INICIAR SESIÓNร้านอาหาร ตอนเที่ยง
เมื่อถึงเวลาพักกลางวันเจคอบก็พาแฟนสาวออกมาทานข้าวในร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทอย่างเช่นที่ผ่านๆมา เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ มีอาที่นั่งข้างเขาก็เอ่ยขึ้นทันที “ตอนเย็นมีอาขอไปบ้านพี่เจคอบด้วยนะคะ” หนึ่งปีให้หลังมานี้ มีอาจะไปนอนค้างที่บ้านของเจคอบบ่อยๆ “ได้สิ งั้นตอนเย็นมีอาไปกินข้าวที่บ้านพี่ก็แล้วกันนะ” เขาหันมาพูดกับแฟนสาวด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ “ดีเลยค่ะ เพราะมีอาก็อยากไปชิมฝีมือของแม่บ้านคนใหม่ของพี่ด้วยค่ะ…” เธอยิ้มบางๆแล้วถามต่อ “แม่บ้านคนนี้อายุเท่าไหร่แล้วคะ” “เพิ่งเรียนจบปริญญา” “ห๊ะ เพิ่งเรียนจบเหรอคะ” เธอถามอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าแม่บ้านจะอายุยังน้อยกว่าเธอ ซึ่งเธออายุยี่สิบหกแล้ว “เห็นแม่บอกอย่างนั้นนะ” “แม่พี่เป็นคนหาแม่บ้านมาให้เหรอคะ” “ใช่” “เรียนจบตั้งปริญญาตรี แล้วทำไมถึงมาเป็นแม่บ้านล่ะคะ” “เขาคงจะยังหางานไม่ได้มั้ง ก็เลยมาทำงานนี้ไปพลางๆก่อน” “อ๋อค่ะ แล้ว…หน้าตาเขาเป็นยังไงคะ สวยหรือเปล่า” เธอรู้สึกหึงหวงแฟนหนุ่มขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าแม่บ้านของเขายังสาวอยู่เลย ถ้าอายุสี่สิบขึ้นไป เธอก็จะไม่รู้สึกแบบนี้ “มีอาหึงพี่เหรอ” มุมปากหยักยกยิ้มหยอกล้อ “ใช่ค่ะ ก็เขาอายุยังน้อยอยู่เลยนี่คะ แล้วก็ได้อยู่กับพี่สองต่อสองอีก” สีหน้างอน “เขามาเป็นแม่บ้านนะมีอา ไม่มีอะไรให้น่าหึงเลย” “แล้วเขาสวยหรือเปล่าคะ” “ไม่มีใครสวยไปกว่าแฟนของพี่หรอก มีอาสวยที่สุดสำหรับพี่” เขาตอบไปตามความจริงและเอาอกเอาใจเพื่อไม่ให้เธองอน “เขาไม่ได้สวยใช่ไหมคะ” เธอถามย้ำเพราะอยากให้เขาตอบว่าแม่บ้านไม่ใช่คนสวย “อืม” เขาตอบให้เธอได้สบายใจ มีอายิ้มร่าแล้วพูดออกไป “ถ้าพี่ยืนยันแบบนี้ มีอาค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย” “มีอาสบายใจได้เลย พี่ไม่หน้ามืดไปคิดอะไรแบบนั้นกับแม่บ้านหรอก” “มีอาเชื่อใจพี่เจคอบค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรากลับบริษัทกันเถอะค่ะ” ว่าแล้วทั้งสองก็ลุกแล้วพากันเดินออกไปขึ้นรถหรูและกลับบริษัทไป บ้านเจคอบ ตอนเย็น เจคอบพาแฟนสาวเดินเข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นใบชาเขาก็เอ่ยแนะนำให้เธอได้รู้จักกับแฟนของเขาทันที “นี่แฟนของฉัน ชื่อมีอา” “สวัสดีค่ะคุณมีอา” เธอยกมือไหว้แล้วเอ่ยทักทายแฟนสาวของเจ้านายด้วยรอยยิ้มตามประสา “…” มีอาที่เห็นแม่บ้านของเขายิ้มก็ถึงกับชะงักและรู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย เพราะแม่บ้านของเขาถึงจะดูหน้าตาธรรมดา