เข้าสู่ระบบ"ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากตัวหล่อน... เดี๋ยวนี้!"
เสียงห้าวห้วนทรงอำนาจดั่งลั่นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวง ดังก้องกังวานออกมาจากแนวพงชัฏเบื้องล่าง
พวกสารเลวทั้งสามหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่กำยำของหาญ ยืนตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ ไหล่กว้างข้างหนึ่งพาดคันธนูไม้มะค่าขนาดเขื่อง ด้านหลังสะพายซากกวางป่าที่เพิ่งล่ามาสดๆ
ใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากไอแดดลม ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุดันและกระหายเลือด จ้องเขม็งมาราวกับจะควักตับไตไส้พุงของพวกมันออกมาสับเป็นชิ้นๆ แม้แต่พรานดำผู้เจนจัดในไสยเวทมนตร์ดำยังถึงกับสะท้านเยือก วาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน
"ไอ้หาญ!"
พรานดำตะคอกเสียงหลง ละล่ำละลักจำหน้าจอมขมังเวทหนุ่มได้ทันควัน "เอ็ง... เอ็งยังไม่ตาย ยังเสือกกบดานอยู่ที่นี่อีกรึ!"
"ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วมิใช่รึ... ว่าอย่าได้เสนอหน้ากลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของหาญราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีอำมหิตรุนแรงจนบรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บปานน้ำแข็ง
ขุนเรืองผู้ถือดีว่าตนมีพวกมากกว่าและพกอาวุธปืนผาหน้าไม้มาครบมือ แค่นหัวเราะเย้ยหยัน
"ฮ่าๆๆ ไอ้หมอผีกระจอกเนื้อตัวมอมแมมเยี่ยงมึง จะมีปัญญาทำกระไรพวกกูได้วะ?"
หาญปลดซากกวางลงกับพื้น ค่อยๆ วางคันธนูลงช้าๆ กล้ามเนื้อท่อนแขนล่ำสันปูดโปนเป็นลูกยามขยับกาย
"ข้าจะให้โอกาสพวกเอ็งสามคน... วางอาวุธลง แล้วคลานสี่ขากลับออกไปจากป่านี้ซะ"
"แล้วถ้าพวกกูไม่ไปล่ะวะ!?"
ไอ้แมนเหยียดยิ้มท้าทาย ยกปืนลูกซองเล็งตรงมาที่อกแกร่ง
หาญทอดสายตาข้ามไหล่พวกมันไปสบเข้ากับดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตาของบุษย์เพียงแวบหนึ่ง แววตาของเขาอ่อนโยนลงชั่วพริบตา ก่อนจะตวัดกลับมามองหน้าพวกสถุลทั้งสามด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม
"มึงเตรียมลงไปนอนเป็นผีเฝ้าป่าเสียเถิดไอ้หาญ แล้วกูกับนายก็จะช่วยกันขยี้กามผู้หญิงของมึงให้หนำใจ ผลัดกันขึ้นสวรรค์ทั้งคืนจนกว่าอีนี่มันจะขาดใจตายคาอกพวกกูโว้ย!"
ไอ้แมนคำรามลั่นด้วยสันดานสัตว์นรก แววตาชั่วช้าฉายความกระหายกามอย่างไม่ปิดบัง นิ้วหยาบเหนี่ยวไกปืนลูกซองลั่น
เปรี้ยง!
ประกายไฟแลบวาบฉีกม่านราตรี เม็ดตะกั่วสาดกระจายเฉียดข้างขมับพ่อหมอหนุ่มไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
หาญโยกกายหลบวูบดั่งเงาปีศาจก่อนจะพุ่งทะยานเข้าประชิดปานเสือเผ่นลงจากดอย มือหนาคว้าหมับเข้าที่ลำกล้องปืนแล้วกระชากหักมุม ก่อนจะเหวี่ยงศอกสั้นเข้าแสกหน้าไอ้แมนเต็มเหนี่ยว
เสียงกระดูกดั้งจมูกแตกเป๊าะดังสะท้านเวิ้งป่า ไอ้แมนหงายหลังตึง เลือดสดๆ ทะลักกบปาก ตาเหลือกค้างสิ้นใจตายคาที่ในพริบตาเดียว
"ไอ้หาญ! มึงลองดีกับกู!"
