แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: Teddy's
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 21:58:50

ทันทีที่ลี่ห่ายเปิดประตูเข้าไปในห้องนอน สองพี่น้องก็รีบกอดกันแน่นในทันที พวกเขาไม่อยากเข้าใกล้หรือทำให้แม่ไม่พอใจสักเท่าไหร่ ยิ่งวันนี้พวกเราสองคนทำแม่เดือดร้อน พวกเขาต้องถูกหยิกจนเนื้อเขียวอีกแน่ ๆ

เด็กน้อยผู้ดื้อรั้น แท้จริงแล้วกลัวมารดาสุดหัวใจ พวกเขาไม่กลัวย่าหรืออาสะใภ้คนไหนเลยสักคน คนเดียวที่พวกเขากลัวก็คือแม่ แม่ที่เอาแต่ดุด่าพวกเขาอยู่ตลอดเวลา แม้จะรักแม่ แต่ตอนนี้ก็อยากจะหนีจากแม่เสียเหลือเกิน

“แม่ค้าบ อาฝูขอโทษ แม่...อย่าตีได้มั้ยค้าบ ฮึก” เด็กชายที่ตัวน้อยกว่ายกมือกอดน้องชายพร้อมกับขอร้องแม่ พวกเขาไม่กลัวใครเลยยกเว้นแม่ แต่ทำไมแม่เอาแต่กลัวคนพวกนั้นแล้วมาว่าพวกเขากันล่ะ

ลี่ห่ายในร่างแม่ของเด็กชายทั้งสองคนได้แต่ถอนหายใจ เธอก็ไม่รู้จะว่ายังไง ยัยเจ้าของร่างคนเก่าก็แสนจะแปลก เจ้าหล่อนไม่ได้ไม่รักลูก แต่เจ้าหล่อนรักสามีมากกว่า แล้วสามีของหล่อนก็รักแม่ของตัวเองยิ่งกว่าอะไร หญิงโง่คนนี้ก็เลยไม่ค่อยจะสนใจลูกของตัวเองเสียเท่าไหร่ มัวแต่เอาอกเอาใจแม่สามี เฮ้อ

“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่ เอ่อ แม่ไม่ว่าอะไรลูก ๆ แล้ว ไหนมาให้ดูหน่อยว่าเจ็บตรงไหนบ้าง พวกบ้านสามมันทำอะไรลูกจนมีแผลหรือเปล่า”

หวังลี่ห่ายไม่คิดจะตีเด็กสองคนนี้อยู่แล้ว อันที่จริงไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องไปตีด้วยซ้ำ ยกเว้นเรื่องที่ไม่ชอบเข้าบ้านในตอนกลางคืน ไม่รู้ไปแอบนอนที่ไหนกัน ตัวก็ยังเล็กกันอยู่แท้ ๆ

แน่นอนว่าเด็กทั้งสองคนไม่มีทางเชื่อ แม่ของพวกเขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน จะเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่ตีหรือลงโทษที่พวกเราสองคนสร้างเรื่องในบ้านแบบนี้ ไม่ว่ายังไง เขาก็ไม่มีทางเดินเข้าไปหาแม่อย่างแน่นอน

คนเป็นพี่กอดน้องชายแน่น ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางเดินเข้าไปหาแม่อย่างที่แม่สั่ง แต่กับคนเป็นน้องนั้นหัวอ่อนกว่าพี่มาก พอถูกแม่เรียกให้เข้าไปหาด้วยท่าทางใจดี เจ้าตัวเล็กก็อดที่จะทำตามคำสั่งของแม่ไม่ได้

เจียงฝูพยายามดึงน้องชายให้กลับมาหาตน แต่คนเป็นน้องก็ดื้อรั้นไม่แพ้เจ้าตัว เจียงหมิงค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาแม่ ก่อนจะยกแผลที่ได้มาเมื่อตอนเย็นให้แม่ดู อาสะใภ้สามเอาเล็บจิกแขนเขาจนเลือดออก แขนของเขาเจ็บไปหมด ตั้งใจว่าจะไปขโมยยาของย่ามาทาในตอนกลางคืนเสียหน่อย

ลี่ห่ายก้มลงดูแผลที่แขนเล็ก ๆ ของลูกชาย ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะบิดเบี้ยว แผลนี้มาจากเล็บอย่างแน่นอน รอยใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะเป็นของเด็กถิงถิงนั่นอย่างแน่นอน หากไม่ใช่น้องสะใภ้ที่ทำ แล้วจะเป็นใคร

