Se connecterตื่นมาในเช้าวันใหม่มันหอมรีบลุกขึ้นไปนึ่งข้าวให้แม่ จากนั้นก็วกกลับเข้ามาในห้องของตนเพื่อส่องกระจกอีกครั้ง
“ช่างงามจริง ๆ” มันหอมอดไม่ได้ที่จะพูดกับตัวเอง เธอรู้ว่ามันหอมคนก่อนเป็นคนขี้เกียจทำงานทำการ ขึ้นเขาหาของป่าก็นับครั้งได้ ทุกวันเธอขยันอยู่เรื่องเดียวคือไปสืบเสาะหาสมุนไพรเสริมความงามจากพ่อเฒ่าเพื่อมาประทินผิวตัวเอง เธอเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่อายุสิบสี่ตอนนี้เธอจึงกลายเป็นหญิงสาวที่มีผิวสวยที่สุดในหมู่บ้าน อีกทั้งหน้าตาเธอยังจิ้มลิ้มพริ้มเพราโดดเด่นกว่าใคร
มันหอมลูบไล้แขนขาและใบหน้าตัวเองอย่างพึงพอใจ ชาติที่แล้วถึงเธอจะเป็นผู้หญิง แต่เธอก็ไม่มีเวลาดูแลตัวเองขนาดนี้ เจ้าของร่างนี้ช่างอดทนกับเรื่องความสวยความงามจริง ๆ ทั้งภายนอกภายในเธอดูแลดีไม่ให้ขาดตกบกพร่อง มันหอมยิ้มให้กับตัวเอง “นับว่าที่เธอทำไปไม่สูญเปล่านะหอม”
บุษบงงัวเงียตื่นขึ้นมาเห็นพี่สาวยืนหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่หน้ากระจกจึงเอ่ยถาม “พี่หอมเป็นอะไรคะ” ทุกวันไม่เคยเห็นพี่สาวตื่นขึ้นมาส่องกระจกแต่เช้าขนาดนี้
มันหอมสะดุ้งเล็กน้อยหันมายิ้มแห้งให้น้องสาว “เปล่าจ้ะ พี่ไปดูหม้อข้าวก่อนนะ”
มันหอมเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี บุษบงยังงงงัน พี่สาวไม่เคยตื่นเช้า และยิ่งไม่เคยนึ่งข้าว เธอเหวี่ยงผ้าห่มออกจากร่าง พลันคิ้วก็ย่นเข้าหากัน มองไปยังที่นอนของพี่สาว เอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มที่พับไว้อย่างเรียบร้อยขึ้นมาดู จึงรู้ว่าเมื่อคืนนี้พี่สาวยกผ้าห่มให้ตนอีกผืน
แปลกมาก คนที่เห็นแก่ตัวและหวงของอย่างมันหอมจะเสียสละผ้าห่มให้น้องสาว ที่ไม่ค่อยถูกกันได้อย่างไร
ตอนสายมันหอมเดินออกไปชมทุ่งข้าวของตัวเองที่น่าจะมีอยู่เพียงสามไร่ นอกนั้นเป็นทุ่งหญ้าที่ออกดอกหลากสี บางต้นดอกกำลังโรย บางต้นกำลังแห้งตาย สายตากวาดมองไปยังน้องชายที่กำลังผูกควายสองตัวไว้กับตอไม้เพื่อให้มันได้กินหญ้า ควายสองตัวนั้นชื่อไอ้รุ่งกับไอ้เรืองเป็นควายตัวผู้ทั้งคู่
เธอถือโอกาสยืนมองไปรอบ ๆ บ้านของตัวเองอีกครั้ง บ้านไม้ที่ชาวบ้านปลูกไว้ค่อนข้างห่างกัน รอบ ๆ บ้านของแต่ละครอบครัวเต็มไปด้วยทุ่งหญ้า และทุ่งข้าวที่เมล็ดเริ่มเป็นสีเหลือง ลมโชยมาแต่ละทีพัดเอากลิ่นหอมของข้าวใหม่เข้ามาพาให้ชื่นใจ อีกไม่ถึงสิบวันก็คงได้เก็บเกี่ยว มีวัว มีควาย ที่ชาวบ้านล่ามไว้ไม่มากนัก ยืนเล็มหญ้าอยู่ตามทุ่งกว้าง เห็นวิถีชีวิตแบบนี้แล้วก็ทำให้รู้สึกเบิกบานใจ แต่ปากท้องของคนในหมู่บ้านกลับค่อนข้างลำบากเล็กน้อย
