Mag-log in"ท่านแม่ทัพข้าชอบท่านแล้วอย่างไร รูปงามแล้วอยาางไร เก่งกาจแล้วอย่างไร ถึงอย่างนั้นข้าก็ทนนิสัยเย็นชาของท่านมิไหวหรอกนะ อายุท่านกับข้าก็แทบเรียกว่าลุงกับหลานได้อยู่แล้ว สตรีไหนได้ท่านไปครอบครองต้องเฉาตายเป็นแน่....." เด็กหญิงที่ครอบครัวถูกฆ่าล้างยกหมู่บ้าน ถูกท่านแม่ทัพเก็บมาเลี้ยงในจวนจ้าว เด็กหญิงอายุเพียงแปดขวบในวันนั้น สิบปีต่อมากลายเป็นหญิงงามที่ชายใดก็ต่างหมายปอง แม่ทัพหนุ่มที่อายุเลยเข้าวัยที่ควรออกเรือนได้แล้ว กลับครองชีวิตที่ไร้พันธะผูกมัด เขามิได้มีเพียงความเก่งกาจเสียทุกด้านและวรยุทธที่สูงส่ง แต่ใบหน้าที่หล่อเหลาและรูปกายที่สง่างาม แต่ทว่ากลับมีท่าทีที่สุขุมและเย็นชา มิสนใจสตรีนางใดจนทูลขอฝาบาทว่าสตรีที่จะแต่งเข้าจวน มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่เป็นคนเลือกได้ แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาลดความนิยมในบรรดาสาวงามทั่วเมืองหลวงได้เลยแม้แต่น้อย แต่แล้ววันหนึ่งจู่ๆกลับมีเด็กคนหนึ่งที่อายุห่างจากเขาเกือบหนึ่งรอบ มาทำให้ความเย็นชาและกำแพงของเขาค่อยๆทลายลง...... "เด็กดื้อเช่นนาง เห็นทีคงมีเพียงข้าที่จัดการได้......"
view more9 ปีต่อมา"เจ้าว่าอันใดนะ ลาอีกแล้วหรือ"ปัง! เสียงปารายงานลงพื้นดังลั่นจนขุนนางทั้งหลายต้องสะดุ้งตัวโหย่ง อี้หนิงหลงนั่งในตำแหน่งสูงสุด เนื่องด้วยฝ่าบาทประชวรหนักจึงให้เขาในฐานะองค์รัชทายาทขึ้นประชุมแทน หลังจากเหตุการณ์ชนเผ่าเหยียนกู๋จบลง ตระกูลเหวินก็ถูกตรวจสอบและพบข้อหาอีกมากมาย ทั้งการเก็บสินบนทางการที่เอาเปรียบชาวบ้านยาวเป็นหางว่าว ร่วมมือกับชนเผ่าเหยียนกู๋ มีความสัมพันธ์บางอย่างกับแคว้นศัตรูที่อาจก่อให้เกิดผลเสียกับแคว้นเป่ยเทียน โดยเฉพาะเรื่องการลอบปลงพระชนม์องค์ชายอีกสองพระองค์อีกด้วย เหวินซูหลินถูกปลดจากตำแหน่งฮองเฮาเป็นเพียงสามัญชน ห้ามเข้าเมืองหลวงตลอดชีวิต แต่เพราะตระกูลเหวินถูกประหารทั้งหมด ทำให้นางผูกคอฆ่าตัวตายไปเสียก่อน ส่วนเหวินเย่วเสียงก็หายสาบสูญไม่มีผู้ใดพบเจอเขาอีกเลย แต่ถึงอย่างนั้นอี้หนิงหลงก็ตามหาพี่ชายคนนี้ตลอด เขาไม่เคยโกรธเหวินเย่วเสียงเลยถึงแม้คราหนึ่งเคยคิดจะสังหารตนก็ตาม เพราะชายหนุ่มรู้ดีว่าพี่ชายเขาทำไปด้วยเหตุใด"แม่ทัพจ้าวบอกว่าวันนี้ฮูหยินไม่สบายพะยะคะ""ไม่สบาย ไม่สบายอีกแล้วเหรอ เห็นทีว่าวันนี้ข้าต้องไปจวนจ้าวเสียหน่อย"อี้หนิงหลงเอ่ยด้วยความโมโห
