Se connecterบรรยากาศภายในห้องทำงาน ของประธานบริหารสูงสุดในยามบ่ายชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งไว้เย็นเฉียบกลับไม่สามารถดับความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของ ‘หรัญ’ ได้เลย ชายหนุ่มนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังแท้สีดำสนิท นัยน์ตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารสีดำที่ ‘วรวุฒิ’ เพิ่งนำมาวางไว้บนโต๊ะเมื่อสิบนาทีก่อน
ภายในนั้นไม่ได้บรรจุเอกสารสัญญาธุรกิจหมื่นล้าน แต่เป็นหลักฐานความโสมมทั้งหมด... ทั้งสลิปการโอนเงินจากบัญชีของมินตราไปยังบริษัทนักสืบเอกชน ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพตากล้องปาปารัสซี่รับซองเงิน และคลิปเสียงสนทนาที่วรวุฒิส่งคนไปรีดเค้นความจริงมาได้ ทุกอย่างมัดตัว ‘เด็กฝาก’ ของมารดาเขาจนดิ้นไม่หลุด
ก๊อก... ก๊อก...
"ขออนุญาตค่ะพี่หรัญ"
เสียงหวานใสที่ดัดจนเกินธรรมชาติรอดเข้ามา ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออก มินตราก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดเดรสรัดรูปแบรนด์เนม ใบหน้าถูกแต่งแต้มอย่างประณีต เธอยิ้มกริ่มอย่างได้ใจ คิดไปเองว่าการที่ประธานบริษัทเรียกพบด่วน คงหนีไม่พ้นการชื่นชมผลงาน หรือไม่ก็อาจจะเรียกมาปรับความเข้าใจเรื่องที่ลลิตามาอาละวาดเมื่อวาน
"พี่หรัญมีงานด่วนให้มินช่วยหรือคะ..." มินตราทอดเสียงอ่อนหวาน เดินนวยนาดเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน
"หยุดอยู่ตรงนั้น" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขัดขึ้นทันที หรัญไม่แม้แต่จะปรายตามองความสวยงามจอมปลอมนั้น เขากระแทกแฟ้มสีดำลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังลั่น "ดูสิ่งที่คุณทำลงไป มินตรา"
มินตราสะดุ้ง รอยยิ้มค้างเติ่งอยู่บนใบหน้า เธอขยับเข้าไปเปิดแฟ้มดูด้วยมือที่เริ่มสั่นเทา เพียงแค่เห็นภาพถ่ายของนักสืบและสลิปโอนเงินที่มีชื่อของเธอหราอยู่บนนั้น ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างดีก็ซีดเผือดราวกับกระดาษ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"พะ... พี่หรัญคะ นี่มัน... มันเป็นการเข้าใจผิดนะคะ! มินโดนใส่ร้าย!" เธอรีบละล่ำละลักปฏิเสธ โยนแฟ้มลงบนโต๊ะราวกับมันเป็นของร้อน
"เข้าใจผิด?" หรัญแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ แววตาดุดันตวัดมองหญิงสาวตรงหน้า "หลักฐานชัดเจนขนาดนี้ คุณยังกล้าพูดว่าเข้าใจผิดอีกงั้นเหรอ! คุณจ้างนักสืบตามลลิตา จ้างคนไปดักถ่ายรูป แล้วยังจงใจปล่อยข่าวลือเสี้ยมให้ลลิตามาทำร้ายคุณอตีญาถึงในบริษัท! คุณเห็นที่นี่เป็นสนามเด็กเล่นให้คุณมาระบายอารมณ์อิจฉาริษยาหรือไง!"