ไม่ได้แต่งหน้า ผูกผมหางม้าแบบหลวมๆ ใส่เสื้อยืดและกางเกงขายาวแบบเนื้อผ้าบางๆ แต่พอได้เห็นรอยยิ้มและมองนานๆ มันจึงทำให้เธอรู้ว่าแม่บ้านของเขาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลย ออกจะสวยด้วยซ้ำถ้าได้แต่งหน้าทำผมและแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสวยๆ “มีอานั่งก่อนนะ พี่ขอขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” “อ อ้อค่ะ ตามสบายเลยค่ะพี่เจคอบ” เสียงทุ้มของแฟนหนุ่มทำให้มีอาได้สติแล้วละสายตาจากหญิงสาวตรงหน้าและตอบกลับไปด้วยความตะกุกตะกัก ก่อนที่เจคอบจะหันไปพูดกับใบชา “เดี๋ยวทำของกินเผื่อมีอาด้วย” “ได้ค่ะ” สิ้นเสียงหวานรับคำ เจคอบก็สาวเท้าขึ้นชั้นบนไปก่อนที่ใบชาจะเข้าครัวไปจัดการทำอาหารให้คนเป็นนายและแฟนสาวของคนเป็นนาย โดยมีอาก็เดินตามใบชาเข้าไปในครัวด้วย “เธอชื่ออะไรน่ะ” มีอายืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัวแล้วถามใบชาที่กำลังทำอาหารอยู่ด้วยสีหน้าปกติ “ฉันชื่อใบชาค่ะ” ใบชาหันมาตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ ซึ่งมีอาที่เห็นรอยยิ้มนั้นของใบชาก็ทำให้เธอถึงกับเกือบจะวูบเมื่อเห็นว่าแม่บ้านที่แม่ของเขาหามามีเค้าโครงใบหน้าที่สวยไม่ใช่เล่นเลย แถมยังมีรอยยิ้มที่ดูมีเสน่ห์ชวนมองอีก ตอนนี้เธอรู้สึกกลัวเหลือเกิน กลัวว่าพี่เจคอบจะรู้สึกวอกแวกกับแม่บ้านคนนี้ “ฉันเพิ่งรู้จากพี่เจคอบวันนี้ว่าได้แม่บ้านคนใหม่มา แล้วก็รู้ว่าเธอเพิ่งเรียนจบมา ใช่ไหม” “ใช่ค่ะ” “เรียนจบปริญญา แล้วทำไมถึงได้มาทำงานเป็นแม่บ้านล่ะ” ใบชาที่ได้ยินอีกคนถามแบบนั้นจึงคิดว่าเจ้านายคงจะไม่ได้บอกแฟนของเขาสินะ ว่าที่เธอต้องมาเป็นแม่บ้านเพราะมาทำงานปลดหนี้ให้แม่ ก่อนที่เธอจะตอบเลี่ยงความจริงออกไป “ฉันยังหางานที่ไหนไม่ได้น่ะค่ะ พอเห็นว่าคุณผู้หญิงกำลังหาแม่บ้าน ฉันก็เลยสมัครค่ะ เพราะคิดว่าดีกว่าไม่ได้ทำงานอะไรเลย” ก่อนที่เสียงทุ้มของเจคอบจะเอ่ยขึ้นมาจากด้านหลังของมีอา “มาทำอะไรในนี้มีอา” “มีอามาชวนแม่บ้านคุยน่ะค่ะ” มีอาหันไปตอบกลับร่างสูงด้วยรอยยิ้ม “เราออกไปนั่งรอข้างนอกดีกว่านะ” “ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็พากันไปนั่งบนโซฟาหรูในห้องโถงกว้างแล้วพูดคุยกันกระหนุงกระหนิงตามประสาคนเป็นแฟนกัน กระทั่งใบชาทำของกินเสร็จก็ยกออกมาวางบนโต๊ะอาหารด้านนอก เจคอบที่หันไปเห็นอาหารถูกยกออกมาวางบนโต๊ะเรียบร้อยจึงหันมาพูดกับแฟนสาว “อาหารพร้อมแล้ว เราไปกินกันเถอะ” จากนั้นชายหนุ่มก็พาแฟนสาวไปนั่งยังโต๊ะอาหาร โดยทั้งคู่นั่งใกล้กันอย่างที่แล้วมา เวลาต่อมา เมื่อเจคอบกับมีอารับประทานอาหารเสร็จก็พากันมานั่งในห้องนั่งเล่นและคุยกันพักใหญ่ๆ ก่อนที่เจคอบจะเอ่ยขึ้น “นี่ก็มืดแล้ว มีอาจะขึ้นห้องไปอาบน้ำเลยไหม หรือยังอยากอยู่ข้างล่างต่อ” “ขึ้นข้างบนเลยก็ได้ค่ะ มีอาอยากอาบน้ำจะแย่แล้ว มีอาเหนียวไปทั้งตัวเลยค่ะ” เธอส่งสายตายั่วๆแกมหยอกล้อ “ให้พี่ช่วยอาบไหม” ส่งยิ้มหยอก “มีอาอยากให้พี่ช่วยอาบค่ะ” “งั้นเราขึ้นห้องกันเถอะ” พูดจบเจคอบก็พาแฟนสาวขึ้นชั้นบนไป เวลาต่อมา เจคอบที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวโดยในมือของเขามีเสื้อผ้าของแฟนสาวเดินมายังห้องของแม่บ้านแล้วเคาะประตู จากนั้นร่างบางจึงเปิดประตูออกมาพร้อมกับเอ่ยถามออกไป “เจ้านายมีอะไรจะเรียกใช้ใบชาหรือเปล่าคะ” “ซักรีดชุดของมีอาให้ด้วย พรุ่งนี้ต้องใส่ไปทำงาน มีชุดชั้นในด้วย” “ได้ค่ะ” ใบชารับคำแล้วรับเสื้อผ้ามา เจคอบหันหลังสาวเท้าขึ้นบันไดไป จากนั้นใบชาก็ออกไปจัดการซักเสื้อผ้าและอบแล้วรีดจนเสร็จเรียบร้อยพร้อมกับแขวนไว้ในห้องรีดผ้า ก่อนที่เธอจะกลับเข้ามาในห้องนอนหลายอาทิตย์ต่อมารวมเวลาแปดเดือนแล้วที่ใบชามาอยู่บ้านของเจคอบ ห้าเดือนแรกเธอทำหน้าที่เป็นแม่บ้านของเขา ส่วนอีกสามเดือนหลังเธอทำหน้าที่ใช้หนี้ด้วยวิธีนั้น ส่วนมีอาก็ลาออกจากบริษัทของเจคอบไปแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อนบ้านยุพาวรรณวันนี้เจคอบพาใบชามาหาแม่ที่บ้าน เมื่อทั้งสองนั่งกันเรียบร้อยแล้ว ยุพาวรรณก็เอ่ยถามคนเป็นลูกชายขึ้นพลางหันไปมองใบชาที่นั่งข้างลูกของตัวเองพร้อมส่งรอยยิ้มบางๆ ใบชาก็ส่งยิ้มอ่อนๆให้ท่านด้วยเช่นกัน“ลูกมีเรื่องอะไรจะคุยกับแม่หรือเปล่า” ยุพาวรรณที่พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรถามออกไป“ผมจะมาขอโฉนดบ้านของใบชาครับ”“ใบชายังทำงานไม่ครบสองปีตามสัญญาเลยนะลูก” ยุพาวรรณพูดด้วยสีหน้าจริงจัง ทว่าแฝงไว้ด้วยความหยอกล้อ“คือ…ผมยกหนี้นั้นให้ใบชาไปแล้วครับ”“ทำไมลูกถึงยกหนี้ให้ใบชาง่ายๆแบบนั้นล่ะ ตั้งห้าแสนนะลูก ใบชาได้ทำงานแค่แปดเดือนเอง” ยุพาวรรณยังแกล้งพูดหยอกเย้าลูกชายต่อ“ผมกับใบชา…” เขามีท่าทีกระอักกระอ่วนถ้าจะบอกแม่ว่าตอนนี้เขากับใบชาไม่ได้เป็นเจ้าหนี้กับลูกหนี้กันแล้ว แต่เป็นผัวเมียกันมาหลายเดือนแล้ว“อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งสิลูก อยากพูดอะไรก็พูด” ยุพาวรรณเอ่ยพร้อมอมยิ้มนึกเอ็นดูคนเป็
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปในขณะที่ใบชาแต่งตัวอยู่ในห้องนอนอยู่นั้น เจคอบก็เปิดประตูเข้ามาแล้วพูดออกไป“เก็บเสื้อผ้าของเธอเข้าไปไว้ในห้องของฉัน”“ทำไมล่ะคะ” เธอขมวดคิ้วงุนงงกับคำสั่งของเขา“ต่อไปนี้เธอจะต้องนอนในห้องของฉัน”“ใบชานอนห้องนี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ”“ห้องฉันมันจะใหญ่กว่าห้องนี้”“แต่ห้องนี้ก็ไม่ได้เล็กนะคะ”“เก็บเสื้อผ้าย้ายไปนอนห้องของฉัน