"ฮูหยินของข้า"จ้าวเทียนหยางไม่เอ่ยเปล่าแต่ยังจุมพิตไปที่หน้าผากมนอีกครั้ง ก่อนจะค่อยๆเลื่อนริมฝีปากมาที่ปลายจมูกเรียว และสุดท้ายที่ริมฝีปากแดง เขาบรรจงจูบนางอย่างแผ่วเบา ลมหายใจอุ่นรดที่แก้มเนียน มือหนาวางบนแขนเรียวช้าๆก่อนจะค่อยๆรูดอาภรณ์ที่ห่อไหล่บางไว้ลงช้าๆ มือหนาเอื้อมไปรองท้ายทอยนางให้แหงนหน้ารับกับปาก แทรกลิ้นเข้าไปภายในปากแล้วเกี่ยวตวัดกันเบาๆ ความหวานของสุราที่พึ่งดื่มไปเหมือนสักครู่ทำเอาหญิงสาวรู้สึกตาพร่ามัว ยิ่งตอนที่มือหนาสัมผัสร่างกายนางนั้นยิ่งทำให้ใจเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ จ้าวเทียนหยางดึงมือเรียวให้คล้องคอตนเองเอาไว้ ก่อนจะยกนางขึ้นเหนือพื้นโต๊ะตรงไปที่เตียงกว้าง ในขณะที่ริมฝีปากก็ไม่ปล่อยให้นางเป็นอิสระ"ทะ...ท่านแม่ทัพ ข้า....."เยี่ยนฝางรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ผงะออกจากร่างใหญ่เบาๆ"ทำไมหื่อ.... กลัวหรือไม่"ขณะที่พูดมือหน่าก็อยู่ไม่สุข ค่อยๆปลดอาภรณ์ที่นางสวมใส่ออกที่ละชิ้น ไหล่ขาวเนียนปรากฏต่อสายตาคม ชายหนุ่มก้มจุมพิตเบาๆอย่างอดใจไม่ได้"มิใช่เช่นนั้นเจ้าค่ะ""หากเจ้ายังไม่พร้อม ข้ารอเจ้าได้ อย่าได้กังวล"เสียงทุ้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พร้อมยิ้มกว้างส่งไปให้นางเพื่
จี้ชุน.ยามชื่อ (ปลายฤดูใบไม้ผลิเดือนสาม)แสงอาทิตย์ยามสายทอแสงเป็นประกายเพิ่มความอบอุ่นช่วงปลายฤดูวสันต์ ผ้ามงคลสีแดงถูกตกแต่งบนเกี้ยวไม้ประดับประดาด้วยม่านมุกเพิ่มความเป็นศิริมงคล ขบวนเจ้าสาวยาวนับลี้กำลังเคลื่อนตัวไปยังจวนเจ้าบ่าวที่ตั้งตารอการมาถึง สองข้างทางมีชาวบ้านมารอเชยชมเจ้าสาวผู้ขึ้นชื่อว่างามล่มเมืองและห้อยโคมไฟสีชมพูร่วมแสดงความยินดี ขบวนเกี้ยวหยุดลงหน้าจวนที่ตกแต่งเพื่อต้อนรับการมาถึงของเจ้าสาวเช่นกัน บุรุษสวมชุดมงคลดูงามสง่าใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มรอรับเจ้าสาวอยู่ก่อนแล้ว ม่านมุกถูกเปิดออกร่างบางค่อยๆออกมาจากเกี้ยวช้าๆ มือเรียวข้างหนึ่งถือพัดมงคลปิดบังใบหน้า ส่วนอีกข้างยื่นออกไปเพื่อรอคนผู้หนึ่งมาจับกุม จ้าวเทียนหยางรองมือรอหญิงสาวอยู่ก่อนแล้วพรมแดงที่ถูกปักเป็นรูปดอกโบตั๋นทอดยาวจากหน้าประตูจวนไปยังห้องโถงพิธี หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษชะตาต้อง สวมอาภรณ์มงคลสีแดงสดด้านในและถูกสวมทับด้วยอาภรณ์สีขาว ด้ายแดงลวดลายมงคลที่ถูกปักเย็บอย่างประณีตเข้าคู่กัน ทำให้ยามที่เดินเคียงข้างดูสง่างามเหมาะสม กลีบดอกเหม่ยฮวาถูกโปรยให้พัดผ่านไปตามสายลม อันแสดงถึงความรักที่บริสุทธิ์ของทั้งคู่ "ผ
