แชร์

ความปรารถนาสูงสุด 1

ผู้เขียน: กัญฉัตร
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-08 13:17:14

หยวนเซ่าได้ฟังเช่นนั้นก็เข้าใจได้ในทันที องค์หญิงพระองค์เดียวแห่งแคว้นเว่ยทรงประทับอยู่หลังฉากกั้นนั่นเอง

“ถวายบังคมองค์หญิง กระหม่อมหยวนเซ่า รองเสนาบดีแคว้นลี่พ่ะย่ะค่ะ”

หลังจากที่เขาทำความเคารพเสร็จแล้ว นางกำนัลสองคนก็ช่วยยกเก้าอี้มาวาง ถัดจากฉากกั้นออกมาประมาณห้าก้าว

หยวนเซ่ามีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาว่าด้านหลังฉากกั้นอาจไม่มีคนอยู่ และนี่คงเป็นการแก้แค้นเล็กๆ น้อยๆ จากองค์หญิงที่ทรงถูกฟ่านอู๋เฉียวกระทำเสียมารยาทใส่ในช่วงบ่าย

ทว่าพอมานั่งมองจากมุมนี้ ชายหนุ่มได้เห็นเงารางๆ ของผู้ที่นั่งอยู่หลังฉาก

อี้หลานจัดการรินน้ำชาให้แขกผู้มาเยือน กลิ่นชาที่บางเบากลมกลืนไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้แห้งภายในตำหนัก นุ่มนวลและอ่อนหวาน สมกับสถานที่ซึ่งมีสตรีพำนักอาศัย

ทว่าสายตาที่แต่เดิมพินิจมองถ้วยชากลับเบนไปทางอื่นเมื่อเห็นความเคลื่อนไหวที่ออกมาจากขอบเขตหลังฉากกั้น

แม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดเจน หากชายหนุ่มเป็นผู้เก็บรายละเอียดได้ดีจึงเห็นว่า กองตำราที่นางกำนัลหิ้วออกมามีคำว่า ‘สมุนไพรและการรักษา’ เขียนเด่นหราอยู่ตรงหน้าปก

หรือสาเหตุที่ทำให้องค์หญิงน้อยยังไม่เข้าบรรทม เป็นเพราะทรงอ่านตำราแพทย์เหล่านี้?

นั่นใช่สิ่งที่เด็กอายุเจ็ดขวบทำกันหรืออย่างไร?

“กระหม่อมเพิ่งทราบว่าองค์หญิงทรงมีความสนใจเรื่องตำราการแพทย์”

คนหลังฉากกั้นนิ่งไปพักหนึ่ง มันเป็นความเงียบที่แสนสั้นแต่กลับสร้างความรู้สึกอันหลากหลายให้แก่รองเสนาบดีหนุ่ม

ก่อนหน้านี้เขาพบและเจรจากับผู้คนมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดคุยกับคนผ่านฉากกั้น

เขาไม่มีโอกาสได้เห็นแม้แต่สีหน้า แววตาหรือท่าทางของอีกฝ่าย การคาดเดาอารมณ์และความคิดจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก

“ท่านหยวนเซ่าอยู่ที่แคว้นลี่คงเคยได้ยินเรื่องโรคระบาดที่หัวเมืองเหนือมาบ้าง”

เป็นเพราะอีกฝ่ายอยู่หลังฉากกั้น หยวนเซ่าจึงไม่ได้เห็นใบหน้าค่าตาของกู่หลันอิง ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วนางอัปลักษณ์ดังเช่นที่หลานชายของตนพูดหรือไม่

แต่หลังจากได้ฟังน้ำเสียงที่แหบเล็กน้อยนั่นแล้ว คาดว่าอีกฝ่ายคงผ่านการร้องไห้มาพักหนึ่ง

               ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องเดาให้เสียเวลา ต้นเหตุย่อมไม่พ้นฟ่านอู๋เฉียว

               “ทรงหมายถึงช่วงปลายปีที่แล้วใช่หรือไม่”

               “ถูกต้อง”