แล้วห้ามถามอะไรมาก”“ค่ะ” จากนั้นใบชาก็เดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้ ทันใดนั้นเธอก็คิดไปถึงแฟนของเขาแล้วหันไปพูดกับเขาด้วยสีหน้ามีความกังวล“คุณเจคอบคะ แล้วเวลาที่คุณมีอามานอนค้างที่นี่ ถ้าเขาเห็นเสื้อผ้าของใบชาอยู่ในห้องของคุณล่ะคะ”“เธอก็เห็นไม่ใช่เหรอว่ามีอาไม่เข้ามาที่นี่เป็นเดือนแล้ว”“แล้วถ้าเกิดว่าเขามาล่ะคะ”“ถ้าเกิดว่ามีอามา ค่อยว่ากันอีกที แต่วันนี้เธอต้องเก็บเสื้อผ้าไปไว้ในห้องของฉันก่อน”“ค่ะ” เธอรับคำแล้วหันมาเก็บเสื้อผ้า จากนั้นจึงเอาไปเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของเขาที่มีขนาดใหญ่กว่าห้องที่เธอนอนเป็นเท่าตัวเมื่อใบชานำเสื้อผ้าเข้าตู้เรียบร้อยแล้ว เจคอบก็เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วบอกเธอ“วันนี้เราออกไปกินข้าวนอกบ้านดีกว่านะ”“อย่าเลยค่ะ” เธอ
บ้านเจคอบเมื่อทั้งสองกลับมาถึงบ้านก็พากันขึ้นชั้นบน เจคอบเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนของตัวเอง ส่วนใบชาก็เข้าห้องนอนของตัวเองไปอาบน้ำเช่นกันเวลาต่อมาเมื่อเจคอบสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จก็เข้ามาในห้องของใบชาทันทีจึงเห็นว่าเธอใส่ชุดนอนเสร็จพอดี“จะใส่ทำไม เดี๋ยวก็ต้องถอด” เขาเอ่ยพลางเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่ยืนอยู่ แขนหนารั้งร่างบางเข้าเบียดกับหน้าท้องของเขา จากนั้นจึงจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะถอดของตัวเองจนเรือนร่างเปล่าเปลือยด้วยกันทั้งคู่เจคอบประคองใบหน้าสวยแล้วก้มลงหอมแก้มขาวทั้งสองข้างอย่างนุ่มนวลจนทำเอาใบชาใจเต้นโครมครามและรู้สึกหวั่นไหวกับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น ชายหนุ่มผละจากแก้มขาวแล้วจูบริมฝีปากนุ่มพลางขบเม้มและกัดเบาๆที่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปชิมความหวานในโพรงปากอย่างดูดดื่มจนได้ยินเสียงความเฉอะแฉะของหยาดน้ำลายดังออกมาอย่างชัดเจนจ๊วบมือของเขาผละจากแก้มขาวลงมาโอบแผ่นหลังบาง อีกข้างหนึ่งเลื่อนลงมาบีบเคล้นสองเต้าอวบอัด ในขณะที่ริมฝีปากก็จูบแลกลิ้นกันอย่างร้อนแรงหลังจากที่ทั้งสองห่างหายเรื่องอย่างว่ามาสามวันร่างสูงผละฝ่ามือจากสองเต้ากลมกลึงแล้วเลื่อนลงมาจับท่อนเอ็นที่แข็งข