"มินทำไปก็เพื่อพี่หรัญนะคะ!" มินตรากรีดร้องออกมาเมื่อจนมุม "ยัยลลิตามันสวมเขาให้พี่! ส่วนนังเลขนั่นมันก็กำเริบเสิบสาน ทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา มินแค่อยากสั่งสอนมัน!"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนใครในบริษัทของผม! โดยเฉพาะคนที่ทำประโยชน์ให้บริษัทมาตลอดห้าปีอย่างคุณอตีญา!" หรัญตวาดลั่นจนมินตราผงะถอยหลัง ชายหนุ่มกดปุ่มบนโทรศัพท์อินเตอร์คอม "วรวุฒิ พาคุณอตีญาเข้ามา"
เพียงไม่กี่วินาที ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอีกครั้ง วรวุฒิเดินนำหน้าเข้ามา ตามด้วยร่างระหงของ ‘อตีญา’ ในชุดสูทสีเทาเข้มเรียบหรู ใบหน้าของเธอยังคงสงบนิ่งและเยือกเย็นราวกับรูปสลัก ทว่ารอยช้ำจางๆ ที่มุมปากและข้างแก้มกลับเด่นชัดในสายตาของหรัญ รอยแผลที่ตอกย้ำความผิดพลาดของเขาที่ปล่อยให้คนของตัวเองต้องมาเจ็บตัว
"ท่านประธานมีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ" อตีญาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก้มศีรษะให้เขาอย่างนอบน้อม โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมินตราที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ข้างๆ
หรัญมองเลขาของตนเอง ความรู้สึกผิดและอารมณ์คุกรุ่นตีรวนอยู่ในอก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้ามินตรา
"ขอโทษคุณอตีญาเดี๋ยวนี้ มินตรา" หรัญออกคำสั่งเด็ดขาด "ขอโทษที่คุณสร้างเรื่องเลวทรามพวกนี้ขึ้นมา ขอโทษที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัว และขอโทษที่เอาความริษยาโง่ๆ ของคุณมาทำลายบรรยากาศการทำงาน"
มินตราเบิกตากว้าง หันขวับไปมองอตีญาด้วยสายตาเกลียดชังทะลุปรอท ความหยิ่งยโสในสายเลือดทำให้เธอไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าผู้หญิงที่เธอตราหน้าว่าเป็นแค่ ‘ลูกจ้างชั้นต่ำ’ ได้
"ไม่! มินไม่มีวันขอโทษมันเด็ดขาด!" มินตราแผดเสียงลั่นห้อง "มันเป็นแค่เลขา! พี่หรัญจะเข้าข้างมันทำไมคะ! มินเป็นน้องสาวพี่นะ แม่ของมินเป็นเพื่อนรักของคุณป้า พี่หรัญจะมาหักหน้ามินต่อหน้านังนี่ไม่ได้นะ!"
"ผมไม่สนว่าคุณจะเป็นลูกหลานใคร!" หรัญตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า "ในเมื่อคุณทำผิด คุณก็ต้องรับผิดชอบ ขอ-โทษ-เดี๋ยว-นี้!"
ฟางเส้นสุดท้ายของมินตราขาดผึง ความอับอายและความโกรธแค้นปะทุขึ้นจนหน้ามืดตามัว เธอพุ่งตัวเข้าไปหาอตีญาอย่างรวดเร็ว ง้างมือขึ้นสุดแขนหมายจะตบใบหน้าเรียบเฉยนั้นให้หายแค้น
"นังตัวดี! แกตายซะเถอะ!"
ทว่าอตีญาไม่ได้ยืนนิ่งเป็นเป้านิ่งให้ทำร้ายเหมือนครั้งก่อน เธอเบี่ยงตัวหลบวูบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่วและมีสติ ฝ่ามือของมินตราจึงพลาดเป้าไปอย่างจัง แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของมินตราถลาไปข้างหน้าเสียหลัก แต่ก่อนที่มินตราจะได้ตั้งหลักเพื่อหันกลับมาทำร้ายอีกครั้ง มือหนาอันแข็งแกร่งของหรัญก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของมินตราอย่างแรง แรงบีบมหาศาลจากฝ่ามือใหญ่ทำเอามินตราร้องกรี๊ดออกมาด้วยความเจ็บปวด
"โอ๊ย! พี่หรัญ! มินเจ็บ!"
