไม่ทันเลยล่ะ”ขจรศักดิ์หัวเราะในลำคอพร้อมกับรับแก้วเครื่องดื่มจากเด็กรับใช้ อยุทธ์คลี่ยิ้มน้อยๆ ขณะมองศศิธรด้วยความรัก จากนั้นทั้งสองก็ยกแก้วขึ้นชน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status