LOGINสองชาติภพที่จ้าวเนี่ยนจินวอนขอความรักจากชางเหวินหยวน ถึงขั้นตายแทน หวังให้อีกฝ่ายซึ้งใจ ทว่าเขากลับไม่หันมองสักนิด มาคราวนี้นางจึงไม่คิดจะต่อวาสนากับเขาอีก จะหนีไปให้ไกลห่าง แล้วไยเขาต้องดึงรั้งนางไว้ เรื่องย่อ : จ้าวเนี่ยนเจินสูญเสียเวลาถึงสองชาติไปกับการรอคอยความรักจากบุรุษที่ไม่เคยเห็นค่านาง ไม่เพียงแต่เขาไม่รัก แต่เขายังแต่งสตรีอื่นเข้ามาเป็นฮูหยินรอง กระนั้นเนี่ยนเจินก็ไม่ลดละความพยายาม มอบชีวิตให้ชางเหวินหยวน ยอมตายแทน เพื่อหวังจะได้รับความรัก แต่มันก็เป็นเพียงความหวังลมๆ แล้งๆ เท่านั้น เมื่อได้รับโอกาสให้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง ในชาตินี้จ้าวเนี่ยนเจินจะสนใจเพียงตนเองและคนที่รักนางเท่านั้น จะไม่เอาชีวิตไปผูกติดกับชางเหวินหยวนอีก แต่เหตุใดพอนางไปยกเลิกการหมั้น อีกฝ่ายกลับมัดมือชก กำหนดวันแต่งให้เร็วขึ้นเสียอย่างนั้น “ข้ามาเพื่อถอนหมั้น ท่านฟังไม่เข้าใจหรืออย่างไร” “เข้าใจ เจ้าต้องการเปลี่ยนจากการหมั้นเป็นการแต่งแทน” “ไม่ใช่! หูตึงหรือ ข้าจะถอนหมั้น! ยกเลิกทั้งหมด” “มิต้องร้อนใจไป ข้าจะให้ท่านพ่อหาฤกษ์ที่เร็วที่สุด” “…”
View More“ท่านพี่มอบสิ่งนี้ให้ข้า หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” จ้าวเนี่ยนเจินยื่นแผ่นกระดาษให้สามีด้วยแววตาเศร้าโศก
“ก็หนังสือหย่าขาดอย่างไรเล่า แล้วเหตุใดเจ้ายังไม่ออกจากเรือนไปอีก”
“ในฐานะฮูหยินเอกของท่าน ข้าบกพร่องส่วนใดหรือ เหตุใดท่านจึงใจร้ายกับข้านัก” จ้าวเนี่ยนเจินหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่นึกอาย นางรู้ดีว่าบัดนี้สกุลชางกำลังเดือดร้อน มีผู้กล่าวอ้างว่าแม่ทัพใหญ่ ชางเหวินหยวนคิดก่อกบฏ สั่งสังหารองค์รัชทายาทของแคว้น
การหย่าขาดกับชางเหวินหยวน จึงถือเป็นเรื่องดีสำหรับเนี่ยนเจิน แต่นางหาได้คิดเช่นนั้น นางพร้อมจะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขา ยอมคุกเข่าอ้อนวอนเพื่อให้อีกฝ่ายฉีกหนังสือหย่าทิ้ง ทว่าบุรุษตรงหน้า กลับไม่แม้แต่จะหันมามอง ซ้ำยังฉุดกระชากหญิงสาวให้ออกจากห้องทำงานของเขา
“ออกไปให้พ้น เจ้ากับข้าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกันอีก”
“ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงข้า แต่ข้าพร้อมจะยืนเคียงข้างท่าน ไม่ว่าเหตุการณ์จะเลวร้ายเพียงใด”
“หึ! เจ้าคิดว่าที่ข้าทำ เพราะห่วงเจ้าอย่างนั้นหรือ…ผิดแล้ว ข้าคิดว่าเจ้าเป็นตัวถ่วง ตัวเจ้าช่วยสิ่งใดข้าไม่ได้ สกุลของเจ้าก็ช่วยข้าไม่ได้เช่นกัน”
“…” ได้ยินคำพูดเหล่านั้น เนี่ยนเจินก็เข้าใจทันที ว่าอีกฝ่ายคงอยากปลดนาง เพื่อยกลู่อันฉีขึ้นเป็นฮูหยินเอก ถึงครานั้นคงใช้อำนาจของสกุลลู่มาช่วยต่อรองเรื่องนี้
