Share

ความปรารถนาสูงสุด 2

last update publish date: 2026-04-08 13:17:31

“องค์หญิง” ชายหนุ่มลุกออกจากเก้าอี้พลางประสานมือไว้เบื้องหน้า “ที่ผ่านมาองค์ชายฟ่านอู๋เฉียวทรงมีเนื้อแท้เป็นคนดีเสียแต่ตรงที่พระทัยร้อน ยามบ่ายทรงรู้เท่าไม่ถึงการจึงได้เผลอทำร้ายความรู้สึกขององค์หญิง ขอองค์หญิงโปรดทำพระทัยให้กว้าง ให้อภัยต่อองค์ชายด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

ความเงียบครอบคลุมภายในห้องรับรองอีกครั้ง ทว่าหนนี้ชายหนุ่มสามารถรับรู้ได้ถึงสายตาไม่พอใจจากข้าราชบริพารโดยรอบ

หยวนเซ่าค้อมศีรษะลงต่ำ “องค์หญิงทรงมีสติปัญญาอันเฉียบแหลมเทียบเท่าบัณฑิตเอกชั้นผู้ใหญ่ ทรงเป็นผู้ใหญ่ย่อมไม่ถือสาผู้น้อย แคว้นลี่กับแคว้นเว่ยมีความสัมพันธ์กันมายาวนานหลายชั่วอายุคน เปรียบเสมือนครอบครัว การเป็นครอบครัวเดียวกันย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่เพราะว่าเป็นครอบครัว การให้อภัยกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ...”

กริ๊ก!

เสียงวางถ้วยชาหลังฉากกั้นดังขัดขึ้นมาราวกับตั้งใจ

“ท่านหยวนเซ่านั่งลงก่อนเถิด”

คำพูดที่ไม่เกี่ยวข้องกับบทสนทนาที่ผ่านมา ส่งผลให้หยวนเซ่าขมวดคิ้วเข้าหากัน

ตกลงว่าเด็กหญิงผู้นี้ให้อภัยหรือไม่ให้อภัยกันแน่

แต่ถึงแม้ว่าจะรู้สึกขัดใจอยู่เล็กน้อย ชายหนุ่มก็เลือกที่จะไม่ขัดความต้องการของนาง ยอมนั่งบนเก้าอี้ตามเดิมแต่โดยดี

“ท่านหยวนเซ่า ปรารถนาสูงสุดในชีวิตของท่านคืออะไรหรือ”

“ความปรารถนาสูงสุด? ” เขาเริ่มตามบทสนทนาของอีกฝ่ายไม่ทัน

“ปรารถนาสูงสุดของข้า คือยามมีชีวิตอยู่ในฐานะองค์หญิง และตายไปในฐานะองค์หญิง”

รองเสนาบดีแทบไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นคำพูดของเด็กวัยเจ็ดขวบ “ช่างเป็นความปรารถนาที่ลึกซึ้ง”

อยู่ในฐานะองค์หญิง คือการใช้ชีวิตให้มีเกียรติยศ สมกับที่ตนเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์

ตายในฐานะองค์หญิง คือยามที่สิ้นลมก็ยังมีผู้คนรุ่นหลังสรรเสริญยกย่อง จากคุณธรรมและความดีที่สร้างยามมีชีวิต

หากนี่เป็นความคิดของกู่หลันอิงจริงๆ โดยไม่มีการท่องจดจำมาจากผู้อื่น หยวนเซ่าก็อดรู้สึกนับถืออีกฝ่ายไม่ได้

ฮ่องเต้แห่งแคว้นเว่ยได้พระธิดาที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ช่างดีและน่าอิจฉายิ่งนัก

ใช่... เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องดี เพราะนางเป็นสตรีที่สักวันหนึ่งก็ต้องแต่งงานออกเรือน ไม่มีสิทธิ์ได้บริหารจัดการบ้านเมือง

หากกู่หลันอิงถือกำเนิดในฐานะบุรุษและขึ้นครองราชสมบัติ นั่นย่อมหมายถึงเสี้ยนหนามอันน่ากลัวในวันข้างหน้า

รองเสนาบดีหนุ่มคิดว่ากู่หลันอิงเองก็คงคิดเช่นนั้น นางจึงได้แสดงความสามารถและความคิดของตนเองออกมาอย่างเปิดเผย ไม่ต้องเกรงหรือหรือเกรงใจผู้ใด 