ตอนเย็นเมื่อถึงเวลาที่ใบชารู้ว่าเจคอบกลับมาจากบริษัทแล้ว เธอก็ส่งข้อความไปหาเขาใบชา : ใบชากลับมานอนบ้านสองคืนนะคะเจคอบ : อืมเมื่อเห็นเขาพิมพ์ตอบกลับมาสั้นๆ ใบชาก็ปิดหน้าจอมือถือก่อนที่ไต้ฝุ่นจะโทรเข้ามาRrrr!“ฮัลโหล”(ใบชาพรุ่งนี้ตอนเที่ยงพี่จะไปรับออกมากินข้าวนะ ได้ออกมาหรือเปล่า)“ได้ออกไปค่ะ วันนี้ใบชามานอนที่บ้าน พรุ่งนี้ใบชาจะนั่งรถไปเองค่ะ”(พี่จะให้ใบชานั่งรถออกมาเองได้ไงล่ะ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้พี่จะไปรับใบชาที่บ้านก็แล้วกัน)“ได้ค่ะพี่ไต้ฝุ่น”(แค่นี้นะใบชา) จากนั้นไต้ฝุ่นก็กดวางสายด้านเจคอบเมื่อเจคอบอาบน้ำและสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จก็ออกจากห้องของตัวเอง แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของใบชาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามชายหนุ่มเดินมายืนข้างเตียงที่ผ้าปูถูกดึงจนเรียบตึง เขาจ้องมองอยู่อย่างนั้นพลางคิดไปถึงตอนที่เขากับเธอทำเรื่องนั้นกันบนที่นอนขนาดคิงไซส์นี้ พลันแก่นกายที่อยู่ภายใต้กางเกงก็เริ่มผงาดขึ้นมาจนแข็งเป็นลำ ฝ่ามือหนาจับท่อนเอ็นแล้วกดไว้ให้มันสงบลงพร้อมกับพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิด“ทำไมเธอต้องกลับไปนอนบ้านคืนนี้ด้วย”เมื่อคืนเขาหยุดเรื่องนั้นกับเธอหลังจากที่ทำมาหลายคืนติดต่อกัน ซึ่งปก
ห้องนอนเจคอบเมื่อเจคอบสวมใส่ชุดสูทเสร็จ โทรศัพท์ของเขาก็มีสายโทรเข้ามา เมื่อเห็นว่าเป็นไต้ฝุ่นเขาจึงกดรับทันที“มีอะไร”(กูมีเรื่องสงสัยอยากถาม)“มึงสงสัยเรื่องอะไร”(วันนั้นกูเห็นใบชาเดินลงมาจากชั้นบน)“แล้วไง”(มึงให้ใบชาขึ้นไปนอนห้องข้างบนแล้วเหรอ)“อืม”(มึงรู้สึกสงสารน้องเขาแล้วน่ะสิ ถึงให้ขึ้นไปนอนข้างบน)“แม่กูอยากให้เขาขึ้นไปนอนข้างบนด้วย กูก็เลยไม่อยากขัดใจแม่”(จริงดิ)“อืม”(มึงไม่ได้คิดอะไรกับใบชาใช่ไหม)“ใครจะไปคิดแบบนั้นกับลูกหนี้ ที่สำคัญแฟนกูก็มี”(กูจะเชื่อมึงก็แล้วกัน กูหวังว่ามึงคงไม่แอบกินลูกหนี้ตัวเองหรอกนะ)“แค่นี้แหละ กูจะรีบไปทำงาน” พูดจบเจคอบก็กดวางสายเพื่อตัดบทสนทนาไม่ให้ไต้ฝุ่นถามอะไรไปมากกว่านี้ จากนั้นจึงลงไปขึ้นรถแล้วขับออกไปด้วยความเร็วมุ่งหน้าไปยังบริษัทของตัวเองหนึ่งเดือนต่อมาห้องนอนใบชา 10.15 น.เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เจคอบกับใบชามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันในฐานะเจ้าหนี้และลูกหนี้“ยังเหลือเวลาอีกสองเดือนแล้วสินะที่เราต้องทำหน้าที่นี้” เมื่อเจคอบออกไปจากห้องนอนของเธอหลังจากที่ได้ร่วมรักกันเสร็จ ร่างเล็กเปลือยเปล่าที่นอนอยู่บนเตียงก็พึมพำออกมาอย่างมี
