Mag-log inข้าเดินผ่านหอหยก เป็นตึกที่ใหญ่ที่สุด คึกคักที่สุด ใช้ต้อนรับลูกค้ากระเป๋าหนักทั่วไป ชั้นล่างกับชั้นสองเป็นที่ดื่มกินและจัดแสดง ส่วนชั้นบนสุดเป็นห้องลิ้มรสสาวพรหมจรรย์ ใครคิดจะขึ้นชั้นสามต้องจ่ายขั้นต่ำสามพันตำลึงเพื่อลิ้มรสสวรรค์แสนบริสุทธิ์ นักเที่ยวชั้นสูงทั้งหลายต่างมุ่งตรงมาที่นี่ทั้งนั้น เงินทองและของงามหรูเป็นเพื่อนแท้ของผู้หญิงในหอเหมยเขียวงั้นหรือ ข้าพยายามทำความเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ
“เจ้าอาจจะคิดว่าข้าใจร้าย หากินบนเนื้อหนังของพวกเจ้า แต่ขอบอกเลยว่ามีสาวๆ มากมายที่ได้เข้าวังไปเป็นนางสนม บางคนถูกซื้อตัวไปตบแต่งมีหน้ามีตา อย่างเลวก็ถูกซื้อไปเป็นนางบำเรอของขุนนางมหาเศรษฐี ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปจนตาย”
“การพลีกายให้คนที่ไม่ได้รัก จะเป็นความสุขได้อย่างไร การเป็นนางบำเรอฐานะต่ำกว่าภรรยาน้อย แค่สูงกว่าหญิงรับใช้เท่านั้น”
“กล่าวเช่นนี้แสดงว่าเจ้ามีคนในใจแล้วสินะ หากมีเขารักเจ้าจริง ต้องการซื้อตัวเจ้าออกไป ข้าก็ไม่ขัดข้องหรอกนะ หึๆ”
เหยาหนี่ว์ตั้งค่าตัวสาวพรหมจรรย์เช่นข้าไว้แล้ว หากชายใดกล้าจ่ายก็จะได้ลิ้มรสข้าหนึ่งราตรี และราคาเปิดประมูลเริ่มต้นที่หนึ่งแสนตำลึง ผู้ชนะการประมูลจะมีสิทธิ์ร่วมสวาทกับข้าทันที หากกล้าจ่ายถึงห้าแสนตำลึง คนผู้นั้นก็จะเป็นเจ้าของชีวิตข้า เงินจำนวนมากขนาดนั้น คนรักของข้าจะหามาจากไหน
ข้ากลัว กอดพิณคู่กายไว้แล้วเดินก้มหน้า ดังนั้นจึงถูกดุ
“เงยหน้าขึ้นและยิ้มนุ่มนวล ยืดแผ่นหลังให้ตรง ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้า”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
“ข้าจัดงานฉลองทุกๆ ต้นฤดูและปลายฤดู เพราะฉะนั้นจะจัดงานสังสรรค์ปีละแปดครั้ง บรรดาผู้ดีมีเงินมีศักดิ์สูงทั้งหลายจะมารวมตัวกัน เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงฝีมือ หากท่านชายคนไหนถูกใจจะได้ซื้อตัวออกไป วันนี้เจ้าเผยโฉมเป็นครั้งแรก จงหว่านเสน่ห์ให้ดี ไม่แน่ว่างานเลี้ยงคราวหน้าอาจมีนายท่านสนใจซื้อเจ้า”
เหยาหนี่ว์หยุดที่หน้าเรือนใหญ่หลังหนึ่ง สลักป้ายชื่อ “เรือนเมฆา” ตั้งอยู่อย่างสันโดษท่ามกลางหมู่ต้นเหมยออกดอกแดงสะพรั่ง มีทางเข้าเพียงทางเดียวคือต้องเดินข้ามสะพานและระเบียงชมสระเข้ามา มีคนคุ้มกันเฝ้าแน่นหนาทุกหัวเสา
“ต่อไปนี้เจ้าจะต้องมาบรรเลงพิณที่นี่ทุกวัน”
“เจ้าค่ะ”
สาวใช้ประจำเรือนเปิดประตูต้อนรับข้าและเหยาหนี่ว์ ข้าจินตนาการไว้ว่าคงจะมีชายมากหน้าหลายตานั่งดื่มกิน พูดคุยเรื่องสัพเพเหระไม่ก็เสพสังวาสกับนางคณิกากันนัวเนีย แต่แท้จริงแล้วมิใช่เลย เรือนเมฆาแห่งนี้ตกแต่งอย่างเลิศหรู มีทุกอย่างพร้อมสรรพทั้งโต๊ะร่ำสุรา ตั่งนอนเล่น ตามมุมวางสวนถาด แต่ที่น่าแปลกคือมีโต๊ะเครื่องแป้งของอิสตรีอยู่ด้วย ตรงกลางโถงแขวนภาพหญิงงามสามสิบหกนางหลากหลายอิริยาบถ