เธอเดินกลับขึ้นไปบนเรือนเพื่อดูผู้ชายคนนั้น เขายังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ไม่รู้เป็นคนบ้านไหน ป่านนี้พ่อแม่คงตามหากันให้วุ่น
“มาลา” เสียงนั้นดังมาจากด้านล่าง
มาลาแย้มใบหน้าออกมาดู “อาจัน”
“ฉันเอง… ฉันเอาลาบกระต่ายมาให้ และต้มมันมือเสือใส่น้ำตาลมาฝาก”
“ขอบคุณมากค่ะ” มาลาเดินลงไปรับตะกร้ากับมือจันทรา
“ไม่ต้องเกรงใจ” คนในหมู่บ้านก็เป็นเช่นนี้ มีอะไรก็แบ่งปัน เมื่อวานเธอรู้ข่าวจากสามีว่ามันหอมไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเพราะช่วยชีวิตคนผู้นั้นไว้ เธอจึงเอาลาบกระต่ายมาฝากถ้วยใหญ่ และต้มมันป่าอีกหนึ่งหม้อเล็ก ถึงจะรู้ว่ามันหอมเป็นคนค่อนข้างเห็นแก่ตัว ไม่ชอบแบ่งปัน และไม่สนใจคนในหมู่บ้านเท่าที่ควร แต่สมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ ก็ดีหมด เรื่องนี้เธอจึงไม่ถือสา และไม่รู้ว่านิสัยผิดแผกจากคนในครอบครัวนี้มันหอมได้แต่ใดมา แต่คนในหมู่บ้านก็นึกปลง กระทั่งมันหอมสวยจนหยดย้อยก็ไม่มีใครอยากได้ไปเป็นสะใภ้ เพราะไม่มีใครอยากได้ลูกสะใภ้ขี้เกียจ และคงไม่มีสามีคนไหนที่อยากได้ภรรยาที่จะต้องเลี้ยงดูฝ่ายเดียวไปตลอดชีวิต เพราะกว่าคนหนึ่งจะร่วงโรยไปตามวัยก็ปาเข้าไปหกสิบเจ็ดสิบปี นับดูแล้วใครที่ได้มันหอมไปร่วมบ้านคงต้องทรมานไม่น้อย
“แล้วหอมเป็นยังไงบ้าง” เมื่อวานมีเพียงสามีแวะเวียนมาดู ส่วนเธอยังไม่มีเวลาปลีกตัวมา
“ขึ้นมาข้างบนก่อนสิคะ” มาลาบอกจันทรา จันทราเดินตามขึ้นมาอย่างคุ้นเคย คนในหมู่บ้านร่ำลือกันว่า หนุ่มคนนี้หน้าตาดีหนักหนา ใครก็อยากมาเห็นหน้าค่าตา ตั้งแต่มันลงมาจากเขา หัวกระไดยังไม่เคยแห้ง
เดินเข้ามาในบ้านเห็นมันหอมกำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ หนุ่มคนนั้นพอดี “เอ็งเป็นยังไงบ้าง”
“กินยาแล้วรู้สึกดีขึ้นมากแล้วค่ะ” ทั้งที่กลิ้งตกภูเขาลงมาด้วยกัน แต่ผู้ชายคนนี้กลับอาการสาหัสมากกว่าเธอมาก
น้ำเสียงของมันหอมที่กล่าวออกมานุ่มนวลน่าฟังจนจันทรานึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร “แล้วมันล่ะ” จันทรามองไปยังชายคนนั้น เขาหล่อสมคำเล่าลือจริง ๆ ถึงหน้าตาจะมีรอยแผลอยู่บ้าง แต่คงไม่ทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นในภายหลัง สวรรค์ช่างเมตตานัก จะไม่เมตตาก็ตอนที่ได้แต่งงานกับมันหอมนั่นละ ภาวนาให้มันหอมเปลี่ยนแปลงตัวเองหลังจากมีครอบครัวแล้วก็เป็นพอ
