LOGINชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่องของพราวตะวันให้โดดเด่น เธอยืนอยู่ข้างอคิณในงานเลี้ยงการกุศลที่จัดขึ้นอย่างหรูหรา
ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมา เสียงดนตรีบรรเลงเบา ๆ คลอเคล้ากับเสียงหัวเราะและบทสนทนา อคิณในชุดสูทสีดำสนิทดูสง่างามและเป็นที่สนใจของสาว ๆ ทั่วทั้งงานแต่เขากลับไม่เคยละสายตาจากพราวตะวันเลยแม้แต่น้อย
“ยิ้มหน่อยสิครับพราว คุณดูเครียดไปนะ” อคิณกระซิบข้างหูเธอ เสียงทุ้มต่ำของเขาทำให้พราวตะวันรู้สึกขนลุกซู่ เธอปั้นหน้ายิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ
“ฉันไม่ชอบงานแบบนี้ค่ะ มันน่าเบื่อ” เธอตอบเสียงเรียบ
“แต่คุณก็ต้องร่วมงานสังคมบ้างในฐานะภรรยาของผม” อคิณกล่าว เขาเอื้อมมือมาโอบเอวเธออย่างเป็นธรรมชาติ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือเขาที่แนบชิดกับผิวของเธอทำให้พราวตะวันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เธอพยายามปัดมือเขาออก แต่เขากลับกระชับวงแขนแน่นขึ้นเล็กน้อย
“คุณรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ผมขอไปคุยกับเพื่อนสักครู่” อคิณที่เห็นว่าพราวตะวันไม่ชอบการที่มีคนเยอะ ๆ เขาจึงไม่พาเธอไปคุยกับกลุ่มเพื่อนของเขาเลยให้เธอยืนรอเงียบ ๆ คนเดียว
ในขณะที่อคิณเดินไปหาเพื่อน ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาพราวตะวันด้วยรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
“สวัสดีครับคุณผู้หญิง ผมขอคุยด้วยไดไหมครับ” ชายคนนั้นกล่าวพลางจ้องมองพราวตะวันด้วยสายตาที่เปิดเผยความสนใจอย่างชัดเจน พราวตะวันเหลือบมองอคิณเล็กน้อย เธอเห็นแววตาคมกริบของเขาฉายประกายความไม่พอใจขึ้นมาเพียงชั่วครู่ รอยยิ้มของอคิณเริ่มแข็งขึ้น
‘นี่คือโอกาส’ พราวตะวันคิดในใจ เธอไม่ได้อยากให้เขารู้สึกหึงหวงแต่ต้องการให้เขารู้สึกไม่พอใจและรังเกียจในตัวเธอ เพื่อที่เขาจะได้ยอมหย่า
“ได้สิคะ” พราวตะวันตอบกลับชายคนนั้นด้วยรอยยิ้มหวานที่สุดที่เธอเคยยิ้มให้ใครนับตั้งแต่แต่งงานมา เธอจงใจเมินเฉยต่อการแสดงออกของอคิณและหันไปให้ความสนใจชายแปลกหน้าคนนั้นอย่างออกนอกหน้า
“คุณชื่ออะไรคะ”
ใบหน้าของอคิณเริ่มตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาฉายแววเย็นชาและดุดัน แต่พราวตะวันไม่ได้สังเกตเห็นความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ในแววตานั้นเลยแม้แต่น้อย เธอเพียงต้องการยั่วโมโหเขาและทำให้เขาหมดความอดทนกับเธอ
ชายหนุ่มแปลกหน้ายิ้มกว้างอย่างได้ใจเมื่อพราวตะวันให้ความร่วมมือ เขาเริ่มชวนเธอคุยเรื่องต่าง ๆ อย่างออกรสและพยายามสัมผัสแขนเธอเบา ๆ พราวตะวันไม่ได้ปัดป้องเพราะเธอต้องการให้อคิณเห็นภาพนั้นชัด ๆ
“คุณพราวดูน่าสนใจกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะครับ” ชายหนุ่มกล่าวพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“จริงหรือคะ” พราวตะวันยิ้มตอบ ดวงตาเหลือบมองอคิณเป็นระยะ ๆ เธอเห็นกรามของอคิณบดเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
จู่ ๆ อคิณก็เดินกลับมาแล้วกระชับมือโอบที่เอวของพราวตะวันแน่นขึ้นกว่าเดิมมากจนเธอรู้สึกเจ็บไปถึงซี่โครง ก่อนที่เขาจะดึงเธอให้เข้ามาชิดกับร่างเขาจนแทบจะไม่มีช่องว่าง
