เวลาในยามค่ำคืนนั้นสุดแสนจะรวดเร็ว เพียงไม่นานหลังจากที่สามแม่ลูกหลับตานอนลงบนเตียงเตาแข็ง ๆ พระอาทิตย์ก็โผล่ขึ้นมาทักทายทุกสรรพสิ่งบนโลก
สามแม่ลูกที่นอนหลับไปเองก็ต้องตื่นขึ้นมาใช้ชีวิต แน่นอนว่าคนที่เคยทำอะไรตามใจตัวเองมาตลอดอย่างลี่ห่ายย่อมไม่มีทางตื่นแต่เช้าในวันพักผ่อน ด้วยงานของเธอคือทหาร น้อยครั้งที่เธอจะได้มีเวลาพักอยู่บ้านเป็นของตัวเอง โดยเฉลี่ยแล้วเธอจะนอนในพื้นที่มากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ การได้นอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแบบนี้ย่อมทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังพักผ่อน
เพราะอย่างนั้นวันนี้สะใภ้ใหญ่บ้านเจียงก็เลยนอนตื่นสาย จนตะวันขึ้นเลียหน้าแล้ว หญิงสาววัยสามสิบถึงเพิ่งจะลืมตาตื่นนอน ข้าง ๆ เตียงมีเด็กน้อยสองคนนั่งจ้องหน้าเธอเขม็ง ทั้งที่บอกให้พวกเขารอตัวเองแท้ ๆ แต่ตัวเองกลับนอนตื่นสายขนาดนี้ มีคนมาเคาะประตูเรียกตั้งกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ พวกเขาได้แต่อ้างไปว่าเรียกยังไงแม่ก็ไม่ตื่น คนพวกนั้นเลยยอมถอยกลับไป
“อ้าว ตื่นกันเร็วจังเลยนะพวกเด็ก ๆ เนี่ย กินอะไรแล้วหรือยัง” หลังจากตั้งสติสักพัก เธอก็ทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในทันที ตอนนี้เธอไม่ใช่ทหารหญิงที่ถวายชีวิตไปกับการต่อสู้และทำภารกิจอีกแล้ว ยิ่งมองแสงแดดที่ทะลุเข้ามาในห้องด้วยแล้ว เธอมั่นใจได้เลยว่าออกจากห้องไปแล้วเธอจะต้องถูกตำหนิจากคนทั้งบ้านอย่างแน่นอน
“อาสะใภ้รองกับอาสะใภ้สามมาเคาะห้องเรียกสองรอบแล้ว แต่แม่ไม่ยอมตื่น พวกเราเลยบอกว่าแม่สลบ เรียกยังไงก็ไม่ตื่น” เจียงฝูตอบไปตามจริง เขาบอกอาสะใภ้ทั้งสองคนแบบนั้นจริง ๆ ไม่อย่างนั้นบ้านคงไม่สงบแบบนี้ แม่คงถูกดึงขึ้นจากเตียงทั้งที่ยังหลับอยู่ไปแล้ว
“ขอบใจนะเด็ก ๆ ฉลาดมากที่ตอบออกไปแบบนั้น เดี๋ยววันนี้แม่จะทำเนื้อให้กิน”
ในความทรงจำของเธอ เนื้อคือสิ่งที่มีค่าสำหรับคนในยุคนี้ น้อยคนที่จะได้กินเนื้อทุกวัน เธอไม่เข้าใจว่าโลกนี้มันเป็นอะไรยังไง ทั้งที่เนื้อนั้นหาได้ง่ายมาก ๆ ในโลกของเธอ พวกผักมากกว่าที่หายาก เพราะอย่างนั้นในกระเป๋าของเธอเลยมีแต่เนื้อเต็มไปหมด ช่วยไม่ได้ ถึงมันจะรสชาติไม่แย่ แต่การที่ต้องกินแต่เนื้อ เนื้อ เนื้อ แล้วก็เนื้อ มันก็ทำให้เธอเอือมระอาได้อย่างไม่ยากเลย
หรือถ้าเนื้อของเธอมันไม่อร่อย เธอก็มั่นใจว่าตัวเธอสามารถเข้าป่าไปหาสัตว์สักตัวสองตัวมาให้ลูก ๆ ของเธอกินได้อย่างไม่ยากเลยสักนิด