และผู้ที่กำลังร่ำสุราอยู่ริมหน้าต่างชมสวนดอกเหมยก็คือใต้เท้าจ้าวชิง
“คารวะใต้เท้า ข้าน้อยพาฮวาเอ๋อร์มาปรนนิบัติท่านแล้วเจ้าค่ะ” เหยาหนี่ว์กล่าวทักทายพร้อมยอบกายคำนับ ข้าทำตามนาง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวและวิตก แต่ก็รวบรวมแรงใจเงยหน้าขึ้นสบตา
“ความจริงก็คือเสด็จพ่อมีลูกชายหลายคน แต่ละคนก็มีความสามารถให้เลือกใช้ ทุกคนอยากจะแสดงผลงานกันตัวสั่นเพราะหวังตำแหน่งรัชทายาท ข้าถอนตัวออกมาก็ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลงและเลิกตอแยเจ้าสักที ถ้าเสด็จพ่อหงุดหงิดนัก ข้าจะพาเจ้าหนีไปอยู่กันสองคนให้รู้แล้วรู้รอด”“ท่านทำเพื่อข้ามากเกินไปแล้ว”“ข้ารู้ว่าไม่มีสิ่งใดจะสามารถชดเชยให้เจ้าได้ เมียข้าขี้แยจริง” เขาโน้มริมฝีปากลงมาคลอเคลีย มือลูบครรภ์ของข้าเบาๆ “เมื่อต้องเลือกระหว่างเจ้ากับตำแหน่งฐานันดร ข้าขอเลือกเจ้า”ข้าก็ไม่อยากจะร้องไห้เลย แต่ข้าไม่อาจห้ามน้ำตาได้จริงๆ เขาทำเพื่อข้ามากเกินไปแล้ว“มันจะคุ้มกันหรือเพคะ”“คุ้มสิ” เขาคลอเคลียข้างแก้มข้า เราจูบกันอย่างดูดดื่ม “ข้าปรารถนาจะแก่เฒ่าไปพร้อมกับเจ้า มีลูกหลานมากมาย ข้าปรารถนาจนตัวสั่นสะท้านทุกลมหายใจ”“ลาออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เช่นนี้ หม่อมฉันเกรงว่าท่านจะเบื่อหน่ายเข้าสักวัน”“ข้าสะสมหนังสือเอาไว้มากมายชนิดที่ว่าแก่แล้วก็ยังอ่านไม่หมด ความตั้งใจเดิมของข้าคืออยากเก็บตัวเขียนตำราชำระประวัติศาสตร์ แต่ชะตากลับโยนข้าไปอยู่ที่สนามรบแทน หากไม่ถอนตัวจากสงครามตอนนี้ก็คงไม่มีโอกาสหลุดพ้นจากวังวนแย่งชิงอำนาจ
พวกพี่ชายและญาติหลายคนมีส่วนพัวพันกับแคว้นเว่ย พวกเขาหลบหนีจากที่คุมขังในเหมืองหินไปได้ และข้าก็ไม่เคยได้ข่าวคราวจากพวกเขาอีกเลย ข้าจึงยิ่งรู้สึกว่าชีวิตของทุกคนช่างเหมือนเรือใบไม้ที่ล่องลอยไปตามกระแสธาร หมุนวน วิ่งวุ่นหรือจอดพัก บางลำล้มคว่ำ บางลำแล่นไปได้ไกลจนสุดสายตา ส่วนข้า ข้าถามตัวเองเหมือนอย่างที่เขาเคยถามว่าข้าต้องการอะไรกันแน่ ข้าจึงขอเลือกที่จะหยุดอยู่ที่นี่ อยู่เคียงข้างเขาตามใจปรารถนาอวี้เสิ่นหยางก้าวเข้ามาโอบประคองจากด้านหลัง ลูบครรภ์ที่เริ่มนูนเด่นของข้าเบาๆ“สีหน้าท่านดูเครียดแบบนี้ ฮ่องเต้ทรงตำหนิท่านอีกแล้วหรือ”“ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก”“จะดีกว่าหรือไม่ หากหม่อมฉันหย่าขาดจากท่าน”“จินฮวา เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย” ใบหน้าคมเข้มยิ้มอย่างอบอุ่นขณะก้มลงจุมพิตอ่อนโยน ท่อนแขนกำยำโอบกอดข้าไว้อย่างหวงแหน “ข้าไม่มีวันสูญเสียเจ้าไปเพราะเหตุผลไร้สาระโง่ๆ ของผู้อื่นหรอกนะ”“แต่ว่า...”“ข้าเบื่อศึกสงครามเต็มทน เบื่อที่ต้องใช้ชีวิตเดนตายในสนามรบ ฆ่าฟันไม่จบสิ้น ในเวลาต่อจากนี้ข้าปรารถนาเพียงสร้างครอบครัวและมีเลือดเนื้อเชื้อไขกับเจ้าให้มากเท่าที่จะมากได้ ในเ