“ขอโทษนะครับ ภรรยาของผม ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่” อคิณกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยือกจนชายแปลกหน้ารู้สึกหนาวสันหลังวาบ รอยยิ้มบนใบหน้าของอคิณหายไปแล้วเหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่ดูน่ากลัวอย่างประหลาด
“อ่อครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างอึกอัก เขารู้สึกได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวอคิณ อคิณมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่แข็งกร้าว
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวพาภรรยาไปพักนะครับ” เขาไม่รอให้ชายหนุ่มตอบอะไร ก็ลากพราวตะวันเดินออกห่างจากตรงนั้นทันที พราวตะวันรู้สึกเจ็บที่แขนและเอวจากการบีบจับของอคิณ เธอเพิ่งจะรู้ว่าเมื่อเขาโกรธ มันน่ากลัวเพียงใด
อคิณลากพราวตะวันออกมาจากงานเลี้ยงและตรงไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่ เขาเปิดประตูรถแล้วผลักเธอเข้าไปในที่นั่งข้างคนขับอย่างแรง พราวตะวันแทบจะล้มคะมำเข้าไปในรถ เธอเงยหน้ามองเขาด้วยความตกใจ ใบหน้าของอคิณดูเย็นชาและมืดครึ้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาคมกริบของเขาฉายประกายอันตรายจนเธอรู้สึกหวาดกลัว
“คุณทำอะไรของคุณเนี่ย” พราวตะวันตะคอกออกไปอย่างไม่พอใจ ทั้งที่ในใจกำลังสั่นเทาด้วยความกลัว อคิณไม่ได้ตอบอะไร เขาปิดประตูรถเสียงดังโครมแล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับก่อนจะสตาร์ทรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ตลอดทางกลับบ้าน ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากทั้งคู่ มีเพียงความเงียบที่หนักอึ้งและน่าอึดอัด พราวตะวันพยายามจะหาเรื่องโต้เถียง แต่เมื่อเห็นใบหน้าของอคิณที่ดูแข็งกร้าวและเย็นชา เธอก็ไม่กล้าที่จะปริปากพูดอะไรเลย บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยความกดดันราวกับกำลังนั่งอยู่ในสนามรบที่รอวันปะทุ
เมื่อมาถึงบ้าน อคิณเปิดประตูรถออกโดยไม่พูดอะไร พราวตะวันรีบก้าวลงจากรถทันที เธอเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนอย่างรวดเร็ว หวังจะหลบหนีจากความน่ากลัวของเขา แต่เมื่อเธอเปิดประตูห้องนอนเข้าไป อคิณก็เดินตามเข้ามาอย่างเงียบเชียบ เขาล็อกประตูห้องและเดินตรงเข้ามาหาเธอช้า ๆ
พราวตะวันถอยหลังไปจนชนกับผนัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นอคิณเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน แต่เขากลับไม่พูดอะไรเลย ความเงียบของเขาทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าคำพูดรุนแรงใด ๆ
อคิณหยุดยืนตรงหน้าเธอ มือหนาของเขาค่อย ๆ ยกขึ้นมาสัมผัสใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสเย็นเฉียบของเขาทำให้พราวตะวันสะดุ้งเล็กน้อย
เธอพยายามเบือนหน้าหนี แต่เขาจับใบหน้าของเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบของอคิณจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาบางสิ่งบางอย่างในตัวเธอ
“คุณคิดว่าผมจะปล่อยให้คุณทำอะไรก็ได้งั้นหรือพราว” เสียงทุ้มต่ำของอคิณดังขึ้นข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่เธอคาดไว้ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่น่าขนลุก เขาไม่ได้โกรธแต่กำลังลงโทษเธออย่างเงียบ ๆ พราวตะวันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เธอไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร ความรู้สึกหวาดกลัวผสมกับความหวั่นไหวที่ควบคุมไม่ได้ตีวนอยู่ในใจ
