Mag-log inบทที่ 3
อคิราห์ที่สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน กางเกงสแล็กส์สีเข้มมาสายไปเกือบสิบนาที เจ้าตัวเดินไปหยุดยังโต๊ะของเลขาฯ คนสนิทที่วันนี้มาทำงานตามปกติ จังหวะเดียวกันนั้นดวงหน้าหวานก็เงยขึ้นมาสบสายตา
พวงแก้มของวนิดาแดงระเรื่อนิดๆ แต่แววตายังมีความรู้สึกผิดขังอยู่ แล้วส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้คนที่จิกตามองกัน
อคิราห์สะบัดหน้าหนีคนที่ทำให้เขาขึ้นแล้วต้องปลอบประโลมตัวเองอยู่นานกว่าจะข่มตาลงนอนได้
“เราซื้อหมูปิ้งมาฝากอี้ด้วยนะ”
วนิดารู้ถึงวิธีง้ออคิราห์ดี มือเล็กหยิบถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งที่ตนรีบไปต่อแถวซื้อแต่เช้ามายื่นให้“วันนี้ไม่ได้ผลหรอกย่ะยัยหนูนิด” อคิราห์มองหมูปิ้งเจ้าประจำที่เขาชอบกิน จังหวะหนึ่งแอบกลืนน้ำลายลงคอแต่ยังเชิดหน้าขึ้น
“โธ่อี้จ๋า อย่างอนนิดเลยนะ”
วนิดาหน้าจ๋อย รู้ว่าอคิราห์ไม่ได้โกรธจริงจัง แต่อาจจะมีงอนบ้าง เพราะขนาดตัวเธอกลับไปถึงห้องยังนั่งหน้าแดงอยู่ตั้งนาน
“ชิ”
อคิราห์เบะปากใส่ ยกมือขึ้นกอดอก
“เราง้อ” วนิดายังไม่ยอมแพ้ ทำแก้มป่องหวังให้อคิราห์นั้นใจอ่อน
“ง่ายไป” อคิราห์ว่า หนนี้วนิดาต้องง้อเขายากสักหน่อย ปกติแล้วแค่ยัยตัวเล็กทำหน้าเศร้า ใจเขาที่พองขยายด้วยอารมณ์กรุ่นๆ ก็หดเล็กเท่ากับมดตะนอยแล้ว
“แล้วอี้อยากได้อะไร นิดจะรีบหามาให้เลย” เธอถามหน้าอ้อน ตั้งใจจะหามาให้ทุกอย่างตามอีกฝ่ายปรารถนา
“ลิปแบบที่เธอใช้แล้วปากนุ่ม นิดต้องซื้อให้เรา”
“ได้ๆ พรุ่งนี้นิดไปซื้อให้เลย”
“เราจะเอาวันนี้” อคิราห์ย้ำถึงความต้องการ
“งั้นเดี๋ยวตอนเที่ยงนิดแว้บไปซื้อให้ แล้วอี้อยากกินโดนัทร้านโปรดด้วยไหม นิดจะได้ซื้อให้ด้วย”
ไม่ห่างจากบริษัทมีห้างสรรพสินค้าชื่อดังอยู่ วนิดาจะเรียกรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างให้พาเธอแว้นไปซื้อในช่วงเวลาพักเที่ยง“เราอยากกินไอติมร้านโปรดของเธอ บ่ายๆ ไปกินกัน แล้วเธอค่อยซื้อลิปให้เรา”
“เอาแบบนั้นก็ได้”
จากนั้นอคิราห์ก็เดินหายเข้าไปในห้องทำงาน ส่วนวนิดาพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก นึกอยากกินไอศกรีมร้านโปรดอยู่เหมือนกัน เพราะช่วงนี้ไม่มีเวลาไปเลย และอีกไม่นานก็คงจะยุ่งกว่านี้แน่ แพราะบริษัทกำลังจะเปิดตัวลิปสติกคอลเลกชันใหม่