“เจียงฝูเข้ามาให้แม่ดูแผลเดี๋ยวนี้” เธอจับแขนเจียงหมิงไว้ ก่อนจะหันไปสั่งคนเป็นพี่ด้วยน้ำเสียงดุ ๆ ด้วยความหงุดหงิด

เจ้าเด็กน้อยที่ตั้งใจจะเป็นกบฏต่อแม่จำใจต้องยอมแพ้ไป เขาไม่อาจต้านทานแม่ของตัวเองมาได้ตั้งแต่ไหนแต่ไร แค่แม่เริ่มโกรธ ทั้งเขาและน้องก็ไม่กล้าดื้อหรือต่อต้านอีกต่อไปแล้ว

ถั่วงอกตัวน้อย ๆ ค่อย ๆ ก้าวเท้าเข้าหาแม่อย่างไม่อาจต้านทาน ก่อนจะยืนนิ่งให้แม่จับตัวเขาพลิกไปพลิกมาอย่างจำยอม ด้วยความกลัว เจียงฝูหลับตาแน่นรอรับแรงกระแทกจากแม่เหมือนทุกที แต่ครั้งนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น ความเจ็บปวดที่ควรจะได้รับกลับไม่มี มีเพียงแค่ความรู้สึกอุ่น ๆ หนัก ๆ บนหัวเพียงอย่างเดียว

“เจ็บมั้ย มานั่งนี่ เดี๋ยวแม่จะทำแผลให้” ลี่ห่ายถอนหายใจเมื่อเห็นรอบเขียวช้ำทั้งเก่าและใหม่บนตัวลูกชาย ไม่รู้ว่ารอยไหนบ้างที่มาจากตัวคนเป็นแม่ น่าสงสารเด็ก ๆ ที่ต้องมีแม่ไม่เอาไหนแบบนี้ เฮ้อ

หวังลี่ห่ายไม่รู้ว่าตัวเองถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้ง เธอได้แต่ลุกไปหายาตามความทรงจำของร่างเดิม แต่กลายเป็นว่าในห้องของเธอไม่มียาหรืออะไรที่เอาไว้ทำแผลให้เด็ก ๆ ได้เลย มีแต่ยานวดกับอะไรก็ไม่รู้ แค่ดูก็รู้แล้วว่าเอาไว้นวดเอาใจแม่สามี

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงจะดี แล้วจะเอายังไงล่ะเนี่ย” เธออุตส่าห์บอกไปว่าเดี๋ยวแม่จะทำแผลให้ แต่เจ้าตัวกลับไม่มีอะไรที่สามารถทำแผลให้เด็ก ๆ ได้เลยสักอย่างเดียว เธอได้แต่คิดถึงชีวิตเก่า ๆ โลกเก่าที่แสนจะสะดวกสบายของเธอ ทำไมโลกใบนี้มันถึงได้ล้าหลังแบบนี้ก็ไม่รู้

[ เปิดระบบการทำงาน ]

...กำลังอัปเดตฐานข้อมูล…

ชื่อผู้ใช้ หวัง ลี่ห่าย

...ตรวจพบการเปลี่ยนแปลงระดับ DNA…

ต้องการเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลเดิมหรือไม่

[ต้องการ] [ไม่ต้องการ]

ลี่ห่ายที่กำลังยืนหมดอาลัยตายอยากดวงตาเบิกกว้าง เสียงโมโนโทนที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏขึ้นในหัว แม้กระทั่งจอหน้าต่างสีฟ้าที่เป็นอวัยวะที่สามสิบสามของเธอเองก็โผล่ขึ้นมาด้วย

เธอไม่ลังเลเลยที่จะกดคำว่าต้องการลงไป ระบบทำการอัปเดต

อยู่เกือบสิบนาที ลี่ห่ายยืนมองหน้าจอที่ค่อย ๆ มีตัวเลขเพิ่มขึ้น

ช้า ๆ อย่างดีใจ ถ้าระบบที่ฝังติดตัวของประชาชนทุกคนในชีวิตเก่าของเธอตามติดมาด้วยแบบนี้ เธอก็คงจะไม่ลำบากอย่างที่คิดเอาไว้แล้ว น่ายินดีอะไรอย่างนี้