พรานดำตาโตเท่าไข่ห่าน กัดฟันบริกรรมคาถาปลุกเสกมนตร์ดำ สองมือจ้วงแทงมีดอาคมพุ่งเสียบเข้าชายโครงซ้ายของหาญอย่างถนัดถนี่ คมมีดกรีดลึกผ่านเนื้อหนังจนเลือดสีข้นทะลักพรู หาญสะอึก หน้ามืดวูบด้วยพิษบาดแผล ทรุดฮวบลงคุกเข่าข้างหนึ่งบนผืนดิน
"พี่หาญ!"
บุษย์หวีดร้องสุดเสียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตระหนกสุดขีด หัวใจดวงน้อยร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม น้ำตาเม็ดใสรินไหลอาบสองแก้ม
หล่อนลืมสิ้นทุกความหวาดกลัว สองมือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ เลือดในกายแทบหยุดไหลเมื่อเห็นชายหนุ่มที่หล่อนพึงใจต้องหลั่งเลือดท่วมร่างเพราะมาปกป้องหล่อน
"ตายโหงเสียเถอะมึง!"
พรานดำแสยะยิ้มเหี้ยม เงื้อมีดหมายจะซ้ำเข้าที่ขั้วหัวใจ
ทว่าสันดานชายชาตรีไม่เคยยอมสยบให้แก่ความเจ็บปวด หาญกัดฟันกรอดจนกรามแทบแหลก กล้ามเนื้อแขนปูดโปนเป็นลูกระริกยามคว้ามีดหมอด้ามงาข้างสะเอวตวัดสวนขึ้นเป็นวงพระจันทร์เสี้ยว อาคมสะกดวิญญาณแผ่ซ่านสะท้านอากาศ คมมีดหมอปาดเฉือนเข้าหลอดลมของพรานดำขาดสะบั้น เลือดร้อนฉ่าพุ่งกระฉูดท่วมใบหน้าคมเข้มของพ่อหมอหนุ่ม
พรานดำทิ้งมีด ดิ้นพราดๆ พลางเอามือกุมคอหอยที่ส่งเสียงฟ่อๆ ก่อนจะขาดใจตายกลายเป็นผีเฝ้าดงไปอีกราย
หาญยืนกัดฟันกรอด มือหนากุมแผลฉกรรจ์ที่สีข้างแน่น เลือดแดงฉานทะลักรินผ่านง่ามนิ้วหยดติ๋ง ๆ ลงบนพื้นดิน ความเจ็บปวดแล่นริ้วเสียดแทงถึงขั้วหัวใจ ทว่าแววตาคมกริบยังคงจ้องเขม็งไปยังขุนเรืองที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ตรงหน้า พ่อหมอหนุ่มผ่อนลมหายใจหนักหน่วง เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าเด็ดขาด
"กูจะไว้ชีวิตมึง... ไสหัวกลับไปซะ แล้วจงสาบานต่อหน้าผีป่า ว่าชั่วชีวิตนี้มึงจะไม่เหยียบย่างเข้ามาที่เกาะกชอีกเป็นอันขาด"
ขุนเรืองก้มหน้างุด ทำทีถอยร่นละล่ำละลักรับคำ ทว่าสายตาละโมบกลับเหลือบเห็นรอยเลือดที่นองท่วมสะเอวของหาญ
ด้วยความสารเลวที่เคยชินแต่การชี้นิ้วสั่งและลอบกัดผู้อื่นพลันผุดขึ้นมาในกมลสันดาน มันคิดว่าพ่อหมอหนุ่มสิ้นพิษสงเพราะเสียเลือดมาก จึงแสร้งทำสะดุดล้มลงกับพื้น มืออวบอูมคว้าหมับเข้าที่ปืนพกสั้นซึ่งตกอยู่ข้างซากศพไอ้แมน ก่อนจะผุดลุกขึ้นตวัดปากกระบอกปืนเล็งเข้าแสกหน้าหาญอย่างรวดเร็วพร้อมเสียงคำรามลั่น
"มึงโง่เองที่ไว้ชีวิตกู ไอ้หมอผีกระจอก! ไปตายเสียเถิด!"