ปัจจุบัน"แล้วท่านนำร่างของนางไปฝังที่ใดเจ้าคะ ข้าเองก็อยากขอบใจนางเช่นกัน จื่อห่าวบอกว่าซีอันดูแลข้ามาตลอดยามที่อยู่จวนจ้าวก่อนข้าความจำเสื่อม""ที่หน้าทางเข้าชนเผ่า เจ้ามิต้องห่วงนางก็นับว่าเป็นทหารกล้าที่ช่วยปกป้องชาวแคว้นเป่ยเทียนเช่นกัน เพราะฉะนั้นข้าได้จัดพิธีตามสิ่งที่นางสมควรจะได้แล้ว"จ้าวเทียนหยางเอ่ยพลางกระชับมือหญิงสาว มือหนาเอื้อมไปถัดปอยผมที่ถูกสายลมพัด สีผมขาวถูกย้อมสีจนดำสนิทเหมือนคนทั่วไป นางคงลำบากไม่น้อยที่ต้องย้อมเช่นนี้อยู่บ่อยๆ มือหนาล้วงเข้าแขนเสื้อตนเองพร้อมปักปิ่นหยกที่ตั้งใจเลือกมากว่าหนึ่งชั่วยามที่บนหัวนางเบาๆ"อื้ม~ ปิ่นนี้เหมาะกับเจ้าจริงๆด้วย""ใช้ปิ่นจองข้าไว้หรือเจ้าคะ"เยี่ยนฝางเอ่ยหยอกล้อชายหนุ่ม จ้าวเทียนหยางส่ายหน้า"เงินหนึ่งร้อยเหรียญภู่ทองเมื่อเก้าเดือนก่อนต่างหากที่ข้านำมาจองเจ้าเอาไว้""ทะ..ท่านวางแผนตั้งต้นแล้วหรือเจ้าคะ"เยี่ยนฝางเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ นางคิดว่าตนเองฉลาดมาโดยตลอดไม่คิดว่าแท้จริงแล้วเดินตามแผนเขามาตั้งแต่ต้น แต่จะโทษเขาก็ไม่ได้ วิธีการที่ชายหนุ่มใช้กับตนเองนั้นนับว่าไม่ได้บังคับความรู้สึกนาง อีกทั้งให้เวลานางได้ค่
"ผู้ตายอายุเพียงสามสิบห้าปี ตัวขาวซีดมากกว่าคนตายปกติ คาดว่าเนื่องจากเสียเลือดมากก่อนตาย ดวงตาสองข้างปูดโปน อ้าปากกว้าง เกิดจากการตกใจสุดขีดก่อนเสียชีวิต ข้อมือถูกกรีดโดนเส้นเลือด คิดว่าจุดนี้น่าจะถูกระบายเลือดออกไป หัวใจถูกควักออกไป เล็บมือเล็บเท้าสีดำสนิท.......พิษหรือ"เยี่ยนฝางเอ่ยขึ้นขณะที่กำล
"องค์ชายสี่""ขะ....ขอ ขออภัยองค์ชายสี่""หื่อ.....นางทำอันใดให้ท่านไม่พอใจหรือ"จ้าวเทียนหยางที่ได้ฟังเช่นนั้นก็หันมาถามอี้หนิงหลงด้วยความสงสัย"เรียนท่านแม่ทัพ ข้ามิรู้ว่าคุณชาย เอ่อ...องค์ชาย คือ องค์ชายสี่เจ้าค่ะ ก่อนหน้าเลยเอ่ยวาจาที่ไม่ระวังออกไป"เยี่ยนฝางรีบเอ่ยอธิบายทันที นี่คือเชื้อพระวงศ
ป๊อก! ป๊อก! ป๊อก!เสียงเคาะโต๊ะไม้ดังเป็นจังหวะต่อเนื่องออกมาจากกระโจมใหญ่ อี้หนิงหลงยืนอยู่หน้าโต๊ะตำราไม้ในมือถือรายงานที่ถูกขีดเขียนด้วยลายมืองดงาม ดูเป็นระเบียบ ใบหน้าของชายหนุ่มพยักขึ้นลงอย่างพอใจเมื่อได้อ่านมัน เยี่ยนฝางที่กลับจากเรือนรับรองในตัวอำเภอก็ตรงดิ่งกลับมาทำงานที่ค้างคาให้เสร็จตามคำ
“คารวะองค์รัชทายาท”จ้าวเทียนหยางเดินไปที่ตรงหน้า ก่อนที่จะทำความเคารพ” ข้าก็นึกว่าผู้ใด เป็นแม่ทัพจ้าวนั้นเอง “” เสียมารยาทแล้วที่ไม่ได้มาต้อนรับได้ทัน นั้นเป็นเพราะว่ามีเหตุด่วนกระทันหัน “” ชาวบ้านย่อมสำคัญกว่า แม่ทัพจ้าวอย่าได้เป็นกังวล มาเถิด “เหวินเย่วเสียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง แต่นั้





