Share

สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว
สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว
Auteur: กัญจารีย์

ตอนที่ 1 ป่วยโรคประหลาด

last update Dernière mise à jour: 2025-11-17 10:05:49

รถยนต์คันสีดำเลี้ยวเข้าไปจอดในวัดแห่งหนึ่งแถบชานเมืองขอนแก่น วัดแห่งนี้เป็นวัดขนาดใหญ่มีผู้คนมาทำบุญไม่เคยขาด

ฝนทิพย์สาววัยสี่สิบก้าวขาลงจากรถทางฝั่งคนขับแล้วเดินไปพยุงร่างเพื่อนที่อยู่ฝั่งคนนั่งพลางเอ่ยถาม “แกแน่ใจนะว่าอยู่ได้”

            “แน่ใจสิฉันอยู่วัดนี้มาตั้งสิบห้าปีเชียวนะ” ปานตะวันตอบ เดิมทีเธอเป็นเด็กกำพร้า ที่มีคนนำมาทิ้งไว้หน้าวัดแห่งนี้ เจ้าอาวาสจึงเอามาเลี้ยง หลังจากเรียนจบชั้นมอสาม เธอจึงออกไปทำงานส่งตนเองเรียนจนจบปวส. ชีวิตตกระกำลำบากเรียนรู้จากประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ กระทั่งอายุยี่สิบแปดปีเธอกลายเป็นเจ้าของร้านขายขนมจีบและซาลาเปาชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ปานตะวันมีบ้านหลังใหญ่มีเงินเก็บเป็นล้านก็เพราะขายขนมจีบกับซาลาเปา

แต่เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกเมื่อจู่ ๆ เธอก็ล้มป่วยเป็นโรคประหลาดที่หมอยังระบุชื่อของโรคไม่ได้ รู้เพียงว่าตามร่างกายของเธอมีตุ่มพุพองขึ้นเต็มตัว ร่างกายซูบผอมเพราะกินได้น้อย ตอนนี้เธอป่วยมาสามปีแล้วเรี่ยวแรงจะเดินยังแทบไม่มี เธอรู้ตัวเองดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก ก่อนจากโลกนี้ไปเธอจึงอยากกลับมาที่ที่เป็นเหมือนบ้านของเธออีกสักครั้ง เพื่อทำจิตใจให้สงบสักสิบวัน และสมบัติของเธอทุกอย่างที่หามาได้ เธอก็ได้ยกให้กับวัดแห่งนี้ทั้งหมดแล้ว อีกทั้งเจ้าอาวาสที่เคยเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็กก็มรณภาพไปแล้ว เช่นนั้นเธอจึงไม่มีอะไรให้ห่วง

            ปานตะวันไม่เคยโทษชะตาตัวเองที่เธอเกิดมาไม่มีพ่อแม่ และต้องต่อสู้ดิ้นรนใช้ชีวิตมาเพียงลำพัง แถมยังมาป่วยด้วยโรคประหลาดเช่นนี้ เพียงแต่เธอสงสัยว่าตลอดเวลาตั้งแต่เล็กจนโตชีวิตเธอยังชดใช้กรรมไม่พออีกหรือ ถึงต้องให้เธอมาเป็นโรคนี้อีก

แต่ก็ช่างเถอะ! เมื่อชาตินี้เป็นเช่นนี้แล้ว ชาติหน้าหากได้เกิดเป็นมนุษย์อีก ก็ขอมีชีวิตที่ราบรื่นบ้าง เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการต่อสู้มาเพียงลำพังเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรเธอก็มีเพื่อนดี ในวันสุดท้ายของชีวิตยังมีฝนทิพย์อยู่เคียงข้าง

            ขณะที่ฝนทิพย์กำลังพยุงเพื่อนซึ่งนุ่งขาวห่มขาวเดินไปตามถนนคอนกรีตเล็ก ๆ เพื่อไปหาแม่ชีที่กำลังกวาดลานวัดอยู่ก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินผ่านมา และถามปานตะวันว่า “ซื้อกำไลไหมลูก” ในถาดไม้ไผ่สานที่เธอถือมามีกำไลโบราณอยู่หลายอัน