อคิณค่อย ๆ โน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของเขา กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเขาโชยมาแตะจมูกเธออย่างจัง
เขาจ้องมองริมฝีปากของเธออย่างเนิ่นนาน ก่อนจะค่อย ๆ กดจูบลงมาอย่างแผ่วเบา สัมผัสแรกนั้นอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความต้องการที่รุนแรง พราวตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอพยายามดิ้นรน แต่เขากลับใช้มืออีกข้างโอบรัดเอวเธอไว้แน่นขึ้น
จูบของเขาเริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อคิณบดเบียดริมฝีปากเข้ากับเธออย่างลึกซึ้งและดูดดื่ม พราวตะวันรู้สึกเหมือนร่างกายไร้เรี่ยวแรง ความร้อนจากริมฝีปากของเขาแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เธอพยายามปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับไม่เป็นไปตามที่ใจคิด
เมื่ออคิณผละออก ดวงตาของพราวตะวันพร่ามัวไปด้วยน้ำตาและความสับสน เธอหอบหายใจถี่ ใบหน้าแดงก่ำ
“คุณ... คุณจะทำอะไรน่ะ” เธอพึมพำเสียงแผ่ว อคิณยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นไม่ได้แสดงความยินดี แต่กลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และเด็ดเดี่ยว
“ผมกำลังสอนให้คุณรู้ว่าใครคือสามีของคุณครับพราวและผมจะทำให้คุณรู้ว่าการทำให้ผมหึงมันน่ากลัวแค่ไหน” เขาก้าวถอยหลังออกไปเล็กน้อย
พราวตะวันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังของอคิณที่เดินไปหยิบผ้าห่มและหมอนลงไปนอนที่พื้นเช่นเดิมแต่ครั้งนี้หัวใจของเธอเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้และความรู้สึกหลากหลายตีวนอยู่ในใจ เธอไม่เคยคิดเลยว่าการยั่วโมโหเขา จะนำพามาซึ่งบทเรียนที่เร่าร้อนและสั่นคลอนหัวใจเธอได้มากขนาดนี้
แม้ว่าเขาจะหึงและหวงเธอมากขนาดไหนแต่เขาก็ไม่อยากเอาเปรียบเธอในวันที่เธอยังไม่อยากเป็นของเขา แต่ก็อย่าให้เขาได้หมดความอดทนถ้าความอดทนนั้นหมดเมื่อไร พราวตะวันจะได้รู้ว่าเขาเองก็ร้ายกาจไม่หน่อยไปกว่าเธอ
หลังจากที่อคิณดื่มกาแฟและทานยาแก้ปวดจนอาการดีขึ้น เขารีบขอตัวกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่โรงแรมทันที ก่อนจะกลับมาที่บ้านเช่าอีกครั้งในช่วงสาย ในใจของเขายังคงสับสนกับสถานะ 'พี่ชาย' ที่ได้มาอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ตั้งใจแล้วว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดเมื่ออคิณมาถึง เขาก็พบว่าร้านก๋วยเตี๋ยวของป้าดีกำลังยุ่งวุ่นวายกับการรับลูกค้าในช่วงเที่ยง ธามกำลังง่วนอยู่กับการลวกเส้นและปรุงน้ำซุปอย่างคล่องแคล่ว ส่วนพราวตะวันกำลังเสิร์ฟและเก็บโต๊ะอย่างรวดเร็ว“สวัสดีครับป้าดี สวัสดีครับน้องธาม” อคิณกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง แล้วรีบเดินเข้าไปในร้าน“อ้าว! พี่อคิณมาทำไมครับ ไม่สบายอยู่ไม่ใช่เหรอ ไปพักผ่อนเถอะครับ” ธามทักทายกลับทันทีด้วยท่าทีที่เคารพตามสถานะใหม่ที่ได้มาเมื่อคืน“ไม่ได้ครับน้องธาม พี่เป็นพี่ชายแล้วจะให้น้องชายกับภรรยาของพี่ทำงานหนักได้ยังไง วันนี้พี่มาช่วยงานครับ” อคิณกล่าวอย่างจริงจังแล้วถอดเสื้อสูทออกเผยให้เห็นเสื้อยืดสีขาวด้านในพราวตะวันที่กำลังเดินผ่านมายืนนิ่งตะลึงกับภาพที่เห็น เธอไม่เคยคิดเลยว่าอคิณ นักธุรกิจใหญ่ที่สวมสูทราคาแพง จะกล้ามาทำงานในร้านก๋วยเตี๋ยวข้างถนน เธอรีบเดินมา