เมื่อไต้ฝุ่นออกจากบ้านไปแล้ว ใบชาก็ออกจากห้องนั่งเล่นแล้วเดินไปเข้าห้องนอน เธอหยิบผ้าเช็ดตัวไปเข้าห้องน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จก็เดินกลับเข้ามาในห้องนอนเมื่อสวมใส่เสื้อผ้าเสร็จประตูก็ถูกเปิดเข้ามาจากร่างสูงพร้อมกับเอ่ยออกไป“ขึ้นไปนอนข้างบน”“ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินขึ้นชั้นบนไป ใบชาเข้าห้องนอนของตัวเอง ส่วนเขาก็เข้าห้องนอนของตัวเองไปสามวันต่อมาตอนนี้อาการป่วยของใบชาก็หายเป็นปกติแล้วหลังจากที่ป่วยมาสามวันวันนี้ใบชาตื่นตั้งแต่เช้าแล้วล้างหน้าล้างตา จากนั้นจึงลงชั้นล่างเพื่อจะทำงานบ้านอย่างเช่นที่ผ่านมา จึงเห็นว่ามีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ ใบชานึกสงสัยว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นเป็นใครจึงเดินเข้าไปถาม“พี่เป็นใครคะ”“คุณเจคอบให้พี่มาเป็นแม่บ้านค่ะ ต่อไปนี้งานทุกอย่างในบ้านหลังนี้เป็นหน้าที่ของพี่ทั้งหมดค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้ม“พี่ชื่ออะไรเหรอคะ” ใบชาถามด้วยรอยยิ้มตามประสาเมื่อเห็นว่าอีกคนส่งยิ้มให้เธอ“พี่ชื่อแป๋วค่ะ”“พี่แป๋วจะมาพักที่นี่ด้วยหรือเปล่า”“ไม่หรอก พี่เช่าบ้านอยู่หน้าปากซอยน่ะ”“อ๋อค่ะ”“แล้วน้องล่ะ ชื่ออะไร”“ชื่อใบชาค่ะ”“น้องใบชาเป็นแฟนของคุณเจคอบใช่
19.20 น.เมื่อใบชาอาบน้ำเสร็จก็กลับเข้ามาในห้องเก็บของที่เป็นห้องนอนของตัวเอง เธอหยิบชุดนอนกางเกงขาสั้นในกระเป๋าขึ้นมาสวมใส่ก่อนที่ประตูจะมีเสียงเคาะดังขึ้นก๊อกๆใบชาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ชะงัก ก่อนจะคิดได้ว่าเจ้านายคงมีเรื่องอะไรจะสั่งเธอ หญิงสาวเดินไปเปิดประตูจึงเห็นเจ้าของใบหน้าหล่อเหลายืนสีหน้าน
เมื่อกมลรัตน์กับใบชาออกจากบ้านไปแล้ว ยุพาวรรณก็โทรหาลูกชายทันทีตู๊ด“ครับ”(ลูกยังหาแม่บ้านไม่ได้ใช่ไหม) ยุพาวรรณรู้ว่าแม่บ้านที่บ้านของลูกชายลาออกไปเมื่ออาทิตย์ก่อน“ใช่ครับ”(แม่หาให้ได้แล้วนะ เขาเป็นลูกหนี้ของแม่ เขาไม่มีเงินมาใช้หนี้ แม่ก็เลยให้ลูกสาวของเขาไปทำงานล้างหนี้ที่บ้านของลูก)“อ๋อครั
วันต่อมา บ้านยุพาวรรณสองแม่ลูกเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ด้วยท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว เมื่อเห็นเจ้าของบ้านนั่งอยู่ในห้องรับแขกต่างก็ยกมือไหว้ทักทายอย่างนอบน้อม“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง/สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง”“นั่งสิ” เจ้าของบ้านเอ่ยออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนที่สองแม่ลูกจะนั่งลงบนโซฟาหรู จากนั้นคนเป็นเจ้าหนี
สองเดือนต่อมาผ่านมาสามเดือนแล้วที่กมลรัตน์ยังไม่ได้ส่งหนี้ให้ยุพาวรรณตามที่รับปากไว้แม้แต่บาทเดียว ดังนั้นวันนี้ยุพาวรรณจึงส่งลูกน้องมาทวงหนี้ที่บ้านบ้านใบชา ตอนเย็นใบชาที่เดินออกจากบ้านเพื่อจะไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย เมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าแต่งตัวดูดีสองคนลงจากรถเก๋งที่หน้าบ้านของเธอ