“องค์ชายฟ่านอู๋เฉียวทรงต้องการยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย...” ในที่สุดเด็กหญิงก็วกเข้าเรื่องหลักซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เขามาที่ตำหนักแห่งนี้ “สัญญาหมั้นหมายแต่เดิมเป็นการตกลงกันระหว่างเสด็จพ่อกับฮ่องเต้ของท่าน ดังนั้นข้าจะให้อภัยองค์ชายหรือไม่ก็ย่อมไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้”

กู่หลันอิงกลับผลักไสเรื่องดังกล่าวไปไกลตัวราวกับว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับตนเองมาตั้งแต่แรก

หยวนเซ่ามองฉากกั้นตรงๆ ราวกับต้องการมองให้ทะลุไปถึงคนทางด้านใน “หมายความว่าทรงไม่ให้อภัย...”

“แคว้นลี่กับแคว้นเว่ยมีความเชื่อและการสั่งสอนที่ต่างกัน” เสียงหวานเล็กหากกลับแฝงไปด้วยกลิ่นอายความเด็ดขาดทำให้ผู้ที่อายุมากกว่ายังต้องหยุดฟัง “ข้าจะไม่ตำหนิหรือตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการอบรมของคนแคว้นลี่ และข้าก็หวังว่าท่านจะไม่พยายามเปลี่ยนแปลงความคิดส่วนตัวของข้าเช่นเดียวกัน”

การขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจนทำให้รองเสนาบดีหนุ่มอับจนด้วยคำพูด คำหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมมากมายราวกับจะอันตรธานหายไปจนหมด

กู่หลันอิงแสดงถึงความใจกว้างดั่งผู้ใหญ่โดยการพูดว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบต่อความสัมพันธ์ของสองแคว้น

แต่ในขณะเดียวกัน นางก็แสดงให้เขาเห็นว่าแม้นางจะเป็นเพียงองค์หญิง ทว่าศักดิ์ศรีในฐานะผู้มีสายเลือดของพญามังกรก็มิใช่สิ่งที่ควรมาลบหลู่ และองค์ชายของพวกเขาก็ได้ข้ามเส้นนั้นไปเป็นที่เรียบร้อย

อา... ในเมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ แล้วเขาควรจะถวายรายงานแด่องค์เหนือหัวของตนอย่างไรดีเล่า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 3

    คนฟังพลันหัวใจเต้นแรง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มมีเปลวเพลิงร้อนแรงจุดอยู่“เจ้าจะบอกว่า... เจ้ารู้ตัวว่ารักข้าเพราะจูบนั่น?” คนถูกถามเบือนหน้าหนี ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ ผิดด้วยหรือที่นางจะรู้ตัวว่ารักเขาตอนที่จุมพิตครั้งแรกอาตงช่างเป็นบุรุษที่ไม่ละเอียดอ่อนเอาเสียเลย! “เช่นนั้น ฮองเฮาของข้าก็เตรียมใจไว้ให้ดีเถิด” ฟ่านเหว่ยตงคลี่ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงตัวสวย เลื่อนเอี๊ยมตัวบางออกจากเรือนร่างขาวผ่อง “ข้าจะทำให้เจ้าหลงรักข้าทุกวัน” เขาก้มลงจุมพิตลงบนกลีบปากสวย ฉวยโอกาสที่นางอ้าปากหายใจเข้าไปตักตวงอย่างลึกล้ำ หอมหวานและร้อนแรง “เจ้าโกรธไหมที่ข้ารู้ตัวช้า” กู่หลันอิงถามเมื่อเขาเว้นช่วงให้นางได้พักหายใจ สีหน้ามีเค้าความไม่สบายใจอยู่หลายส่วน “เด็กโง่ คนซื่อบื้ออย่างเจ้าก็ยอมรับว่ารักข้าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ข้าจะกล้าโกรธเจ้าได้อย่างไร” “ข้าไม่ได้ซื่อบื้อ” นางย่นคิ้ว “ใต้หล้าแห่งนี้มีแค่เจ้าคนเดียวที่บอกว่าข้าซื่อบื้อ” “ก็เจ้าซื่อบื้อจริงๆ นี่” กู่หลันอิงเชิดใบหน้างาม นางรึก็อ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 2

