ทันทีที่ลี่ห่ายเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน สองพี่น้องก็รีบกอดกันแน่นในทันที พวกเขาไม่อยากเข้าใกล้หรือทำให้แม่ไม่พอใจสักเท่าไหร่ ยิ่งวันนี้พวกเราสองคนทำแม่เดือดร้อน พวกเขาต้องถูกหยิกจนเนื้อเขียวอีกแน่ ๆ
เด็กน้อยผู้ดื้อรั้น แท้จริงแล้วกลัวมารดาสุดหัวใจ พวกเขาไม่กลัวย่าหรืออาสะใภ้คนไหนเลยสักคน คนเดียวที่พวกเขากลัวก็คือแม่ แม่ที่เอาแต่ดุด่าพวกเขาอยู่ตลอดเวลา แม้จะรักแม่ แต่ตอนนี้ก็อยากจะหนีจากแม่เสียเหลือเกิน
“แม่ค้าบ อาฝูขอโทษ แม่...อย่าตีได้มั้ยค้าบ ฮึก” เด็กชายที่ตัวน้อยกว่ายกมือกอดน้องชายพร้อมกับขอร้องแม่ พวกเขาไม่กลัวใครเลยยกเว้นแม่ แต่ทำไมแม่เอาแต่กลัวคนพวกนั้นแล้วมาว่าพวกเขากันล่ะ
ลี่ห่ายในร่างแม่ของเด็กชายทั้งสองคนได้แต่ถอนหายใจ เธอก็ไม่รู้จะว่ายังไง ยัยเจ้าของร่างคนเก่าก็แสนจะแปลก เจ้าหล่อนไม่ได้ไม่รักลูก แต่เจ้าหล่อนรักสามีมากกว่า แล้วสามีของหล่อนก็รักแม่ของตัวเองยิ่งกว่าอะไร หญิงโง่คนนี้ก็เลยไม่ค่อยจะสนใจลูกของตัวเองเสียเท่าไหร่ มัวแต่เอาอกเอาใจแม่สามี เฮ้อ
“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่ เอ่อ แม่ไม่ว่าอะไรลูก ๆ แล้ว ไหนมาให้ดูหน่อยว่าเจ็บตรงไหนบ้าง พวกบ้านสามมันทำอะไรลูกจนมีแผลหรือเปล่า”
หวังลี่ห่ายไม่คิดจะตีเด็กสองคนนี้อยู่แล้ว อันที่จริงไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องไปตีด้วยซ้ำ ยกเว้นเรื่องที่ไม่ชอบเข้าบ้านในตอนกลางคืน ไม่รู้ไปแอบนอนที่ไหนกัน ตัวก็ยังเล็กกันอยู่แท้ ๆ
แน่นอนว่าเด็กทั้งสองคนไม่มีทางเชื่อ แม่ของพวกเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน จะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่ตีหรือลงโทษที่พวกเราสองคนสร้างเรื่องในบ้านแบบนี้ ไม่ว่ายังไง เขาก็ไม่มีทางเดินเข้าไปหาแม่อย่างแน่นอน
คนเป็นพี่กอดน้องชายแน่น ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเดินเข้าไปหาแม่อย่างที่แม่สั่ง แต่กับคนเป็นน้องนั้นหัวอ่อนกว่าพี่มาก พอถูกแม่เรียกให้เข้าไปหาด้วยท่าทางใจดี เจ้าตัวเล็กก็อดที่จะทำตามคำสั่งของแม่ไม่ได้
เจียงฝูพยายามดึงน้องชายให้กลับมาหาตน แต่คนเป็นน้องก็ดื้อรั้นไม่แพ้เจ้าตัว เจียงหมิงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาแม่ ก่อนจะยกแผลที่ได้มาเมื่อตอนเย็นให้แม่ดู อาสะใภ้สามเอาเล็บจิกแขนเขาจนเลือดออก แขนของเขาเจ็บไปหมด ตั้งใจว่าจะไปขโมยยาของย่ามาทาในตอนกลางคืนเสียหน่อย
ลี่ห่ายก้มลงดูแผลที่แขนเล็ก ๆ ของลูกชาย ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะบิดเบี้ยว แผลนี้มาจากเล็บอย่างแน่นอน รอยใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะเป็นของเด็กถิงถิงนั่นอย่างแน่นอน หากไม่ใช่น้องสะใภ้ที่ทำ แล้วจะเป็นใคร
“เจียงฝูเข้ามาให้แม่ดูแผลเดี๋ยวนี้” เธอจับแขนเจียงหมิงไว้ ก่อนจะหันไปสั่งคนเป็นพี่ด้วยน้ำเสียงดุ ๆ ด้วยความหงุดหงิด
เจ้าเด็กน้อยที่ตั้งใจจะเป็นกบฏต่อแม่จำใจต้องยอมแพ้ไป เขาไม่อาจต้านทานแม่ของตัวเองมาได้ตั้งแต่ไหนแต่ไร แค่แม่เริ่มโกรธ ทั้งเขาและน้องก็ไม่กล้าดื้อหรือต่อต้านอีกต่อไปแล้ว
