LOGIN“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”
ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน
“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”
เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ
“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”
“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”
คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด
“ปกป้อง! มันจะมากไปแล้วนะ!” เฌอเบลล์ตวาดลั่น ตบโต๊ะดัง ปัง! จนแก้วน้ำรอบๆ สั่นไหว ผู้คนในร้านเริ่มหันมามองเป็นตาเดียว แต่เธอไม่สนใจอีกต่อไป หญิงสาวจ้องหน้าปกป้องด้วยสายตาเกลียดชัง “นายมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาสุนัข ๆ แบบนี้ใส่ฉัน! ออกไปเลยนะ... ออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!”
แทนที่จะรู้สึกผิด ปกป้องกลับแค่นยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างเย็นช้า เขาไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือแยแสต่ออารมณ์เกรี้ยวกราดของหญิงสาวตรงหน้าแม้แต่น้อย ชายหนุ่มยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบเป็นครั้งสุดท้ายอย่างใจเย็น ก่อนจะวางบนโต๊ะเบา ๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อให้เข้าที่เข้าทางสายตาที่เคยมองเฌอเบลล์ด้วยความเป็นมิตร บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเหินห่างอย่างสิ้นเชิง
ในตอนแรกเขาเคยคิดว่าเฌอเบลล์อาจจะเป็นผู้หญิงมีเสน่ห์ที่น่าค้นหา แต่หลังจากได้เห็นกิริยาโวยวายเมื่อครู่ เพียงเพราะถูกต้อนด้วยความจริงที่แทงใจดำ มันกลับทำให้ภาพภพทั้งหมดของเธอพังทลายลงในพริบตา นิสัยเอาแต่ใจอารมณ์ร้อนและไร้การควบคุมตัวเอง ทำให้เขารู้สึกหมดความสนใจในตัวเธอโดยสิ้นเชิง และนึกยินดีในใจที่ตัวเองไม่ได้หลงผิดตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะเบลล์” ปกป้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไร้ความรู้สึกใด ๆ “ฉันขอตัวก่อน”
“นี่ป้อง!” เฌอเบลล์เบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อสายตา
ปกป้องหมุนตัวเดินออกจากโต๊ะไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าเธอจะกลับบ้านอย่างไรในสภาพที่น้องชายอย่างฌานก็ขับรถกลับไปก่อนแล้ว และตัวเธอเองก็คงอยู่มรอารมณ์ที่ไม่พร้อมจะคุยกับใคร ชายหนุ่มเดินผ่านไฟสลัวของร้านไปยังประตูทางออก ทิ้งให้เฌอเบลล์นั่งหน้าดำหน้าแดงอยู่เพียงลำพังท่ามกลางสายตาของคนในร้านที่มองมาด้วยความสนใจ
กลางดึกคืนนั้นบรรยากาศภายในคอนโดมีเนียมหนชรูเงียบสงบ มีเพียงลมแผ่วเบาปะทะกระจกบานใหญ่ เจสสิก้านั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรดตรงมุมประจำของเธอ แสงไฟสลัวเผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนในชุดนอนสายเดี่ยวเนื้อผ้าซาตินสีเข้ม เว้าหลังลึกที่รับกับผิวขาวเนียนละเอียด เธอหมุนแก้วไวน์ในมือช้า ๆ ปล่อยให้เครื่องดื่มสีแดงก่ำสะท้อนแสงไฟวิบวับอย่างมีชั้นเชิง
เพลิงที่นอนไม่หลับสังเกตเห็นแสงไฟริบหรี่จากด้านนอกจึงผลักประตูห้องนอนเดินออกมา ร่างสูงใหญ่เดินตรงเข้ามาหาเธอท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงก้าวเดินอย่างมั่นคง
“ยังไม่นอนอีกเหรอ” เพลิงทักขึ้นมา ก่อนจะยิงคำถามตรงประเด็นที่ค้างคาใจทันที
“เรื่องที่พี่แต่งตั้งให้ผมเป็นผู้ช่วยเลขาฯ ทำไมถึงไม่ถามหรือปรึกษาผมก่อนสักคำ?”