ในช่วงสิบโมงเช้าทีมการตลาดก็มาขอเข้าพบอคิราห์ เมื่ออยู่ในโหมดทำงานเขาก็มีสีหน้าจริงจัง เพราะอยากให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ กว่ามารดาจะยอมอ่อนข้อให้ไม่ใช่เรื่องง่าย ส่วนกับบิดาไม่ค่อยได้พบหน้ากันสักเท่าไร เป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็กแล้ว
หากให้เลือกงานกับลูกๆ แน่นอนว่าบิดายินดีที่จะผิดนัดกับพวกเขานับครั้งไม่ถ้วน จนเขาและพวกพี่ๆ ชินชา ที่ผ่านมาตนจึงไม่เคยคิดผิดนัดใคร
พอถึงช่วงเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง อคิราห์ก็ก้าวเท้าออกจากห้องทำงานไปยืนกดดันวนิดา
“อีกห้านาทีอี้ ขอเราส่งเมลก่อน”
วนิดารีบกดส่งเมลคอนเฟิร์มงานกับลูกค้าหลังตรวจเช็กอย่างละเอียดแล้ว ก่อนจะกดปิดคอมพิวเตอร์แล้วคว้ากระเป๋าสะพายพาดบ่า
“ไปกัน เราเสร็จแล้ว” เธอบอกพร้อมออกก้าวเดิน โดยมีอคิราห์เดินตาม
“ปกตินิดซื้อลิปนั่นที่ไหน”
“มันเป็นลิปมาส์กก่อนนอนนะ” โดยปกติแล้วหากเป็นลิปสติกก็ไม่พ้นใช้ของบริษัทตัวเอง เว้นเสียแต่พวกมาส์กบำรุง
“นั่นแหละ”
ไม่ว่าจะเป็นลิปสติกแบบไหน เขาก็อยากได้ หากมันจะช่วยทำให้ปากนั้นนุ่มนิ่มอิ่มน้ำเหมือนกับของวนิดา ในอนาคตเขาก็มีแพลนจะทำลิปมาส์กบำรุงปากออกขายเหมือนกัน แต่คงอีกนานพอควร เพราะต้องผ่านกระบวนการศึกษาและทดลองอีกหลายขั้นตอน
“มันก็มีขายทั่วไปแหละ”
“เค เสียดายที่ยัยนัทไม่ว่าง แต่พรุ่งนี้มันว่าจะเข้ามาหาพวกเราแทน”
อคิราห์ได้ลองโทร.ไปชวนเพื่อนสนิทอีกคนแล้ว แต่รายนั้นขอปฏิเสธ เพราะว่ามีนัดไปกินข้าวกับครอบครัวของสามีเมื่อนั่งลงบนเบาะในรถมินิคูเปอร์แล้วอคิราห์ก็ขับเคลื่อนรถออก เปิดเพลงฟังคลอไปด้วยตามประสาคนที่ชอบร้องเพลง หนำซ้ำยังเป็นแฟนคลับของนักร้องหลายคน ทั้งทีพ็อป เคพ็อป กระทั่งกดบัตรคอนเสิร์ตสู้กับระบบและผู้คนที่แย่งชิงมหาศาลก็เคยมาแล้ว
อคิราห์จำได้ว่าครั้งนั้นธนัชชาถึงกับไปบนบานศาลกล่าว ว่าจะวิ่งรอบมหาวิทยาลัย เล่นเอาเขาและวนิดาถึงกับหอบแฮก ส่วนเจ้าตัวไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไร เพราะเป็นนักกีฬา
“เรากินติมก่อนนะ แล้วจะได้เดินย่อยตอนซื้อลิป” อคิราห์มักพาวนิดาไปกินไอศกรีมร้านโปรดก่อนทำสิ่งอื่นเสมอ
บทพิเศษ “ป๊ะป๋าขา” เสียงเล็กใสดังขึ้นพร้อมฝีเท้าที่ย่ำถี่ตรงไปยังห้องนอน หลังถูกมารดาพาไปอาบน้ำ “ขา” ไม่ถึงนาทีคนที่ถูกเรียกก็ขานรับเสียงหวาน รอยยิ้มเอ็นดูปรากฏ ก่อนจะรับลูกสาวเข้ามาในอ้อมกอด “ถักเปียให้หน่อยค่ะ” เด็กหญิงศนิรีบอ้อนบิดา “มาค่ะ เดี๋ยวป๊ะป๋าถักให้ แล้วหม่าม้าล่ะคะ” การถักเปียไม่ใช่เรื่องยากเย็นสำหรับอคิราห์ เมื่อเขารับหน้าที่ถักผมให้ลูกสาววัยสองขวบกว่าเป็นประจำอยู่แล้ว