    เพราะก่อนหน้านี้ไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกับการแพทย์ ผู้คนจึงพากันหันไปทำอาชีพอื่น แต่ครั้นกู่หลันอิงรับการดูแลและส่งเสริมทางด้านนี้อย่างเต็มกำลัง จำนวนผู้คนที่ล้มป่วยของทั้งแคว้นเว่ยและแคว้นลี่ก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โรงหมอถูกเปิดเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับสำนักแพทย์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องราษฎรต่างทำมาหากินและใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข ไพร่ฟ้าตื่นมาด้วยเสียงหัวเราะและหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มบัดนี้แคว้นเว่ยและแคว้นลี่ล้วนแข็งแกร่ง ความสัมพันธ์นับวันยิ่งแน่นแฟ้น เติบโตทั้งทางด้านกำลังทรัพย์และกำลังคน กลายเป็นแคว้นมหาอำนาจที่น่าเกรงขามหญิงสาวคิดพลางยกยิ้มน้อยๆ ทุกวันนี้ทั้งนางและสามีต่างแข่งกันทำงาน จนพี่สี่ซึ่งเวลานี้ทำหน้าที่เป็นทูตแลกเปลี่ยนเริ่มบ่น‘เพราะถ้าเจ้านายทำงานหนัก ลูกน้องก็ต้องพลอยขยันทำงานหนักตามเจ้านายไปด้วย’เรื่องนี้จะโทษนางก็ไม่ได้... ในเมื่อยามเด็กพวกพี่ชายต่างเขี่ยวเข็ญให้นางรีบสร้างผลงาน มิเช่นนั้นจะไม่สามารถแต่งงานกับคู่หมั้นของตนเอง“เสด็จแม่ๆ ” เจ้าของเสียงเล็กกระตุกชายแขนเสื้อนางอย่างเรียกร้องความสนใจ“ว่าอย่างไร มู่เอ๋อร์” นางถามพลางหอมแก้มนุ่มยุ้ยอย่างรักใคร่“เสด็จแม่ทรงร

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้าย หลายปีต่อมา...“เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ร้องเรียกจากด้านหลัง ส่งผลให้ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าในชุดมังกรทองห้าเล็บละสายตาจากคู่สนทนาไปมองผู้มาใหม่ แววตาพลันอ่อนโยนขึ้นอีกหลายส่วน “อามู่” ฟ่านเหว่ยตงเรียกบุตรชายวัยสามขวบที่เดินมาหาเขาถึงห้องอักษร สีหน้าของคนตัวเล็กตุ้ยนุ้ยมุ่งมั่นจริงจัง ชวนให้นึกถึงใบหน้าของผู้เป็นภรรยาในวันเด็ก “อามู่โตขึ้นเพียงนี้เชียวหรือ” หยวนเซ่าถามพลางยกมือลูบเคราที่ไว้ยาวเพื่อให้ดูภูมิฐานตามอายุที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฮ่องเต้หนุ่มใช้พระหัตถ์ช้อนพระโอรสขึ้นมานั่งบนพระเพลาแกร่ง ฟ่านเหว่ยตงเพิ่งขึ้นครองราชย์เมื่อสามปีก่อน หลังจากฮ่องเต้องค์ก่อนซึ่งเป็นพระเชษฐาเสด็จสวรรคต ช่วงเวลาดังกล่าวมีเสียงคัดค้านมากมาย พวกเขาคาดหวังให้ผู้สืบทอดราชบัลลังก์เป็นทายาททางตรงซึ่งสืบทอดจากสายเลือดของฮ่องเต้พระองค์ก่อน บ้างก็สนับสนุนองค์ชายใหญ่ บ้างก็สนับสนุนองค์ชายรอง ทว่าในราชโองการได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องขึ้นครองราชย์คือฟ่านเหว่ยตงแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น สาเหตุก็เพราะบุรุษ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 6