“ทีนี้ก็กลับไปสกุลเดิมของเจ้าเสีย แล้วอย่ากลับมาที่เรือนนี้อีก” มือใหญ่ดึงรั้งให้หญิงสาวลุกออกไป แต่ยังไม่ทันได้ก้าวพ้นประตู เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นก็ฉายซ้ำขึ้นมาอีกรอบ
ทหารของทางการนับยี่สิบนายบุกเข้าตรวจค้นเรือนแม่ทัพใหญ่ ตามคำสั่งขององค์กษัตริย์ โดยมีรองแม่ทัพหลานซิ่วเป็นผู้คุม
“ขอแม่ทัพใหญ่ไปกับเราด้วย”
“ข้าจะไป แต่คนในเรือนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ขอรองแม่ทัพหลานโปรดละเว้น”
“หึ! เช่นนั้นก็ย่อมได้ขอรับ แต่ท่านคงต้องจ่ายแพงกว่านี้” เอ่ยบอกเพียงเท่านั้น รองแม่ทัพหลานซิ่วก็ใช้มีดสั้น จ้วงแทงมาทางชางเหวินหยวน
แน่นอนว่าแม่ทัพใหญ่ของแคว้นย่อมฝีมือไม่ธรรมดา สามารถหลบหลีกมีดสั้นนั้นได้อย่างง่ายดาย ทว่าสำหรับเนี่ยนเจิน นางไม่ได้คิดเช่นนั้น เพียงแค่เห็นว่าบุรุษที่รักมีอันตราย ร่างกายก็เคลื่อนตัวเข้าไปรับคมมีดแทนสามี ที่ไม่เคยเห็นค่าของนาง
อึก!!!
“เนี่ยนเจิน!” เสียงเรียกจากเหวินหยวน ทำให้คนเจ็บนึกใจชื้นขึ้นมา
แต่ก็เพียงครึ่งลมหายใจเท่านั้น เพราะประโยคถัดมา มันตอกย้ำให้เนี่ยนเจินรับรู้ว่า…
ถึงแม้นางจะยอมตายเพื่อเขา ชางเหวินหยวนผู้นี้ ก็ยังคิดถึงเพียงลู่อันฉีเท่านั้น
“พวกเจ้าไปตามหาฮูหยินรอง อย่าให้นางตายเด็ดขาด”
เนี่ยนเจินหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า นางใช้เวลาที่สวรรค์มอบให้ถึงสองชาติ ไปกับการพยายามทำให้ชางเหวินหยวนรักและเห็นค่านาง แต่สิ่งที่ได้กลับมาช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ในชาติแรก เป็นเพราะนาง ปักใจรักชางเหวินหยวนตั้งแต่แรกเห็น จึงไม่ยอมยกเลิกสัญญาหมั้นหมายที่สองตระกูลทำไว้ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าฝ่ายชายมีคนรักอยู่แล้ว
จนได้แต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเอกตระกูลชาง นางก็ประพฤติดีกับครอบครัวสามี และเหวินหยวนมาโดยตลอด แต่แม่ทัพหนุ่มกลับไม่เคยมองเห็นนาง ซ้ำร้ายยังแต่งสตรีคนรักเข้ามาเป็นฮูหยินรอง หลังจากที่แต่งนางเข้ามาไม่ถึงครึ่งปี
ด้วยความหึงหวงสามี เนี่ยนเจินจึงใช้อำนาจที่ตนเองเป็นฮูหยินเอก กลั่นแกล้งลู่อันฉีอย่างหนัก ชางเหวินหยวนจึงเกลียดชังนาง ถึงขั้นให้คนมาขับไล่เนี่ยนเจินไปอยู่เรือนหลัง สั่งบ่าวไพร่มิให้ทำตามคำสั่งของเนี่ยนเจินอีก
กระทั่งสกุลชางถูกป้ายสีว่าเป็นกบฏ สังหารองค์รัชทายาทของแคว้น จ้าวเนี่ยนเจินก็ยังไม่ยอมรับหนังสือหย่า ยืนยันจะร่วมเป็นร่วมตายกับสกุลชาง หวังจะให้สามีรู้สึกซึ้งใจ และรักนางขึ้นมาบ้าง
แต่แม้ว่าเนี่ยนเจินจะยอมวิ่งไปรับคมมีดแทนสามีที่รัก ชางเหวินหยวนกลับไม่ใส่ใจ ราวกับว่าการตายของนางนั้นไม่มีน้ำหนักในใจเขาสักนิด