ถั่วงอกตัวน้อย ๆ ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าหาแม่อย่างไม่อาจต้านทาน ก่อนจะยืนนิ่งให้แม่จับตัวเขาพลิกไปพลิกมาอย่างจำยอม ด้วยความกลัว เจียงฝูหลับตาแน่นรอรับแรงกระแทกจากแม่เหมือนทุกที แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น ความเจ็บปวดที่ควรจะได้รับกลับไม่มี มีเพียงแค่ความรู้สึกอุ่น ๆ หนัก ๆ บนหัวเพียงอย่างเดียว
“เจ็บมั้ย มานั่งนี่ เดี๋ยวแม่จะทำแผลให้” ลี่ห่ายถอนหายใจเมื่อเห็นรอบเขียวช้ำทั้งเก่าและใหม่บนตัวลูกชาย ไม่รู้ว่ารอยไหนบ้างที่มาจากตัวคนเป็นแม่ น่าสงสารเด็ก ๆ ที่ต้องมีแม่ไม่เอาไหนแบบนี้ เฮ้อ
หวังลี่ห่ายไม่รู้ว่าตัวเองถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้ง เธอได้แต่ลุกไปหายาตามความทรงจำของร่างเดิม แต่กลายเป็นว่าในห้องของเธอไม่มียาหรืออะไรที่เอาไว้ทำแผลให้เด็ก ๆ ได้เลย มีแต่ยานวดกับอะไรก็ไม่รู้ แค่ดูก็รู้แล้วว่าเอาไว้นวดเอาใจแม่สามี
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะดี แล้วจะเอายังไงล่ะเนี่ย” เธออุตส่าห์บอกไปว่าเดี๋ยวแม่จะทำแผลให้ แต่เจ้าตัวกลับไม่มีอะไรที่สามารถทำแผลให้เด็ก ๆ ได้เลยสักอย่างเดียว เธอได้แต่คิดถึงชีวิตเก่า ๆ โลกเก่าที่แสนจะสะดวกสบายของเธอ ทำไมโลกใบนี้มันถึงได้ล้าหลังแบบนี้ก็ไม่รู้
[ เปิดระบบการทำงาน ]
...กำลังอัปเดตฐานข้อมูล…
ชื่อผู้ใช้ หวัง ลี่ห่าย
...ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงระดับ DNA…
ต้องการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเดิมหรือไม่
[ต้องการ] [ไม่ต้องการ]
ลี่ห่ายที่กำลังยืนหมดอาลัยตายอยากดวงตาเบิกกว้าง เสียงโมโนโทนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏขึ้นในหัว แม้กระทั่งจอหน้าต่างสีฟ้าที่เป็นอวัยวะที่สามสิบสามของเธอเองก็โผล่ขึ้นมาด้วย
เธอไม่ลังเลเลยที่จะกดคำว่าต้องการลงไป ระบบทำการอัปเดต
อยู่เกือบสิบนาที ลี่ห่ายยืนมองหน้าจอที่ค่อย ๆ มีตัวเลขเพิ่มขึ้น
ช้า ๆ อย่างดีใจ ถ้าระบบที่ฝังติดตัวของประชาชนทุกคนในชีวิตเก่าของเธอตามติดมาด้วยแบบนี้ เธอก็คงจะไม่ลำบากอย่างที่คิดเอาไว้แล้ว น่ายินดีอะไรอย่างนี้
“อาหมิง แม่...ผีเข้าหรือเปล่า” เจียงฝูกอดน้องชายแน่น เขาเห็นแม่ทำท่าทางแปลก ๆ ยืนยิ้มกับอากาศ แถมยังเอามือจิ้ม ๆ อะไรก็ไม่รู้ ถึงว่าล่ะ ตั้งแต่ช่วงเย็นแล้วที่แม่ทำตัวแปลก ๆ ที่ชาวบ้านพูดกันว่าแม่อุ้มเสือกลับบ้านก็อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ แม่ของเขา...น่าจะโดนวิญญาณร้ายเข้าสิงแน่ ๆ
สองพี่น้องกลัวยิ่งกว่าตอนรู้ว่าตัวเองจะถูกแม่ตี ทั้งสองคนทั้งกลัวทั้งห่วงแม่ที่ยืนทำท่าทางประหลาด ๆ แถมยังเหม่อลอยอยู่ตัวคนเดียว ปากก็พึมพำอะไรไม่รู้ฟังไม่เป็นภาษาเลยสักนิด
“โอ้ เสร็จสักที เอาล่ะ ไหนดูสิว่ากระเป๋าของฉันมีอะไรเหลืออยู่บ้าง” ด้วยความเคยชิน หวังลี่ห่ายที่ลืมตัวก็จัดการเคลื่อนมือไปมากลางอากาศเพื่อเลื่อนดูของที่อยู่ในกระเป๋าเก็บของของตัวเองอย่างตื่นเต้น