“ฉันก็รอมันฟื้นอยู่เหมือนกัน” มาลาว่า
“น่าสงสารมันนะ” จันทรากล่าว มองมายังมาลา “แต่จะทำยังไงได้ มันตกเขามาเขตของเราแล้ว ก็นับว่าเป็นวาสนา”
“ค่ะ” มาลารับคำเงียบ ๆ เรื่องที่มันหอมต้องแต่งให้ชายแปลกหน้าผู้นี้ คนในหมู่บ้านรู้กันหมด ยกเว้นมันหอมคนเดียวที่ยังไม่ทราบ
จันทราอยู่คุยด้วยอีกสักพักจึงขอตัวกลับ
ห้าคนพ่อแม่ลูกนั่งล้อมวงรับประทานอาหารเช้ากันอยู่ชานนอกบ้าน มันหอมรู้สึกยินดี ที่ได้มีโอกาสอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวแบบนี้สักครั้ง
“หอม” ขุนเดชเอ่ยเสียงทุ้ม พลางมองหน้าลูกสาวที่ทำตัวสงบเสงี่ยมตั้งแต่ลงจากเขาเมื่อวาน
“คะพ่อ” ดวงตาที่มองพ่อยังคงทอแสงสุกสกาวราวกับดวงดาวบนท้องนภา ไม่มีแววขุ่นมัวสักนิด
แสงแดดรอนแสงลงมากแล้ว จินดาทอดกายลงนอนแผ่บนชังข้าวอย่างหมดแรง ลมเย็นพัดผ่านมาเป็นระยะ พัดเอากลิ่นฟางข้าว กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าเข้าจมูก เธอตั้งใจสูดเข้าปอดลึก รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด“กว่าจะได้ข้าวสารมาหุงแต่ละเม็ดเนี่ยมันเหนื่อยจริง ๆ เลยนะคะ” เธอพูดกับสามี แค่เกี่ยวข้าวไม่ถึงสองชั่วโมงยังเหนื่อยขนาดนี้ ปวดเอวปวดหลังไปหมด ถ้าทำงานตากแดดทั้งวันเธอคงไม่ไหวเอกอมรนั่งลงข้างภรรยา “ไม่มีงานไหนที่ไม่เหนื่อย คุณว่าไหมล่ะ”“ค่ะ ไม่มีงานไหนที่ไม่เหนื่อย” ก่อนหน้าเธอเคยเอาตัวเองเป็นศูนย์รวมของจักรวาล เหยียดคนบ้านป่า ความจริงแล้วไม่ว่าบ้านไหนย่อมมีประสบการณ์และความรู้ที่แตกต่างกันออกไป ที่นี่ปลูกผักทำนา ทุกอย่างล้วนปลอดสารพิษ ในขณะที่คนเมือง เลือกกินทุกอย่างได้ แต่ไม่รู้ว่าในอาหารเหล่านั้นมีสิ่งปนเปื้อนอะไรบ้าง เช่นนี้ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าคนเมืองมีสุขภาพดีกว่าคนบ้านป่าในเวลาต่อมาพวกผู้ชายช่วยกันทำซุ้มจากซังข้าวสามหลัง เพื่อใช้เป็นที่หลับนอนในคืนนี้ ส่วนผู้หญิงช่วยกันทำอาหารเกือบหกโมงเย็นพลากรกับปาริชาติก็มาถึง อาหารเย็นถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว อาหารมีทั้งอาหารไทยภาคกลางและอาหารอีสาน จ
ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวของปีถัดมา อินทรพาครอบครัวมาเที่ยวที่หมู่บ้านไพรพนาถือโอกาสมาเยี่ยมบ้านภรรยาด้วย ชาวบ้านกำลังอยู่ในช่วงเกี่ยวข้าวพอดี ตลอดสองฝั่งทางมีชาวบ้านโบกมือทักทายไม่ขาด เพราะรู้ว่านั่นคือครอบครัวของอินทร วันนี้จินดารู้สึกต่างไปจากวันวาน ปีนั้นที่มาหมู่บ้านแห่งนี้เธอรู้สึกว่ามันกันดาร และไม่น่าอยู่ แต่บัดนี้สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งข้าวสีเหลืองทองอร่าม ถนนที่รถแล่นอยู่ตอนนี้เป็นถนนคอนกรีต ทำให้ไปมาสะดวกสบายมากขึ้น “แม่อยากลองเกี่ยวข้าวบ้างจัง” ทุกคนอึ้งกับคำบอกเล่าของจินดา “ตอนนี้พ่อตาคงยังเกี่ยวข้าวไม่เสร็จหรอกครับแม่” อินทรก็ไม่คิดจะห้ามแม่เลยสักนิด ที่อกเขายังมีลูกน้อยนอนซบอยู่ อรอินทร์หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เธอชอบนอนซบบนอกพ่อกับแม่มากที่สุด “อือ แม่อยากลองชิมมันอ้อนกับมันพร้าวด้วย หอมทำให้แม่กินหน่อยนะ” เย็นจิตรชมนักชมหนา ทำให้เธอลืมไม่ลงสักที มาถึงแหล่งมันทั้งที ถ้าไม่ได้กินเดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึง “ค่ะ” มันหอมยิ้มรับเต็มใบหน้า “ติดใจแล้วจะหอบกลับกรุงเทพฯ ไม่ได้นะ” เอกอมรว่าเย้า แต่ครั้งนี้
ชีวิตพวกเขาดำเนินไปอย่างนี้จนถึงกำหนดวันผ่าคลอดของมันหอม หน้าห้องคลอด ทุกคนรออยู่ด้านนอกอย่างใจจดใจจ่อ สองชั่วโมงต่อมา พยายาบาลก็เข็นรถเข็นคลิปเด็กทารกออกมา เด็กน้อยผิวสีแดงบอบบางถูกห่อหุ้มด้วยผ้าอ้อมคล้ายมัมมี่ เหลือไว้เพียงใบหน้ากลมมน ดวงตากลมโต คิ้วทรงเรียวสวยแพขนตาหนาตั้งแต่ยังเด็ก ปากสีแดงระเรื่อเผยออ้านิด ๆ ลิ้นเล็ก ๆ เลียไล้ริมฝีปาก คล้ายกับกำลังควานหาของกิน บ้างอ้าปากหาวหวอด ๆ หล่อนกะพริบตาช้า ๆ อย่างคนเกียจคร้าน ตากับยายมองดูดวงตากลมใสแป๋วคู่นั้นพลันใจอ่อนยวบ นางช่างน่าเกลียดน่าชังยิ่งนัก “ลูกผมหนักเท่าไรครับ” อินทรถามพยาบาล เขาตื่นเต้น ดีใจ มีความสุขจนล้นปรี่ น้ำตาเอ่อคลอโดยไม่รู้ตัว “สามพันหกร้อยกรัมค่ะ” “เมียผมละครับ” “คุณแม่ปลอดภัยแล้วค่ะ อีกสักพักจะพาไปที่ห้องพักแล้วค่ะ” มาลาก้มมองหลานใกล้อีกนิด “หลานยายน่าเกลียดน่าชังเหลือเกินลูก” ถ้าเด็กคลอดออกมาน้ำหนักได้ขนาดนี้ถือว่าสมบูรณ์มาก แม้ก่อนหน้าเวลาที่เธอคลอดลูกจะไม่รู้ว่าลูกแต่ละคนหนักเท่าไร แต่ก็ตัวไม่ใหญ่เท่าหลานคนนี้ “หน้าคล้ายพี่เขย ผิ