            ปานตะวันซึ่งมีจิตเป็นกุศลชอบช่วยเหลือผู้อื่นเป็นปกติมาโดยตลอด พอเห็นยายแก่ ๆ ถือถาดกำไลมาจึงหยุดเดิน ถามออกเสียงแหบเครือ “ขายยังไงคะยาย”

            “อันละสองสลึง”

            “หือ? ยังมีของที่ราคาถูกขนาดนี้อยู่อีกเหรอคะ”

            “มันเป็นกำไลของหนูอยู่แล้วทำไมต้องขายแพง” ยายคนนั้นว่าหน้าตาเรียบเฉย

            “แต่หนูไม่มีเงินสองสลึงหรอกค่ะยาย” ปานตะวันล้วงเงินในกระเป๋าออกมาหนึ่งร้อยบาท “หนูขอซื้อกำไลยายด้วยเงินหนึ่งร้อยบาทได้ไหมคะ”

            “ได้ แล้วแต่หนูจะให้เถอะ”

            ว่าแล้วปานตะวันก็เลือกกำไลหัวบัวมาหนึ่งชิ้น ยายจึงพูดขึ้นว่า “สวมตอนนี้เลยนะ”

            “ค่ะ” ปานตะวันสวมกำไลใส่ในแขนอันเรียวเล็กของตนได้อย่างพอดิบพอดี

            หญิงชราพูดจบก็เดินห่างออกไป ฝนทิพย์จึงพูดออกมาเบา ๆ “กำไลอะไรราคาแค่สองสลึง”

            “นั่นน่ะสิ” พูดพร้อมกับเอี้ยวหน้ากลับไปมองทางที่ยายเพิ่งเดินจากไป แต่มองหาเท่าไรก็หาไม่เจอ “หายไปไหนแล้ว เดินไวจัง”

            “รีบไปเถอะ ยืนนานเดี๋ยวแกเป็นลม” ฝนทิพย์บอกเพื่อน

            ปานตะวันจึงเดินไปตามทางช้า ๆ แม้ในใจจะสงสัยว่ายายคนนั้นเดินหายไปไหนแล้ว

            ฝนทิพย์เดินมาส่งเพื่อนที่กุฏิของแม่ชีหลังหนึ่ง ก่อนกลับจึงบอกเพื่อนว่า “รับโทรศัพท์ด้วยนะ เดี๋ยวฉันโทร. หาทุกวัน”

            “จ้ะ”

            “อีกสิบวันมารับนะ” อย่างไรปานตะวันก็ต้องกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อ

            “โอเค” ทั้งที่ตอบโอเค แต่ปานตะวันรู้ดีว่าตนคงอยู่ได้ไม่นานขนาดนั้น

            ปานตะวันใช้เวลานั่งสมาธิเจริญภาวนาอยู่ในวัดมาห้าวันแล้ว ตอนกลางวันสมองยังปลอดโปร่งโล่งสบาย แต่พอตกกลางคืนเมื่อหลับตาลงก็มักจะฝันเห็นภาพเรื่องราวต่าง ๆ ของใครหลายคนที่เธอไม่เคยรู้จัก เป็นภาพของสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งทะเลาะกันทุกวัน มีลูกชายหญิงทั้งสองร้องไห้มองดูพ่อกับแม่ทะเลาะกัน เธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกคืน แม้ร่างกายเหนื่อยล้าแค่ไหนยังนอนไม่หลับ

            “ทำไมต้องฝันแบบนี้ทุกครั้งเลยนะ” ปานตะวันพึมพำกับตัวเอง

            เข้าสู่คืนที่หก ปานตะวันฝันว่าหญิงชราที่เจอเมื่อหกวันก่อนมายืนมองเธออยู่ข้าง ๆ และพูดออกมาว่า “เราช่วยเจ้าได้แค่นี้ ที่เหลือก็แล้วแต่เวรแต่กรรมของเจ้าแล้ว” รอบกายผู้หญิงคนนั้นมีแสงสว่างทอประกายออกมา

            “ยายเป็นนางฟ้าเหรอคะ” เธอจำได้ว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนคนเดียวกันกับยายที่มาขายกำไลให้

            “อืม! วันนี้เรามาส่งเจ้าให้ไปอยู่ภพภูมิใหม่”

            “หนูตายแล้วเหรอคะ”

            “ใช่ หมดหน้าที่ของเราแล้ว เจ้าก็รีบเดินทางเถอะ”