“อาหมิง แม่...ผีเข้าหรือเปล่า” เจียงฝูกอดน้องชายแน่น เขาเห็นแม่ทำท่าทางแปลก ๆ ยืนยิ้มกับอากาศ แถมยังเอามือจิ้ม ๆ อะไรก็ไม่รู้ ถึงว่าล่ะ ตั้งแต่ช่วงเย็นแล้วที่แม่ทำตัวแปลก ๆ ที่ชาวบ้านพูดกันว่าแม่อุ้มเสือกลับบ้านก็อาจจะเป็นเรื่องจริงก็ได้ แม่ของเขา...น่าจะโดนวิญญาณร้ายเข้าสิงแน่ ๆ

สองพี่น้องกลัวยิ่งกว่าตอนรู้ว่าตัวเองจะถูกแม่ตี ทั้งสองคนทั้งกลัวทั้งห่วงแม่ที่ยืนทำท่าทางประหลาด ๆ แถมยังเหม่อลอยอยู่ตัวคนเดียว ปากก็พึมพำอะไรไม่รู้ฟังไม่เป็นภาษาเลยสักนิด

“โอ้ เสร็จสักที เอาล่ะ ไหนดูสิว่ากระเป๋าของฉันมีอะไรเหลืออยู่บ้าง” ด้วยความเคยชิน หวังลี่ห่ายที่ลืมตัวก็จัดการเคลื่อนมือไปมากลางอากาศเพื่อเลื่อนดูของที่อยู่ในกระเป๋าเก็บของของตัวเองอย่างตื่นเต้น

มันน่าเหลือเชื่อมากที่ในกระเป๋าของเธอมีของเต็มครบทุกอย่าง ทั้งที่ก่อนที่เธอจะข้ามมายังโลกใบนี้ เธอออกไปทำภารกิจและกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น แน่นอนว่าเธอยังไม่ทันได้สั่งของหรือสั่งให้ระบบของตัวเองจัดกระเป๋าเพื่อออกเดินทางให้อย่างแน่นอน

แต่สิ่งที่เธอเห็นในตอนนี้ก็คือ พื้นที่เก็บของที่เป็นช่องสี่เหลี่ยมรูปเล็ก ๆ นับร้อยช่องต่อเรียงกัน ข้างในเต็มไปด้วยข้าวของจำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน หมายถึงชีวิตของทหารล่ะนะ แถมนอกจากระบบเก่า ๆ ที่เธอคุ้นหูคุ้นตาแล้ว เธอยังสังเกตเห็นอะไรแปลกตาที่รอให้เธอกดเปิดอยู่ด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้เธอต้องทำแผลให้เด็ก ๆ ก่อน

ไม่นานอุปกรณ์ทำแผลก็โผล่ออกมากลางอากาศ ลี่ห่ายมัวแต่สังเกตจำนวนของที่ไม่ยอมลดลง ทั้งที่ตัวเธอเรียกเอาอุปกรณ์ทำแผลออกมาแล้วหนึ่งชุด แต่ของในช่องกลับไม่เปลี่ยนแปลงจำนวนเลยสักนิด

ลี่ห่ายมัวแต่สนใจเรื่องของตัวเอง ไม่ทันได้สนใจถั่วงอกสองต้นที่ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่ว่ายังไงแม่ของพวกเขาก็ไม่ใช่คนอย่างแน่นอน คนที่ไหนจะเสกของออกมากลางอากาศได้! จะต้องเป็นผีอย่างแน่นอน

“เอาล่ะ อาฝูอาหมิง เข้ามาหาแม่สิ เร็วสิ จะได้รีบทำแผลแล้วรีบเข้านอน เดี๋ยวจะดึกเกินนะ” นอกจากจะไม่รู้ว่าเด็ก ๆ เข้าใจว่าตัวเองเป็นผีแล้ว หวังลี่ห่ายคนแข็งกระด้างก็ยังพยายามปั้นหน้าปั้นเสียงหวาน ๆ เรียกเด็กทั้งสองคนให้เข้ามาหาตัวเอง ราวกับว่าผีที่กำลังหลอกล่อเด็กเพื่อไปกินตับอย่างไรอย่างนั้น

ด้วยความเป็นพี่ เจียงฝูจึงเลือกที่จะเอาตัวเองเข้าเผชิญหน้าก่อน หากว่าผีตนนี้กินเขาจนอิ่มแล้ว มันอาจจะไว้ชีวิตน้องชายของเขาก็ได้ เขาเป็นพี่ ยังไงก็ต้องปกป้องน้องเอาไว้ให้ได้