“อ๊ะ...!”บุษย์สะดุ้งโหยงแอ่นตัวขึ้นสุดเหยียด ใบหน้างามแดงก่ำเมื่อปลายนิ้วหนาบดขยี้ลงบนติ่งเกสรอวบ ก่อนจะคลี่แหวกสองแคมขาวนวลให้แบะอ้าออกจากกัน ความรู้สึกที่โดนชายหนุ่มแตะต้องตรงนั้น ทำให้ช่องทางคับแคบขมิบตอดรัวระริก ด้วยความเสียวซ่านทรมานปานใจจะขาด“พี่หาญ...”เสียงหวานครางครวญแผ่วเบา เรียวขาขาวผ่องสั่นสะท้านอ้ากว้าง ราวกับจะอ้อนวอนให้เขาช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าอันร้อนรุ่ม คันยุบยิบทว่ายังไม่ทันที่หล่อนจะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ปากหยักและปลายลิ้นร้อนสากก็โฉบลงปาดเลียร่องสวาทที่เผยออ้า ตวัดชอนไชดูดกลืนน้ำหวานฉ่ำเยิ้มอย่างตะกรุมตะกราม จนธารน้ำรักสีใสแตกซ่าน พุ่งกระจายเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าหล่อเหลาแม้ว่าร่างบางจะดิ้นเร่าทุรนทุรายจนสติแทบแตกกระเจิง แต่ชายหนุ่มก็ยิ่งย่ามใจไม่ยอมหยุดรังแก ปากหนาอ้าครอบดูดดึงเม็ดละมุดอวบอิ่ม รัวลิ้นสะกิดยอดเกสรจนเนื้อสาวบวมเป่งแดงก่ำ ฝ่ามือหยาบกร้านบีบเค้นแก้มก้นแน่นหนั่นของหล่อนอย่างเมามัน ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากอบกุมสองเต้าอวบอัดคัดตึง นวดขยำเคล้นคลึงจนเนื้อนุ่มหยุ่นยวบทะลักล้น“พี่หาญ... พี่หาญจ๋า...” หญิงสาวร้องครางเสียงหวาน สองมือเรียวบางสอดขยุ้มเส้นผมดกหนาข
จนกระทั่งคืนวันเพ็ญสิบห้าค่ำ...พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นสาดแสงสีเงินยวบยาบทะลุม่านไม้ลงมายังสระบัวหลวง ผืนน้ำนิ่งสนิทสะท้อนเงาจันทร์กระจ่างดั่งกระจกเงาบานยักษ์หาญนั่งเหยียดกายอยู่ริมตลิ่ง บนแผงอกเปลือยเปล่าตึงแน่นมีเพียงรอยแผลเป็นจางๆ ข้างกายมีบุษย์ในชุดสไบแพรบางเบานั่งเคียงชิด กลิ่นดอกจำปาหอมจรุงใจโชยมาตามสายลมชื้น ผสมผสานกับกลิ่นเนื้อสาวอันเย้ายวน ชวนให้เลือดลมในกายของชายหนุ่มเดือดพล่านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม“บุษย์...” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยทำลายความเงียบงัน“จ๊ะพี่?”“ถ้าพี่ชวนเอ็งออกไปจากดงอาถรรพ์นี่ ไปสร้างเรือนอยู่กินกันบนแผ่นดินใหญ่... เอ็งจะยอมไปกับพี่หรือไม่?”รอยยิ้มหวานหยดย้อยบนใบหน้างามพลันอ่อนจางลง ดวงตากวางคู่งามทอดมองไปยังผืนน้ำสีนิลของสระบัวหลวง แววตาหม่นแสงลงคล้ายซ่อนความลับอันหนักอึ้งไว้จนล้นอก“ข้าไปไม่ได้ดอก...”“เพราะเหตุใด?”บุษย์นิ่งเงียบไปนาน นานจนได้ยินเพียงเสียงยอดหญ้าเสียดสีกันไปมาตามแรงลมราตรี กว่าหล่อนจะหันกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง นัยน์ตาคู่นั้นก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยโศกเศร้าลึกล้ำ“สักวันหนึ่ง... พี่หาญจะรู้เอง”หาญจ้องมองดวงหน้าสะคราญอย่างแสนรัก แทนที่จะซักไ