ถึงกระนั้น ครั้งที่สวรรค์เมตตา ให้โอกาสเนี่ยนเจินได้เริ่มต้นใหม่ นางกลับใช้ชีวิตในชาติที่สองอย่างที่เคยทำ พยายามให้ตนเองได้แต่งเข้าสกุลชาง
ทว่าคราวนี้นางปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นภรรยาเอกที่ดี ดูแลเรือน ไม่ตามหึงหวงสามีกับภรรยารอง ทนมองพวกเขาพลอดรักกันอย่างชื่นมื่น และคงเป็นเพราะเหตุนั้น ชางเหวินหยวนจึงไม่ได้แสดงท่าทีเกลียดชังนางเหมือนกับชาติก่อน
แต่แล้วทุกอย่างก็กลับมาจบลงที่เดิม จ้าวเนี่ยนเจินผู้นี้ตาย เพราะรับคมมีดแทนสามี และไม่เคยได้รับความรักจากชางเหวินหยวนเลยสักครั้ง
ความเจ็บปวดถึงสองภพสองชาติเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ไม่มีวันใดที่มันลดน้อยลง จนกลับมาคิดว่าเวลาที่ผ่านมา ช่างสูญเปล่ายิ่งนัก
ทั้งที่นางมีท่านปู่กับน้องชายที่รักและเป็นห่วง แต่นางกลับเลือกจะเดินตามหาความรักจากบุรุษใจร้าย
ช่างโง่งมเสียจริง…
‘หากสวรรค์เมตตาอีกครั้ง ข้าจะปล่อยให้เขา ตัดวาสนาของสองเราจนขาดสะบั้น จะไม่ร้องเรียกหารัก ที่ไม่มีทางได้รับอีก’
“ข้าถามสิ่งใด ให้ตอบ”“ขอรับๆ ข้าพาคนมาด้วย แต่เป็นเพียงของบรรณาการ ที่ฝั่งนั้นส่งมาให้ฝ่าบาทเท่านั้น ข้ากำลังจะพาพวกนางไปพักจวนนอกวัง รอฝ่าบาทตัดสินพระทัย ว่าจะทำอย่างไรกับพวกนาง” เหวินหยวนที่เข้าใจอารมณ์ของภรรยา ก็ค่อยๆ เข้าไปโอบประคองคนท้อง ดึงมีดออก แล้วส่งไปให้รองแม่ทัพไห่จิ้งหรงเก็บไว้“…”“ภรรยาข้างามถึงเพียงนี้ เหตุใดข้าต้องแต่งสตรีอื่นเข้ามาด้วยเล่า”“แน่หรือ” บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่เริ่มผ่อนคลาย ทหารกล้าที่ติดตามมาก็ถอนหายใจโล่งอก“แน่ เจ้าก็รู้ว่ากว่าจะได้รักจากเจ้า เราผ่านเรื่องราวกันมามากมาย แล้วมีเหตุผลใดที่ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจเล่า ไม่คุ้มค่าเลยสักนิด”“ขะ ข้าขอโทษ” เมื่อความโกรธลดลง ความรู้สึกผิดก็เพิ่มพูนขึ้น เนี่ยนเจินไม่ยอมถามไถ่สามีก่อน แต่กลับทำให้เขาขายหน้า“มิเป็นไร มิต้องร้องๆ …รองแม่ทัพไห่ พาขบวนเข้ามาพักดื่มชากันก่อนเถิด ข้าขอเวลาสักครู่ หลิงหลิงช่วยรับรองแขกให้ข้าที”“เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ” เมื่อเอ่ยสั่งการเรียบร้อย แม่ทัพใหญ่ของแคว้นก็ช้อนตัวมารดาของบุตรขึ้นแนบอก ตรงไปที่ห้องนอนทันทีร่างอวบถูกวางลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล ใบหน้าคมไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความโกรธ ซ้