แม้เด็กทั้งสองจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับไปส่ง ๆ ตอนนี้พวกเขาอยากรู้แล้วว่าแม่จะให้พวกเขารอทำไมมากกว่า แม้จะไม่ค่อยชอบใจ แต่ลึก ๆ ก็อยากจะรู้เกี่ยวกับแม่ที่ถูกผีเข้าสิงคนนี้ว่าต้องการทำอะไรกันแน่
ลี่ห่ายเห็นลูก ๆ ยอมเชื่อฟังก็รีบลุกขึ้นมาเก็บที่นอนอันแสนจะบอบบาง
น่าแปลกมาก ทั้งที่บ้านเจียงค่อนข้างจะรวย บ้านก็ทำจากปูนอย่างดี แต่ที่นอนของครอบครัวใหญ่กลับไม่มีแม้แต่ฟูก เจ้าสามีหน้าตายนั่นไม่รู้ว่าไปทำอะไรที่ไหน ทำไมปล่อยให้ลูกแท้ ๆ ของตัวเองมานอนอยู่ในที่แข็ง ๆ แบบนี้
ใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจก็เก็บที่นอนเสร็จสรรพ วันนี้เพราะเธอตื่นสาย คนในบ้านเลยกินข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในครัวก็ไม่มีอะไรให้กินเลยแม้แต่อย่างเดียว
“มาตื่นเอาป่านนี้ ใครเขาจะเหลืออาหารไว้ให้กันล่ะคะพี่สะใภ้ อ้อ แล้วก็อย่าใช้ครัวล่ะ เป็นความผิดของพี่เองที่ไม่ยอมตื่นขึ้นมาเวลากินอาหารตอนเช้า ชิ ตื่นทันก็ไม่ให้กินหรอก ไม่มาช่วยงานสักอย่าง” ปกติงานตอนเช้าจะเป็นหน้าที่พี่สะใภ้ใหญ่ทำ เธอเป็นสะใภ้รองของบ้านนั้นไม่ได้มีงานอะไรให้ทำ ด้วยบ้านเดิมค่อนข้างจะมีหน้ามีตา แถมยังมีเงิน เธอก็เลยไม่ต้องทำงานหนักเหมือนพี่สะใภ้ ช่วยไม่ได้ ก็มีครอบครัวจนเองนี่นะ
“อ้อ” เดิมทีปัญหาระหว่างสะใภ้ภายในบ้านมันก็ไม่ได้มีอะไร ด้วยลี่ห่ายรักสามีมาก ก็เลยเลือกที่จะยอมให้กับคนอื่น ๆ เพื่อความสงบสุขของครอบครัว เอาง่าย ๆ ก็คือเธอไม่อยากสร้างปัญหาให้แม่สามี การตัดปัญหาที่ง่ายที่สุดก็เลยกลายเป็นการยอม
แน่นอนว่าเธอไม่ได้เห็นว่าการยอมของลี่ห่ายมันผิดอะไร ถ้าไม่อยากให้บ้านลุกเป็นไฟ ยังไงก็ต้องเลี่ยงความบาดหมางให้ได้มากที่สุด เพราะอย่างนั้นก็เลยตอบรับไปส่ง ๆ
เธอไม่สนใจคำกระแนะกระแหนของน้องสะใภ้ แต่เลือกที่จะจูงแขนลูกชายทั้งสองไปยังห้องอาบน้ำของบ้าน ดีหน่อยที่ตอนนี้สมาชิกคนอื่น ๆ ในบ้านออกไปโรงเรียนและไปทำงานของตัวเองหมดแล้ว ห้องน้ำที่มีอยู่เพียงห้องเดียวของบ้านก็เลยว่างพร้อมให้เธอและลูก ๆ ใช้งานได้อย่างเต็มที่
ลี่ห่ายจับลูก ๆ แก้ผ้า ก่อนจะจัดการตักน้ำที่เหลืออยู่น้อยนิดเทใส่ลูกชาย เด็ก ๆ พอโดนน้ำก็ดิ้นพยายามจะหนี แต่ก็ไม่สามารถรอดจากเงื้อมมืออำมหิตของแม่ที่ไม่ค่อยปกติของพวกเขาไปได้
“ที่นี่ไม่มีสบู่เลยหรือไง ทำไมห้องน้ำมันว่างขนาดนี้ล่ะ” ห้องน้ำที่บ้านนี้แปลกมาก ไม่มีเครื่องอาบน้ำอะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว หรือคนในบ้านไม่ใช้เครื่องอาบน้ำกัน
“สบู่ สบู่ไม่มี ของแพงแบบนั้นย่าไม่ให้ซื้อมาใช้หรอก บ้านรองกับบ้านสามก็มีบ้านละก้อน พวกเขาไม่ยอมทิ้งไว้ในห้องน้ำให้คนอื่นมาแอบใช้หรอก” เจียงฝูที่ถูกแม่ปู้ยี่ปู้ยำบ่นออกมาอุบอิบ