"ผมบอกให้คุณหยุดไง!" หรัญตวาดเสียงกร้าว ดวงตาของเขาแดงก่ำไปด้วยโทสะที่เดือดพล่าน ความคิดที่ว่าผู้หญิงตรงหน้าพยายามจะทำร้ายอตีญาต่อหน้าต่อตาเขาทำให้ฟิวส์ความอดทนขาดสะบั้น เขาออกแรงสะบัดแขนนั้นอย่างรุนแรง ผลักร่างของมินตราให้ล้มลงไปกองกับพื้นพรมอย่างไม่ไยดี
"กรี๊ดดด!" มินตราร่วงลงไปกองกับพื้น มองชายหนุ่มที่เธอหลงรักด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัว ไม่เคยมีใครทำรุนแรงกับเธอขนาดนี้มาก่อน
"วรวุฒิ!" หรัญหันไปสั่งคนสนิทเสียงเฉียบขาด "พาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบริษัทของฉันเดี๋ยวนี้ และแจ้งไปที่ฝ่ายบุคคล... ฉันไล่มินตราออก! มีผลทันที! ตัดสิทธิการเข้าออกตึกทุกช่องทาง และส่งของส่วนตัวของเธอตามไปที่บ้าน"
"พี่หรัญ! พี่ทำแบบนี้ไม่ได้นะ! มินจะไปฟ้องคุณแม่! มินจะบอกคุณป้าว่าพี่หลงนังเลขาจนโงหัวไม่ขึ้น!" มินตราร้องไห้โฮ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล แต่ก็ถูกวรวุฒิเข้ามาล็อกแขนไว้อย่างแน่นหนา
"เชิญฟ้องได้ตามสบาย" หรัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้เยื่อใย "บอกแม่ของคุณด้วยว่าถ้ายังกล้าส่งคนแบบคุณมาเหยียบที่นี่อีก ผมจะถอนหุ้นจากบริษัทของครอบครัวคุณทั้งหมด! เอาตัวออกไป!"
วรวุฒิลากตัวมินตราที่กำลังกรีดร้องและดิ้นรนออกไปจากห้องทำงานอย่างรวดเร็ว ประตูห้องปิดลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่โรยตัวลงมาแทนที่ความวุ่นวาย หรัญหอบหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์โกรธที่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ในอก เขาหันกลับมามองอตีญาที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หญิงสาวเพียงแค่จัดเสื้อสูทของตนเองให้เข้าที่ ใบหน้าของเธอยังคงรักษาระดับความเยือกเย็นไว้ได้อย่างไร้ที่ติ แม้เมื่อครู่จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาก็ตาม
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" หรัญก้าวเข้าไปหาเธอ ลดระดับเสียงลงจนเกือบจะเป็นปกติ แววตาที่เคยก้าวร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างปิดไม่มิด "มันโดนตัวคุณไหม"
"ดิฉันไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณที่ช่วยเหลือค่ะ" อตีญาตอบกลับเสียงเรียบ ขยับตัวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ "แต่ท่านประธานไม่น่าทำรุนแรงกับคุณมินตราถึงขนาดนั้นเลยนะคะ ดิฉันเกรงว่ามันจะบานปลายไปถึงคุณหญิงท่าน..."
"ช่างแม่ผมปะไร!" หรัญสวนขึ้นมาทันควัน ก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อรู้ตัวว่าเผลอใส่อารมณ์กับเธอ "ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะคิดยังไง แต่ผมยอมไม่ได้ที่จะให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายพนักงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของผม คุณคือคนสำคัญของบริษัทนะอตีญา ถ้าขาดคุณไปสักคน งานของผมคงพังพินาศหมด ผมต้องปกป้องคุณ... ในฐานะเจ้านาย มันคือสิ่งที่ผมต้องทำ"