ข้าร่ำไห้ ท่านพ่อเองก็มือสั่นสะท้าน ร้องบอกให้พรรคพวกหนีไปก่อน ข้าจึงยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง “ท่านพ่อ” “พ่อขอโทษ ฝากขอโทษแม่ของเจ้ากับทุกคนด้วย ให้มันจบลงที่ตรงนี้เถอะ”“ท่านพ่อ มันยังมีทางออก”“เว่ยอ๋องเริ่มไม่ไว้ใจพ่อแล้ว ไม่ว่าจะทางไหน พ่อก็ต้องตาย นี่เป็นราคาที่ต้องจ่าย” ท่านพ่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข้าจึงเข้าใจว่าสิ่งที่พ่อกำลังจะพูดต่อไปเป็นเรื่องสำคัญ “ตราบใดที่พ่อมีชีวิตอยู่ พวกเจ้าจะไม่มีวันสงบสุข ฝากดูแลทุกคนแทนพ่อด้วย เรื่องที่เกิดขึ้น อย่าโทษเขา”เมื่อกระซิบจบ ท่านพ่อก็ชูดาบขึ้นพลางร้องตะโกนกลับไป“นังลูกหน้าโง่! ในเมื่อไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อเว่ยอ๋องก็จงตายเสียเถอะ!!”“เจิ้งไป๋!!!”อวี้เสิ่นหยางแผดเสียงตะโกนลั่น ท่านพ่อกอดข้าและเงื้อดาบขึ้นจะแทงใส่ ข้าเบิกตากว้าง จ้องมองท่านพ่อซึ่งหลับตาลงและยิ้ม วินาทีต่อมาลูกศรก็พุ่งเข้ามาเจาะกลางหน้าผาก ร่างของท่านพ่อกระเด็นลอยไปตามแรงยิง มันคล้ายเป็นภาพช้าที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านไม่... ไม่นะ ร่างของท่านพ่อแน่นิ่ง สิ้นใจไปก่อนที่ข้าจะขยับข้าทรุดตัวลงตรงหน้าศพของท่านพ่อ เสื้อผ้าของข้ามีเลือดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อน มือของข
“ส่งมือมาให้พ่อเร็วเข้า” “บอกความจริงข้าก่อน” ข้ายังคงยืนอยู่กับที่ ไม่ขยับ น้ำเสียงของท่านพ่อก็พลันเปลี่ยนไป “อย่าบีบบังคับให้พ่อต้องทำร้ายเจ้า” “เพราะเหตุใดเจ้าคะ” ข้าก้าวถอยเพราะกลุ่มคนที่มาพร้อมกับท่านพ่อจ้องข้าอย่างดุดันพร้อมร้องบอกให้ท่านพ่อรีบลงมือ สำเนียงของพวกเขาเป็นสำเนียงของแคว้นเว่ย “ท่านแม่กับน้องๆ ที่ถูกวางยาพิษ เป็นฝีมือของท่านใช่หรือไม่” “...” ความเงียบคือคำยอมรับ ในที่สุดข้าก็เข้าใจทุกอย่างแล้ว ที่แท้เสิ่นอ๋องล่วงรู้จึงซ้อนแผน แสร้งจัดฉากวางยาเพื่อให้ท่านพ่อเข้าใจว่าลงมือสำเร็จ ข้าที่รู้ความจริงยิ่งเจ็บปวดใจแทบสลาย “พวกเขาคือภรรยา คือเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ” “ท่านเจิ้ง ลงมือเร็วเข้า! ถ้าจับนางไว้ได้ เสิ่นอ๋องก็หมดฤทธิ์” คนพวกนั้นเร่งเร้า ท่านเจิ้ง? ข้าจึงเข้าใจแล้วทุกอย่าง เจี่ยอี้ถังเป็นเพียงฉากหน้าของท่านพ่อ และท่านพ่อก็กำลังเฉลยความจริงทุกอย่างให้ข้าเข้าใจผ่านดาบที่กำลังเงื้อง่าขึ้นสูง “ชื่อจริงของพ่อคือเจิ้งไป๋ เจี่ยอี้ถังเป็นอีกตัวตนที่พ่อใช้แทรกซึมในแคว้นลั่วมานาน ยกโทษให้พ่อด้วยฮ