               หยวนเซ่าเป็นข้าราชการขั้นสูง เป็นธรรมดาที่จะเคยได้รับข่าวเรื่องสำคัญของแคว้นเว่ย

               โรคระบาดที่ว่าเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว แต่หลังจากมีการสกัดทางน้ำและเผาหมู่บ้านที่เกิดโรคดังกล่าวได้ภายในเวลาที่รวดเร็ว โรคนี้จึงไม่มีการระบาดไปยังเขตเมืองอื่นจนลุกลามใหญ่โต

               ในฐานะหนึ่งในผู้บริหารแว่นแคว้น หยวนเซ่ายอมรับว่าตนนับถือความเด็ดขาดและการตัดสินใจที่เฉียบไวของฮ่องเต้แคว้นเว่ยพอสมควร

               “การจัดการปัญหาของแคว้นเว่ยรวดเร็วฉับไว ฮ่องเต้ของกระหม่อมเลื่อมใสในการตัดสินพระทัยเพื่อรักษาคนส่วนใหญ่ของพระบิดาองค์หญิงเป็นอย่างมาก”

               กู่หลันอิงซึ่งนั่งอยู่หลังฉากกั้นยกยิ้มนิดๆ ฮ่องเต้แคว้นลี่เลื่อมใสในการกระทำของเสด็จพ่อ แต่นางกลับโกรธเสียจนไม่คุยกับเสด็จพ่อนานเป็นเดือน

               นางเข้าใจดีว่าเสด็จพ่อทรงตัดสินเช่นนั้นเพื่อรักษาคนส่วนใหญ่ ทว่านั่นมิใช่การรักษาโรคหากแต่เป็นการทำลาย เด็กหญิงรู้สึกเสียใจที่ตนเองไม่มีความรู้เรื่องการแพทย์มากพอที่จะพลิกแพลงโศกนาฏกรรมดังกล่าว ดังนั้นในยามว่างที่ไม่ต้องฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับกุลสตรีชนชั้นสูง นางก็มักอ่านตำราแพทย์เพื่อหาความรู้ใส่ตัว

               เผื่อว่าวันหนึ่ง... นางจะไม่ต้องเห็นคนบริสุทธิ์ต้องตายด้วยโรคร้ายเป็นจำนวนมากเช่นนั้นอีก

               กู่หลันอิงคิดและวางแผนไว้เช่นนั้น แต่นางก็ไม่มีความจำเป็นต้องอธิบายแก่ผู้ที่เพิ่งพบหน้ากันเป็นครั้งแรก

               “การตัดสินใจทำเพื่อแว่นแคว้นโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ล้วนน่าเลื่อมใสด้วยกันทั้งนั้น” กู่หลันอิงจับจ้องเงาร่างของชายหนุ่มที่เห็นได้รางๆ ผ่านทางฉากกั้น “ท่านหยวนเซ่า เชิญกล่าวธุระของท่านมาเถิด”

               น้ำเสียงจริงจังที่ฟังดูเป็นทางการ ทำให้เขาเกือบลืมไปแล้วว่าตนเองกำลังพูดคุยกับสตรีที่อายุน้อยกว่าถึงสิบสี่ปี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 3

    คนฟังพลันหัวใจเต้นแรง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมีเปลวเพลิงร้อนแรงจุดอยู่“เจ้าจะบอกว่า... เจ้ารู้ตัวว่ารักข้าเพราะจูบนั่น?” คนถูกถามเบือนหน้าหนี ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ ผิดด้วยหรือที่นางจะรู้ตัวว่ารักเขาตอนที่จุมพิตครั้งแรกอาตงช่างเป็นบุรุษที่ไม่ละเอียดอ่อนเอาเสียเลย! “เช่นนั้น ฮองเฮาของข้าก็เตรียมใจไว้ให้ดีเถิด” ฟ่านเหว่ยตงคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวย เลื่อนเอี๊ยมตัวบางออกจากเรือนร่างขาวผ่อง “ข้าจะทำให้เจ้าหลงรักข้าทุกวัน” เขาก้มลงจุมพิตลงบนกลีบปากสวย ฉวยโอกาสที่นางอ้าปากหายใจเข้าไปตักตวงอย่างลึกล้ำ หอมหวานและร้อนแรง “เจ้าโกรธไหมที่ข้ารู้ตัวช้า” กู่หลันอิงถามเมื่อเขาเว้นช่วงให้นางได้พักหายใจ สีหน้ามีเค้าความไม่สบายใจอยู่หลายส่วน “เด็กโง่ คนซื่อบื้ออย่างเจ้าก็ยอมรับว่ารักข้าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ข้าจะกล้าโกรธเจ้าได้อย่างไร” “ข้าไม่ได้ซื่อบื้อ” นางย่นคิ้ว “ใต้หล้าแห่งนี้มีแค่เจ้าคนเดียวที่บอกว่าข้าซื่อบื้อ” “ก็เจ้าซื่อบื้อจริงๆ นี่” กู่หลันอิงเชิดใบหน้างาม นางรึก็อ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 2

    เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการแพทย์ ผู้คนจึงพากันหันไปทำอาชีพอื่น แต่ครั้นกู่หลันอิงรับการดูแลและส่งเสริมทางด้านนี้อย่างเต็มกำลัง จำนวนผู้คนที่ล้มป่วยของทั้งแคว้นเว่ยและแคว้นลี่ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โรงหมอถูกเปิดเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสำนักแพทย์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องราษฎรต่างทำมาหากินและใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข ไพร่ฟ้าตื่นมาด้วยเสียงหัวเราะและหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มบัดนี้แคว้นเว่ยและแคว้นลี่ล้วนแข็งแกร่ง ความสัมพันธ์นับวันยิ่งแน่นแฟ้น เติบโตทั้งทางด้านกำลังทรัพย์และกำลังคน กลายเป็นแคว้นมหาอำนาจที่น่าเกรงขามหญิงสาวคิดพลางยกยิ้มน้อยๆ ทุกวันนี้ทั้งนางและสามีต่างแข่งกันทำงาน จนพี่สี่ซึ่งเวลานี้ทำหน้าที่เป็นทูตแลกเปลี่ยนเริ่มบ่น‘เพราะถ้าเจ้านายทำงานหนัก ลูกน้องก็ต้องพลอยขยันทำงานหนักตามเจ้านายไปด้วย’เรื่องนี้จะโทษนางก็ไม่ได้... ในเมื่อยามเด็กพวกพี่ชายต่างเขี่ยวเข็ญให้นางรีบสร้างผลงาน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแต่งงานกับคู่หมั้นของตนเอง“เสด็จแม่ๆ ” เจ้าของเสียงเล็กกระตุกชายแขนเสื้อนางอย่างเรียกร้องความสนใจ“ว่าอย่างไร มู่เอ๋อร์” นางถามพลางหอมแก้มนุ่มยุ้ยอย่างรักใคร่“เสด็จแม่ทรงร

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้าย หลายปีต่อมา...“เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ร้องเรียกจากด้านหลัง ส่งผลให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าในชุดมังกรทองห้าเล็บละสายตาจากคู่สนทนาไปมองผู้มาใหม่ แววตาพลันอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน “อามู่” ฟ่านเหว่ยตงเรียกบุตรชายวัยสามขวบที่เดินมาหาเขาถึงห้องอักษร สีหน้าของคนตัวเล็กตุ้ยนุ้ยมุ่งมั่นจริงจัง ชวนให้นึกถึงใบหน้าของผู้เป็นภรรยาในวันเด็ก “อามู่โตขึ้นเพียงนี้เชียวหรือ” หยวนเซ่าถามพลางยกมือลูบเคราที่ไว้ยาวเพื่อให้ดูภูมิฐานตามอายุที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฮ่องเต้หนุ่มใช้พระหัตถ์ช้อนพระโอรสขึ้นมานั่งบนพระเพลาแกร่ง ฟ่านเหว่ยตงเพิ่งขึ้นครองราชย์เมื่อสามปีก่อน หลังจากฮ่องเต้องค์ก่อนซึ่งเป็นพระเชษฐาเสด็จสวรรคต ช่วงเวลาดังกล่าวมีเสียงคัดค้านมากมาย พวกเขาคาดหวังให้ผู้สืบทอดราชบัลลังก์เป็นทายาททางตรงซึ่งสืบทอดจากสายเลือดของฮ่องเต้พระองค์ก่อน บ้างก็สนับสนุนองค์ชายใหญ่ บ้างก็สนับสนุนองค์ชายรอง ทว่าในราชโองการได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องขึ้นครองราชย์คือฟ่านเหว่ยตงแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สาเหตุก็เพราะบุรุษ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 6