“ขอบคุณที่มาร่วมงานนะครับ คุณธามไท” หรัญเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงใจ “และผม... ต้องขอโทษสำหรับเรื่องบาดหมางในอดีต รวมไปถึงเรื่องที่ไซต์งานวันนั้นด้วย... ตอนนั้นผมมันหน้ามืดตามัวเพราะความหึงหวง หวังว่าคุณจะอโหสิกรรมให้ความใจร้อนของผมนะครับ”ธามไทมองมือที่ยื่นมา ก่อนจะยื่นมือไปจับตอบอย่างหนักแน่นและเขย่าเบาๆ“ผมอโหสิกรรมให้ตั้งนานแล้วครับคุณหรัญ... เอาจริงๆ ตอนนั้นผมก็โกรธคุณมากนะ โกรธที่คุณทำให้ญาต้องเสียน้ำตา และผมก็เคยคิดอยากจะแย่งเธอมาจากคุณด้วย”คำพูดตรงไปตรงมาของธามไททำเอาอตีญาหน้าเสียเล็กน้อย แต่หรัญกลับยิ้มรับอย่างเข้าใจ“แต่พอผมได้เห็นแววตาของญา...” ธามไทหันไปมองอตีญาด้วยรอยยิ้มละมุน “ผมก็รู้ว่าหัวใจของเธอไม่มีที่ว่างให้ผมเลย เธอรักคุณมาก รักมาตลอด... และวันนี้ เมื่อผมได้เห็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดของเธอ ได้เห็นครอบครัวที่อบอุ่นของคุณ ผมก็รู้แล้วว่าผมคิดผิด ผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อคู่กับคุณครับ คุณหรัญ”ธามไทหันกลับมาสบตาหรัญ แววตาของเขาจริงจังและเปี่ยมไปด้วยความเป็นลูกผู้ชาย“ดูแลญาและหลานๆ ของผมให้ดีที่สุดนะครับ... ถ้าวันไหนคุณทำให้เธอเสียน้ำตาอีก ผมจะไม่ยอมถอยให้แบบนี้อีกแล้วนะ ผ
แม้ในทางนิตินัย พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสกันตั้งแต่อตีญายอมตกลงปลงใจ และมีพยานรักถึงสองคน แต่ในทางพฤตินัย หรัญต้องการประกาศให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้คือหัวใจและนายหญิงเพียงคนเดียวของวิสุทธิสาสน์ เขาแอบซุ่มเตรียมการจัดงานแต่งงานอย่างลับๆ มานานนับเดือน โดยได้รับความร่วมมือจากคุณมลฤดี หิรัญ นายอนุวัตร น้าโชติรส และน้าพิรุณ ทุกคนรวมหัวกันปิดบังนายหญิงของไร่อย่างมิดชิดจนกระทั่งเย็นวันศุกร์วันหนึ่ง...อตีญาถูกโชติรสและคุณหญิงมลฤดี อ้างว่าพาไปทำสปาและลองชุดผ้าไหมที่ร้านในตัวเมือง แต่เมื่อกลับมาถึงไร่อมรินทร์ในช่วงพลบค่ำ รถตู้กลับไม่ได้ขับไปที่บ้านพัก แต่กลับเลี้ยวไปตามเส้นทางที่ทอดยาวสู่เนินเขาทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นสถานที่ที่หรัญเคยคุกเข่าสารภาพรักกับเธอ“คุณแม่คะ... น้าโชติรส... เรามาทำอะไรที่นี่คะ แขกวีไอพีมาขอชมไร่ตอนกลางคืนเหรอคะ” อตีญาถามด้วยความงุนงง เมื่อเห็นแสงไฟสว่างไสวเรืองรองอยู่เบื้องหน้าคุณหญิงมลฤดีหันมายิ้มกว้าง ลูบแก้มลูกสะใภ้เบาๆ “ลงไปดูเองสิลูก... วันนี้เป็นวันสำคัญที่สุดของหนูนะ”ทันทีที่ประตูรถเปิดออก อตีญาก้าวลงมายืนบนพื้นหญ้า และภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าก็ทำให้เธอเบ
อตีญาหัวเราะร่วนจนน้ำตาเล็ด ยกมือขึ้นลูบผมสามีขี้งอนอย่างเอ็นดู ใครจะไปเชื่อว่ามัจจุราชหนุ่มที่เคยเย็นชาและป่าเถื่อน จะกลายสภาพเป็นลูกหมาตัวโตที่ติดภรรยาแจขนาดนี้"ไม่ได้หรอกค่ะ ท่านประธาน..." อตีญาเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ สรรพนามท่านประธาน ถูกนำมาใช้อีกครั้งเพื่อหยอกล้อ "ถ้าคุณไม่ทำงานหาเงิน แล้วใครจะซื้อนม ซื้อผ้าอ้อมให้ลูกล่ะคะ... กลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะนะคะ คนเก่งของญา"คำว่า 'คนเก่งของญา' พร้อมกับรอยจูบแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผาก ทำเอาอาการน้อยใจของหรัญมลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้าง