นอกจากจะไม่รู้ว่าเด็กกลัวแล้ว ลี่ห่ายยังขำท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ของเจียงฝูอีกต่างหาก เธอค่อย ๆ บรรจงทำแผลอย่างชำนาญ แม้จะไม่ได้มือเบาจนเรียกว่าไม่รู้สึกอะไร แต่มีหรือที่เจียงฝูตัวน้อยจะกล้าเปล่งเสียงร้องออกมา

“เอาล่ะ ของเจียงฝูเสร็จแล้ว พรุ่งนี้เช้าถ้าตื่นแล้วให้มาหาแม่ก่อนออกไปเล่นด้วย เข้าใจหรือเปล่า มา เจียงหมิงเข้ามาหาแม่เร็วเข้า ผิวลูกบางกว่าพี่เขา มีแต่รอยเต็มไปหมด เฮ้อ ดูซิเนี่ย มีแต่รอยทั้งนั้น ไอ้พวกบ้านสามนี่น่าตีให้ร้องกันจริง ๆ เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย อาหมิงเองก็ด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าอย่าเพิ่งออกไปเล่นกัน รอแม่ทำงานตอนเช้าแปปเดียว”

“คะ ค้าบ แม่” แม้จะกลัว แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บกับสัมผัสของแม่เหมือนที่ผ่าน ๆ มา หรือเป็นเพราะว่าแม่กลายเป็นผี ก็เลยไม่มีแรงบีบหรือจับตัวเขาแรง ๆ กัน แบบนี้ก็ดีเลยไม่ใช่เเหรอ

คืนนั้นลี่ห่ายเอาลูกชายนอนขนาบข้างตัวเองซ้ายขวา เธอหลับไปด้วยความเพลีย พร้อม ๆ กับกดคำสั่งให้ระบบอัปเดตให้เสร็จสิ้นไปด้วย หวังว่าตื่นมาเธอจะได้อะไรดี ๆ จากการรอคอยที่นานขนาดนั้น ยังดีที่ก่อนหน้านี้ระบบมันไม่ได้อัปเดตใหญ่ อัปเดตใหญ่จริง ๆ คือหน้าต่างใหม่ที่โผล่ขึ้นมา ไม่อย่างนั้นเจ้าพวกถั่วงอกนี่คงไม่ได้ทำแผลก่อนแน่ ๆ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 127

    “ฉันจะมองแกด้วยความรักได้ยังไง ในเมื่อแม่ของแกทำให้ฉันเสียหน้ามากขนาดนั้น แต่ว่านะ...เป็นฉันต่างหากที่ต้องขอโทษแก เพราะฉัน เป็นเพราะฉันที่ทำให้แกต้องกำพร้าแม่ ถ้าเด็กคนนั้นไม่ต้องมาเจอฉัน เธอคงจะไปแต่งงานกับใครสักคนที่รักและให้เกียรติเธอ ตอนนี้คงจะเป็นคุณนายบ้านไหนสักบ้านไปแล้ว ที่ผ่านมา...พ่อขอโทษน

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 126

    ซูมั่วไม่ได้ว่าอะไรต่อ เขาสะบัดมือให้เลขากลับไป ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองได้อยู่ในความสงบเงียบ ๆ คนเดียว ไม่ใช่เขาไม่แค้นพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง เขาแค้นทุกครั้งที่ถูกกระทำ แต่เขาก็รักปู่มาก ๆ เช่นกันการที่คนคนนั้นต้องพิการช่วยเหลือตัวเองแทบจะไม่ได้ก็ถือว่าเป็นการชดใช้ให้เขาก็แล้วกัน ชีวิตของเขาในตอนนี้

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 125

    “อ้า...แอ้อ๊าบ แอ้อะอีอ๊องอ๋อ” อาฝูที่แสบซนอ้าปากกว้างให้แม่ตรวจฟันไปด้วยพูดไปด้วยจนฟังแทบจะไม่รู้เรื่อง“หือ ลูกพูดว่ายังไงนะ เอ้า ไหนพูดใหม่ซิ แม่ฟังไม่เข้าใจ” ด้วยความที่ยังมึน ๆ เบลอ ๆ อยู่ ลี่ห่ายเลยไม่สามารถแปลคำพูดไม่เป็นคำพูดของลูก ๆ ได้เหมือนทุกที เธอเช็ดปากให้ลูกชายก่อนจะบอกให้เขาพูดใหม่อี

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 124

    ซูมั่วได้แต่ยืนนิ่ง ๆ ทำอะไรไม่ถูก เขาเม้มปากก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาภรรยาตามที่เธอบอก แม้ในใจจะลังเล แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยปากบอกความต้องการของตัวเองออกมาตรง ๆ กับเขา ถ้าเขาปฏิเสธ ไม่เท่ากับว่าเขาไม่ต้องการใกล้ชิดเธอหรอกหรือแม้ว่าเขาจะเชื่อมั่นในความตั้งใจของตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่กล้าป