ตอนที่ 132 วันเกิด (2)กลับมาที่งานวันเกิดของพราวตะวัน ค่ำคืนงานวันเกิดของพราวตะวันดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเรียบง่าย ภายใต้แสงไฟสีส้มนวลที่ธามบรรจงตกแต่งไว้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยความรัก พราวตะวันอยู่ในชุดกระโปรงเรียบๆ ที่อคิณซื้อให้ ใบหน้าของเธอเปื้อนรอยยิ้มที่ไม่เคยมีรอยยิ้มแบบนี้มานานมาก เธอนั่งอยู่ข้างอคิณที่คอยดูแลไม่ห่างและคอยอุ้มน้องบะหมี่ไว้ในอกเพราะลูกสาวตัวน้อยยังสดใสร่าเริงและยังไม่ง่วงนอนทั้งๆ ที่ใกล้เวลานอนแล้วหรืออาจจะเป็นเพราะมีคนเยอะและมีแสงไฟเยอะกว่าปกติ ป้าดีถือก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลชามพิเศษให้กับอคิณ “คินน์ลูกทานเยอะๆ นะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” “ขอบคุณครับป้าดี แค่เห็นพราวยิ้มได้ ผมก็หายเหนื่อยแล้วครับ” อคิณกล่าวพลางหันไปมองพราวตะวันด้วยความรัก พราวตะวันวางถ้วยเค้กลง แล้วจับมืออคิณไว้แน่น “พราวขอบคุณพี่คินน์มากๆ นะคะ” อคิณมองเข้าไปในดวงตาของเธอ เขาเห็นความจริงใจที่ฉายชัด เขารู้สึกถึงว่าถึงเวลาแล้วเขาค่อยๆ สอดมือไปด้านหลัง แล้วหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงที่ซ่อนไว้ในกระเป๋ากางเกงออกมาอย่า
ตอนที่132วันเกิด หลังจากที่ทุกคนเดินทางมาถึงสนามบิน ทั้งหมดก็เดินทางมาที่โรงแรมแห่งหนึ่ง พราวฟ้า อคินัย ชวิน กานต์ ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูล กำลังเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ก่อนจะมารวมตัวกันที่ห้องโถงข้างล่างของโรงแรม “เอาล่ะ ทุกคนแต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมครับ รถตู้รออยู่ข้างล่าง เราต้องบุกไปถึงร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนที่งานวันเกิดจะจบลงเสียก่อน” อคินัยกล่าวขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ชุดของแม่เรียบร้อยแล้วจ้ะ ลูกสะใภ้ของแม่ต้องตกใจและดีใจมากๆ แน่ๆ ที่เห็นพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายมาพร้อมกัน ตานัยมั่นใจใช่ไหมว่าตาคินน์ยังไม่รู้ว่าพวกเรามา” คุณหญิงอรุณีกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับย้ำถามลูกชายคนเล็กของเธอ อคินัยยิ้มเจ้าเล่ห์ “มั่นใจครับแม่ ผมบอกเขาแค่ว่าผมกับพราวฟ้าจะมา เขาไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าคุณพ่อ คุณแม่ และคุณอาสุริยะ คุณอาอรัญญาก็มาด้วย คินน์เองก็จะถูกเซอร์ไพรส์ไปพร้อมกับพราวเลยครับ” ทุกคนต่างตื่นเต้นและดูมีความสุขมากที่จะได้เจอพราวตะวันและหลานสาวตัวน้อยของพวกเขา พวกเธอทุกคน “พ่อกับแม่ก็คิดถึงหลานจนอดใจไม่ไหวแล้วฟ้า ไม่เจอนานแล้วก็คิดถึง” อรัญญาเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มีท่าทีตื่นเต้นจ
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (3)หลายวันผ่านไป...