สวมกอดเอวหนาของภรรยาไว้หลวมๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบที่หน้าท้องนูนๆ ของเธอ"ได้ยินไหมครับตัวเล็ก... แม่เราเขาไล่พ่อกลับไปหาเงินแล้วนะ... หนูต้องเป็นเด็กดี อย่าดื้ออย่าซนรังแกแม่ตอนที่พ่อไม่อยู่นะลูก... รอพ่อหน้านะครับ พ่อจะรีบเคลียร์งานแล้วบินมาหาหนูกับแม่ทุกอาทิตย์เลย พ่อรักหนูกับแม่ที่สุดในโลกเลยนะ"ภาพความอบอุ่นและเสียงหัวเราะที่ดังประสานกันของครอบครัวใหญ่ ดังกังวานไปทั่วไร่องุ่นอมรินทร์ ความเจ็บปวด ความเข้าใจผิด และรอยน้ำตาในอดีต ถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรักที่บริสุทธิ
ข้อเสนอของอตีญาทำให้หรัญนิ่งอึ้งไป เขาเป็นนักธุรกิจที่เสพติดการทำงานและชีวิตในเมืองหลวงมาตลอดชีวิต การที่จะต้องแยกกันอยู่กับภรรยาและลูกที่เพิ่งจะปรับความเข้าใจกันได้ มันเป็นเรื่องที่ขัดใจเขาอย่างรุนแรง เขาอยากตื่นมาเห็นหน้าเธอทุกเช้า อยากลูบท้องเธอทุกคืนก่อนนอนแต่เมื่อเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ เห็นความสุขและความสงบที่เปล่งประกายออกมาเมื่อเธอพูดถึงที่นี่ เขาก็รู้ทันทีว่าเขาไม่มีสิทธิ์พรากความสุขนี้ไปจากเธออีกแล้ว เขาทำร้ายเธอมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เขาจะต้องเป็นฝ่าย 'เสียสละ' และ 'ปรับตัว' เพื่อเธอและลูกบ้าง"ได้สิญา..." หรัญถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มกว้างและดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง "ถ้าที่นี่คือความสุขของคุณ คือที่ที่คุณและลูกจะปลอดภัยและแข็งแรงที่สุด... ผมก็ยินดีครับ คุณอยากอยู่ที่นี่ตลอดไป ผมก็จะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ที่นี่ให้คุณ จะจ้างทีมแพทย์มาสแตนด์บายที่นี่... ผมยอมคุณทุกอย่างแล้วทูนหัว""ขอบคุณนะคะ คุณหรัญ" อตีญากอดตอบเขาด้วยความตื้นตันใจ น้ำตาแห่งความสุขไหลรินอีกครั้ง"แต่มีข้อแม้นะ" หรัญผละออกเล็กน้อย แกล้งทำเสียงขรึม "ผมจะบินมาหาคุณทุกวันศุกร์ตอนเย็น และกลับกรุงเทพฯ เช้าวันจันทร์
อตีญาก้มมองผู้ชายที่กำลังเปลือยเปล่าความรู้สึกของตนเองอยู่แทบเท้า น้ำตาของเขาทำให้หัวใจของเธอที่เคยก่อกำแพงน้ำแข็งไว้อย่างหนาแน่น เริ่มหลอมละลายลงช้าๆ"วันที่ผมเห็นคุณในชุดกระต่ายที่ไนท์คลับ วันที่ผมเห็นคุณยืนหัวเราะกับไอ้ธามไทที่ไซต์งาน... ผมหึงคุณ หึงจนแทบจะเป็นบ้า!" หรัญสารภาพความในใจที่ถูกเก็บกดมาเนิ่นนาน "ผมทนไม่ได้ที่เห็นผู้ชายคนอื่นมองคุณ ทนไม่ได้ที่คิดว่าคุณจะไปเป็นของคนอื่น... แต่แทนที่ผมจะบอกรักคุณดีๆ ผมกลับใช้อำนาจ ใช้เงิน และใช้สัญญาบ้าๆ นั่นมาบีบบังคับให้คุณเป็นนางบำเรอของผม ผมทำร้ายคุณด้วยทิฐิและอีโก้ที่สูงเสียดฟ้า เพราะผมไม่กล้ายอมรับความจริงว่า... ท่านประธานที่เก่งกาจอย่างผม กลับพ่ายแพ้ให้กับเลขาหน้าห้องอย่างราบคาบ"หรัญค่อยๆ เลื่อนมือที่กุมมือเธออยู่ ลงมาทาบทับที่หน้าท้องแบนราบที่นูนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย สัมผัสของเขาแผ่วเบาและทะนุถนอม ราวกับกำลังสัมผัสแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุด"ผมรักคุณนะ ญา... ผมรักคุณมาตลอด รักมานานจนผมเองก็จำไม่ได้ว่ามันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่" หรัญเอื้อนเอ่ยคำว่ารัก ออกมาอย่างชัดเจนและหนักแน่น เป็นคำที่อตีญาเฝ้ารอคอยมาตลอดห้าปีเต็ม "ผมขอร้อ