    กู่หลันอิงยกมือขึ้นมาแตะปิ่นปักผมที่อาตงเสียบให้เองกับมือ ใบหน้าเห่อแดงขึ้นน้อยๆ “ข้า... ข้าไม่มีของขวัญให้เจ้าหรอก”“หืม?” ทวนถามเสร็จก็เผยสีหน้าผิดหวัง “ข้าเดินทางทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ได้หลับเพื่อมามอบของขวัญให้เจ้า แต่เจ้าอยู่ที่นี่อย่างสุขสบายกลับไม่มีของขวัญให้ข้าเลยสักชิ้นเชียวหรือ”“เพราะข้าไม่รู้ว่าเจ้าจะมา จึงไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้” นางตอบอ้อมแอ้มด้วยสีหน้ารู้สึกผิดคราวนี้ถือว่านางผิดเต็มๆผู้ที่ดีใจกับการได้พบหน้าก้มหน้ามองพื้นหงอยๆ “คะ...คราวหน้า ข้าจะชดเชยให้เจ้านะ”ฟ่านเหว่ยตงถอนหายใจ “ข้าไม่รอคราวหน้าแล้ว”กู่หลันอิงก้มหน้าต่ำกว่าเดิมจนเห็นปลายเท้าของบุรุษเบื้องหน้า “แล้วเจ้าอยากได้อะไรหรือ หากไม่เหลือกว่าแรง ข้าจะจัดการให้เจ้าเอง”มุมปากของผู้ที่แสร้งน้อยใจกระตุกขึ้นนิดๆ อาศัยจังหวะที่องค์หญิงน้อยมิทันตั้งตัว ยื่นมือไปรั้งคางมนให้เชยขึ้น แล้วประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของนางหญิงสาวร่างแข็งค้างประหนึ่งเป็นก้อนหิน ความแดงจากหน้าลามสู่ใบหู “จะ...เจ้า...”“ถือว่าเป็นของขวัญของเกิดของข้าก็แล้วกัน” ฟ่านเหว่ยตงยิ้มร่าเริง นัยน์ตาสีประหลาดพราวระยิบระยับ “ข้าต้องไปแล้ว”ผู้ท

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 5

    “ได้อย่างไรกัน เมื่อครู่นี้ข้ายังเห็นท่านคุยกับนางอยู่เลย!”“ก็นางไม่อยู่แล้ว”“เอ่ะ! ท่านนี่!” ผู้ที่โดนขัดยังคงมิยินยอม“น้องรองกับร้องสี่อยู่ที่ไหนเสียเล่า”“เสด็จพ่อเรียกไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัว พี่ใหญ่ ตกลงอิงอิงอยู่ที่ใดกันแน่”“ดีแล้วๆ” ผู้เป็นพี่ชายสีหน้าเรียบเฉย เสมือนคำเร่งเร้าของกู่ฉินเป็นเพียงสายลมไร้ตัวตนที่พัดผ่านไปเฉยๆบุตรสาวแม่ทัพใหญ่มองสามีกับน้องชายของเขาที่อายุมากแล้วยังพูดคุยกันเหมือนเด็กนับว่ายังโชคดีที่บริเวณนี้ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวน มิเช่นนั้นแคว้นเว่ยคงขายหน้าเป็นแน่“เจ้ามาก็ดีแล้ว มาช่วยข้ารับแขก” กู่ฉินมัดมือชกคนอายุน้อยกว่า“แต่ข้า...”พี่ชายคนโตไม่สนใจน้ำเสียงทักท้วงของกู่ฉิน ครั้นเห็นคนที่ใบหน้าคุ้นตาก็รีบเอ่ยปากร้องทัก “อา... ท่านอำมาตย์อยู่นี่เอง องค์ชายสามกำลังอยากปรึกษาเรื่องชลประทานกับท่านอยู่พอดี”งานเลี้ยงฉลองวันเกิดดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยที่น้อยคนนักจะรู้ว่าผู้ที่เป็นคนจัดงานเลี้ยงในวันนี้คือผู้เป็นเจ้าของวันเกิดนั่นเองทางด้านหนึ่ง เหล่าองค์ชายกำลังช่วยรับหน้าอาคันตุกะผู้มาเยือน อีกด้านหนึ่งอี้หลานก็นำทางกู่หลันอิงมายังห้องเล็กซึ่งมีตั่งยาว เก