“โกรธพี่รึแม่คุณ...”หาญกระซิบเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดกกหูขาวผ่อง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มแน่นด้วยความกระหายอยากครอบครอง“พี่แค่ร้อนวิชา อยากรีบหาย... จะได้มีแรงกอดเอ็งให้หนำใจเสียที”“คนบ้า! เลือดยังไหลไม่หยุด ยังจะมาพูดจาลามก”บุษย์คว้าหมับเข้าที่ข้อมือหนา แม้เรือนร่างของหล่อนจะบอบบางกว่าเขามาก ทว่าคราวนี้หญิงสาวกลับออกแรงฉุดกระชากอย่างไม่เกรงใจ“ขึ้นเรือน!” เสียงหวานสะบัดห้วน แววตาวาวโรจน์ราวกับแม่เสือ“บุษย์... พี่เดินเองได้” ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม ยอมก้าวตามแรงดึงทั้งที่ร่างสูงใหญ่กว่าหล่อนเป็นเท่าตัว“ก็เดินสิ! แต่ถ้าแผลปริเลือดทะลักออกมาอีก ข้าจะเอาไม้เรียวฟาดเสียให้เข็ด”หาญหัวเราะหึในลำคออย่างชอบใจ“เป็นห่วงพี่หรือแม่คุณ?”“ข้ารำคาญต่างหาก”“รำคาญจนขอบตาแดงก่ำ เหมือนคนจะร้องไห้เชียวหรือ?”หญิงสาวชะงักงัน กัดริมฝีปากอิ่มแน่น “ใครร้อง”“ตาเอ็งแดงก่ำจนปิดไม่มิด”“เพราะข้าโมโหพี่หาญน่ะสิ”“อ้อ...” หาญลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาคมพราวระยับ ปล่อยให้ร่างนุ่มนิ่มลากจูงขึ้นเรือนไปแต่โดยดี“นั่งลง” หล่อนสั่งเสียงเขียว ผลักแผงอกตึงให้นั่งลงบนตั่งไม้“พี่ไม่ได้เป็น
ทว่าหาญมีสัญชาตญาณนักสู้ที่ว่องไวกว่าไอ้เศรษฐีร่างท้วมที่วันๆ เอาแต่นอนเสวยสุขบนฟูกนวมหลายขุมนักก่อนที่นิ้วสั่นระริกของขุนเรืองจะทันได้เหนี่ยวไก หาญก็เบี่ยงกายหลบพ้นวิถีกระสุนพร้อมสืบเท้าพุ่งเข้าประชิด มือแกร่งปานคีมเหล็กคว้าข้อมือขุนเรืองแล้วบิดหักกระชากลงล่าง เสียงกระดูกข้อมือลั่นเป๊าะจนปืนร่วงหล่น ก่อนที่หมัดขวาของพ่อหมอหนุ่มจะซัดตูมเข้ายอดอกจนขุนเรืองจุกแอ้กล้มทั้งยืน"ไอ้เศษสวะ... สันดานชั่วช้าเยี่ยงมึง อยู่ไปก็หนักแผ่นดิน!"คราวนี้ขุนเรืองสิ้นท่าหมดทางสู้ แข้งขาสั่นพั่บๆ ปัสสาวะราดรดกางเกงแพรเนื้อดีจนเปียกโชก กลิ่นคาวเยี่ยวคละคลุ้ง มันละล่ำละลักทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าหาญปลกๆ สองมือพนมไหว้งกๆ หน้าผากโขกดินจนเลือดซิบ"พ่อหาญ! อย่าฆ่ากูเลยนะพ่อ กูยอมแล้ว! มึงอยากได้ทองคำกี่หีบกูจะยกให้หมด... ทรัพย์สมบัติที่บ้านกูมีเป็นร้อยชั่ง กูจะเอามากองให้ตรงนี้ อย่าเอาชีวิตกูเลยนะพ่อคุณ!"หาญยันกายลุกขึ้นยืนตระหง่าน แววตาดุดันเย็นเยียบปานพญายมราชผู้ไร้ความปรานี ร่างสูงใหญ่ก้าวสามขุมเข้าประชิดตัวไอ้คนชั่วช้าที่ไร้สัจจะ"เงินทองของมึง... จงเอาไปใช้ในนรกเถิด"สิ้นเสียงห้าวห้วน ฝ่าเท้าหนักหน่วงปาน