นับตั้งแต่วันที่อคิณได้มีโอกาศนอนร่วมเตียงกับภรรยาและลูกสาว ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อคิณยังคงมาช่วยขายก๋วยเตี๋ยวที่ร้านในทุกๆ วัน เขาทำหน้าที่ตั้งแต่เตรียมของช่วย เสิร์ฟไปจนถึงเก็บร้าน โดยไม่แสดงความรังเกียจแม้แต่น้อย ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับพราวตะวันและคนอื่นๆ เป็นอย่างมากวันนี้เป็นอีกวันที่บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น พราวตะวันเองก็เริ่มพาลูกสาวมาเลี้ยงที่ร้านด้วย เพราะน้องบะหมี่เริ่มนิ่งขึ้นและตื่นเป็นเวลามากขึ้น เธอวางเปลน้อยของลูกไว้ในมุมที่ร่มและสงบที่สุดของร้าน ส่วนพราวตะวันก็คอยชำเลืองมองลูกสาวเป็นระยะลูกค้าที่เข้ามาทานก๋วยเตี๋ยวต่างก็เห็นน้องบะหมี่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาหยอกและชมว่าน่ารัก น่าเอ็นดูมาก“โถคุณหนูคนสวย หน้าตาน่ารัก น่าชังจริงๆ เลย” ลูกค้าคนหนึ่งกล่าวพร้อมกับยื่นมือไปลูบศีรษะน้องบะหมี่เบาๆ“ใช่ค่ะ น่ารักมาก ตาแป๋วเหมือนแม่เลย คุณแม่นี่เลี้ยงดีจริงๆ นะคะ จ้ำม้ำเชียว” ลูกค้าอีกคนพูดเสริมขึ้นมาอคิณที่กำลังเสิร์ฟก๋วยเตี๋ยวได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ เขารู้สึกภาคภูมิใจอย่างที่สุด เขาหันไป
ตอนที่ 131 นี่คือแผนของทุกคน (2) อคิณสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมเธอตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ เขาผุดลุกขึ้นแล้วหันมามองภรรยาอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นพราวตะวันอุ้มลูกอยู่ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ “พราวทำไมตื่นล่ะ พี่หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตื่นมาป้อนนมบะหมี่แล้วพี่ก็หลับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อู้อี้และรู้สึกผิด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์ บะหมี่ไม่ร้องไห้เสียงดังเลยค่ะ พี่เก่งมากเลยนะคะที่ดูแลบะหมี่ได้โดยที่พราวไม่รู้ตัวเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างจริงใจ รอยยิ้มที่อ่อนโยนของเธอทำให้อคิณโล่งใจขึ้นมา “พี่ไปนอนต่อเถอะค่ะ พราวจะดูแลบะหมี่เอง ดูสิคะพี่ดูเพลียมากเลย” พราวตะวันกล่าวอย่างห่วงใย เธอจูบที่หน้าผากของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการให้กำลังใจที่อ่อนโยนที่สุด อคิณส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่เพลียหรอก พี่อยากดูแลลูกกับเธอ” “ไม่จริงค่ะ พราวเห็นพี่หลับคาโซฟาแล้ว พี่ไปนอนเถอะค่ะ เดี๋ยวพราวดูแลลูกเอง” “ก็ได้ครั
ตอนที่131นี่คือแผนของทุกคน พราวตะวันรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินนำอคิณเข้าไปในห้องนอน ห้องเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น น้องบะหมี่นอนตัวแดงก่ำอยู่บนเตียงของเด็กที่ตั้งอยู่ข้างๆ เตียงนอนใหญ่ของแม่ บะหมี่ร้องไห้จนตัวแดง เมื่อเห็นแม่เดินเข้ามา เธอก็ยื่นแขนเล็กๆ ออกมาราวกับต้องการอ้อมกอด พราวตะวันอ้มลูกสาวขึ้นมากอดแนบอก ก่อนจะเริ่มป้อนนมจากขวดอย่างชำนาญ น้องบะหมี่เริ่มดูดนมจากขวดอย่างกระหาย เสียงร้องไห้จึงค่อยๆ เงียบเหลือเพียงเสียงดูดนมเบาๆ เท่านั้น อคิณยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ตื้นตันอย่างที่สุด ภาพของลูกสาวตัวน้อยในอ้อมกอดของภรรยาคือภาพที่เขาฝันถึงมาตลอด เขาเดินเข้าไปใกล้ แล้วนั่งลงข้างๆ พราวตะวันบนเตียง “ให้พี่ช่วยอุ้มป้อนนมลูกได้ไหมครับ” อคิณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เขาเอื้อมมือไปลูบศีรษะลูกสาวอย่างเบามือที่สุด “ไม่เป็นไรค่ะ พี่คินน์บะหมี่ใกล้จะอิ่มแล้ว พี่ช่วยพราวเตรียมผ้าอ้อมกับผ้าเช็ดหน้าได้ไหมคะ อยู่ตรงโต๊ะข้างๆ เตียงนั่นแหละค่ะ” พราวตะวันบอกกับสามีของเธอ อคิณรีบลุกทำตามคำสั่งทันที เขาก้มลงหยิบผ้าอ้อม