มันน่าเหลือเชื่อมากที่ในกระเป๋าของเธอมีของเต็มครบทุกอย่าง ทั้งที่ก่อนที่เธอจะข้ามมายังโลกใบนี้ เธอออกไปทำภารกิจและกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น แน่นอนว่าเธอยังไม่ทันได้สั่งของหรือสั่งให้ระบบของตัวเองจัดกระเป๋าเพื่อออกเดินทางให้อย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่เธอเห็นในตอนนี้ก็คือ พื้นที่เก็บของที่เป็นช่องสี่เหลี่ยมรูปเล็ก ๆ นับร้อยช่องต่อเรียงกัน ข้างในเต็มไปด้วยข้าวของจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึงชีวิตของทหารล่ะนะ แถมนอกจากระบบเก่า ๆ ที่เธอคุ้นหูคุ้นตาแล้ว เธอยังสังเกตเห็นอะไรแปลกตาที่รอให้เธอกดเปิดอยู่ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้เธอต้องทำแผลให้เด็ก ๆ ก่อน
ไม่นานอุปกรณ์ทำแผลก็โผล่ออกมากลางอากาศ ลี่ห่ายมัวแต่สังเกตจำนวนของที่ไม่ยอมลดลง ทั้งที่ตัวเธอเรียกเอาอุปกรณ์ทำแผลออกมาแล้วหนึ่งชุด แต่ของในช่องกลับไม่เปลี่ยนแปลงจำนวนเลยสักนิด
ลี่ห่ายมัวแต่สนใจเรื่องของตัวเอง ไม่ทันได้สนใจถั่วงอกสองต้นที่ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ว่ายังไงแม่ของพวกเขาก็ไม่ใช่คนอย่างแน่นอน คนที่ไหนจะเสกของออกมากลางอากาศได้! จะต้องเป็นผีอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ อาฝูอาหมิง เข้ามาหาแม่สิ เร็วสิ จะได้รีบทำแผลแล้วรีบเข้านอน เดี๋ยวจะดึกเกินนะ” นอกจากจะไม่รู้ว่าเด็ก ๆ เข้าใจว่าตัวเองเป็นผีแล้ว หวังลี่ห่ายคนแข็งกระด้างก็ยังพยายามปั้นหน้าปั้นเสียงหวาน ๆ เรียกเด็กทั้งสองคนให้เข้ามาหาตัวเอง ราวกับว่าผีที่กำลังหลอกล่อเด็กเพื่อไปกินตับอย่างไรอย่างนั้น
ด้วยความเป็นพี่ เจียงฝูจึงเลือกที่จะเอาตัวเองเข้าเผชิญหน้าก่อน หากว่าผีตนนี้กินเขาจนอิ่มแล้ว มันอาจจะไว้ชีวิตน้องชายของเขาก็ได้ เขาเป็นพี่ ยังไงก็ต้องปกป้องน้องเอาไว้ให้ได้
นอกจากจะไม่รู้ว่าเด็กกลัวแล้ว ลี่ห่ายยังขำท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของเจียงฝูอีกต่างหาก เธอค่อย ๆ บรรจงทำแผลอย่างชำนาญ แม้จะไม่ได้มือเบาจนเรียกว่าไม่รู้สึกอะไร แต่มีหรือที่เจียงฝูตัวน้อยจะกล้าเปล่งเสียงร้องออกมา
“เอาล่ะ ของเจียงฝูเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เช้าถ้าตื่นแล้วให้มาหาแม่ก่อนออกไปเล่นด้วย เข้าใจหรือเปล่า มา เจียงหมิงเข้ามาหาแม่เร็วเข้า ผิวลูกบางกว่าพี่เขา มีแต่รอยเต็มไปหมด เฮ้อ ดูซิเนี่ย มีแต่รอยทั้งนั้น ไอ้พวกบ้านสามนี่น่าตีให้ร้องกันจริง ๆ เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย อาหมิงเองก็ด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าอย่าเพิ่งออกไปเล่นกัน รอแม่ทำงานตอนเช้าแปปเดียว”
“คะ ค้าบ แม่” แม้จะกลัว แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บกับสัมผัสของแม่เหมือนที่ผ่าน ๆ มา หรือเป็นเพราะว่าแม่กลายเป็นผี ก็เลยไม่มีแรงบีบหรือจับตัวเขาแรง ๆ กัน แบบนี้ก็ดีเลยไม่ใช่เเหรอ
คืนนั้นลี่ห่ายเอาลูกชายนอนขนาบข้างตัวเองซ้ายขวา เธอหลับไปด้วยความเพลีย พร้อม ๆ กับกดคำสั่งให้ระบบอัปเดตให้เสร็จสิ้นไปด้วย หวังว่าตื่นมาเธอจะได้อะไรดี ๆ จากการรอคอยที่นานขนาดนั้น ยังดีที่ก่อนหน้านี้ระบบมันไม่ได้อัปเดตใหญ่ อัปเดตใหญ่จริง ๆ คือหน้าต่างใหม่ที่โผล่ขึ้นมา ไม่อย่างนั้นเจ้าพวกถั่วงอกนี่คงไม่ได้ทำแผลก่อนแน่ ๆ