    กู่หลันอิงยกมือขึ้นมาแตะปิ่นปักผมที่อาตงเสียบให้เองกับมือ ใบหน้าเห่อแดงขึ้นน้อยๆ “ข้า... ข้าไม่มีของขวัญให้เจ้าหรอก”“หืม?” ทวนถามเสร็จก็เผยสีหน้าผิดหวัง “ข้าเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ได้หลับเพื่อมามอบของขวัญให้เจ้า แต่เจ้าอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายกลับไม่มีของขวัญให้ข้าเลยสักชิ้นเชียวหรือ”“เพราะข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะมา จึงไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้” นางตอบอ้อมแอ้มด้วยสีหน้ารู้สึกผิดคราวนี้ถือว่านางผิดเต็มๆผู้ที่ดีใจกับการได้พบหน้าก้มหน้ามองพื้นหงอยๆ “คะ...คราวหน้า ข้าจะชดเชยให้เจ้านะ”ฟ่านเหว่ยตงถอนหายใจ “ข้าไม่รอคราวหน้าแล้ว”กู่หลันอิงก้มหน้าต่ำกว่าเดิมจนเห็นปลายเท้าของบุรุษเบื้องหน้า “แล้วเจ้าอยากได้อะไรหรือ หากไม่เหลือกว่าแรง ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”มุมปากของผู้ที่แสร้งน้อยใจกระตุกขึ้นนิดๆ อาศัยจังหวะที่องค์หญิงน้อยมิทันตั้งตัว ยื่นมือไปรั้งคางมนให้เชยขึ้น แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของนางหญิงสาวร่างแข็งค้างประหนึ่งเป็นก้อนหิน ความแดงจากหน้าลามสู่ใบหู “จะ...เจ้า...”“ถือว่าเป็นของขวัญของเกิดของข้าก็แล้วกัน” ฟ่านเหว่ยตงยิ้มร่าเริง นัยน์ตาสีประหลาดพราวระยิบระยับ “ข้าต้องไปแล้ว”ผู้ท

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 5

    “ได้อย่างไรกัน เมื่อครู่นี้ข้ายังเห็นท่านคุยกับนางอยู่เลย!”“ก็นางไม่อยู่แล้ว”“เอ่ะ! ท่านนี่!” ผู้ที่โดนขัดยังคงมิยินยอม“น้องรองกับร้องสี่อยู่ที่ไหนเสียเล่า”“เสด็จพ่อเรียกไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัว พี่ใหญ่ ตกลงอิงอิงอยู่ที่ใดกันแน่”“ดีแล้วๆ” ผู้เป็นพี่ชายสีหน้าเรียบเฉย เสมือนคำเร่งเร้าของกู่ฉินเป็นเพียงสายลมไร้ตัวตนที่พัดผ่านไปเฉยๆบุตรสาวแม่ทัพใหญ่มองสามีกับน้องชายของเขาที่อายุมากแล้วยังพูดคุยกันเหมือนเด็กนับว่ายังโชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวน มิเช่นนั้นแคว้นเว่ยคงขายหน้าเป็นแน่“เจ้ามาก็ดีแล้ว มาช่วยข้ารับแขก” กู่ฉินมัดมือชกคนอายุน้อยกว่า“แต่ข้า...”พี่ชายคนโตไม่สนใจน้ำเสียงทักท้วงของกู่ฉิน ครั้นเห็นคนที่ใบหน้าคุ้นตาก็รีบเอ่ยปากร้องทัก “อา... ท่านอำมาตย์อยู่นี่เอง องค์ชายสามกำลังอยากปรึกษาเรื่องชลประทานกับท่านอยู่พอดี”งานเลี้ยงฉลองวันเกิดดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าผู้ที่เป็นคนจัดงานเลี้ยงในวันนี้คือผู้เป็นเจ้าของวันเกิดนั่นเองทางด้านหนึ่ง เหล่าองค์ชายกำลังช่วยรับหน้าอาคันตุกะผู้มาเยือน อีกด้านหนึ่งอี้หลานก็นำทางกู่หลันอิงมายังห้องเล็กซึ่งมีตั่งยาว เก