"ปล่อยมือโสโครกของมึงออกจากตัวหล่อน... เดี๋ยวนี้!"เสียงห้าวห้วนทรงอำนาจดั่งลั่นเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางวง ดังก้องกังวานออกมาจากแนวพงชัฏเบื้องล่างพวกสารเลวทั้งสามหันขวับไปมองเป็นตาเดียว ภาพที่ปรากฏคือร่างสูงใหญ่กำยำของหาญ ยืนตระหง่านท้าทายแสงจันทร์ ไหล่กว้างข้างหนึ่งพาดคันธนูไม้มะค่าขนาดเขื่อง ด้านหลังสะพายซากกวางป่าที่เพิ่งล่ามาสดๆใบหน้าคมคายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อไคลจากไอแดดลม ทว่านัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับเย็นเยียบดุดันและกระหายเลือด จ้องเขม็งมาราวกับจะควักตับไตไส้พุงของพวกมันออกมาสับเป็นชิ้นๆ แม้แต่พรานดำผู้เจนจัดในไสยเวทมนตร์ดำยังถึงกับสะท้านเยือก วาบขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนขนหัวลุกชัน"ไอ้หาญ!"พรานดำตะคอกเสียงหลง ละล่ำละลักจำหน้าจอมขมังเวทหนุ่มได้ทันควัน "เอ็ง... เอ็งยังไม่ตาย ยังเสือกกบดานอยู่ที่นี่อีกรึ!""ข้าเตือนพวกเอ็งแล้วมิใช่รึ... ว่าอย่าได้เสนอหน้ากลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของหาญราบเรียบ ทว่าแฝงรังสีอำมหิตรุนแรงจนบรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บปานน้ำแข็งขุนเรืองผู้ถือดีว่าตนมีพวกมากกว่าและพกอาวุธปืนผาหน้าไม้มาครบมือ แค่นหัวเราะเย้ยหยัน"ฮ่าๆๆ ไอ้หมอผีกระจอกเนื้อตัวมอมแม
เปรี้ยง !เสียงปืนดังขึ้นจากชายป่า ฝูงนกแตกฮือกระพือปีกบินขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามด้วยเสียงหัวเราะอย่างย่ามใจของชายฉกรรจ์ต่างถิ่นคณะนักล่าสมบัติกลุ่มใหม่เดินทางมาถึงหมู่บ้านเกาะกช คราวนี้ขนกำลังคนมามากกว่าเดิม และเตรียมอาวุธมาพร้อมสรรพผู้นำขบวนคือ ขุนเรือง เศรษฐีหนุ่มร่างท้วมผู้มั่งคั่งจนแทบไม่เคยต้องเดินด้วยเท้าตนเอง เขาสวมเสื้อผ้าแพรพรรณเนื้อดีเกินกว่าจะเหยียบย่างเข้าพงชัฏ มีสายสร้อยทองคำเส้นโตคล้องคอปานโซ่ล่ามช้างแกว่งไกวอยู่บนอก ปากก็คอยกำชับสั่งลูกสมุนซ้ำๆซากๆ มุ่งมั่นจะขุดกรุสมบัติโบราณขึ้นมาครอบครองให้เกลี้ยงแผ่นดินข้างกายคือ พรานดำ พรานป่าผู้เหี้ยมเกรียมและเจนจัดในเชิงไสยดำ คอยสอดส่ายสายตาระแวดระวังภัย ขณะที่ ไอ้แมน สมุนหนุ่มเลือดร้อนจอมห่าม ถือปืนยาวเดินอาดๆ ตามหลังมาติดๆ"พวกชาวบ้านมันลือกันหนาหู ว่าที่นี่มีผีหวงสมบัติเฮี้ยนนักนะนาย" ไอ้แมนเอ่ยปากพลางหัวเราะร่าเย้ยหยันฟ้าดินพรานดำถ่มน้ำลายเหนียวลงพื้น “ผีสางหรือคนเป็น ถ้ามีของดีฝังอยู่ใต้ตีนกู กูจะขุดมันขึ้นมาให้เหี้ยน!”ขุนเรืองหัวเราะร่วนอย่างสบอารมณ์ หารู้ไม่ว่าบนคาคบไม้สูงตระหง่านเหนือกระหม่อม มีสายตาคมกริบดุจนางเสือสมิงคู