“แล้วบ้านเรามีสบู่เป็นของตัวเองรึป่าว” เธอหวังว่าคำตอบที่ได้จะไม่ใช่สิ่งที่เธอเหมือนจะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะคำตอบของลูก ๆ คือการส่ายหน้า แถมยังมองหน้าเธอราวกับกำลังด่าเธอว่าโง่หรือไง บ้านเราจะไปมีเงินซื้อของแพง ๆ แบบนั้นได้ยังไงกัน
“ไม่มีค้าบแม่” เจียงหมิงที่ว่านอนสอนง่ายกว่าพี่ชายตอบคำถามแม่อย่างไม่รังเกียจ บางทีแม่อาจจะไม่รู้จริง ๆ ก็ได้ ก็แม่ผีเข้านี่นา อาจจะไม่รู้จริง ๆ หรือไม่ก็ลืมเรื่องพวกนั้นไปแล้ว
“ฮึ แม่เอาเงินไปซื้อนมผงมาบำรุงย่าจนหมด เราจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อของพวกนั้นกันล่ะ” เจียงฝูอดจะค่อนขอดแม่ของตนไม่ได้ เขาอยากกินนั่นกินนี่แม่ก็ไม่ซื้อให้
ไอ้ขนมเมื่อวานนั่นก็ไม่ได้ตั้งใจให้พวกเขาแต่แรก แต่จะเอาไปให้ย่ากินต่างหากล่ะ พวกเขาก็แค่ขโมยมันมาจากแม่เท่านั้นแหละ ทำเป็นพูดว่าเอาไว้ให้พวกเขา นิสัยแม่เป็นยังไงทำไมเขาจะไม่รู้กันล่ะ เชอะ
ลี่ห่ายได้แต่ถอนหายใจอย่างหมดหนทาง ยัยเจ้าของร่างคนเก่านี่ก็เหลือเกินจริง ๆ แม่สามีก็ไม่ใช่ว่าจะดีอะไร ถึงจะไม่ได้ร้ายกับเธอและลูก แต่ก็ไม่ได้ดีด้วยเป็นพิเศษอะไร เทียบกับลูกสะใภ้คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เข้ามาเอาอกเอาใจหรือคอยปรนนิบัติหญิงชราแล้ว เธอที่ทุ่มเทมากกว่าคนอื่น ๆ กลับได้รับทุกอย่างเท่าเทียมกัน คิดว่ายังไงล่ะ แหม
“เอาล่ะไม่ต้องพูดมาก รอแม่อยู่ในนี้ห้ามออกไปไหน ถ้ากลับมาแล้วไม่เจอล่ะก็ โดนตีก้นลายแน่” เด็กสองคนนี้ดูจะเชื่อฟังก็จริง แต่ความจริงแล้วดื้อรั้นมาก บอกอะไรไปพวกเขาก็ตอบรับทุกคำที่เราบอกนั่นแหละ แต่จะทำตามที่บอกมั้ยนั่นก็อีกเรื่อง
เธอออกจากห้องน้ำแล้วกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบของตัวเองขึ้นมาแล้วเลื่อนหาอุปกรณ์อาบน้ำ สายตายังเหลือบไปมองหน้าตาใหม่ที่ยังอัปเดตไม่เสร็จอย่างสนใจ แต่ก็ต้องรีบละความสนใจไป เธอต้องรีบไปเอาเจ้าสองหน่อนั่นอาบน้ำสระผมให้หายมอมแมมสักที
ลี่ห่ายเลือกเอาตะกร้าเก่า ๆ ในห้องออกมาแล้วใส่เครื่องอาบน้ำเข้าไปจนเต็ม ไม่ว่าจะสบู่ที่สรรพคุณชั้นเลิศจนต้องแย่งกันกดสั่งทุกครั้งที่วางขาย ไหนจะยาสระผมพร้อมกับครีมบำรุงที่ช่วยบำรุงผมให้นุ่มลื่นและเงางาม น่าเสียดายที่เธอไม่มีของใช้ของเด็ก ก็นะ..ของในกระเป๋าของเธอมันเป็นของที่เธอใช้ทั้งหมด จะไปมีของเด็กได้ยังไง