            สิ้นคำร่างของหญิงชราก็เลือนหายไป ร่างของปานตะวันผวาเฮือกขึ้นมาคราหนึ่ง ก่อนจะสงบลงอีกครั้ง และคืนนั้นเธอก็หลับไม่ตื่นอีกเลยไปตลอดกาล

            วันต่อมาฝนทิพย์จึงมาหาเพื่อนที่วัด เพราะปานตะวันไม่รับโทรศัพท์ ในเวลาต่อมาจึงได้รู้ว่าเพื่อนเสียชีวิตแล้ว ฝนทิพย์จึงจัดการเรื่องฌาปนกิจศพที่วัดแห่งนั้นตามความต้องการของเพื่อนที่ได้สั่งเสียเอาไว้ในคราแรก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนพิเศษ 4

    วันรุ่งขึ้นเขาจึงพูดกับพอใจว่า “พี่อยากไปเที่ยวบ้านพอใจโฮมสเตย์น่ะ ใจพาพี่ไปได้ไหม” “ได้ค่ะ เพราะฉันต้องไปทำงานอยู่แล้ว” “จะไม่พักบ้างเลยเหรอ” “ไม่ค่ะ อยากทำงานมากกว่า” เพราะการทำงานของเธอก็เหมือนได้ไปพัก “งั้นพี่ขอไปทำงานด้วยนะ เดี๋ยวพี่ขับรถให้เอง” กิตติ์ณัฏฐกรอาสาเพราะเขาชอบบรรยากาศที่มีป่าเขามาก ๆ อยู่แล้ว อีกทั้งช่วงนี้ยังเป็นฤดูฝน พืชพรรณบนภูเขาคงเขียวขจีไปหมด เขาพูดแค่นั้นเธอก็โยนกุญแจรถให้แล้ว อยากขับก็ตามใจ ถ้าเหนื่อยอย่ามาบ่นก็แล้วกัน วันนั้นทั้งวันกิตติ์ณัฏฐกรจึงต้องขับรถให้พอใจอย่างเดียว เพราะเธอต้องคอยไปต้อนรับลูกค้าที่มาพักที่บ้านพอใจโฮมสเตย์ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังจัดแจงเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับคนงานอีกด้วย แต่เขาก็ยินดีที่ได้ขับรถเที่ยวทั้งวัน กิตติ์ณัฏฐกรทำอาชีพอิสระรับงานเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผน ออกแบบ ควบคุม และตรวจสอบการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน อาคาร ระบบขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เขาจึงสามารถทำงานที่ไหนก็ได้ โดยพื้นฐานครอบครัวของเขาท

  • สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนพิเศษ 3

    คนที่ทำหน้าที่โปรยทานก็โปรยอย่างต่อเนื่องราวกับสายฝนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า เหรียญโปรยทานครั้งนี้มีมูลค่ากว่าสองแสนบาท แก่นคูณกับละอองไม่ได้อยากอวดร่ำอวดรวย แต่อยากให้ทุกคนคิดว่านี่คือการทำบุญมากกว่า ได้ช่วยเหลือชาวบ้านในรูปแบบของเหรียญโปรยทานพวกเขาก็มีความสุขแล้ว นาคภาคภูมินั่งขัดสมาธิพนมมืออยู่บนรถกระบะด้วยท่วงท่าน่าเคารพนับถือ ชาวบ้านต่างกล่าวชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน “ลูกคนรวยก็อย่างนี้ละนะ ทำอะไรก็ดูดีไปหมด” เลื่อม ชาวบ้านบ้านผักหนามพูดขึ้น “นั่นน่ะสิ ตอนลูกชายฉันบวชฉันก็อยากจัดงานใหญ่โตแบบนี้บ้าง” จำเนียรว่าเสริมอดปลื้มใจแทนพ่อกับแม่ของนาคภาคภูมิไม่ได้ พรรณวรจที่เดินอยู่ข้าง ๆ ได้ยินเข้าจึงถือโอกาสนี้สอบถามเสียเลย “เจ้าภาพเขารวยมากเหรอคะป้า” งานวันนี้มีคนมาร่วมทำบุญกันอย่างล้นหลาม พรรณวรจกับสามีจึงทำได้เพียงเข้าไปทักทายกับเจ้าภาพในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็ต้องปลีกตัวออกมาแล้ว “รวยมากค่ะ เป็นทั้งเจ้าของร้านนาดูนซาลาเปา มีตึกพาณิชย์ให้คนเช่าตั้งหลายสิบห้อง เห็นว่าตอนนี้ให้นาคภูมิดูแลทั้งหมดเลยนะคะ” เลื่อมกล่าวอย่างออกรส

  • สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนพิเศษ 2

    “ลูกตั้งใจจะทำกี่เหรียญ” “พันเหรียญค่ะ” “ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้ครบตามที่ได้ตั้งใจไว้เถอะ เพราะพ่อกับแม่จะไปงานบวชกับลูกด้วย” ปัณณพรเงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาสงสัย “แม่พูดจริงเหรอคะ” “จริงสิ ความจริงที่พ่อพูดอย่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ลูกไป แต่เพราะพ่อเขากลัวว่าปัณจะถูกผู้ชายคนนั้นหลอกต่างหากล่ะ” พรรณวรจกล่าวต่อ “คบกับพี่เขามานานแล้วเหรอ” “แม่” ปัณณพรไม่คิดว่าแม่จะจับได้ว่าตนแอบมีแฟน “ไม่ต้องอายแม่หรอก บอกแม่มาตามตรงก็พอ” “แต่พ่อเคยบอกว่า…” “พ่อเขาก็รู้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โกรธขนาดนี้” พูดพลางเช็ดน้ำตาให้ลูก “คบมาประมาณหนึ่งปีแล้วค่ะ” “เจอกันได้ยังไง” “หนูไปกินขนมจีบที่ร้านนาดูนซาลาเปาค่ะ เขาไปขายของช่วยพ่อกับแม่ก็เลยเจอกัน” จากนั้นพรรณวรจก็หลอกถามลูกสาวอีกหลายอย่าง จนรู้ว่าลูกสาวกับภาคภูมิไม่ได้ทำอะไรเสียหาย “แล้วเขารู้ไหมว่าลูกเป็นใคร” “รู้ค่ะ” “พ่อแม่เขาล่ะ” “เรื่องนี้หนูไม่เคยถามเขาค่ะ แต่หนูคิ

  • สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากเรียนจบปริญญาโทภาคภูมิก็กลับมาขายขนมจีบช่วยพ่อกับแม่ เขาคิดเล่น ๆ ว่าจะทำเพียงสามสี่เดือนเท่านั้นแต่ไป ๆ มา ๆ นี่ก็ขายมาได้หนึ่งปีเต็มแล้ว และอีกไม่ถึงสิบวันเขาก็จะบวชพระเพื่อทดแทนบุญคุณของพ่อกับแม่ตามความเชื่อของบรรพบุรุษที่เคยสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน พ่อกับแม่ปลีกตัวไปเตรียมงานบวชลูกชาย เขาจึงได้มาเฝ้าร้านขายขนมจีบเพียงคนเดียว กับพนักงานอีกสิบห้าคน ถึงลูกค้าจะมากแค่ไหน แต่พ่อก็บแม่ก็ไม่ยอมเปิดสาขาเพิ่ม เพียงแต่พ่อกับแม่สร้างตึกใหม่เป็นสองห้องเพื่อขายขนมจีบและซาลาเปาเท่านั้น อีกทั้งชั้นสองชั้นสามของตึกพาณิชย์ยังสามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้อีกด้วย พนักงานบางคนที่บ้านอยู่ไกล พ่อกับแม่ก็ให้พักที่นี่ ตัวเขาเองถ้าวันไหนขี้เกียจเดินทางก็พักอยู่ที่นี่ด้วยเช่นเดียวกัน ทางด้านของปัณณพรก็อยากไปงานบวชของภาคภูมิเช่นกัน ถึงในใจจะกลัวว่าพ่อกับแม่จะไม่ให้ไป แต่เธอก็รวบรวมความกล้าพูดออกไปขณะที่ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน “พ่อคะ แม่คะ หนูขออนุญาตไปงานบวชรุ่นพี่ได้ไหมคะ” “รุ่นพี่ที่ไหน” ปฐวีเอ่ยถามลูกสาว เพราะตั้งแต่ลูกเข้าเรีย

  • สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 78 เปิดกิจการ (จบ)

    หลายวันต่อมาเมื่อรจนาทราบข่าวการกลับมาของละออง เธอก็นั่งร้องไห้โฮจนตาบวมไม่ยอมขายของให้แม่ทั้งวัน ลำพังแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานกับเธอเพราะเขาไม่รัก เธอก็เสียใจมากพอแล้ว แต่นี่เขายังกลับไปจดทะเบียนสมรสใหม่กับเมียเก่าอีก “ฮือ ๆ ๆ” รจนาร้องไห้เสียงดังนั่งกินเหล้าอยู่บนแคร่ข้างโอ่งน้ำดื่มบ้านตัวเองเพียงลำพัง โยที่กำลังเก็บเกวียนอยู่ได้ยินเสียงคนร้องไห้อยู่ข้างรั้วจึงเดินมาดู เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อเห็นรจนานั่งร้องไห้ทำปากบาน เขาจึงก้าวขาก้มศีรษะลอดรั้วไม้ไผ่มาหารจนา “ใครตายถึงได้ร้องไห้เสียงดังหนวกหูขนาดนี้” ความจริงโยทราบอยู่แล้วว่ารจนาร้องไห้ด้วยเหตุใด เพราะเขาเองก็รู้เรื่องที่รจนาโดนแก่นคูณปฏิเสธการแต่งงานเช่นกัน “ไม่ต้องมาซ้ำเติม” รจนาตวาดออก “ซ้ำเติมอะไร นี่ฉันแค่ถามว่าใครตายเท่านั้น” พูดแล้วก็หัวเราะตามหลัง “ฉันนี่แหละกำลังจะตาย พี่ไม่รู้หรือไงว่าพี่คูณจดทะเบียนสมรสใหม่กับยัยพี่อองนั่นแล้ว ฮือ ๆ” คิดมาแล้วมันช้ำใจนัก โยหัวเราะขึ้นเสียงดังกว่าเก่า ตอบออกมาเสียงเรียบว่า “รู้แล้ว” “รู้แล้วยัง

  • สามี... ลืมไปแล้วหรือว่าเราหย่ากันแล้ว   ตอนที่ 77 คืนรัง

    สายมากแล้วแต่แก่นคูณก็ยังไม่กลับมา น้อยนั่งรอด้วยความร้อนใจ เพราะลูกชายบอกว่าจะไปแล้วกลับภายในวันเดียว แต่ตอนนี้ก็เก้าโมงเช้าของวันใหม่แล้ว แต่ก็ยังไร้แววลูกชาย ภาคภูมิกับพอใจร้องไห้แล้วร้องไห้อีก เพราะกลัวว่าพ่อจะหนีไปอีกคน “พ่อกับแม่กลับมาแล้วค่ะพี่ภูมิ” เสียงเล็กแหลมบอกพี่ชายเสียงดัง “ไหน” “นั่นไงคะ” นิ้วป้อมน้อย ๆ ชี้ไปยังเนินเขาตรงทางขึ้นบ้าน จากนั้นทั้งสองก็วิ่งเร็วจนผมหน้าผากตั้งตรงไปยังพ่อกับแม่ “พ่อครับ” “แม่อองกลับมาแล้ว” พูดได้เท่านั้นพอใจก็เบะปากร้องไห้ พลางวิ่งไปหาแม่ ทั้งสองย่อตัวลง ละอองอุ้มพอใจ แก่นคูณอุ้มภาคภูมิเดินเข้าไปหาน้อยที่นั่งยิ้มอยู่ที่แคร่ข้างบ้าน ดีใจที่ลูกชายสามารถเอาลูกสะใภ้กลับมาฝากได้ เมื่อมีทั้งพ่อทั้งแม่ปลอบลูกทั้งสองก็หยุดร้องไห้แล้ว น้อยลุกขึ้นเดินไปรับของในมือลูกชาย ละอองเห็นแม่สามีเดินไม่ปกติจึงถามขึ้น “แม่ปวดขาอีกแล้วเหรอคะ” “อืม ปวดไม่มากหรอก แต่ก็ทำให้รำคาญก็เลยให้คูณซื้อยาที่อองเคยซื้อให้มาให้กิน” “แต่ฉันว่าแม่ควร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status