หญิงสาวไม่ได้แสดงอาการตกใจเลยแม้แต่น้อย เธอค่อย ๆ จิบไวน์อย่างใจเย็น ก่อนจะละสายตาจากวิวทิวทัศน์ด้านนอก หมุนตัวกลับมามองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ ดวงตาคู่สวยทอประกายฉลาดเฉลียวอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
“ถ้าฉันถาม.....นายก็คงหาเหตุผลร้อยแปดมาปฏิเสธใช่ไหมล่ะ? การที่อยู่กับฉันในตำแหน่งนั้น มันทำให้ฉันควบคุมสถานการณ์ได้ง่ายกว่า...และที่สำคัญนายเองก็ไม่ได้ปฏิเสธมันต่อหน้าคนอื่นไม่ใช่เหรอ?” เจสสิก้าตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น เธอวางแก้วไวน์ลงบนโกระจกข้างตัวอย่างเบามือแล้วประสานมือไว้บนตักอย่างมีจริตจะก้าน
“ผมแค่อยากรู้ว่าพี่คิดจะทำอะไรกันแน่” เพลิงขมวดคิ้ว จ้องมองคนตรงหน้าที่ดูสวยสะกดตาแต่น่ากลัวในเวลาเดียวกัน
เจสสิก้าเอนกายพิงเบาะนุ่มยักไหล่เบา ๆ สายตากวาดมองเพลิงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความพึงพอใจ
“ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรซับซ้อนหรอกเพลิง...ฉันแค่เลือกใช้คนที่เหมาะสมที่สุดในตำแหน่งที่สำคัญที่สุด สำหรับฉัน....นายมีความสามาถเกินกว่าจะปล่อยให้ไปนั่งทำอะไรไร้สาระและการดึงนายมาไว้ข้างตัวมันก็ตอบโจทย์ฉันมากที่สุด” เธอยกแก้วไวน์ขึ้นแตะริมฝีปากอีกครั้ง ส่งรอยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ยากจะคาดเดาความรู้สึกแท้จริงส่งกลับไปให้เขา
เธอค่อย ๆ ยกมือขึ้นมาแตะริมฝีปากที่บวมเจ่อของตัวเองเบา ๆ ความร้อนผ่าวระอุขึ้นมาบนใบหน้าขนแก้มทั้งสองข้างกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ความรู้สึกบกเบียดของริมฝีปากหนาและรสสัมผัสชื้อแฉะของเพลิงยังคงติดแน่น ไม่ว่าจะพยายามเช็ดออกสักกี่ครั้งก็ไม่อาจลบเลือนความทรงจำนั้นได้เลย“คนฉวยโอกาส.....ไอ้บ้าเอ๊ย!”เจสสิก้าสบถพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่สับสนและโกรธกรุ่น เธอเดินไปที่เตียงนอนแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง นึกถึงการกระทำอันป่าเถื่อนของชายหนุ่ม เขาไม่ได้เพียงแค่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากเธอเท่านั้น แต่ยังถือดีรุกล้ำเข้าไปยังพื้นที่สงวนที่เธอไม่เคยยินยอมให้ใครได้เฉียดใกล้ ผ่านปราการชิ้นน้อยยังคงทำให้ท้องน้อยของเธอปั่นป่วนจนต้องบีบมือเข้าหากันแน่น“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน... มีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนี้!”เธอก่นด่าเขาในความเงียบ เสียงลมหายใจถี่รวนค่อย ๆ ปรับระดับลง แต่น้ำตาแห่งความกรุ่นโกรธและความอับอายกลับเอ่อคลอที่หน่วยตา เจสสิก้าซุกหน้าลงกับหมอนใบโต พยายามสลัดภาพใบหน้าคมคายและสายตาเร่าร้อนของเพลิงออกจากหัว แต่ยิ่งพยายามลืม สัมผัสที่เขารุกล้ำของสงวนของเธอกลับยิ่