เด็กชายที่รอแม่อยู่ในห้องน้ำลังเลว่าจะออกไปดีหรือเปล่า เมื่อก่อนพวกเขาก็อาบน้ำกันโดยไม่จำเป็นต้องใช้ของอย่างสบู่เสียหน่อย แต่ว่า...พวกเขาไม่กล้าขัดคำสั่งแม่ ยิ่งแม่ที่ถูกผีสิงอยู่ในร่างแล้วด้วย แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่กล้า
ไม่นานแม่ของเด็กน้อยก็กลับมาพร้อมตะกร้าใบใหญ่ ด้านในที่ของเยอะแยะจนเด็ก ๆ เบิกตาโต ของพวกนี้มีแต่ของแพง ๆ ทั้งนั้น แม้ว่าจะไม่เคยไปซื้อเอง แต่ก็พอจะรู้ว่ามันราคาแพงมาก ขนาดบ้านรองกับบ้านสามยังไม่มีเงินซื้อพวกมันทั้งตะกร้านี้เลย พวกนั้นมีแค่สบู่บ้านละก้อนเท่านั้น
“เอาล่ะ มาอาบน้ำครั้งใหญ่กันเลยดีกว่า ใครจะเริ่มเป็นคนแรกดี” เธออยากจะขัดถูเด็กสองคนนี้ให้ลอกคราบดำ ๆ คล้ำ ๆ พวกนั้นออกมาให้หมด ยังดีที่เจ้าถั่วงอกสองต้นนี้โกนหัวจนผมสั้นเตียน เธอที่กังวลว่าเด็ก ๆ จะต้องใช้ยาสระผมสำหรับผู้ใหญ่เลยหมดห่วงไปได้หนึ่งเปราะ
เป็นครั้งแรกที่เจียงฝูและเจียงหมิงได้อาบน้ำด้วยสบู่ กลิ่นของมันหอมมาก แถมยังสนุกด้วย พวกเขาอยากจะอาบน้ำนาน ๆ เลย แต่น่าเสียดายที่ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้
ลี่ห่ายจำเป็นต้องให้ลูกใส่ชุดซีด ๆ เก่า ๆ ไปก่อน เมื่อวานเข้าเมืองเธอก็ไม่ได้คิดเรื่องซื้อของหรืออะไรกลับมาให้เด็ก ๆ สงสัยว่าเธอคงต้องจัดการอีกหลายอย่างเลยล่ะ
เจียงฝูกับเจียงหมิงถูกจับอาบน้ำจนเนื้อตัวสะอาดก็หิวจนไส้แทบขาด ลี่ห่ายที่เพิ่งเอาเด็ก ๆ อาบน้ำเสร็จต้องรีบหาอะไรให้ลูก ๆ กิน แต่เธอจำได้ว่าถูกห้ามไม่ให้ใช้ครัว เธอไม่อยากจะมีปัญหาในตอนที่ยังไม่เข้าใจกับโลกใบนี้มากสักเท่าไหร่ย่อมยังไม่อยากมีปัญหา
“มีแค่นี้พอจะกินได้หรือเปล่า”
เพราะอย่างนั้นเลยเลือกที่จะพาเด็ก ๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนจะหยิบเอาเนื้อย่างในกระเป๋าออกมาชิ้นใหญ่สามชิ้น เธอมีแต่เนื้อ แต่ไม่มีข้าวหรือขนมปังเลย เอาไว้เธอจะไปหาซื้อข้าวมาไว้ก็แล้วกัน
สองพี่น้องพอเห็นเนื้อชิ้นใหญ่ส่งกลิ่นหอมออกมาก็เบิกตาโตทันที ท้องที่หิวอยู่แล้วยิ่งหิวเข้าไปใหญ่ พวกเขาไม่ได้กินเนื้อเลยตั้งแต่พ่อและอาทั้งสองคนกลับไปที่กองทัพ
ไม่คิดว่าแม่จะใจป้ำถึงกับเอาเนื้อมาให้พวกเขากินแบบนี้ เนื้อนี่ต้องเอาไว้ให้ย่าแน่ ๆ ในเมื่อแม่เอาออกมาให้พวกเขาเอง ไม่มีทางที่เขาจะไม่กินมันให้เหลือแต่กระดูกอย่างแน่นอน
ด้วยความที่กลัวว่าแม่จะเอาเนื้อคืน เด็กตัวเล็ก ๆ ทั้งสองจึงทำการฉีกกินเนื้ออย่างมูมมาม
ลี่ห่ายไม่ได้ว่าอะไรพวกเขา เธอชินชากับการกินแบบนี้อยู่แล้ว คิดว่าทหารในสนามรบจะกินเรียบร้อยขนาดไหนล่ะ แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่ได้เรียบร้อยไปกว่าคนอื่นสักเท่าไหร่
จะให้ไปสอนเด็ก ๆ ก็คงจะอายเด็กมัน