“ท่านแม่ขอรับ วันนี้ท่านพ่อจะกลับมาแล้วใช่หรือไม่” เสียงของเด็กน้อยวัยสี่ขวบเอ่ยถามผู้เป็นมารดา“ใช่แล้ว อาหยางของแม่ดีใจใช่หรือไม่”“ดีใจขอรับ น้องเองก็คงดีใจ ดูสิขอรับ ดิ้นใหญ่เลย” ชางหยางจง บุตรชายของแม่ทัพชางเหวินหยวน ใช้มือน้อยๆ ลูบท้องกลมของมารดา“คงจะเป็นเช่นนั้น”“อ๊ะ ข้าขอไปเอาของเล่นในเรือนก่อนนะขอรับ” เนี่ยนเจินพยักหน้าตอบรับบุตรชาย พลางทอดมองไปจนสุดสายตา แต่แทนที่จะมีสีหน้าสุขใจ คนท้องกลับเศร้าหมองลงถนัดตา“ฮูหยินอย่าพึ่งคิดมากเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพรักฮูหยินถึงเพียงนั้น ข่าวลือมิมีทางเป็นจริงแน่”“ข้าเองก็หวังเช่นนั้นหลิงหลิง แต่ในใจข้ากลับนึกหวาดกลัว ข้ารู้ดีว่าในฐานะของภรรยา มิอาจห้ามให้สามีรับอนุได้ แต่ในใจข้าก็ยังรู้สึกเสียใจอยู่ดี”เมื่อสามเดือนก่อน ตอนที่เนี่ยนเจินพึ่งรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ที่สอง ได้เพียงสามเดือน สามีก็ต้องเดินทางไปเจรจากับชนเผ่านอกด่าน ที่คิดจะก่อสงคราม อันที่จริงก็ถือเป็นการยกทัพไปขู่แบบกลายๆซึ่งการเจรจาก็เป็นไปในทิศทางที่ดี วันนี้เหวินหยวนก็จะเดินทางกลับมาที่เรือนแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้สตรีตั้งครรภ์ต้องทุกข์ใจอยู่ตอนนี้ คือข่าวลือที่ได้ฟังมาชาวบ้านต่า
“ซีฮันเป็นเด็กฉลาด มีไหวพริบ ทั้งยังมีอาจารย์เป็นถึงอดีตรัชทายาท ย่อมต้องทำได้ดี” เหวินหยวนเล่าเรื่ององค์รัชทายาทให้ภรรยาฟังแล้ว จึงไม่ต้องปกปิดเรื่องฐานะของอาจารย์ตง“ข้าก็หวังเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่หากไม่ได้ก็มิเป็นไร ยังมีโอกาสหน้า”“หึ พูดว่ามิเป็นไร แล้วเหตุใดต้องมือไม้สั่นถึงเพียงนี้” แม่ทัพใหญ่ของแคว้นหัวเราะภรรยา แต่ก็ไม่วายขยับเข้าไปกอดปลอบให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลงรอเพียงไม่นาน ผู้เข้าสอบต่างก็เดินออกมา บ้างก็มีสีหน้าดีใจ บ้างก็ผิดหวังถึงขั้นร้องไห้ จะมีก็แต่จ้าวซีฉัน ที่บัดนี้เดินตรงมาหาพี่สาวและพี่เขยด้วยท่าทีเหม่อลอย จนคนมองนึกสงสาร“มิเป็นไรดอกซีฮัน เรายังมีเวลาอีกมาก เจ้าพึ่งจะอายุสิบห้าหนาวเท่านั้น” เนี่ยนเจินนึกอยากดึงน้องชายมากอดปลอบ แต่ก็นึกถึงความเหมาะสม จึงไม่ได้ทำเช่นนั้น“นั่นสิ อย่าพึ่งท้อใจไป ข้ากับพี่สาวเจ้าจะคอยช่วยเอง”“มิใช่ขอรับ…ข้าสอบผ่าน แต่ข้าเพียงตกใจที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง” ว่าเพียงเท่านั้น คู่สามีภรรยาก็ดีใจกันยกใหญ่ บ่าวไพร่ที่มาด้วยปรบมือชื่นชมด้วยความยินดีด้วยเหตุนี้สกุลจ้าวจึงได้เชิญสกุลชางมาร่วมฉลอง ให้กับหลานชายตามประสาครอบครัวเนี่ยนเจินดีอกดีใจถึงขั้