“หรือว่านายกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ได้ เวลาที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับฉันทุกวัน?”เพลิงกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายแวววาววับอย่างคนไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มไม่เพียงไม่ถอย แต่ยังก้าวยาว ๆ เข้าไปหาหญิงสาวอย่างรวดเร็วและทรงพลัง ก่อนที่เจสสิก้าจะได้ทันตั้งตัว ร่างสูงใหญ่ก็โน้มตัวลงมาคร่อมร่างระหงเอาไว้ มือหนาทั้งสองข้างยันลงกับเบาะโซฟาปิดทางหนีไว้แน่นหนาล็อกร่างบางในชุดนอนเนื้อนุ่มให้อยู่ใต้พันธนาการ เพลิงโน้มใบหน้าคมคายลงไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดแผ่วเบาบนผิวแก้วเนียนละเอียดน่าสัมผัสเจสสิก้าชะงักกึกดวงตาคู่สวยตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่ง เธอไม่เคยคิดเลยว่า เด็กหนุ่มที่คอยระมัดระวังและรักษาระยะห่างกับเธอมาโดยตลอด จะกล้าเดินเกมบุกโต้อย่างอุกอาจขนาดนี้ หัวใจดวงน้อยกระตุกไหวและเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ทว่าด้วยศักดิ์ศรีและความฉลาดเฉลียว หญิงสาวสู้กลับสุดฤทธิ์ที่จะกดเก็บอารมณ์ตื่นตระหนกเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทว่าเลือดในกายกลับแล่นพล่านแก้มของทั้งข้างแดงแจ๋อย่างปิดไม่มิด“กลัวเหรอครับ? อย่าคิดว่าผมจะยอมเป็นหมากให้พี่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียว ถ้าพี่ชอบเล่นกับไฟก็ควรรู้ไว้ด้วยนะ
“เจสสิก้าก็แค่บอกว่าตอนนี้เธอกับเพลิงมีสถานะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แล้วเพลิงก็ไม่ปฏิเสธอะไรเลยทำเหมือนไม่เคยมีเยื่อใยต่อกัน”ปกป้องกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมฉายแววดูแคลนออกมาอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกไปถึงข้างใน“เยื่อใยต่อกันเหรอ...” ปกป้องหัวเราะเบา ๆ ในคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยการสบประมาท “เบลล์... เธอไม่ได้เอะใจเลยเหรอ? ที่ผ่านมาเพลิงเข้าหาเธอ ทำเป็นสนิทกับเธอ ก็เพราะต้องการเข้าหาเจสสิก้าทั้งนั้น”เฌอเบลล์ชะงักกึก สบตาชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความตกใจ“นายพูดเรื่องบ้าอะไร...”“น่าสงสารนะ” ปกป้องเว้นจังหวะ มองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาเวทนาเชิงสมเพช “โดนเขาใช้เป็นสะพานข้ามไปหาญาติตัวเองแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด ปล่อยให้เขาหลอกใช้เป็นเครื่องมือตั้งนาน พอเขาได้สิ่งที่ต้องการ... เขาก็ข้ามหัวเธอไปเลย เห็นหรือยังล่ะ?”คำพูดทุกคำของปกป้องเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ความจริงที่แทงใจดำรวมกับน้ำเสียงเย้ยหยันทำให้เลือดในกายของเฌอเบลล์สูบฉีดจนหน้าแดงผ่าว มือเรียวขยำกระดาษทิชชูบนโต๊ะแน่นจนยับยู่ยี่ ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความโกรธจัดและอับอายอย่างถึงที่สุด“ปกป
“พี่เบลล์ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองได้แล้วครับ...” ฌานเอ่ยเสียงเรียบ “คนเราพอเติบโตขึ้น ความรู้สึกมันก็เปลี่ยนกันได้ พี่เพลิงเขาอาจจะเห็นเสน่ห์หรือมุมความเป็นผู้ใหญ่ของพี่เจสสิก้าที่พี่ไม่มีก็ได้ แล้วอีกอย่าง ต่อให้เขามีเรื่องอะไรกัน มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยาเขา เราเป็นคนนอก เป็นลูกจ้าง จะไปยุ่งหรือจับผิดเขาทำไม”“ฌาน!” เฌอเบลล์ถลึงตาใส่ฌานอย่างเหลืออด ความอัดอั้นตึงแน่นจนหน้าแดงก่ำเมื่อเห็นน้องชายแท้ ๆ คอยปกป้องศัตรูหัวหัวใจไม่หยุดหย่อน“สรุปว่าใครเป็นพี่น้องแท้ ๆ ของแกกันแน่ฮะ?! ฉันหรือเจสสิก้า! ทำไมแกถึงได้เข้าข้างมันทุกคำขนาดนี้!”“ผมเข้าข้างความจริงต่างหากพี่เบลล์!” ฌานสบตาพี่สาวโดยไม่เกรงกลัว “ผมไม่อยากเห็นพี่จมอยู่กับความเกลียดชังจนไม่เป็นอันทำมาหากิน ถ้ารับไม่ได้กับชีวิตตรงนี้ก็นึกถึงคำพี่เจสสิก้าไว้สิ... ลาออกไปซะ แต่ถ้ายังอยากมีเงินใช้ อยากมีอนาคต ก็เลิกคิดเรื่องพี่เพลิง แล้วตั้งใจทำงานซะที!”ขณะที่เฌอเบลล์กำลังบึ้งตึงใส่น้องชายตัวเองอยู่นั้น ร่างสูงของปกป้องก็เดินเข้ามาในร้าน สายตาของเขาเหลือบไปเห็นเธอพอดี ชายหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะเขาเข้าใจว่าเฌอเบลล์มากับผู้ชายคน