คำเตือนของพิรุณทำให้หรัญชะงักกึก เขาพยักหน้ารัวๆ พยายามเรียกสติกลับคืนมา "จริงด้วย... ผมจะทำให้เธอตกใจไม่ได้ ผมต้องใจเย็น... แต่ผมจะทำยังไงดีครับ ผมอยากกอดเธอ อยากขอโทษเธอ อยากบอกรักเธอให้เร็วที่สุด!"โชติรสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ถ้าคุณรักนายหญิงของพวกเราจริงๆ และพร้อมจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต พวกเราก็จะช่วยคุณค่ะ... คุณญาชอบความสงบและธรรมชาติ เรามาวางแผนกันดีกว่าค่ะ ทำยังไงให้การง้อครั้งนี้ พิชิตใจนายหญิงใจแข็งของเราได้"หรัญปาดน้ำตาแห่งความดีใจทิ้ง นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายความมุ่งมั่น และเปี่ยมไปด้วยความหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาหันไปค้อมศีรษะให้พิรุณและโชติรสด้วยความเคารพอย่างสูง ซึ่งเป็นภาพที่วรวุฒิแทบไม่เชื่อสายตา ว่าประธานบริษัทผู้เย่อหยิ่งจะยอมก้มหัวให้หัวหน้าคนงานและแม่บ้าน"ผมขอร้องนะครับ น้าพิรุณ น้าโชติรส... ช่วยผมด้วย ช่วยสร้างโอกาสให้ผมได้สารภาพรักและทวงคืนครอบครัวของผมที... ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร หรือใช้เงินเท่าไหร่ ผมยอมทุกอย่างครับ!""เรื่องเงินเก็บไว้เถอะครับ ที่นี่เราใช้ใจแลกใจ" พิรุณตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ "พรุ่งนี้เย็น คุณญามีกำหนดการจะไปตรวจแปลงองุ่นโซนทิศตะวันตกที่อยู่บน
คำพูดที่ตัดพ้อและเจียมตัวขั้นสุดนั้น เปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดรดลงบนกองไฟแห่งความรู้สึกของหรัญ ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกหวงแหนและปรารถนาที่จะครอบครองเธออย่างสมบูรณ์แบบปะทุขึ้นจนไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป"บ้าฉิบ!"หรัญสบถในลำคอ ก่อนจะก้มลงจูบซับน้ำตาที่หางตาให้เธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน
พูดจบ หรัญก็สะบัดมือเสี่ยโชติทิ้งอย่างขยะแขยง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเอื้อมมือไปคว้าต้นแขนของอตีญาที่กำลังยืนหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาอยู่ข้างโต๊ะ ออกแรงดึงร่างบางให้เดินตามเขาออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจเสียงเรียกหรือคำขอโทษที่ดังตามหลังมาเลยแม้แต่น้อย"ทะ... ท่านประธาน ปล่อยดิฉั
และแล้วลมหายใจของเธอก็แทบสะดุด ร่างสูงสง่าอันคุ้นตาในชุดเชิ้ตสีดำปลดกระดุมบนสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอแพลตตินัม กำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เธอแอบมองมาตลอดห้าปี บัดนี้อยู่ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ!‘พระเจ้า... ทำไมต้องเป็นเขา! ทำไมโลกถึงได้กลมและโหดร้ายขนาด
ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว เขาพยายามกดโทรศัพท์ภายในเรียกเธอแต่ก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ จนกระทั่งผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความหงุดหงิดก็เปลี่ยนเป็นความฉงนหรัญกดสายตรงไปที่ฝ่ายบุคคลทันที“นั่นฝ่ายบุคคลใช่ไหม คุณอตีญาไปไหน ทำไมป่านนี้ยังไม่มาทำงาน”“เอ่อ... ท่านประธานคะ