เรือนสกุลชางเต็มไปด้วยความตึงเครียด ไม่มีผู้ใดรับรู้ถึงเหตุการณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย สองพ่อลูกสกุลชางก็ยังไม่กลับมาจากด้านนอก“ข้ากังวลเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรกันบ้าง”“ฮูหยินใหญ่อย่าได้วิตก นายท่านชางและหลานเขยเป็นนักรบที่เก่งกาจ ย่อมจัดการเรื่องทุกอย่างได้โดยง่าย”“เจ้าค่ะท่านหมอ” จ้าวเป่าตงยิ้มปลอบใจ พลางหันมาลูบศีรษะหลานสาวที่สีหน้าไม่ค่อยดีนักหลังจากที่เนี่ยนเจินตื่นมา นางก็ไม่ได้พบบุรุษบ้าตัณหาที่เคี่ยวกรำนาง เขาเพียงฝากสารไว้ว่าจะไปสอบสวนคนร้าย ทว่าหลังจากนั้นก็มีข่าวการตั้งกองทัพและการอพยพผู้คน ขนาดท่านปู่และซีฮันยังถูกพามาที่สกุลชางไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นตายร้ายดีอย่างไร นางกลัวเหลือเกินว่าเหวินหยวนจะต้องตายตกเหมือนครั้งอดีต“นายท่านกับแม่ทัพใหญ่กลับมาแล้วขอรับ” “พะ พวกเขาบาดเจ็บหรือไม่” ฮูหยินทั้งสองรีบลุกขึ้นถาม“ข้าไม่ได้บาดเจ็บที่ใดขอรับท่านแม่” เหวินหยวนเข้าไปกอดมารดา ก่อนจะเดินมากดจุมพิตลงบนหน้าผากมน“ข้าเองก็ไม่เจ็บที่ใด ขอบพระคุณท่านหมอจ้าว ที่ช่วยอยู่ดูแลทุกคนที่เรือน” นายท่านชางหันมาคำนับผู้อาวุโส“นายท่านชางเกรงใจเกินไปแล้ว ข้าต่างหากที่มาพึ่งพาสกุลชาง”“มิไ
ช่องทางแคบถูกสอดแทรกด้วยแท่งร้อน ทุกจังหวะที่ขยับเข้ามา ความจุกเสียดก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ฟันขาวกัดเข้าหากันแน่น หวังช่วยคลายความเจ็บที่เกิดขึ้นกลางกายสาว แต่ก็เพียงไม่นาน เพราะเมื่อแท่งทวนอันใหญ่เข้ามาจนสุด ความรู้สึกอึดอัดกลับมีมากกว่า“อะ อึดอัด! ท่านทำอันใดสักอย่างเถิด”“ย่อมได้ ข้าจะขยับให้เดี๋ยว
“หลังจากที่เจ้าถูกแทง และได้รู้ว่ารองแม่ทัพหลานพบเจอหลักฐานใส่ร้ายข้า ในห้องทำงาน ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นฝีมือของลู่อันฉี จึงได้สั่งคนให้ติดตามไปจับนางกลับมา” ในชาติที่สองนี้ เหวินหยวนเตรียมการรัดกุมกว่าเดิม วางกำลังของตนเอาไว้ ทันทีที่รองแม่ทัพหลานลงมือ พวกเขาก็เข้ามาช่วยแม่ทัพหนุ่มทันที“…”“แต่ข
“ท่านแม่ เจินเอ๋อร์ ออกมาได้แล้วขอรับ” ได้ยินเสียงของแม่ทัพใหญ่ ทุกคนก็เบาใจ รีบออกจากที่ซ่อน“มะ ไม่ได้บาดเจ็บที่ใดใช่หรือไม่เจ้าคะ”“ข้ามิได้บาดเจ็บที่ใด ท่านพ่อเองก็ไม่ได้บาดเจ็บ” เหวินหยวนโอบประคองภรรยา คอยลูบแผ่นหลังบางเพื่อปลอบใจ“พวกเจ้าแยกย้ายกันไปพักเถิด ทุกอย่างเรียบร้อยหมดแล้ว มิมีสิ่งใด
กระท่อมหลังเล็กตั้งอยู่โดดเดี่ยวในชานเมือง ห่างไกลผู้คนจนคิดว่าผู้อยู่อาศัยไม่กลัวโจรผู้ร้ายเลยหรืออย่างไร“มีผู้ใดอยู่ในเรือนหรือไม่ ข้ามาตามคำแนะนำของท่านหมอจ้าว”“เข้ามาก่อนเถิด” เสียงของบุรุษดังออกมาจากในเรือน ขาแกร่งจึงค่อยๆ ก้าวเข้าไปอย่างระมัดระวัง เท่าที่สังเกตภายในเรือนไม่ได้มีของใช้มากมาย












reviews