“ไหนคุณเจสสิก้าบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าตำแหน่งงานว่างในบริษัทมีแค่สองตำแหน่ง! แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมีตำแหน่งผู้ช่วยเลขาฯ เพิ่มขึ้นมาสำหรับเพลิงคนเดียวได้ล่ะ? แบบนี้มันสองมาตรฐานชัด ๆ” เฌอเบลล์แย้งเสียงสูง สายตามองเจสสิก้าสลับกับเพลิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจสสิก้าชะงักเท้าหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเฌอเบลล์อย่างช้า ๆ ร่างบางยืดตัวตรง แผ่รังสีความทรงอำนาจและเย็นชาออกมาจนคนรอบข้างต้องกลืนน้ำลาย“ฉันคิดว่าเธอคงเข้าใจอะไรผิดไปนะเฌอเบลล์....”เจสสิก้ากระตุกยิ้มมุปากเป็นรอยยิ้มที่เชือดเฉือนและเหนือกว่าอย่างสิ้นเชิง“ตำแหน่งพนักงานทั่วไปมันว่างแค่นั้นจริง ๆ แต่ตำแหน่งผู้ช่วยเลขฯ นี้นะ...มันคือตำแหน่งที่ฉันพิจารณาจัดตั้งขึ้นมาใหม่เป็นการส่วนตัว”เจสสิก้าเว้นจังหวะก้าวขยับเข้าไปใกล้เฌอเบลล์อีกหนึ่งก้าว สายตาคมสวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่ปรับพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเน้นหนักชัดเจนทุกคำ“และที่สำคัญ.....ในฐานะที่เพลิงเป็นสามีของผู้บริหารระดับสูงอย่างฉัน ฉันย่อมมีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินใจเพิ่มตำแหน่งใหม่ให้เขาตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากพนักงานระดับต้อนรับอย่างเธอ”เฌอเบลล์หน้าชวาบเหมือนถูกตบ
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหากลับกลายเป็นความดูดดื่มลึกซึ้ง ลมหายใจของทั้งคู่สอดประสานแทบเป็นเนื้อเดียว ร่างบางของเจสสิก้าเปลอบิดเกร็งก่อนจะปล่อยให้อารมณ์พาไป มือเรียวละจากอุปกรณ์ทำแผลขึ้นปทาบบนแผงอกกว้างของชายหนุ่ม เสียงจูบดูดื่มหวานซาบซ่าดังแผ่วอยู่ในห้องที่เงียบสงบ เพลิงกดจูบเน้นย้ำซ้ำ ๆ ราวกับจะซึบซับความหวานนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดทว่าความเจ็บแปลบจากแผลที่แตกอยู่มุมปากทำให้เพลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างช้า ๆ เขามองใบหน้าเนียนที่บัดนี้ซับสีเลือด และริมฝีปากที่เจ่อขึ้นจากการกระทำของเขา เพลิงมองลึกเข้าไปในดวงตาหวานเชื่อมของเจสสิก้าด้วยความรู้สึกโหยหาอย่างจับใจ แต่ก็ต้องจำใจผละเว้นระยะห่างออกมา สายตาของชายหนุ่มมีความเสียดายอย่างปกปิดไม่มิด ที่ต้องยับยั่งชั่งใจไว้เพียงเท่านี้หญิงสาวปรับลมหายใจที่ยังคงติดขัดให้กลับมาราบรื่นดังเดิม รอยยิ้มพราวเสน่ห์จุดประกายขึ้นบนใบหน้าเนียน ด้วยความเป็นผู้ใหญ่และมีประสบการณ์ในชีวิตมากกว่า เธอไม่ได้แสดงอาการเขินอายอย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม แต่กลับยืดตัวขึ้นนั่งตรงอย่างสง่างาม สายตาคมสวยทอดมองเพลิงที่กำลังทำหน้าไม่ถูกอย่างพิจารณา“ทำไ