บทที่ 20 อ้อนวอนสวรรค์ในที่สุดข้าก็หลุดพ้นจากการติดตามข้ากระซิบขอแกมบังคับ ดึงแผงคอเบาๆ ให้จินจินวิ่งไปยังบ้านสกุลเจี่ย ตอนนี้ล่วงเข้าสู่วันใหม่แล้ว ถนนหนทางในเมืองเงียบสงัดแต่เริ่มมีทหารออกตามจับข้ากันอึกทึก ถ้าไม่รีบ พวกเขาคงจะตามร่องรอยของข้าได้อย่างง่ายดาย“ลูกแม่ เจ้าเป็นลูกของเสิ่นอ๋อง พยัคฆ์ร้ายแห่งแคว้นลั่ว เจ้าต้องอดทนนะ”ข้าลูบหน้าท้องของตัวเองเพื่อปลอบใจ ก่อนจะลงจากหลังม้าเมื่อมาถึงสกุลเจี่ย บานประตูด้านหน้ายังคงถูกปิด ข้าผลักประตูเข้าไปพลางจูงจินจินให้เข้าไปด้านในด้วยกัน“รอข้าอยู่ตรงนี้ อย่าส่งเสียงนะ”ข้ารู้ดีว่าการตัดสินใจหุนหันเช่นนี้จะต้องถูกเขาเดือดดาลใส่แน่ แต่ข้าต้องการค้นหาความจริงด้วยตัวเอง ข้าจุดคบไฟ ก้มตัวลงไปในบ่อน้ำประจำบ้าน ปากบ่อก่อขึ้นจากหินแข็งแรง ดูปกติไม่ต่างจากบ่อน้ำกินน้ำใช้ของบ้านอื่นๆ เมื่อมองลงไปก็ไม่พบอะไร มีแค่น้ำใสสะอาดที่สะท้อนใบหน้าของข้าเพียงเท่านั้นถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าแต้มตำหนิในรูปจะหมายถึงแถวๆ นี้ข้าคลำไปตามผนังบ่อด้านในจนสัมผัสเจอหินก้อนหนึ่งที่ยื่นออกมาเล็กน้อย พอกะระยะแล้วมันก็ตรงกับหินที่ยื่นออกมาจากผนังบ่อด้านนอกเช่นกัน ข้าจึงลอง
เรียน พระชายาของกำนัลที่ตกหล่นไปได้มาถึงแล้ว จะดำเนินการจัดส่งภายในวันนี้ของกำนัล? จัดส่ง? ไม่มีข้อความใดเพิ่มเติมอีก แต่ข้าเคยเห็นท่านพ่อเอากระดาษลนเปลวเทียนอยู่บ่อยครั้ง ข้าจึงลองทำดูอย่างระมัดระวัง เมื่อหมึกชนิดพิเศษต้องไอร้อน ตัวขีดบนขีดล่างก็เริ่มจางหายไปบางส่วน เหลือเพียงข้อความที่แท้จริงเอาไว้ข้าไม่เข้าใจ และนึกสงสัยเพราะมีตัวขีดที่อ่านไม่เป็นคำปรากฏขึ้นมา ข้ามองไม่นานก็นึกออกเพราะนี่เป็นรูปแสดงถึงบ่อน้ำที่เสี่ยวหงเคยวาดเอาไว้ ทุกคนในบ้านก็เลยรู้จักสัญลักษณ์นี้แต้มกลมบนบ่อน้ำ...ความหมายของมันคืออะไร ดวงอาทิตย์หรือว่าดวงจันทร์ ที่บ่อน้ำประจำบ้านของเรามีอะไรกันนะ ข้าครุ่นคิด และนึกติดใจสงสัยจุดแต้มที่ผิดแผกไปในรูป ถ้ามองผ่านๆ ก็ดูเหมือนจุดเปื้อนที่ลงน้ำหนักมากเกินไปเท่านั้น แต่ข้าแน่ใจว่ามันไม่ใช่ยามนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว หรือความหมายของรูปนี้คือข้าต้องไปที่บ่อน้ำนั่นภายในเวลาเที่ยงคืน?แต่ซาลาเปานี้วางอยู่ตั้งแต่เช้า ความหมายของท่านพ่ออาจจะหมายถึงเที่ยงวัน และทุกอย่างอาจสายไปแล้วแย่จริงข้าจดจำและรีบเผากระดาษทิ้งไป ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ข้าต้องการที่จะเสี่ยง“ข้าต้องการ







