LOGIN“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”
“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน
“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”
“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”
ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคนใหม่ ก่อนหน้านั้นเขาชนะพนันกับเพลิงและได้ตัวเฌอเบลล์มาครอบครองแม้ว่าทุกอย่างจะยังไม่มีอะเกิดขึ้นก็ตาม ลึก ๆ แล้วเขายอมรับว่าสนใจในตัวเฌอเบลล์ไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเพลิงก็สนใจในตัวผู้หญิงมีเสน่ห์คนนี้เหมือนกัน เลยมีความคิดอยากจะเอาชนะเพลิงขึ้นมาก็เท่านั้น
เขารู้เรื่องความสัมพันธ์ทางสายเลือดเป็นญาติสนิทกับเจสสิก้า และนั่นคือเบาะแสชิ้นเดียวที่อาจจะช่วยไข่ข้อข้องใจเขาในตอนนี้ได้ เขาอยากรู้เหลือเกินว่าความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเพลิงกับเจสสิก้านั้นเป็นอย่างไรกันแน่ ปกป้องตัดสินใจเดินตรงไปหาที่โต๊ะทันที
“หวัดีเฌอเบลล์....ไม่คิดว่าจะมาเจอที่นี่” ปกป้องทักทายด้วยรอยยิ้มเรียบ ๆ สายตามองประสานกับเฌอเบลล์ก่อนจะหันหน้าไปพยักหน้าให้ฌานอย่างมีมารยาท เฌอเบลล์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
“อ้าว....ปกป้อง? มาคนเดียวเหรอ นั่งก่อนสิ”
ฌานมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ด้วยสายตาประเมินเล็กน้อยตามสัญชาตญาณน้องชาย แต่ก็พยักหน้ารับตามมารยาท ปกป้องถือโอกาสขยับเก้าอี้นั่งลงข้างๆ เริ่มต้นด้วยการถามไถ่สารพัดประโยชน์ทั่วไป จนกระทั่งจังหวะบทสนทนาเริ่มผ่อนคลายลง ปกป้องจึงค่อย ๆ หย่อนหินก้อนสำคัญลงในสระน้ำที่เงียบสงบ
“ใครเหรอ?” ปกป้องถามอย่างไม่ใส่ใจ
“ฌาน....เป็นน้องชายของเบลล์เอง ฌาน...นี่ปกป้องเป็นเพื่อนพี่เอง”
ทั้งสองหนุ่มพยักหน้ารับรู้
“จริงสิเบลล์...”
ปกป้องแสร้งทำเป็นยกแก้วขึ้นจิบ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสเข้มสัมผัสริมฝีปาก ก่อนที่เขาจะเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับแค่นึกขึ้นมาได้ในบทสนทนาทั่วไป หากแต่สายตาคมกลับจดจ้องปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอย่างตั้งใจ ไม่ยอมให้รอดพ้นแม้แต่ความเคลื่อนไหวเดียว
“ช่วงนี้ได้คุยกับเพลิงบ้างไหม? พอดีวันก่อนเห็นอยู่กับญาติของเธอ... สองคนนั้นดูสนิทกันแปลก ๆ พวกเขามีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า?”
“หึ...” เฌอเบลล์แค่นหัวเราะในคอ มุมปากยกขึ้นอย่างประชดประชัน “พี่เจสน่ะเหรอ? เจสสิก้าบอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงเป็นสามีภรรยากันแล้ว แปลกดีเนอะ... ไม่รู้ว่าไปสปาร์กกันท่าไหน คบกันตอนไหนก็ไม่มีใครรู้”
น้ำเสียงของหญิงสาวติดแง่งอนและไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด ยามที่พูดถึงเรื่องของพี่สาวญาติสนิท
“จริงเหรอ? เรียนจบยังไม่ทันไรก็แต่งงานกันแล้วเหรอ...” ปกป้องพึมพำ ท่าทีดูเรียบเฉยแต่ในหัวกลับหมุนประมวลผลอย่างหนักกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับรู้
บรรยากาศเริ่มตกอยู่ในความเงียบอันอึดอัด ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งเงียบมานานจึงฉวยจังหวะนั้นยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู ก่อนจะขยับตัวพิงเบาะแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
“เอ่อ... ผมว่าไหน ๆ พี่ก็มีเพื่อนคุยแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า” ฌานเอ่ยตัดบทพลางคว้ากุญแจรถบนโต๊ะ หันไปพยักหน้าลาชายหนุ่มผู้มาใหม่ตามมารยาท
“เดี๋ยวสิฌาน! แล้วฉันจะกลับยังไง!” เฌอเบลล์เบิกตาโต หันไปเบรกน้องชายเสียงหลง มือเรียวรีบยื่นไปคว้าท่อนแขนเสื้อของฌานไว้ทันที
ฌานปลดมือพี่สาวออกเบา ๆ พร้อมกับยักไหล่อย่างไม่แยแส ยิ้มกวนโทสะส่งกลับไปให้หนึ่งที “ก็ให้เพื่อนพี่ไปส่งสิครับ”
“ไอ้น้องบ้า!” เฌอเบลล์แยกเคี้ยวใส่น้องชายตัวดีที่เดินหนีออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เธอนั่งหน้ามุ่ยอยู่กับปกป้องตามลำพังท่ามกลางแสงไฟสลัวของร้าน
เมื่อฌานเดินพ้นประตูร้านไป ปกป้องก็หมุนแก้วในมือเล่นช้า ๆ สายตาคมกริบทอดมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังนั่งหน้าบึ้งด้วยความหงุดหงิด เขาขยับเอนกายไปข้างหน้าเล็กน้อย เติมเชื้อไฟในบทสนทนาต่อทันทีโดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ
“เรื่องจริงเหรอเบลล์... แล้วเพลิงกับเจสสิก้าไปรู้จักกันลึกซึ้งขนาดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ย้ายไปอยู่ด้วยกันแล้วเหรอ”
“ฉันจะไปรู้ลึกขนาดนั้นได้ยังไงล่ะ” เฌอเบลล์กระแทกแก้วลงบนโต๊ะเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ยังค้างคาจากน้องชาย
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