พลันก้มหน้ามองยัยตัวเล็กเบอร์สองบนหน้าตัก ชื่อของลูกนั้นแปลว่าดาวเสาร์ เขาตั้งมันจากความชอบดูดาวของภรรยา “ทำข้าวต้มอยู่ค่ะ” เด็กหญิงศนิทำท่าชี้นิ้วไปยังห้องครัว “โอเคค่ะ หนูนิตื่นเต้นไหมคะ” อคิราห์พูดคะขากับลูก แววตาเปี่ยมไปด้วยรัก “ตื่นเต้นค่ะ” ศนิตอบด้วยความดีใจ เพราะในวันนี้จะได้มีเพื่อนใหม่อย่างเป็นทางการ อคิราห์ยิ้มเอ็นดูลูกสาวที่ไม่ค่อยกลัวสิ่งใด มีแต่คนเป็นพ่อที่แอบกังวลเมื่อในวันนี้ต้องส่งลูกสาวเข้าโรงเรียนตรียมอนุบาล เห็นเด็กน้อยในชุดนักเรียนแล้วก็ตื้นตันอยู่ไม่น
สองปีต่อมา “เจ้ อี้ว่ามุมนั้นดีกว่า” “เค” อมิตาพยักหน้าตอบรับน้องชาย แล้วยกกรอบรูปขึ้นนำไปวางตั้งไว้ในมุมด้านซ้าย ขณะน้องนั้นเดินตามติดมา ก่อนเสียงเจ้าตัวจะดังขึ้นอีก “เจ้ หรือว่ามุมเก่าดีกว่า” อคิราห์ยกมือขึ้นลูบคางแล้วเดินไปรอบกรอบรูป เกิดความลังเลใจ วินาทีนั้นก็มีเสียงแว้ดดังขึ้น “โอ๊ย สรุปว่าแกจะไว้มุมไหน เลือกมาสักมุม ฉันขยับจนเหนื่อยแล้ว” อมิตาไม่วายบ่น เธอขยับขาตั้งและกรอบรูปมารอบที่สามแล้ว แต่น้องก็ยังไม่พอใจเสียที ส่วนอลิษาและอริสราตอนนี้อยู่ในห้องครัว กำลังช่วยกันทำขนมหวานสำหรับพิธีสงฆ์ช่วงเช้า “จี้ตัดสินใจไม่ได้อะเจ้” อคิราห์ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะส่งเสียงเรียกหาคนที่ช่วยตัดสินใจ “นิดจ๋า...ออกมาหาอี้หน่อย” ไม่นานเท่าไรวนิดาก็เดินตรงมาหา “เราเอารูปพรีเวดดิงไว้ตรงไหนดี” อคิราห์ชี้นิ้วบอกจุดที่จะวางภาพพรีเวดดิง ซึ่งเป็นภาพถ่ายบนเตียงนอน ที่มีกลีบกุหลาบโรยอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนกไทสีดำ ทำท่าถือลิปสติก ส่วนวนิดานอนเกยอยู่ที่แผ่นหลัง ผมผูกโบสีชมพู “มุมนั้นอี้” วน
บทพิเศษ วนิดาถูกพาขึ้นรถคันเล็กในช่วงบ่ายของวันเสาร์ ก่อนจะมาจอดยังหน้าร้านที่มีลักษณะเหมือนคาเฟ มีตู้ขนมทำให้แปลกใจไม่น้อย “อี้พานิดมาเอาแหวนที่นี่เหรอ เหมือนเป็นคาเฟเลย” “ใช่ แต่ก่อนจะเอาได้ พวกเราต้องลงมือทำเสียก่อน ร้านนี้เปิด workshop ทำแหวนน่ะ” เจ้าของความคิดอธิบาย “นิดชอบอะ งั้นนิดทำให้อี้ อี้ทำให้นิดละกัน” วนิดาชอบความคิดนี้ของอคิราห์ และตรงตามความต้องการของเธอเป๊ะ “โอเค” นิ้วใหญ่ยกขึ้นทำท่าประกอบ แล้วทั้งสองก็พากันเข้าไปด้านในร้านที่ได้โทร.มาจองคิวไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะใช้ระยะเวลาในการทำประมาณสามถึงสี่ชั่วโมง เมื่อไปนั่งบนเก้าอี้ก็มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาแนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยขั้นตอนแรกไม่พ้นร่างแบบแหวน ทั้งสองร่างแบบลงบนกระดาษอย่างตั้งใจ แล้วนำกล่องใส่พลอยออกมาเปิดดู เพราะต้องใช้ประดับลงบนแหวน “ไหนๆ ขอดูที่เธอออกแบบหน่อย สวยอ่า” อคิราห์ยื่นหน้าไปมองแหวนที่วนิดาร่างแบบ แล้วถูกใจเป็นอย่างมาก เพราะมันจะถูกประดับด้วยพลอยรูปหัวใจสีแดง ประกบข้างด้วยหัวใจเช่นกันแต่เป็นสีขาว
“นิดอยากถูกจับกินใจจะขาดแล้ว” นาทีนั้นเจ้าของร่างสูงก็ดีดตัวขึ้นมาเผชิญหน้ากับคนที่เขาแสนรัก มือร้อนลูบไล้ไปมาอยู่ที่เอวคอด แต่ก็ไม่ลืมจะหยิบที่คาดผมหูกระต่ายมาสวมไว้บนศีรษะทุยสวย “อื้อ” พอวนิดาใส่ชุดกระต่ายแบบเต็มยศ เสียงคำรามกระสันซ่านก็ดังขึ้นอีก อคิราห์รู้สึกสั่นไปทั้งตัวและพึงพอใจเป็นอย่างมาก วนิดาก้มหน้ามองร่างกายของตัวเองแล้วชอบใจที่ได้ลองใส่ ก่อนเธอจะถูกมือใหญ่เชยคางขึ้นให้รับจูบหวานๆ แถมยังถูกแทะเล็มด้วยฟันคมให้รู้สึกเจ็บแปลบ แต่กระตุ้นอารมณ์ได้เป็นอย่างดี มือร้อนอีกข้างก็ขยำคลึงเอวคอดแล้วไล้ขึ้นลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกระชับร่างเล็กให้แนบชิดกว่าเดิม ให้บางส่วนเสียดสีกัน วนิดาหน้าร้อนกว่าเดิมเมื่อรู้ถึงสิ่งแข็งขืนที่พองโตขึ้นอย่างเร็วไว ขณะส่วนบอบบางของเธอก็เริ่มชื้นแฉะ แล้วยิ่งมีอาการเมื่อปากได้รูปเลื่อนมาวนเวียนอยู่แถวอกอิ่ม ชั่วอึดใจนั้นปลายลิ้นเย็นก็ตวัดลงบนเนื้อผ้า “อื้อ...อี้” วนิดาส่งเสียงครางแว่วหวาน สัมผัสนั้นทำให้เธอตัวสั่น แล้วยิ่งส่งเสียงเมื่ออคิราห์ใช้ปากครอบครองความนุ่มที่ยังถูกห่อหุ้
“พร้อมจนจวยสั่นแล้วเนี่ย” อคิราห์เน้นคำที่สามตอบกลับ คนอย่างเขาไม่มีคำว่าไม่พร้อม “ทะลึ่งจัง” วนิดาหยิกต้นแขนใหญ่ นับวันอคิราห์จะทะลึ่งขึ้นทุกวัน แต่ไม่ทันได้ต่อว่าอะไรก็มีเสียงข้อความดังขึ้นให้เธอพลิกตัวไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดู ไลน์ “ใครไลน์มา” เขาหรี่ตามอง เพราะเห็นแววตาเป็นประกายของวนิดา ทำให้นึกใคร่รู้ “มีคนส่งรูปหนุ่มมาให้ดู ไม่ใส่เสื้อผ้าด้วย” วนิดาบอกแล้วพลิกโทรศัพท์หนี ไม่ยอมให้คนตัวโตได้เห็น “ตายแล้วยัยหนูนิด แล้วเธอก็ดูเหรอ ดูของเราไม่พอหรือไง ไหนเอามาดูซิ” อคิราห์ทำท่าเอาเรื่อง แล้วแบมือขอสมาร์ตโฟน วนิดาทำท่าเป็นลังเลใจ แต่สุดท้ายก็ยินยอมส่งให้ ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีเสียงแหลมแว้ดใส่ “ยัยบ้า นี่มันรูปหลานพวกเรา” เขาถูกวนิดาหลอกเข้าอย่างจัง เมื่อรูปที่ถูกส่งมาจากธนัชชา เป็นรูปของลูกชายที่กำลังเบ้ปากจะร้องไห้หลังถูกจับอาบน้ำ แล้วตามมาด้วยรูปใบหน้าของคุณแม่มือใหม่ที่ขอบตาดำคล้ำ “ดูหน้านางสิโทรมมาก” อคิราห์พลิกสมาร์ตโฟนให้วนิดาเห็น “ก็นอนตีสี่ทุกคืน”