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 4

    หลายทิวาราตรีผ่านพ้น เวลาจากวันทบรวมกันกลายเป็นเดือน ก่อนหน้านี้มีเสียงเล่าลือกันหนาดูว่าความสัมพันธ์ของสองแว่นแคว้นเกิดความร้าวฉาน แม้ทางแคว้นลี่จะให้เหตุผลว่าองค์หญิงทรงประชวรจึงไม่ได้มาร่วมงานขององค์รัชทายาทดังปีที่ผ่านมา ทว่าผู้คนต่างก็เอาไปผูกรวมกับเรื่องเหตุการณ์ลอบสังหารที่เกิดขึ้นที่แดนใต้ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงขี้ขลาดตาขาว บ้างก็ว่าองค์รัชทายาททรงดูแลพระคู่หมั้นได้ไม่ดีพอ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงเสียโฉมจากเหตุการณ์ลอบสังหารดังกล่าว เนื่องจากเสด็จกลับแคว้นลี่ก็ไม่มีข่าวคราวว่าทรงเสด็จออกนอกวังเลยสักครั้ง แม้จะไม่มีผู้ใดกล่าวออกมาอย่างออกนอกหน้า แต่บุตรสาวของตระกูลขุนนางในแคว้นลี่คาดหวังจะให้สัญญาการหมั้นหมายระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์หญิงกู่หลันอิงถูกยกเลิก พวกนางกระหายอยากได้อำนาจ อยากรับตำแหน่งมารดาของแผ่นดิน ทั้งเพื่อขยายอิทธิพลให้กับวงศ์ตระกูลและตนเอง รวมถึงได้เป็นฮูหยินชายาของว่าที่พญามังกรผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถในอนาคต ทว่าต่อให้มีเสียงโต้แย้งร้องขอจากขุนนางมากเพียงใด ฟ่านเหว่ยตงกลั

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   แสนคิดถึง 4

    เป็นเพราะว่านางเดินทางมาต่างถิ่น อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินจึงได้หวั่นไหวง่ายกว่าปกติ อุณหภูมิจากร่างสูงโปร่งที่สูงกว่า ทำให้กู่หลันอิงเริ่มอุ่นร้อน ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้นางรู้สึกว่าตนเองไม่ต่างจากกระต่ายตัวน้อย ที่มิอาจต่อกรกับพละกำลังของราชสีห์ หัวใจขอ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   แสนคิดถึง 2

    นางพูดจบก็เดินฉับๆ จากไปอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่กู่หลันอิงได้สติก็มุ่งหน้าเดินทางต่ออากาศที่แดนใต้ค่อนข้างอบอุ่นมากกว่าตอนเหนือ วิวทิวทัศน์รายล้อมด้วยขุนเขา สวยงามตระการตา การที่สถานที่แห่งนี้มีโรคระบาดเกิดจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด สี่วันก่อนนางกับคณะแพทย์ที่เดินทางมาด้วยกันออกสำรวจก็เจอสัตว์เน่าตายอยู่ท

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   อนาคตอันสดใส 3

    คำถามขององค์ชาย ส่งผลให้กู่หลันอิงผินใบหน้ากลับไปแล้วเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ“สายธาราไหลจากที่สูงลงที่ต่ำฉันใด เวลาที่ไหลไปก็ไม่มีวันย้อนกลับฉันนั้น” น้ำเสียงของนางนุ่มนวลกว่าเคย “องค์ชายตัดสินพระทัยเรื่องนี้ไปแล้ว การครุ่นคิดถึงแต่เรื่องในอดีตที่ไม่สามารถแก้ไขได้มิอาจทำให้เราก้าวไปข้างหน้า ทรงตัดใจ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   อนาคตอันสดใส 2

    “กู่หลันอิง” เสียงเรียกจากบุรุษที่ดังขึ้นด้านหลัง ส่งผลให้เด็กสาววัยสิบสองซึ่งกำลังชี้บอกนางกำนัลเรื่องการตกแต่งโถงทางเดินสำหรับการจัดงานเลี้ยงผินใบหน้ากลับมาความงามที่นับวันยิ่งเจิดจรัสส่งผลให้หัวใจของผู้มองเต้นระรัวตึกตัก... ตึกตัก...“องค์ชาย” กู่หลันอิงทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างสุ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status