ก่อนกลับบ้านพัก พลากรพาปาริชาติไปเดินเลือกซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าและดูหนัง รับประทานอาหารเย็นด้วยกันแล้วจึงพาเธอกลับบ้าน เขาเดินเข้าไปส่งเธอถึงในห้องรับแขก “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยเป็นธุระให้ปอย” วันนี้เธอมีความสุขมากที่ได้มีเวลาอยู่กับเขาทั้งวัน เขาเองก็ไม่ปริปากบ่นสักคำ แถมยังช่วยถือของให้ ทำตัวคล้ายเป็นแฟนเธออย่างไรอย่างนั้น เฮ้อ! ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลย “ไม่เป็นไรพี่ว่าง”“แล้วพี่กรจะไปเดินป่าวันไหนคะ”“จะไปกับพี่เหรอ” เขาหรี่ตาถาม“ก็ถ้าพี่กรไม่มีเพื่อนไป ปอยไปให้ก็ได้ค่ะ แต่ปอยขอไม่ไปที่ที่มีทากดูดเลือดนะคะ” เธอทำท่าขนลุกขนพองเมื่อคิดถึงหน้าตาของทากดูดเลือด“แม้ว่าพี่จะให้เธอขี่หลังอย่างนั้นเหรอ”เธอยิ้มแหย “ลำบากพี่กรเปล่า ๆ ค่ะ” ครั้งก่อนยังอายไม่หาย ครั้งนี้จะให้ขี่หลังอีกแล้วเขายิ้มเจ้าเล่ห์สาวเท้าเข้ามาใกล้เธออีก “แต่วันนี้พี่ยังไม่ได้จองห้องพักเลย พี่ขอนอนค้างที่นี่ด้วยคนได้ไหม” เขาเอ่ยขอหน้าด้าน ๆ “เอ่อ…” “ปอยนอนคนเดียวตั้งหลายคืนไม่กลัวผีหรือไง” เขาว่า กวาดตามองไปทั่วห้อง ที่นี่ก็มีตั้งหลายห้องทำไมไม่แบ่งให้
“ผู้หญิงค่ะ” ถ้ายังอยู่ที่บ้านเดิมคงยังไม่รู้เพศลูก อีกทั้งยังไม่ได้ฝากครรภ์ จินดายิ้มพอใจ “หญิงก็ดีชายก็ดี คงสวยหล่อทั้งคู่” ได้พิศมองใบหน้าลูกสะใภ้ชัด ๆ ถึงได้รู้ว่าเธองามมาก ผิวขาวเปล่งปลั่งเนียนละเอียด ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้ม ดวงตากลมนัยน์ตาดำขลับ ขนตาเป็นแพงอนสวย หน้าเรียวมนอย่างธรรมชาติ ไม่ใช่สวยคมแบบศัลยกรรม ลำแขนกลมกลึงลูบคลำลื่นมือไปหมด กุมมือลูกสะใภ้คลึงเล่นเบา ๆ พอใจหนักหนา สมแล้วที่อินทรทั้งรักทั้งหลง ทั้งเก่งทั้งสวยใครจะไม่อยากได้มาครอบครอง เอกอมรมองดูด้วยความพอใจ อย่างน้อยภรรยาเขาก็หายบ้าแล้ว เมื่อวานพอรู้ว่าจะได้เป็นย่า พูดแทบไม่เป็นคำ เดินไปเดินมาคล้ายหนูติดจั่น ปาริชาติเดินออกมาจากบ้านพัก วันนี้เป็นวันหยุด เธอจะไปเยี่ยมมันหอมที่บ้าน วันที่เกิดเรื่องที่บริษัท ทุกคนตกใจแทบแย่เมื่อรู้ว่ามันหอมท้อง เธอเป็นผู้หญิงที่เก่งและแกร่งจริง ๆ เธอชะงักเท้าเมื่อมีหนุ่มคุ้นหน้าเดินเข้ามาในบ้าน เธอเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ แต่ใบหน้ากลับเปลี่ยนสี “เป็นอะไร ทำเหมือนกับเห็นผี” เสียงทุ้มเอ่ยถาม ใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม
“ว้าย!”ร่างอวบอิ่มร่วงจากบันไดขั้นที่สี่ลงมานอนพับเพียบอยู่ที่พื้น เอกสารกระจัดกระจายไปทั่ว “หอม!” อินทรร้องตามร่างภรรยาด้วยความตกใจสุดขีด ขายาว ๆ กระโดดสองสามก้าวลงมาจากบันไดขั้นสุดท้าย เพียงพริบตาเขาก็มาถึงร่างภรรยา รีบพยุงตัวเธอลุกขึ้นนั่ง “หอม หอมเป็นยังไงบ้าง” เขาเสียงสั่นจนทำอะไรไม่ถูก หน้าขาวซีด ตัวสั่นเทา มือของเธอกุมอยู่ที่ท้องเพราะรู้สึกปวดหน่วง ดวงตาหลุบต่ำมองขาตัวเอง คล้ายมีน้ำบางอย่างไหลออกมา “เลือด” พูดแค่นั้นมันหอมก็เป็นลมไปในทันที “หอม!” อินทรช้อนร่างภรรยาเดินลงมาด้านล่าง สั่งคนขับรถของโรงงานเสียงกร้าว “เอารถออก” คนขับรถทำตามคำสั่งอย่างทันท่วงทีเขามองภรรยาในอ้อมกอดด้วยสายตาสำนึกผิด หากเธอไม่เห็นเขากับปาริชาติเธอก็คงไม่ตกบันได “ทำใจดี ๆ ไว้นะหอม หอมอย่าเป็นอะไรนะ ถ้าเธอเป็นอะไรไปพี่จะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด” เขาทั้งกอดทั้งหอมเมียด้วยความรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจ ทำไมเลือดถึงไหลออกมาจากส่วนนั้นของเธอด้วย บริษัทอยู่ไม่ไกลจากโรงพยายาบาลนัก มันหอมจึงมาถึงมือหมอในเวาลาไม่ถึงสิบห้านาที อินทรนั่
ช่วงเย็นพลากรเพื่อนของอินทรแวะเข้ามาเยี่ยมจินดาที่บ้านแต่เอกมรบอกว่าเธอออกไปทำบุญกับปาริชาติ “คงไม่ไปดูดวงอีกหรอกนะครับ” พลากรกล่าว “พ่อว่าน่าจะไม่พลาดนะ” เอกอมรว่า “พี่ก็คิดเช่นนั้น” อันดาเสริมขึ้น “แต่ก็ดีนะคะ อย่างน้อยปอยก็ทำให้คุณแม่ออกจากบ้านได้บ
เธอสอนให้ชาวบ้านนับอายุการเก็บเกี่ยวของผักแต่ละชนิดและวางแผนการปลูกให้ดี เพราะถ้าใครจัดการได้ดีก็จะปลูกผักขายได้สองถึงสามครั้งจนกว่าจะถึงฤดูทำนา และเมื่อขายผักรอบแรกได้แล้วทุกคนสามารถเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ผักชนิดอื่นกลับมาปลูกเพิ่มได้ ยิ่งปลูกหลากหลายยิ่งดี เมื่อเก็บเกี่ยวครั้งแรกไปแล้วทุ
คืนนั้นหลังจากมันหอมเดินเข้ามาในห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จ สามีนอนอยู่บนที่นอนที่ปูด้วยเสื่อ ดวงตาคล้ายเหม่อมองเพดานห้อง แต่เธอรู้ว่าเขาไม่ได้มองมัน “พี่สิงคิดอะไรอยู่เหรอคะ” มันหอมถามพลางหวีผมไปด้วย เสร็จแล้วจึงเดินไปกางมุ้ง ร่างบอบบางนอนลงข้างสามี และเป็นฝ่ายเอื้อม
วันต่อมาผู้ใหญ่บ้านกับพ่อเฒ่าจึงออกเดินทางเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อสืบเสาะหาช่าง ซึ่งก็เหมือนฟ้าประทานที่พวกเขาสามารถหาช่างขุดเจาะน้ำบาดาลได้ ช่างบอกว่าจะหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้ ตกลงราคาจนเป็นที่น่าพอใจทั้งสองฝ่าย ผู้ใหญ่บ้านก็ควบเกวียนกลับมายังหมู่บ้านด้วยใบหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง “ต่อไปนี้เรา