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   หนึ่งเดียว 4

    หลายทิวาราตรีผ่านพ้น เวลาจากวันทบรวมกันกลายเป็นเดือน ก่อนหน้านี้มีเสียงเล่าลือกันหนาดูว่าความสัมพันธ์ของสองแว่นแคว้นเกิดความร้าวฉาน แม้ทางแคว้นลี่จะให้เหตุผลว่าองค์หญิงทรงประชวรจึงไม่ได้มาร่วมงานขององค์รัชทายาทดังปีที่ผ่านมา ทว่าผู้คนต่างก็เอาไปผูกรวมกับเรื่องเหตุการณ์ลอบสังหารที่เกิดขึ้นที่แดนใต้ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงขี้ขลาดตาขาว บ้างก็ว่าองค์รัชทายาททรงดูแลพระคู่หมั้นได้ไม่ดีพอ บ้างก็ว่าองค์หญิงทรงเสียโฉมจากเหตุการณ์ลอบสังหารดังกล่าว เนื่องจากเสด็จกลับแคว้นลี่ก็ไม่มีข่าวคราวว่าทรงเสด็จออกนอกวังเลยสักครั้ง แม้จะไม่มีผู้ใดกล่าวออกมาอย่างออกนอกหน้า แต่บุตรสาวของตระกูลขุนนางในแคว้นลี่คาดหวังจะให้สัญญาการหมั้นหมายระหว่างองค์รัชทายาทกับองค์หญิงกู่หลันอิงถูกยกเลิก พวกนางกระหายอยากได้อำนาจ อยากรับตำแหน่งมารดาของแผ่นดิน ทั้งเพื่อขยายอิทธิพลให้กับวงศ์ตระกูลและตนเอง รวมถึงได้เป็นฮูหยินชายาของว่าที่พญามังกรผู้เพียบพร้อมทั้งรูปโฉมและความสามารถในอนาคต ทว่าต่อให้มีเสียงโต้แย้งร้องขอจากขุนนางมากเพียงใด ฟ่านเหว่ยตงกลั

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   อนาคตอันสดใส 2

    “กู่หลันอิง” เสียงเรียกจากบุรุษที่ดังขึ้นด้านหลัง ส่งผลให้เด็กสาววัยสิบสองซึ่งกำลังชี้บอกนางกำนัลเรื่องการตกแต่งโถงทางเดินสำหรับการจัดงานเลี้ยงผินใบหน้ากลับมาความงามที่นับวันยิ่งเจิดจรัสส่งผลให้หัวใจของผู้มองเต้นระรัวตึกตัก... ตึกตัก...“องค์ชาย” กู่หลันอิงทำความเคารพอีกฝ่ายอย่างสุ

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   สัญญาหมั้นหมายฉบับใหม่ 3

    “อิงอิง”“พี่สาม พวกเราเป็นพี่น้อง มีเรื่องอะไรก็ไม่ควรปิดบังกัน ท่านเคยพูดว่า...ข้าไม่ควรรับภาระไว้คนเดียว ดังนั้นท่านเองก็ไม่ควรแบกรับปัญหาไว้ตามลำพังเช่นกัน”น้องสาวผู้เติบโตขึ้นจนกลายเป็นที่ภาคภูมิใจของเขาและแคว้นเว่ยสุดท้ายกู่ฮั่นก็ถอนหายใจเป็นเชิงยอมแพ้ “ฮ่องเต้ทรงยอมส่งทหารไปช่วยเหลือพวกเรา

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   เผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง 3

    ฟ่านอู๋เฉียวยืนนิ่ง ปากหุบแล้วอ้า อ้าเสร็จก็หุบ อ้ำๆ อึ้งๆ คล้ายไม่รู้จะพูดอะไร รูปลักษณ์ของนางผอมลงก็จริง แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าใบหน้าของนางจะเปลี่ยนไปในรูปแบบนี้! กระทั่งทหารที่ถูกเรียกมาเป็นสักขีพยานยังเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงไปตามๆ กัน ผิวสีขาวดุจหยกน้

  • สัญญาหมั้นหมายขององค์หญิง   การแสดงขององค์หญิง 3

    “ทูลฝ่าบาท การแสดงเมื่อครู่นี้เรียกว่า ‘ระบำหมึกดำ’ เป็นการแสดงที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนานในตระกูลพระมารดาของหม่อมฉัน เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดขององค์ชาย หม่อมฉันจึงวาดภาพดอกเบญจมาศซึ่งเรียงร้อยจากอักษรโบราณมงคลหนึ่งร้อยตัว”คำบรรยายจากองค์หญิงน้อย เรียกเสียงฮือฮาตื่นตาตื่นใจจากแขกเหรื่อได้เป็นอย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status