“ไม่ต้องมาทำซึ้ง เดี๋ยวฉันร้องไห้” อริสราพยายามไม่อ่อนไหวตามน้อง ทั้งที่เป็นคนเซนซิทีฟอยู่พอตัว “แล้วหนูนิดให้อะไรนังจี้” อมิตาทำท่าอยากรู้ “นาฬิกาค่ะเจ้” อคิราห์เป็นคนตอบแทน แล้วยื่นแขนไปโชว์พวกพี่ “สวยไหมเจ้” ทั้งสามพยักหน้าและยิ้มเอ็นดูกับของขวัญที่ทำให้น้องยิ้มหน้าบาน ก่อนจะลงมือคีบมันหมูลงกระทะ “เรามีของขวัญให้เธออีกนะ” วนิดาเอียงหน้าไปกระซิบบอก “อะไรเหรอ ” อคิราห์คิดว่ามีแค่ชิ้นเดียวเสียอีก “เดี๋ยวคืนนี้เราให้” “ตายแล้ว แบบนี้เราตั้งตารอนะ” อคิราห์ถึงกับแอบกลืนน้ำลาย บรรยากาศแบบนี้ชวนให้คิดเป็นอื่นไม่ได้เลย วนิดาอาจจะใส่ชุดนอนไม่ได้นอนอีกก็ได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวได้แอบหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยหรือเปล่า พลันหันไปสนใจพวกพี่สาวที่กำลังทะเลาะกันเรื่องหักไม่หักใบผักกาด เขาอมยิ้ม ปีนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่แสนมีความสุข หลังอิ่มท้องก็พากันแยกย้ายกันเข้าห้องและไปอาบน้ำ เพราะหากรอให้มืดค่ำมากกว่านี้คงได้แข็งตายแน่ๆ “ไหนของขวัญ” อคิราห์ไม่ลืมทวงของขวัญที่ตั้งตารอหลังจากกด
ธนัชชากวาดตามองหาเพื่อนสนิทและหนุ่มผมยาว คาดคะเนว่าทั้งคู่อาจจะหายไปด้วยกัน ดวงตาจึงเบิกกว้างและเป็นประกาย วินาทีนั้นก็เห็นว่าอคิราห์ดีดตัวจากเก้าอี้เร็วไวจนต้องร้องถาม “แกจะไปไหน” “ไปตามหายัยหนูนิด” อคิราห์ไม่ได้อยู่ฟังคำใดอีก รีบจ้ำอ้าวไปรอบๆ ร้านทันที สายตาก
วนิดากระตุกยิ้มใส่คนที่จ้องมองกัน ในยามหมุนตัวไปในทิศที่อคิราห์นั่งอยู่ก็เห็นสายตาที่มองมาเสมอ แล้วมือนุ่มก็ปล่อยออกจากเส้นผมเปลี่ยนมาเป็นกระดิกนิ้วเรียก “ฉันไปเต้นเป็นเพื่อนนางก่อนนะ นางกระดิกนิ้วเรียกแล้ว”&n
บทที่ 6 “เจ้สอนหนูอ่อยหน่อย หนูไม่เคยอ่อยเลย” วนิดาขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้เป็นอย่างดี “ได้สิ” เจ้มิกซ์ซี้ดป
“ไม่ยอมให้ไปรับ จะมาเอง” อคิราห์ทิ้งก้นลงนั่งบอกเสียงสะบัด ก่อนเขาจะออกมาได้ไลน์ไปถามย้ำแล้ว แต่ยังได้คำตอบเดิม “งอนกันเหรอยะ” ธนัชชาหรี่ตามอง แปลกใจที่วันนี้คู่ปาท่องโก๋แยกกันได้ “เปล่า” อคิราห์ไหวไหล่ เพราะวนิดายืนยันว่าไม่ได้โกรธก็คงตามนั้น แม้ในใจจะรู้ว