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 123

    โชคยังดีที่คนอื่น ๆ รู้จักเก็บอาการไม่หัวเราะเยาะออกมาตรง ๆ ใครบ้างไม่รู้ว่าท่านนายพลเจิ้งหนานอู๋ในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ลูกกับภรรยาเที่ยวไปสร้างหนี้ตรงนั้นตรงนี้ไปทั่ว ภรรยาที่ไม่มีงานทำก็อยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ทำแม้แต่งานบ้าน เที่ยวไปจ้างภรรยาของทหารในค่ายมาทำงานให้แล้วไม่จ่ายเรื่องนี้แม้จะเป็นเรื่องในค่

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 122

    ว่ากันว่าเจิ้งหนานซูมั่วนั้นไม่เหมาะสมกับตำแหน่งผู้นำตระกูล เดิมทีมีหลายคนเตรียมจะเล่นงานเขาเมื่อขึ้นรับตำแหน่งต่อจากผู้เป็นปู่ แต่แผนการที่เตรียมไว้ทุกอย่างก็จำเป็นต้องพับเก็บไปทั้งหมดภรรยาข้างกายของซูมั่วจากที่เป็นแค่คนธรรมดา ตอนนี้กลับเข้าออกบ้านพักท่านผู้นำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตหรือแจ้งล่วงหน้าเ

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 2

    ในตอนที่กำลังเปิดปากเตรียมเทศนาลูกสะใภ้ที่หายไปทั้งคืน หญิงชราก็แทบจะหัวใจหยุดเต้น บนหลังของลูกสะใภ้ของเธอในตอนนี้มีเสืออยู่เสือตัวเป็น ๆ เลยด้วย ไม่รู้ว่าตายหรือยังไม่ตาย“ละ ละ ละหล่อน หวังลี่ห่าย เธอไปเอาเสือมาจากไหน เอาออกไปเลยนะ”แม้ว่าใคร ๆ จะบอกว่าเธอเป็นหญิงแกร่งที่เลี้ยงลูกสี่คนด้วยตัวคนเด

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 6

    หลังจัดการเด็ก ๆ เสร็จ ลี่ห่ายยอมปล่อยให้เด็ก ๆ ออกไปเล่นกันนอกบ้านได้ตามต้องการ เธอมีสิ่งที่อยากรู้มากกว่าอะไร ๆ ในตอนนี้ เมื่อครู่ตอนเธอนั่งรอให้เด็ก ๆ กินอาหารเสร็จ ระบบมันขึ้นแจ้งเตือนว่าการอัปเดตข้อมูลเสร็จสิ้น เธออยากจะรู้เต็มทีแล้วว่าอัปเดตใหม่แล้วจะมีอะไรเพิ่มขึ้นบ้างพูดกันตามตรง ตั้งแต่เกิ

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 5

    เวลาในยามค่ำคืนนั้นสุดแสนจะรวดเร็ว เพียงไม่นานหลังจากที่สามแม่ลูกหลับตานอนลงบนเตียงเตาแข็ง ๆ พระอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นมาทักทายทุกสรรพสิ่งบนโลกสามแม่ลูกที่นอนหลับไปเองก็ต้องตื่นขึ้นมาใช้ชีวิต แน่นอนว่าคนที่เคยทำอะไรตามใจตัวเองมาตลอดอย่างลี่ห่ายย่อมไม่มีทางตื่นแต่เช้าในวันพักผ่อน ด้วยงานของเธอคือทหาร น้อย

  • สะใภ้ใหญ่คนนี้จะตีพวกแกให้ขาหัก(มิติ)   บทที่ 3

    แต่นั่นก็เป็นแค่ความคิดเพ้อฝันของลี่ห่าย ยังไม่ทันที่เธอจะก้าวขาเข้าไปในบ้าน เสียงร้องของเด็กก็ดังออกมาจนถึงหน้าถนน แน่นอนว่าในบ้านเจียงแห่งนี้ เสียงของเด็กอายุประมาณเท่านี้ก็มีเพียงแค่สามคนเท่านั้น คนหนึ่งก็คือลูกของบ้านสาม และอีกสองคนก็คือลูกของเธอหวังลี่ห่ายรีบวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อดูว่าเกิดอะไรข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status